space
space
space
<<
กันยายน 2559
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
space
space
5 กันยายน 2559
space
space
space

จนกว่าเรา...จะจากกัน


ตอนที่ 2

“ตามนี้ฝนจะรับผิดชอบเพียงลูกค้าเจ้าเดียวและสามารถทำงานติดต่อกับลูกค้าได้ถึงฝนจะอยู่ที่สิงคโปร์ โครงการที่รับผิดชอบก็คือในส่วนของลูกค้าเจ้านี้โดยตรงและตามข้อมูลที่พี่ได้รับมา งานในโครงการไม่ได้ทำกันทุกวันและตลอดเวลา ฝนยังพอแบ่งเวลาสำหรับงานประจำทำงานในระบบการสั่งซื้อ การออกเอกสาร ตอบจดหมายลูกค้า และประสานงานกับแผนกอื่นๆ ตัวแทนจากประเทศอื่นที่ถูกส่งตัวไปเข้าร่วมโครงการก็ต้องรับผิดชอบเหมือนที่ฝนต้องรับผิดชอบจะได้ไม่พลาดข้อมูลของลูกค้า และถ้าติดปัญหาในส่วนใดก็จะสามารถติดต่อและสอบถามลูกค้าได้โดยตรง ส่วนลูกค้ารายอื่นที่ฝนดูแลอยู่ พี่กระจายงานให้คนอื่นๆช่วยกันดูแลกลับมาค่อยมาดูแลลูกค้าตัวเองเหมือนเดิม คนอื่นๆไม่ต้องกังวลใจไปว่า จะทำงานไม่ทันเพราะงานจะเยอะเกินไป พี่แจ้งทางฝ่ายบุคคลแล้วให้จ้างเจ้าหน้าที่ชั่วคราวเพื่อมาทำงานด้านเอกสารจะได้แบ่งเบางานของทุกคนไปได้หน่อยงานอาจเยอะในช่วงนี้ พยายามกันหน่อยสิ้นปีบริษัทต้องจ่ายค่าตอบแทนเป็นโบนัสอย่างดีแน่นอน ตารางการมอบหมายงานก็ไปจัดสรรกันเริ่มแบ่งงานให้เรียบร้อยแต่เนิ่นๆ ถึงเวลาจะได้ไม่มีปัญหา”จุ๊บแจงพูดสรุปในห้องประชุม “ก่อนไป เราไปกินส้มตำตอนเลิกงาน ไปหมดนี่เลยพี่เลี้ยงเอง เพราะฝนไปเป็นหลายเดือน คงคิดถึงอาหารไทยแน่เลยถือว่าเป็นการเลี้ยงส่งน้องสาวไปทำงานไกล” กล่าวจบและเดินออกไปให้ลูกน้องที่เหลือในแผนกแบ่งงานกันในช่วงเวลาที่ปลายฝนต้องไปเข้าร่วมโครงการระหว่างประเทศที่สิงคโปร์

“ความคิดของพี่แจงนี่สุดยอดเลยพี่ฝน ส้มตำร่วมสาบาน”มีย่าเลื่อนเก้าอี้มาหาปลายฝน

“เที่ยงวันนี้ต้องมีกาแฟร่วมสาบานเพิ่มอีกหรือเปล่า”ปลายฝนหันมามองทางมีย่ายิ้มๆ

“เอาสิพี่ฝน เพราะย่าต้องซื้อกาแฟมานั่งดื่มบนออฟฟิสหกเดือนเลย”มีย่าพูดและหยิบสมุดปากกาเพื่อลุกจากโต๊ะในห้องประชุม ไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง

“วันนี้พี่เลี้ยงกาแฟก็ได้”

มีย่าหันมายิ้มไม่ปฏิเสธเลย“ห้ามเปลี่ยนคำพูดด้วย”

นอกจากสองสาว คนอื่นๆในแผนกที่ร่วมประชุมก็เริ่มแยกย้ายกันออกไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง เพื่อรอรับการมอบหมายงานใหม่ที่หัวหน้าแผนกจะแบ่งมาให้ในช่วงที่ปลายฝนต้องไปเข้าร่วมโครงการที่สิงคโปร์

ร่างสูงเกิน 175 ซม.ของกรณ์ยืนมองถนนด้านล่างผ่านกระจกใสขนาดใหญ่ จากด้านหลังโต๊ะทำงานย่านใจกลางกรุงเทพที่ทำงานของกรณ์อยู่ในโซนสูงของอาคารชุดแห่งนี้ และตั้งอยู่ย่านธุรกิจใจกลางเมืองหลวงในวันทำงานเช่นนี้ ถนนเบื้องล่างทั้งรถและผู้คนค่อนข้างพลุกพล่าน ต่างกับในวันหยุดหรือแม้แต่เวลาดึกของวันทำงานถนนเส้นนี้เงียบเหงาราวกับร้างผู้คน

ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกกับเรื่องราวที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าเขาจะไม่อยากเจอ หรือไม่อยากโทรศัพท์หาปลายฝนไม่ใช่ว่าเมื่อวานเขาจะไม่มีความรู้สึกเมื่อเจอหน้าปลายฝน แต่เขาต้องเก็บทุกเรื่องไว้เขามีความเชื่อเสมอว่า เกิดเป็นผู้ชายต้องมีใจอดทน ไม่ว่าจะเรื่องอะไร เมื่อถ้ามีใจที่เข้มแข็งเขาจะผ่านไปได้ และคนรอบข้างก็ต้องผ่านไปได้ด้วยเช่นกันความรักไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน แต่เป็นเรื่องของคนรอบข้าง ญาติพี่น้องเพื่อนร่วมงาน รวมถึงสถานภาพทางสังคม

หญิงสาวเดินผ่านพนักที่ใช้กั้นบริเวณทำงานของกรณ์กับภายนอกเข้าไปและนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงกันข้าม“พี่กรณ์คะ” หญิงสาวทักขึ้นเมื่อเห็นว่ากรณ์ยังไม่มีทีท่าจะหันกลับมาและนั่งลงบนเก้าอี้ที่เขาต้องนั่งประจำ

กรณ์ได้สติหันกลับมา “มีอะไรเหรอกล้วย”

ด้วยความสนิทสนมเพราะเป็นเลขาของกรณ์มาหลายปีกล้วยจึงพูดตรงๆออกไปโดยไม่ต้องเกรงกลัวว่าเรื่องที่พูดไปจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือไม่ “หลายเดือนที่ผ่านมานี้พี่กรณ์เหม่อบ่อยจังเลยค่ะเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ไม่สบายหรือเปล่าคะ”

กรณ์หยิบแฟ้มที่วางในถาดสำหรับเอกสารเข้าอย่างเอกสารที่ต้องการให้เขาลงนามหรือเอกสารที่จำเป็นต้องอ่าน และมีถาดชั้นบนเป็นถาดออก เพื่อวางเอกสารที่ลงนามเรียบร้อยหรือถูกอ่านแล้ว และโดยปกติกล้วยจะเป็นคนนำเอกสารจากช่องถาดออก นำไปแจกจ่ายยังแผนกอื่นๆหรือเอาเข้าเก็บในตู้เอกสาร กรณ์เปิดแฟ้มและหยิบปากกาเพื่อเตรียมตัวลงนามในเอกสาร

“บ่ายสองพี่กรณ์มีประชุมกับทางระยองนะคะพี่กรณ์จะเข้าร่วมประชุมทางไกลผ่านโทรทัศน์หรือไปประชุมที่ระยองคะตอนนี้เที่ยงแล้ว ถ้าพี่กรณ์ไปประชุมที่ระยองต้องรีบออกนะคะ แต่ถ้าเป็นประชุมทางไกลผ่านโทรทัศน์กล้วยจะได้เตรียมห้องตั้งแต่บ่ายโมงครึ่งค่ะ”

“วันนี้พี่ใช้ห้องประชุมที่นี่นะกล้วยเตรียมห้องให้พร้อมด้วย พี่บอกให้กล้วยเตรียมตั้งแต่วันศุกร์แล้วไม่ใช่หรือ”กรณ์พูดพลางอ่านและเริ่มลงนามเอกสาร

“พรุ่งนี้ที่พี่กรณ์ต้องไปประชุมจะเข้าออฟฟิสก่อนหรือเปล่าคะ หรือตรงไปประชุมเลย” กล้วยถามและเตรียมจดเพิ่มในสมุดตารางงานของกรณ์

“พี่ว่าจะไม่เข้านะ แต่ถ้ามีอะไรด่วนโทรหาพี่ได้ตลอด และพี่จะแวะเข้ามาให้ตอนเย็น แต่ถ้าไม่มีอะไรด่วนพี่คงเข้าออฟฟิสพรุ่งนี้เลย” กรณ์เงยหน้ามองหาแก้วกาแฟ“วันนี้ไม่ได้เตรียมกาแฟให้พี่เหรอ”

