รักเด็กตาหวาน
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
25 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
Diary ของมิว V

โย่ว


Create Date : 25 มีนาคม 2552
Last Update : 25 มีนาคม 2552 23:48:20 น. 47 comments
Counter : 584 Pageviews.

 
555

เย้

อยากอ่านไดมิวต่อจังค่ะ รอมานาน ค้างๆคาๆ
นึกถึงสมัยน้องมิวอยู่มัธยมจัง


โดย: luvmew IP: 118.172.98.66 วันที่: 26 มีนาคม 2552 เวลา:10:36:26 น.  

 
13 กุมภาพันธ์ 2008



หญิงไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เราไม่อยากกวนเลยไม่ได้โทร หรือ ส่งข้อความอะไรอีก รอให้หญิงสบายใจขึ้น แล้วค่อยมาคุยกันดีกว่า



นั่งอ่านชีท Grammar อยุ่กับไอ้เอ็กซ์ อยุ่ๆมันก็กางหนังสือพิมพ์ อ่านดังๆขึ้นมาว่า แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของเด็กวัยรุ่นจะเสียตัววันวาเลนไทน์ แล้วมันก็หันมามองเรา หมายความว่ายังไงวะ มันยิ้มๆไม่พูดอะไร เตรียมจะถีบมัน ไอ้ต่อก็เดินหน้ามุ่ยมาหา ฝากไว้ก่อนเลยมึง ไอ้ต่อมาถาม จะซื้อดอกกุหลาบที่ไหนถูกๆ แฟนมันสั่งให้ซื้อสีแดง 99 ดอก จะไม่ยุ่งเลยถ้ามันจะไม่มายืมเงินเราไปซื้อ ไอ้แวนมาปรึกษาเรื่องของขวัญให้หญิง ทำยังกับเรามีประสบการณ์มากมายอย่างนั้นแหละ ไม่รุ้เว้ย น้องอาร์มส่องกระจกทั้งวัน หมุนซ้ายหมุนขวา เป็นนกเหรอมึง แต่วันนี้แซวยังไงมันก็ไม่โกรธ แป๊ก ขนาดน้องอ้วนยังโทรหาสาว คุยได้คุยดีทั้งวัน บรรยากาศเช้านี้สีชมพูไปหมด



จะมีก็แต่เจ้าปิงปอง มานั่งหน้าบึ้งอยู่ข้างเราตั้งแต่เช้าจนจะเที่ยงแล้ว ถามอะไรมันก็ไม่ตอบ เป็นบ้าอะไรวะ มารู้จากน้องแม็คว่า มันไปจีบสาวแล้วเค้าดันมาบอกเมื่อวานว่าชอบสาวด้วยกัน สงสารแต่ก็ขำว่ะ เห็นใจมันจริงๆ มารู้เอาก่อนวาเลนไทน์



โต้งโทรมาเมื่อตอนเที่ยงบอกว่า พรุ่งนี้โดดเรียนไปกินข้าว ดูหนัง ที่สยามกัน เกือบกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ ถึงเสียงโต้งจะนิ่งๆ เหมือนปกติ แต่พรุ่งนี้น่ะวันอะไรก็รู้ๆอยุ่ เราก็มีของให้โต้งเหมือนกัน ไม่รู้โต้งจะให้อะไรเรา ตื่นเต้น มีความสุข



ปล. เห็นว่าหญิง จะไม่ย้ายห้องแล้ว ดีใจนะ ดีใจจริงๆ



โดย: Happiiness IP: 115.67.121.82 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:39:22 น.  

 
13 กุมภาพันธ์ 2008



หญิงไม่ได้ตอบอะไรกลับมา เราไม่อยากกวนเลยไม่ได้โทร หรือ ส่งข้อความอะไรอีก รอให้หญิงสบายใจขึ้น แล้วค่อยมาคุยกันดีกว่า



นั่งอ่านชีท Grammar อยุ่กับไอ้เอ็กซ์ อยุ่ๆมันก็กางหนังสือพิมพ์ อ่านดังๆขึ้นมาว่า แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของเด็กวัยรุ่นจะเสียตัววันวาเลนไทน์ แล้วมันก็หันมามองเรา หมายความว่ายังไงวะ มันยิ้มๆไม่พูดอะไร เตรียมจะถีบมัน ไอ้ต่อก็เดินหน้ามุ่ยมาหา ฝากไว้ก่อนเลยมึง ไอ้ต่อมาถาม จะซื้อดอกกุหลาบที่ไหนถูกๆ แฟนมันสั่งให้ซื้อสีแดง 99 ดอก จะไม่ยุ่งเลยถ้ามันจะไม่มายืมเงินเราไปซื้อ ไอ้แวนมาปรึกษาเรื่องของขวัญให้หญิง ทำยังกับเรามีประสบการณ์มากมายอย่างนั้นแหละ ไม่รุ้เว้ย น้องอาร์มส่องกระจกทั้งวัน หมุนซ้ายหมุนขวา เป็นนกเหรอมึง แต่วันนี้แซวยังไงมันก็ไม่โกรธ แป๊ก ขนาดน้องอ้วนยังโทรหาสาว คุยได้คุยดีทั้งวัน บรรยากาศเช้านี้สีชมพูไปหมด



จะมีก็แต่เจ้าปิงปอง มานั่งหน้าบึ้งอยู่ข้างเราตั้งแต่เช้าจนจะเที่ยงแล้ว ถามอะไรมันก็ไม่ตอบ เป็นบ้าอะไรวะ มารู้จากน้องแม็คว่า มันไปจีบสาวแล้วเค้าดันมาบอกเมื่อวานว่าชอบสาวด้วยกัน สงสารแต่ก็ขำว่ะ เห็นใจมันจริงๆ มารู้เอาก่อนวาเลนไทน์



โต้งโทรมาเมื่อตอนเที่ยงบอกว่า พรุ่งนี้โดดเรียนไปกินข้าว ดูหนัง ที่สยามกัน เกือบกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ ถึงเสียงโต้งจะนิ่งๆ เหมือนปกติ แต่พรุ่งนี้น่ะวันอะไรก็รู้ๆอยุ่ เราก็มีของให้โต้งเหมือนกัน ไม่รู้โต้งจะให้อะไรเรา ตื่นเต้น มีความสุข



ปล. เห็นว่าหญิง จะไม่ย้ายห้องแล้ว ดีใจนะ ดีใจจริงๆ



โดย: Happiiness IP: 115.67.121.82 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:41:09 น.  

 
14 กุมภาพันธ์ 2008







เมื่อคืนเรานั่งห่อของขวัญทั้งคืน ซื้อกระดาษมาเป็นสิบแบบ โต้งชอบสีฟ้า แต่เราไม่รู้แบบไหนดี เลยลองห่อหมดทุกแบบ กว่าจะเสร็จก็เกือบเที่ยงคืน นั่งมองของขวัญกล่องเล็ก ๆ ด้วยความภูมิใจ ได้ทำอะไรให้โต้งเรามีความสุข หวังว่าโต้งจะชอบพวงกุญแจรูปไก่ที่เราซื้อให้ ไม่ค่อยหวานเท่าไหร่ แต่เราอยากให้อะไรที่โต้งจะได้ใช้ อะไรที่จะอยู่ติดตัวโต้งตลอดเวลา โต้งจะซื้ออะไรให้เราน้า ตุ๊กตาหมีเหรอ ก็ชอบเหมือนกันนะ แต่โต้งให้อะไรเราก็ชอบทั้งนั้น วาเลนไทน์ไม่เคยมีความหมายอย่างนี้มาก่อน







นัดเจอโต้งตอนสิบโมงเช้า ที่ชั้นสองสกาล่า เรามาตรงเวลาแต่โต้งมาก่อนอีก โต้งยิ้มรับเรามาจากชั้นสอง พอเราเดินมาถึง ก็สังเกตุว่าไม่เห็นมีของขวัญเลย ตุ๊กตาหมีล่ะ เราผิดหวังนิดหน่อย แต่เพิ่งสิบโมงเอง โต้งคงเก็บไว้ให้ตอนเย็นๆ ตอนนี้ไปเที่ยวให้สนุกก่อนดีกว่า โต้งถามว่าเราอยากทำอะไร ตกลงกันว่าจะไปกินไอติมกันก่อน เพราะเราอยากกินมาก แล้วค่อยไปกินข้าว ยังเลือกหนังที่จะดูไม่ได้ ไว้กินข้าวก่อนค่อย ตัดสินใจ







ในที่สุดก็เลือกจะดุเรื่อง Deathnote : L Change the world เราสองคนเป็นแฟนแอลทั้งคู่ ชอบคนแสดงด้วย หน้าตาอัจฉริยะแบบโรคจิตดี ไอ้แวนโทรมาตอนกำลังซื้อตั๋วถามว่าจะชวนหญิงไปกินข้าว ร้านไหนดี รำคาญเลยบอกมันว่า กูไม่รุ้ กูออกเดทอยู่ มึงจัดการเอง ไม่รอให้มันเริ่มด่า เรารีบปิดโทรศัพท์หนี ไม่งั้นมันด่าไม่เลิกแน่ ลืมไปว่าโต้งยืนอยู่ข้างๆ คิดว่าใช้เสียงเบาที่สุดแล้ว แต่เห็นโต้งยิ้มเหมือนกำลังกลั้นหัวเราะ ได้ยินใช่ไหมเนี่ย ให้ตายเถอะอุตส่าห์วางฟอร์มมาตั้งแต่เช้า หมดกัน โต้งถามว่าเอาแถวไหน เรายังเขินอยุ่ไม่ได้มอง ตอบโต้งว่าตรงไหนก็ได้ หนังไม่ดีเหมือนตัวอย่างที่ดูแต่ ชอบแอลเลยพอทนไหว แอบน้ำตาซึมตอนแอลลาเนียร์ โต้งเห็นเราตาแดงตอนออกจากโรง เลยแซวว่า เสียดายเงินเหรอ เออ เพิ่งนึกได้ วันนี้โต้งจ่ายทั้งวันเลย เรารีบหยิบเงินค่าข้าวกับค่าหนังส่งให้ โต้งยิ้ม ไม่ยอมรับ บอกว่าไว้วันหลังให้เราเลี้ยงบ้าง ก็ตามใจละกัน







โต้งถามว่าอยากทำอะไรต่อ เรานึกขึ้นได้ว่าอยากได้รองเท้าสีแดง เลยชวนโต้งไปเดินหากัน เจอร้านนึงถูกใจแต่ใส่ไม่ได้เสียดาย อีกร้านก็แพงเกินไป คู่ละสี่พันกว่าไม่ไหว ดุนาฬิกาเกือบห้าโมงแล้ว เราเดินหารองเท้าเกือบสองชั่วโมง มิน่าเมื่อยขาน่าดุ โต้งก็แสนดีไม่บ่นสักคำ จนเราเริ่มเกรงใจ เลยชวนโต้งไปนั่งกินขนมที่ร้านขนมเหมือนเดิม ทั้งที่เป็นวันธรรมดา แต่คนก็เยอะไม่มีที่นั่ง เปลี่ยนใจไปกินเค้กที่สตาร์บัคแทน ชอบชอคโกแลตร้อนร้านนี้แพงแต่อร่อย เข้มข้นดี พอได้นั่งก็แทบไม่อยากลุก แอร์เย็นจนน่านอนสักงีบ นั่งคุยกับโต้งเรื่องไร้สาระ เพลินๆดี โต้งถามว่าจะไปเดินหาอีกไหม เรายังอยากได้แต่ขี้เกียจเดิน เลยบอกโต้งไว้วันหลังค่อยมาใหม่ โต้งยิ้ม ท่าทางโต้งจะไม่สนุกเท่าไหร่ เพราะไม่เห็นโต้งมองหาอะไรเลย ได้แต่ช่วยเราหารองเท้า ถามโต้งว่าอยากไปไหนต่อ โต้งบอกว่าแล้วแต่เรา ก็เลยไปกินข้าวที่ร้าน TEA FOR 2 ชั้นสี่ สยามเซ็น ร้านนี้เค้กก็อร่อย แต่โต้งไม่ค่อยชอบบอกว่าไม่ค่อยหวาน เราชอบร้านนี้เพราะตกแต่งน่ารักดี เหมือนร้านอาหารในสวน คนไม่ค่อยเยอะดีด้วย กำลังจะสั่งอาหาร มีเด็กผู้หญิงใส่ชุดนักเรียน ม.ต้น มาขอลายเซ็นกับถ่ายรูป โต้งเป็นช่างภาพอีกแล้ว วันนี้มีคนจำเราได้เข้ามาทัก ขอลายเซ็นต์ ขอถ่ายรูปทั้งวัน โต้งบอกวันหลังจะอัดรูปเราขายใบละสิบบาท เออดีนะ ขายกันซึ่งๆหน้า เราหัวเราะ ยังดีที่ตอนกินข้าวไม่มีใครเข้ามากวน ได้แต่มองห่างๆ จะว่าไปเราก็เริ่มชินกับการเป็นจุดสนใจ จะมีเขินบ้างเป็นบางครั้ง ในหัวนึกถึงคำพูดของพี่เดียว คนเขามาดุเราให้ความสนใจกับเรา เพราะเขาชอบงานชอบตัวตนของเรา อย่าทำให้เค้าผิดหวัง







กินข้าวเสร็จชวนโต้งไปซื้อของที่ร้าน LOFT สยามดิส เผื่อโต้งเห็นตุ๊กตาน่ารักๆ อาจจะนึกได้ว่าต้องให้ของขวัญเรา ใช่ไหมโต้ง วันนี้ทั้งวันไม่เห็นโต้งพุดถึง เราเองก็เกือบลืม แต่ของขวัญในกระเป๋ากางเกงยังเตือนเราว่า รอก่อนนะ รอให้โต้งให้ก่อน โต้งถามว่าอยากซื้ออะไร เราก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่อยากเดินเฉยๆ ใครจะกล้าบอกล่ะว่า อยากได้ของขวัญ ผ่านชั้นตุ๊กตาตั้งหลายรอบ โต้งก็ไม่พูดอะไร จนเราหยิบตุ๊กตาหมีสีขาวขึ้นมาดู พูดเบาๆว่า น่ารักเนอะ โต้งมองตุ๊กตาในมือเราบอกว่า ไว้ซื้อให้วันเกิดเราละกัน อ้าว เรางง นี่โต้งไม่ได้จะให้ตุ๊กตาเราหรอกเหรอ แล้วโต้งจะให้อะไรเราล่ะ ตื่นเต้นกว่าเดิมอีกนะเนี่ย โต้งเดินไปดูปากกา เรามองตามหลังโต้ง ยิ้มกับตัวเอง มีความสุข







จะสองทุ่มแล้ว เรากำลังลองเสื้ออยู่ โต้งตะโกนเข้ามาว่า อีกครึ่งชั่วโมงต้องกลับบ้านแล้ว เรายิ่งตื่นเต้น โต้งคงให้ของขวัญเราก่อนกลับแน่ๆ แต่โต้งก็โบกมือลาเราขึ้นรถเมล์ไป แค่บอกว่าแล้วเจอกัน ทั้งที่เตือนตัวเองไว้แล้วว่าอย่าหวังให้มาก แต่ก็อดคิดไม่ได้ แค่นี้เองเหรอวาเลนไทน์แรกของเรา สมเพชตัวเอง ของขวัญที่อุตส่าห์ห่อเองกับมือยังนอนนิ่งอยู่ในกระเป๋ากางเกง ใครจะกล้าให้ถ้าเกิดโต้งถามว่าให้ทำไม เราคงอายแทบแทรกแผ่นดินหนี ถือซะว่าไปกินข้าวกันแบบเพื่อนเหมือนปกติน่ะแหละดีแล้ว







ถึงบ้านตอนสามทุ่ม เปิดมือถือวางไว้ เสียง sms ดังขึ้นทันที ไม่อยากอ่าน แต่กลัวเป็นเรื่องงาน ปรากฎว่าโต้งส่งข้อความมา “โต้งไม่รู้จะให้อะไรมิว ก็เลยให้เวลาละกันนะ วันนี้โต้งให้เวลาทั้งวันของโต้ง เป็นของขวัญกับมิว สุขสันต์วันวาเลนไทน์ โต้ง” อ่านจบ เราปาดน้ำตาไม่รู้กี่รอบ แต่มันก็ไม่ยอมหยุดไหลสักที โต้งบ้า ซึ้งชะมัด มาบอกอะไรเอาตอนนี้ แล้วเราจะให้ของขวัญโต้งไงดีเนี่ย ให้ตายเถอะ กับข้อความแค่ไม่กี่คำก็ทำให้หัวใจของเราพองโต ยิ้มทั้งน้ำตาเหมือนคนบ้าได้







ตอนนี้ทุกเศษเสี้ยววินาที ย้อนกลับมาในหัวเราเหมือนฉายหนังย้อนกลับ ตั้งแต่เจอกัน จนแยกจากกัน วันนี้ 14 กุมภาพันธ์ 2008 เวลาหนึ่งวันของโต้ง เป็นของเรา เอาไว้พรุ่งนี้นะโต้ง เราจะให้เวลาของเราเป็นของขวัญกับโต้งบ้าง





ปล. ขอบคุณสำหรับพวงกุญแจหมีทูยู นะหญิง เราจะเอาไว้ห้อยกระเป๋า ดีใจที่หญิงชอบดอกไม้ของเรา



โดย: Happiiness IP: 115.67.121.82 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:42:07 น.  

 
15 กุมภาพันธ์ 2008






เมื่อคืน มิวสิควีดีโอ ของพวกเราฉายเป็นครั้งแรก รับโทรศัพท์คนโน้นคนนี้หูชาเลย ไม่มีเวลาโทรบอกโต้ง เลยส่ง sms ไป หวังว่าโต้งคงได้ดู หน้าตาตลกจริงๆด้วย คนบ้าอะไรเดินร้องเพลงทำตาลอยไป ลอยมา แถมคอเอียงตลอดอีก มิน่าวันนั้นพี่เดียวด่าเละ ต้องปรับปรุงตัว ความจริงถ่ายกันตอนบ่ายๆ แต่ทีมงานปรับแสงจนเหมือนถ่ายตอนกลางคืน คอมพิวเตอร์ทำได้ทุกอย่างจริงๆ เพราะถ้าถ่ายตอนเย็น หรือ ค่ำ คนจะเยอะมาก คอนโทรลงานยาก





ช่วงเช้านั่งอ่านหนังสือกับไอ้สามตัว อาศัยชีทที่สนทำให้เป็นหลัก คิดถึงสนเหมือนกัน อีเมลล์ล่าสุดเห็นว่ากำลังเที่ยวอยุ่ จะส่งรูปมาให้ดู ไอ้แวนหน้าบึ้งๆ เห็นไอ้ต่อบอกว่า หญิงไม่ไปกินข้าวด้วย ไม่รับดอกไม้ แต่มีคนเห็นหญิงถือดอกคาร์เนชั่นตอนกลับบ้าน ดีที่มันไม่ถามเราว่าใครให้ ไม่รุ้มันจะทำไงต่อ





ตอนเที่ยงโต้งโทรมาถามว่า ชอบของขวัญไหม เรายิ้มกับตัวเอง รู้สึกเหมือนตัวจะลอยได้ บอกโต้งว่า ชอบมาก ไม่ลงทุนดี โต้งขำ เราบอกโต้งว่ามีของให้โต้งเหมือนกัน โต้งมาจะค้างหรือเปล่าวันนี้ โต้งตอบว่า อาจจะไปถึงดึก เพราะต้องไปเลี้ยงส่งเพื่อน แล้วก็ส่งขึ้นเครื่องบินเลย น่าจะประมาณตีหนึ่ง ไม่เกินตีสอง แต่โต้งจะโทรเข้ามาก่อน เราถามโต้งว่า ได้ดูมิวสิคเราเมื่อวานไหม โต้งเงียบไป คงไม่ได้ดูมั้ง แต่พักนึงโต้งก็ตอบว่าได้ดู เราน่ารักดี คำชมของโต้งมีผลกับเราเสมอ เรายิ้มแก้มแทบปริ จู่ๆโต้งก็พูดขึ้นมาว่า ถ้าเราดังแล้วจะเปลี่ยนไปไหม เรางง ไม่เข้าใจ โต้งหัวเราะ บอกเราว่า ก็เผื่อเราได้เล่นหนังเล่นละคร โต้งจะได้เป็นผุ้จัดการให้ไง เออโต้งพูดจาวกวน คนละเรื่องกันเลยนะ โต้งวางสายไปแล้ว เราก็เริ่มคิด ถ้าวงออกัสดัง แล้วต้องไปเล่นต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ เราก็อยากให้โต้งไปด้วยนะ เพ้อเจ้อแล้วนายมิว อัลบั้มเต็มยังไม่ทันได้ออก ฝันจะดังทั่วประเทศ ตื่นๆๆๆๆ





โต้งโทรมาตอนตีสองกว่าๆ เสียงงัวเงียๆ เรารีบลงไปเปิดประตูให้ ดีที่โต้งเมาไม่น่าเกลียด ไม่เหมือนไอ้เอ็กซ์ กับ ไอ้ต่อ เมาทีไร ร้องเพลงลั่นบ้าน ไล่ให้โต้งไปอาบน้ำ เพราะกลิ่นหึ่งมาก โต้เดินโซเซเกือบชนประตูห้องน้ำ ต้องช่วยประคองไม่งั้นได้ล้มหัวฟาดแน่ เออ ตลกดี ไม่เคยเห็นโต้งแบบนี้ อาบน้ำเสร็จโต้งค่อยดูดีขึ้น แต่ยังมึนๆอยู่ เรายื่นกาแฟดำให้ จะได้สร่างเมา หยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาเช็ดผมให้ โต้งเล่าให้ฟังว่าเพื่อนบินไปแล้ว ใจหายเหมือนกัน เพราะคบกันมานาน เราแซวว่า เลยฉลองเต็มที่ โต้งหัวเราะ เป็นเราก็คงใจหายเหมือนกัน ถ้าเพื่อนสนิทจะจากไปไกล เหมือนตอนที่รู้ว่าโต้งต้องย้ายบ้าน เรายังจำได้ เราคิดว่าคงไม่มีใครดีกับเรา ทำให้เราสนุกกับชีวิตได้เหมือนโต้งอีกแล้ว จริงซะด้วยซิ





ท่าทางโต้งเหมือนยังไม่ค่อยสร่างเมา เอาแต่จ้องเรา ตาโต้งหวานกว่าปกติ ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์แน่ๆ เราชักไม่ค่อยอยากสบตาด้วย เพราะหัวใจเริ่มเต้นเร็วผิดปกติ ทั้งที่โต้งมาค้างบ้านเราหลายครั้งแต่เราก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี โต้งโอบไหล่เราเข้ามาซบอก ใกล้จนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงไม่แพ้กันเลย ทั้งที่ใช้สบุ่ก้อนเดียวกัน แต่กลิ่นหอมอ่อนๆจากตัวโต้งทำให้เราตื่นเต้นจนขนลุก เราเงยหน้าขึ้นมองโต้ง พอดีกับที่โต้งก้มลงมาจูบเรา นี่เป็นจูบที่สาม ไม่รู้จะนับทำไมหนอเรา ถ้าจูบแรก คือ หยดน้ำ จูบ ที่สอง คือ แม่น้ำ จูบ นี้ก็คงเป็นเหมือนทะเลวันที่คลื่นแรง เพราะมันทำให้เรารู้สึกกลัวมากว่าอบอุ่นชุ่มฉ่ำหัวใจ เหมือนทุกที ท่าทางโต้งจะไม่ยอมหยุดแค่จูบด้วยซิ เราเริ่มรู้สึกหัวหมุน ไม่ใช่รุ้สึกไม่ดี แต่มันเร็วเกินไปหรือเปล่า เราไม่แน่ใจ แต่ก็ไม่ได้ห้ามโต้ง จะเรียกว่าเราให้ความร่วมมือก็ไม่ผิด ทุกอย่างมันเป็นไปตามธรรมชาติ จนเราคิดว่าอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เหมือนหูเราได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง สติกลับมาอย่างรวดเร็ว จากสภาพที่เป็นอยุ่ เรารู้เลยว่าหน้าแดงมาก นี่เรามานอนบนเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย โต้งก็เหมือนเพิ่งรู้สึกตัวเขินเหมือนกัน เรารีบรับโทรศัพท์ ไอ้เอ็กซ์โทรมา มันถามว่าจะเจอกันกี่โมงพรุ่งนี้ เรานัดให้มันมารับที่บ้าน พี่สาวมันจะขับรถไปส่งที่บริษัท บอกไปว่าให้มาประมาณสิบโมง ไอ้เอ็กซ์ได้ยินเสียงโต้งไอ เลยแซวเราว่า เดี๋ยวนี้โต้งมาค้างทุกอาทิตย์เลย ระวังจะกลายเป็นแปดสิบเปอร์เซ็นต์เร็วๆนี้ เรามองหน้าโต้ง ด่าไอ้เอ็กซ์ไปหลายคำ โต้งมองหน้าเรา คงสงสัย





พอวางสายไอ้เอ็กซ์ เราก็ไม่รุ้จะวางมือไว้ตรงไหน ยังเขินกับเหตุการณ์เมื่อกี้ เกือบไปแล้วนะ อีกนิดเดียว ต้องขอบคุณไอ้เอ็กซ์ไหมเนี่ย โต้งถามว่า เราด่าไอ้เอ็กซ์ทำไม ความจริงเราก็ด่ามันอยุ่บ่อยๆ แต่หน้าเราแดงด้วยคราวนี้ แถมยังมองหน้าโต้งอีกตอนด่า เราไม่รุ้จะตอบยังไง กำลังคิด โต้งก็เขยิบเข้ามาใกล้ ถามอีกที เราเลยเผลอตอบว่า ไอ้เอ็กซ์แซวที่โต้งมาค้าง ระวังเราจะกลายเป็นแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ตายห่า เราปิดปากไว้ไม่ทัน โต้งยิ่งสงสัยใหญ่ ถามอีกว่า หมายความว่ายังไง เราถอนหายใจ ไม่น่าเล้ยนายมิว ยิ่งพูดยิ่งเข้าตัว ไม่ตอบก็ไม่ได้ เกิดโต้งไปถามไอ้เอ็กซ์จะแย่ไปกันใหญ๋ เราเลยตอบเร็วๆ กะให้โต้งฟังไม่ชัดว่า ไอ้เอ็กซ์อ่านเจอในหนังสือพิมพ์ แปดสิบเปอร์เซ็นต์ของเด็กวัยรุ่นจะเสียตัววันวาเลนไทน์ มันคิดอะไรบ้าๆน่ะ โต้งมองเราหน้าตาจริงจัง พูดเบาๆ ข้างหูว่า ก็ใครว่าโต้งไม่คิด เราตกใจ กระโดดลงมายืนข้างเตียงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พูดอะไรไม่ออก มองหน้าโต้ง คิดในใจ ถ้าโต้งจะทำอะไรขึ้นมาจริงๆ ทำไงดีเนี่ย เราก็ตัวนิดเดียว สู้ไม่ได้แน่ หรือจะไม่สู้ดี โต้งเมานี่น่ากลัว เราไม่เคยเห็นโต้งเป็นอย่างนี้มาก่อน ที่สำคัญเรากลัวใจตัวเองเป็นที่สุด เมื่อกี้จะโทษโต้งคนเดียวก็ไม่ได้ โต้งเมา แต่เรานี่ซิ ไม่รู้จะทำยังไง เลยบอกโต้งว่าจะไปเอาของที่ห้องอาม่า แล้วรีบวิ่งออกจากห้อง หัวใจยังเต้นไม่เป็นจังหวะ มื่อสั่นตอนติดกระดุมเสื้อ





นั่งสงบสติอารมณ์ที่ห้องอาม่าเกือบสิบนาที เราค่อยๆย่องกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ดีที่โต้งหลับไปแล้ว เราหยิบหมอนข้างมาวางคั่นกลางระหว่างเรากับโต้ง อย่างน้อยถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ยังรู้ตัวก่อน เราค่อยหายใจคล่องขึ้น กำลังเคลิ้มๆจะหลับเราก็ได้ยินเสียงโต้งดังแว่วข้างหูว่า ถ้าจะทำจริงๆ คิดว่าหมอนข้างนี่ช่วยอะไรเราได้เหรอ เสียงโต้งเจือกับเสียงหัวเราะขำๆ เราไม่กล้าลืมตา จนได้ยินเสียงกรนๆเบาของโต้ง คราวนี้คงหลับไปแล้วจริงๆ ให้ตายเถอะมาแกล้งคนอื่นให้ใจเต้นนี่สนุกนักเหรอไงนะ จะนอนหลับไหมเนี่ยเรา





ปล. เราจะยังไงดีหญิง



โดย: Happiiness IP: 115.67.121.82 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:43:07 น.  

 
16 กุมภาพันธ์ 2008







ตื่นเช้ามาก็ไม่เห็นโต้งแล้ว มีโน๊ตแปะไว้ที่ตุ๊กตาบนหัวเตียงเหมือนเดิม ดีแล้ว เพราะคงไม่กล้าสุ้หน้าโต้งเหมือนกัน เมื่อวานทำลงไปได้ยังไงวะ อายชิบเลย







ไอ้เอ็กซ์โทรเข้ามาบอกว่ารออยุ่หน้าปากซอย เรารีบวิ่งออกจากบ้านไม่ทันได้ส่องกระจก หวีผม ไว้ไปทำที่บริษัท พอขึ้นรถไอ้เอ็กซ์ก็หันมาด่าเราทันที ว่ามาช้า เดี๋ยวโดนใบสั่ง เออ ๆ กูผิด จู่ๆ มันก็มองเรานิ่งไม่พูดอะไรอีก จนเราต้องเป็นฝ่ายถาม มันไม่ตอบแต่ยื่นเสื้อคลุมให้เรา พี่สาวไอ้เอ็กซ์ยิ้มให้เราแบบแปลกๆ งงว่ะ มันบอกใส่ไว้เหอะไม่ต้องพูดมาก เป็นบ้าอะไรวะไอ้นี่ ใส่ก็ได้ จนมาถึงบริษัท ไอ้เอ็กซ์รีบดึงเราเข้าห้องน้ำ หันหน้าเราไปดูกระจกชัดๆ ตายห่าแล้วกู รอย kiss markที่ซอกคอชัดมาก ใส่เสื้อคอกลมมาอีกต่างหาก เรารูดซิปขึ้นถึงคอ หน้าแดงจนร้อน ไอ้เอ็กซ์ ล็อคประตูห้องน้ำ เดินตรงมาหาเรา มันถามเสียงเข้มว่า เราใช้ถุงยางหรือเปล่า เราตกใจ ส่ายหน้าแรงๆ จนชักมึนหัว พูดติดๆขัดๆว่า เราไม่ได้มีอะไรกับโต้ง ไอ้เอ็กซ์ดึงคอเสื้อลงมา ชี้ที่รอยแดงๆตรงคอเรา มันตะคอกเราว่า นี่รอยจูบชัดๆ มันว่าแล้วโต้งมาค้างบ่อยๆ คงเกิดเรื่องขึ้นสักวัน เราอายจนไม่รู้จะทำยังไง อยากกลับบ้าน ไม่อยากให้ใครเห็น ไอ้เอ็กซ์คงไม่บอกใคร ไม่น่าเลยเรา ทำไมไม่ห้ามโต้งนะเมื่อคืน เราก้มหน้าไม่กล้าสบตาไอ้เอ็กซ์ เห็นมันขี้เล่นขี้แกล้งอย่างนี้ เวลาจริงจัง น่ากลัวชิบ เรารูดซิบเสื้ออีกครั้งกุมคอเสื้อไว้แน่น ไอ้เอ็กซ์ถอนหายใจออกมาเสียงดัง มันบ่นพึมพำอะไรฟังไม่ออก หูเราอื้อ สักพักมันก็เดินมาตบไหล่เรา บอกว่า มันก็เรื่องธรรมดาแหละ ใครๆเขาก็ทำกัน ยังไงก็ป้องกันทุกครั้งนะ เราพยายามจะบอกมันอีกครั้งว่ายังไม่มีอะไรเกินเลยจริงๆ แต่ไอ้เอ็กซ์ไม่ฟัง เปิดประตูห้องน้ำเดินออกไปแล้ว ทำไงดีเรา







ไอ้ต่อมาตามเราที่ห้องน้ำ บอกว่าพี่อ๊อดรออยุ่ เราก้มหน้าเดินตามหลังไอ้ต่อ มันไม่ถามอะไร ไอ้เอ็กซ์คงไม่ปากสว่างนะ ก่อนเข้าห้องประชุม ไอ้ต่อกระซิบบอกเราให้ปล่อยมือจากคอเสื้อได้แล้ว แค่รูดซิบก็ไม่เห็นแล้ว เราแทบอยากจะวิ่งออกไปจากตึกเดี๋ยวนั้นเลย ไอ้เอ็กซ์ ไอ้เลว







พี่อ๊อด บรรยายความสำเร็จของพวกเราจากอัลบั้มอินดี้ชุดก่อน รวมถึงการโปรโมททางวิทยุ และโทรทัศน์ จนทำให้วงของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น กลุ่มแฟนเพลงเริ่มขยายวงกว้างจากนักเรียนม.ต้น และ ม. ปลาย มาเป็น นักศึกษามหาลัย พนักงานบริษัท แนวเพลงที่มีจุดยืน ฝีมือดนตรีแน่นๆ พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเราไม่ได้มีดีแค่วงดนตรีมัธยม ทางบริษัทพร้อมที่จะสนับสนุนออกัสให้ก้าวต่อไป เริ่มจาก single พิเศษ รับวันวาเลนไทน์ ที่ปล่อยตามวิทยุได้เกือบเดือนแล้ว เทปจะวางแผงพรุ่งนี้ ที่สำคัญตอนนี้มิวสิควีดีโอของเราโดนขอให้เปิดมากเป็นอันดับสอง ทุกคนตื่นเต้น ดีใจ เราก็เหมือนกัน ถ้าไม่เรื่องคงจะดีกว่านี้ โดนพี่อ๊อดดึงไปไหว้ใครต่อใครเต็มไปหมด ตาลายจำไม่ค่อยได้ แต่พอรู้สึกตัวก็เผลอกุมคอเสื้อไว้ กลัวใครเห็นรอยที่คอ พี่เดียวเริ่มสงสัย ถามว่าเราเป็นหวัดเหรอ เราตอบแกว่าเจ็บคอนิดหน่อย แกเลยยอมให้เราไปนั่งพัก







เราเดินไปนั่งข้างๆ ไอ้แวน มันคุยโทรศัพท์อยู่คงไม่สนใจเรา น้องๆคนอื่นในวง สนใจกับอาหารตรงหน้ามากกว่าอาการผิดปกติของเรา ไอ้เอ็กซ์ยื่นจานไก่ทอดกับข้าวเหนียวมาให้ เราขอบใจมันเบาๆ มันก็ตบหัวเราเบาๆ เหมือนกัน เราเงยหน้าขึ้นมอง เจอมันยักคิ้วให้ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นในห้องน้ำ ไอ้ต่อเอาน้ำเปล่ามาให้ มันถามว่าอยากกินอะไรอีกหรือเปล่า เราส่ายหน้า ก้มหน้ากินไก่ทอด ไอ้แวนวางสายแล้ว มันเอนตัวมากระซิบบอกเราว่า หรือเราจะกินไก่โต้ง เราตกใจหันไปมองหน้ามัน ไอ้ต่อเคี้ยวไส้กรอกทอดอยู่ แต่ก็ยังไม่วายแซวเราว่า สงสัยเราจะโดนกินมากกว่า พวกมันคุยกันเหมือนเรื่องธรรมดา ๆ เราเริ่มงง ไอ้เอ็กซ์หยิบไก่ทอดในจานเราไปกิน มันย้ำให้เราใช้ถุงยางด้วย เราถอนหายใจเสียงดัง บอกไอ้สามตัวว่า เรายังไม่มีอะไรลึกซึ้งกับโต้ง แค่กอดจูบกันนิดหน่อย พวกมันทำหน้าไม่เชื่อ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร พวกมันไม่ได้แปลกใจที่เราจะมีอะไรกับโต้ง ทำไมล่ะ มันไม่เร็วไปหรอกเหรอ พวกเรายังไม่จบ ม.หก กันเลยนะ หรือว่าพวกมันก็ ……………………………………..







เกือบบ่ายสอง เราโทรไปหาโต้ง ทั้งที่รู้สึกอึดอัดถ้าจะเจอหน้าโต้ง แต่เราอยากได้ยินเสียงโต้งสักนิดก็ยังดี โต้งไม่รับสายเรา โทรซ้ำอีกสองรอบ ก็ยังไม่รับ หรือโต้งจะลืมเอามือถือไปด้วย ไม่มีอะไรหรอก เราก็ลืมออกบ่อย ไว้ตอนเย็นๆค่อยโทรอีกที ไม่แน่โต้งอาจโทรมาก่อนก็ได้ ไอ้เอ็กซ์เรียกให้เข้าไปถ่ายรูปหมู่ พยายามฝืนยิ้มเต็มที่ ใจไม่ค่อยดี







ดูนาฬิกา จะสี่ทุ่มแล้ว โทรหาโต้งอีกเป็นครั้งที่ร้อยแล้วมั้ง ไม่อยากฝากข้อความ หรือ ส่ง sms เราอยากได้ยินเสียงโต้ง คราวนี้เป็นไม่มีสัญญาณตอบรับ เหมือนปิดเครื่อง อยากโทรเข้าโทรศัพท์บ้าน แต่กลัวจะรบกวนน้านีย์กับน้ากร บอกตัวเองว่า ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีอะไร คิดมากไปเองนะ เมื่อวานโต้งยังกอดเรา จูบเราอยู่เลย มันต้องมีคำอธิบาย ไว้พรุ่งนี้ค่อยโทรอีกที อย่าคิดมากนายมิว







ปล. คิดถึงนะหญิง



โดย: Happiiness IP: 115.67.121.82 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:44:08 น.  

