Mameepee'blog แม้สิ้นลมหายใจ ขอฝากไว้ซึ่งบันทึกแห่งความทรงจำของความสุขเสี้ยวเล็กๆ บนโลกแสนสวยใบนี้ตราบนานเท่านาน
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2554
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
9 ตุลาคม 2554
 
All Blogs
 

Swiss....เล่าเรื่องเมืองสวิส ตอนที่ 1


จักรยานลงเขาหนึ่งในความสนุก





จากอินเทอลาเกน(Interlaken) นั่งบัส หน้าสถานีรถไฟตะวันตก( Interlaken west ) ไปยัง Beatenberg ที่ซึ่งคุณแม่กับลูกชายคนเล็กเคยมาเยือนครั้งหนึ่งเมือสองปีก่อน แต่วันนี้เรามาเพื่อต่อกระเช้าขึ้นไปยัง Vorsass ระหว่างทางรถพาลัดเลาะขึ้นเขา คุณแม่เฝ้ามองเมืองอินเทอลาเกนด้านล่างจนลับสายตา ช่วงทางโค้งคนขับบีบแตรเสียงดังกังวานเหมือนแตรรบ เพื่อเตือนรถที่แล่นสวนมา ซึ่งทุกคันต้องจอดให้รถสาธารณะผ่านไปก่อนเพื่อความปลอดภัย

วิวสวยๆของทะเลสาบทุน(Thun) และเทือกเขาแอลป์ทำให้เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว รถผ่านป้ายโพส( Post) ความหลังครั้งโน้นก็ผุดมาในความคิด เราเคยลืมตั๋ว(สวิสพาส)ไว้ที่ร้านขายของไม่ไกลจากป้ายนี้ แต่ความอารีย์ของโชว์เฟอร์บัสที่จอดรออยู่นานสองนานโดยมิได้ร้องขอทำให้ประทับอยู่ในความทรงจำไม่รู้เลือน

ที่สถานีกระเช้า Beatenberg ตั้งอยู่ที่ความสูง 1200 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีรถรางใช้สายเคเบิ้ลลากลงเขาไปยังสถานี Beatenbuch ริมทะเลสาบทุน กับกระเช้าขึ้นเขาซึ่งมีปลายทางอยู่ที่ Niederhorn เราจ่ายค่าตั๋วกระเช้าขึ้นเขาลดด้วยสวิสพาส 50 % รวมค่าเช่าจักรยาน(Trottibike)2 ชม.คนละ 19 ฟรังส์ นั่งกระเช้าไปอีก 8 นาที ก็ได้มายืนอยู่ที่ความสูง 1,580 เมตร ณ สถานี Vorsass กันแล้ว

ใช้ตั๋วแลกจักรยานพร้อมหมวกกันน็อคกับเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบความสมบูรณ์ของรถ,ใส่หมวกและเก็บสัมภาระหนีบไว้ข้างท้ายเสร็จคุณแม่เอ่ยปากบอกเด็กๆ ว่า

“ รอกลุ่มนักเรียนกลุ่มนั้นไปก่อนละกัน เส้นทางค่อนข้างชัน เดี๋ยวชนกันตาย”

เส้นทางจักรยานจาก Vorsass ไป Beatenberg มีสองสาย ระยะทาง 6 กับ 12 กิโลเมตร โดยเส้นทางทั้งสองจะทับซ้อนกันในช่วงแรก ก่อนจะแยกไปคนละทาง ตอนแรกเราคิดจะขี่เส้นทางสั้นเพราะกลัวจะไกลเกิน แต่สุดท้ายก็มาเปลี่ยนใจทีหลัง

ด้วยไม่คุ้นเคยรถประกอบกับเส้นทางช่วงแรกแคบชัน ทำให้จักรยานแล่นลิ่วลงเขาน่าหวาดเสียว ต้องแตะเบรคและจอดเป็นระยะๆ ครั้นพอรู้จังหวะขี่เก่งก็ซิ่งกันอย่างสนุกสนาน จนมาทันนักเรียนตรงทางแยกพอดี หนูๆเห็นเราแล่นผ่านต่างโบกมือบ๊ายบาย ก่อนแยกไปอีกเส้นทาง