หญิงสาวทำหน้าเหมือนลืมและเพิ่งนึกขึ้นได้“กล้วยลืมไปเลย งั้นเดี๋ยวกล้วยไปโทรบอกแม่บ้านให้รีบลงไปซื้อก่อนนะคะ”พูดเสร็จกล้วยเดินออกไปกดโทรศัพท์ที่โต๊ะของเธอไปยังห้องแม่บ้าน “พี่นางรบกวนลงไปซื้อกาแฟ คาราเมล มัคคิอาโตเย็นไม่หวานให้แก้วหนึ่งนะคะ”พูดเสร็จเธอเดินกลับมาที่โต๊ะของกรณ์ “เดี๋ยวนี้พี่กรณ์ไม่ดื่มชาแล้วเหรอคะเห็นหาแต่กาแฟตลอดเลย”

“อืม” กรณ์พูดไม่มองหน้า คำถามนี้กระทบจิตใจชายหนุ่มอีกคราปกติแล้วกรณ์เป็นชอบดื่มชา อย่างพวกชาอังกฤษ หรือชาสมุนไพร แต่ตั้งแต่คบกับปลายฝน หญิงสาวชอบดื่มแต่กาแฟและสั่งคาราเมล มัคคิอาโตเย็นทุกครั้ง จนเมื่อถึงเวลาต้องจากกัน เขาไม่มีภาพคู่หรือภาพเดี่ยวของปลายฝนติดอยู่ข้างกายเป็นที่ระลึกให้จดจำ เขาต้องเก็บทุกอย่างให้ลึกที่สุดเหลือเพียงกาแฟรสชาติที่โปรดปรานของปลายฝน เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขาสามารถเลือกดื่มได้ทุกที่และไม่จำกัดเวลาเปรียบเหมือนตัวแทนความรักของพวกเขา เขาจึงไม่ได้ดื่มชามานานหลายเดือนตั้งแต่เลิกรากับปลายฝนและคิดว่าเขาจะไม่กลับไปดื่มชาอีกต่อไป

“บ่ายนี้อย่าลืมเตรียมกาแฟเอาไว้ เพราะคงประชุมกันนานกล้วยต้องเข้าไปจดบันทึกการประชุมด้วย” กรณ์เงยหน้ามองกล้วยเล็กน้อยและก้มอ่านเอกสารต่อ

โดยปกติแล้ว ถ้าเป็นการประชุมในบริษัท ไม่ว่าจะเป็นการประชุมกับแผนกอื่นๆหรือประชุมทางไกลผ่านโทรทัศน์ กล้วยต้องเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง ครั้งนี้ก็เช่นกันกรณ์จึงเตือนขึ้นมาให้กล้วยได้เตรียมพร้อมในการเข้าร่วมประชุมและกล้วยจะได้เตรียมกาแฟสำหรับตัวเองด้วย เนื่องจากการประชุมในแต่ละครั้งมักใช้เวลานาน

ออกจากห้องประชุมในเวลาใกล้เลิกงานกล้วยเดินตามมาคุยที่โต๊ะของกรณ์ “ยากเหมือนกันนะพี่กรณ์ พอฝ่ายขายทำยอดไม่ได้ตอนนี้หน้าที่เพิ่มรายรับให้กับบริษัทเลยมาอยู่ที่แผนกบริการของเรา ต้องรับงานฝึกอบรมข้างนอกให้มากขึ้นงานบริการหลังการขายปกติก็ต้องทำ และนี่มาเพิ่มงานฝึกอบรม ต้องแจ้งฝ่ายบุคคลให้รับคนเพิ่มไหมคะ”

กรณ์ถอนหายใจ “เศรษฐกิจอย่างนี้ ขอคนเพิ่มคงยากเราก็ทำให้มากที่สุดแล้วกัน กล้วยก็คอยจดและรับงานให้ดีคราวนี้รับงานพลาดหรือซ้อนกันไม่ได้ ไม่งั้นตารางงานทุกคนรวมถึงพี่ต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน”

กล้วยพยักหน้ารับคำ “ตอนนี้เลิกงานแล้วพี่กรณ์มีอะไรให้กล้วยทำต่อหรือเปล่าคะ ถ้าไม่มีกล้วยขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะ เลิกงานรถไฟฟ้า(การเดินทางอีกทางหนึ่งของคนกรุงเทพ นอกจากเรือด่วนเจ้าพระยา รถประจำทางรถรับจ้างอย่างแท็กซี่ หรือรถรับจ้างยอดนิยมของชาวต่างชาติคือตุ๊กตุ๊ก รถตู้หรือรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง) คนเยอะมากค่ะ เยอะจนถึงทุ่มสองทุ่มเลย”