 
17 กุมภาพันธ์ 2008





วันนี้นัดกับพี่เดียวไปถ่ายแบบที่สยามแต่เช้า นอนไม่พอตาบวมนิดหน่อย พี่เดียวมารับหน้าบ้าน มองตาเราแล้วตบหัวทีนึง เรารู้ตัวรีบขอโทษอ้างว่าอ่านหนังสือดึก แกเข้าใจแต่ก็บ่นๆๆ ขึ้นรถได้ก็หลับ ถึงสยามตอนแปดโมงเช้า หวังว่าจะทำงานเสร็จเร็วๆ จะได้ไปเดินหารองเท้าสีแดงที่อยากได้ ส่ง sms บอกโต้งว่ามีงานที่สยามช่วงเช้า มาเจอกันตอนบ่ายได้ไหม เรายังไม่ได้ให้ของขวัญโต้งเลย วันนี้จะได้เลี้ยงข้าวโต้งด้วย อยากกินพิซซ่า ใช้เวลาแต่งหน้าเกือบสองชั่วโมงอีกแล้ว ไม่เข้าใจจะทาครีมอะไรนักหนา เออ เราลืมใช้ครีมที่พี่เดียวให้ไป หวังว่าพี่แกจะไม่ถาม ตอนแรกพี่ช่างแต่งหน้าจะดัดขนตาให้ด้วย แต่พี่เดียวห้ามเด็ดขาด ไม่อยากให้เราหน้าหวานไปกว่านี้ ไม่ใช่นักร้องบอยแบนด์ พี่ช่างแต่งหน้าบ่นอุบ แกบอกเราผู้ชายหน้าสวยกำลังฮิต อยากกันคิ้วให้เราด้วย เราบอกไม่ดีกว่า โดนจับทาแก้มทาปาก มองกระจกแล้วตกใจ ปากชมพูเชียว ตลกว่ะ ถ้าไอ้เอ็กซ์เห็นมีหวังล้อว่าเราเหมือนลิงแน่ๆ ถามพี่เดียวว่ามันมากไปไหม พี่แกบอกพอถ่ายก็มองไม่ค่อยออก นั่งรอทีมงานจัดเซ็ท กันคน ทีมงานคนนึงมากระซิบว่า มีคนเห็นเราเดินอยู่แถวนี้เลยมาถาม แกบอกให้ระวังโดนรุม ชักเสียวๆ ทำไมโต้งไม่โทรมานะ ไม่สบายหรือเปล่า โทรไปกี่ทีก็ไม่รับสาย ไม่ตอบกลับข้อความของเราด้วย



เริ่มถ่ายเกือบสิบโมง ดีที่พี่ทีมงานช่วยแนะนำ หันซ้ายหันขวา ก้มหน้า ดึงคอเสื้อ รู้สึกเหมือนหุ่นยนต์เข้าไปทุกที จริงๆน่าจะถ่ายเสร็จก่อนเที่ยง แต่คนเริ่มมุงทำเอาเราเสียสมาธิ เพราะโดนเรียกชื่อบ่อยๆ พอได้พักก็มาขอถ่ายรูป ขอลายเซ็นต์ พอเซ็นต์ให้คนนึงอีกหลายคนก็รุมเข้ามา จนพี่เดียวต้องกันเราเข้าไปพักที่เต๊นท์ โดนด่าว่าหยิ่ง เราใจเสีย ถามพี่เดียวว่าออกไปให้ลายเซ็นต์เขาดีไหม แต่พี่เดียวสั่งเราเสียงเข้ม ห้ามเด็ดขาด เมื่อกี้ก็โดนดึงจนแขนเป็นรอย ถ้าออกไปอีกได้โดนทึ้งแน่ กว่าจะถ่ายเสร็จเกือบบ่ายสอง โทรหาโต้งอีกหลายครั้งแต่ไม่มีสัญญาณตอบรับ เครียดมากทั้งเรื่องผุ้คนที่พยายามดันรั้วเข้ามา โต้งก็ไม่รับสาย สุดท้ายพี่ๆ ต้องกันเราวิ่งขึ้นรถตู้ คนเยอะชักหายใจไม่ออก เหมือนจะเห็นโต้ง พอมองดีๆก็ไม่เห็นแล้ว สงสัยเหนื่อย ร้อน ตาฝาด คิดถึง อยากได้ยินเสียง



ถึงบ้านเรารีบโทรเข้าบ้านโต้ง รออยู่สักพักได้ยินเสียงน้านีย์รับสาย เราชักหวั่นๆ แต่เป็นห่วงโต้งมากกว่า ปรากฎว่าโต้งไปบ้านเพื่อนตั้งแต่เช้า โต้งสบายดี เอามือถือไปด้วย เรามองโทรศัพท์นิ่งๆ โทรหาโต้งอีกหลายครั้ง โต้งไม่รับสายเราจริงๆ



ไอ้เอ็กไปต่างจังหวัดกับพ่อแม่ ไอ้แวนกับไอ้ต่อ ไม่รับสาย โทรหาน้องปิงปอง ก็โดนตัดสายทิ้ง คงยุ่งมั้ง ไม่ได้คุยกับหญิงเลยตั้งแต่วันวาเลนไทน์ อยากโทรหาใครสักคน แต่ก็ไม่รู้จะโทรหาใคร เหงา มันกลับมาอีกแล้วอาม่า มิวเหงาจังเลย ป้าอรก็ไม่อยู่ ไปตลาดมั้ง ทำไมโลกนี้ มันกว้างใหญ่เหลือเกิน ทั้งที่มันใหญ่อย่างนี้ มิวก็ไม่รู้จะไปไหนดี มิวรออาม่าอยู่ที่นี่ได้ไหม วันนึงอาม่าจะกลับมาหามิวใช่ไหม ทำไมอาม่าใจร้ายทิ้งมิวไปอย่างนี้ มิวไม่มีใครแล้วจริงๆนะอาม่า เราไม่สนใจจะเช็ดน้ำตาอีกแล้ว ให้มันไหลอาบหน้าไป



ป้าอรมาปลุกให้เราลงไปกินข้าวเย็น แกเห็นเราตาแดงๆ ถามว่าไม่สบายหรือเปล่า เราไม่อยากให้แกไม่สบายใจ เลยพยักหน้ารับ ป้าอรวางยาพาราสองเม็ดไว้ข้างๆ แก้วน้ำ แกบอกกินแล้วให้นอนเยอะๆ วันนี้ป้าอรทำราดหน้าปลาเต้าซี่ของโปรดเราด้วย อร่อยจัง เราเดินไปกอดป้าอร แกคงงง ตั้งแต่โตมาเราไม่เคยกอดแกเลย ขอบคุณจริงๆ ที่ป้าอรไม่ทิ้งเราไปอีกคน



หยิบมือถือมาดูอีกรอบ ไม่มีใครโทรมา ไม่มีข้อความ บอกใจให้ยอมรับความจริง นี่แหละคือความจริงของชีวิตนายมิว ถามตัวเองซิว่าอยู่ได้ไหม เราตอบตัวเองว่า อยู่ได้ ต้องอยู่ได้ซิ เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ได้เจอทุกคนที่โรงเรียนอีก หญิงก็อยู่บ้านตรงข้ามคงได้เจอกันเร็วๆนี้แหละ แล้วตอนดึกๆ ค่อยโทรไปหาโต้งอีกที สักสี่ทุ่มโต้งคงกลับบ้านดุแลให้น้ากรเข้านอนเรียบร้อยแล้ว น่าจะมีเวลาคุยกับเรา รอย kiss mark ที่โต้งทำไว้หายไปตั้งแต่เมื่อวาน มันหายไปพร้อมๆกับโต้ง จูบแสนหวานคืนนั้นเป็นจูบสุดท้ายที่เราได้จากโต้งหรือไง





ปล. เคยได้ยินไหมหญิง มีคนบอกว่า ช่วงเวลาแห่งความสุขมักจะสั้นเสมอ เพราะเราไม่ระแวงว่ามันจะจบลงเมื่อไหร่ ถ้ามันเป็นจริงอย่างนั้น ขอร้องละ ขอเวลาอีกนิดได้ไหม



โดย: Happiiness IP: 115.67.121.82 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:45:05 น.  

 
18 กุมภาพันธ์ 2008











ตื่นมาเช้านี้ตาบวมเป่งเลย หยิบมือถือมาดู ไม่มีใครโทรมาอยู่ดี บอกกับตัวเองว่าจะโทรหาโต้งเป็นครั้งสุดท้าย โต้งไม่รับอีกแล้ว ตามใจละกัน จะไม่โทรหาอีกแล้ว เราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่ ไม่มีโต้งเราก็อยู่มาได้ตั้งหลายปี







นั่งทำโจทย์เลขอยู่คนเดียว ไอ้เอ็กซ์ยื่นถุงเซเว่นให้ นึกว่าขนมกำลังอยากกิน ไอ้ห่า มันดันให้ถุงยางกลิ่นสตรอเบอรี่เรา กำลังจะลุกขึ้นต่อยมัน ไอ้แวนยื่นมือมาตบหัวไอ้เอ็กซ์เสียงดังมาก มันด่าไอ้เอ็กซ์ที่ล้อเราแรงๆอย่างนี้ วงกำลังไปได้สวย ถ้าเกิดเรางอนหายไปอีก คราวนี้พี่อ๊อดคงไม่ให้โอกาสออกัสเป็นครั้งที่สองแน่ๆ เสียงไอ้แวนไม่ใช่เบา ทำไอ้เอ็กซ์ซึม หลบไปนั่งสงบๆที่มุมห้อง เรากลืนน้ำลายแทบไม่ลง ถึงจะด่าไอ้เอ็กซ์ แต่ที่ไอ้แวนพูดเข้าตัวเราเต็ม เลยหลบไปนั่งอีกมุม น้องปิงปองวิ่งเข้ามาชวนไปกินข้าว ไอ้แวนรีบยัดกล่องถุงยางใส่กระเป๋าเรา เกือบไป ไม่หิวเท่าไหร่ เขี่ยข้าวเล่น น้องปิงปองมองหน้าเรา ถามขึ้นว่า เราชอบแบบมีกลิ่นเหรอ เราตกใจเงยหน้ามอง มันบอกเราต่อว่า ใช้แบบธรรมดาดีกว่า มีกลิ่นใช้แล้วคัน เราทำช้อนหล่นเลย เจ้าปิงปองเพิ่งจะม.ห้า ทำไมไวไฟอย่างงี้วะ ไอ้แวนส่ายหน้าแต่ไม่พูดอะไร ก้มหน้ากินข้าวต่อ ไอ้เอ็กซ์ยักคิ้วใส่เรา คุยเรื่องถุงยาง ดีวีดีหนังเอ็กซ์ เรื่องอย่างว่ากับเจ้าปิงปองหน้าตาเฉย หน้าเราร้อนขึ้นเรื่อยๆ ถึงจะรู้ว่าพวกมันคงเคยๆ แล้ว แต่ก็ไม่เคยมาพูดกันต่อหน้าเรานี่ มันคงคิดว่าเรามีอะไรกับโต้งแล้ว ฟังได้ เราเก็บจานกับแก้วน้ำลุกขึ้น ไอ้เอ็กซ์ถามจะไปไหน ใจจริงอยากจะบอกว่า กูยังไม่เคย ไม่อยากฟังเรื่องพวกนี้ แต่ก็ตอบมันว่า จะไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด







อดใจไม่ไหว โทรหาโต้งอีกที คราวนี้โต้งรับ โต้งถามว่า เรามีธุระอะไรหรือเปล่า เรากัดฟันแน่น นี่คือคำพูดของคนที่แสดงออกว่ารักเรามากมายเมื่อคืนวันศุกร์เหรอ โต้งรุ้บ้างมั๊ยว่าเราเป็นห่วงแค่ไหน กลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ กลัวไปทุกอย่าง เราตอบโต้งว่า ไม่มีอะไร แค่อยากรุ้ว่าโต้งสบายดี เท่านี้ละ เราจะวางสาย ก็ได้ยินโต้งเรียกชื่อเราเบาๆ เรารอให้โต้งพูด แต่โต้งก็ไม่พูด เราวางสาย แปลกที่รุ้สึกดีใจ อย่างน้อยโต้งก็สบายดี โต้งคงมีปัญหาบางอย่าง น้านีย์หรือเปล่า







เจอหญิงที่หลบหน้าเรามาหลายวัน หญิงยิ้มให้เราฝืนๆ เรายื่นกูลิโกะอัลมอนด์ให้ หญิงแปลกใจแต่ก็ยิ้มรับ เราชอบเวลาหญิงยิ้มมากกว่าร้องไห้ ถ้ามีอะไรที่เราทำให้หญิงยิ้มได้อย่างนี้ตลอดไปก็คงดี ไอ้แวนชอบมาถามว่าหญิงชอบกินขนมอะไร (ทำไมไม่ถามกันเองวะ) เรื่องอะไรจะบอกว่าหญิงชอบกินชอคโกแลตอัลมอนด์ที่สุด ชวนหญิงมาฟังเดโมเพลงใหม่ หญิงถามว่าทำไมแต่งเพลงอกหัก เกือบจะบอกแล้วว่าพี่อ๊อดสั่งมา แต่ไม่รุ้ทำไม เรายิ้มให้หญิงเฉยๆ ถามหญิงกลับว่าชอบไหม หญิงมองหน้าเรายิ้มตอบ บอกว่าชอบมาก แช่งให้เราอกหักเร็วๆ หญิงจะได้ปลอบเผื่อเราจะเห็นใจ หญิงหัวเราะ เราก็หัวเราะด้วย เราหยิบอัลมอนด์ชอคโกแลตมากิน โดนหญิงตีมือ เรางง หญิงบอกให้หญิงแล้วเป็นของหญิงต้องขอก่อนซิ หญิงหยิบอัลมอนด์ในมือเราไปแกะห่อออก ยื่นให้ที่ปาก ตอนเด็กหญิงก็ชอบป้อนขนมเรา เวลาหญิงอารมณ์ดีๆ จะเอาใจเราเป็นพิเศษ นี่หญิงกลับมาเหมือนเดิมแล้วใช่ไหม เรากินชอคโกแลตที่หญิงป้อนอย่างมีความสุข ดีใจที่ได้เพื่อนคนเดิมกลับมา หญิงถามว่าอัลบั้มเต็มออกเมื่อไหร่ เราก็ไม่แน่ใจ พี่อ๊อดบอกว่าผุ้บริหารจะมาออดิชั่นวันอาทิตย์ตอนเย็น หวังว่าจะทำได้ดี หญิงบอกจะเอาใจช่วย นั่งคุยกับหญิงเรื่องมหาลัย จนเกือบทุ่ม ม๊าหญิงตะโกนเรียกไปกินข้าว หญิงหันมายิ้มให้เราก่อนออกไป











อ่านสังคมจบ ตอนเกือบตีหนึ่ง นึกถึงเพลงที่เคยชอบเมื่อปีที่แล้ว หยิบไอพอดมานอนฟัง







ศิลปิน : อะแค็ปเปลล่าเซเว่น (A Cappella 7)
อัลบั้ม : A Cappella 7
เพลง : ดึก

ดึกแล้ว เธอคงนอนหลับใหล ส่วนฉันทำไมหวั่นใจไม่รู้
แสงจันทร์ยังส่องพราว ดวงดาวบนฟากฟ้า คืนนี้ใจฉันไขว่คว้าหาเธอ

* ป่านนี้ ใจเจ้าลอยไปอยู่ไหน หลับฝันถึงใครไม่รู้
ฉันคนเดียวเปลี่ยวใจ หวั่นไหวและไร้คู่ มีฟ้ามีดาวอยู่เป็นคู่ใจในคืนนี้

** อยากรู้ สุดหยั่งลึกจริงๆนะใจคนเรา
เหม่อดูฟ้าใจเธอก็เหมือนเป็นดาว ที่พร่างพราวเป็นหมื่นล้าน
เปรียบเหมือน ความลี้ลับของราตรีกาล
ยิ่งเนิ่นนาน ตัวฉันยิ่งไม่เข้าใจ

(ซ้ำ * , **)

แล้วเมื่อไหร่ ที่เธอนั้นจะทำให้ฉันได้เข้าใจ







ปล. อยากรุ้จังเลยหญิง อยากรุ้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโต้ง



โดย: Happiiness IP: 115.67.121.82 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:45:49 น.  

 
19 กุมภาพันธ์ 2008







ตอนเช้ากำลัง จะเริ่มอ่านภาษาไทย ไอ้เอ็กซ์เดินมานั่งข้างๆ จ้องจนเราเริ่มรำคาญ สักพักมันก็ยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ๆ ถามเราว่า ครั้งแรกเป็นไงมั่ง เราถอนหายใจเสียงดัง ขี้เกียจแก้ตัว มันจะคิดยังไงก็เรื่องของมัน เลยบอกมันว่า ก็ดี ไอ้เอ็กซ์หัวเราะ ตบไหล่เราแรงๆทีนึง เจ็บว่ะ มันบอก ขอโทษ เราหันไปมองมัน ไม่เข้าใจ มันเล่าให้ฟังว่า เมื่อวานไปกินข้าวกับเด็กใหม่ ตอนจะออกจากร้าน เพิ่งเห็นว่าโต้งนั่งกินอยุ่กับเพื่อน มันได้ยินเพื่อนโต้งล้อโต้งเรื่องนักร้องนำวงออกัส ซึ่งก็คือเรา เพื่อนโต้งเพิ่งรู้ว่าโต้งมาค้างบ้านเราคืนวันศุกร์ เลยรุมถามว่า มีอะไรกับผุ้ชายเป็นยังไงบ้าง โต้งโมโหมาก แทบจะต่อยเพื่อนคนนั้น เพื่อนอีกคนรีบเข้ามาห้าม ท่าทางเพื่อนคนนี้จะสนิทกับโต้งมากกว่าคนอื่น เพราะรีบบอกเพื่อนคนอื่นๆ ว่า เรากับโต้งยังไม่มีอะไรกัน โต้งถึงได้มานั่งเครียดอย่างนี้ ไอ้เอ็กซ์เลยสงสัยเราน่าจะยังไม่มีอะไรกับโต้ง มันขอโทษเราอีกที แต่มันยกถุงยางกล่องนั้นให้เรา บอกเผื่อฉุกเฉิน ถีบมันจังๆได้ทีนึง ปากหมาไม่เลิกไอ้นี่ ไอ้แวนมาเรียกไอ้เอ็กซ์ไปช่วยขนของ เรานั่งคิดเงียบๆ นี่ซินะสาเหตุ โต้งโกรธเราเรื่องคืนนั้นที่เราหนี เราคงทำท่าเหมือนรังเกียจโต้ง







โต้งไม่รับโทรศัพท์เรา อีกแล้ว ทำไมนะ โกรธเราจริงๆ ใช่ไหม อยากบอกโต้งว่าเราไม่ได้รังเกียจเรื่องนั้นหรอกแค่ตกใจ ถ้าโต้งไม่พูดกับเราอีก จะทำยังไงดี เราเคยชินกับชีวิตที่มีโต้งอยู่ข้างๆ โต้งคือความทรงจำที่มีความสุขที่สุดสำหรับชีวิตที่เคยเงียบเหงา โลกที่เคยมีแต่เรา ถ้าไม่มีโต้งเราจะมีใครให้คอยคิดถึง จะยิ้ม จะหัวเราะได้แบบทุกวันนี้ไหม โต้งทำอะไรให้เราตั้งหลายอย่าง ทั้งดูแลเราเป็นห่วงเรา เรื่องแค่นี้เองนายมิว ทำไมจะทำให้โต้งไม่ได้ คนอื่นเขาก็ทำกัน ไม่ใช่เรื่องใหญ่ซะหน่อย บอกตัวเองอย่างนั้นแต่เราก็ไม่แน่ใจเอาซะเลย ไม่เคยมีแฟนแล้วจะรุ้ได้ยังไงว่าต้องทำยังไง







ตอนบ่ายฟังไอ้แวนปรับเสียงเดโมอีกรอบ ไอ้เอ็กซ์โยนหนังสือโป๊ให้ไอ้ต่อข้ามหัวไป เรามองตามชักอยากรู้ว่าข้างในเป็นยังไง จะเอื้อมมือไปหยิบ ไอ้ต่อก็รีบคว้าไปก่อน บอกว่า เราเป็นเด็กดี อย่ามาดูเลยของพวกนี้ อะไรวะที่เมื่อวันก่อนไม่อยากฟัง ไม่อยากดู พวกมันก็ยัดเยียด ทีวันนี้อยากจะรู้มันก็ขัดคอ ซื้อเองก็ได้วะ เราเหลือบมองชื่อหนังสือ ไว้ซื้อตอนขากลับ ไอ้ต่อกับไอ้แวนไปคุยเรื่องงานโรงเรียนกับบราเดอร์สวัสดิ์ ไอ้เอ็กซ์โทรหาสาวที่มันกำลังจีบอยู่ หนังสือเล่มนั้นวางอยู่ใกล้ๆมือเรา มองซ้ายมองขวาแอบหยิบมาจนได้ รีบยัดใส่กระเป๋า พวกมันมีหลายเล่มคงไม่รู้หรอก







พี่อ๊อดส่งรถมารับตอนสี่โมงครึ่ง ออดิชั่นเลื่อนเป็นเสาร์เช้า ซ้อมเพลงใหม่ อย่างเดียว เพลงเก่าพวกเราไม่ค่อยมีปัญหา น้องอ้วนเสียงแตกจริงๆ ดีที่ปรับโทนไว้ก่อนตอนแต่ง รู้สึกเสียงจะเข้ากันได้ดีขึ้น นับว่าโชคดี โต้งโทรมาตอนสองทุ่ม เราอยุ่ในช่วงพักพอดี แค่ได้ยินเสียงโต้งเราก็ตื่นเต้น สมองมันคิดถึงแต่เรื่องคืนนั้น เรื่องที่ไอ้เอ็กซ์เล่า แล้วยังหนังสือโป๊ในกระเป๋าอีก โต้งถามว่าเราสบายดีไหม คิดถึง เราบอกว่าซ้อมอยุ่ จะต้องออดิชั่นกับผู้บริหารของค่ายเสาร์นี้ ชวนโต้งมาดูซ้อม โต้งนิ่งไป ตอบว่าช่วงนี้ต้องอ่านหนังสือดึก ยิ่งภาษาไทย กับ เลข ยังไม่ค่อยชัวร์เลย แต่ถ้าเราว่างวันอาทิตย์โต้งชวนไปกินข้าวที่สยาม เพราะเรายังไม่ได้รองเท้าสีแดงที่อยากได้เลย เรารับปาก ต่อให้มีซ้อมก็จะโดดละ ไม่กล้าถามโต้งว่าทำไมไม่รับโทรศัพท์เราตั้งหลายวัน แค่โต้งโทรมา ก็แสดงว่ายังห่วงกันอยู่







กลับถึงบ้านเราหันไปมองเตียงนอน นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนวันศุกร์ ถามตัวเองว่ารู้สึกยังไง มันก็ดีนะ จริงๆแล้วดีมากๆ เลย ยิ่งนึกถึงรอยยิ้มของโต้งเวลาที่ได้อยุ่ด้วยกัน หัวเราะด้วยกัน รีบหาที่ซ่อนหนังสือ จำได้ไอ้เอ็กซ์เคยยัดเยียดหนังโป๊ให้เมื่อปีที่แล้วไปเก็บไว้ตรงไหนวะ หรือจะถามมันดี เออ เสริชทางเนตก็ได้นี่ ให้ตายเถอะอะไรวะ เปิดเวปนึงทำไมมันเด้งขึ้นมาเป็นลูกโซ่ ไม่กล้าคลิกต่อกลัวโดนไวรัส เซฟเดโมไว้หลายเพลงด้วย ปกติเขาซื้อกันแถวไหนนะ วันก่อนไอ้เอ็กซ์บอกจะไปซื้อแผ่นใหม่ที่คลองถม วันธรรมดาเขาจะขายไหมเนี่ย



โดย: Happiiness IP: 115.67.121.82 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:46:36 น.  

 
20 กุมภาพันธ์ 2008



ตอนบ่ายซ้อมเบาๆที่ห้องดนตรีของโรงเรียน ไอ้แวนเล่นคีย์บอร์ด เราร้องคลอ เออใช้ได้ น้องอ้วนพยายามโหนเสียงตามความเคยชิน ต้องจับมันมาเทรนด์ ตัวต่อตัวอีกรอบ เพลงช้าเพลงใหม่ ชื่อเพลง “คนธรรมดา” ตอนแต่งเนื้อก็รุ้สึกว่าเศร้า พอมาร้องตอนนี้ ยิ่งอินไปกันใหญ่ น้ำตาจะไหลเหมือนเอาชีวิตตัวเองมาเขียน น้องอ๋องกับน้องแม็คถึงกับเดินมาชม ขอเทคนิค ทำยังไงจะร้องได้เข้าถึงแบบเรา แนะนำให้พวกมันลองอกหักดู



กลับถึงบ้านเกือบห้าโมง เปลี่ยนเสื้อผ้า ทำใจ คลองถมอยุ่ไม่ไกลจากบ้าน เราใส่หมวกแก๊ปปิดหน้าพอสมควร หวังว่าจะไม่มีคนจำเราได้ เดินวนไปวนมาที่หน้าแผงหลายรอบ เอาไงดีวะเดินเข้าไปซื้อเลยดีไหม คนขายเริ่มมองเราแปลกๆ เรายื่นเงินให้ร้อยนึง คนขายถามว่าเอาแบบไหน เราบอกแบบไหนก็ได้ คนขายหยิบแผ่นสองแผ่นใส่ถุง เรารีบเก็บใส่กระเป๋าแทบจะวิ่งกลับบ้าน รู้สึกเหมือนลอบซื้อยาบ้า ตำรวจจะจับไหมเนี่ยซื้อหนังโป๊ ความจริงก็ไม่มีใครสนใจเราหรอก แต่เราวิตกจริตไปเอง กลับถึงบ้าน ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะดูแผ่นไหนก่อน ไม่เป็นไรอย่างน้อยก็ซื้อมาแล้วไม่ต้องรีบดูวันนี้ก็ได้ เราซ่อนแผ่นหนังไว้ใต้แผ่นซีดีเก่าๆ ป้าอรจะไม่มายุ่งกับซีดีเพลงของเราแน่นอน ช่วงนี้มีแต่เรื่องให้ตื่นเต้น ชักจะหายใจไม่ทัน



โต้งโทรมาถามว่า จะเอาขนมไหม พรุ่งนี้เจอหญิงที่สยาม จะฝากไปให้ โต้งยังจำได้เวลาซ้อมหนักๆ เราชอบกินของหวาน บอกโต้งว่าเอา จะฝากเงินหญิงไปด้วย โต้งขำ บอกเราว่า ไม่ต้องเพราะอาทิตย์นี้เราจะต้องเป็นคนเลี้ยง โต้งจะกินซิสเล่อร์ กับ ไอติมฮาเกนดาส เราร้องโอย แต่ละอย่างแพงชะมัด ต่อรองมาได้เป็นซิสเล่อร์ กับ สเวนเซ่นส์ เราถามโต้งว่าอ่านหนังสือเตรียมสอบไปถึงไหนแล้ว โต้งถอนหายใจเสียงดัง บ่นว่า อยากเลื่อนวันสอบไปอีกสองเดือน ยังไม่ค่อยมั่นใจ เราเองก็เหมือนกัน อยากคุยต่อ แต่โต้งต้องไปช่วยน้านีย์ย้ายเตียง ไม่เป็นไร พรุ่งนี้ก็ได้คุยอีก ขอแค่โต้งไม่หายไปเหมือนเมื่อเสาร์อาทิตย์ที่แล้ว จะให้เราทำยังไงก็ได้ ล็อคประตูดีแล้ว เลือกแผ่นหนังที่เพิ่งซื้อมา เปิดคอมพ์ ยังไงก็ต้องมีวันนี้นายมิว



ปล. เอ่อ……………………………………………………………………………………



โดย: Happiiness IP: 115.67.204.227 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:50:27 น.  

 
21 กุมภาพันธ์ 2008





เมื่อวานรุ้สึกเหมือนได้นั่งรถไฟเหาะตีลังกาหลายรอบ เป็นครั้งแรกที่ตั้งอกตั้งใจดูหนังโป๊อย่างจริงจัง เขินๆทั้งที่ไม่ใช่ครั้งแรก ตอนไปนอนค้างบ้านไอ้เอ็กซ์ปีก่อน มันกับไอ้ต่อก็เปิดดูกันทั้งคืน ดีที่พ่อแม่มันไม่อยุ่ ตอนที่มันให้แผ่นมาก็เคยดุผ่านๆ อาย เราคงเป็นเด็กผู้ชายที่อ่อนหัดที่สุดในโรงเรียนแน่ๆ เคยคิดเหมือนกัน ถ้าโต้งไม่ย้ายบ้านไปก่อน เรากับโต้งอาจจะยังเป็นแค่เพื่อนกันหรือเปล่า คิดๆดู เรากลัวที่จะรัก เพราะกลัวการสุญเสีย ถ้าไม่เคยมีก็ไม่ต้องกลัวที่จะเสียอะไรไป เคยปล่อยให้ชีวิตว่างเปล่ามานาน แต่ตอนนี้เรายอมเปิดใจรับโต้งเข้ามาในชีวิตแล้ว เราจะไม่ยอมเสียโต้งไปอีกครั้ง เพราะเรารู้ดีโต้งก็รักเรา แล้วเรื่องนั้นก็ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายสักหน่อย เราออกจะชอบด้วยซ้ำไป บางที่เราน่าจะเป็นฝ่ายเริ่มบ้าง ให้โต้งรู้ว่าเราไม่ได้รังเกียจ



โต้งโทรมาตอนเที่ยง เราหน้าแดงทั้งที่โต้งยังไม่ทันได้เริ่มพุดอะไร เราคิดอะไรบ้าๆอยุ่เต็มหัว เราบอกโต้งว่า ตื่นเต้นกับ ออดิชั่นเสาร์นี้มาก อยากชวนโต้งมาดูแต่กลัวจะยิ่งตื่นเต้นไปกันใหญ่ โต้งให้กำลังใจเรา บอกว่าเราทำได้แน่นอน ตอนนี้โต้งเตรียมเก็บเงินไว้ซื้ออัลบั้มเต็มของเราแล้ว เรายิ้ม รุ้สึกถึงกำลังเต็มเปี่ยมจากโต้ง ก่อนวางสาย โต้งบอกว่า น้านีย์จะไปสัมนาที่ ระยอง เสาร์อาทิตย์ นี้ น้ากรอาจจะไปด้วยยังไม่แน่ ลุงหมออยากให้น้ากรไปพักผ่อนต่างจังหวัดบ้างเหมือนกัน โต้งต้องอยุ่เฝ้าบ้านคนเดียว



เสาร์อาทิตย์นี้ อีกแค่สามวัน โต้งจะบอกอะไรเราหรือเปล่า



ตอนเย็น พี่เดียวนำทีมพวกเราไปไหว้พระที่ศาลเจ้าพ่อเสือ เราเคยไปกับอาม่าเมื่อตอนเด็กๆ พี่เดียวแกก็เด็กเยาวราชเหมือนกัน ก่อนกลับไปแวะเดินหาอะไรกินที่ถนนดินสอ ไอ้ต่อจะกินขนมปังปิ้ง ร้านมนต์ ระหว่างทางเรารั้งไอ้แวนไว้ ไม่ใช่คำถามง่ายๆเลย แต่เราก็ถามไปจนได้ว่า ครั้งแรกของมันเป็นยังไงบ้าง ไอ้แวนหน้าแดง ตบหัวเราเต็มแรงแก้เขิน มันเล่าให้ฟังว่า ก็จำไม่ค่อยได้ มันไปเที่ยวกับพี่มัน แล้วพี่มันก็จัดการให้ ฝ่ายผู้หญิงเป็นงาน แล้วมันก็ไม่เล่าต่อ หันมาจ้องเรา มันคงรุ้ว่าเราถามทำไม มันตบไหล่เราเบาๆ บอกว่า คุยกันให้รุ้เรื่อง แล้วก็ใช้ถุงยางด้วย ต่อให้เป็นคนที่ไว้ใจขนาดไหนก็ตาม เราหน้าแดง พอๆ กันมัน ดีที่ไอ้แวนไม่พูดอะไรต่อ ขอบใจว่ะ



วันนี้ซ้อมผ่านฉลุย พี่อ๊อดยังแปลกใจ พี่เดียวบอกว่า สงสัยเจ้าพ่อเสือจะฟังคำขอของพวกเรา ทุกคนขำ บรรยากาศในห้องซ้อมทำให้เราอบอุ่น เหมือนอยุ่ที่บ้าน แต่เป็นบ้านที่เต็มไปด้วยเพื่อน พี่ น้อง เวลาได้ทำงานที่ชอบ ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนก็ไม่บ่น



กลับถึงบ้านตอนสี่ทุ่มครึ่ง หยิบถุงยางที่ไอ้เอ็กซ์ให้มาเมื่อวันก่อน ยัดใส่กระเป๋าช่องสุดท้ายที่มีซิป ดีเหมือนกันไม่ต้องตากหน้าไปซื้อเอง พรุ่งนี้ซื้อขนมครกไปฝากไอ้เอ็กซ์หน่อยดีกว่า



ปล. เราไหว้เผื่อหญิงด้วย ขอให้หญิงสุขภาพแข็งแรง



โดย: Happiiness IP: 115.67.204.227 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:51:28 น.  

 
22 กุมภาพันธ์ 2008







ตอนเช้านั่งทำข้อสอบปีเก่าๆอยุ่กับไอ้ต่อ ไอ้เอ็กซ์นั่งอยุ่ใกล้ตาเป็นหมีแพนด้าน่ากลัวมาก กลัวมันจะน็อคไปก่อนได้สอบเอเน็ท บอกให้มันนอนมันก็ไม่ยอม หันไปดูอีกทีหลับคาโต๊ะไปแล้ว ไอ้แวนยื่นถุงกระดาษให้เรา แต่ไม่ยอมให้เปิดที่โรงเรียน มันกระซิบบอกว่าคุ่มือสุขศึกษา งง แต่ก็เดาได้ไม่ยากหนังอย่างว่านั่นแหละ เออทำไมไม่ให้ตั้งแต่เมื่อวานซืนวะ จะได้ไม่ต้องหลบไปซื้อ เราเก็บใส่กระเป๋า ไอ้ต่อมองเหมือนจะถาม แต่มันก็ไม่ถาม ขอบใจว่ะเพื่อน







โทรหาโต้งตอนก่อนกินข้าว โต้งถามเราก่อนว่า พร้อมหรือยังสำหรับออดิชั่นวันพรุ่งนี้ เราตอบว่า เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ คราวมจริงตอนซ้อมปกติก็มีผู้บริหารหลายคนลงมาดู ออดิชั่นพรุ่งนี้ก็แค่ทำเป็นทางการ โต้งแซวเราว่า ต้องรีบขอลายเซ็นไว้ก่อนแล้ว เราหัวเราะ ถามโต้งว่า เสาร์อาทิตย์นี้ เราไปนอนค้างเป็นเพื่อนไหม ตอนรอคำตอบเรากลั้นหายใจโดยไม่รุ้ตัว โต้งเงียบไปพักนึงเหมือนคิดอะไรอยุ่ จนในที่สุดโต้งก็ตอบว่า ไม่เป็นไรอยุ่คนเดียวได้ เราไม่แน่ใจว่ารุ้สึกยังไง ผิดหวัง เสียใจ หรือดีใจ ทำได้แค่นี้เหรอนายมิว คิดถึงตอนที่โต้งมาดุแลนายตอนขาเจ็บซิ วันวาเลนไทน์โต้งให้ในสิ่งที่เด็กขี้เหงาอย่างเราต้องการที่สุด เวลาหนึ่งวันที่โต้งให้ เต็มไปด้วยความห่วงใยใส่ใจ ยิ่งคิดก็ยิ่งเป็นแรงผลักดัน เราถามโต้งอีกครั้งว่า ออดิชั่นตอนเช้า ตอนบ่ายเราว่าง ไปหาโต้งที่บ้านละกัน ตั้งแต่คืนวันเลี้ยงต้อนรับพี่แตง (พี่จูน) เราก็ไม่ได้ไปบ้านโต้งอีกเลย โต้งเหมือนจะปฎิเสธเราอีกที แต่เราไม่ฟัง บอกโต้งว่าจะซื้อข้าวเข้าไปให้ แล้วจะโทรถามอีกทีว่าจะกินอะไร เราพูดเร็วมาก โต้งฟังทันไหมเนี่ย ไม่เป็นไรพูดไปแล้วโล่งอก โต้งบอกว่า ก็ตามใจ ฟังจากน้ำเสียงเหมือนโต้งกำลังยิ้มอยุ่ เรายิ้มกับตัวเอง ถ้าครั้งนี้เราเป็นฝ่ายเริ่ม คงทำให้โต้งรุ้ว่าเราคิดยังไง น่าจะเป็นอย่างนั้น เราเองก็ไม่แน่ใจ







บางครั้งเราคิดว่าโต้งก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย แค่ไม่รับสายเราวันเสาร์อาทิตย์ที่แล้ว แต่ในใจลึกๆบอกเราว่า มีอะไรบางอย่างผิดปกติ เรื่องนั้นอาจจะไม่ใช่สาเหตุทั้งหมดก็ได้ หลายๆครั้งที่เจอกัน แค่ได้คุย ได้ใช้เวลาร่วมกัน โต้งก็มีความสุขท่าทางของโต้งบอกอย่างนั้น ถึงบางทีโต้งจะดูเหงาๆ แต่โต้งก็เป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว มีอะไรชอบเก็บไว้ในใจ อีกอย่างโต้งเป็นคนชอบตามใจคน เวลาไปกินข้าวกันโต้งจะถามเราหรือเพื่อนคนอื่นๆก่อนว่าจะกินอะไร โต้งสั่งทีหลังเสมอ หลายวันมานี้ นอกจากเรื่องนั้น เราเริ่มคิดว่าโต้งชอบอะไรบ้าง ชอบกินอะไร ชอบดูหนังแบบไหน ยิ่งคิดก็ยิ่งรุ้ว่าเราไม่ค่อยรุ้เรื่องส่วนตัวของโต้งเท่าไหร่ จนถึงวันนี้ ขนาดไอติมรสที่โต้งชอบเรายังไม่แน่ใจ เพราะโต้งชอบบอกแต่ว่ากินอะไรก็ได้ ไปไหนก็ได้ แล้วแต่เรา โต้งเป็นคนใจดี คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองตลอด เราอยากทำอะใรให้โต้งบ้าง อยากให้โต้งรู้ว่าคนนี้คิดถึงโต้งก่อนตัวเองเหมือนกัน







ถึงบริษัทตอนห้าโมงกว่าๆ พี่อ๊อดให้ไปลองชุดเตรียมไว้ถ่ายปกอัลบั้ม เราแปลกใจ พี่เดียวมากระซิบบอกว่า ผุ้ใหญ่อนุมัติแล้ว พรุ่งนี้แค่มาออดิชั่นพอเป็นพิธี พี่อ๊อดบอกพรุ่งนี้จะคุยเรื่องสัญญา แล้วก็รายละเอียดต่างๆ ให้พวกเราบอกผุ้ปกครองด้วยว่าอาจจะต้องเชิญมาคุย หรือถ้าไม่สะดวกทางโทรศัพท์ก็ได้ พวกเราช็อค ไอ้เอ็กซ์ตะโกนขึ้นมาก่อนคนแรก พวกเราที่เหลือก็เฮกันดังลั่น พี่อ๊อดตะโกนห้าม ก็ไม่ได้ผล เลยส่ายหน้าเดินออกจากห้องไป แป๊บนึงพี่เดียวมาตะโกนห้าม ถึงได้หยุดกันได้ ไม่อยากคิดเลยว่าพวกเราจะมีวันนี้ ไอ้เอ็กซ์เดินเข้ามากอดไหล่เรา ดึงไปถ่ายรูปกับพี่อ๊อดไว้เป็นที่ระลึกสำหรับวันสำคัญของวงออกัส พี่อ๊อด พี่ชายที่เห็นแววของพวกเรา ยอมเสี่ยงกับวงนักเรียนโนเนม ให้คำแนะนำ ด่ามั่ง ถีบมั่ง ประคับประคองจนพวกเราก้าวมาไกลถึงขนาดนี้ พวกเรายกมือไหว้พี่อ๊อด กับ พี่เดียวก่อนกลับ ปกติไม่ค่อยได้ไหว้ เพราะพี่แกไม่อยากแก่ พี่อ๊อดบอกพรุ่งนี้ทางผู้บริหารจะเลี้ยงข้าวด้วย ไปเลือกร้านกันได้เลย ทุกคนหันไปมองไอ้แวน มันเลือกร้านโอโตยะที่ เอสพลานาด ไม่ไกลจากบริษัทด้วย เรายิ้ม ไอ้แวนมันบ้าอาหารญี่ปุ่นถ้ามีคนเลี้ยงเมื่อไหร่ ได้กินอาหารญี่ปุ่นทุกที มันบอกกินปลาแล้วฉลาด มันเก่งเลข เลยไม่กล้าเถียงมัน เราโทรบอกโต้งว่า จะได้เซ็นสัญญาแล้ว โต้งนิ่งไปพักนึง แล้วก็บอกว่าดีใจด้วย เราอยากเซอไพรส์โต้งเลยแกล้งบอกว่า พรุ่งนี้ต้องไปกินข้าวกันผุ้ใหญ่คงไม่ได้แวะไป โต้งบอกเราเสียงเศร้าๆว่าไม่เป็นไร ค่อยเจอกันวันอาทิตย์ก็ได้ ความจริงโต้งก็อยากให้เราไปหาไม่เห็นต้องมาทำฟอร์มเลย เอาอาหารญี่ปุ่นไปฝากโต้งดีกว่า ไม่ต้องเสียเงินด้วย วันนี้มีความสุข ไปกินก๋วยเตี๋ยวเป็ดเจ้าเดิมก่อนกลับบ้าน เจ๊คนขายให้เป็ดเราเพิ่มสองชิ้นเพราะแกเห็นเราผอมลง น้องอ้วนมองตาปริบๆ จนเราทนไม่ไหว ยกให้น้องมันไป ความจริงตอนนี้มันจะหนักเท่าเราอยุ่แล้วนะ







คิดถึงวันพรุ่งนี้ ใจเต้นเหมือนกัน แต่ไม่ใช่เพราะกลัวเหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเราควรจะพัฒนาไปอีกขั้นได้แล้ว หลายวันมานี้ได้ดูได้อ่านมาพอสมควร ภาคทฤษฎีน่าจะผ่าน เหลือแค่ปฏิบัติเท่านั้น ยังไงโต้งคงไม่ปล่อยให้เราตกหรอกนะ







ปล. ไอ้แวนถามเราว่า หญิงมีคนที่แอบชอบอยุ่ใช่ไหม เราไม่ตอบนะ ถ้ามันอยากรู้ให้มันไปถามหญิงเอง



โดย: Happiiness IP: 115.67.204.227 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:52:21 น.  

