พฤศจิกายน 2558

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
บทเรียนจากคำว่า แสงแดด

     สวัสดีค่ะ วันนี้บั๊มอยากเล่าและแชร์ประสบการณ์แบบลองผิดลองถูกอีกครั้งค่ะ อันที่จริงสิ่งที่บั๊มจะเล่าในครั้งนี้เรียกว่า  บทเรียน ก็ว่าได้เลยล่ะค่ะ บทเรียนตอนที่1   แสงแดดสำคัญไฉน  หลายท่านที่เลี้ยงแคคตัส/กระบองเพชร จะทราบอยู่แล้วใช่ไหมค่ะว่าแคคตัสหรือเจ้ากระบองเพชรนั้นเป็นไม้อวบน้ำประเภทชอบแสงแดด แต่ถ้าท่านให้แคคตัส/กระบองเพชรสุดที่รักของท่านโดนแดดมากเกินไปล่ะจะเป็นอย่างไร ซึ่งบั๊มได้เจอคำตอบกับตัวเองมาเลยล่ะค่ะ

   เรื่องก็มีอยู่ว่า หลายคนอาจจะรู้มาบ้างว่าเมื่อเข้าสู่แต่ละช่วงฤดู องศาของพระอาทิตย์หรือแสงแดดจะเบี่ยงเบนไป และด้วยความคิดแบบนั้นล่ะค่ะ ช่วงวันที่31/10/58 ก่อนจะไปงานสัปห์ดาหนังสือ บั๊มก็เลยนำแคคตัสสุดที่รักของบั๊ม ย้ายไปในที่โล่งและโดนแดดแบบสุดๆไปเลยในใจก็คิดว่า ลูกคงชอบและโตวันโตคืนแน่เลย โดยที่ยังไม่ได้รดน้ำด้วยค่ะทั้งๆที่เป็นวันครบรอบต้องรดน้ำให้แคคตัสแล้ว คิดง่ายๆแค่ว่าเดี๋ยวกลับมาค่อยรดตอนเย็นก็ยังทัน และเมื่อบั๊มกลับมาบ้านก็เจอแคคตัสบั๊มมีสภาพเป็นเช่นนี้ค่ะ

จากภาพข้างบนนี่คือแคคตัส/กระบองเพชรสุดที่รักของบั๊มค่ะ ซึ่งตอนแรกที่เห็นเรียกว่าตกใจมากเลยค่ะ ทำไม เกิดอะไรขึ้น เป็นแบบนี้ได้ยังไงล่ะ และพอสติกลับคืนมาก็คิดได้ว่าที่แคคตัสเราเหี่ยวเพราะเกิดจากสภาพที่โดนแดดและน้ำที่มีอยู่ในลำต้นเขาหายไปเพราะโดนแสงแดดที่แรงและยาวนาน จึงทำให้มีสภาพเป็นแบบนั้น รวมทั้งสีผิวของแคคตัสเปลี่ยนไปที่เขาเรียกว่า แดดเลีย มันเป็นแบบนี้นี่เอง และด้วยความคิดง่ายๆที่เข้ามาอีกรอบ เสียน้ำก็ต้องเติมน้ำให้เด็กๆ บั๊มก็เลยรีบรดน้ำให้เจ้าแคคตัสที่กำลังเหียวย่นเข้าไปซึ่งเวลาตอนที่บั๊มรดน้ำนั้นประมาณ 18.00 น.ได้แล้วค่ะ คิดแค่ว่ารดน้ำแล้วคงไม่เป็นไรคงไม่ถึงกับตายแน่ๆ และเช้าขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงแคคตัสสุดที่รักเลยรีบไปดูก็ได้เห็นสภาพที่ต้องตกใจเข้าไปอีกค่ะ

อย่างที่เห็นกันเลยค่ะ ใช่เลยค่ะ แคคตัสบั๊มเหี่ยวย่นและสีกระดำกระด่าง หมดเลย เช้าวันนั้นเป็นวันที่ทำให้บั๊มต้องรีบหาข้อมูลเพื่อช่วยแคคตัสบั๊มค่ะ สิ่งที่ได้มาก็คือ นี่คือสภาพต้นไม้ที่ช็อคจากการโดนแสงดัดที่จัดมากๆและพอตอนเย็นซึ่งมีความชื้นเข้ามาในอากาศก็ดันไปรดน้ำอีก สิ่งที่ได้คือ แคคตัสจึงมีสภาพเป็นแบบนี้ค่ะ สิ่งที่ต้องทำหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้คือ