กรณ์พยักหน้า “เอาสิกลับได้เลยไม่มีอะไรด่วนแล้ว ขอบใจมากนะ” กรณ์ยังคงนั่งทำงานจนฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีและเมื่อหันหลังไปมองบนถนนเบื้องล่าง จากที่การจราจรคับคั่งแปรเปลี่ยนเป็นรถน้อยลงและการจราจรไม่ได้ติดขัดอย่างเวลาเลิกงานและเมื่อกรณ์มองไปที่นาฬิกาตั้งโต๊ะเข็มสั้นขยับเลยจากเลขเก้าไปอยู่กึ่งกลางระหว่างเลขเก้าและเลขสิบเข็มยาวอยู่ที่เลขเจ็ด ดึกมากแล้ว เขาควรจะกลับบ้านไปพักผ่อนได้แล้วพรุ่งนี้เขายังมีงานที่ต้องจัดการอีกมาก และพรุ่งนี้อาจจะเป็นวันที่ดีสำหรับเขาด้วยเพราะเขาต้องไปประชุมยังบริษัทที่ปลายฝนทำงาน แม้ไม่สามารถติดต่อ พูดคุย หรือเดินทางไปไหนด้วยกันได้แค่ได้เห็น แค่ได้รู้ว่าปลายฝนสบายดี เธอไม่ร้องไห้เพราะเรื่องของเราเขาต้องการเพียงเท่านี้เท่านั้น เขายังต้องการเป็นผู้ปกป้องดูแลปลายฝนต่อไปแม้ต้องอาศัยระยะห่างมากกว่าทั่วไป และมากจนเธอไม่สามารถรับรู้ได้

เสียงโทรศัพท์ของกรณ์ดังขึ้นมาชายหนุ่มมองหน้าจอโทรศัพท์และเหมือนเช่นทุกวันและทุกครั้ง เบอร์ที่แสดงขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์เป็นเบอร์โทรศัพท์ของที่บ้านชายหนุ่มเองไม่ใช่เป็นเบอร์ที่เขาคาดหวังจะได้เห็นเบอร์นั้นโทรมาหาเขาอีกเขาเลือกในสิ่งนั้นเอง เขาต้องยอมรับผลที่มันออกมาจากการกระทำของเขาเอง

“ครับ” ชายหนุ่มรับสาย

“พ่อคะ” เสียงเนยลูกสาวคนเล็กโทรศัพท์มาหาเขา กรณ์มีลูกสาวสองคน คนโตชื่อแยม คนเล็กชื่อเนยและเวลาที่อยู่กับปลายฝน หญิงสาวมักหยอกล้อเขาสม่ำเสมอ “ครอบครัวอาหารเช้ามีพ่อขนมปัง น้องแยม และน้องเนย”

“วันนี้แม่ทำผัดเผ็ดปลาดุกนะคะพ่อกลับมาทานข้าวด้วยนะคะ” เนยบอกกล่าวอาหารจานโปรดของบิดา

“ดึกมากแล้วนะลูก ทำไมเนยนอนดึกคะพรุ่งนี้เนยต้องไปเรียน เดี๋ยวพ่อปลุกแล้วเนยไม่ตื่น วันหยุดพ่อไม่พาไปสวนรถไฟนะคะ”

“ค่ะพ่อ เนยโทรศัพท์บอกพ่อแล้วเนยก็จะไปนอนแล้วค่ะพี่แยมกับแม่ขึ้นไปนอนแล้ว” เนยพูดตามท่าทางที่เห็นจากมารดาทำท่าให้พูดตามนั้น

“ดีแล้วลูก เดี๋ยวพ่อทำงานอีกสักครู่พ่อจะกลับบ้าน และไปทานผัดเผ็ดปลาดุกที่เนยบอกพ่อนะคะ”ชายหนุ่มยิ้มให้กับเสียงใสๆทางโทรศัพท์

“ค่ะพ่อ ฝันดีนะคะ”เด็กสาวยิ้มให้โทรศัพท์ วางสาย และหันมาทางมารดา

“พ่อว่าอย่างไรบ้างคะเนย” แมวมารดาของแยมและเนย เอ่ยถามเมื่อลูกสาวหันหน้ามาหาเธอ

“พ่อบอกว่า ขอทำงานสักครู่แล้วจะกลับบ้านค่ะพ่อให้เนยไปนอน พ่อบอกว่าถ้าพรุ่งนี้พ่อปลุกและเนยไม่ตื่นวันหยุดพ่อจะไม่พาไปสวนรถไฟค่ะแม่” เด็กสาวพูดทุกคำพูดที่พูดคุยกับบิดาเพื่อบอกกล่าวแก่มารดา

“งั้นเนยไปเข้าห้องน้ำ แปรงฟันให้เรียบร้อย และขึ้นไปนอนนะคะ พี่แยมคงหลับไปแล้ว เดี๋ยวแม่เดินตามขึ้นไปนะคะ”แมวบอกกล่าวแก่ลูกสาวและเดินไปเปิดตู้เย็นดื่มน้ำ และเดินตามลูกสาวขึ้นไปบนห้องนอน