 
23 กุมภาพันธ์ 2008







ตื่นเต้น







ไปถึงบริษัทตอนเก้าโมงเช้า พี่อ๊อดบอกว่าโทรหาป๊าเราแล้ว อาทิตย์หน้าจะส่งสัญญาไปให้เซ็นต์ พวกเรานั่งรอผู้บริหารอยู่ในห้องประชุม แอร์เย็นจนหนาว แต่พอได้คุยจริงๆ เฮียทั้งสองคนใจดีมาก อ่านรายละเอียดสัญญากันมาแล้ว แต่มีเพิ่มเติมเรื่องประกันสุขภาพ ค่าทำฟัน เออดีเป็นนักร้องได้เงินแล้วทำฟันฟรีด้วย ไอ้เอ็กซ์บอกพ่อมันดีใจมากประหยัดไปได้หลายหมื่น พี่เดียวเอารูปที่ถ่ายเมื่ออาทิตย์ที่แล้วให้เฮียดู แกบอกเราหน้าหวานดี น่าจะไปเป็นนักร้องบอยแบนด์ เราไม่สนใจ เคยบอกพี่อ๊อดไว้แล้วไม่ว่ายังไงก็จะอยุ่กับวงออกัส ก่อนออกไปกินข้าวพี่เดียวเดินมาบอกเราว่า เฮียอยากคุยด้วย ให้ไปรถเฮีย เรามองหน้าพี่เดียว แกบอกไปเถอะเดี๋ยวพี่อ๊อดไปด้วย ถ้าไม่ก็คือไม่เฮียไม่บังคับหรอก ถึงพี่เดียวจะพูดอย่างนั้นแต่ระหว่างอยู่ในรถ ถ้าไม่ได้พี่อ๊อดเราคงไม่รู้จะปฎิเสธยังไงเหมือนกัน โอโตยะจืดกว่าฟูจิที่กินอยู่บ่อยๆ ไอ้แวนบอกนี่แหละรสชาดญี่ปุ่นแท้ ไม่เคยไปญี่ปุ่นเลยเชื่อมัน ขอพี่อ๊อดสั่งกลับบ้าน สองกล่อง เฮียได้ยินรีบบอกเต็มที่ไม่ต้องเกรงใจ คนอื่นเลยสั่งบ้าง







แวะไปเอาเสื้อผ้า บอกป้าอรว่าจะไปค้างเป็นเพื่อนโต้ง มาถึงบ้านโต้งตอนสี่โมง มาบ้านโต้งสองครั้งแล้ว ครั้งแรกพาพี่จูนมาแสดงเป็นพี่แตง ครั้งที่สองมาเล่นดนตรีวันงานปาร์ตี้ต้อนรับพี่แตง รู้สึกแปลกๆทุกครั้ง เหมือนมีอะไรสะกิดใจอยู่ลึกๆ คิดมากไปมั้งเรา กดกริ่ง รอไม่นาน โต้งเดินตรงมาที่ประตู ตกใจที่เห็นเรายืนยิ้มอยุ่หน้าบ้าน โต้งยิ้มเปิดประตุให้ เรายื่นถุงอาหารให้บอกว่าที่บริษัทเลี้ยงเลยเอามาฝาก โต้งขำ บ่นว่าไม่ลงทุนเลย น้านีย์กับน้ากรไประยอง เสาร์อาทิตย์นี้โต้งอยุ่บ้านคนเดียว เรายังไม่บอกโต้งว่าจะมาค้างด้วย โต้งเอาอาหารไปไว้ในห้องครัว เราเดินสำรวจบ้านโต้ง น้ากรยังนอนอยุ่ชั้นล่างเพื่อความสะดวกเวลาฉุกเฉินเวลาไปหาหมอ เพิ่งสังเกตุเฟอร์นิเจอร์บ้านนี้มีแต่สีดำ กับ น้ำตาลเข้ม จำได้เมื่อก่อนน้ากรชอบวาดรูป ชอบอะไรที่มีสีสัน แกเคยมาสเก็ตช์ลายวอลเปเปอร์ของอาม่า เอาไปลอกแบบ เพราะเป็นของเก่าอาม่าสั่งมาจากเมืองจีน







เราเดินขึ้นไปชั้นสอง เปิดประตู้ห้องนอนของโต้ง วางกระเป๋าเป้ไว้ข้างๆเตียง มองไปรอบห้อง เรียบๆง่ายๆ เหมือนตัวเจ้าของห้องเลย ไม่เหมือนห้องเรารก สงสารป้าอรตอนทำความสะอาด เราชอบกลิ่นน้ำหอมของโต้งหอมอ่อนๆดี อ้อ CK IN2U โต้งเอาน้ำขึ้นมาให้ พอเรารับมา โต้งก็เลี่ยงไปนั่งบนเตียง ตั้งแต่มาถึงโต้งก็หลบไปหลบมา ไม่ยอมอยุ่ใกล้ๆเรา ไม่เป็นไร เรายิ้มให้โต้งถามว่า หิวไหม โต้งส่ายหน้า เล่าให้โต้งฟังเรื่องเซ็นสัญญา กับเฮียอยากให้เราเป็นนักร้องบอยแบนด์เพราะหน้าเราหวานดี แต่เราปฏิเสธโต้งยิ้ม ถามเราว่าไม่อยากดังเหรอ ร้องเพลงแบบนั้นดังเร็วไม่นานก็จะได้เล่นหนัง เล่นละคร เราบอกว่า ไม่ชอบเราอยากทำเพลงนี้มากกว่า โต้งบอก เมื่อก่อนเราก็ได้รับเลือกให้เล่นละครโรงเรียนทุกปี ใช่สนุกดี ถ้ามีโอกาสได้ทำก็น่าสนใจ เราเดินไปนั่งข้างๆโต้งบนเตียง เราหอมแก้มโต้งเบา ๆ เขินสุดชีวิต โต้งตกใจหันมามองหน้าเรา แล้วก็หันหน้าหนีไปอีกทาง ลุกเดินออกไปจากห้อง ไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าเรา อาการหน้าชาเป็นอย่างนี้นี่เอง เข้าใจผิดแล้วนายมิว โต้งไม่ได้อยากมีอะไรลึกซึ้งกับนายหรอก เค้ารังเกียจนายต่างหาก เมื่อไหร่จะรู้ตัวสักที ไม่มีน้ำตาจะไหลเพราะมันท่วมอยู่เต็มหัวใจเราแล้ว เราตบหน้าตัวเองเบาๆ กลับบ้านเถอะ ไม่มีอะไรที่เราจะทำได้อีกแล้ว











เดินลงมาข้างล่างไม่เห็นโต้ง จะไปโดยไม่ลาคงไม่ดี ยังไงซะความรุ้สึกดีๆ ที่มีให้โต้งก็ไม่มีวันจางหายไป เจอโต้งนั่งอยู่ที่ม้าหินตัวเดิม เราเดินเข้าไปหาจนยืนอยุ่ข้างหลังโต้ง เราแตะไหล่โต้งอยากจะขอตัวกลับบ้าน แต่โต้งจับมือเราไว้ ดึงเรามานั่งข้างๆ โต้งยิ้มให้เรา หอมแก้มเราเบาๆ เหมือนที่เราเพิ่งทำ งง ไม่เข้าใจ โต้งหันมามองหน้าเรา เหมือนกำลังคิดว่าจะพูดอะไรดี เรามองลึกลงไปในตาของโต้ง เคยเห็นแววตาแบบนี้มาก่อน ตอนที่พี่แตงหายไปได้สองเดือน น้ากรเริ่มกินเหล้าทุกวัน น้านีย์ต้องทำงานหนักขึ้น คืนนึงโต้งมานอนค้างห้องเรา โต้งร้องไห้ทั้งคืน เราปลอบเท่าไหร่โต้งก็ไม่หยุดร้อง จนเราต้องดึงโต้งมากอด รู้สึกได้ถึงความเศร้าที่โต้งระบายออกมากับน้ำตา เป็นครั้งแรกที่เรารุ้จักคำว่าสูญเสีย ตอนนี้เรารู้แล้วทุกครั้งที่มาบ้านโต้ง เรารู้สึกเหมือนไม่ใช่บ้าน บรรยากาศเงียบๆ เหงาๆ ต้นไม้ในสวนถูกทิ้งไว้ไม่มีคนดุแล ถึงในบ้านจะสะอาดเพราะกวาดถูบ่อย แต่บ้านหลังนี้ ไม่มีชีวิตจิตใจเอาซะเลย มันแห้งแล้ง เหมือนไม่มีคนอยุ่ นี่คือโลกของโต้ง ที่ที่โต้งอยุ่มาหกปี ทั้งที่มีพ่อแม่อยู่ใกล้ๆ แต่ เด็กชายโต้ง ก็เหงาไม่แพ้ เด็กชายมิว ไม่เคยมีคำถามว่าโต้งคิดยังไง โต้งอยากทำอะไร ไม่มีใครหัวเราะหรือร้องไห้กับโต้ง เวลาที่โต้งทุกข์หรือสุข ก็ต้องอยุ่คนเดียว การต้องถูกทอดทิ้งทั้งที่คนที่รักยืนอยุ่ตรงหน้า มันเจ็บปวดยิ่งกว่าการไม่มีใครเสียอีก ทำไมเรามองไม่เห็นว่าโต้งเหงาแค่ไหน ดวงตาคุ่นั้นเก็บน้ำตาไว้มากมายขนาดไหน ทุกๆวันโต้งทำให้เรายิ้ม หัวเราะ ขนาดไม่ค่อยมีเวลาโต้งก็ยังพยายามมาหา มาเจอเรา ในเวลาที่เหงาที่สุดเรายังมีความรักของอาม่า มีวงออกัส แต่โต้งไม่มีใครเลย เราน้ำตาคลอ ไม่สนใจแล้วว่าโต้งโกรธอะไร เราดึงตัวโต้งเข้ามากอด ถึงเราจะตัวเล็กกว่าแต่หวังว่าสองแขนของเราจะทำให้โต้งอบอุ่น ไม่ต้องเหงาอยู่คนเดียวอีก เรากอดโต้งแน่นขึ้นกระซิบเบาๆ ข้างหูว่า เราอยุ่ตรงนี้นะ โต้งนิ่งไปคงงง แต่ก็กอดเราตอบ เหมือนได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ โต้งกอดเราแน่นมาก ทั้งที่อึดอัดแต่รู้สึกดีมากกว่า ชอบกลิ่น CK IN2U จริงๆ







โต้งเล่าให้เราฟังว่าคืนนั้น โต้งมองเรานอนทั้งคืน โต้งเริ่มคิดมากมาสักพักแล้ว เวลาใครต่อใครมารุมล้อมเรา วันนึงอาจจะไม่มีที่สำหรับโต้งข้างๆเราอีก โต้งกลัวที่เสียเราไป โต้งเคยคิดว่า ถ้าเราสองคนผูกพันธ์กันทางร่างกาย มันจะทำให้โต้งมั่นใจกับความสัมพันธ์มากขึ้น เพราะคิดอย่างนี้ทำให้โต้งไม่กล้าอยู่ใกล้เราอีก กลัวจะเผลอทำอะไรเกินเลย โต้งไม่อยากเอาเปรียบเรา เราฟังโต้งเงียบๆ โต้งขอโทษที่ไม่ยอมคุยกับเรา แต่ตอนนั้นโต้งกลัวใจตัวเองจริงๆ อยากบอกว่าตอนนี้เราไม่โกรธโต้งเลย เราโกรธตัวเองมากกว่า ทั้งที่อยุ่ข้างๆกัน ทำไมเราปล่อยให้โต้งรู้สึกอย่างนี้มาได้ตั้งนาน โต้งจับหัวเรามาซบที่ไหล่ ถามเราว่า ขอได้ไหม เราสะดุ้ง ทั้งที่เตรียมใจมาหลายวันแล้ว แต่พอถึงเวลาก็ชักสั่น เรากำลังจะตอบ แต่โต้งพูดขึ้นมาก่อนว่า โต้งขอแค่มีทีเล็กๆ ข้างๆ เราตลอดไป โต้งบอกว่า มันเป็นคำขอที่เห็นแกตัว ทั้งที่โต้งก็รุ้ตัวว่าไม่มีอะไรพิเศษกว่าคนอื่นๆ เลย เราจับมือโต้งบีบเบา สูดลมหายใจลึกๆ ในใจเราคิด คนๆนี้ไม่รู้เหรอว่าตัวเองสำคัญกับเรามากแค่ไหน เราตอบโต้งว่า รู้ไหมสำหรับเราไม่ว่าโต้งจะขออะไรเราให้ได้ทุกอย่าง แล้วโต้งยังคิดว่าตัวเองไม่พิเศษอีกเหรอ เราค่อยๆ จูบโต้งก่อน มันคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เรารู้ดีว่าจูบนี้จะทำให้โต้งเข้าใจความรุ้สึกของเรา คำพูดบางครั้งก็ไม่สำคัญเท่าการกระทำ ซึ่งโต้งก็ตอบกลับมาด้วยวิธีเดียวกันว่าเข้าใจ





ฟ้ามืดแล้วโต้งชวนเราเข้าบ้าน กินข้าวเสร็จนั่งดูละครต่อ คุยกันเรื่องเรียน เรื่องเพื่อนๆโต้ง บางคนไม่อยากเอ็นท์ จะเข้าม.เอกชน เรื่องวงออกัส อัลบั้มเต็ม เกือบห้าทุ่มโต้งโทรเรียกแท็กซี่ให้เรา พรุ่งนี้นัดเจอกันที่เดิมตอนสิบโมง ระหว่างทางกลับบ้าน โต้งโทรเข้ามา เรายิ้มกับมือถือก่อนกดรับ ถามโต้งเสียงแข็งๆว่า มีธุระอะไรเหรอโต้ง โต้งขำพอๆกับเรา แต่ประโยคต่อมาชักไม่สนุก โต้งถามว่า เมื่อตอนเย็นเราคิดว่าโต้งจะขออะไรเหรอ เห็นสะดุ้ง เราอึ้งพูดอะไรไม่ถูก ไม่น่าไปฟังไอ้เอ็กซ์เลย มาคุยกับโต้งที่บ้านตั้งแต่แรกก็รุ้เรื่องไปแล้ว ได้ยินเสียงโต้งหัวเราะ ดังขึ้นเรื่อยๆ ดีใจที่ได้ยิน แต่โต้งหัวเราะเรานี่ ไม่น่ารักเลยนะ รู้อยุ่ว่าเราเขิน ดีที่โต้งไปไม่รุ้ว่าเราลงทุนไปเดินซื้อหนังโป๊ที่คลองถม ดูแล้วก็ทำใจตั้งนาน แถมยังพกถุงยางที่ไอ้เอ็กซ์ให้ใส่กระเป๋ามาสามวันแล้ว เรานี่บ้าว่ะ ด่าตัวเองอีกรอบ ด่าไอ้เอ็กซ์ด้วย




มาคิดดุอีกทีที่ผ่านมาเราปล่อยให้โต้งพยายามอยุ่คนเดียว ทั้งที่สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่า ทุกวันเราจะคิดว่าเราได้ทำอะไรเพื่อคนที่เรารักหรือยัง แต่เรากลับไม่ทำให้โต้งมั่นใจเลยว่าโต้งมีความหมายกับเราแค่ไหน เวลาที่เราต้องการโต้งก็ต้องการเช่นกัน ถ้าเราคิดให้มากเหมือนที่โต้งคิด เราคงไม่ทำเรื่องโง่ๆ ลงไปตั้งเยอะขนาดนี้ เคยได้ยินประโยคนึงจากหนัง What dreams may come “How far would you go for love?” เราเคยแปลว่า คนเราจะทำอะไรโง่ๆเพื่อคำว่า รัก ได้มากแค่ไหน วันนี้เรารู้แล้ว อย่างน้อยได้ทำอะไรเพื่อคนที่เรารัก ถึงมันจะเป็นสิ่งที่โง่เขลาที่สุด แต่อย่างน้อยเราก็ได้ทำ























กลับถึงบ้าน อาบน้ำเสร็จยังไม่ง่วง อากาศกำลังดี นั่งอ่านหนังสือเพลงเล่มใหม่ที่เพิ่งซื้อมา เพลงใหม่ๆ คอร์ดแปลกๆ ทำเอาเพลินจนลืมเวลา ได้ยินเสียง sms เข้า เรารีบเปิดดู เป็นข้อความจากโต้ง “ ให้มิว “ โต้งส่งเพลงมาให้ เรากดฟัง เป็นเพลงที่คุ้นมาก เคยได้ยินจากมือถือของสน ชือเพลง หยดน้ำ ใช่ไหม







เพลง หยดน้ำ เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย







เพียงวันละเล็ก ละน้อย ให้มันเป็นไปอย่างนี้ทุกวัน
ให้เหมือน หยดน้ำที่มันหยดลงที่เดิม…เสมอ
รักน้อย ๆ แต่มาคงที่เถอะเธอ ก็พอชื่นใจ

ให้เป็นแค่น้ำ หยดน้อย หยดลงเบาๆ ที่พื้นหัวใจ
ให้รัก ซึมซับลงไปประจำทุกวัน..เสมอ
รู้ว่ารัก แต่อย่าใจร้อนเลย…นะเธอ

ให้วันพรุ่งนี้ช่วยพิสูจน์ความรัก
ให้วันเวลารวบรวมรักที่ได้จากเธอ
ทางอีกแสนไกล ที่เราต้องเจอะเจอ
ค่อยๆ ไปเถอะ จะดีไหม

ทำทีละนิด ละน้อย และคอยดูแลให้รักงดงาม
หยดน้ำ ไม่นานจะเป็นดั่งธารน้ำเย็น…สดใส
และให้รู้ว่าเป็นความรักจากใจ เพียงไม่ช้าไม่นาน

ให้วันพรุ่งนี้ช่วยพิสูจน์ความรัก
ให้วันเวลารวบรวมรักที่ได้จากเธอ
ทางอีกแสนไกล ที่เราต้องเจอะเจอ
ค่อยๆ ไปเถอะ จะดีไหม

และจะรักหมดหัวใจ











เรากดฟังซ้ำไปซ้ำมา ยิ่งฟังเราก็ยิ่งชอบเพลงนี้ ไม่ใช่ชอบเพราะโต้งส่งมา แต่เพราะความหมายของเพลงเราโทรหาโต้ง โต้งถามเราว่าฟังหรือยัง พอเราตอบว่าฟังแล้ว โต้งก็ถามอีกว่า ชอบไหม คิดยังไง เรายิ้มกับมือถือ ตอบว่า ชอบมาก โต้งขอโทษเราเรื่องคืนวันศุกร์ ความจริงเรื่องเมาก็ส่วนนึง แต่ถ้าไอ้เอ็กซ์ไม่โทรมาโต้งก็ไม่คิดจะหยุด เราบอกโต้งว่า ไม่เป็นไร ถ้าเป็นโต้งเรายอม ซึ่งเราหมายความอย่างนั้นจริงๆ เพราะเรารักโต้ง แล้วใครๆ ก็บอกว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา โต้ง บอกเราว่า เรื่องธรรมดาของคนอื่น จะสำคัญเท่าเราสองคนคิดยังไงได้เหรอ ไม่ใช่ว่าโต้งเห็นเรายังไม่พร้อม ตัวโต้งเองก็ยังไม่พร้อมเหมือนกัน เราฟังโต้งเงียบๆ เห็นด้วยทุกอย่าง โต้งบอกเราก่อนวางสายว่า ค่อยๆคบกันไปเถอะนะ ส่วนเรื่องนั้นถ้ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ ก็ให้มันเกิดเพราะเราสองคนอยากให้มันเกิด เรายิ้มกับมือถืออีกแล้ว โต้งก็คิดมากเหมือนเราน่ะแหละ เลยแซวไปว่า แล้วมันจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้รึเปล่า โต้งหัวเราะ บอกว่า อย่ามายั่ว เดี๋ยวไปหาเดี๋ยวนี้เลย เราหัวเราะแหะๆ ยังไม่พร้อมจริงๆน่ะแหละ







ความรักก็เหมือนหยดน้ำ ให้มันค่อยๆหยดลงที่ใจของเรา ค่อยๆเรียนรู้กันไป เพิ่มเติมความรักให้กัน เหมือนเติมน้ำลงไปที่ละหยดๆ วันนึงมันก็จะเต็มสมกับที่ตั้งใจ ไม่มีความจำเป็นต้องรีบร้อนเลย “ทางอีกแสนไกล ที่เราต้องเจอะเจอ ค่อยๆ ไปเถอะ จะดีไหม” ดีซิ ค่อยๆเดินกันไปทีละก้าว ถ้าใครสะดุด หรือล้ม จะได้ช่วยประคับประคองกัน ขอแค่ให้เราได้เดินไปด้วยกันเท่านั้นเอง







ปล. เรายังเก็บถุงยางกลิ่นสตรอเบอรี่ไว้ เตรียมไว้ก่อนก็ไม่เสียหายนี่















ปล.อีก เหมือนจะลืมอะไรสักอย่าง แต่จำไม่ได้




โดย: Happiiness IP: 115.67.204.227 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:53:20 น.  

 
24 กุมภาพันธ์ 2008



เคยไหมตื่นขึ้นมาตอนเช้า แต่ไม่อยากลุกจากเตียงเพราะอากาศกำลังดี อารมณ์ก็ดี อยากอ้อยอิ่งอยุ่บนที่นอนคิดอะไรเพลินๆ วันนี้เราเป็นอย่างนั้น นอนบิดขี้เกียจมาหลายรอบแล้ว ยังไม่อยากลุกไปอาบน้ำสักที กดเพลงหยดน้ำฟังอีกรอบ คิดถึงโต้ง ป้าอรมาเคาะประตูเรียกตอนแปดโมง เห็นเรายังไม่ลงไปกินข้าว แกเป็นห่วงกลัวจะไม่สบาย พอบอกแกว่าอยากนอนเล่นเฉยๆ แกยิ้ม ปล่อยให้เรานอนต่อ



นัดเจอโต้งที่สยามตอนสิบโมงเช้า เราไปถึงก่อนเวลา กะจะแวะไปซื้อลูกอมที่เซเว่นก่อน บังเอิญมองขึ้นไปชั้นสองสกาล่า เห็นโต้งนั่งหันหลังอยู่ ดูนาฬิกานี่เพิ่งจะเก้าโมงครึ่ง โต้งมาเร็วจัง เราเดินขึ้นไปหาโต้ง เราบอกโต้งว่า วันนี้เราจะเลี้ยงซิสเล่อส์ กับไอติมฮาเกนดาส โต้งงง คงสงสัยเพราะวันก่อนเราขอต่อเป็นสเวนเซ่นส์ เรายิ้มให้บอกว่า มากับนักร้องกำลังจะดังนะ แค่นี้เล็กน้อย โต้งหัวเราะ ยินดีถล่มเราเต็มที่ เราชวนโต้งไปที่ร้านพี่เปี๊ยกก่อน แกบอกให้ไปเซ็นลายเซ็นต์ซิงเกิลใหม่ ไปถึงยังไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่ ดีแล้วกลัวโดนรุม เล่าให้โต้งฟังเรื่องวันที่ไปถ่ายแบบโดนดึงโดนข่วนจนเป็นรอยถลอก โต้งยิ้ม บอกว่า วันนี้จะช่วยเป็นบอดี้การ์ดให้ เราเขินจนหน้าแดง พี่เปี๊ยกมองเราขำๆ แกชอบยัดเยียดคนนั้นคนนี้ให้เป็นแฟนเราอยู่เรื่อย ตั้งแต่ไอ้แวน ไอ้เอ็กซ์ มีหาว่าเราแอบเลี้ยงต้อยน้องอ้วนอีกต่างหาก แกเคยบอกเห็นเราชอบทำตาเศร้าๆน่าสงสาร แกเลยให้เทปเราฟรีอยุ่บ่อยๆ ตอนเอาเทปชุดแรกๆ มาฝากวางแกไม่เก็บเงินซักบาท วางให้เยอะด้วย โต้งซื้อไทเทเนียมชุดแรก เราไม่เคยฟังไว้จะขอยืมวันหลัง เห็นหลายคนบอกดี พี่เปี๊ยกเอาเทปมากองให้เซ็น ยี่สิบกว่าแผ่น เซ็นไปก็ถามแกว่าขายดีไหม แกบอกว่าดีมาก ตั้งแต่มีค่ายโปรโมทเยอะ คนรู้จักมากขึ้น มีแต่คนถามหาเทปชุดก่อนที่ไม่ทำออกมาอีกแล้ว เทปชุดแรกเป็นลิขสิทธ์ของกองประกวด เราเองก็ไม่รุ้จะทำยังไง ตอนนั้นยังเด็ก ป๊าก็ไม่ค่อยสนใจให้เซ็นต์ก็เซ็นต์ เสียดายเหมือนกัน



เซ็นเสร็จไปเดินหารองเท้าสีแดงที่เคยอยากได้ ไม่น่าเชื่อเดินเข้าร้านแรกก็เจอเลย เป็นร้านขายของอิมพอร์ต รองเท้าหนังสีแดงที่เราอยากได้ไซส์เราพอดี เจ้าของร้านจำหน้าเราได้ขอถ่ายรูปเราตอนใส่รองเท้าจะเอาไว้แปะหน้าร้าน ยังไม่ทันได้ต่อสักคำ เจ้าของร้านลดให้ห้าร้อย เรารีบจ่ายเงินดีใจไม่ต้องเดินหาให้เมื่อย โต้งมองเราชื่นชมรองเท้าใหม่ แซวเราว่า ได้รองเท้าแล้วกลับบ้านเลยดีไหม เราหันมามองหน้าโต้ง กลัวโต้งเบื่อเหมือนคราวที่แล้ว แต่เห็นโต้งอมยิ้ม เราเลยถามโต้งว่า ไม่อยากได้อะไรบ้างเหรอ โต้งส่ายหน้า บอกว่าตอนนี้ต้องประหยัด เข้ามหาลัยแล้วน้านีย์จะซื้อรถมือสองให้ โต้งเตรียมเก็บเงินไว้แต่งรถ นึกขึ้นได้อาทิตย์ที่แล้วป๊าบอกให้ไปเรียนขับรถ จะได้ทำใบขับขี่ โต้งอาสาจะสอนเรา ขอยืมรถเพื่อนมาหัดได้ จะเริ่มเรียนหลังสอบเอเน็ท เราจะจ่ายค่าเรียนให้โต้งสมทบทุนค่าสปอยเล่อร์



สิบเอ็ดโมงกว่าๆ ไปนั่งรอคิวที่ซิสเล่อร์สยาม คนเยอะเหมือนเคย มีคนมองเราบ้างเหมือนกันแต่ไม่มีใครเข้ามาทัก กว่าจะได้โต๊ะก็รอเกือบสิบห้านาที เรากับโต้งหิวจัดทั้งคู่ ตักสลัดกันจนพูนจาน ชอบบะหมี่จีน กินกับแครอท มะเขือเทศ เบคอนกรอบ โต้ง ตักซุปทุกอย่าง มาลองกิน สรุปแล้วต้มยำหนังไก่อร่อยสุด เราสั่งซี่โครงหมูย่างราดซอสบาร์บีคิว โต้งสั่งกุ้งจานร้อน แบ่งกันกิน รู้สึกของโต้งอร่อยกว่า โต้งก็ชอบจานเรามากกว่า กลายเป็นแลกกันกิน ปิดท้ายด้วย ผลไม้ แยลลี่กับมูสชอคโกแลต เดี๋ยวนี้ทำเป็นถ้วยเล็กๆ กินไม่สะใจ เมื่อก่อนให้ตักได้ตามสบาย ขนมาห้าถ้วยกินคนเดียวจนหมด โต้งบ่นว่าอิ่มมาก เราก็เหมือนกัน ต้องนั่งรอให้ย่อย ถามโต้งว่าอ่านหนังสือจบหมดหรือยัง โต้งตอบว่า จบหมดแล้วตอนนี้ไล่ทำข้อสอบเก่าที่ยังค้างอยุ่ เราก็เหมือนกัน อ่านทวนไปมาหลายรอบ ตื่นเต้นอีกไม่กี่วันแล้ว คะแนนโอเน็ทเราดี แต่ของโต้งไม่ค่อยเท่าไหร่ โต้งเครียดเหมือนกัน น้านีย์อยากให้ติดจุฬา หรือ ธรรมศาสตร์ โต้งเลยไม่ได้เลือกที่อื่นเลย เราอยากติดนิเทศน์จุฬา หรือไม่ก็ วารสารธรรมศาสตร์ ถ้าพลาดก็คงเรียนเอกชน ไม่เครียดมาก เป็นกำลังใจให้โต้งดีกว่า อยู่ที่ซิสเล่อร์เกือบสองชั่วโมง คุ้มมาก

อยากได้ตุ๊กตาหมีสีขาวตัวที่เคยดูวันวาเลนไทน์ ชวนโต้งไปที่ร้าน Loft เหลือแต่ตัวใหญ่แพงเหมือนกัน 1,300 แต่ขนนุ่มมาก ไม่เป็นไรปีนี้ยังไม่ได้ให้ของขวัญตัวเองเลย เหลือบไปเห็นพวงกุญแจหมีขาวแบบเดียวกัน จมูกสีฟ้า น่ารักดี หยิบมาจ่ายเงินพร้อมกัน ขอให้ห่อของขวัญให้ พอห่อเสร็จก็ยื่นให้โต้ง โต้งรับมางงๆ เราบอกว่าของขวัญวันวาเลนไทน์ โต้งยิ้มรีบแกะห่อออกดูทั้งที่ก็ยืนอยุ่ด้วยกันตอนรอทางร้านห่อให้ ท่าทางโต้งชอบมากรีบใช้ทันที เราบอกว่า เรามีตัวใหญ่ โต้งก็เอาตัวเล็กไป โต้งยิ้มกว้างบอกขอบใจ ตุ๊กตาหมีตัวใหญ่มากเกะกะ เลยฝากไว้ที่ร้านก่อน เดี๋ยวตอนเย็นค่อยกลับมาเอา



เดินเล่นดูร้านโน้นร้านนี้ เริ่มมีคนเข้ามาทัก ขอถ่ายรูป ขอลายเซ็นต์ โต้งไปยืนหลบอยู่ข้างๆ เรายิ้มให้กล้องแต่มองไปที่โต้ง พยักหน้าให้รอหน่อย เดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว แฟนเพลงบางคนคิดว่าโต้งเป็นสมาชิกวงออกัสด้วย เราไม่ปฏิเสธเรียกให้โต้งมาถ่ายรูปด้วยกัน ตอนแรกโต้งเขินๆ เราตบบ่าโต้งเบาๆ กระซิบบอกโต้งในใจ อยู่ข้างๆ กันนะ อยากได้เมมกล้องเพิ่ม เดินไปมาบุญครองเช็คราคา ไม่แพงเท่าไหร่ซื้อมา 2GB ชักเริ่มหิวได้เวลากินไอติม โต้งชอบไอติมมาก เราได้โอกาส ถามโต้งว่าชอบรสอะไร โต้งคิดอยู่แป๊บนึง ตอบว่าชอบทุกรส แต่ชอบวนิลามากที่สุด ไม่ชอบแบบใส่ลูกเกด ระหว่างทางเดินไปสยามเซ็นเตอร์ เราถ่ายรูปโต้งตรงทางเชื่อมหน้าสยามดิส โต้งมองซ้ายมองขวา บอกว่าไม่รุ้มุมไหนดี เราขำเพราะโต้งหันไปหันมาไม่อยู่นิ่งๆ เราเลยเดินไปจับตัวโต้งให้ยืนเฉยๆ สั่งให้ยิ้มค่อยยิ้ม เราถ่ายตอนโต้งหัวเราะพอดี เก็บไว้เป็นที่ระลึก



โต้งรออยู่หน้าร้านไอติมฮาเกนดาส เราไปเข้าห้องน้ำ ดุกระเป๋าตังค์เหลือเงินอยู่สองร้อยแปดสิบ เอทีเอ็มก็ไม่มี ตั้งแต่โดนรถเฉี่ยวยังไม่ได้ไปทำใหม่เลย ตายละ ไอติมถ้วยนึงก็เกือบสองร้อยแล้ว เอาไงดี เดินเข้าไปนั่งโต๊ะริมหน้าต่าง โต้งถามว่าเราจะสั่งอะไร ไม่อยากโกหก เลยบอกโต้งว่าสั่งถ้วยเดียวมากินด้วยกันเถอะ เราเงินไม่พอ โต้งยิ้ม หันไปสั่งไอติมฟองดู บอกเราว่า ไม่เป็นไรหารกัน นานๆกินที วันหลังกินสเวนเซ่นส์ก็ได้ เรายิ้ม อยุ่กับโต้งเราสบายใจ ไม่ต้องฝืน คิดอะไรก็พูดอย่างนั้น เป็นตัวของตัวเองได้ตลอดเวลา โต้งเล่าเรื่องเพื่อนชื่อจอย รู้สึกจะเป็นเพื่อนหญิงด้วยให้ฟังว่า ตอนนี้ จอย เป็นแฟนกับรุ่นพี่วิศวะจุฬา ที่เคยแอบชอบ แต่เขาคิดว่าจอยชอบน้องชาย วาเลนไทน์ที่ผ่านมาจอยไปบอกเขาว่าชอบ รุ่นพี่คนนั้นก็ตกลงคบด้วย จอยบอกว่าต้องขอบคุณหญิงที่แนะนำให้พูดไปตรงๆ โต้งชมหญิงว่าเป็นคนน่ารัก มีคนจีบหญิงตั้งหลายคน เราฟังโต้งเงียบๆ คิดถึงไอ้แวน ไม่รุ้มันจีบหญิงไปถึงไหนแล้ว ไม่อยากถามไม่ใช่เรื่องของเรา ถ้ามีอะไรคืบหน้ามันคงบอกเราเอง รู้สึกแปลกๆ หายใจไม่คล่องเท่าไหร่ ชอคโกแลตแข็งแล้ว เราคงทิ้งไว้นานเกินไป แต่ไอติมยังอร่อยอยู่ รสชาดเข้มข้นกลมกล่อมไม่เหมือนสเวนเซ่นส์ นี่ซินะ ราคามาพร้อมคุณภาพ



สยามตอนเย็นๆ คนพลุกพล่านมาก เรายืนอยุ่บนสกายวอล์ค มองดูคนเดินไปเดินมา ไม่รู้พวกเขาเดินไปไหนกัน เราหันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างๆ โต้งยังมองพวงกุญแจหมีขาวที่เราให้ โต้งบอก ขนมันนุ่มจริงๆ เราบอกโต้งว่า ไว้วันหลังไปค้างบ้านเรา จะให้นอนกอด โต้งอมยิ้ม หันมามองเราทำหน้าเจ้าเล่ห์ เอียงตัวมากระซิบว่า นอนกอดเรานุ่มกว่ามั้ง เราหันหน้าหนี เขิน แต่หัวใจอบอุ่น โลกนี้กว้างใหญ่แต่เรามีที่เล็กๆ ตรงนี้ เป็นที่ของเราสองคน



ปล. หญิงสบายดีใช่ไหม ไม่ได้เจอกันหลายวันแล้วนะ คิดถึงจัง



โดย: Happiiness IP: 115.67.204.227 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:54:10 น.  

 
ทำไมของวันที่ 12 กะ 13 ไม่ติดหว่า
งง

เอาไว้ไปลงไว้หน้า IV แร้วกันนะค่ะ

หรือว่าจาทำยังไงดีอะค่ะน้านีย์(*_*?


โดย: Happiiness IP: 115.67.204.227 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:56:45 น.  

 
ข้างบนพิมผิดเจ้า

ต้องเป็น

ของวันที่ 13 กะ 14

^3^


โดย: Happiiness IP: 115.67.204.227 วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:10:59:18 น.  