ขี่จักรยานกินลมชมวิวมาตามเส้นทางสิบสองกิโลเมตร บางช่วงเป็นทุ่งหญ้าที่กำลังผลิดอกเหลืองไปทั้งทุ่ง บางช่วงร่มครึ้มด้วยป่าสน หลายช่วงจะมองเห็นทะเลสาบทุนอยู่เบื้องล่าง โดยมีเทือกเขาแอลป์ที่โชว์ความขาวของหิมะจากยอด Eiger, Mönch & Jungfrau เป็นแบ็คกราวด์ พอถึงจุดวิวสวยต่างพากันดีดกระดิ่งกริ๊งกร๊างส่งสัญญานให้ทีมแวะพักถ่ายรูปและดื่มด่ำความงามเป็นระยะๆ

ขี่ไปพักไปไม่เร่งรีบ ครั้นเห็นวิวสวยและเวลาเหมาะสม ก็ชวนกันเอาเสบียงประจำคือข้าวเหนียวนึ่ง หมูทอดอาหารกลางวันขึ้นมากิน แล้วนั่งเอกเขนกสบายอารมณ์ ก่อนออกขี่จักรยานต่อ

ช่วงหลังบางจุดก็เป็นทางราบ ต้องอาศัยแรงขาดันพื้นเป็นจังหวะๆเพื่อให้มีแรงส่งตัวรถไปข้างหน้า (จักรยานไม่มีที่ถีบ) ถึงตัวหมู่บ้าน Beatenberg เราใช้ถนนลาดยางเส้นเดียวกับที่นั่งบัสมาเมื่อเช้า ขี่ต่อไปสถานีกระเช้าอีกสี่ถึงห้ากิโลเมตร เห็นนักท่องเที่ยวตื่นเต้นพากันชี้ชวนโบกมือทักทายเราระหว่างทาง

ที่สุดก็ถึงสถานีกระเช้า คืนจักรยานแล้วนั่งรถรางลงเขาไปยังสถานี Beatenbucht (Beatenbergbahn) โดยไม่ต้องจ่ายค่าโดยสาร(สวิสพาสฟรี) นั่งชมวิวพักเดียวก็มายืนเคียงข้างทะเลสาบทุน(Thun) กันแล้ว



ปราสาทสวยกับน้ำใส






ทะเลสาบทุน(Thun) ใช้ชื่อเดียวกับเมืองซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งทางตอนเหนือ จัดเป็นทะเลสาบใหญ่มีพื้นที่ถึง 2,500 ตารางกิโลเมตร และเป็นหนึ่งในหลายทะเลสาบที่มีชื่อเสียงของสวิส ที่นักท่องเที่ยวนิยมมาล่องเรือเพื่อพักผ่อนชมความงามของภูมิประเทศ ซึ่งมีเรือโดยสารล่องระหว่างเมืองอินเทอลาเกนไปกลับเมืองทุนวันละหลายเที่ยว ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน ส่วนฤดูหนาวจะมีล่องบางวันและน้อยเที่ยว เรือโดยสารที่นี่ทราบว่าส่วนใหญ่ดำเนินบริษัท BLS Lötschbergbahn ถ้าล่องกันเต็มเส้นทาง(เที่ยวเดียว)ใช้เวลาสองชั่วโมงกว่า

เราขึ้นเรือจากท่า Beatenbucht ThS ซึ่งอยู่ติดสถานีกระเช้า ไป Oberhofen ใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียว โดยเรือจะแวะจอดท่ารายทางสี่แห่งคือ Merligen , Faulensee , Spiez และ Gunten