ทุกย่างก้าวที่แมวเดินขึ้นบันไดไปชั้นบน เธอเดินอย่างหนักแน่นเธอบอกแก่ตัวเธอเอง “ฉันไม่ผิด ฉันต้องครอบครองสิ่งที่เคยเป็นของฉันและมันต้องเป็นของฉันตลอดไป เขาจะรักฉันหรือไม่ แต่เขาต้องอยู่กับฉันลูกสาวทั้งสองคนของฉัน ต้องอยู่กับฉันเหมือนเดิม ทุกอย่างต้องเป็นของฉันเท่านั้นเขาแค่หลงทางไป แล้วเขาต้องกลับมา”

แมวเปิดประตูห้องใหญ่และเดินเข้าไปแยมลูกสาวคนโตนอนหลับไปแล้วเหลือเพียงเนยลูกสาวคนเล็กที่ลืมตาขึ้นมาเมื่อเธอเดินเข้าไปใกล้“ราตรีสวัสดิ์ค่ะแม่” เด็กสาวบอกแก่มารดาเมื่อแมวก้มลงจูบลงที่หน้าผากเนยและเดินอ้อมมาอีกด้านหนึ่งของเตียงนอนขนาดใหญ่ นั่งลงบนเตียงและเอียงตัวเพื่อไปจูบหน้าผากแยมลูกสาวคนโตที่หลับสนิทไปแล้วเธอลุกขึ้นและปิดไฟที่หัวเตียง ก่อนเดินออกจากห้อง ห้องนอนของแมวอยู่ตรงข้ามกับห้องใหญ่ที่ลูกสาวสองคนนอนอยู่กับกรณ์เป็นห้องขนาดเล็กที่มีเตียงสองชั้น ก่อนหน้านี้ห้องนี้เป็นห้องนอนของสองสาวน้อยแยมและเนยแต่เมื่อแมวย้ายกลับมาอยู่บ้านเดียวกับกรณ์อีกครั้งหลังจากแยกกลับไปอยู่บ้านเดิมเจ็ดปีเศษเด็กสาวทั้งสองคนก็ย้ายไปนอนห้องเดียวกับบิดา ตามความต้องการของบิดาส่วนแมวก็ไปนอนห้องเดิมของเด็กๆ ซึ่งเธอก็ไม่ขัดข้องแต่ประการใด

การกลับมาอยู่ด้วยกัน มาจากการที่แมวไปกดดันสังคมรอบข้างทั้งครอบครัวของกรณ์และครอบครัวแมวเพื่อไม่ให้กรณ์หย่าขาดจากแมวอย่างเป็นทางการ เริ่มจากวันที่กรณ์ได้ไปพูดคุยกับแมวถึงหย่าขาดอย่างเป็นทางการเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กับผู้หญิงอีกคนที่เขามอบหัวใจให้ทั้งดวงผู้หญิงคนใหม่ที่ไม่ใช่เธอ แมวจึงไปแจ้งแก่ทุกคนถึงเรื่องนี้ให้ช่วยกันยับยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้น ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นทะเบียนสมรสของเธอต้องยังคงเป็นของเธอ มันจะไม่มีทางเปลี่ยนเป็นใบหย่าอย่างแน่นอน

แมวปิดประตูห้อง หยิบชุดนอนและเดินเข้าห้องน้ำพยายามคิดว่า ทำเพื่อลูก ทำเพื่อไม่ให้เธอเสียศักดิ์ศรีในสังคม และลึกๆแล้วแม้ว่าเธอไม่ได้มีความรักให้แก่กรณ์ แต่เธอยังมีความผูกพันเนื่องจากเธอรู้จักกับกรณ์ตั้งแต่อนุบาลทั้งคู่เรียนโรงเรียนเดียวกันตั้งแต่อนุบาล จนถึงมัธยมปลาย พ่วงด้วยความผูกพันจากเด็กสาวน่ารักสองคนที่เธอไม่สามารถปล่อยมือจากเด็กๆได้วันที่กรณ์มาขอหย่าขาดจากเธออย่างเป็นทางการเขาได้ขอเด็กสาวทั้งสองให้อยู่ในการคุ้มครองของเขาด้วย ซึ่งเธอยอมไม่ได้เธอจะให้เด็กๆไปอยู่ในความดูแลของผู้หญิงคนอื่นที่ไม่ใช่เธอไม่ได้และเธอไม่สามารถยอมให้เด็กๆเรียกใครว่าแม่ นอกจากเธอเพียงผู้เดียว และตลอดเจ็ดปีเศษที่ผ่านมาแม้ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน แต่เธอก็คอยดูแลเด็กๆอยู่เสมอ แม้ว่าช่วงเวลานั้นมารดาของกรณ์จะมาอยู่บ้านหลังนี้เพื่อช่วยดูแลเด็กๆ ตามคำขอร้องของกรณ์แต่ทุกวันในเวลาเลิกเรียน หลังจากรถโรงเรียนมาส่งเด็กๆ แมวมักจะมาเตรียมอาหารเอาไว้ให้ให้เด็กๆและถ้าเมื่อใดที่กรณ์ไม่กลับบ้าน ไปทำงานต่างจังหวัดหรือต่างประเทศแมวจะมาช่วยดูแลเด็กๆ และมานอนอยู่ที่บ้านหลังนี้เป็นคนพาเด็กๆไปส่งที่โรงเรียนในตอนเช้า และเมื่อแมวกลับมาอยู่ที่บ้านหลังนี้มารดาของกรณ์จึงถือโอกาสกลับไปอยู่บ้านตัวเองให้แมวทำหน้าที่แม่บ้านเต็มที่อย่างที่ปฏิบัติมาตลอดเวลา