1. นำแคคตัสที่โดนแดดทำร้ายแยกออกมาอยู่ในที่ร่มหรือโดนแดดแค่รำไรพอค่ะ

2. เมื่อครบรอบรดน้ำให้แคคตัสต้นอื่นรดน้ำตามปริมาณปกติแต่ต้นที่มีปัญหาบั๊มลดปรมาณน้ำลงค่ะ เพราะบั๊มรดน้ำให้แคคตัสไปในตอนเย็นวันนั้นทำให้แคคตัสลำต้นนิ่มมากเลยค่ะจับและกดนิดๆรู้สึกเลยค่ะว่าเขาลำต้นน่วมๆนิ่มๆยังไงก็ไม่รู้ค่ะ บั๊มจึงเข้าสู่ทฤษฎีให้น้ำขาดดีกว่าเกินค่ะ เพราะบั๊มเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตทุกชีวิตมีสัญชาติญาณการเอาตัวรอดค่ะ เมื่อเขาได้น้ำน้อยเขาจะรีบเร่งตัวเองหรือปรับสภาพตัวเองเพื่อให้อยู่รอดค่ะ ซึ่งอยากบอกว่าวิธีคิดแบบนี้มันใช้ได้ผลจริงๆค่ะ 1เดือนผ่านไปแคคตัสบั๊มก็เป็นแบบนี้ค่ะ

โดยรวมสภาพดีขึ้นค่ะ แต่มีบางต้นที่ยังต้องใช้เวลาบั๊มคิดเอาเองนะค่ะว่าส่วนหนึงเป็นเพราะโลบิเวียต้นนี้เขาต้นเล็กกว่าต้นอื่นๆและผิวของเขาก็ดูบอบบางกว่าต้นพวกยินโนและแอสโตร ค่ะ สภาพเหมือนคนผิวไหม้แล้วกำลังลอกเลยไหมค่ะ บั๊มมีภาพเปรียบเทียบจากวันแรกกับปัจจุบันว่าต้นไม้ฟื้นฟูตัวเองได้มากแค่ไหนมาให้ดูด้วยนะค่ะ

พอเห็นภาพเปรียบเทียบยิ่งรู้สึกเลยนะค่ะว่า แสงแดด เป็นสิ่งเราควรระวังเป็นอย่างยิ่งอย่าคิดอะไรไงง่ายๆแบบบั๊ม เพราะผลที่ตามมาไม่คุ้มกันเลยค่ะ ที่เหลือก็คงต้องค่อยๆฟื้นฟูให้สีของเขากลับมาไม่กระดำกระด่างซึ่งบั๊มเองก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะกลับมาเหมือนเดิม100% เลยรึป่าว แต่แค่เขารอดไม่ตายบั๊มก็รู้สึกดีใจแล้วล่ะค่ะ นี่ถือเป็นอีกหนึ่งบทเรียนของบั๊มค่ะ ครั้งหน้าบั๊มจะมาเล่า บทเรียนที่2 ซึ่งเป็นเรื่องอะไรติดตามอ่านได้ในครั้งหน้านะค่ะ สำหรับครั้งนี้ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านblog เล็กๆนี้นะค่ะ หวังว่ามันพอจะเป็นประโยชน์สำหรับท่านบ้างนะค่ะ ขอบคุณค่ะladybump20




Create Date : 29 พฤศจิกายน 2558
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2558 7:36:03 น.
Counter : 5965 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

bumpza
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]



เป็นผู้หญิงที่รักและหลงใหลแคคตัส/กระบองเพชร ชอบแต่งหน้าให้คนอื่นแต่ไม่ชอบแต่งหน้าให้ตัวเอง รักสวยรักงามแต่ขี้เกียจดูแลตัวเองให้สวยงาม ขี้อายในบางเรื่องและก็กล้าในบางเรื่องเช่นกัน แต่ทุกสิ่งที่ทำคือใจรักล้วนๆเพราะถ้าไม่รักบั๊มจะไม่ทำ