 
25 กุมภาพันธ์ 2008



โดนไอ้แวนแซวตั้งแต่เช้าว่าเมื่อวานไปเที่ยวกับใครที่สยาม ยังไม่ทันตอบ มันลากเก้าอี้มานั่งใกล้ๆ ถามว่า เป็นไงมั่ง เราเงยหน้าขึ้นมองมัน ยิ้มหวานๆให้ทีนึง แล้วบอกว่า ไม่บอก ไอ้แวนตบหัวเราบ่นเบาๆว่า ขี้งก สมน้ำหน้ามันอยากรู้อยากเห็นดีนัก

หญิงส่ง sms มาชวนไปซื้อของที่สยาม ตอบกลับไปว่า ตกลง ไม่ได้ไปเที่ยวกับหญิงนานแล้ว หันไปมองไอ้แวนมันเล่นเกมส์อยู่ คิดๆๆๆ จะชวนมันไปด้วยดีไหม ไม่ดีกว่า หญิงไม่ได้ชวนไอ้แวนนี่

โต้งโทรมาบอกว่าช่วงนี้ต้องติวหนัก คงไม่ค่อยได้เจอ เรารีบบอกว่า ไม่เป็นไร เราก็ต้องอ่านหนังสือหนักเหมือนกัน อีกแค่สิบวันต้องสอบเอเน็ทแล้ว โต้งเครียดเรารู้ ไม่ต้องห่วงเราหรอก เราจะเป็นกำลังใจโต้ง โต้งยืนยันว่า หลังสอบจะพาเราไปเรียนขับรถทันที เรายิ้มดีใจ อยากไปไหมมาไหนสะดวกๆเหมือนกัน

นัดเจอหญิงที่สยามดิส หน้าร้าน LOFT ที่เราเพิ่งมาเมื่อวาน ถามหญิงว่าอยากได้อะไร หญิงบอกไม่รู้แต่อยากให้ของขวัญตัวเองที่สอบโควต้าได้ ตอนแรกเราสงสัยทำไมหญิงไม่มากับเพื่อน แต่นึกขึ้นได้ เพื่อนสนิทหญิงเพิ่งมีแฟน หญิงคงเหงาน่าดู หญิงซื้อตุ๊กตาหมีสีขาวขนนุ่มเหมือนที่เราซื้อ เราบอกหญิงว่ามีพวงกุญแจด้วย หญิงเลยซื้อทั้งสองอย่าง มาเดินเที่ยวกับหญิงก็สนุกดี หญิงชอบเล่าอะไรตลกๆให้ฟัง ตอนกลับบ้านชักเมื่อยขาชวนหญิงนั่งแท็กซี่กลับ หญิงถามว่าพรุ่งนี้มากินข้าวที่บ้านได้ไหม ม๊ากับเฮีย ไปงานศพไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว เรายิ้ม บอกว่า มาซิ ป้าอรชอบหญิงจะตาย ถ้าหญิงมากินข้าวด้วย เราต้องได้กินอะไรอร่อยๆ แน่ๆ หญิงค้อน หาว่าเราเห็นแก่กิน เราสองคนหัวเราะ ก่อนจะแยกกันเข้าบ้าน

พอป้าอรรู้ว่าหญิงจะมากินข้าวเย็นด้วย ป้าอรดีใจใหญ่ แกจะทำกุ้งอบวุ้นเส้น กับ ต้มยำปลากะพง เราขอไข่เจียวหมูสับเพิ่ม หญิงไม่ได้มากินข้าวด้วยนานแล้ว คิดถึงบรรยากาศแบบนั้น หลังจากที่โต้งย้ายบ้านไป เราเหงาอยู่หลายวัน ไม่อยากออกจากบ้านนอกจากไปโรงเรียน หญิงมองเราอยู่นานเป็นเดือนแต่ไม่กล้าเข้ามาพูดด้วย จนวันนึงหญิงเอาขนมเปี๊ยะที่บ้านมาให้เรา เราไม่เคยเล่นกับเด็กผู้หญิงมาก่อน แต่หญิงก็น่ารักมาก ชอบมาฟังเราเล่นเปียโน ไม่ว่าจะเล่นเพลงอะไรก็ชมว่าเพราะทุกเพลง มีหญิงเป็นเพื่อนเราค่อยหายเหงาขึ้นมาบ้าง ถ้าวันนั้นเราไม่ไปรู้ความลับของหญิง วันนี้เราคงไม่รู้สึกผิด หรือ อึดอัดทุกครั้งที่เจอหน้ากัน

ปล. ไม่มีใครย้อนเวลากลับไปแก้ใขอะไรได้ ทำวันพรุ่งนี้ให้ดีที่สุดนะหญิง
———————————–


26 กุมภาพันธ์ 2008

ป๊าโทรมาถามว่าอ่านหนังสือไปถึงไหนแล้ว ถ้าไม่ติดจะไปเรียนต่อเมืองนอกไหม เราแอบถอนหายใจ คงมีใครไปแนะนำป๊า ป๊าก็เชื่อทุกคนไม่เคยถามเราเลยว่าอยากทำอะไร ชอบมาบังคับให้เราทำตามอยู่เรื่อย ทั้งที่รุ้ว่าเราไม่ทำอยู่แล้ว ยืนยันกับป๊าอีกที ไม่ว่ายังไงก็จะเรียนที่เมืองไทย ถ้าเอ็นท์ไม่ติดก็จะเรียนเอกชน ป๊าบ่นอะไรไปตามเรื่อง

หญิงคะยั้นคะยอให้เรากินโน่นกินนี่ ป้าอรก็เป็นลูกคู่ ถ้าหญิงมากินข้าวด้วยทุกวันเราคงอ้วนจนกลิ้งได้ แต่ก็สนุกดี ทุกครั้งที่เจอหญิง ท้องฟ้าจะแจ่มใส อากาศปลอดโปร่ง หญิงก็เหมือนดวงอาทิตย์ แต่บางครั้งแสงอาทิตย์ก็ส่องลงมามากเกินไป จนตาพร่า เรารุ้ว่ามันดีมีประโยชน์ แต่เราก็ไม่สามารถมองดวงอาทิตย์ตรงๆได้ มันแสบตา

โต้งโทรมาบอกว่า พรุ่งนี้ฝนจะตก ให้เอาร่มไปด้วย ดีจังมีพยากรณ์อากาศส่วนตัวด้วย

ปล. ได้ยินเสียงฟ้าร้อง ฝนตกก็ดีนะหญิง จะได้นอนหลับสบาย

------------------------------------------------


27 กุมภาพันธ์ 2008


ไม่มีอะไรจะเขียน อ่านหนังสือทั้งวัน นานๆก็พักเล่นเน็ต แต่งเพลงฆ่าเวลา ไม่โอเคเลยสักอัน แต่พี่อ๊อดเคยบอกเขียนไปเรื่อยๆ อย่าหยุดเด็ดขาด ดีบ้างไม่ดีบ้างก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวมาช่วยกันขัดเกลา


อิจฉาพวกที่ยังไม่ต้องสองเอเน็ท วิ่งเล่นกันเฮฮา

-------------------------------------------


1 มีนาคม 2008

ไอ้เอ็กซ์โทรมาตอนเก้าโมง เสียงมันไม่ค่อยดี เหมือนร้องไห้ มันเล่าให้ฟังว่าหมาตัวใหม่ ชิสุ ที่มันเพิ่งได้มาหลังปีใหม่ โดนรถทับตาย มันรักของมันมาก เราก็ปลอบใจมันไปตามเรื่อง นึกขึ้นได้มันยังมีหมาอีกตัวนึงนี่ พอถามถึง มันบอกหมาตัวนั้นก็ยังอยู่ แต่ไม่น่ารักเท่าตัวใหม่ ปลงกับความรักสัตว์ของมันจริงๆ

ตอนเช้า หญิงชวนไปกินบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงแถวบ้าน เดินกันไปคุยกันไป เหมือนเมื่อก่อน ไม่น่าเชื่อเราคิดถึงความรู้สึกแบบนี้มากจริงๆ วันที่เคยเดินจากบ้านไปเยาวราช ไปท่าพระจันทร์ ศิลปากร เราชอบเดินดูร้านข้างทางไปเรื่อยๆ หญิงก็รู้เลยไม่ชวนเราคุยมากนัก บะหมี่ร้านนี้อร่อยมาก ให้หมูแดงชิ้นโตแบบไม่กลัวขาดทุน ไปถึงสยามเกือบสิบเอ็ดโมง ร้านเริ่มเปิดขายแล้ว เรารอหญิงลองเสื้อ พอหญิงเปลี่ยนออกมาให้ดู ก็ช่วยวิจารณ์ คนขายมองเรากับหญิง ยิ้มกันใหญ่ หญิงซื้อแค่ชุดเดียว เราถามว่าทำไม หญิงตอบว่า เอาไปลองก่อน ถ้าสวยค่อยมาซื้อใหม่ เออแปลกดี แทนที่จะมาครั้งเดียวซื้อให้ครบ

หญิงชวนไปจุฬา จะไปซื้อเทปเพลงเชียร์ที่ศูนย์หนังสือ เราก็อยากไปเดินดูเผื่อติด หญิงบอกอยากให้เราอยู่มหาลัยเดียวกัน จะได้ติดรถเราไปเรียน โธ่หญิง เรายังไม่ทันได้เริ่มเรียนขับรถเลย ไว้ใจกันจัง จุฬาเป็นมหาลัยที่สวยมาก อยุ่ใจกลางเมือง ไปไหนก็สะดวก เราชอบคณะอักษรตึกมหาจุฬา แต่อยากเรียนนิเทศน์มากกว่า ได้หนังสือเพลงใหม่มาด้วย ศูนย์หนังสือจุฬาใหญ่ดีจริงๆ ห้องสมุดก็น่าสนใจ หญิงคอยโน้มน้าวเราตลอดเวลา บอกว่าจุฬาดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ ตอนนี้ใจก็ชักเอนมาทางจุฬา ถ้าโต้งติดสถาปัตย์ จุฬาอย่างที่ตั้งใจ เราจะได้เจอกันบ่อยขึ้นด้วย สยามก็อยู่ใกล้ๆ เดินไปได้ แต่ธรรมศาสตร์ก็วิชาน่าสนใจ กิจกรรมเยอะดีอีกต่างหาก ไม่เป็นไรไว้รู้คะแนนก่อนค่อยคิด

มีแฟนเพลงที่เป็นนักศึกษามาทักเราเยอะเหมือนกัน ชักเขินๆ หญิงยิ้มให้ยืนเป็นกำลังใจอยู่ข้างๆเรา เลยโดนแซวว่าพาแฟนมาเที่ยวเหรอ เรารีบปฎิเสธ ยิ่งโดนแซวหนักขึ้นไปอีก หญิงหัวเราะ เราก็หัวเราะด้วย มีบางคนเรียนอยู่บัญชี สาขาที่หญิงอยากเรียน ชวนกันไปนั่งกินขนมที่โรงอาหารตึกอักษร ถามเรื่องการสอบ ยื่นคะแนน รับน้อง หญิงขอเบอร์โทรพี่คนนึงไว้เผื่อขอข้อมูล พี่ๆคนที่เหลือขอเบอร์โทรเรา บอกไปว่าให้ไม่ได้ เพราะเป็นเบอร์ของบริษัท พี่ๆถามว่าหญิงรู้ไหม หญิงก็เนียนตอบว่าไม่รู้ เดินออกมาทางถนน อังรีดูนังต์ ไกลเหมือนกัน ฟ้าเริ่มครึ้ม ได้ยินเสียงฟ้าร้องมาแต่ไกล ยังเดินไม่ถึงสยาม ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ดีที่เราเอาร่มมาด้วย ถึงอย่างนั้นก็เปียกกันพอสมควร หญิงขอบใจเราที่เอาร่มมาด้วย เราเผลอบอกว่าโต้งเตือนว่าวันนี้ฝนจะตก หญิงเงียบไป เราไม่อยากให้เสียบรรยากาศ ตบไหล่หญิงเบาๆ ดึงมือหญิงวิ่งไปหลบที่หน้าร้านโคคา เรากับหญิงมองหน้ากัน อยากกินแต่แพงเกินไป ยอมตากฝนนิดหน่อยไปกินเชสเตอร์ ตอนจะสั่งหญิงบอกว่าจะเลี้ยง ถ้าเราออกค่าแท็กซี่เย็นนี้ ตกลงเลย

กลับมาถึงบ้าน ฝนก็ยังตกอยู่ เรารู้สึกแปลกๆ หญิงก็ปกติ โต้งก็ปกติ ทุกคนก็ปกติ เป็นเราเองที่ผิดปกติล่ะมั้ง

ปล. ลืมคืนหูฟังไอพอดหญิง ของเราหล่นหายตอนวิ่งหลบฝน เสียดาย

----------------------------------------------


2 มีนาคม 2008

ไอ้สามตัวมาอ่านหนังสือที่บ้าน ถามพวกมันว่าทำไมไม่อ่านที่บ้านตัวเอง ไอ้ต่อตอบว่า น้าเอาหลานมาฝากไว้สองคนเสียงดังอ่านไม่รู้เรื่อง ไอ้เอ็กซ์ตอบว่า อยากมากินข้าวฝีมือป้าอร ไอ้แวนตอบว่า จะมาจีบหญิง เออดีนะพวกมึง ไม่ได้คิดถึงกูเลย ความจริงอ่านหลายๆคนก็ดีหรอก มีอะไรจะได้ถามกันได้

ตอนบ่าย หญิงแวะมาหา เจอไอ้แวน นั่งคุยกันจนแทบไม่ได้อ่านหนังสือ ไอ้ต่อกับไอ้เอ็กซ์ก็แซวไอ้แวนเป็นระยะๆ หญิงเล่าให้ไอ้แวนฟังเรื่องจะไปเที่ยวปายกับเพื่อน หลังสอบเอเน็ท ไม่เห็นเคยบอกเราเลย ไอ้แวนให้หญิงดูรูปวันงานคอนเสริต มันเพิ่งไปล้างมา เล่นกันไปเป็นชาติมึงเพิ่งเอามาให้ดู ไม่รอออกเทปสักสี่ชุดก่อนล่ะ เราอยากจะดูด้วยแต่ไอ้แวนทำเหมือนอยากให้หญิงดูคนเดียว สร้างโลกส่วนตัวกันเข้าไปนะมึง จะมาอ่านหนังสือหรือมาจีบกันวะ ไอ้ต่อมากระซิบว่า ไอ้แวนโทรคุยกับหญิงทุกวันเลย สักวันหญิงต้องใจอ่อนแน่ๆ เราฟังแล้วคิดในใจ มึงก็ไปใจอ่อนกันที่อื่นดิวะ นี่บ้านกู พยายามตั้งสมาธิอยู่ที่หนังสือตรงหน้า อีกสามวันเอง เลิกฟุ้งซ่านได้แล้ว ใครจะเป็นแฟนใครก็ช่างหัวมัน

กว่าไอ้สามตัวจะกลับบ้านก็เกือบหกโมง พวกมันกะจะกินข้าวเย็นต่อแต่ป้าอรไม่อยู่ ไปงานศพญาติ วันนี้เราต้มมาม่ากิน ใส่ปลากระป๋องกับผักกาดขาว อร่อยดี หญิงท่าจะชอบไอ้แวนเหมือนกันนะ มันคุยสนุกจะตาย เรายังชอบคุยกับมันเลย แถมยังนิสัยดีโคตร เวลาขอให้ช่วยอะไรมันก็ไม่เคยเกี่ยง หญิงกับไอ้แวนเหรอ รอดูมันต่อไปละกัน

โต้งโทรมาตอนเที่ยงคืนกว่า เรานอนไปแล้ว เสียงโต้งไม่ค่อยดี จับความได้ว่า เครียด เราปล่อยให้โต้งระบายเต็มที่ จนในที่สุดโต้งก็บอกว่า ดีขึ้นแล้ว เราเข้าใจนะ โต้งคงรู้สึกกดดันมาก ยิ่งคะแนนโอเน็ทออกมาไม่ค่อยดี ต้องรอลุ้นเอเน็ทอย่างเดียว ปีที่แล้วมีรุ่นพี่คนนึงเรียนดีมาตลอด แต่เพราะระบบตรวจข้อสอบไม่ดี ทำให้คะแนนไม่ถึง อดเรียนหมอรามาเค้ายังเสียใจจนทุกวันนี้ ได้ยินเสียงโต้งถอนหายใจอีกที เราเริ่มเครียดตาม ถามโต้งว่าอ่านจบหรือยัง โต้งตอบว่าจบแล้วแต่ยังไม่ชัวร์เลย พอเครียดมันก็ตีกันไปหมด เราขอให้โต้งรีบกินแบรนด์ แล้วไปนอนพัก ไม่งั้นวันสอบน็อคแน่ๆ โต้งพึมพำว่า อยากจะร้องไห้ เราไม่รุ้จะทำยังไง จะให้กำลังใจโต้งยังไงดี คิดไม่ออก จู่ๆโต้งก็บอกว่า ร้องเพลงให้ฟังสักเพลงซิ ให้ตายเถอะนึกเพลงอะไรไม่ออกเลย หยิบไอพอดขึ้นมาดูเพลงล่าสุดที่เพิ่งฟัง เอาเพลงนี้ละ
ชื่อเพลง ::
หยุด

ศิลปิน ::
Groove Riders

ฉันนั่งยิ้มลำพัง หัวเราะลำพัง
สดชื่นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ตั้งแต่ได้พบกับเธอนั้น
เรื่องจริงกับความฝันเกิดขึ้นด้วยกันทันตา

ฉันอยากจะหยุดเวลานี้
ตั้งแต่วินาทีที่ชีวิตมีเธอเข้ามา
เธอทำให้คนที่เหนื่อยล้า
กล้าจะเปิดหัวใจ

หยุดๆ ชีวิตอยู่กับคนนี้
แม้ว่าใครจะดีซักแค่ไหน
หยุดๆ ความรักทั้งหัวใจ
อยู่กับเธอคนเดียว

ฉันนั้นรู้ทันทีและรับทันที
เธอคือความโชคดีที่เข้ามา
ตั้งแต่ได้พบกับเธอนั้น
ชีวิตมีความฝันที่เกิดขึ้นตอนลืมตา

โต้งบอกว่า ขอบใจ จะไปนอนแล้ว เราซิยังตาค้างอยู่เลย จำได้ว่ามีคนเคยบอก พี่บุรินทร์ Groove Riders ร้องเพลงนี้วันที่แกแต่งงาน โต้งคงไม่รู้ เรายิ้มกับตัวเองฟังเพลงนี้ก่อนนอนอีกครั้ง คราวนี้เสียงพี่บุรินทร์เพราะกว่าเดิม

ปล. เราชักจะเริ่มเครียดตามโต้งแล้วละหญิง

----------------------------------------------

3 มีนาคม 2008

เช้านี้ หญิงหอบข้อสอบเก่าของปีที่แล้วมาให้เพียบ หลายๆอันเรายังไม่เคยเห็น โทรเรียกไอ้สามตัวให้มาช่วยกันดู โทรหาโต้งไม่ติด ฝากข้อความไว้ หวังว่าโต้งคงโทรกลับเร็วๆนี้ น้องปิงปองโทรมาให้กำลังใจยาวเหยียด น่ารักจริงๆน้องชาย น้องอ้วนโทรมาบอกว่า จะตามไปเข้าคณะเดียวกับเรา หมอมหิดล ใช่ไหม เออ เข้าใจเล่นนะไอ้น้อง

ไอ้สามตัวมาถึงเกือบสิบโมง นั่งทำข้อสอบไปกินขนมไป ตอนนี้พวกเราไม่ค่อยเครียดกันเท่าไหร่ แค่ซ้อมจับความเร็วในการทำข้อสอบ ทำไม่ได้ไม่สำคัญเท่าไม่ได้ทำ ไอ้เอ็กซ์กลายสภาพจากหมีแพนด้า มาเป็นกบเคโระเหมือนเดิม หลังจากโดนคนรอบข้างรุมด่าข้ามวันข้ามคืน มันเกือบน็อคไปแล้วจริงๆ ไอ้แวนถามถึงโต้งว่าเตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว เราถอนหายใจตอบว่า โต้งกำลังเครียดมาก ใกล้จะกลายเป็นหมีแพนด้าตามไอ้เอ็กซ์ไปอีกคน แล้วเราก็ออกไปโทรหาโต้งอีกที โต้งรับสาย เสียงเพลียๆ เราถามว่าเป็นไงบ้าง โต้งพึมพำว่าปวดหัวเพิ่งได้นอน เราดูนาฬิกา นี่จะสิบเอ็ดโมงแล้ว โต้งอ่านหนังสือถึงเช้าเลยเหรอ เรารีบบอกให้โต้งไปนอน อีกแค่วันกว่าๆ ถ้าไม่สบายขึ้นมาจะทำยังไง ยังพูดที่คิดไม่จบ โต้งเรียกชื่อเราเสียงเครียด เราเริ่มรู้สึกตัว พูดมากเกินไปแล้ว โต้งบอกว่าจะนอนสักสองชั่วโมง เดี๋ยวค่อยตื่นมาอ่านตอนบ่ายๆ เราอดไม่ไหว ถามโต้งว่า โหมอ่านอย่างนี้จำได้เหรอ เกิดตอนสอบเบลอขึ้นมาจะทำยังไง โต้งตะโกนใส่เราว่า ถ้าไม่อ่านแล้วจะสอบติดได้ยังไง โต้งไม่เหมือนเรานี่ ไม่ต้องเอ็นท์ติดก็มีงานรออยุ่แล้ว เราเริ่มฉุน พาลแล้วนะโต้ง เราอุตส่าห์เป็นห่วง รู้หรอกว่าเครียด แต่ทำไมพูดกับเราอย่างนี้ เราตะโกนใส่โต้งบ้างว่า เราก็อยากเอ็นท์ติดเหมือนกัน เครียดเหมือนกัน ที่โทรมาเพราะเป็นห่วงรู้บ้างมั๊ย พูดจบเรารีบกดวางสาย เปลี่ยนเป็นระบบสั่น โมโหว่ะ ไอ้เอ็กซ์เดินมาดูเรามันคงได้ยินเสียงเราทะเลาะกับโต้ง มันตบไหล่เราถามว่า เกิดอะไรขึ้น เราส่ายหน้า เซ็งโต้งแต่ไม่อยากเล่า บอกไอ้เอ็กซ์ว่า เรื่องไร้สาระ โตๆกันแล้วช่างเหอะ ดึงไอ้เอ็กซ์ไปนั่งทำข้อสอบต่อ

หญิงแวะเอาซาละเปามาเสริมทัพตอนบ่าย ไอ้แวนเริ่มแซวหญิงว่า คนไม่ต้องสอบเนี่ย หน้าตาผ่องใสจัง หญิงยิ้มหวานเป็นพิเศษแซวกลับว่า ช่วยไม่ได้คนมันเก่ง ไอ้แวนพึมพำอะไรสักอย่าง หญิงเดินมาใกล้ๆ เรา ถามว่า เป็นไงบ้าง เรายิ้มให้หญิง ตอบว่า พอไหวแหละ ข้อสอบเก่าก็ทำได้เกิน แปดสิบเปอร์เซ็นต์ คะแนน GPA GPAX ก็ค่อนข้างดี เหลือแค่โอเน็ทนี่ละ หญิงตบหลังมือเราเบา บอกว่าเป็นกำลังใจให้นะ ยังไม่ทันได้ตอบ ไอ้แวนก็แถหน้าเข้ามาใกล้มาก ถามว่า ไม่เอาใจช่วยมันบ้างเหรอ เราผลักไอ้แวนออกไปด่ามันว่า เล่นอะไรเนี่ย ไม่เห็นเหรอไงวะ หญิงตกใจ ไอ้แวนหน้าเสียรีบขอโทษหญิง หญิงบอกไม่เป็นไร ไอ้แวนเดินหน้าจ๋อยไปนั่งห่างๆ เราดึงมือหญิงมานั่งข้าง ถามหญิงว่าจะไปปาย วันไหน หญิงบอกว่า วันที่ 8 ไปกับเพื่อนผุ้หญิงสองคน ผุ้ชายสองคน เราก็อยากไปบ้างเหมือน ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดเท่าไหร่ ถ้าขับรถได้ก็อยากไปทะเล หญิงถามว่าเราเราจะไปเรียนขับรถเมื่อไหร่ เราหลบตาหญิง ตอบว่า โต้งจะสอนให้หลังสอบโอเน็ท ยังไม่รู้วันไหน หญิงยิ้มบางๆ พูดว่า ก็ดีเนอะ ให้เพื่อนสอน เป็นเร็วดี พูดจบหญิงเดินไปคุยกับไอ้แวน เรื่องไปเที่ยวปาย ไอ้แวนไปมาเมือปลายปีที่แล้ว เราหันไปมองหญิงคุยเล่นกับไอ้แวน ไอ้ต่อเคยบอกหญิงกับไอ้แวนเหมาะสมกันดี แต่ในความคิดเรา หญิงน่าจะหาได้ดีกว่าไอ้แวน

ตอนเย็น ไอ้ต่อชวนไปเยาวราช พักสมอง จะได้เดินเล่น หาอะไรอร่อยๆกินด้วย ไอ้แวนกำลังจะหันไปชวนหญิง แต่เราตัดหน้าชวนหญิงก่อน มันเอ๋อไปเลย หญิงขอตัวไปบอกม๊า แล้วเดินมาสมทบกับพวกเรา ระหว่างทาง ไอ้แวนพยายามชวนหญิงคุย แต่หญิงติดคุยกับเราเรื่อง บ้านที่ปทุม ยิ่งคุยก็ยิ่งสนุก หญิงชวนเราไปเที่ยวปาย น่าสนนะ แต่ยังไม่รุ้ว่าหลังสอบจะยุ่งแค่ไหน ที่แน่ๆ ต้องรีบแต่งเพลงใหม่ ซ้อมมาราธอน เรียนขับรถอีก แค่คิดก็หมดเวลาแล้ว ไม่เป็นไรยังมีเวลาตัดสินใจ ไว้รอสอบให้เสร็จก่อน แวะกินผัดไทย ก๋วยจั๊บน้ำใส หมูสะเต๊ะ เกี๊ยวซ่า ขนมเบื้อง กระเพาะปลาน้ำแดง รังนกแป๊ะก๊วย ทุกอย่างสั่งมาอย่างละสองจาน แบ่งกันกิน สนุกดี เรากับหญิงสั่งแตงโมปั่นเหมือนกัน แต่เหลือแตงโมแค่ชิ้นเดียว เราเสียสละให้หญิง สั่งไมโลปั่นก็ได้ พอน้ำมาเสริฟ หญิงให้เราชิม อร่อยมากๆๆ เรากับหญิงเลยแบ่งแตงโมปั่นกินด้วยกัน ยกไมโลให้ไอ้เอ็กซ์ มันยินดีอยู่แล้ว ไอ้แวนทำตาเขียวใส่เราบ่อยๆ แปลได้ว่า เรามาเป็นก้างขวางคอมัน มันพยายามหาเรื่องคุยกับหญิง แต่หญิงหันมาคุยกับเราตลอด ช่วยไม่ได้ว่ะเพื่อน หญิงเค้าไม่ได้สนมึงนี่หว่า พวกเราเดินเล่น หาของกินไปเรื่อยๆ จนเกือบสี่ทุ่ม เรียกแท็กซี่ไปส่งไอ้ต่อคนแรก ถัดมาเป็นเรากับหญิง ก่อนลงจากรถ ไอ้แวนบอกหญิงว่า เดี๋ยวโทรหานะ หญิงหันมามองหน้าเรา แล้วหันไปพยักหน้า ยิ้มให้ไอ้แวน เราคิดในใจ หญิงให้ความหวังไอ้แวนทำไมวะ ระหว่างทางเดินเข้าซอยบ้าน โต้งโทรเข้ามา เราหยิบมือถือขึ้นมาดูแต่ไม่รับ จนหญิงถามว่าไม่รับเหรอ เราส่ายหน้า รู้ดีโต้งกำลังเครียด ไม่อยากคุยด้วยตอนนี้ แต่ส่งข้อความไปว่า “พักผ่อนนะ เป็นห่วง” เดินมาจนเกือบถึงบ้านเรา โต้งส่ง sms ตอบกลับมาว่า “จะนอนแต่หัวค่ำ พรุ่งนี้คุยกันนะ คิดถึง” เรายิ้มกับมือถือ เห็นโต้งใจดีอย่างนี้ บทจะดื้อก็เอาเรื่องเหมือนกัน หันมาอีกที หญิงแยกเข้าบ้านไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ปล. วันนี้สนุกดีนะหญิง

——————————————-


4 มีนาคม 2008

พี่อ๊อดโทรมาแต่เช้า อวยพรให้เราโชคดีในการสอบ ถามไปถามมา แกคิดว่าเราสอบวันนี้ เลยรีบโทรมา ขำดี นานๆ พี่อ๊อดก็หลุดให้เห็น ไม่เป็นไร รับพรไว้แล้ว

นั่งมองกองหนังสืออยู่เกือบชั่วโมง ไม่รู้จะอ่านอะไรก่อนดี รู้สึกความรู้เต็มหัวไปหมด กลัวจะไปสั่นในห้องสอบ แวะไปซื้อดินสอ 2B กับ ยางลบเพิ่ม เตรียมไว้ก่อน เจอเพื่อนสมัยม.ต้น ชื่อ น้ำ ตอนนั้น น้ำ สนิทกับโต้งมาก เล่นบอลด้วยกันทุกเช้า เราก็พลอยรู้จักไปด้วย น้ำค่อนข้างซน โดนทำโทษบ่อย แต่เป็นที่รักของเพื่อน น้ำชอบเพลงของออกัสมาก ถามเราเรื่องอัลบั้มใหม่ บ่นว่าเสียดายไม่ได้ไปดูคอนเสิรต เราถามว่า น้ำทำอะไรอยู่ เรียนที่ไหน น้ำตอบว่า กำลังเตรียมตัวไปเรียนปริญญาตรี วิศวะ ที่เยอรมัน น้ำได้ทุน กพ. เก่งจริงๆ น้ำถามว่าได้เจอโต้งบ้างไหม เราตอบว่า ได้เจอบ้าง น้ำเลยเล่าเรื่องโต้งให้ฟังหลายเรื่อง ตั้งแต่ย้ายบ้านไป โต้งก็ไม่ได้ติดต่อเพื่อนๆอีก น้ำเพิ่งเจอโต้งที่โรงเรียนกวดวิชา เมื่อต้นปีที่แล้ว เคยไปกินข้าวด้วยกันหลายครั้ง โต้งดูเงียบๆ ไม่ร่าเริงเหมือนเมื่อตอนเด็กๆ น้ำว่าคงเพราะปัญหาทางบ้าน แล้วก็เรื่องแฟนของโต้ง ท่าทางจะสวยมาก เป็นดาวโรงเรียนด้วย โต้งเคยเล่าให้เราฟังเหมือนกันว่ามีแฟน แต่ตอนหลังๆ โต้งก็ไม่ได้พูดถึงอีก เราไม่อยากถามด้วย ก่อนจะแยกกันน้ำ บอกว่าวันคริสมาตที่แล้วได้ไปดูเราเล่นคอนเสริตที่สยามด้วย มันส์ดี อีกอย่างได้ข่าวว่าโต้งเลิกกับแฟนวันนั้นเหมือนกัน น้ำเดินหายแล้ว เรายังยืนอยู่กับที่ คิดซ้ำไปซ้ำมา เพราะเราใช่ไหม

ปล. พรุ่งนี้สอบแล้วล่ะหญิง

---------------------------------------


5 มีนาคม 2008


สอบ


6 มีนาคม 2008


สอบ


โดย: Happiiness IP: 115.67.40.131 วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:10:57:37 น.  

 
7 มีนาคม 2008


สอบ

กลับถึงบ้านตอนสี่โมงเย็น แวะไปกินข้าวกับไอ้สามตัวก่อน รีบโทรหาโต้งถามว่าสอบเป็นไงบ้าง โต้งเสียงดีขึ้นกว่าวันแรกๆ บอกว่าทำได้เยอะกว่าที่คิด โต้งถามเรากลับ เราตอบว่าก็พอทำได้ คุยเล่นอีกนิดหน่อย โต้งขอตัวไปนอนพัก เหนื่อยมาเป็นเดือน สมองล้า ป้าอรเอาไมโลมาให้กินก่อนนอนเหมือนเดิม มีขนมปังสังขยาเจ้าอร่อยแถมมาด้วย แกบอกว่าหญิงฝากไว้ให้

ปล. ขอบใจนะหญิง ตอนนี้ขอนอนก่อนละ ชาร์ตแบตตัวเอง พรุ่งนี้ยังมีเรื่องให้ต้องคิดอีกเยอะ

———————————————–


8 มีนาคม 2008

จบกันทีชีวิต นักเรียน ม.ปลาย ตอนนี้ หัวโล่ง ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ใส่พลังงานทั้งหมดไปกับการสอบ ยังไม่ทันตื่นดี ป้าอรมาเรียกให้ไปรับโทรศัพท์ ป๊าโทรมาถามว่าสอบเป็นยังไงบ้าง เราตอบไปว่าพอทำได้ ป๊าชวนไปเที่ยวฮ่องกง อยากให้เราไปด้วย เพราะเครียดกับการสอบมาเป็นเดือน ไปพักผ่อนสมอง ที่บ้านจะไปกันวันจันทร์ที่จะถึงนี้ ไปกันสี่วันสามคืน ป๊าให้เวลาคิดถึงอาทิตย์เย็น เรารีบโทรหาพี่เดียว ถามว่าต้องเข้าบริษัทวันไหน พี่แกยังตอบไม่ได้ แต่คงไม่ใช่ภายในอาทิตย์หน้าแน่ๆ เพราะฉะนั้นจะไปฮ่องกง ก็ไม่เสียงานแน่นอน โทรหาคนอื่นๆถามว่ามันจะไปไหนหรือเปล่า ไอ้แวนบอกจะกลับบ้านที่ตรัง ไอ้เอ็กซ์ไปอเมริกาอาทิตย์นึงจะแวะเยี่ยมสนด้วย ไอ้ต่อยังไม่รู้ แต่คงนัดเที่ยวกับแฟน ปิงปองจะไปทะเลกับที่บ้าน น้องเพชรไปซัมเมอร์ที่อังกฤษเดือนนึง น้องคนอื่นต้องเรียนพิเศษ หญิงก็คงไปเที่ยวปายอีกวันสองวันนี้ เราโทรหาโต้งเป็นคนสุดท้าย ถามโต้งด้วยคำถามเดียวกัน โต้งตอบว่า ยังไม่รู้เหมือนกันปกติช่วงปิดเทอม ไม่ค่อยได้ทำอะไรเที่ยวไปเรื่อยๆ โต้งรู้ว่าหญิงจะไปเที่ยวปาย ไม่แปลกเพราะเพื่อนผู้ชายอีกสองคนของหญิงก็เป็นเพื่อนโต้ง โต้งชวนเราไปเที่ยวปายด้วย เราบอกโต้งว่าเราจะไปฮ่องกงกับที่บ้าน ถ้าโต้งไปเที่ยวปาย ฝากถ่ายรูปมาด้วย โต้งพึมพำว่าเสียดาย แต่รับปากว่าจะถ่ายรูปสวยๆมาให้ โต้งถามว่าเราจะกลับมาวันไหน จะพาไปสอนขับรถ เราบอกว่าอาทิตย์หน้า ไว้ค่อยนัดวันกันอีกที

กำลังกินข้าวเที่ยง หญิงแวะมาหา ชวนเราไปเที่ยวปายด้วย เรายิ้มให้หญิง ตัดสินใจเด็ดขาดเสียที นี่คือคนที่เหมาะสมกับโต้ง เราไม่รู้จักแฟนคนที่เลิกกันไปของโต้ง แต่เรารู้จักหญิง รู้จักดี เรามั่นใจว่าหญิงน่ารักที่สุด เราเองยังชอบหญิงเลย ทำไมโต้งจะไม่ชอบ อีกอย่างโต้งก็ไม่รู้ว่าหญิงเคยแอบชอบเรา เป็นพ่อสื่อให้โต้งดีกว่า อย่าลืมหญิงเคยโกรธตอนที่เราให้เบอร์มือถือกับไอ้แวน คราวนี้คงต้องระวังหน่อย ความรู้สึกยิ้มทั้งน้ำตาเป็นอย่างนี้นี่เอง ถ้าน้านีย์รู้คงดีใจ อาจจะชมว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีก็ได้ ใช่ไหม เพื่อนที่ดีต้องเห็นแก่เพื่อนมากกว่าตัวเอง เราตอบหญิงว่าเราต้องไปฮ่องกง หญิงบ่นเสียดาย ตอนนี้อากาศที่ปายเย็นกำลังดี น่าไปสวีทกับแฟน หญิงกลับไปแล้ว เราก็เคยคิด ถ้าได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกับโต้งจะดีสักแค่ไหนนะ ไปในที่ๆไม่มีคนรู้จักเรา ตบหน้าตัวเองเบาๆ เรียกสติกลับมา โทรบอกป๊าขอไปฮ่องกงด้วย อยู่ห่างๆกรุงเทพสักพักคงดี

ความจริงเราก็อยู่ของเราคนเดียวมานาน จะมาพูกพันธ์อะไรมากมายกับคนแค่คนเดียว ความสุขที่ได้รับมามันเพียงพอแล้ว น้านีย์พูดถูก อนาคตของโต้งไม่ใช่เรา ไม่มีวันใช่ เรารู้ตัวเองดี แล้วจะรั้งโต้งไว้ทำไม เราเคยถามตัวเองด้วยคำถามนี้หลายหน แต่เราไม่เคยกล้าค้นหาคำตอบ เพราะกลัวจะต้องปล่อยมือโต้งไปจริงๆ ขี้ขลาด นายขี้ขลาด เพราะความเห็นแก่ตัวของนายทำให้ใครต่อใครต้องเสียใจตั้งเท่าไหร่ จำได้ไหมนายเคยสัญญากับน้านีย์ว่าจะเป็นเพื่อนที่ดีของโต้งตลอดไป นายมีที่ของนายแล้ว อย่าคิด อย่าหวังอะไรมากไปกว่านี้ จำเอาไว้ นี่ไม่ใช่จุดจบ มันเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ถูกต้องต่างหาก ยังไงซะเราก็จะมีโต้งเป็นเพื่อนทีดี ไม่ต้องทนเหงาอยู่คนเดียวอีก เดินหน้าเถอะ เราถอยหลังมามากเกินไปแล้ว

เวลาต้องตัดสินใจอะไรสำคัญๆ เสียงของ Kurt Coben ช่วยเราได้เสมอ เพลงนี้เหมาะดี

YOU KNOW YOU’RE RIGHT

I will never bother you
I will never promise to
I will never follow you
I will never bother you

Never speak a word again
I will crawl away for good

I will move away from here
You won’t be afraid of fear
No thought was put into this
And I always knew it would come to this
Things have never been so swell
I have never felt this well
Hey
Hey
Hey

You know you’re right
You know you’re right
You know you’re right

I’m so warm and calm inside
I no longer have to hide
There’s talk about someone else
sipping soup begins to melt
Nothing really bothers her
She just wants to love herself

I will move away from here
You won’t be afraid of fear
No thought was put into this
I always knew it’d come to this
Things have never been so swell
I have never failed to fell

Hey
Hey
Hey
Hey
Pain

Pain…

ปล. เวลาเศร้าๆ เปิดเพลงดังๆ ช่วยได้นะหญิง

——————————————————–


9 มีนาคม 2008

โต้งโทรมาชวนไปดูหนัง เรื่อง กอด ตอนแรกเราไม่อยากดู ได้ยินน้องแม็คบอกว่าไม่สนุก แต่ไม่มีเรื่องอื่นจะดูจริงๆ อาทิตย์นี้มีแต่หนังห่วยๆ โต้งชอบดูหนัง GTH ต่อให้ไม่สนุกยังไงก็จะดู เราอ่านเรื่องย่อในเน็ต เป็นเรื่อง ผู้ชายสามแขน กับ ผู้หญิงที่ถูกทิ้ง ต้องเดินทางไปร่วมกันไปตามหาสิ่งที่ขาดหายหรือเกินก็ไม่รู้ ด้วยกัน ตัวหนังไม่สนุกเอาจริงๆ หาวตั้งหลายรอบ โต้งก็เหมือนกัน สุดท้ายพระเอกก็ได้ตัดแขน สิ่งที่คิดว่าเป็นส่วนเกิน แต่กลับยิ่งทำให้รู้สึกขาด จริงแล้วพระเอกเหงาเพราะไม่มีคนเข้าใจนั่นเอง นางเอกกลายมาเป็นส่วนเติมเต็มของชีวิต ถ้าพระเอกทำใจได้ว่าตัวเองก็ไม่ได้แปลกประหลาดไปจากคนอื่น มีสามแขนมันก็มีประโยชน์ดีนะ จะหยิบอะไรก็ง่าย ขึ้นรถเมล์ก็มีแขนที่สามไว้เกาะ คิดแล้วก็อยากมีสามแขนบ้าง ไม่น่าเชื่อโต้งร้องให้ เราแอบเห็นโต้งเช็ดน้ำตาตอนเกือบท้ายเรื่อง เศร้าตรงไหนเนี่ย

ดูหนังเสร็จมานั่งกิน KFC ที่สยาม หญิงเดินเข้ามาสมทบ โต้งท่าทางแปลกใจ เรารู้ตว่าวันนี้หญิงนัดกับรุ่นพี่ที่จุฬา เลยชวนมากินข้าวด้วย โต้งกับหญิงมองหน้ากัน เหมือนไม่รู้จะคุยอะไรดี เราเลยกลายเป็นตัวเชื่อม ชวนทั้งโต้งทั้งหญิงคุย ไม่นานบรรยากาศเครียดๆ ก็หายไป โต้งถามหญิงว่าพรุ่งนี้จะเจอกันที่ขนส่งกี่โมง หญิงบอกไม่รู้ให้เพื่อนที่ชื่อ ชิด จัดการ มีหน้าที่จ่ายเงินอย่างเดียว โต้งยังบ่นเสียดายที่เราไม่ไป หญิงก็เหมือนกัน เรายิ้มให้ทั้งสองคน คุยข่มว่า เราไปฮ่องกงนะ ไม่อิจฉาเหรอ หญิงรีบลิสต์ของฝาก โดยเฉพาะพวงกุญแจสัญลักษณ์โอลิมปิค หญิงอยากได้ทั้งห้าแบบ เราถามโต้งว่าอยากได้อะไรไหม โต้งยิ้ม บอกว่าอะไรก็ได้ เราพยักหน้ารับ หันไปคุยกับหญิงเรื่องรับน้อง รุ่นพี่บางคนอยากให้หญิงมาช่วยงาน หญิงเข้ากับคนง่ายเข้ามหาลัยแล้วคงมีเพื่อนเยอะแน่เลย ไม่เหมือนเรา โต้งคุยกับหญิงเรื่องไปเที่ยว หญิงบอกว่าอยากไปถ่ายรูปกับร้านที่ ฟิล์ม ไปซื้อโปสการ์ดในหนังเรื่อง รักจัง ไอ้แวนเคยเอารูปมาให้ดู สวยดี เราแอบมองโต้งกับหญิงคุยกัน คิดในใจถ้าโต้งกับหญิงคบกัน พวกเค้าจะยังเห็นเราอยู่ในสายตาหรือเปล่านะ เราก้มหน้าเขี่ยไก่ทอดในจาน จนเสียงคุยเงียบไป เราเงยหน้าขึ้น โต้งกับหญิงกำลังมองเราอยู่ หญิงเอื้อมมือมาแตะหน้าผากเรา ถามว่าไม่สบายหรือเปล่า หน้าซีดๆ เราส่ายหน้า บอกว่า แค่หิวน่ะ โต้งตักปีกไก่แซ่บ ให้เราสองอัน อิ่มแต่ก็ต้องฝืนกินจนหมด โต้งขอกลับบ้านก่อน เพราะน้านีย์ให้ช่วยตัดหญ้าก่อนไปเที่ยว เรากับหญิงส่งโต้งขึ้นรถเมล์ แล้วไปเดินซื้อของต่อ บังเอิญเจอเพื่อนหญิงกับแฟนที่จะไปเที่ยวด้วยกัน เรายืนรออยู่ใกล้ๆ เพื่อนหญิงมองเรา แต่ไม่ได้คุยอะไรด้วย รู้สึกแฟนเพื่อนหญิงก็เป็นเพื่อนของโต้ง เหมือนจะเคยเจอ ก่อนแยกกันเพื่อนหญิงมาขอถ่ายรูปกับเรา หญิงก็ถ่ายด้วย เราเดินดูของเป็นเพื่อนหญิง จนฟ้ามืด บ้านอยู่ใกล้กันกลับด้วยกัน ประหยัดค่ารถดี