หลังจากแมวชำระร่างกายเรียบร้อยแล้ว จึงได้ยินเสียงเปิดประตูรั้วเพื่อนำรถเข้ามาจอดภายในบ้านนาฬิกาเข็มสั้นชี้เลยเลขสิบไปเล็กน้อย เข็มยาวอยู่ที่เลขสามเขาคงต้องเข้าห้องห้องทำงานเหมือนเดิม ก่อนจะเดินขึ้นมาห้องชั้นบนกรณ์เป็นชายหนุ่มที่ทุ่มเทเพื่อการทำงานมาตลอดในเวลาที่รู้จักกัน จนมาคบเป็นแฟนแต่งงาน และแยกกันอยู่การอยู่ในบ้านเดียวกันเหมือนเป็นการทำหน้าที่อย่างหนึ่งเพื่อรักษาหน้าตาทางสังคมเท่านั้นการแยกกันอยู่เป็นการลดการขัดแย้งระหว่างกันไม่ให้เด็กได้เห็นเพียงเท่านั้น การอยู่ร่วมกันอาศัยเพียงความผูกพันที่ปราศจากความรักทำให้มีเรื่องขัดแย้งกันเป็นปกติ ซึ่งมันไม่ดีแก่เด็กสาวสองคน นี่จึงเป็นสาเหตุให้แมวแยกกลับไปอยู่ที่บ้านหลังเดิมที่เคยอาศัยอยู่กับบิดามารดาในวันที่เธอกลับไปอยู่บ้านของเธอ เธอคิดเสมอว่า การแยกกันอยู่จะทำให้คิดถึงกันและสร้างความรักครั้งใหม่ให้เกิดขึ้นกับคนรักคนเดิม และกรณ์จะเรียกร้องให้เธอกลับมาอยู่บ้านเดียวกันแต่ไม่เคยมีสิ่งนั้นเกิดขึ้นเลยในเวลาเจ็ดปีที่ผ่านมา กรณ์ยังคงทำทุกอย่างเหมือนเดิมทำงาน กลับมาดูแลเด็กๆ แต่ไม่เคยมีการติดต่อเพื่อเรียกร้องให้เธอกลับไปสร้างครอบครัวกันเหมือนเดิม

แต่แล้วเมื่อเวลาผ่านไป กรณ์กลับมาขอหย่าจากเธอเพื่อจะไปเริ่มต้นกับผู้หญิงคนใหม่ เธอจึงยอมให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นมาไม่ได้ และจากการที่ทุกคนเรียกกรณ์มาพูดคุยกันถึงเรื่องนี้แมวจึงได้กลับมาอยู่บ้านเดียวกับกรณ์อีกครั้งตามที่เธอต้องการ

กรณ์จอดและปิดประตูรถเรียบร้อยเขาเดินเข้าบ้านทาวน์เฮาส์ ขนาดไม่ใหญ่มากนัก สามารถจอดรถได้สองคันคันหนึ่งคือรถของแมวและคันหนึ่งคือของกรณ์ กับจักรยานสามคัน ของกรณ์ แยมและเนยหนุ่มใหญ่เดินตรงเข้าห้องขนาดเล็กที่เขาใช้เป็นห้องทำงาน อยู่ชั้นล่างติดกับห้องรับแขกเขาไขกุญแจเข้าไป ห้องนี้เพียงห้องเดียวของบ้านที่กรณ์ไม่ให้มีกุญแจสำรองและโดยปกติ เขาจะไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาในห้องนี้เขาทำความสะอาดห้องด้วยตัวเองในทุกครั้งเพราะเขาเก็บสิ่งสำคัญทั้งเกี่ยวกับการทำงานและหัวใจของเขาไว้ในห้องนี้