เรือล่องเลาะชายฝั่งทะเลสาบ ทิ้งห่างสถานีกระเช้าไปเรื่อยๆ ผ่านอาคารขาวเหลืองของ Wellness & Spa hotel Beatus โรงแรมห้าดาวใกล้ท่า Merligen เห็นแขกหลายคนนอนอาบแดดริมสระน้ำอย่างสบาย บ้างก็ลงว่ายท่ามกลางอากาศเย็นเห็นแล้วขนลุก ภาพผู้คนริมฝั่งโบกมือทักทายนักท่องเที่ยวบนเรือมีให้เห็นเป็นระยะๆ

กัปตันพาเรือข้ามไปอีกฝั่งของทะเลสาบแวะท่า Faulensee แล้วแล่นเลยเลาะชายฝั่งผ่านอ่าวเล็กๆ ใกล้ท่าสเปียซ (Spiez) ซึ่งขณะนี้เต็มไปด้วยเรือไร้ใบสีขาว มีแต่เสาโด่เด่ ปิดคลุมด้วยผ้าใบสีฟ้าตัดกันสวยงาม จอดเรียงรายอยู่หลายสิบลำ...

ท่าเรือสเปียซ Spiez ถือเป็นท่าใหญ่มีผู้โดยสารลงเที่ยวกันเยอะ เมืองเล็กๆ แห่งนี้คุณแม่เคยมาเยือนแล้วหนหนึ่ง มีจุดเด่นคือปราสาทสเปียซ (Spiez Castle) ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาใกล้ๆท่าเรือ และจุดชมวิวสวยๆบนเนินแถวสถานีรถไฟ ที่มองลงมาเห็นเมือง ปราสาท ทะเลสาบและเทือกเขา

เรือออกจากท่าข้ามฝั่งอีกครั้ง...เห็นเรือเล็กตกปลาลอยลำ สองสามจุด จำได้ว่าเพื่อนเคยเล่าว่าการตกปลาในสวิสใช่ว่าใครๆ ก็ทำได้ หากไม่มีใบอนุญาตก็ถือว่าผิดกฎหมาย มิน่าทะเลสาบบ้านเขาจึงเห็นปลาตัวโตโผล่มาลอยคลอแถวริมฝั่งให้เห็นอยู่เนืองๆ

เรือจอดท่า Gunten รับผู้โดยสารที่มาพร้อมจักรยานสามสี่คน แล้วล่องน้ำต่อไป ครั้นใกล้ถึงจุดหมายเห็นปราสาทโอเบอร์ฮอเฟน(Oberhofen Castle )สวยเด่นอยู่ริมน้ำ มีบ้านสไตล์ชาเล่ท์ปลูกอยู่บนเนินเขาเขียวขจีด้วยทุ่งหญ้า ป่าสนเป็นฉากหลัง นักท่องเที่ยวต่างคว้ากล้องมาเก็บภาพแล้วยืนชื่นชมปราสาทกันบนเรือ มีเพียงเราสี่คนที่ตั้งใจแวะลงที่ท่า Oberhofen am Thunersee เพื่อไปชมด้านในของปราสาท

ปราสาทโอเบอร์ฮอเฟน(Oberhofen Castle ) ตั้งอยู่ที่เทศบาลโอเบอร์ฮอเฟน(Oberhofen ) เดิมเป็นป้อมปราการของ Habsburgs สร้างในศตวรรษที่ 13 หลังการสู้รบได้ถูกยึดครองโดยราชวงศ์ Scharnachthal และราชวงศ์เบิร์น(Bern) สืบทอดมาหลายรุ่น แล้วมีการขยายต่อเติมส่วนต่างๆสร้างเป็นปราสาท จนกลางศตวรรษที่ 19 กลายมาเป็นทรัพย์สินส่วนตัวอีกครั้ง และจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์เบิร์น(สาขา)อีกแห่งหนึ่งที่เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมตั้งแต่ปี คศ.2009 จนถึงปัจจุบัน

ใช้สวิสพาสแลกตั๋วฟรีเสร็จ เรารีบพากันเข้าชมปราสาทแบบไม่รอช้า ภายในปราสาทตกแต่งสไตล์นีโอโกธิค(Neogothic) เรเนสซอง(Renessence) และบาร็อค(Barog) พร้อมจัดวางเฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไม้สอย รูปภาพ ของเล่น และอาวุธเก่าแก่ไว้ในแต่ละห้องสวยงามลงตัว แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชนชั้นสูงหลายรุ่น ที่อาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ระหว่างศตวรรษที่ 16 ถึง 19