กลับมาถึงบ้าน ป้าอรรีบมาเตือนให้จัดกระเป๋า ความจริงก็เหลือแค่พวกของใช้ส่วนตัวน่ะแหละ รีบๆจัดให้เสร็จ วันนี้จะนอนเร็ว เหนื่อย เหนื่อยใจ

ปล. ไม่ได้แลกเงินไปสักบาท คงต้องขอให้ป๊ารูดบัตรไปก่อน จะซื้อของมาฝากให้ครบนะ


----------------------------------------------------


10 มีนาคม 2008

ป๊ามารับตอนตีสี่ เครื่องออกเจ็ดโมงครึ่ง บินแค่สองชั่วโมง ก็ถึงฮ่องกง น้องมายด์พาเพื่อนมาด้วย เลยไม่ค่อยมาคุยเล่นกับเรา ไม่ได้ถามป๊าว่า จะไปไหนกันบ้าง ได้ยินว่าจะไปไหว้พระหลายๆที่ น้องมายด์อยากไปโอเชียนปาร์ค ดีสนีย์แลน ไปชอปปิ้ง เพื่อนป๊าที่ฮ่องกง มาคอยช่วยนำเที่ยว เราฟังภาษาจีนได้นิดหน่อย ไม่ถึงขนาดสื่อสารได้ แต่ก็คงไม่หลงทาง ฮ่องกงเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่คนเยอะ ตึกสูงเต็มไปหมด น่าอึดอัด ร้านค้าตกแต่งสวยดี เก็บของเข้าที่พักก็ได้เวลากินข้าวเที่ยง เพือนป๊าพาไปกินโจ๊กกับน้ำเต้าหู้ตามร้านข้างทาง อร่อยดี ปาท่องโก๋ตัวโตๆ เป็นเอกลักษณ์ น้องมายด์สั่งแซนวิชแฮมไข่ ได้ชิมคำนึงไม่น่าเชื่ออร่อยสุดๆ ไข่คนนุ่มหอม จนเราแทบไม่อยากกินโจ๊กอีก ญาติๆถามเราว่าจะออกอัลบั้มเมื่อไหร่ เราก็ตอบไม่ได้ แต่คงเร็วๆ นี้เพราะเซ็นสัญญาแล้ว มีตารางคอนเสิรตปลายเดือนมีนาหลายวันด้วย เพื่อนน้องมายด์จ้องเราจนเขิน พอเรายิ้มให้น้องเค้าก็อาย ไม่ยอมมองหน้าเราอีก เหมือนแฟนเพลงเด็กๆของเราเลย ป๊าถามว่า ถ้าเอ็นท์ไม่ติดมหาลัยรัฐ จะเอายังไง เราตอบว่าก็คงเรียนเอแบค ไม่ก็ ม.กรุงเทพ เราอยากเรียนนิเทศน์ศาสตร์ อยากทำเพลงอย่างจริงจัง ไม่ต้องเบื้องหน้าก็ได้ เราอยากเรียนทฤษฎีอย่างจริงจัง ป๊าไม่ว่าอะไร แต่บอกเราว่า ถ้าอยากเรียนดนตรี ไปเรียนที่อเมริกาน่าจะดีกว่า เรียนที่นี่จบมาก็ไม่พ้นเป็นพนักงานบริษัทเทป เราไม่ตอบอะไร ไม่อยากจากเมืองไทยไปนานขนาดนั้น เราเป็นพวกติดที่เหมือนอาม่า หลายคนบอกอย่างนี้ ป๊าชอบพูดว่าไม่บังคับเราหรอก แต่ก็ชอบพูดให้เรารู้สึกว่าเราจะทำอะไรมันก็ผิดไปหมด ทั้งที่บอกตัวเองให้เลิกคิดมากมานานแล้ว ยังไงก็อดไม่ได้สักที

ไปไหว้พระที่วัดหวังต้าเซียนเป็นที่แรก คนเยอะมาก เหมือนวัดเล่งไหน่ยี่ เราเดินไหว้ตามคนอื่นๆ คิดถึงอาม่าแทบขาดใจ ตอนที่อาม่ายังอยู่ ชอบพาเราไปเดินไหว้เจ้าตามวัดแถวเยาวราช อาม่าจะเล่าเรื่องเทพเจ้า ตำนานอภินิหาร ให้ฟังสนุกจนลืมเมื่อยเลย เราอธิษฐานให้อาม่า ขอให้อาม่ากับอากง อวยพรให้เราด้วย ไปไหว้พระอีกหลายที่ เราจำชื่อวัดไม่ได้ อากาศหนาวจนสั่นมือเย็นไปหมด น้องๆ อยากไปซื้อเสื้อผ้า เลยต้องเปลี่ยนเส้นทางจากวัดที่มีเจ้าแม่กวนอิม ไปไทม์ สแควร์ แทน เสื้อผ้าเยอะดี ไม่แพงด้วย น้องๆช๊อปกันจนเราต้องช่วยถือถุงเต็มสองมือ ตัวเราเองได้เสื้อแจ็คแก็ตสวยๆ เสื้อยืดยี่ห้อโปรด ก็ไม่แพง ป๊าให้รางวัลเราด้วย นาฬิกา Tag Heuer รุ่นสปอร์ต หน้าปัดสีดำ สวยมาก เมื่อยขาแต่ทุกคนก็ยังช๊อปกันไม่หยุด เราเดินตามไปเรื่อย ๆ ดูของเพลินๆ ดี เห็นเสื้อยืดสีฟ้าอ่อนของ POLO ปกติยี่ห้อนี้จะสวยแต่เสื้อเชิต แต่เสื้อตัวนี้ลายสวยดี ม๊าเห็นเราจับเสื้ออยู่นาน เลยเดินมาบอกเราว่าเอาไหม เรายิ้ม ขอไซส์ใหญ่กว่านี้หน่อย จะซื้อไปฝากเพื่อน โต้งคงชอบ

อาหารจีนที่ฮ่องกงรสชาดจืดกว่าที่เคยกิน แต่ก็อร่อยดี โดยเฉพาะติ๋มซำ หรือ หยำฉา ที่คนฮ่องกงเรียก ทั้งที่เดินทั้งวันแต่ก็ไม่ค่อยหิว ทุกคนกินข้าว คุยกัน อย่างสนุกสนาน เรานั่งฟังเงียบๆ ตอนเย็นไปเดินชมวิวที่ วิคตอเรีย พีค สองทุ่มไปรอดู Symphony of Light เคยเห็นแต่ในรูปสวยดี ตึกสูงๆ หลายสิบตึก ร่วมกันยิ่งแสดงเลเซอร์แข่งกัน เหมือนการดวลของเครื่องดนตรี ในวงซิมโฟนี เยี่ยม แต่ดูไปนานก็น่าเบื่อเหมือนกัน ยิ่งดึกอากาศยิ่งเย็นลงมาก แต่คนก็ยังมารอดูกันเยอะ พวกผู้หญิงจะไปช๊อปปิ้งกันที่ ไนท์มาร์เก็ต ป๊าบอกมีเครื่องใช้ไฟฟ้าแปลกๆ ถูกๆขายด้วย เราได้เกมส์ PSP รุ่นพกพามาเล่น ดีจะได้ไม่เบื่อเวลาเหงาๆ คนอื่นๆ ซื้อของกันจนเต็มมืออีกแล้ว กว่าจะได้กลับห้องก็เกือบเที่ยงคืน

ง่วงนอน หนาว เหนื่อย

ปล.เราซื้อพวงกุญแจที่หญิงอยากได้กับตุ๊กตา มาสคอต ด้วย

————————————————

11 มีนาคม 2008

วันนี้ไป โอเชี่ยนปาร์ค สวนสนุก ที่สร้างอยู่บนภูเขาริมทะเล เห็นรถไฟเหาะริมเหว น่ากลัวแต่ก็น่าทึ่ง ดูจากโบรชัวร์ มีสัตว์ทะเลแปลกๆให้ดูเยอะ ของเล่นหวาดเสียวหลายแบบ แต่เราคงไม่เล่น ขอไปดูสัตว์ดีกว่า เราเดินตามญาติๆ ไปดูแมวน้ำ ปลาโลมา แมงกะพรุน ปลาฉลาม ปลาอีกหลายๆพันธ์ สุดยอดเลย เยี่ยมจริงๆ เราเฝ้ามองเต่าทะเลาว่ายน้ำจนเกือบหลงกับคนอื่นๆ น้องๆ ขอไปเล่นเครื่องเล่นมีอาเจ๊ก สองคนตามไปคุม เราแยกไปดูหมีแพนด้ากับม๊า พวกมันน่ารักมาก นั่งนิ่งๆให้ถ่ายรูป บางทีก็เล่นกัน เห็นแล้วนึกถึงตุ๊กตาหมีที่เราซื้อมาวันก่อน เราซื้อตุ๊กตา Whiskas แมวน้ำสัญลักษณ์ของโอเชี่ยนปาร์ค พวงกุญแจ หมวก จะเอาไปฝากเพื่อนๆในวง

รอจนพวกน้องๆ เล่นกันเสร็จ กว่าจะได้กินข้าวก็เกือบบ่ายสาม สี่โมงครึ่งไปรอดูการแสดงของแมวน้ำกับปลาโลมา ทุกคนสนุกกับแมวน้ำ และ ปลาโลมา ที่ถูกฝึกมาอย่างดี กระโดดลอดบ่วง ว่ายทวนน้ำ หยอกล้อกับคนฝึก แต่เรากลับรู้สึกว่า การแสดงแลกอาหารอย่างนี้น่าสงสาร พวกมันคงไม่ได้อยากกระโดดลงน้ำเป็นสิบๆ ครั้ง เพื่อปลาสองสามตัว นี่แหละชีวิตบางครั้งก็ไม่มีให้ทางเลือกมากนัก น้องๆ ถ่ายรูปกันไม่หยุด คงสนุกน่าดู

อยู่ที่โอเชี่ยนปาร์คจนเกือบสี่โมงเย็น ก็มาเดินเล่นแถว Repulse bay ช๊อปปิ้งกันอีกแล้ว เราซื้อขนมแปลกๆ มาหลายถุง เอาไว้กินเล่นเวลาซ้อมดนตรี

วันนี้นอนกันเร็วเพราะพรุ่งนี้จะไปดีสนีย์แลนด์ คงเหนื่อยทั้งวัน แต่เรานอนไม่หลับ

มองดูท้องฟ้าที่ฮ่องกง จากหน้าต่างห้องเราเห็นดาวชัดมาก สวยจนเหมือนภาพวาด แต่ที่ปายคงสวยกว่า เพราะไม่มีตึกสูงๆ มาบัง อากาศก็คงดีไม่มีมลภาวะเหมือนที่นี่ ตอนนี้โต้งกับหญิง จะเป็นยังไงบ้างนะ หญิงน่ารักไม่มีทางปล่อยให้โต้งนั่งเหงาอยู่คนเดียวเหมือนเราตอนนี้แน่ โต้งก็คงดูแลหญิงดี เหมือนที่เคยดูแลเราเวลาไปเที่ยวด้วยกัน เพื่อนๆหญิงไปกันเป็นคู่ คงไม่มีเวลามาสนใจโต้งกับหญิง ถือว่าเป็นโอกาสดีนะ ถ้ามีเวทมนต์เราก็อยากหายตัวไปอยู่นั่นกับคนที่เรารัก แต่โลกแห่งความเป็นจริงเราทำไม่ได้ เหมือนที่เราเป็นแฟนกับโต้งไม่ได้ ไม่ว่าจะไปเที่ยวด้วยกันบ่อยแค่ไหน อยู่ใกล้กันตลอดเวลา หรือต่อให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน เรากับโต้งก็ยังต้องเป็นแค่เพื่อนกันอยู่ดี ไม่ว่าพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ จะว่าไปเรานี่เป็นตัวซวยนะ อยู่ใกล้ใครก็ทำให้คนๆนั้น เสียใจอยู่เรื่อย

ปล. อยากกลับบ้าน อย่างน้อยได้อยู่ในที่ๆ เราคุ้นเคยก็ยังดีกว่า คิดเหมือนกันไหมหญิง

———————————————


12 มีนาคม 2008

ดีสนีย์แลนด์ฮ่องกง สวยเหมือนที่คิด เครื่องเล่นก็น่าตื่นตาตื่นใจ น้องๆ เล่นกันจนหอบ เรานั่งคุยกับม๊าอยุ่ที่ร้านไอติม ม๊าเห็นเราเงียบๆไป แกคิดว่าเราเครียดเรื่องเอ็นท์ ม๊าบอกไม่ให้เราคิดมาก ป๊าไม่ว่าหรอก เรายิ้ม บอกให้ม๊าสบายใจว่า เราสบายดีแค่เหนื่อย ไม่เคยเดินช๊อปปิ้งทั้งวันแบบนี้ ม๊าหัวเราะบอกว่า ปลายเดือนมิถุนา จะไปเที่ยวงสิงค์โปร์กันอีก sale ทั้งเกาะ ม๊าอยากให้เรามาเที่ยวด้วย เราบอกว่ายังไม่แน่ใจ มหาลัยเพิ่งเปิด งานเพลงก็ยังไม่เรียบร้อย คงต้องรอดูก่อน ไอติมวนิลาเริ่มละลายไปเรื่อยๆ รสนี้โต้งชอบ

ยังจำได้ปีที่แล้วไปกินไอติมกับโต้งที่สยาม โต้งบอกว่าที่บ้านจะจัดปาร์ตี้ต้อนรับพี่แตง หรือ พี่จูนนั่นเอง จู่ๆ โต้งก็นิ่งไป เราเห็นโต้งมองผู้หญิงคนนึงที่เดินมากับแฟน ตอนนั้นโต้งบอกว่าเป็นเพื่อนเก่า โธ่ ดูก็รู้ผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนเก่าโต้งมากกว่า ผู้หญิงคนนั้นท่าทางน่ารักดี อยู่กับเค้าโต้งคงมีความสุข

น้ำเล่าให้ฟังว่า เค้าเลิกกันวันคริตมาส วันที่เราเล่นคอนเสิรต

น้านีย์เคยบอกสักวันเราจะเข้าใจ ตอนนั้นเราคิดว่าน้านีย์รังเกียจที่เราเป็นอย่างนี้ แต่ความจริงแล้วน้านีย์มองการณ์ไกลต่างหาก เราไม่อยากเสียคนที่เข้าใจเราที่สุดอย่างโต้งไป แต่เราจะทนให้โต้งถูกมองแปลกๆ อย่างที่เราเคยโดนมาตลอดได้เหรอ จะมีสักกี่คนที่เข้าใจ ตอนนี้โต้งมีปัญหาทางบ้านมากพอแล้วนะ บางทีเราน่าจะห่างๆโต้งสักนิด ให้โต้งได้มีโอกาสมองคนอื่นๆบ้าง น่าจะดี

ม๊าชวนไปเล่นม้าหมุนเป็นเพื่อน สนุกดีเหมือนกัน เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง ตอนเด็กๆ โต้งเคยชวนเราไปเล่นชิงช้าสวรรค์ที่วัดใกล้ๆบ้าน เราเพิ่งรู้ว่าตัวเองกลัวความสูง เกาะประตูแน่น ร้องไห้ อยากลงแต่ลงไม่ได้ โต้งจับมือเราไว้ตลอด ตอนนี้เราไม่กลัวชิงช้าสวรรค์แล้ว ม๊าชวนไปสมทบกับป๊า รอดูขบวนพาเหรด เราถอนหายใจเสียงดังจนม๊าหันมามอง

เราแค่อยากรู้ อีกนานไหมกว่าโต้งจะรู้ว่าความรักของเราไม่สามารถเติมเต็มความต้องการของโต้งได้ แล้วมันจะเป็นไปได้ไหมนะ ถ้าโต้งจะมีเรากับใครอีกคนที่เหมาะกับโต้ง คนที่ไม่ใช่เรา คนเราจะรักใครพร้อมกันทีเดียวสองคนได้ไหม เราเห็นแก่ตัวไปหรือเปล่านี่ จู่ๆเราก็คิดถึงหนังที่ดูเมื่อวันอาทิตย์ พระเอกมีสามแขน แขนที่สามเป็นส่วนเกินในความคิดของเขา มันทำให้เขาเป็นคนพิการในสายตาของคนอื่น และของตัวเอง เราเป็นแขนที่สามสำหรับโต้งหรือเปล่า วันนึงโต้งจะอยากตัดเราทิ้งไหม

ฟ้าครึ้มๆเหมือนฝนจะตก แล้วก็ตกจริงๆ พวกเราหลบฝนมานั่งเบียดกันอยุ่ในร้านไก่ทอด อดดูพาเหรด เพราะฝนตกไม่หยุด แวะซื้อของที่ระลึกก่อนกลับ ขนซื้อแก้วน้ำกับเสื้อยืดหลายตัว น้องอ้วนคงชอบ

ปล. พรุ่งนี้จะกลับตอนบ่ายๆ ช่วงเช้ามีเวลาช๊อปปิ้ง จะได้ซื้อของฝากหญิงให้ครบ


โดย: Happiiness IP: 115.67.40.131 วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:11:00:18 น.  

 
13 มีนาคม 2008



กลับมาถึงตอนบ่ายสี่ อาการไม่ค่อยดีตั้งแต่อยู่บนเครื่อง พะอืดพะอม อยากจะอ๊วก ตอนแรกป๊าจะพาไปโรงพยาบาล แต่เราอยากกลับบ้านมากกว่า ทุกทีเลยเวลาไม่สบายเราอยากอยู่บ้าน ได้อยู่ใกล้ๆอาม่าแล้วสบายใจ กะจะนอนสักพักแต่ทนไม่ไหว สงสัยจะอาหารเป็นพิษ จำไม่ได้ว่ากินอะไรไปบ้าง ปวดหัว ปากขมไปหมด คลานขึ้นเตียงได้ก็หลับเป็นตาย



ตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์อีกแล้ว น้องปิงปองโทรมาบอกว่า พี่อ๊อดนัดเจอวันศุกร์ เฮียอยากให้เราเข้าไปคุยเรื่องเพลง ไอ้แวนกับไอ้ต่อ อยู่กรุงเทพฯแล้ว เรายังมึนๆ หัว บอกมันว่าจะไปเจอที่บริษัทตอนสิบโมง หิว แต่ไม่อยากกิน ลงมาข้างล่าง ป้าอรกำลังแกะเห็ดหอมแช่น้ำ แกบอกจะเอาไว้ทำข้าวต้มทรงเครื่อง เราเดินไปบ้านหญิง เจออาเฮียหญิง เตรียมของทำขนมอยู่ แต่หญิงไม่กลับจากปาย เห็นว่าเลื่อนเป็นกลับพรุ่งนี้ เราโทรหาโต้ง สัญญาณคงไม่ดี เราได้ยินเสียงโต้งไม่ชัด จับใจความได้ประมาณว่า โต้งสบายดี อากาศหนาวน้อยกว่าที่คิด วิวสวยมาก ถ่ายรูปมาเยอะเลย ได้ยินเสียงหญิงแว่วๆ เรียกโต้งไปกินข้าว เรารีบตัดบทว่า เหนื่อย ขอไปนอนพักก่อน



ไอ้แวนมาหาที่บ้าน คุยกันเรื่องเพลงใหม่ มันแต่งทำนองมา อยากให้เราแต่งเนื้อร้อง เพราะดีแต่ท่อนกลางยังขัดๆอยู่ มันเอาเค้กเมืองตรังมาฝากเรา แต่นั่งกินเองจนเกือบหมดกล่อง เออดีนะมึง ช่างเถอะ เราไม่ค่อยอยากกินอยู่แล้ว ให้ไอ้แวนเลือกของฝากก่อน มีพวงกุญแจกับเสื้อยืด มันมองขนมตาเป็นมัน แต่เราจะเอาไปให้กินที่ห้องซ้อม รอไปก่อนเพื่อน



ปล. อยากเห็นรูปที่ปายจัง กลับมาเร็วๆนะหญิง



——————————————–




14 มีนาคม 2008

วงออกัส มารวมตัวกันที่บริษัทตอนสิบโมง ขาดก็แต่ ไอ้เอ็กซ์ กับ น้องอ้วน เฮียอยากให้เราเร่งทำเพลงเพิ่มอีก สามเพลง จะได้รวมเป็นอัลบั้มเต็ม ที่สำคัญเฮียให้เวลาแค่สิ้นเดือนนี้ ตายละกู ทุกคนหันมามองหน้าเรา กดดันว่ะ เอาทำนองเพลงใหม่ที่แก้แล้ว ให้พี่อ๊อดฟัง แกส่ายหน้าไม่โดนใจ เรารับปากว่าจะรีบแก้ไข เฮียขอคุยกับเราคนเดียว แกจะให้เราไปออกเกมส์โชว์โปรโมทอัลบั้ม เราลำบากใจพี่อ๊อดก็คงรู้ แต่ขัดเฮียไม่ได้ วงดนตรีสมัยนี้ยิ่งออกสื่อมากเท่าไหร่ยิ่งช่วยในการขายเทป เราเข้าใจแต่ เพื่อนร่วมวงจะเข้าใจหรือเปล่า พี่เดียวแอบมากระซิบว่า เฮียอยากให้เราเป็นนักร้องเดี่ยว จะให้เล่นละครด้วย เราตกใจ ถามแกว่า แล้ววงออกัสเหรอ พี่เดียวหน้าเครียด แกก็ไม่รู้ ตอนนี้พี่อ๊อดกำลังพยายามโน้มน้าวเฮียเต็มที่ แกบอกอีกว่า อย่าเพิ่งบอกใคร เดี๋ยวคนอื่นๆจะหมดกำลังใจ รอฟังพี่อ๊อดก่อน เราพยักหน้ารับ กลัวว่ะ

โต้งโทรมาตอนเรากำลังจะออกไปกินข้าว โต้งกลับมาถึงเมื่อเช้า อยากเอารูปมาให้เราดู เราก็อยากเจอโต้ง นัดกันที่สยาม เราขอแยกกับเพื่อนๆ บอกว่ามีธุระ เห็นพี่อ๊อดคุยกับพี่เดียวหน้ายุ่งๆ เรากลัวเก็บอาการไว้ไม่อยู่ มีคนเคยบอกเวลามีปัญหาอะไรเราก็แสดงออกมาทางสายตาหมด ไม่อยากโดนถามตอนนี้ ไอ้ต่อแซวว่า พอมีแฟนแล้วทิ้งเพื่อน เรายิ้มรับ ให้มันเข้าใจไปอย่างนั้นดีกว่า

โต้งรออยู่ที่ร้าน A&W อยากกินวัฟเฟิล กับ ไอติม แปลกนะไปเหนือแต่โต้งดำขึ้น เราก็โดนทักว่าผอมลง รู้สึกเหมือนกันแหละ โต้งเอากล้องดิจิตอลมาให้เราดูรูป สวยจริงๆ หมอกขาวๆจางๆ ตัดกับภูเขา ต้นไม้สีเขียว แต่ดูๆไปทำไมมีแต่รูปวิววะ อ้อมีรูปหมู่ สองรูป ไม่เห็นมีรูปโต้งหรือหญิงเดี่ยวๆเลย เราเงยหน้าขึ้นมองโต้ง สงสัย เราถามว่าทำไมมีแต่รูปวิว โต้งตอบเราเบาๆว่า ก็เราบอกให้ถ่ายรูปวิวมาให้ดู ก่อนจะก้มหน้ากินรูทเบียร์ตรงหน้า เราถามต่อว่า แล้วไม่มีรูปโต้งหรือเพื่อนคนอื่นๆบ้างเหรอ โต้งบอกว่า มีที่กล้องคนอื่นมั้ง เราบ่นเสียดายแทนโต้ง ไปเที่ยวทั้งทีไม่มีรูปตัวเองเลย โต้งมองเราอยู่นาน แล้วก็ยิ้มออกมา บอกว่า เอาไว้ไปด้วยกันคราวหน้าก็ได้ เรายิ้มให้โต้ง หัวใจพองคับอกเลย โต้งเล่าให้ฟังว่าปาย ตอนนี้ไปสะดวกเพราะคนไปกันเยอะ รถก็เยอะ ยิ่งตอนเช้าๆ ได้นั่งกินกาแฟกลางหมอก ทั้งหนาวทั้งสวย เราเล่าให้โต้งฟังบ้างว่า ฮ่องกงก็สวย ถึงจะอึดอัดไปหน่อย แต่การเดินทางสะดวกมาก รถไฟใต้ดินไปถึงทุกที่ เราได้ลองนั่งสองสามครั้ง เร็วดี แต่คนเยอะจนหายใจไม่ออก ยิ่งตอนใกล้เลิกงาน โต้งรีบทวงของฝาก เราไม่คิดว่าจะได้เจอโต้งเร็วขนาดนี้ เลยให้เลือกพวงกุญแจกับเสื้อยืด ที่ยังเหลือ โต้งเลือกพวงกุญแจมิคกี้เม้าส์ เราบอกว่า จริงๆแล้วเราซื้อเสื้อมาฝากด้วย แต่อยู่ที่บ้าน ไว้วันหลังค่อยเอามาให้ โต้งถามว่าแล้วซื้ออะไรฝากหญิง เราตอบว่า ก็ของที่หญิงลิสต์ให้วันก่อนไง ได้เกือบครบเลย ดูนาฬิกา ยังไม่เย็นเท่าไหร่ เราถามโต้งว่าอยากได้เสื้อเลยไหม ไปเอาที่บ้านเราวันนี้ก็ได้ โต้งยิ้มรับ เราก็อยากให้โต้งใส่ให้ดู ไม่รู้จะชอบหรือเปล่า

ระหว่างทาง เราทนไม่ไหว เล่าให้โต้งฟังเรื่องที่เฮียอยากให้เรา ออกเดี่ยว กับเล่นละคร โต้งตกใจ ถามว่า แล้ววงออกัสล่ะ เราส่ายหน้า ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าไม่มีวงออกัส เราก็ไม่อยากร้องเพลงคนเดียว สัญญาที่ป๊าเซ็นไป ไม่รู้มีเงื่อนไขอะไรผูกมัดหรือเปล่า ชักเครียด โต้งตบไหล่เราเบาๆ บอกว่า น้านีย์มีเพื่อนเป็นทนาย ยังไงเอาสัญญาไปให้อ่านก่อนดีไหม พวกเราคงตีความเงื่อนไขที่เป็นศัพท์กฎหมายไม่ออกหรอก เราเห็นด้วย มาถึงบ้าน เรายื่นเสื้อสีฟ้าที่ซื้อจากฮ่องกงให้โต้ง ไม่ต้องถามก็รู้ว่าโต้งชอบ โต้งขอลองใส่เลย เราพยักหน้า โต้งถอดเสื้อยืดตัวที่ใส่อยู่ออกต่อหน้าเรา เราได้แต่ยืนมองนิ่งๆ จะหันหลังก็ไม่ได้ เดี๋ยวโต้งหาว่าเราคิดลึก หน้าแดงรึเปล่าไม่รู้ ยังไงก็ดีใจที่โต้งใส่ได้พอดี พอโต้งจะถอดเสื้ออีกรอบ เรารีบหันไปค้นสัญญาที่เพิ่งเซ็นไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว บ้าว่ะ ผู้ชายด้วยกันนะนายมิว ไม่หรอกนายไม่ผิด โต้งต่างหาก ห้องน้ำก็มีทำไมไม่เข้าไปเปลี่ยน ใช่แล้วโต้งผิด เราขำตัวเอง เพ้อเจ้อดีว่ะ เอาสัญญาให้โต้งดู แต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก คำบางคำเราก็อ่านไม่เข้าใจเหมือนกัน โต้งโทรหาน้านีย์ เล่าเรื่องของเราให้ฟัง สักพักโต้งก็บอกน้านีย์ว่า จะเอาสัญญาไปให้ดู พอโต้งวางสายเราก็ยื่นสำเนาสัญญาให้ แต่โต้งบอกว่า น้านีย์ให้เราไปหาที่บ้าน เพื่อนน้านีย์จะมาช่วยดูให้ เราบอกโต้งว่า เกรงใจ ลำบากน้านีย์กับเพื่อนนะ ให้เราส่งแฟกซ์ไปให้ก็ได้ โต้งไม่ยอม ดึงเราขึ้นแท็กซี่ไปจนได้ ไม่เคยรู้เลยว่าเวลามีปัญหาแล้วมีคนให้ปรึกษา ช่วยแก้ไข ไม่ต้องแบกอะไรไว้คนเดียวเหมือนเคย จะทำให้รู้สึกดีอย่างนี้

พวกเรามาถึงก่อนเพื่อนน้านีย์แป๊บเดียว น้าแก้ว เป็นทนายมือดีอยู่ประจำสำนักกฎหมายชื่อดังย่านสาทร แกเคยฟังเพลงของออกัสเหมือนกัน แกชมว่าเพลงเจ๋งดี น้านีย์ชวนกินข้าวเย็นกันก่อน เดี๋ยวค่อยคุย น้ากรลงมือทำกับข้าวด้วยตัวเอง เพราะไม่ได้เจอกับน้าแก้วมานาน น้ากรบอกว่า ถ้าไม่ได้เราก็คงไม่ได้เจอกัน น้าแก้วไม่ค่อยว่างต้องไปว่าความที่ต่างจังหวัดบ่อยๆ น้าแก้วถามว่าเรากับโต้งอยากเข้าคณะอะไร โต้งบอกอยากเข้าสถาปัตย์ เราอยากเข้านิเทศน์ น้าแก้วบ่นน้อยใจไม่มีใครอยากเข้านิติฯ เลย น้านีย์บอกว่า ตอนนี้เด็กๆหันมาเลือกนิติฯ เยอะขึ้น คงเอาไว้ฟ้องหมอ น้าแก้วบอกไม่ชอบว่าความคดีอย่างนั้น พ่อแม่น้าแก้วเป็นหมอทั้งคู่ ตอนนี้หมอดีๆ ก็เสียกำลังใจเพราะโดนฟ้องแบบไม่มีเหตุผลเยอะเหมือนกัน น้านีย์ทักว่าเราผอมไปเยอะ โต้งตักกับข้าวให้เราเต็มจาน จนเราคิดว่าจะกินเข้าไปหมดไหมเนี่ย พอโต้งจะตักอีกเราต้องรีบห้ามว่า พอแล้ว แค่นี้ก็กินไม่หมด น้ากรยังกินข้าวไม่ได้เยอะเหมือนเดิม แต่อาการท่าจะดีขึ้น เวลาน้าแก้วแซวเรื่องสมัยเรียนก็หัวเราะกันทั้งโต๊ะ น้านีย์เคยเป็นประธานนิสิตด้วย น้าแก้วเล่าให้ฟังว่า น้านีย์ สวยมาก หยิ่งมาก คนมาจีบก็เยอะ น้ากรกว่าจะกล้าจีบก็ เกือบเรียนจบ มีแต่คนบอกว่าไม่มีหวัง แต่น้านีย์เห็นอะไรในตัวน้ากรก็ไม่รู้ ยอมเป็นแฟนด้วย ทำเอาเพื่อนๆที่พนันว่าน้ากรแห้วแน่ๆ เสียกันหมดตัว น้ากรบอกว่า น้านีย์เป็นจริงจัง ทำอะไรทำจริง แต่ก็เป็นคนช่างห่วงใยคนอื่นๆ น้านีย์ยิ้มให้น้ากร เรารู้สึกถึงความรักที่มีให้กันมานานของคนสองคน กาลเวลาไม่ทำให้ความรักเจือจางลงเลย ทั้งที่ผ่านวิกฤติชีวิตกันมาอย่างแสนสาหัส หลายต่อหลายครั้ง อะไรทำให้น้านีย์กับน้ากร ยังคงจับมือกัน ก้าวไปข้างหน้าด้วยกันได้ คงเป็นเป็นความรักล่ะมั้ง เราเห็นโต้งยิ้มอย่างมีความสุข ภาพนี้เราจะจำไว้ “ครอบครัวของโต้ง”

หลังกินข้าวปกติน้ากรจะนอนพัก แต่วันนี้น้าแก้วมา น้ากรจะอยู่คุยกับน้าแก้ว หลังจากอ่านสัญญาจบ น้าแก้วบอกว่า สัญญาที่เราเซ็นกับบริษัทมีผลสามปี ส่วนรายละเอียดเรื่องการทำงาน แล้วแต่จะตกลงกัน ไม่มีอะไรผูกมัดว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่ถ้าเราทำให้บริษัทเกิดปัญหา หรือ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ซึ่งไม่ระบุว่าเป็นปัญหาประเภทไหน อันนี้น้าแก้วบอกไม่รัดกุม ถ้าบริษัทจะแกล้งเราอ้างข้อนี้ได้เสมอเลย เราชักเครียด เอายังไงดี ป๊าเซ็นไปแล้ว น้านีย์เห็นเราเริ่มหน้าเสีย เลยถามน้าแก้วว่า แล้วจะเกิดผลยังไงถ้าบริษัทอ้างอย่างนั้น น้าแก้วบอกว่า ทางบริษัทสามารถยกเลิกสัญญาที่เซ็นกันไว้ โดยเราไม่สามารถฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ น้ากรบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก เราไม่ได้ลำบากเรื่องเงิน ถ้าทำแล้วลำบากใจก็อย่าทำเลย น้านีย์พยักหน้าเห็นด้วย เราถามว่า แล้วจะมีผลกับทุกคนในวงไหม น้าแก้วบอกว่า สัญญานี้เป็นเฉพาะบุคคล เราโล่งใจ อย่างน้อยถ้าเราปฎิเสธเฮียไป ออกัสก็คงได้ทำเพลงต่อ โต้งถามเราว่า ถ้าไม่มีเราบริษัทจะยกเลิกสัญญากับคนอื่นในวงไหม เออ นั่นน่ะซิ เราส่ายหน้าไม่รู้เหมือนกัน แต่ถ้าทำแยกกันสู้ไม่ทำเลยดีกว่า น้าแก้วให้ความรู้เรากับโต้ง เรื่องกฎหมายเบื้องต้น หลายๆ อย่างเอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย เราขอตัวกลับบ้าน เพราะดึกแล้ว สบายใจ โต้งมาส่งเราขึ้นแท็กซี่ ก่อนรถจะออกโต้งถามว่า เราว่างวันไหน จะได้ยืมรถเพื่อน เราไม่แน่ใจขอเช็คกับพี่เดียวก่อน ยังมีเพลงต้องแต่งอีกสามเพลง ไว้จะโทรหาโต้งอีกที

ปล. ยังไม่ได้ให้ของฝากเลยหญิง ไว้พรุ่งนี้นะ



—————————————-




15 มีนาคม 2008

ไอ้เอ็กซ์ โทรทางไกลมาหาจากนิวยอร์ค เล่าให้มันฟังเรื่องที่ประชุมกันเมื่อวาน มันบอกอีกสามวันก็กลับแล้ว พ่อมันติดงานด่วน ไอ้เอ็กซ์บอกมีคนจะคุยด้วย สน นั่นเอง เสียงสนดีใจมาก ถามว่าเราทำข้อสอบได้ไหม เราตอบว่า ทำได้เยอะกว่าที่คิด สนเล่าว่าที่นี่ยังไม่เปิดเรียนแต่มี pre-course ให้นักศึกษากับรุ่นพี่ไปนั่งถกปัญหากัน บางทีก็มีอาจารย์มาร่วมด้วย สนชวนเราไปเที่ยว สัญญาจะเป็นไกด์ให้ พักกับสนก็ได้ มีเสียค่ากินอยู่ น่าสนใจแต่ตอนนี้เรายังมีอะไรต้องทำอีกเยอะ แต่ถ้าว่างเราจะไปเยี่ยม ยังไงก็ขอบใจสนไว้ล่วงหน้า

พยายามตั้งสมาธิอยู่ที่เพลง รู้สึกทำนองที่ไอ้แวนแต่งช้าเกินไป พวกเรามีเพลงช้าหลายเพลงแล้ว ถ้าได้เพลงเร็วๆสักเพลง น่าจะดี เขียนแล้วลบ อยู่หลายรอบ ไม่มีคำไหนถูกใจเลย เปิดเพลงชุดเก่าฟังก็ทำเอาหัวเอนไปทางเพลงเก่าทุกที ไม่ได้เราต้องคิดใหม่ ทำใหม่ หญิงแวะมาหา เอาตุ๊กตาผ้าที่ชาวเขาทำขายมาฝากเรา น่ารักดี เราวางไว้ข้างตุ๊กตาไม้ หญิงทวงของฝาก เราหยิบถุงให้ แถมด้วยพวงกุญแจรูปมินนี่จากดิสนีย์แลนด์ หญิงชอบใจ หญิงโชว์รูปที่ไปเที่ยวปายให้เราดู วิวคล้ายๆกับของโต้ง แต่มีรูปหญิงกับเพื่อนๆ เต็มไปหมด รูปหญิงเดี่ยวก็เยอะ มีรูปโต้งถ่ายคู่หญิงด้วย เรามองรูปนั้นนิ่ง ลืมคลิกรูปต่อไป หญิงเลยมาคลิกเปลี่ยนรูปให้ ขนาดเรายังมองว่าสองคนนี้น่ารัก คนอื่นๆ คงคิดเหมือนกัน เราขอโหลดรูปจากกล้องหญิง จะตัดรูปหญิงกับเพื่อนๆ ออกเอาแต่รูปวิว หญิงล้อเราว่า เก็บรูปหญิงไว้ก็ได้ หญิงยังมีรูปเราตั้งเยอะ ก่อนจะโหลด หญิงก็ขอถ่ายรูปกับเรา เราตอบว่า เอาซิ ไม่ได้ถ่ายรูปกันมานานแล้ว หญิงตั้งกล้อง แล้วเดินมากอดแขนเรา เอนหัวมาซบไหล่เหมือนตอนเด็กๆ เราก็อดทำตามไม่ได้ ทำเหมือนถ่ายสติ๊กเกอร์ ก่อนกลับ หญิงหันไปมองตุ๊กตาหมีขาวตัวโตที่นอนอยู่กลางเตียง ชูพวงกุญแจหมีขาวให้เราดู ชมว่า น่ารักเนอะ หมีตัวใหญ่ กับ หมีตัวเล็ก ใช่น่ารักจริงๆ ขนนุ่มด้วย เออ นึกขึ้นมาได้ เมื่อวานตอนโต้งไขกุญแจเข้าบ้าน ไม่เห็นมีหมีขาวที่เราซื้อให้เลย อุตส่าห์ซื้อให้ทำไมไม่ใช้ล่ะ โต้งอาจเป็นเหมือนเรา อะไรที่ชอบมากๆ จะเก็บไว้ในตู้กลัวดำ กลัวหาย

ปล. สงสัย ถ้าเรารักหญิงได้ มันจะเป็นยังไงนะ




โดย: Happiiness IP: 115.67.40.131 วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:11:03:08 น.  

 
มาคราวนี้ หลายวันเลย

หนุกมากเลยครับ

สงสารมิว


โดย: overtures IP: 125.24.165.222 วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:20:03:34 น.  

 
ขอบคุณ Happiiness อย่างมากมาย ที่ขยันนำเอาตอนปัจจุบันของ Diary Mew มาลง

หวังว่าเราคงจะได้ปะ กันเร็วๆ นี้นะจ๊ะ


โดย: kwanmanee วันที่: 30 มีนาคม 2552 เวลา:20:39:54 น.  