บนโต๊ะทำงานมีรูปคู่ของกรณ์และปลายฝนตั้งอยู่กรอบรูปเพียงรูปเดียวแต่นำหลายภาพจากหลายสถานที่มารวมกันกรณ์ยิ้มแห้งแล้งให้แก่รูปใบนั้นรูปที่เปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตของกรณ์ในแต่ละวัน ทุกวันหลังกลับจากทำงานเขาต้องแวะเข้ามาในห้องนี้ เพื่อมองรูปๆนี้ทุกครั้ง รูปถ่ายอื่นๆ และสิ่งของต่างๆที่เกี่ยวกับปลายฝน กรณ์ได้เก็บไว้ในตู้หลังโต๊ะทำงานของเขา วันใดที่คิดถึงเธอมากเขาจะเปิดตู้นี้เพื่อซึบซับความผูกพันและความสุขในวันเก่าๆ

กรณ์นั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน หยิบรูปขึ้นมา“ฝน พี่คิดถึงฝน คิดถึงตลอดเวลา”

เพราะวันนี้ความรู้สึกของเขาอ่อนแอมากจากวันวานที่เขาได้เจอปลายฝน แต่ไม่สามารถพูดคุยหรือเข้าไปทักทายเขาทำได้เพียงนั่งกอดรูปถ่ายที่มีเขาและปลายฝนอยู่ในนั้น อยู่คู่กัน นั่งหลับตาซึบซับความทรงจำดีๆในวันก่อนเพียงครู่ใหญ่ กรณ์วางรูปถ่ายและหยิบเอกสารที่นำกลับมาจากที่ทำงานขึ้นมานั่งอ่านตรวจสอบชายหนุ่มอ่านเอกสารได้เพียงครู่เดียว เขาไม่สามารถมีสมาธิกับเอกสารตรงหน้าได้จึงเก็บเอกสารลงในกระเป๋าตามเดิม หยิบกระเป๋าและเดินออกจากห้องทำงาน ปิดไฟล็อคประตูห้อง และเดินตรงไปยังห้องครัวเล็กๆ ด้านใน

กรณ์คดข้าวในหม้อหุงข้าวเพียงเล็กน้อยเพื่อทานคู่กับกับข้าวที่แมวเตรียมไว้ รสชาติอาหารจะเป็นเช่นใด อร่อย หรือกลางๆหรือไม่อร่อย กรณ์ก็ไม่อาจรับรู้ได้ ทุกวันนี้เขาทานอาหารเพื่อการมีชีวิตอยู่

ในทุกๆวันกรณ์รู้ว่าแมวพยายามทำให้ทุกอย่างกลับเป็นเหมือนเดิมเหมือนสมัยที่ทั้งคู่คบและรักกันตั้งแต่สมัยเรียนหนังสือ แต่กรณ์ก็รับรู้ได้ด้วยใจทุกสิ่งที่แมวพยายามทำอยู่ในทุกๆวัน ไม่ได้เกิดจากความรักมันเกิดจากความต้องการเป็นเจ้าของดังเช่นปัญหาที่ทำให้กรณ์และแมวต้องแยกกันอยู่

“แม่เบื่อนะที่ต้องนั่งรอพ่อกลับบ้านทุกวัน ทำไมพ่อไม่กลับบ้านเร็วๆก่อนที่จะมืดและมานั่งกินข้าวพร้อมกันบ้าง”แมวตั้งคำถามด้วยอารมณ์ในบ่ายวันหยุดวันหนึ่ง ในช่วงเวลาที่ส่งเด็กๆไปเรียนดนตรีและยังไม่ถึงช่วงเวลาที่ต้องไปรับเด็กๆกลับบ้าน

“จะเบื่อทำไมพ่อก็ไม่ได้ให้แม่นั่งรอพ่อกลับ พ่อมีกุญแจบ้าน แม่ทานข้าวเสร็จพร้อมเด็กๆแม่ก็ขึ้นไปนอนพร้อมเด็กๆได้” กรณ์พูดพลางนั่งทำงานไปด้วย

“แม่ถามจริงๆนะพ่อ เรายังรักกันอยู่ไหมหรือที่พ่อยังอยู่กับแม่ เพราะแยมกับเนย” แมววางนิตยสารบนตัก และเงยหน้ามองกรณ์

กรณ์เงยหน้าจากงานที่ทำอยู่“มันสำคัญด้วยเหรอ”

“สำคัญสิพ่อ เพราะพ่อไม่ได้รักแม่เหมือนที่เคยรักใช่ไหม พ่อถึงเห็นงานสำคัญกว่าแม่และเด็กๆ”