ตัวปราสาทแม้ไม่ใหญ่โตแต่ก็ไม่เล็ก มีอะไรสวยๆ ให้ชมตั้ง 22 ห้อง ทั้งห้องนอน ห้องอาหาร ห้องจัดเลี้ยง ห้องเด็กและของเล่น ห้องสมุด ห้องฟังเพลง ห้องอัศวิน ห้องสูบบุหรี่ เรียกว่าจดจำกันไม่หมด ความงามของที่นี่ไม่แพ้วังหลายแห่งในยุโรป โดยเฉพาะถ้าเทียบกับปราสาทชิยอง(Chillon Castle) ที่ Montreux ของสวิสเองที่นี่ก็กินขาดทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและภายใน

ห้องหนึ่งที่ชั้นบนสุดของอาคารกลาง มองดูแปลกตา ด้วยการตกแต่งผนัง โต๊ะหกเหลี่ยม และโคมไฟด้วยไม้แกะสลักฝีมือปราณีต ฝ้าเพดานและผ้าผ่อนที่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ ครั้งแรกรู้สึกประหลาดใจกับกลิ่นฉุนรุนแรงที่ได้สัมผัส เมื่อกลับมาอ่านประวัติย้อนหลังจึงทราบว่าเป็นห้องสูบบุหรี่ตุรกี (Turkish Smoking Salon)

ที่ห้องแสดงอาวุธ เห็นเสื้อเกราะหลายตัว คะเนหุ่นคนใส่เป็นชายร่างสันทัด แต่ไฉนหอก ดาบ ที่ใช้จึงใหญ่โต และยาวปานนั้น แค่คำนวณด้วยสายตา น้ำหนักน่าจะปาไปหลายโล หรือทหารเขาแข็งแกร่งกว่าที่เราคิด.....

ด้านหนึ่งของปราสาทพบโบสถ์ขนาดเล็กซ่อนตัวอยู่ ฝ้าเพดานกรุด้วยไม้อย่างง่ายๆผนังเหนือแท่นบูชาเป็นภาพเพ้นท์สีดั้งเดิมแสดงถึงความเก่าแก่ของโบสถ์คู่ปราสาท ภายในมีปฏิมากรรมตั้งวางสองสามชิ้น สะดุดตาสุดเห็นจะเป็น St.Josept กำลังขี่ม้าวางซ้อนบนแท่นไม้ที่มีล้อเลื่อน

จากตัวปราสาทมีโถงทางเดินสั้นๆ เชื่อมไปยังหอขนาดเล็กน่ารัก ที่สร้างยื่นลงไปในทะเลสาบ สันนิษฐานว่าเป็นที่รับแขกคนสนิทหรือนั่งเล่นทานอาหารว่าง กึ่งกลางห้องมีโต๊ะไม้สี่เหลี่ยมกับเก้าอี้สี่ตัว เหนือโต๊ะด้านบนประดับด้วยโคมระย้าที่ทำด้วยเขากวาง




มาปราสาทโอเบอร์ฮอเฟน แล้วไม่ชมสวนก็กระไรอยู่ สวนคู่ประสาทเป็นสไตล์อังกฤษ จุดเด่นคือสวนดอกไม้ เล็กๆ ที่จัดเป็นทรงเลขาคณิตสามารถชื่นชมความงามจากหน้าต่างภายในอาคารปราสาทได้หลายจุด ด้านหนึ่งของสวนติดทะเลสาบ เป็นอีกแห่งที่ประทับใจ ในมุมมองของสายตาผ่านไม้ดอกในกระถาง ผืนน้ำ ไปยังเทือกเขาที่เห็นลิบๆ ด้วยทำเลที่ตั้งบวกกับสวนสวย ปราสาทแห่งนี้จึงเปิดบางส่วนให้ผู้สนใจเช่าเพื่อจัดงานพิธีและงานแต่ง แต่สนนราคาแลกกับความโรแมนติค คงแพงหูฉี่น่าดู