 
16 มีนาคม 2008

ไอ้ต่อกับไอ้แวนชวนไปดูหนังที่สยาม ไอ้ต่ออยากดูเรื่อง Step Up 2 the Streets เราเคยดูภาคแรกแล้วสนุกดี เต้นกันมันส์ ฟังซาวน์เทร็ค เพลง Low ก็ยิ่งอยากดู ไอ้แวนสั่งให้เราชวนหญิงไปดูด้วย เราไม่รับปาก ถามมันว่า ทำไมมึงไม่ชวนเองวะ มันบอกว่า ไม่กล้า เราถอนหายใจเสียงดัง อยากบอกมันเหลือเกินว่า คิดอย่างนี้ อย่ามีแฟนเลยมึง แต่กลัวมันเสียกำลังใจ โทรหาโต้ง ชวนไปดูหนังด้วยกัน แต่วันนี้โต้งนัดกับเพื่อนๆไปกินข้าวที่สยามเหมือนกัน โต้งชวนเรามากินข้าวกับเพื่อนๆ โต้ง เราบอกว่า ไว้คราวหน้าละกัน วันนี้รับปาก ไอ้ต่อ กับไอ้แวนไว้ก่อนแล้ว โต้งยังแซว อาจได้เจอกันที่สยาม ความจริงเรายังไม่พร้อมจะเจอเพื่อนโต้งในฐานะใดๆ ทั้งสิ้น แล้วก็ไม่กล้าเล่าให้ใครฟังด้วยว่า ช่วงนี้เราฟุ้งซ่านมากแค่ไหน เมื่อยังคืนฝันถึงหญิง ฝันว่าหญิงขอตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ของเรา เราร้องให้ไม่ให้ แต่หญิงก็ไม่ยอมแย่งไปจนได้ ตื่นขึ้นมาใจหายไปวูบนึง รีบคว้าตุ๊กตามากอด เรานี่เป็นพวกหวงของเหมือนกัน

รอไอ้สองตัว เกือบชั่วโมง โทรด่าก็แล้ว จิกก็แล้ว พวกมันก็ยังไม่โผล่หัวมา หิวข้าวโว๊ย คิดถึงโต้ง เวลานัดเจอกันโต้งจะมาก่อนเราเสมอ จู่ๆ ก็มีมือมาแตะไหล่เรา หันไปเตรียมจะด่า ปรากฎว่าเป็นหญิง มาได้ไงวะ หญิงบอกไอ้แวนโทรไปบอกว่า เราสั่งให้ชวนหญิงมาด้วย เรายิ้มแหยๆ ไม่รู้จะพูดยังไง เจอไอ้แวนเมื่อไหร่ จะถีบมัน อ้างชื่อเราเฉยเลย หญิงซื้อขนมโตเกียวเจ้าอร่อยมาฝาก ไม่ต้องรอให้ชวน เราหยิบกินทันที หิวว่ะ หญิงหัวเราะ ถามว่า เราไม่ได้กินข้าวเช้าเหรอ เราตอบว่า ออกสาย มัวแต่เล่นเน็ต ถ้ารู้ว่าไอ้ต่อ กับ ไอ้แวน จะมาสาย เราแวะกินก๋วยเตี๋ยวมาก่อนแล้ว หญิงยกถุงโตเกียวให้เราทั้งถุง แถมน้ำเปล่าอีกขวด เราซาบซึ้งกับน้ำใจของหญิงมาก เลยยื่นขนมให้หญิงอันนึง หญิงไม่รับ บอกว่า กลัวเราไม่อิ่ม เราหัวเราะ ยื่นให้ใกล้ๆปากหญิง แทนที่จะรับ หญิงกลับอ้าปากให้เราป้อน เรารีบป้อนขนมใส่ปากหญิง หันไปมองป้ายรถเมล์ ดูว่าไอ้สองตัวมาถึงหรือยัง รู้สึกอึดอัด ที่ผ่านมาเรากับหญิงก็เคยเที่ยวด้วยกัน แต่พอรู้ว่าหญิงคิดยังไง เราก็มองหญิงไม่เต็มตาสักที หญิงก็คอยหลบเรา ไม่เข้ามาใกล้ชิดด้วยเหมือนก่อน แต่ช่วงหลังๆ หญิงค่อยๆกลับมาเป็นเหมือนเดิม เป็นเรานี่ซิที่ชักจะแปลกๆ เคยคิดนะว่า หญิงกับโต้ง เหมาะสมกัน อยากจะลองเป็นพ่อสื่อให้ แต่พอคิดอีกที เราคงยอมเสียโต้งไปไม่ได้ เอาไว้โต้งเดินมาบอกเราว่าชอบคนอื่นแล้ว ค่อยตัดใจละกัน หญิงถามเราว่า จะกินอะไรตอนเที่ยง เราตอบว่า อะไรก็ได้ แล้วหญิงอยากกินอะไร หญิง มองหน้าเรา ยิ้มหวานอย่างที่เราเคยเห็นอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยสังเกตุว่าหญิงยิ้มอย่างนี้ให้เราคนเดียว หญิงบอกว่า เราชอบกินก๋วยเตี๋ยว ไปกินดู๋ดี๋ไหม เราพยักหน้า อยากกินขึ้นมาเลย ไอ้ต่อกับไอ้แวนมาถึงเกือบพร้อมๆกัน ไอ้ต่อโทรจองตั๋วแล้ว รอบเที่ยงครึ่ง ยังมีเวลากินข้าว ไอ้แวนรีบเสนอหน้าไปยืนข้างๆ หญิง ถามว่าอยากกินอะไร หญิงตอบว่า ดู๋ดี๋ แล้วหันมายักคิ้วให้เรา ไอ้แวนตามใจหญิงทุกอย่าง พยายามชวนคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้ ไอ้ต่อก็เป็นลูกคู่ส่งเสริมไอ้แวน จนน่าหมั่นใส้ ชักอารมณ์ไม่ดี หญิงจะชวนไอ้แวนกับไอ้ต่อมาทำไมนะ น่ารำคาญว่ะ

ดูหนังจบ เราว่าสนุกกว่าภาคแรก เพลงก็เน้นแนว สตรีท ฮิพฮอพ ท่าเต้นนี่สุดยอด ยกนิ้วให้เลย ตอนเดินออกจากโรง มีคนเดินแซงกลุ่มพวกเรา จนหญิงเกือบตกบันใด ดีที่เราจับแขนไว้ทัน หญิงเลยจับแขนเราไว้เป็นที่พึ่ง ไอ้แวนท่าจะอิจฉา พอออกมาจากโรง มันแกล้งเดินเฉียดเรา กระซิบเบาๆว่า ใกล้ไปแล้ว พอได้ยินอย่างนี้ เรากำลังจะแกะมือหญิงออก ก็ปล่อยเลยตามเลย แกล้งไอ้แวน มันทำตาเขียวใส่ ไอ้ต่อกลั้นหัวเราะ เราก็เหมือนกัน สมน้ำหน้า ตอนกำลังจะลงลิฟต์ เราได้ยินเสียงใครเรียกชื่อ พอหันไปมอง โต้งกับ เพื่อนๆ ยืนรออยู่ข้างๆ ทักทายกันเล็กน้อย แล้วไอ้แวนก็ชวนไปกินแมค มันหิวอีกแล้ว โต้งถามว่าหนังสนุกไหม หญิงตอบแทนว่า สนุก เราโยกตามเพลงด้วย ท่าจะมันส์ ทุกคนขำเรากันใหญ่ เขินแต่ก็ขำ คิดว่าไม่มีใครเห็นซะอีก เจ๋งเพื่อนโต้ง แนะเราว่า เพลงใหม่ ทำแนว ฮิพฮอฟเลย โต้งสนับสนุน เรายิ้มขำๆ โต้งก็ชอบฮิพฮอพ ม๊าหญิงโทรเข้ามา หญิงขอตัวไปคุยแป๊บนึง ก็เดินหน้าเศร้ามาบอกว่า ม๊าจะให้ไปเฝ้าบ้านที่ปทุมฯ เป็นเพื่อน ต้องกลับแล้ว ไอ้แวนอาสาจะไปส่ง แต่หญิงมองมาทางเรา สายตาของหญิงบอกเราว่า ขอร้องละ กลับด้วยกันเถอะ เราหันไปมองโต้ง ไม่รู้จะทำยังไง สุดท้ายเราบอกทุกคนว่า เราก็ต้องกลับเหมือนกัน มีญาติจะมาหา ไอ้แวนบ่นพึมพำ มันด่าอะไรเราฟังไม่ชัด ช่างมัน เราหันมายิ้มให้โต้งก่อนแยกไปกับหญิง โต้งยิ้มให้เราตอบ หวังว่าโต้งคงเข้าใจ ตอนเดินผ่านเราแตะไหล่โต้ง บอกว่า เดี๋ยวโทรหา โต้งพยักหน้ารับ

ตอนนี้เราค่อนข้างแน่ใจว่า หญิงไม่ได้ชอบไอ้แวน แต่เพราะหญิงเป็นคนน่ารัก เลยไม่กล้าปฎิเสธไอ้แวนตรงๆ

ปล. เวลามีคนมาแสดงออกว่ารู้สึกดีๆ กับเรา เป็นใครก็คงไม่อยากทำให้เขาเสียใจ เราเข้าใจหญิง แต่ก็เห็นใจไอ้แวนด้วย

(เดาว่า แฟนๆ หญิงคงชอบใจนะ เพราะตอนนี้หญิงออกเยอะกว่าโต้งอีก)

------------------------------------------------------------------------------------


17 มีนาคม 2008

พี่อ๊อดโทรมาเล่าให้ฟังว่า เฮีย จะให้ออกัสออกเทป เรายังเป็นนักร้องนำเหมือนเดิม ถ้ายอดเทปไม่เข้าเป้า เฮียอาจจะคุยกับเราอีกที เรื่องทำเดี่ยว พี่อ๊อดก็คงลำบากใจ ถึงจะเป็นค่ายที่ทำเพลงอินดี้ แต่ยังอยู่ใต้สังกัดค่ายใหญ่ นายทุนย่อมต้องคิดถึงกำไรขาดทุนเป็นอันดับหนึ่งอยู่แล้ว เราถามพี่อ๊อดว่า จะให้บอกคนอื่นในวงไหม พี่อ๊อดให้เราตัดสินใจเอง มันคงทำให้หลายๆ คนเสียกำลังใจ แต่นี่คือความเป็นจริงของวงการนี้ แค่มีความสามารถ ไม่พอจริงๆ เราซึ้งกับคำๆ นี้ดี วงที่ชนะที่สองจากการประกวดเดียวกัน ตอนนี้หายไปไหนแล้วไม่รู้ เราขอบคุณพี่อ๊อด รู้ดีว่าพี่รักและหวังดีกับพวกเรามากขนาดไหน ตอนนี้ขึ้นอยู่กับพวกเราแล้ว ถ้าทำได้ดีเทปขายได้ ออกัสก็ยังคงอยู่ต่อไป งานนี้เราทำคนเดียวไม่ได้แน่นอน

โทรหาไอ้แวนกับไอ้ต่อ เพิ่งรู้ว่าไอ้เอ็กซ์กลับมาแล้ว น้องปิงปองจะมาช้าหน่อย น้องคนอื่นๆ ติดเรียน แต่จะโทรมาฟังว่าคุยอะไรกัน พวกเรานัดเจอกันที่สยามตอนเที่ยงที่ ร้าน Ice Monster หาอะไรเย็นๆ หวาน ๆ กินก่อนคุยเรื่องเครียด เล่าให้พวกมันฟัง ถอดความจากพี่อ๊อดทุกคำ ไอ้ต่อด่า ขึ้นมาก่อนเลยว่า นายทุนหน้าเลือด เคยฟังเพลงพวกเราหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไอ้แวนส่ายหน้า มองเราเหมือนจะถามความเห็น เราพูดขึ้นว่า ยังไงเราก็ไม่ร้องเดี่ยวแน่ๆ ไอ้เอ็กซ์ ถอนหายใจเสียงดัง มันบ่นพึมพำๆ ว่า เครียดชิบหาย สอบก็ทำไม่ค่อยได้ ยังต้องมากลุ้มเรื่องนี้อีก ทำไมเป็นงี้วะ น้องปิงปองบอกให้พวกเราใจเย็นๆก่อน อัลบั้มเต็มยังไม่ทันได้ทำ จะมาเครียดเรื่องยอดขายทำไม ถ้าเราทำเพลงให้ดีที่สุด แล้วขายไม่ได้ ตอนนั้นค่อยมาเครียดก็ไม่สาย ที่ผ่านมาเทปของพวกเราก็ขายดี ตอนนี้ฐานแฟนเพลงก็กว้างขึ้น อย่างนี้แล้วจะกลัวอะไร พวกเรามองหน้าเจ้าปิงปองเป็นตาเดียว ไอ้เด็กคนนี้ ความคิดเป็นผู้ใหญ่เกินตัวชะมัด ตอนตั้งวงใหม่ ๆ มันก็เป็นผู้จัดการคอยติดต่อประสานงานให้ออกัส เก่งว่ะ ไอ้แวนพูดขึ้นบ้างว่า บางทีเฮียคงไม่ได้อยากยุบวงออกัสหรอก แค่อยากได้เราไปออกเดี่ยว เพิ่มรายได้มากกว่า คิดดูซิ ถ้าออกัสก็ขายได้ เราก็ขายได้ กำไรสองต่อเลย เออว่ะ ไม่เคยคิดในมุมนี้เลย เรากุมขมับ เล่าให้พวกมันฟังว่า เฮียเคยคุยกับเราว่า นอกจากอยากให้ออกเดี่ยวแล้ว ยังอยากให้เล่นละครด้วย ไอ้เอ็กซ์โมโหเล็ก มันด่าว่าเรามีอะไรไม่บอก เราแก้ตัวว่า ก็คิดว่าคงไม่มีอะไรมาก พี่อ๊อดน่าจะบอกเฮียแล้วว่าเราไม่สนใจร้องเดี่ยว แต่เล่นละครมันอีกเรื่อง ไอ้แวนชี้หน้าเรา มันรู้ทัน ดักคอเราว่า เราอยากเล่นละครใช่ไหมเนี่ย เราหน้าแดง ไม่ปฏิเสธ โดนพวกมันล้อใหญ่ สรุปพวกเราจะทิ้งเรื่องนี้ไว้ก่อน ตอนนี้เรื่องที่สำคัญที่สุดคือเพลงใหม่ สำหรับอัลบั้มเต็ม เราได้ทำนองมาแล้วสองเพลง กำลังแต่งเนื้อร้อง ให้ไอ้แวนไปปรับทำนองอีกสองสามวัน แล้วคงเข้าห้องซ้อมได้ หญิงโทรเข้ามาถามว่าเราอยู่ที่ไหน เราบอกสถานที่ให้ เห็นไอ้แวนกำลังคุยเล่นกับไอ้เอ็กซ์ เอาไงดีวะ ถ้าหญิงมามันต้องเข้าไปหลี ทำให้หญิงไม่สบายใจอีกแน่ๆ เราเลยเดินไปบอกพวกมัน ขอแยกตัวไปก่อนมีธุระ ไอ้เอ็กซ์แซวว่า โต้งเหรอ เราส่ายหน้า ไอ้ต่อถามว่า มีกิ๊กเหรอ เดี๋ยวจะฟ้องโต้ง พวกมันนี่เสือกจริงๆ เราโทรบอกให้หญิงไปเจอที่ เซ็นทรัลเวิร์ล

ยังไม่ทันเดินออกจากสยาม เราก็โดนแฟนเพลงกลุ่มใหญ่เข้ามารุมขอถ่ายรูป จะขอตัวก็ไม่ได้ ทำไงดีวะ จู่ๆก็มีมือเล็กมาจับมือเราไว้ หญิงนั่นเอง ได้ข้ออ้างขอตัวจากกลุ่มแฟนๆ หลายๆคนบ่นเสียดาย แต่ส่วนมากจะ มองหญิงแล้วมองเรายิ้มๆ หญิงจูงมือเราหลบคนมาทางข้างหลัง มือของหญิงนิ่ม แต่ไม่อบอุ่นเหมือนมือของโต้งที่เคยจับมือเราไว้ เวลาอยู่ด้วยกันสองคน เราปล่อยให้หญิงนำทางไป ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปไหน ตอนเด็กๆ โต้งก็เคยจูงมือเราวิ่งเล่นแบบนี้ ถ้ามากับโต้งเราต้องเดินห่างๆ กัน ต้องคอยระวังไม่ให้ใครรู้ว่าเราสองคนเป็นมากกว่าเพื่อน เวลาโดนใครมองแปลกๆ เราก็แทบไม่อยากมองหน้าโต้งเลย ระยะห่างระหว่างเรากับโต้งไม่เคยลดลง ยิ่งสายตาของคนรอบข้างจับจ้องมาที่เรามากเท่าไหร่ เรายิ่งต้องระวังตัวมากขึ้น จะไปไหนจะทำอะไรก็ลำบากไปหมด โต้งก็คงอึดอัดไม่แพ้กัน วันก่อนไปกินข้าวด้วยกันสองคน เราได้ยินโต๊ะข้างๆ นินทาว่า นี่ไงนักร้องนำวงออกัส ที่กำลังดัง ว่าแล้วต้องเป็นเกย์ เห็นเดินแต่กับผู้ชาย เราพยายามทำหูทวนลม ไม่ยักรู้ว่าเดี๋ยวนี้คนเรานินทากันได้ซึ่งๆหน้า โต้งก็คงได้ยิน เราเห็นโต้งจับช้อนส้อมไว้แน่น ท่าทางฮึดฮัดเหมือนจะลุกขึ้นไปเคลียร์ เราต้องส่ายหน้า ห้ามไว้ ไม่อยากมีเรื่อง แต่กับหญิงวันนี้ เราได้ยินแฟนๆแซวว่า แฟนเราน่ารักดี เหมาะสมกับเรา พยายามไม่คิดแต่มันก็อดเปรียบเทียบไม่ได้ กับโต้งเราเหมือนกลายเป็นตัวประหลาด แต่กับหญิงมีแต่คนชื่นชม เฮ้อ ชีวิต ไม่มีอะไรเป็นอย่างที่เราต้องการไปทุกอย่างหรอก

หญิงชวนเราดูหนังสามมิติ เรื่อง Beowolf เราเคยดูโรงไอแม็กซ์สองสามครั้งแต่ไม่ชอบ คราวนี้ก็ไม่ชอบเหมือนกัน จอใหญ่ๆ ไม่ทำให้หนังสนุกขึ้นเลย เนื้อหาก็แปลกๆ ดีที่ป๊อปคอร์นอร่อย ดูหนังเสร็จเดินออกจากโรง มีคนเข้ามาทักอีกแล้ว เรายืนรอหญิงเข้าห้องน้ำอยู่ พอหญิงออกมาเราก็กำลังแจกลายเซ็นต์ หญิงถามว่าจะกินอะไร เราหันไปตอบว่า แล้วแต่หญิง แฟนผู้หญิงคนนึง ถามเราว่า แฟนเหรอคะ เราคิดอยู่จะตอบยังไงดี หญิงชิงตอบให้ว่า ค่ะ ขอตัวไปกินข้าวก่อนนะคะ หิวแล้ว อึ้งไปทั้งแฟนๆ เราก็ด้วย หญิงคล้องแขนเรา เดินไปลงลิฟต์ มองจากกระจก พวกเราสองคนดูเหมือนคู่รักกันจริงๆ พอมานั่งในร้านพิซซา หญิงถามเราว่า โกรธไหม เราส่ายหน้า ขอบคุณหญิงมากกว่าที่ช่วยให้รอดจากสถานะการณ์อย่างนั้น หญิงยิ้ม เรายื่นเมนูให้หญิง ได้ยินคำถามจากหญิงที่นั่งเอาเมนูบังหน้าว่า แล้วโต้งกับเรา เป็นยังไงบ้าง เราไม่แน่ใจว่าหญิงรู้เรื่องระหว่างเรากับโต้งมากแค่ไหน โต้งเคยบอกว่าหญิงเป็นเพื่อนของเพื่อน ไม่ได้สนิทกันมาก ใจเราอยากจะเล่าให้หญิงฟังทุกอย่าง แต่ปากกลับตอบว่า ก็เป็นเพื่อนกันธรรมดา ไม่มีอะไรพิเศษ หญิงไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ถามเราว่า กินอะไรดี เราเลี้ยงใช่ไหม เราพยักหน้า เมื่อกี๊หญิงเลี้ยงหนังแล้วนี่

ปล. เราแต่งเนื้อได้เพลงนึงแล้ว ไว้จะเล่นให้ฟังนะหญิง

------------------------------------------------------------------------------------

18 มีนาคม 2008

เมื่อคืนโต้งโทรมาถามว่า ว่างวันไหนจะไปพาไปหัดขับรถ ตอนนั้นเรามองหน้าต่างห้องหญิง ทำไมยังไม่นอนอีก จะตีหนึ่งแล้วนะ จนโต้งต้องถามอีกรอบ เราตอบว่าพรุ่งนี้ก็ได้

โต้ง เอารถเกียร์ธรรมดามาสอน เรามองหน้าโต้ง ถามว่า มันยากไปไหม โต้งยืนยันให้ลองขับดู ถ้าขับเกียร์ธรรมดาได้ เกียร์ออโต้ ก็เรื่องหมูๆ เราไม่แน่ใจ เอาก็เอาวะ โต้งสอนเราตั้งแต่ เบรค ครัช คันเร่ง เลี้ยงครัชไว้เวลาเปลี่ยนเกียร์ มีตั้งหกเกียร์ พอจะเปลี่ยนเกียร์ ก็ดันไปเหยียบเบรค พอเร่งคันเร่งก็ลืม เลี้ยงครัช จะเปลี่ยนเกียร์สาม แต่โยกเกินเป็นเกียร์หก ขับไปก็กระตุกไป โต้งคอยตะโกนบอกตลอดเวลา แต่เราก็ไม่ค่อยทัน พอเลี้ยงครัชได้ ลืมเปลี่ยนเกียร์อีกแล้ว เสียงดังครืด ๆ ไม่หยุด หนึ่งชั่วโมง เหมือน หนึ่งปี โต้งบอกให้เราค่อยๆ เลี้ยงครัชแล้วเหยียบคันเร่ง แต่เราลืมดันไปเหยียบเบรคแทน หัวเกือบกระแทกกระจก ดีที่คาดเข็มขัดไว้ทั้งคู่ รู้สึกเมารถขึ้นเรื่อยๆ อยากอ๊วก โต้งบอกเราให้จอด เปลี่ยนที่กันดีกว่า เห็นด้วยเต็มที่ โต้งบอกว่า รู้งี้ยืมรถน้านีย์มาดีกว่า เราไม่รู้จะเถียงอะไร ขับรถทำไมยากอย่างงี้วะ หันไปมองโต้งเปลี่ยนเกียร์อย่างคล่องแคล่ว ไม่มีเสียงประหลาดๆ เหมือนตอนที่เราขับ เก่งว่ะ โต้งถามว่าจะลองขับอีกทีไหม เราส่ายหน้า ไม่เอาดีกว่า ทำไมเวลาเล่นเกมส์แข่งรถ ไม่เห็นยากอย่างนี้เลย โต้งถามว่าจะไปไหน เราบอกว่าอยากไปเขาดิน โต้งหัวเราะ แต่ก็ขับรถพาเราไปเขาดิน โต้งคงไม่รู้หรอก เขาดินเป็นที่สุดท้ายที่ป๊าพาเรากับอาม่าไปเที่ยว ก่อนจะย้ายไประยอง เราอยากระลึกถึงภาพวันเก่าๆบ้าง

กว่าจะหาที่จอดได้ เรากับโต้งก็เริ่มหิวขึ้นมา เมื่อก่อนเขาดินจะมีไส้กรอกทอดสีชมพูอร่อยมาก ผสมแป้งเยอะดี ตอนนี้มีแต่ไส้กรอกเซเว่น อะไรๆ ก็เปลี่ยนไป ที่ดีขึ้นก็รถรางนั่งได้รอบเขาดิน เสียแค่ยี่สิบบาท คุ้มดี ไม่ต้องเดิน เราชอบหมีสีน้ำตาลตัวโต มาดูเมื่อไหร่ก็จะเห็นมันนั่งไว้ขออาหารอยู่ทุกที น่าสงสาร แต่ถ้ามันตายไป เราคงเสียใจมากกว่า แวะซื้อน้ำกับขนมเดินกินเล่นๆ มีสัตว์แปลกๆ จากต่างประเทศมาเพิ่มความหลากหลาย เช่น อูฐ จิงโจ้แคระ แพนด้าแดง (มันหน้าตาเหมือนลิงมากกว่านะ) พวกเราเดินกันจนเมื่อยแต่ไม่เบื่อ น้ากรเคยพาเรา โต้ง พี่แตงมาเที่ยวเขาดินบ่อยๆ เวลาอาม่า ไปเมืองจีน ตอนนั้นเราเหงามาก แต่พอโต้งกับพี่แตงมาเล่นด้วย เราก็ลืมความเหงาไปได้ชั่วคราว เราไม่ค่อยสนิทกับน้องมายด์ เพราะอยู่ห่างกัน แต่โต้งกับพี่แตงสนิทกันมาก ตอนที่พี่แตงหายไป โต้งเสียใจจนเรียนแทบไม่รู้เรื่อง ถ้าพี่แตงยังอยู่ อาม่ายังอยู่ เรากับโต้งคงมีชีวิตที่มีความสุขที่สุด พี่แตงเป็นผู้หญิงที่เจ๋งจริงๆ ทั้งเข้าอกเข้าใจเด็กผู้ชายอย่างเราและโต้ง แล้วยังชอบหาอะไรแปลกๆ สนุก ๆ มาชวนเล่นอีกต่างหาก ถ้าเรามีแฟนที่น่ารักอย่างพี่แตงก็คงดี โต้งชวนไปเล่นเรือถีบ ที่ตอนนี้สภาพเก่ามาก สนิมเกาะไปครึ่งลำ แต่ในสายตาของพวกเรามันยังดูใหม่ เหมือนเมื่อหกปีก่อน อากาศวันนี้ไม่ร้อนกำลังดี ถีบไปน้ำก็เริ่มทะลักเข้าเรือ เราต้องช่วยโต้งวิด ดีทีมีถังพลาสติกไปเล็กวางอยู่ตรงที่นั่ง ตอนแรกโต้งคิดว่ามีคนลืมทิ้งไว้ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่า เป็นของจำเป็น เราถามโต้งว่าจะกลับไหม กลัวเรือล่ม แต่โต้งกำลังสนุก กับการถีบเรือ เราเลยปล่อยเลยตามเลย สมัยเด็กๆ แค่เศษไม้กองเล็ก ๆ พวกเราก็สามารถ เอามาสร้างบ้าน สร้างเวทีละครให้ตุ๊กตาของพี่แตงแสดงได้ เรากับโต้งถีบเรือมาจอดที่ใต้สะพานหลบแดด พักขาด้วย แถวๆ นี้ไม่ค่อยมีคน น้ำก็ไม่ค่อยทะลักเข้ามาเหมือนแรกๆ เราซบหัวลงกับไหล่ของโต้ง หลับตา แต่ก็รู้สึกถึงสัมผัสเบาๆที่หน้าผาก ใช่แล้ว เมื่อก่อนเวลาเล่นกันเหนื่อยๆ โต้งก็ชอบจูบหน้าผากเรา ก่อนนอนกลางวัน วันนี้เข็มนาฬิกาหมุนทวนกลับไปเมื่อหกปีก่อน อย่างสมบูรณ์ วันที่พวกเรายังไม่รู้จักคำว่า สูญเสีย วันที่มีแต่ความสุข

กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เย็นแล้ว โต้งจะรีบเอารถไปคืนเพื่อน เราเลยไม่ได้ชวนกินข้าวเย็น พอเปิดประตูบ้าน ป้าอรก็บอกว่า หญิง รออยู่ข้างบน มารอนานแล้ว เรางง วันนี้ไม่ได้นัดกันสักหน่อย หรือหญิงมีธุระอะไรด่วน เรารีบเดินขึ้นห้อง หญิงยืนหันหลังให้อยุ่ตรงหน้าต่าง เราถามว่า หญิงมีธุระอะไรหรือเปล่า หญิงไม่ตอบแต่ถามเรากลับว่า ไปไหนมาเหรอ เรานิ่ง คิดว่าหญิงอาจจะเห็นโต้งมาส่งเราเมื่อกี้ แต่จะให้ตอบยังไงล่ะ หญิงหันหน้ามา คราบน้ำตายังคงค้างอยู่บนหน้าตาน่ารักของหญิง แย่จริงนายมิว ทำหญิงร้องให้อีกแล้ว ทั้งๆทีเราไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุ แต่คงไม่พ้นเราอีกนั่นแหละ เราเดินไปแตะไหล่หญิงเบาๆ หญิงเงยหน้ามามองเราทั้งน้ำตา กระซิบถามเราว่า เมื่อไหร่หญิงถึงจะเลิกชอบมิวสักทีเราอึ้งพูดอะไรไม่ออกจู่ๆ หญิงก็ดึงเรามาจูบ เราตกใจทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้หญิงจูบ ไม่นานหญิงก็รู้สึกตัว รีบวิ่งออกจากห้อง ปล่อยให้เรายืนช็อคอยุ่คนเดียว ความจริงเราเคยจูบกับโต้งมาหลายครั้ง ทุกครั้งเรารู้สึกดี อบอุ่น เร่าร้อน แต่กับหญิงเราไม่แน่ใจว่ารู้สึกยังไง ไม่ใช่รังเกียจแน่ๆละ แต่ชอบหรือเปล่า เราไม่รู้จริงๆ แปลกนะทั้งที่เราไม่เคยคิดกับหญิงเกินเพื่อน แต่เมื่อกี๊รู้สึกหัวใจเต้นแรงมาก บ้าน่า เรารักโต้งไม่ใช่เหรอ วันนี้ทั้งวันเราก็ไปเที่ยวกับโต้ง มีความสุขจะตาย แล้วทำไมถึง โอ๊ย ปวดหัว สับสนชะมัด

ปล. ไม่รู้จะพูดอะไร แต่เราไม่ได้โกรธนะหญิง

-----------------------------------------------------------------------------------------

19 มีนาคม 2008

ลืมตาตื่นขึ้นมา พยายามนึกว่า เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไปเรียนขับรถกับโต้ง ไปเที่ยวเขาดินรำลึกความหลัง กลับมาบ้านเจอหญิง หญิงจูบเรา ทั้งที่เป็นผู้ชายแต่เราก็โดนจูบก่อนตลอดเลยแหะ จนถึงตอนนี้เราก็ยังแยกแยะความรู้สึกที่เกิดขึ้นเมื่อวานไม่ได้อยู่ดี รู้แต่ว่าสุดท้ายแล้วเราดันจูบตอบหญิงไปด้วย นี่เราชอบหญิงเกินเพื่อนเข้าแล้วเหรอ ไม่หรอกมั้ง แต่อีกใจนึงก็รู้สึกแปลกๆ มาสักพักแล้วว่าทำไมเราอารมณ์ไม่ดีซะทุกครั้งที่ไอ้แวนเข้าใกล้หญิง เวลามันเล่าให้ฟังว่าคุยอะไรกับหญิงบ้างเราก็ไม่อยากจะฟัง รำคาญ นี่เค้าเรียกว่าหึงหรือเปล่า เฮ้ย บ้าไปแล้วไอ้มิว มีโต้งอยู่ทั้งคนแล้วนะ แถมยังเคยคิดให้โต้งเป็นแฟนกับหญิงอีกต่างหาก นายเป็นคนหลายใจอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หา ปวดหัวว่ะ เอาไงดีเนี่ย ไม่กล้าสู้หน้าหญิง ถ้าเจอกันจะทำยังไงดี แต่เราไม่ใช่คนเริ่มนะ ทำลืมๆ ไปก็แล้วกัน หญิงจะได้ไม่อาย ถอนใจอีกเป็นรอบที่ร้อย

โต้งโทรมา เราได้แต่มองโทรศัพท์อยู่นิ่งๆ ไม่กล้ารับ รู้สึกผิด เรานอกใจโต้งใช่ไหมนี่ คิดไปคิดมา ไม่หรอก เราไม่ได้เป็นแฟนกันนี่ แล้วเราเป็นอะไรกันวะ ความรู้สึกที่เรากับโต้งมีให้กันมันลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ความสัมพันธ์ของพวกเราก็เพิ่มพูนขึ้นทุกวัน ความทรงจำที่ร่วมกันสร้างแต่ละวันเป็นสิ่งมีค่าที่สุด เราไม่เคยแม้แต่จะฝันว่าจะมีวันนี้ หันไปมองหน้าต่างห้องหญิง แล้วความรู้สึกนี้มันคืออะไรกันนะ เรารอจนเสียงโทรศัพท์เงียบไป ถ้าหญิงเหมาะสมกับโต้ง แล้วหญิงจะเหมาะกับเราไหม เราคิดถึงเวลาไปไหนมาไหนกับหญิงเมื่อเร็วๆนี้ ไม่ต้องคอยหลบใครๆ ไม่เครียดเวลามีคนนินทาซึ่งๆ หน้า เพราะไม่เคยมีใครพูดถึงเรากับหญิงไม่ดี มีแต่ชมว่าน่ารัก เรายังคิดไปถึงถ้าอัลบั้มเต็มออก เราคงต้องเตรียมตัวโปรโมทเต็มรูปแบบ มียอดเทปค้ำคออยู่ด้วย ถ้ามีข่าวไม่ดีออกไป ไม่ใช่แค่เราที่เสีย แต่เพื่อนๆ น้องๆ ร่วมวง จะมีผลกระทบไปด้วย เสียงโทรศัพท์ดังอีกครั้ง เรารู้เราเห็นแก่ตัว ทั้งที่คิดถึง แต่ตอนนี้ยังไม่อยากคุยกับโต้งเลย กลัวโต้งรู้ว่าเราคิดอะไรอยู่

เราเดินลงมาข้างล่าง ป้าอรเตรียมข้าวต้ม ยำกุ้งแห้ง กับ ไข่เจียวไว้ให้แล้ว กินไปก็คิดไป พยายามบอกตัวเองให้ปล่อยวาง แต่ทำยังไงก็ไม่สำเร็จสักที เสียงโทรศัพท์ข้างล่างดังขึ้น ป้าอรเดินไปรับ แล้วเดินมาบอกเราว่า โต้งโทรมา เราพยักหน้ารีบเดินไปรับ โต้งถามเราเสียงร้อนรนว่าเป็นอะไรหรือเปล่า โทรมาตั้งหลายทีทำไมไม่รับ เราตอบว่า อยู่ข้างล่างไม่ได้เอาโทรศัพท์ลงมา โต้งถอนใจอย่างโล่งอก เรายิ่งรู้สึกผิดไปใหญ่ โต้งบอกว่า น้านีย์ให้ยืมรถไปขับเสาร์นี้ เกียร์ออโต้ โต้งรับรองวันเดียวก็ขับเป็น เราไม่รับปากโต้ง อ้างว่าพี่อ๊อดเรียกประชุมวันเสาร์ เราแต่งเนื้อเสร็จแล้ว เหลือทำนองอีกเพลงเดียว ช่วงนี้เราคงยุ่งสักพัก โต้งบ่นเสียดาย แต่ไม่เป็นไรรอเราว่างก็ได้ โต้งวางสายไปแล้ว เราโขกหัวตัวเองกับกำแพง เจ็บว่ะ โกรธตัวเอง ทำไมเป็นคนนิสัยไม่ดีอย่างนี้ จำไม่ได้เหรอ เด็กเกเรอาม่าจะไม่รักนะนายมิว

ไปเดินเล่นดีกว่า พอเปิดประตูบ้านก็เจอหญิง ยืนขายของอยู่ฝั่งตรงข้าม หญิงกำลังมองเราอยู่ พอเห็นเรามองตอบ หญิงก็หลบตาเรา หน้าแดงจนอาเฮียหญิงมอง ว่าจะลืมๆเหตุการณ์เมื่อวานให้หมด แต่มาเจอกันกระทันหันแบบนี้ เราก็ชักสั่นๆ เฮียหญิงมองเรากับหญิงสลับกัน คงงงว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเวลาหญิงเห็นเรามักจะวิ่งมาทักเสมอ เราปิดประตู จะเดินไปปากซอย หญิงตะโกนเรียกชื่อเรา พอหันมาหญิงก็มายืนอยู่ข้างหลังเราแล้ว ใกล้จนเราตกใจ หญิงยังยืนก้มหน้าไม่พูดอะไร บรรยากาศยิ่งอึดอัดไปกันใหญ่ เพราะเราก็ไม่รู้จะพูดอะไรดีเหมือนกัน แต่ยืนขวางทางเดินคนอื่นอยู่แบบนี้ยิ่งน่าสงสัย เราเลยถามหญิงว่า มีอะไรหรือเปล่า หญิงส่ายหน้า เหมือนจะเดินกลับบ้าน แต่ก็หันมาบอกเราว่า วันนี้ม๊าทำขนมบัวลอย เดี๋ยวตอนเย็นหญิงเอาไปให้นะ เรายิ้มให้แทนคำ ขอบคุณ รอจนหญิงกลับเข้าบ้าน เราก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ จนถึงริมแม่น้ำ เมื่อก่อนแถวนี้ยังเป็นสวนปาล์มอยู่เลยตอนนี้เปลี่ยนเป็นสวนเล็กๆ แล้ว ตรงนี้ที่ที่โต้งซ่อนจมูกส่วนประกอบชิ้นสุดท้ายของตุ๊กตาไม้ไว้ แต่พวกเราก็หามันไม่เจอ เราเคยเห็นมีร้านนึงแถวสยามเอามาขาย ว่าจะซื้อแต่โดนไอ้เอ็กซ็ลากไปกินพิซซ่า กลับมาอีกทีก็โดนขายไปแล้ว เสียดาย จมูกตุ๊กตาไม้ที่โต้งให้มาเมื่อคริตมาสใส่ไม่พอดี แต่เราก็ดีใจอย่างน้อยมันก็ไม่ขาด เฮ้อ ชีวิต ไม่ขาดก็เกิน เมื่อไหร่จะมีคำว่าพอดีในชีวิตเราบ้างเนี่ย วิ่งดีกว่า เหงื่อออกสมองก็โล่ง จะได้เลิกคิดอะไรฟุ้งซ่านซะที

กลับมาถึงบ้านตอนบ่ายๆ เราเริ่มทำงานต่อ แต่งทำนองไว้หลายๆ แบบ เผื่อเลือก ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ จนป้าอรมาเคาะประตูเรียกให้ลงไปกินข้าวเย็น เราเก็บกระดาษที่กองอยู่เต็มพื้น เห็นอะไรสะท้อนอยู่แวบๆ ใกล้ๆเตียง เราก้มลงไปมองใกล้ๆ จี้เงินรูปไม้กางเขน ของโต้งใช่ไหม น่าจะใช่ สงสัยจะหลุดตอนโต้งเปลี่ยนเสื้อวันก่อน ไม้กางเขนอันนี้ น้ากรได้มาจากโบสถ์ที่นับถือมาก ให้พี่แตงกับโต้งคนละอันตอนเกิด เรารีบโทรหาโต้ง ของสำคัญหายไปโต้งคงร้อนใจ พอโต้งรู้ว่าไม้กางเขนอยู่ที่เรา โต้งดีใจมาก เพราะหามาหลายวันแล้ว ไม่กล้าบอกน้ากรกลัวโดนดุ โต้งบอกว่าจะแวะมาเอาที่บ้านพรุ่งนี้ เสียงโต้งท่าทางโล่งใจจริงๆ เราลูบไม้กางเขนในมือเบาๆ หยิบผ้าเช็ดหน้าในตู้มาห่อไว้กลัวหล่นหาย ของสำคัญของโต้งเราต้องเก็บไว้อย่างดี

ปล. ขอบใจสำหรับบัวลอยนะหญิง

------------------------------------------------------------------------------------


โดย: Happiiness IP: 115.67.102.171 วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:12:40:01 น.  