“ความรักกับงานไม่ได้เกี่ยวกันนะแม่พ่อจะยังรักแม่ หรือไม่รัก ก็ไม่ใช่ว่าจะทำให้พ่อต้องทำงานให้น้อยลงเอาเวลาอยู่กับแม่กับเด็กๆให้มากขึ้น”

“เกี่ยวสิพ่อ เพราะแม่อยากบอกว่าตอนนี้ความรักที่แม่เคยบอกกับพ่อ มันเป็นเหมือนความผูกพัน เป็นเหมือนหน้าที่มากกว่าแม่อยู่กับพ่อและเด็กๆ เพราะเหมือนเป็นสิ่งที่แม่ต้องทำ แม่ไม่รู้ว่าความรักที่เคยมีกับพ่อ มันเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่”แมวเดินมาเกาะที่โต๊ะทำงานของกรณ์

“พ่อพอจะช่วยอะไรแม่ได้ไหม”กรณ์ขยับแว่นสายตาเล็กน้อย

“เราแยกกันอยู่ไหม แม่อยากรู้ใจตัวเองเหมือนกันว่าแยกกันอยู่ จะทำให้เรากลับมารักกันเหมือนที่เคยเป็นมาได้ไหม”

“ถ้าอย่างนั้น พ่อเป็นคนดูแลเด็กๆเองเด็กๆต้องยังอยู่กับพ่อ” กรณ์ดึงแว่นออกจากตา วางลงบนโต๊ะทำงาน และใช้สองมือลูบใบหน้าของเขาเองอย่างเบาๆเพื่อใช้ความคิด

“เด็กๆไปอยู่กับแม่ก็ได้ พ่อจะดูแลเด็กๆได้เหรอพ่อทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืนอย่างนี้”

“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพ่อจะลองไปคุยกับย่า(กรณ์หมายถึงแม่ของเขาเอง) ให้มาอยู่ดูแลเด็กๆเวลาพ่อไปทำงาน”

“ถ้าอย่างนั้น แม่ก็แล้วแต่พ่อแม่จะกลับไปอยู่บ้านของแม่ (แมวหมายถึงบ้านที่เป็นของบิดามารดาเธอ) เย็นๆเด็กๆเลิกเรียนแม่จะมาดูแลเรื่องอาหารให้เด็กๆเอง”

“ตามใจแม่ละกัน”กรณ์หยิบแว่นขึ้นมาสวมตามเดิม

และวันที่แมวลากกระเป๋าออกจากบ้านของกรณ์ก็เป็นช่วงเวลาที่เด็กๆไม่อยู่ไปโรงเรียนกันทั้งคู่

“แม่หวังว่า แม่จะกลับมาบ้านโดยเร็ว พร้อมความรู้สึกที่ดีขึ้นเหมือนก่อนหน้าที่เราจะมีเด็กๆ” แมวยิ้มให้กรณ์พร้อมกับนำกระเป๋าใส่ที่หลังรถและขับรถออกจากบ้านไป

จากวันนั้นผ่านไปเจ็ดปีแมวไม่ได้นำกระเป๋าเดินทางกลับมายังบ้านหลังนี้ ในเวลาที่กรณ์อยู่บ้าน จวบจนวันที่กรณ์แจ้งแก่แมวว่าต้องการหย่าขาดการเป็นสามีภรรยากับแมวอย่างถูกกฎหมายเพื่อจะไปเริ่มต้นกับผู้หญิงคนใหม่ ที่เขามีใจ

ในเวลานี้กรณ์มีความรักเต็มทุกห้องหัวใจแก่ปลายฝนแม้จะไม่สามารถอยู่ด้วยกันแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความรักที่เขามีลดน้อยลงแม้แต่สักวันเดียว

หลังทานอาหาร กรณ์ล้างจานเก็บอาหารที่เหลือใส่กล่องเข้าตู้เย็น เขาไม่ชอบการวางจานอาหารทิ้งไว้เพื่อล้างในวันรุ่งขึ้นจากนั้นจึงเดินขึ้นชั้นบนเปิดประตูห้องใหญ่ที่เขาใช้ร่วมกับเด็กๆอาบน้ำและล้มตัวลงนอน แต่ก่อนนอนเขาได้จูบลงบนหน้าผากลูกสาวทั้งสองซึ่งเป็นสิ่งที่เขาทำมาตลอดการจูบลงบนหน้าผากของลูกๆ ทั้งเวลาที่เขาตื่นนอน รวมถึงก่อนนอนในทุกๆวัน


Create Date : 05 กันยายน 2559
Last Update : 5 กันยายน 2559 21:44:57 น. 0 comments
Counter : 501 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
space

เหล่าหุ่ยฮั๊ว
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add เหล่าหุ่ยฮั๊ว's blog to your web]
space
space
space
space
space