จากปราสาทเราเดินมาป้ายOberhofen a.T..,Dorf ซึ่งอยู่ไม่ไกล ขึ้นบัสสาย 21 ที่วิ่งมาจากเมืองทุน(Thun)ที่ยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร รถเลาะเรียบริมฝั่งทะเลสาบ (ด้านเดียวกับ Beatenberg) ผ่านสถานีกระเช้า Beatenbucht และ Beatusholen ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่ง ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง เราก็กลับถึงที่อินเทอลาเกน(Interkaen) ฐานที่พักของเราแล้ว








 

Create Date : 09 ตุลาคม 2554
10 comments
Last Update : 9 ตุลาคม 2554 12:00:29 น.
Counter : 2842 Pageviews.

 

ตามไปเที่ยวค่ะ สักวันต้องไปให้ได้ อิอิ

 

โดย: buabusaba 9 ตุลาคม 2554 12:45:07 น.  

 

สวิสเป็นประเทศที่สวยงามมากค่ะ คุณ buabusaba ไปแล้วไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ...

 

โดย: Mameepee 9 ตุลาคม 2554 12:51:46 น.  

 

ตามมาเที่ยวสวิสด้วยคนค่ะ ชอบมากค่ะสวิสเซอร์แลนด์ เมืองในฝันอีกเช่นเคยค่ะ สักวันต้องไปให้ได้ค่ะ..

 

โดย: jinaka IP: 101.51.91.212 9 ตุลาคม 2554 14:31:54 น.  

 

ด้วยความยินดีค่ะคุณ jinaka ที่นี่เหมือนสวรรค์บนดินเลยค่ะ....

 

โดย: Mameepee 9 ตุลาคม 2554 14:44:35 น.  

 

อากาศดีจังเลยค่ะ น่าไปขี่จักรยานเล่นบ้าง ^^
.. ได้แวะไปที่ปราสาท Oberhofen ตามที่คุณแม่แนะนำมาด้วยค่ะ สวยมากๆ แต่เสียดายที่ไม่ได้เข้าไปในตัวปราสาท เพราะตอนที่ไปเค้าปิดค่ะ แต่สามารถไปเดินเล่นที่สวนได้
อยากจะขอบคุณคุณแม่อีกครั้งนะคะ ที่แนะนะให้ไปที่นี่ค่ะ ^^

ป.ล. แต่ที่ Beatenberg และที่ Beatenbucht ตอนไปฝนตกตลอดและมีเรื่องให้หวั่นใจด้วยค่ะ ไว้จะไปเล่าที่กระทู้หรือบล็อกนะคะ

 

โดย: Blue Whale 9 ตุลาคม 2554 17:31:49 น.  

 

ไว้จะรออ่านเรื่องคุณ Blue Whale ที่ blog นะคะ...

 

โดย: Mameepee 9 ตุลาคม 2554 20:32:45 น.  

 

เห็นบล็อคนี้แล้วคิดถึงสวิสมากๆเลยค่ะ

 

โดย: Red Blood 12 ตุลาคม 2554 20:42:11 น.  

 

คิดถึงสวิสหรือคนที่สวิสคะน้องเมย์...

 

โดย: Mameepee 13 ตุลาคม 2554 11:48:22 น.  

 

อยู่สวิสแต่ไมเคยไปเลยค่ะ

 

โดย: Inoon IP: 84.72.20.209 14 ตุลาคม 2554 2:03:31 น.  

 

คุณ Inoon โชคดีมากๆ ที่ได้อยู่ในประเทศที่มีธรรมชาติสวยงามอย่างนี้



 

โดย: Mameepee 15 ตุลาคม 2554 13:40:15 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Mameepee
Location :
สุพรรณบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 12 คน [?]




free counters
Free counters
Friends' blogs
[Add Mameepee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.