 
20 มีนาคม 2008

โต้งแวะมาหาแต่เช้า เรารีบยื่นไม้กางเขนให้ โต้งค่อยๆ หยิบไม้กางเขนจากมือเรา โต้งยิ้มกว้างบอกเราว่า ขอบคุณมาก เพราะอีกอันหายสาบสูญไปพร้อมพี่แตง โต้งสัญญากับตัวเอง จะรักษาอันที่เหลือไว้ให้ดีที่สุด เราดีใจที่ได้ช่วยรักษาของสำคัญของโต้งไว้ โต้งจะชวนเราไปเดินเล่นที่ท่าน้ำ ไม่ได้มานานแล้ว เรายิ้ม เล่าให้โต้งฟังว่าตอนนี้ สถานที่เก่าๆ ของพวกเราเปลี่ยนไปแค่ไหนแล้ว โต้งถามโน่นถามนี่ไม่หยุด พวกเราหัวเราะกัน เหมือนคนแก่เลย คิดถึงแต่เรื่องเก่าๆ ทั้งที่อายุยังไม่ถึงสิบแปดทั้งคู่ เดือนหน้าจะวันเกิดโต้งแล้ว เรายังไม่รู้จะให้อะไร ไม่เป็นไรค่อยๆ คิด หญิงเปิดประตูเข้ามา พอเห็นเราอยู่กับโต้ง หญิงก็รีบขอตัวกลับอีกแล้ว เราหันไปมองโต้ง บอกว่า เดี๋ยวมา มีเรื่องคุยกับหญิงนิดหน่อย เราวิ่งตามหญิงมาข้างล่าง เรียกชื่อหญิงทันก่อนหญิงจะเปิดประตูบ้าน หญิงหันหลังให้ เราเดินเข้าไปใกล้ ถามหญิงว่า มีธุระอะไรหรือเปล่า หญิงส่ายหน้า เราไม่อยากให้เป็นอย่างนี้ อยากคุยกันให้เข้าใจเสียที เราชวนหญิงไปสยาม ไปหาอะไรอร่อยๆกิน หญิงจะได้สบายใจ หญิงหันมามองเรา คราวนี้มีรอยยิ้มบนหน้าของหญิง เราให้เวลาหญิงแต่งตัว ครึ่งชั่วโมง เดี๋ยวเจอกันหน้าบ้าน หญิงมองขึ้นไปบนห้องเรา ถามว่า แล้วโต้งล่ะ เราตอบว่า โต้งจะกลับแล้ว หญิงพยักหน้า เดินกลับบ้านไป เราขึ้นไปบอกโต้งว่า มีธุระ ขอให้โต้งกลับไปก่อน ดีใจที่โต้งไม่ถามอะไร ก่อนโต้งจะกลับ โต้งบอกเราว่า เสาร์อาทิตย์ น้านีย์ให้ยืมรถ ถ้าเราว่างวันไหนให้โทรบอกด้วย

เกือบเที่ยงกว่าเรากับหญิงจะไปถึงสยาม เพราะอยากประหยัดเลยชวนกันนั่งรถเมล์ ไม่คิดว่าปิดเทอมรถจะติดมากขนาดนี้ หญิงอยากกินก๋วยเตี๋ยวดู๋ดี๋ ของโปรดเราเหมือนกัน พวกเราคุยกันเรื่องทั่วๆไป รู้สึกอึดอัดนิดหน่อย แต่ไม่เป็นไรอีกนิดเดียว เดี๋ยวเราจะได้ปรับความเข้าใจกันเสียที ค้างคามานานแล้ว คนเราหนีความจริงไปตลอดไม่ได้ เราทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่รับรู้ว่าหญิงคิดยังไงกับเรามานานแล้ว วันนี้เราจะเผชิญหน้ากับปัญหาระหว่างเรากับหญิง คุยกันให้หมดแล้วกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

หลังกินข้าว หญิงชวนเราไปร้องคาราโอเกะ ที่มาบุญครอง เรางง แต่คิดว่าหญิงคงอยากระบายออกมั้ง เวลาเราเครียดๆ ก็ชอบร้องตะโกนดังๆเหมือนกัน ระหว่างทาง แฟนเพลงหลายคนเข้ามาทักมาขอถ่ายรูปเรากับหญิง หญิงก็น่ารักนี่ เป็นดาราได้เลย พอเราแซว หญิงหัวเราะ บอกว่า รอไว้เราเป็นพระเอกก่อน หญิงจะไปสมัครเป็นนางเอก ห้องคาราโอเกะที่นี่เล็กเหมือนกัน แต่ดีกว่าแบบตู้ที่ร้องเพลงละสิบบาท หายใจแทบไม่ออก เราให้หญิงเลือกเพลงก่อน หญิงดูหนังสือเพลงแป๊บนึง ก็กดเลือกเพลง

ศิลปิน : แคลโลรี่ส์ บลาบลา (

Calories Blah Blah)
อัลบั้ม : Sleepless Society 2
เพลง : ปาฏิหารย์ที่รอคอยเคยแอบมองเธออย่างนั้น เคยเก็บไปฝันเดียวดาย
เคยโกรธดวงดาวแสนไกลที่ไม่ดลใจเธอเลยสักครา
รู้ว่าเป็นเพียงแค่ฝัน รู้ว่าตัวฉันเป็นใคร
ก็รู้แต่ไม่อาจห้ามใจ ก็ยังฝันไกลหวังไปเลื่อนลอย
เผื่อจะมีสักคืน เผื่อจะมีสักวันที่มีปาฏิหารย์ช่วยทำให้ฝันจริงขึ้นมา
ได้เป็นคนรักเธอ ได้เป็นคนพิเศษในสายตา
แม้ตื่นมาทุกอย่างจะหายและกลับไปเหมือนวันเก่า
ยอมหากจะต้องผิดหวัง ยอมกลับไปเหงาดังเดิม
และยอมถูกความจริงซ้ำเติม แลกกับคืนหนึ่งให้ใจนอนฝันดี
เผื่อจะมีสักคืน เผื่อจะมีสักวันที่มีปาฏิหารย์ช่วยทำให้ฝันจริงขึ้นมา
ได้เป็นคนรักเธอ ได้เป็นคนพิเศษในสายตา
แม้ตื่นมาทุกอย่างจะหายและกลับไปเหมือนวันนั้น
ยอมหากจะต้องผิดหวัง ยอมกลับไปเหงาดังเดิม
และยอมถูกความจริงซ้ำเติม แลกกับคืนหนึ่งที่เป็นคนรักเธอ

เสียงหญิงไม่ดีนักหรอก เพี้ยนต่ำไปเยอะ ตอนแรกที่ฟังก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอเงยหน้ามองหญิง หญิงมองหน้าเราตลอดเวลาที่ร้อง เหมือนจะบอกเราว่า คำทุกคำในเพลงนี้คือสิ่งที่หญิงรู้สึกมาตลอด เสียงตอนท้ายๆเพลง เกือบจะหายไป ถึงห้องจะมืด เราก็พอมองเห็นหยดน้ำตาค่อยๆไหลลงมาตามแก้มของหญิง เราไม่เคยรู้เลยว่าหญิงรักเรามากขนาดนี้ รูปที่เราเจอในห้องหญิงวันนั้น มีตั้งแต่ตอนเรายังเด็กๆ กี่ปีมาแล้วที่หญิงรู้สึกแบบนี้ เราหายใจไม่ออก ทำไมตาหญิงเศร้าขนาดนั้น การรักใครสักคนทำให้หญิงเป็นอย่างนี้เหรอ เราจะทำยังไงดี เพื่อนที่แสนดีของเรากำลังขอในสิ่งที่เราให้ไม่ได้ หญิงแอบเช็ดน้ำตา ยื่นไมค์ให้เรา ถามว่า เลือกเพลงได้รึยัง เราส่ายหน้า หญิงนั่งลงข้างๆเรา ผลิกหน้าหนังสือเพลงไปมา

จู่ๆ หญิงก็ถามขึ้นมากว่า เรามีแฟนหรือยัง เราสะดุ้ง หญิงมองหน้าเรา รอฟังคำตอบ หญิงมีเพื่อนกลุ่มเดียวกับโต้ง หญิงรู้เรื่องเรากับโต้งมากน้อยแค่ไหนก็ไม่รู้ บางครั้งเวลาเห็นเราอยู่กับโต้งหญิงจะหลบไป ถ้าหญิงรู้ทำไมถามคำถามนี้ เรานั่งนิ่งๆ คิดคำตอบไม่ออก หญิงเอื้อมมือมาจับมือเรา ถามคำถามเดิมอีกครั้ง เราส่ายหน้า ไม่รู้จะตอบยังไง หญิงก้มหน้าเหมือนกำลังตัดสินใจอะไรสักอย่าง เราก็คิด คิดว่าทำไมไม่บอกหญิงว่าเรากับโต้ง นั่นซิเรากับโต้งเป็นอะไรกัน เพื่อน คนรัก แฟน โต้งเคยบอกไว้ไม่ใช่เหรอ ยังไงเราสองคนก็เป็นแฟนกันไม่ได้ หญิงถามอะไรสักอย่างเสียงเบาๆ เราไม่ทันได้ยิน เลยหันไปถาม หญิงถามว่า ถ้าเรายังไม่มีแฟน คบกับหญิงได้ไหม เราตกใจ อึ้ง หญิงเขินจนหน้าแดง ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอีกแล้ว หญิงยังนั่งอยู่ที่เดิม รอคำตอบจากเรา ที่ถูกแล้วเราต้องบอกหญิงว่า อย่าคิดกับเราเกินเพื่อนเลย เราไม่ได้รักหญิงแบบนั้น แต่เราทำไม่ได้ ไม่รู้ทำไม สุดท้ายเราตอบหญิงว่า ขอเวลาคิดหน่อยยังตอบไม่ได้ หญิงยิ้มให้ถามว่า เราชอบใครอยู่หรือเปล่า ตอนนั้น ชื่อโต้ง ติดอยู่ที่ริมฝีปาก แต่เราไม่ได้พูดออกมา ทำไมวะ ทำไม เราส่ายหน้า แทนคำตอบว่าไม่ หญิงมองหน้าเราเขม็ง ก่อนจะพูดว่า หญิงยังมีหวังใช่ไหม จะไล่ต้อนเราไปถึงไหนนะ เราบอกว่า ไม่รู้ดิ หญิงถอนหายใจเบา ก่อนจะลุกออกไปเข้าห้องน้ำ หญิงหันมาบอกเราว่า ถ้าไม่แน่ใจ อย่าให้ความหวังหญิงนะ เราไม่กล้าเงยหน้าสบตาหญิง ทำไงดีวะ จะปฏิเสธก็ทำไม่ได้ จะตอบรับก็ไม่ได้อีก ถ้าโต้งรู้จะโกรธไหม จะเข้าใจเราหรือเปล่า

ร้องแค่เพลงเดียว หญิงก็อยากกลับบ้าน เราไม่ค้าน ชวนหญิงนั่งแท็กซี่กลับบ้าน ระหว่างทางจากมาบุญครองมาสยาม เราไม่ได้พูดอะไรกับหญิง ไม่รู้จะพูดอะไร คิดไม่ออกสักคำจริงๆ อยู่ๆเราก็รู้สึกมีมือมาจับมือเราไว้ พอหันไปมองหญิงจับมือเราไว้หลวม แต่ไม่ยอมสบตาเรา ตอนนั้นเราคิดว่าหญิงน่ารักมาก คนน่ารักอย่างหญิงต้องเสียน้ำตาให้เราไปเท่าไหร่แล้ว เราบีบมือหญิงแน่นขึ้น หญิงเงยหน้ามองเรา เรายิ้มให้หญิง คิดในใจว่า ไม่มีใครอยากผิดหวังหรอก เวลาคนเรารักใครก็อยากพยายามเต็มที่ ไม่ผิดเลย ยังไงความรักก็ไม่ผิด

ปล. เราอยากมีคำตอบที่ถูกต้องสำหรับทุกคำถาม แต่ตอนนี้เราไม่มีคำตอบให้หญิงจริงๆ

---------------------------------------------------------------------------------

21 มีนาคม 2008

มีคนเคยบอกเราว่า เวลาถึงคราวซวย มันจะมาต่อเนื่องกันไม่หยุด ตอนนี้เรากำลังอยู่ซวยสุดขีด พี่อ๊อดโทรมาด่าแต่เช้าว่า เมื่อวานมีนัดคุยกับพี่โปรดิวเซอร์ทำไมไม่มา โทรตามก็ไม่ยอมรับสาย (ลืมมือถือไว้ที่ห้อง กลับมาเจอ missed call ยี่สิบอัน ไม่กล้าโทรกลับ) เรานิ่งยอมรับความผิดทุกอย่าง พี่อ๊อดสั่งให้แต่งเพลงให้เสร็จภายในวันจันทร์ที่จะถึงนี้ งานเข้าแล้วกู พอวางสายพี่อ๊อด ไอ้เอ็กซ์โทรมาด่าว่าทำไมไปเที่ยวกับหญิงไม่ยอมบอกไอ้แวน เมื่อวานไอ้แวนกับไอ้ต่อไปซื้อหนังสือที่ศูนย์หนังสือจุฬา เจอเราจับมือเดินกระหนุงกระหนิงอยู่กับหญิงที่หน้าดังกิ้น ตอนนี้ไอ้แวนโกรธเรามาก หาว่าตีท้ายครัวมัน ไอ้เอ็กซ์ถามว่า เราจะจับปลาสองมือเหรอ ไหนว่าเป็นแค่เพื่อนกับหญิง แล้วกับโต้งล่ะ ยังไม่ทันได้หายใจหายคอ หญิงโทรมาชวนไปดูหนังที่สยาม โต้งโทรเข้ามาเป็นสายซ้อน โอ๊ย นี่มันวันนรกอะไรกันวะ จะมารุมอะไรกับเราคนเดียว เรื่องงานก็เละ เรื่องส่วนตัวก็กำลังจะชิบหาย ตั้งสติให้ดีนายมิว เราบอกหญิงว่าไม่ว่างมีงานเร่ง โทรกลับหาโต้งบอกเหมือนกัน มึนหัวชะมัด

นั่งสงบสติอารมณ์ได้แค่สิบนาที ป้าอรโทรตามให้ลงไปรับโทรศัพท์ป๊า อะไรอีกวะ เพื่อนป๊าจะจัดงานวันเกิด ป๊าอยากให้เรากับวงออกัสไปแสดง งานจะมีอาทิตย์นี้ ถึงเราจะบอกว่าไม่ว่าง มีงานด่วนแต่ป๊าก็ไม่ฟัง จะส่งรถมารับตอนเช้า เออ เอาเข้าไป ปวดท้องว่ะแอร์เอ็กซ์ก็หมดจะออกไปซื้อก็กลัวเจอหญิง โทรหาป้าอรให้ซื้อมาฝากด้วยกล่องนึง รู้สึกเหมือนหนีเจ้าหนี้ยังไงอย่างนั้น ทำอะไรก่อนดีวะ เออ แต่งเพลงให้จบก่อนดีกว่า เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ไม่ไหวว่ะ ทำยังไงก็คิดไม่ออก เศษกระดาษกองอยู่เต็มห้อง ฟังเพลงอะไรก็ไม่ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น เกรงใจป้าอร แกมาเรียกให้ลงไปกินข้าวหลายครั้งแล้ว ระหว่างนั่งรอป้าอรตั้งโต๊ะ เราตัดสินใจโทรหาโต้ง อย่างน้อยได้ยินเสียงโต้งเราน่าจะดีขึ้น โต้งไม่รับสาย คงไม่ได้งอนเราหรอกนะ โทรอีกที ยังไม่รับอีก สเลอปี้แก้วใหญ่ยื่นมาข้างหน้า ของโปรดของเรา หญิงนั่นเอง เรารับมากินทันที นึกว่าไม่มีขายแล้วนะนี่ ถามหญิงว่าซื้อมาจากไหน หญิงยิ้มบอกว่าซื้อมาจาก เซเว่น วังบูรพา เราถามว่าไปทำอะไรที่วังบูรพา คำตอบของหญิง คือ เห็นเรายุ่ง คงอยากกินอะไรเย็นๆ จำได้ว่า เราชอบสเลอปี้รสโคล่า แต่แถวนี้ไม่มีขาย หญิงเคยเห็นที่สาขาหน้าเมอรี่คิง วังบูรพา เลยนั่งรถไปซื้อมาให้ หญิงกลับไปแล้ว เรายังนั่งมองแก้วน้ำในมือ จะทำยังไงดี โต้งโทรกลับมาถามเราว่า เป็นยังไงบ้าง เราบอกโต้งว่า ขอโทษ โต้งถามว่าเรื่องอะไร เรากัดฟันแน่นพยายามเสียงตัวเอง เพื่อบอกโต้งว่า อาทิตย์นี้เราคงไปเรียนขับรถด้วยไม่ได้ ต้องเร่งงานให้เสร็จก่อนวันจันทร์ โต้งหัวเราะ บอกว่าไม่เป็นไร เมื่อไหร่ก็ได้แต่ต้องเป็นเสาร์อาทิตย์ วางสายโต้งแล้วเรานั่งมองแก้วน้ำในมืออีกครั้ง จะทำให้คนที่ดีกับเราอย่างนี้เสียใจได้เหรอ เราโทรบอกหญิงว่าไปดูหนังได้งานใกล้เสร็จแล้ว หญิงเสียงดีใจมาก แต่เราอยากร้องไห้

หลังดูหนังจบ หญิงชวนไปหารุ่นพี่ที่จุฬา จะไปเอาหนังสือที่ขอยืมไว้ ระหว่างทางเราเห็นจอยเพื่อนหญิงเดินมากับเพื่อนโต้ง เราดึงมือหญิงจะหลบไปข้างหลัง แต่จอยเดินตรงเข้ามาก่อน จอย แซวว่า มาเดทกันเหรอ หญิงยิ้มอายๆ รีบลากเพื่อนไปคุยกันสองคน ทิ้งเราไว้กับ เขาทราย เพื่อนโต้ง เราเลยโทรหาปิงปอง มันงงเหมือนกัน แต่ก็คุยด้วยเพราะมันชอบคุยโทรศัพท์อยู่แล้ว เดินเลี่ยงไปคุยอีกทาง รอจนหญิงกลับมา จอยกับเขาทรายแยกไปดูหนังแล้ว หญิงจูงมือเราไปซื้อหนังสือที่ศูนย์หนังสือจุฬา ตลอดทางเรากลัวเจอโต้ง หรือ เพื่อนโต้ง หรือ เพื่อนร่วมวง โดยเฉพาะไอ้แวน มาก สยามแคบกว่าที่เราคิด ไม่รู้ เขาทราย จะบอกโต้งหรือเปล่า หวังว่าไม่นะ เพื่อนคนนี้โต้งเล่าให้ฟังว่า เป็นคนเงียบๆ ชักเกลียดสยามแล้วซิ ไปไหนก็เจอคนรู้จักไปหมด กำลังยืนดูหนังสืออยู่ หญิงยื่นพวงกุญแจรูปพระเกี้ยวให้เรา บอกว่าเป็นเครื่องลางให้เอ็นท์ติดจุฬา เรายิ้มรับ

หญิงชวนกินโชคดีติ๋มซำ อร่อยมั๊ย ไม่รู้ซิ รู้แต่ว่าหญิงมีความสุขมาก เราไม่ได้ให้ความหวังหญิงนะ เราแค่อยากให้หญิงยิ้มอย่างนี้มากกว่าร้องไห้ หวังว่าโต้งคงเข้าใจเรา ไม่เป็นไรไว้หาโอกาสดี ค่อยบอกโต้ง ไอ้แวนก็เหมือนกัน ระหว่างทางเดินไปร้าน ยังได้ยินคำชมว่า เรากับหญิง น่ารักดีเวลาเดินด้วยกัน จะมีใครรู้ไหมเราคิดถึงโต้งมาก แต่ก็ภาวนาอย่าให้โต้งโทรเข้ามา ไม่อย่างนั้นเราต้องร้องไห้แน่ๆ

ปล. ขอร้องละหญิง อย่าเพิ่งทวงคำตอบเราตอนนี้เลยนะ

----------------------------------------------------------------------------------

22 มีนาคม 2008

ปวดหัวแต่เช้า ไม่อยากตื่น ไม่อยากเจอหน้าใครทั้งนั้น ปิดโทรศัพท์ตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากไอ้เอ็กซ์โทรมาด่าเราอีกรอบ ว่าทำไมไม่ยอมโทรไปง้อไอ้แวน ตอนนี้ไอ้แวนจะไม่พูดกับเราแล้ว โทรหาโต้ง โต้งก็ไม่รับสาย ยังดีที่ส่ง sms มาบอกว่ากำลังเล่นเกมส์กับเพื่อนอยู่เดี๋ยวดึกๆ โทรกลับ เรารีบส่ง sms ตอบไปว่าไม่ต้อง จะนอนแล้ว เฮ้อ เหนื่อย ยังไงวันนี้ต้องแต่งเพลงให้จบ แล้วโทรไปง้อไอ้แวน นัดเพื่อนๆไปเล่นงานเพื่อนป๊า เรื่องหญิง กับโต้ง เดี๋ยวค่อยกลับมาจัดการ

ในสภาวะเครียดสุดขีด เราก็สามารถเขียนเพลงได้สองเพลง อกหักเพลงนึง อีกเพลงเป็นเพลงสุกเอาเผากิน เพราะเอา Ticket อันเก่ามาแปลงเนื้อ ทำเป็น day trip กับ night trip ยังไงก็มีเพลงส่งพี่อ๊อดล่ะวะ ใช้เวลาแค่สองชั่วโมง อัจฉริยะเหมือนกันนะกู

โทรไปหาไอ้แวน พยายามอธิบายให้มันฟังว่า หญิงกำลังเครียดมีปัญหาทางบ้าน เราเลยไม่ได้ชวนมัน ไอ้แวนท่าทางจะไม่เชื่อ มันถามเรากลับว่า ทำไมเราไม่บอกว่าหญิงเคยชอบเรา ตกใจ มันรู้ได้ไงวะ ไอ้แวนบอกว่าเพิ่งโทรคุยกับหญิง หญิงบอกสาเหตุที่คบกับไอ้แวนไม่ได้ เพราะหญิงชอบเรา เออให้มันได้อย่างนี้ซิ เรากำลังพยายามแก้ไขให้อะไรๆมันดีขึ้น แต่มันกลับเลวร้ายลงไปอีก เราไม่รู้จะแก้ตัวยังไง ไอ้แวนเงียบไปพักนึง มันบอกเราว่า ผิดหวังกับเพื่อนที่รักมากอย่างเรา ถ้าเรารู้ว่าหญิงชอบ เราก็ไม่น่าให้เบอร์หญิงกับมัน ที่สำคัญทำไมเราไม่บอกว่าหญิงไม่มีทางชอบมัน มันจะได้ไม่เสียเวลา ตอนนี้มันขอทำใจก่อน เสียใจเพราะหญิงมันไม่ว่า แต่กับเรามันทั้งเสียใจทั้งผิดหวัง ไอ้แวนวางสายไปแล้ว เราโกรธจนควันออกหู ไอ้บ้าแวน จะให้กูไปป่าวประกาศว่าหญิงเค้าชอบกูเหรอไงวะ ไอ้เลว เห็นแก่ตัว สมควรแล้วที่หญิงไม่ชอบมัน พรุ่งนี้งานเพื่อนป๊าเรามันคงไม่ไป ตั้งแต่รู้จักกันมา นี่เป็นครั้งแรกที่เราทะเลาะกันไอ้แวนอย่างแรง แต่คิดยังไงเราก็ไม่ผิด เราแค่ไม่อยากให้ไอ้แวนมองหญิงไม่ดี เราพยายามแล้ว พยายามดีที่สุดแล้ว ทำไมมันไม่เข้าใจวะ ดีที่ไอ้เอ็กซ์ ไอ้ต่อ น้องปิงปอง น้องอาร์มจะไปกับเรา จำไว้เลยมึง

ป้าอรบอกตั้งแต่เช้าว่า หญิงไม่อยู่บ้าน เออดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องหลบ แต่เราก็เหงาเหมือนกันนะ คนเคยเห็นหน้ากันอยู่ทุกวัน ไม่รู้ไอ้แวนพูดอะไรกับหญิงบ้าง คงไม่ได้เล่าเรื่องเรากับโต้งให้ฟังหรอกนะ ถึงมันจะโกรธเราขนาดไหนก็คงไม่ทำร้ายจิตใจหญิง เราแกล้งเดินไปเดินมาหน้าบ้านหญิง ทำไมยังไม่กลับมาอีกนะ ไหนเมื่อวานบอกว่าอยากฟังเพลงใหม่ของเราไง จะไปไหนทำไมไม่บอกกันบ้าง

กลับมานั่งทวนเนื้อเพลงอีกรอบ เบื่อว่ะ หยิบมือถือขึ้นมาดู อ้าว ลืมเปิดนี่ พอวางสายไอ้แวนเราก็หงุดหงิดปิดมือถือทันที เปิดปุ๊บก็มีข้อความจากโต้งมาถามว่า มีธุระอะไรหรือเปล่า ทำไมโทรไปไม่รับ อ่านแล้วก็ฉุน โทรศัพท์บ้านก็มี ทำไมไม่โทรมาล่ะ ยังไม่ทันได้เริ่มโกรธโต้ง ก็นึกขึ้นได้ เออ เราเป็นคนบอกป้าอรว่าจะทำงาน ไม่รับโทรศัพท์ใครทั้งนั้น รีบโทรกลับไปหาโต้ง รออยู่พักนึงกว่าโต้งจะรับสายเรา ได้ยินเสียงโต้งหัวเราะเหมือนมีความสุขมาก พอเราถามว่าทำอะไรอยู่ โต้งยังหัวเราะไม่เลิก บอกว่าขำ เรื่องไร้สาระ แล้วก็ดีใจที่เราโทรมา ฟังแล้วก็หัวเราะตามโต้ง รู้สึกดีที่ได้คุยกับโต้งเหมือนกัน เล่าให้โต้งฟังว่าแต่งเพลงเสร็จแล้ว ก่อนกำหนดตั้งสองวัน อยากฟังไหม โต้งตอบรับ บอกว่าจะมาหาเราที่บ้านพรุ่งนี้ น่าเสียดาย เราบอกโต้งว่าพรุ่งนี้ ต้องไประยอง ไปร้องเพลงงานเพื่อนป๊า โต้งแซวเราว่า อย่าไปร้องเพลงกันและกัน ให้ลูกชายบ้านเขาฟังนะ เรางง แต่ก็เข้าใจในที่สุด หน้าแดงขึ้นมาทันที วางสายโต้งไปแล้ว เราเพิ่งรู้สึกตัวว่าจับปากตัวเองอยู่ ความทรงจำเมื่อปีที่แล้วอยู่ๆ ก็หวนกลับมาให้ซาบซึ้งอีกครั้ง บ้าดิ่โต้ง เพลงนั้นจะร้องให้ใครฟังง่ายๆ ได้ยังไง

ปล. หญิงกลับมาแล้ว แต่ยังไม่โทรมาหาเรา ทำไมวะ

----------------------------------------------------------------------------------------

23 มีนาคม 2008

ไอ้เอ็กซ์ ปิงปอง อาร์ม มาถึงบ้านเราตอนเกือบเที่ยง ป๊าส่งรถมารอตั้งแต่เช้าแล้ว ตอนกำลังจะออกจากบ้าน ไอ้ต่อเดินหน้ามุ่ยมาสมทบ แปลกใจแต่ก็ดีใจ เมื่อวานโทรไปชวนมันไม่ตอบรับ เลยนึกว่ามันโกรธเราเหมือนไอ้แวนคงไม่มา ป้าอรทำแซนวิชใส่กล่องให้กินระหว่างทาง ต้องนั่งรถเกือบสามชั่วโมง ไม่รู้ขนมที่ซื้อมาตุนจะพอท้องพวกมันหรือเปล่า ป้าอรโทรตามคนขับรถ เรากับไอ้เอ็กซ์ ไอ้ต่อ ซ้อมเพลงกันฆ่าเวลา หญิงเดินตรงมาหาเรา ขอคุยกับเราสองคน ไอ้ต่อกระแทกเท้าเดินหนีไป ไอ้เอ็กซ์ ยิ้มให้หญิงก่อนจะเดินตามไอ้ต่อไป หญิงถามเราว่า อึดอัดใช่ไหม เราพยักหน้า หญิงบอกว่า ขอโทษที่บอกไอ้แวนเรื่องเรา แต่หญิงไม่อยากให้ความหวังใคร ถ้าแน่ใจว่าไม่มีทางคิดกับเค้าเกินเพื่อนได้ คำพูดของหญิงตอกย้ำเราอย่างแรง เราน่าจะพูดอะไรสักอย่างออกไป แต่ก้ไม่ได้พูด หญิงมองหน้าเรา ถามตรงๆว่า เราเกลียดหญิงหรือเปล่า โกรธไหม เราหลบตาหญิง ส่ายหน้า ไม่ได้เกลียด จะรู้สึกอย่างนั้นกับคนที่รักเรามากได้ยังไง แค่โกรธนิดหน่อย เราบอกหญิงว่า ไม่เป็นไร หญิงไม่ผิดหรอก ความจริงเราน่าจะบอกไอ้แวนตั้งนานแล้ว หญิงท่าทางโล่งใจขึ้น หญิงถามเราเสียงเบาๆว่า แล้วเรามีคำตอบให้หญิงรึยัง เราหันหน้าไปทางอื่น นึกถึงโต้งขึ้นมาทันที เราตอบหฺญิงว่า เราไม่แน่ใจ ถ้าหญิงไม่อยากรอ ก่อนจะพูดจบ หญิงจับมือเราแน่น บอกเราว่า ไม่ว่ายังไงก็จะรอ ป้าอรเดินมาบอกว่า คนขับมาแล้ว ไอ้เอ็กซ์กับไอ้ต่อเดินผ่านเราขึ้นรถไปก่อน เราค่อยๆ ปลดมือหญิงออก พยักหน้าให้แทนคำขอตัว

พอขึ้นเราขึ้นรถ ไอ้ต่อตบหัวเราทีนึง ไอ้เอ็กซ์หันหน้ามาจะพูดด้วย แต่เราเอาหมวกปิดหน้า บอกพวกมันว่า ขอนอนพักเหนื่อย ได้ยินไอ้ต่อกับไอ้เอ็กซ์คุยอะไรกันเสียงเบาๆ มีชื่อเรา กับ ไอ้แวนแว่ว ๆ ช่างหัวพวกมัน ทำไมวะ ไอ้มิว ทำไมไม่พูด ปากมึงอมอะไรอยู่ เราด่าตัวเองในใจ ทำไมเป็นคนนิสัยอย่างนี้ แต่อีกใจเราก็กลัว หญิงอุตส่าห์กล้าบอกเราว่าชอบ จะให้เราบอกว่าไม่ชอบ ไม่มีทางชอบหญิงได้หรอก เลิกคิดได้แล้ว ทำไม่ได้ว่ะ หรือเราจะตอบตกลง ก็ไม่ได้อีกนั่นแหละ ถ้าโต้งเป็นเราโต้งจะทำยังไงนะ โต้งจะยอมเลิกกับใครเพื่อเราไหม เออ น้ำเคยบอกโต้งเลิกกับแฟนวันคริสมาตนี่ หรือว่า บ้าดิ่ ไม่จริงหรอก เพ้อเจ้อไปแล้วนายมิว โต้งอาจะโดนเขาบอกเลิกก็ได้ เลิกคิดเข้าข้างตัวเองเสียที นายมีค่าอะไรขนาดนั้นเหรอ นั่นซิ สำหรับโต้งเรามีค่ามากแค่ไหนก็ไม่รู้ แต่สำหรับหญิง เราเป็นคนสำคัญเสมอมา ถ้าเราเป็นเพื่อนสนิทกับโต้ง แล้วเป็นแฟนกับหญิง จะดีแค่ไหนนะ เราจะได้ไม่ต้องคอยระแวงสายตาคนอื่น เวลาไปไหนมาไหนกับโต้ง ไม่ต้องกังวลว่าโต้งจะทิ้งเราไป เพราะยังไงก็เป็นเพื่อนกัน แล้วหญิงก็จะคอยเล่าอะไรสนุกๆให้เราฟัง ทำให้เรายิ้มได้ คอยให้กำลังใจเราเหมือนที่ผ่านมา โต้งคงไม่ว่าเพราะยังไงพวกเราก็เป็นแฟนกันไม่ได้อยู่แล้ว บางทีโต้งอาจจะอยากมีใครเหมือนกัน อืม ฟุ้งซ่านใช้ได้นะเรา หลับดีกว่า

ไปถึงบ้านป๊าตอนเกือบหกโมงเย็น เพราะแวะกินข้าว ซื้อขนม อาหารแห้งที่บ้านเพ ดีที่มากันไม่กี่คนไม่งั้นได้นั่งตักกันแน่ๆ ไอ้ต่อที่นั่งหน้าบึ้งมาเกือบตลอดทาง แต่พอได้กินข้าวผัดปู กุ้งเผา ต้มยำไข่ปลาริวกิว มันก็ลืมหมด น้องปิงปอง กินไปคุยมือถือไป แต่ความเร็วและปริมาณ ไม่ได้แพ้คนอื่นเลย

ทึ่งความสามารถของน้องมันจริงๆ ตะกละกันทั้งวง เราเองก็กินจนพุงกางเหมือนกัน ป๊าโอนเงินให้เป็นค่าตัวพวกเรา สองหมื่นห้า ตอนแรกเราจะไม่เอาแต่ไอ้เอ็กซ์ทำตาปริบๆ บ่นว่าอยากกินปู กินกุ้ง ฟังแล้วก็น้ำลายไหลตามมัน ทำงานให้คุ้มนะมึง น้องอาร์มอ้อนขอซื้อโมบายปลาปักเป้า พอซื้อให้เจ้าปิงปองก็มาขอซื้อหอยสังข์ ไอ้เอ็กซ์กับไอ้ต่อ บ่นพึมพำว่า จะเอาไปทำไมรกบ้าน แต่ก่อนออกจากบ้านเพ พวกมันหอบโคมไฟ กับ หอยสังข์อันใหญ่ๆ เต็มสองมือ นี่มาทำงานหรือมาเที่ยวกันแน่วะ สนุกชะมัด โต้งสั่งให้ซื้อปลาเค็มกับปลาหมึกหวานไปฝากด้วย เราลืมเลยต้องวนรถกลับมาอีกรอบ ไอ้เอ็กซ์บ่นอีกว่าแล้วเมื่อไหร่จะถึงเนี่ย แต่มันเป็นคนแรกที่วิ่งลงมาซื้อปลาเค็ม แถมยังช่วยเราเลือกอีก เอาแบบไม่เค็มมาก ชิ้นโต ๆ โต้งสั่งมาอย่างนี้ แม่ค้าถามเราว่าจะเอาไปทำยำ หรือ ข้าวผัดปลาเค็ม เราหันมามองหน้าไอ้เอ็กซ์ มันมองเราตอบ ไม่รู้ว่ะ ปลาเค็มมีหลายประเภทด้วยเหรอ โทรไปหาโต้ง โต้งบอกว่าไม่รู้เหมือนกัน น้านีย์สั่งมา ตอนนี้น้านีย์คุมสอบอยู่ต้องรออีกสิบห้านาที เดินเล่นบ้านเพกันอีกรอบ สุดท้ายน้านีย์โทรมาบอกเราว่า เอาแบบไหนก็ได้ ไม่เข้าใจแล้วแม่ค้าถามทำไมวะ ทำเอาพวกเราเซ่อกันไปเป็นแถว

งานบ้านเพื่อนป๊าใหญ่กว่าที่คิด มีวงดนตรีด้วย แล้วจะให้พวกเรามาทำไมวะ ไอ้ต่อกระซิบถาม เราก็กำลังถามตัวเองอยู่เหมือนกัน ป๊าดึงเราไปแนะนำกับเพื่อนป๊า เจ้าของงาน ได้รู้ว่าคนคนใหญ่คนโตของจังหวัด รวยมากเป็นเพื่อนกับป๊ามาตั้งแต่สมัยเรียน เราก็คุ้นๆหน้าอยู่ ลูกสาวเค้าอายุเท่าๆกับเรา เรียนโรงเรียนกับหญิงด้วย พอพูดชื่อหญิง เค้าก็ทำหน้าแปลกๆ สงสัยจะไม่ค่อยชอบหน้ากันอยู่ ได้ยินเพื่อนป๊าบางคน ถามเราว่า บ้านที่กรุงเทพฯ จะขายเมื่อไหร่ ป๊าบอกมีคนให้ราคาล่าสุด สิบเอ็ดล้าน แต่น่าจะได้มากกว่านี้ เพราะที่ตรงนั้นแพงขึ้นทุกวัน เราตกใจป๊าจะขายบ้านของอาม่าเหรอ ม๊าดึงเราไปสวัสดีญาติๆ ในหัวเรายังได้ยินคำพูดของป๊าก้องอยู่ ป๊าจะขายบ้านของอาม่า ไม่นะ เราไม่ยอม อาม่ารักบ้านหลังนั้นมาก เราก็เหมือนกัน เหมือนเคยได้ยินป้าอรพูดอะไรสักอย่างเรื่องบ้านใช่ไหม เสียดายไม่ได้ตั้งใจฟัง ไว้กลับไปต้องรีบคุยกับป้าอร ใจหาย เราไม่อยากเสียอะไรไปอีกแล้ว ขึ้นเวทีร้องเพลงสามเพลง รวมเพลงวันเกิดด้วย ไอ้เอ็กซ์เห็นเราหน้าซีด มันรีบเดินเข้ามาดู เราบอกว่าไม่เป็นไรแค่เหนื่อยๆ นอนค้างบ้านป๊า พรุ่งนี้ต้องรีบออกแต่เช้า มีนัดคุยกับพี่อ๊อด ตอนสิบโมง สงสัยจะนอนไม่หลับ อยากคุยกับโต้ง กับไอ้แวน กับหญิง

ปล. หญิงจะรอเราจริงหรือเปล่า แล้วจะรอได้ถึงเมื่อไหร่

-------------------------------------------------------------------------------------


โดย: Happiiness IP: 115.67.102.171 วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:12:41:35 น.  

 
24 มีนาคม 2008

ป้าอรไปเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาล เรามีเรื่องจะถามแต่ก็ต้องรอตอนเย็น บอกให้รถไปส่งที่บริษัทเพราะมีนัดคุยกับพี่อ๊อด พี่โปรดิวเซอร์อีกหลายคน พี่อ๊อดชอบเพลง Ticket สองเวอร์ชั่นมาก ส่วนเพลงที่เหลือก็โดนแก้ไขมากบ้างน้อยบ้างตามระเบียบ พี่อ๊อดอยากให้เราแต่งเพลงสนุกๆ เพิ่มอีกเพลงแต่ไม่รีบ อาจจะเอาไว้เป็น ซิงเกิลพิเศษ คุยกันแค่ยี่สิบนาทีก็เสร็จ พี่อ๊อดทวงของฝากทันที ดีที่ซื้อมาเยอะ แจกปลาหมึกให้ปากเหม็นกันทั้งบริษัทเลย แวะส่งไอ้เอ็กซ์ ไอ้ต่อ เจ้าปิงปอง ที่สยาม พวกมันจะไปดูหนังต่อ ส่งเจ้าอาร์มที่บ้าน มันบ่นปวดหัว สงสัยกินเยอะเกินไป เราจะกลับบ้านไปรอป้าอร

ช็อค ป้าอรบอกว่า บ้านนี้เป็นของเรา อาม่าเซ็นยกให้เราตั้งแต่ตอนที่เราไม่ย้ายไปอยู่ระยองกับป๊า แถมยังมีเงินในบัญชีชื่อเราไว้ให้ดูแลบ้านนี้อีก สิบกว่าล้าน ไม่รู้ดอกเบี้ยทบต้นไปเท่าไหร่แล้ว ปีนี้ป้าอรยังไม่ได้ไปปรับสมุด ป้าอรถามเราว่าอยากดูไหม เราส่ายหน้า ซาบซึ้งกับความรักที่อาม่ามีให้ อาม่ายกบ้านไว้ให้เรา บ้านของเรา เราเงยหน้ามองเพดาน แชนเดอเลียที่อากงสั่งมาจากสิงค์โปร์เก่าแล้วแต่ก็ยังสวย ผนังทุกด้านเต็มไปด้วยภาพเก่าๆ ที่ยังคงความประทับใจอยู่เสมอ เครื่องเรือนทุกชิ้นของอาม่า ส่งตรงมาจากเซี่ยงไฮ้ อาม่าชอบของโบราณ แกเคยบอกว่ามันมีคุณค่าทางจิตใจ เพราะเคยถูกสัมผัสจับต้องด้วยความรักมาก่อน อาม่ายังบอกว่าเคยได้กลิ่นยาเส้นของอากงแถวๆ เก้าอี้ตัวโปรด ครั้งนึงตอนเด็กๆ โต้งเคยพยายามเอาหัวลอดราวบันได ไม่รู้ทำไปทำไม จำสาเหตุไม่ได้ รู้แต่อาม่าต้องเอาเนยทารอบๆ คอโต้งตั้งนานกว่าจะดันออกมาได้ โชคดีที่น้านีย์ยังไม่กลับบ้าน น้ากรเห็นหน้าโต้งแดงกล่ำ รอบคอเปรอะเนยอยู่เต็มไปหมด น้ากรก็หัวเราะไม่หยุด โต้งอายมาก ไม่กล้ามาบ้านเราเกือบอาทิตย์ ไม่รู้โต้งยังกลัวราวบันไดอยู่อีกรึเปล่า จะว่าไปบ้านก็เก่าไปเยอะแล้ว บางทีเราน่าจะให้ช่างมาซ่อมแซมปรับปรุง เวลาได้รู้ว่าของที่เราครอบครองอยู่ได้กลายเป็นของๆเราจริงๆ อยากดูแลใส่ใจให้สมกับที่เป็นเจ้าของ เราอยู่คนเดียวที่บ้านนี้มาหลายปี หวั่นๆอยู่ตลอดว่าสักวันป๊าอาจจะขาย ตอนนี้เราไม่ต้องกลัวอีกต่อไปแล้ว ความรู้สึกมั่นใจมันดีอย่างนี้นี่เอง ตั้งแต่เริ่มประกวด ทำเทปใต้ดิน บนดิน เราก็เก็บเงินได้พอสมควร รวมกับเงินที่ป๊าโอนมาให้แต่ละเดือน ไอ้แวนชอบด่าว่าเรางก เกาะพวกมันกิน ไม่ใช่ซะหน่อย เราแค่ไม่ชอบเห็นเงินในบัญชีลดลงเท่านั้นเอง

นั่งเปิดอัลบั้มเก่าๆดู มีแต่รูปเรากับอาม่า ป้าอรนิดหน่อย แล้วก็กับโต้ง พี่แตง น้านีย์น้ากร ตอนงานวันเกิดน้ากร สนุกมาก เพื่อนๆ น้ากรตลกมาก เล่นกีตาร์กันตั้งแต่เย็น จนดึก เรา โต้ง พี่แตงไม่อยากขึ้นนอนกันเลยทีเดียว น้านีย์ขออาม่าให้เรานอนค้างกับโต้ง เพราะอาม่าจะนอนเร็ว เกรงใจไม่อยากให้ป้าอรรอเปิดประตู คืนนั้นเป็นคืนแรกที่เราไปค้างบ้านโต้ง น้านีย์บังคับให้กินน้ำมันตับปลาก่อนนอนด้วย รสชาดแย่มาก เรานอนคุยกับโต้งทั้งคืน แถมพี่แตงยังแอบมาเล่าเรื่องผีให้ฟังอีก ทำเอาเรากับโต้งไม่กล้าไปเข้าห้องน้ำดีที่ไม่ฉี่รดที่นอน เช้าวันถัดมาเราเล่าให้อาม่าฟัง อาม่าขำใหญ่บอกเราว่าผีไม่มีจริงหรอก เรากับโต้งก็อยากเชื่อนะ แต่พอปิดไฟทีไรเรื่องผีที่พี่แตงเล่าให้ฟังก็ยังตามมาหลอกหลอนอยู่เป็นเดือนๆ น้านีย์สั่งห้ามพี่แตงเล่าเรื่องผี หรือ เรื่องน่ากลัวๆ ให้เรากับโต้งฟังอีก ลับหลังน้านีย์เรากับโต้งก็ขอให้พี่แตงเล่าอยู่ดี กลัวก็กลัวแต่อยากฟังมากกว่า ฟังแล้วก็กลัว ตลกนะคนเรา

ความสุขไม่เคยอยู่กับเรานาน พอโต้งกับครอบครัวย้าย ไม่นานอาม่าก็จากเราไป ป๊าจะให้เรากลับไปอยู่ระยองจะขายบ้าน แต่เราไม่ยอม ถ้าตอนนั้นเราทำตามที่ป๊าบอก คงไม่ได้เจอกับโต้งอีกครั้ง คงไม่ได้ทำเพลง เล่นดนตรีอย่างที่ชอบ ตอนอาม่าเสียใหม่ๆ ป๊าให้เรากลับไปอยู่บ้าน แค่อาทิตย์แรกเราก็คิดถึงอาม่าจนทนไม่ไหว บ้านป๊ามีเปียโนเก่าๆอยู่ตัวนึง เราอาศัยเปียโนตัวนี้บรรเทาความเหงา เศร้าในใจตลอดสองอาทิตย์ก่อนเปิดเทอม ป๊าบ่นให้ฟังบ่อยๆว่าเสียงดัง ให้เล่นเฉพาะตอนกลางวัน ป๊าอยากให้เราเรียนภาษาจีน กับ อังกฤษเพิ่มมากกว่าดนตรี ตอนแรกก็มีคนค้านที่เราจะอยู่กรุงเทพฯคนเดียว แต่ไม่นานคนที่ค้านก็เงียบๆไป ป๊าบอกเราว่าตามใจมีอะไรก็ให้โทรมาบอก จากนั้นเราก็เจอกับป๊า ปีละสองสามครั้ง ตอนปิดเทอมไม่ก็ปีใหม่ น้อยใจจนเลิกน้อยใจไปนานแล้ว ใจมันด้านชา เราเลิกสงสารตัวเอง หันมาสนใจกับการเล่นดนตรี ประกวด ทำเพลง เพราะดนตรีทำให้เรามีเพื่อน มีแฟนเพลงที่คอยให้ความชื่นชม ทั้งที่รู้ว่ามันคงไม่นาน แต่ก็เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต ที่สำคัญเพราะเพลง ทำให้เราได้เจอโต้ง ส่วนหนึ่งของความสุขในอดีตเราเคยมี ตอนนี้โต้งอาจจะเป็นปัจจุบันของเรา แต่ในอนาคตล่ะ ก่อนกลับกรุงเทพฯ ป๊าถามเราว่าอยากได้เบอร์โทรลูกเพื่อนป๊าไหม เค้ากำลังจะย้ายมาเรียนเอแบคปีนี้ น่าจะได้รู้จักกันไว้ คิดไว้อยู่แล้ว วันงานป๊าก็จัดให้เรานั่งข้างๆ คงอยากให้เราสานสัมพันธ์ ในสายตาเราลูกเพื่อนป๊าไม่น่ารักเท่าหญิง ท่าทางเค้าจะถูกตามใจมาตลอด พูดแต่เรื่องตัวเอง พอเราจะเล่าอะไรก็ชอบขัดด้วยเรื่องงานกีฬาสีที่ตัวเองเป็นลีดเดอร์ เป็นตัวแทนโรงเรียน เราเลยนั่งฟังเงียบๆ แต่ไอ้เอ็กซ์ท่าจะชอบ เห็นมันเดินไปขอเบอร์ไม่รู้ได้หรือเปล่า เราบอกป๊าว่าเอามาก็ได้ ถ้าว่างจะโทรไป

ได้ยินเสียงหญิงทักป้าอรข้างล่าง ถามว่าเราอยู่ไหม หญิงที่แสนดี คอยเป็นห่วงเป็นใย เรื่องของเราเป็นที่น่าสนใจสำหรับหญิงเสมอ เราเคยปฏิเสธสิ่งที่หญิงเสนอให้ไปแล้วครั้งนึง แต่หญิงก็ยังไม่ถอดใจ ถามตัวเองวามีความสุขไหมเวลาอยู่กับหญิง ก็ต้องตอบว่ามีความสุขเพราะไม่ต้องเครียดกับสายตาคนนอกเหมือนเวลาอยู่กับโต้ง แต่หัวใจไม่เคยเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น ดีใจ เหมือนอย่างที่อยู่กับโต้ง กับโต้งเราใช้คำว่ารักได้เต็มปาก แต่กับหญิงเรายังไม่แน่ใจ ตอนนี้หญิงอาจจะยังมีหวังว่าจะได้คำตอบที่น่าพอใจจากเรา ถ้าเรายังไม่ตอบ ไม่แน่หญิงอาจจะไม่รอ เราจะหาคนดีๆ อย่างหญิงได้อีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ลองคิดดูซิ บ้านที่เราอยู่มาเป็นสิบปี ถ้าอาม่าไม่ได้ยกให้เรา มันก็คงถูกขาย แล้วอย่างเราจะมีปัญญาหาเงินสิบกว่าล้านจากที่ไหนมาซื้อ หญิงเปิดประตูห้องเข้ามาเหมือนเคย รอยยิ้มที่เคยสว่างเหมือนแสงอาทิตย์ยังทำให้เราแสบตาเหมือนเคย เรามองหน้าหญิงนิ่งๆ จนหญิงชักจะเขิน เราเดินตรงไปหาหญิง ดึงตัวหญิงเข้ามากอด กระซิบข้างๆหูว่า ตกลง เรารู้เราเห็นแก่ตัวแต่เราไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว ถ้ารู้ว่าในอนาคตคนที่เรารักมากๆ จะต้องจากเราไป สู้อยู่กับคนที่รักเราดีกว่า

ปล. ขอบคุณนะหญิง

--------------------------------------------------------------------------------------

25 มีนาคม 2008

ตื่นเอาเกือบเก้าโมงเช้า เบลอๆยังไงชอบกล เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นบ้างวะ เออ กลับมาจากระยอง เครียดที่ได้ยินว่าป๊าจะขายบ้าน ถ้าต้องเสียสิ่งผูกพันกับอดีตที่แสนสุขที่สุดท้ายไปอีกเราคงทนไม่ไหว แต่กลับกลายเป็นว่า อาม่ายกบ้านหลังนี้ให้เรา บ้านที่ป๊าบอกว่ามีคนมาขอซื้อตั้งสิบกว่าล้าน เราไม่สนหรอกว่าราคามันจะมหาศาลแค่ไหน ความผูกพันยาวนานเท่าอายุของเราต่างหากที่ทำให้เรารักบ้านหลังนี้มากเหลือเกิน อีกทั้งที่นี่เป็นที่ๆ เต็มไปด้วยคนที่เรารัก และ รักเรา ทั้ง อากง อาม่า โต้ง พี่แตง น้ากร น้านีย์ หญิง หญิง เฮ้ย เมื่อวานเราตอบตกลงกับหญิงไปนี่หว่า เราสะดุ้งแทบตกเตียง ตายห่าแล้ว เผลอพูดคำนั้นออกไปได้ยังไงวะ ไม่ได้ตั้งใจเล้ย อารมณ์มันพาไป เราค่อยๆ แอบมองห้องหญิงผ่านหน้าต่าง ไม่อยู่ เออ ค่อยยังชั่ว พอมีเวลาคิดอะไรได้บ้าง ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า หัวจะได้โล่งขึ้น เตรียมรับความซวยเพราะปากพล่อยของตัวเอง เมื่อวานก่อนกลับไปหญิงหอมแก้มเราด้วยนี่หว่า ไอ้มิวเอ๊ย จะอ้างอะไรก็ไม่ได้ด้วย สติสัมปชัญญะสมบูรณ์ครบถ้วนทุกอย่าง แม่ง อยากหายสาปสูญไปซะตอนนี้เลย

เราตระหนักมาหลายครั้งแล้วว่าเวลาคราวซวยมาเยือนมันจะไม่ให้เราได้ตั้งตัว ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน ที่ไม่เห็นหญิงอยู่ในห้องเพราะหญิงมานั่งรอเราข้างล่างนี่เอง รอยยิ้มสว่างสดใส บาดหัวใจเราเป็นที่สุด เอาล่ะซิ จะทำยังไงดี ขืนเดินเข้าไปบอกว่าเมื่อวานไม่ได้หมายความอย่างที่พูด หญิงคงเกลียดเรา ไม่เอาหรอก เราไม่อยากเสียใครไปอีก ปวดหัวว่ะ ค่อยๆคิดไปละกัน เรานั่งกินข้าวกับหญิงเหมือนปกติ แต่หญิงเขยิบมานั่งซะติดจนเราต้องเขยิบหนีนิดนึง ป้าอรมองเรากับหญิงขำๆ ท่าทางแกจะชอบใจซะด้วยซิ แกเชียร์หญิงกับเรามานาน เวลาหญิงเอาอะไรมาให้ก็ต้องรีบมาบอกให้เราไปขอบคุณหญิง แกสนิทกับม๊าหญิงมากด้วย รู้ทั้งรู้ว่าม๊าหญิงไม่ได้ชอบเราสักเท่าไหร่ ป้าอรก็ยังมีความหวังอยู่ดี ในสายตาแกเราเป็นเด็กที่น่ารักที่สุดในโลก แกบอกว่าอาม่าพูดอย่างนั้นวันที่เราเกิด กินข้าวเสร็จหญิงจะชวนเราไปเที่ยวสยาม มีหนังหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ดู แต่เราต้องเอาของฝากไปให้โต้งที่บ้าน เลยปฏิเสธหญิงไป หญิงทำหน้าบึ้งเล็กน้อย แต่ก็บอกว่าเข้าใจ หญิงคงชวนเพื่อนคนอื่นไปได้มั๊ง แต่ตอนที่เรากำลังจะออกจากบ้าน หญิงก็มายืนรออยู่แล้ว เราทำหน้างง แต่ไม่ได้ถามรอหญิงอธิบาย ซึ่งหญิงก็บอกว่า เอาของไปให้โต้งแล้วค่อยไปเที่ยวต่อก็ได้ หรือจะชวนโต้งไปด้วยก็โอเค ไปกันหลายๆคนสนุกดี เรามองหญิงตาค้าง อะไรกันนี่ ทำไมตามติดกันขนาดนี้ หญิงไม่รู้เหรอว่าเราไม่ชอบคนช่างตื้อ เออ คงไม่รู้มั้งเพราะที่ผ่านมาเวลาบอกว่าไม่หญิงก็ทำตามทุกที เรากำลังจะบอกให้หญิงกลับบ้าน แต่หญิงพูดขึ้นว่า เพิ่งเป็นแฟนกันได้วันเดียว ทำไมเราเย็นชากับหญิงจัง เออ เจอคำนี้เข้าไปจุกเลย เรายิ้มให้หญิงฝืน ๆ พยักหน้าให้หญิงไปด้วยได้ ระหว่างทางหญิงจับมือเราไม่ปล่อย มันอึดอัดจนเหงื่ออกชุ่มมือไปหมด ใจเราก็ถามตัวเองตลอดเวลาว่า นี่เหรอเป็นแฟน เราไม่รู้หรอกเพราะไม่เคยมีมาก่อน กับโต้งก็ไม่นับมั้ง เพราะเราเป็นแค่เพื่อนสนิทกัน แต่กับหญิงเราคงต้องปรับตัว เฮ้อ เอาไงเอากันวะ ขออย่างเดียวอย่าพูดคำว่าแฟนต่อหน้าโต้งละกัน

เรานั่งแท็กซี่เอาของฝากจากระยองไปให้โต้งที่บ้าน น้านีย์พาน้ากรไปหาลุงหมออีกรอบ โต้งต้องซักผ้า เฝ้าบ้านเลยไปกับพวกเราไม่ได้ ตอนที่หญิงไปเข้าห้องน้ำก่อนออกจากบ้านโต้ง เราโดนโต้งดึงไปถามว่าทำไมหญิงถึงจับมือเราตลอดอย่างนั้น เราไม่รู้จะตอบยังไง มองซ้ายมองขวาหญิงยังไม่ออกมาแน่ๆ เรากระซิบบอกโต้งว่า เล่นอะไรกันนิดหน่อย ไม่มีอะไรหรอก แล้วก็หอมแก้มโต้งหนึ่งทีกันไว้ไม่ให้โต้งถามอะไรอีก วิธีนี้เราเรียนรู้จากโต้งได้ผลชะงัดมาก รู้สึกช่วงนี้เราจะเจ้าเล่ห์ไปหน่อยรึเปล่านะ อืม ไม่ค่อยแน่ใจ

ไปดูหนังกับหญิง หนังสนุกรึเปล่าก็ไม่รู้เพราะหญิงเอนหัวมาซบไหล่เราตั้งแต่หนังตัวอย่าง ไม่ชอบเลย ผมยาวๆของหญิงคอยแต่ปลิวจะเข้าจมูก จนเราจามไปหลายที ทนไม่ไหวต้องออกไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็อดโทรหาโต้งไม่ได้ เราเล่าให้โต้งฟังเรื่องที่ป๊าจะขายบ้าน โต้งทำเสียงตกใจมากพยายามช่วยหาวิธีแก้ไข เราแอบยิ้มรอจนโต้งคิดไม่ออกว่าจะช่วยเรายังไง ถึงได้บอกโต้งว่าอาม่ายกบ้านให้เราละ ตอนแรกโต้งก็ดีใจด้วย แต่พอรู้ว่าโดนเราแกล้งก็มีงอนเหมือนกัน เราดีใจที่โต้งเป็นห่วงเรา เพราะโต้งรู้ว่าเราผูกพันกับบ้านของอาม่ามากแค่ไหน เราบอกโต้งก่อนวางสายว่า ถ้าต่อไปโต้งอยากจะมาค้างก็มาได้ตลอดเลย เราก็รู้ดีว่าโต้งคิดถึงบ้านเก่ามากเหมือนกัน บ้านที่เคยมีกันสี่คน น้ากร น้านีย์ โต้ง พี่แตง ทุกครั้งที่โต้งมาบ้านเรา ก็ชอบแอบมองบ้านนั้นบ่อยๆ โต้งตอบว่า ขอบใจ เราเห็นคนเริ่มทะยอยออกจากโรง ตายละ ลืมหญิงไปสนิทเลย เรารีบเดินสวนเข้าไปในโรงหนัง แต่มือนุ่มๆของหญิงจับแขนเราไว้ ยังไม่ทันได้ขอโทษ หญิงก็ชวนเราไปกินไอติม แถมสั่งให้เราเลี้ยงอีกต่างหาก รู้สึกแย่ที่ทิ้งหญิงไว้ในโรงหนังคนเดียวตั้งนาน เราเลยชวนหญิงไปกินฮาเกนดาส ตอนแรกว่าจะสั่งช็อคโกแลตของโปรด แต่ไม่รู้ทำไมดันสั่งวนิลาไปสองลูกรวด พอเริ่มตักไอติมเข้าปาก เราก็ต้องยิ้มออกมาอีกครั้ง รู้แล้วทำไม โต้งชอบรสนี้นี่เอง หญิงเห็นเรายิ้มก็ยิ้มตอบ จะว่าไปก็เป็นเดทที่โอเคเหมือนกัน แต่หนังเรื่องเมื่อกี้เหมือนโต้งเคยบ่นว่าอยากดู ไว้วันหลังมาดูกับโต้งอีกทีดีกว่า กินไอติมเสร็จ หญิงก็พูดขึ้นมาว่าอยากได้เสื้อยืดน่ารักๆ เราต้องไปเดินดูเป็นเพื่อนหลายร้าน ลองแล้วลองอีก หญิงก็ไม่พอใจสักตัว เรานั่งหาวรอจนแทบหลับ ยิ่งเดินแฟนเพลงก็เริ่มมารุมล้อมมากขึ้น เราเลยรีบจูงมือหญิงขึ้นรถไฟฟ้าไปดูซื้อเสื้อผ้าต่อที่เซ็นทรัลชิดลม ทำไมหญิงซื้อเสื้อผ้ายากจัง ง่วงว่ะ

กว่าจะกลับถึงบ้านเราก็แทบสลบ เมื่อยขาชะมัด คราวหลังไม่เอาอีกแล้ว อยากคลานขึ้นเตียงทันทีแต่ก็เหนียวตัวจนทนไม่ไหว อาบน้ำทั้งที่ตาลืมแทบไม่ขึ้น ไม่ไหวแล้วไปนอนดีกว่า โต้งส่ง sms มาว่า แม่ชอบปลาเค็มมาก มิวเลือกเก่ง เรายิ้มแก้มปริ ดีใจที่น้านีย์ชอบ

ปล. มีคนบอกว่าให้คิดก่อนพูด เพราะเมื่อพูดไปแล้วคำพูดจะเป็นนายเรา มันเป็นเรื่องจริงนะหญิง

-------------------------------------------------------------------------------------

26 มีนาคม 2008

อยากนอนตื่นสายๆ แต่โดนไอ้แวนมาปลุกที่บ้านแต่เช้า มันคงตกใจกับ sms ที่เราส่งไป ใจร้อนชะมัดเลยมึง เมื่อวานเราไปเที่ยวกับหญิงทั้งวัน บอกตรงๆ เบื่อชะมัดเลย หนังก็ไม่สนุก แถมยังเมื่อยขารอหญิงลองเสื้ออีก รู้ทั้งรู้ว่าเราเริ่มเป็นที่รู้จัก ไปไหนมาไหนคนก็มองเราตลอด บางทีก็เข้ามาขอถ่ายรูป ขอลายเซ็นต์ เราต้องยอมอยู่แล้วเพราะโดนพี่อ๊อดสั่งไว้ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ค่อยหาทางเลี่ยง แต่แฟนๆบางคนคุยสนุกแถมยังให้ของขวัญเราด้วย หญิงเริ่มทำหน้าไม่พอใจ แต่ที่เราไม่ชอบที่สุดก็ตอนที่หญิงเดินเข้ามาดึงแขนเราให้ไปเป็นเพื่อนเข้าห้องน้ำ เราตกใจจนเผลอทำตาเขียวใส่ หญิงทำหน้าตกใจ เราก็ตกใจ ก่อนจะแก้สถานการณ์โดยจูงมือหญิงไปเข้าห้องน้ำ และยืนรออยู่ข้างหน้าอย่างใจเย็น นี่ไม่ใช่สิ่งที่เราคาดเอาไว้ เราแค่คิดว่าจะออกมาเป็นเพื่อนหญิงบางครั้งบางคราว ไม่ใช่ให้หญิงมาทำตัวเป็นเจ้าของเราตลอดแบบนี้ เราคิดก่อนตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากไอ้แวน

ถ้าจะว่าไปหญิงอาจจะไม่ชอบไอ้แวนตอนนั้นเพราะเราเองก็มีส่วน เราหวงไม่อยากให้คนที่ชอบเราหันไปชอบคนอื่น โดยเฉพาะหญิงและไอ้แวน ถ้าสองคนนี้เป็นแฟนกัน เราคงกลายเป็นหมาหัวเน่า แต่จะให้เราฝืนใจต่อไปมันก็ไม่ไหว มันต้องมีทางแก้ไขซิน่า เราอธิบายให้ไอ้แวนฟังว่า ตอนนี้เรากำลังพยายามช่วยโน้มน้าวหญิงให้หันมาสนใจมัน ไอ้แวนตาโต มันยิ้มกว้างแล้วตบไหล่เราแรงๆ หลายที เจ็บนะเนี่ย แต่ไม่เป็นไรทนได้ เราแนะนำมันหลายอย่างว่าทำยังไงหญิงถึงจะถูกใจ ไอ้แวนรีบหยิบกระดาษมาจดๆๆๆ มันขอบคุณเรา พร้อมกับขอโทษที่เคยว่าเราแรงๆ ทำเอาเรารู้สึกผิดไม่เบา ก่อนมันกลับ เรายังย้ำอีกทีว่า ห้ามบอกหญิงเด็ดขาดว่ารู้มากจากเรา แล้วถ้ามันจะทำอะไรให้ปรึกษาเราก่อน

เฮ้อ เท่านี้ก็เรียบร้อย อีกสักพักเราจะค่อยๆ ห่างออกมา หญิงจะได้ไม่รู้สึกผิดปกติ แล้วไอ้แวนก็จะเข้าไปเสียบแทน เราไม่อยากให้เป็นอย่างนี้เท่าไหร่ แต่จะให้หญิงถลำลึกต่อไปมันคงไม่ดี ที่สำคัญเราเป็นห่วงตัวเองมากกว่าด้วย หญิงน่ารำคาญขึ้นทุกวัน เรากลัวจะอดใจไม่ไหว จนทำลายสัมพันธ์ที่ดีที่มีมาตลอดไป ไอ้แวนจะทำได้ดีอย่างที่เราสอนรีเปล่าก็ไม่รู้ ไม่เป็นไรล่ะมั้ง ขอแค่มันเลิกทำนิสัยบ้าๆ แบบเมื่อก่อน หญิงก็คงหันมาสนใจมันบ้าง เราค่อยโล่งเรื่องหญิง หันมาสนใจเพลงที่แต่งค้างไว้ อืม ไม่ไหวว่ะ ขาดแรงบันดาลใจ บ้าจริงนายมิว อยากเจอโต้งใช่มั๊ยล่ะ

เราโทรหาโต้งก่อนจะนัดเจอกันที่เซ็นทรัลลาดพร้าว โต้งมาสายเกือบครึ่งชั่วโมง พอเราโทรไปก็ไม่รับสาย เราเริ่มฉุนจนแทบจะหนีกลับ แต่พอเวลาผ่านไป เรากลับเริ่มกังวล เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า เรารีบโทรไปที่บ้านโต้งทันที น้ากรรับสาย เราเลยได้รู้ว่า โต้งออกมานานเกือบชั่วโมงแล้ว ยังไม่เจอกันอีกเหรอ เราไม่อยากให้น่ากรกังวลเลยบอกว่า สงสัยโต้งจำที่นัดผิด กำลังจะโทรอีกที โต้งก็มาถึงพร้อมกับผมยุ่ง ๆหน้าตามอมแมม เรายืนขึ้นด้วยความตกใจ ไปฟัดกับใครมาเหรอเนี่ย โต้งยิ้มให้ ก่อนจะเล่าว่า เพื่อนน้านีย์เอารถมือสองที่จะซื้อให้โต้งมาให้ลองวันนี้ โต้งเลยกะจะขับรถใหม่พาเราไปเที่ยว ที่ไหนได้รถเจ้ากรรมดันเสียกลางทาง โต้งโทรหาเพื่อนน้านีย์ไม่ติด โทรหาอู่ก็ไม่มีคนรับ เลยต้องซ่อมเอง เราประหลาดใจไม่คิดว่าโต้งซ่อมรถเป็นด้วย โต้งเล่าให้ฟังว่า น้ากรเคยสอนตอนเด็กๆ โต้งเองก็สนใจเรื่องเครื่องยนต์อยู่แล้ว เคยคิดอยากเรียนวิศวะ แต่ตอนเอ็นท์โต้งเลือกสถาปัตย์อย่างเดียว คงอยากให้น้ากรภูมิใจ เราเดินเป็นเพื่อนโต้งไปล้างหน้าที่ห้องน้ำ โต้งบอกให้เราไปนั่งรอที่ร้านก่อนเพราะกลัวเราหิว แต่เราสมัครใจจะรอมากกว่า จะได้ช่วยถือของให้โต้งด้วย

ทั้งที่ไม่มีไอ้แวนมาด้วยพวกเราก็ยังเลือกกินอาหารญี่ปุ่น สงสัยโดนมันล้างสมอง โต้งบอกว่าโต้งกับน้านีย์ชอบร้านโอโตยะมาก เราตอบว่าเราก็เหมือนกัน ข้าวญี่ปุ่นนุ่มๆ ปลาย่างหอม แค่เห็นรูปก็น้ำลายสอ แต่โต้งกลับบอกว่า ชอบตรงเติมข้าวเติมชาได้ไม่อั้น เราหัวเราะออกมา เพราะอย่างนี้นี่เองโต้งถึงอวบขึ้น ท่าทางเจ้าตัวจะยังไม่รู้ แต่เราก็ไม่ว่าอะไร เสร็จจากอาหารกลางวัน โต้งชวนเราไปซื้อเสื้อเชิ้ตให้น้ากร เพราะอาทิตย์หน้าจะวันเกิดน้ากรแล้ว เราช่วยโต้งเลือกจนได้เสื้อสีเขียวอ่อน ผ้าเนื้อดี ยี่ห้อที่น้ากรชอบ เราแอบเห็นเสื้อสีฟ้าน้ำทะเลแขนยาวซ่อนอยู่มุมหนึ่งของชั้นวาง เรารีบดึงออกมาทาบกับไหล่โต้ง น่าจะพอดี โต้งมองเสื้อที่เราเลือกด้วยสายตาชื่นชม ก่อนจะถือเข้าไปลอง โต้งใส่ออกมาให้ดู ไม่ต้องถามเราพยักหน้าให้ทันที โต้งซื้อเสื้อให้ตัวเองเป็นของขวัญที่สอบเสร็จ เราก็อยากได้อะไรเป็นของขวัญให้ตัวเองเหมือนกัน สุดท้ายเราก็ซื้อเสื้อแขนสั้นสีเขียวอ่อนมาหนึ่งตัว โต้งชวนไปดูหนัง เราโอเค เพราะอยากกินป๊อปคอร์น โต้งหันมาถามว่าอยากดูเรื่องอะไร เราส่ายหน้าแทนคำตอบ อยากกินแค่ป๊อปคอร์นอย่างเดียวจริงๆ แต่กินที่ไหนก็ไม่อร่อยเท่ากินในโรงหนัง เออแปลกดีเหมือนกัน สงสัยมันใส่สารบางอย่าง สั่งให้สมองบอกว่าอร่อยเวลาอยู่ในโรง

ดูหนังไปได้ครึ่งเรื่อง เราแอบมองหน้าโต้ง หนังกำลังตื่นเต้นโต้งคงไม่สนใจสิ่งที่เรากำลังจะทำ เราค่อยๆเอนตัวเข้าไปใกล้ๆ ซบหัวลงกับไหล่ โต้งโอบเราเข้าไปใกล้ๆ เราอมยิ้ม นี่ยิ่งทำให้ง่ายขึ้นไปอีก เราเอื้อมมือไปที่หน้าอกโต้ง ใช้นิ้วเขียนคำว่า MEW เบาๆ สำเร็จแล้ว โต้งท่าทางจะไม่สงสัยอะไร เราหันไปให้ความสนใจกับหนังตรงหน้า หัวเราะตัวเองในใจ รู้หรอกว่าที่ทำน่ะบ้า แต่มันอดใจไม่ไหวจริงๆ ออกจากโรงหนัง โต้งก็ถามทันทีว่าเมื่อกี้เราเขียนอะไรบนอกโต้ง โธ่เอ๊ย นึกว่าไม่สนใจ เราแกล้งทำหน้าเหรอหรา ไม่รู้เรื่อง โต้งถามย้ำว่า เขียนอะไรเหรอ เราไม่ตอบ เห็นโต้งยิ้มแบบรู้ทัน เราเลยแกล้งเดินไปเข้าห้องน้ำ ขำตัวเองเหมือนกันแหละ ดันไปอ่านเจอในหนังสือที่แฟนไอ้ต่อทิ้งไว้ที่ห้องซ้อมว่า ถ้าอยากให้คนที่เรารัก รักเราตลอดไปให้เขียนชื่อตัวเองลงบนหน้าอกข้างซ้ายของเขา หนังสือปัญญาอ่อนอย่างนั้น ใครบ้าทำตามก็โง่แล้ว สงสัยเราจะโง่จริงๆ ขนาดเพิ่งกินปลามานะนี่ ให้ตายเหอะ ถ้ามันเป็นจริงขึ้นมาจะทำยังไงดี

ปล. เราหวังดีกับหญิงนะ


โดย: Happiiness IP: 115.67.127.121 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:0:24:07 น.  

 
สวัสดีจ๊ะน้านีย์
ข้าพเจ้าไม่ได้คิดเองแต่งเเอง
แค่ก๊อปปี้เอามาลง ไม่ได้ยากลำบากหนักหนาอะไรเลย
เทียบไม่ได้กับความพยายามของน้านีย์รอกจ้ะ
แค่ข้าพเจ้าได้ช่วยน้านีย์บ้างก็รู้สึกดีแร้วจ้า
มาอ่านฟรีอยู่เป็นปี แค่นี้สิวๆ อิอิ

ว่าแต่ว่า Diary Mew มันจบแค่วันที่ 26 แค่นี้ใช่ไม๊จ๊ะ
หรือว่ามานมีที่ไหนต่อ
จะให้ข้าพเจ้าช่วยอย่างไรก็บอกได้นะจ๊ะ
หวังว่าคงจะได้เจอน้านีย์เร็วๆนี้เช่นกันจ้ะ

always love and always will
จุ๊บุ จุ๊บุ ^3^


โดย: Happiiness IP: 115.67.127.121 วันที่: 1 เมษายน 2552 เวลา:0:30:42 น.  

 
โอ้ววว

เยอะจังงง

อ่านไม่ค่อยจาทันน

อิอิอิ


โดย: overtures IP: 125.24.179.165 วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:23:32:32 น.  

 
เมื่อไรจะได้อ่านต่อค่ะ diary mew
diary zด้วย
ขอรหัสไปแล้วไม่เห็นตอบกลับมา
ส่งemail ไปแล้วด้วย ไม่เห็นตอบกลับมาเลย
ว้าววววววววววววววววววววววววววววววววววววว
grace_girl1981@yahoo.com


โดย: raibeena IP: 58.8.240.128 วันที่: 9 เมษายน 2552 เวลา:12:59:49 น.  

 
raibeena ส่งไปหลายรอบแล้ว เมล์ คุณตีกลับตลอดทุกครั้ง

จะให้ทำยังไงได้ล่ะ


โดย: kwanmanee วันที่: 11 เมษายน 2552 เวลา:12:00:12 น.  

 
น้านีย์คับ

ได้อ่านไดอารีZ มานานแล้ว

แต่ช่วงเดือนกุมภา-มีนา อ่านหนังสือเอ็นคับ

เปลี่ยนรหัสผ่านแล้ว ส่งรหัสให้หน่อยได้ไหมครับ

ขอบคุณมาก ๆ ครับ

atisak202@thaimail.com


โดย: lovemuw IP: 125.26.71.87 วันที่: 15 เมษายน 2552 เวลา:21:45:42 น.  

 
เมื่อไรจะได้อ่านต่อค่ะ diary mew
diary zด้วย
ขอรหัสไปแล้วไม่เห็นตอบกลับมา
ส่งemail ไปแล้วด้วย ไม่เห็นตอบกลับมาเลย
ว้าววววววววววววววววววววววววววววววววววววว
grace_girl1981@yahoo.com
มีแบบนั้นด้วยหรือค่ะ
งั้นลองอีกอันนะค่ะ
fiara_414@yahoo.com
thank you so much น้านี


โดย: raibeena IP: 58.8.215.205 วันที่: 27 เมษายน 2552 เวลา:16:03:48 น.  

 
อยากได้ รหัส diary z อ่ะครับ เห็นว่าเปลี่ยนรหัสใหม่
ขอบคุณล่วงหน้าล่ะกันนะครับ

johneyjunior@hotmail.com


โดย: Memew IP: 58.147.58.217 วันที่: 30 เมษายน 2552 เวลา:0:44:13 น.  

 
ขอรหัส อีกครั้งได้มั๊ยคะ รหัสเดิมเข้าไม่ได้อ่ะ

นะคะๆๆๆๆๆๆ t_sine_j@hotmail.com ขอบคุณมากค่ะ


โดย: ทราย IP: 115.67.187.57 วันที่: 1 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:22:56 น.  

 
ขอรหัส diary z ใหม่ได้ไหมครับ

รหัสเก่าเข้าไม่ได้อ่ะครับ

jiminy_yush@hotmail.com ขอบคุณมากนะครับ


โดย: Toshizo IP: 125.26.8.126 วันที่: 2 พฤษภาคม 2552 เวลา:0:55:02 น.  

 
wan_love_you@hotmail.com


โดย: Jab-together IP: 202.149.24.161 วันที่: 3 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:14:46 น.  

 
ขอรหัสด้วยคับ

hlae.panda@gmail.com

ขอบคุนครับ


โดย: kikumarru IP: 124.121.231.108 วันที่: 4 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:04:47 น.  

 
ขอบคุนน้านีย์ที่เเต่ง Mew Diary ให้อ่านนะครับ
ตามอ่านตอนที่ม่ายรุ้จักเวปนี้
อ่านที่ witwisit.com มีถึง 23 มีนาเอง
ก้ออยากอ่านต่ออ่ะ มีหลังจากวันที่ 26 มีนาอ่ะป่าวคับ
หรือจบที่26มีนาอ่า อ่านเเร้วชวนติดตามอ่ะ
หลังจาก 26 มีนา นี่อยุ่ใน diary Z หรอคับ
มะมีรหัสง่าาา


โดย: kikumarru IP: 124.121.231.108 วันที่: 4 พฤษภาคม 2552 เวลา:12:48:38 น.  

 
ได้แล้ววว ขอบคุณมั่กๆ นะคะ


โดย: ทราย IP: 115.67.110.158 วันที่: 4 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:44:24 น.  

 
เอ...

เข้ามาขอ diary z ยังทันมั้ยคะเนี่ย?

แต่งหวานมาก ๆเลยค่ะ มิวดูเป็นเจ้าชายน้อยเอาแต่ใจดี โต้งก็แบบน้า แอบน้ำนิ่งไหลลึก ฮ่าๆ


ถ้ายังทันอยู่ เมล์ yuri9doo.hc@msn.com นะค้า


โดย: kerorina IP: 124.121.79.44 วันที่: 4 พฤษภาคม 2552 เวลา:23:49:14 น.  

 
เอ่อ ขอรหัสด้วยคนสิงับ^^ ton_easy@hotmail.com


โดย: FANFAN IP: 61.90.101.193 วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:50:31 น.  

 
ไม่รู้ว่าพี่เปิดเมลล์บ้างเปล่าครับ...ผมเองก็ติดตาม diary z ตลอดนะครับถึงตอนมิวจะไปญี่ปุ่นแล้ว ป่านนี้ไม่รู้ถึงไหนแล้วครับ...ก็ยังรอรหัสใหม่ต่อไปครับ

poll.man@hotmail.com

:)


โดย: Pon IP: 124.120.47.212 วันที่: 11 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:15:37 น.  

 
ขอรหัสด้วยได้ไหมครับ

เพิ่งมาติดตามอ่าน สนุกมาเลย

นั่งอ่านละอมยิ้ม^^

ทั้งไดอารี่มิวและ Z

sleeperbear@hotmail.com

ขอบคุณนะคับ

ปล.ยังทันไหมห่า แหะๆ


โดย: Plla IP: 202.176.96.54 วันที่: 13 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:33:14 น.  

 
ขอรหัสด้วยคนนะครับ

อยากอ่าน Diary Z มากมาย ^_^

replayx009@yahoo.com

ขอบคุณครับ


โดย: cygnus IP: 202.149.25.241 วันที่: 15 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:50:08 น.  

 
ยังรอรหัสอยู่นะคะ

yuri9doo.hc@msn.com

ไม่รู้ว่าเลิกแต่งไปหรือยัง แต่ก็จะติดตามต่อไปค่ะ ^^


โดย: kerorina IP: 124.121.83.200 วันที่: 15 พฤษภาคม 2552 เวลา:22:50:11 น.  

 
ไม่ค่อยได้เข้ามาหน้านี้ ใครที่ต้องการรหัส รบกวนส่งเมล์ และ ชื่อที่จะใช้คอมเม้น์ในบลอกไปที่เมล์

sirirat_mee@hotmail.com นะคะ


โดย: kwanmanee วันที่: 17 พฤษภาคม 2552 เวลา:1:48:07 น.  

 
ไม่ได้ตามมานานแล้ว
เดี๋ยวจะส่งเมลล์ไปขอรหัสเข้า DiaryZ นะคะ


โดย: nuneung IP: 64.254.116.14 วันที่: 15 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:34:59 น.  

 
วันวาเลนไทน์มิวคาดหว้างอะไรจากโต้ง 555.

ของขวัญที่โต้งให้มิว ไม่เหมือนใครเเละไม่มีใครเหมือน

^^

มิว(พิช) น่ารักกก


โดย: TongMew IP: 118.172.195.110 วันที่: 10 ธันวาคม 2552 เวลา:19:14:29 น.  

 
ขอบคุณผลงานดี ๆ ที่นำมาให้อ่านค่ะ


โดย: nop IP: 180.180.187.16 วันที่: 10 สิงหาคม 2553 เวลา:18:43:46 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

kwanmanee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add kwanmanee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.