ธันวาคม 2558

 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ก้าวผ่านความกลัวขับรถเที่ยวดูใบไม้เปลี่ยนสีที่คิวชูเหนือ ตอนที่ 1 ฟุคุโอกะ ยุฟุอิน

สวัสดีค่ะ

"ญี่ปุ่น" ประเทศยอดฮิตขวัญใจชาวไทย ส่วนตัวก็อยากไปมากแต่เห็นแผนที่รถไฟฟ้าใต้ติดทีไรอ่อนใจทุกที แต่พอมีสายการบินเจ็ทสตาร์มาเปิดบินตรงกรุงเทพ - ฟุคุโอกะ ด้วยราคาโปรที่ไม่แพงมากและการเดินทางของเมืองนี้ที่ดูไม่ซับซ้อนเท่าไหร่ก็เลยชวนอาไปเที่ยวคิวชูเหนือกัน ตอนแรกชวนกันไปแค่ 5คนไปๆ มา ๆ กลายเป็น 14 คนไปได้อย่างไร 

จากที่คิดว่าจะนั่งรถไฟเที่ยวกันเอง (คงวุ่นวายน่าดูไม่ไหวแน่)จัดกรุ๊ปทัวร์ส่วนตัว (ทัวร์ถามมีงบประมาณเท่าไหร่ ตอบว่าประมาณคนละ 35,000 บาทไม่รวมตั๋วเครื่องบินทัวร์บอกราคานี้เป็นไปไม่ได้) ก็เลยลองเสนอลูกทัวร์ดูว่าเช่ารถขับกันเองไหวไหม ลูกทัวร์ก็อิดออดกันมั่งจะขับกันไปยังไงรู้ทางเหรอ? ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะทำยังไง? แต่ก็คือทางเลือกที่ดีที่สุดไม่ต้องเหนื่อยแบกกระเป๋าและประหยัดงบด้วยว่าแล้วไปดูโปรแกรมการเดินทางกันค่ะ

1/11/2015 เดินทางไปฟุคุโอกะนั่งรถไฟเที่ยวศาลเจ้าไดซาฟุ ช็อปปิ้งร้านดองกี้ นอนโรงแรม Toyoko inn Hakata-guchi Ekimae

2/11/2015 ขับรถเที่ยวหมู่บ้านยุฟุอิน นอนโรงแรม Nogamihonkan Ryokan

3/11/2105 บ่อน้ำพุร้อน 6 บ่อ เดินทางกลับฟุคุโอกะ ช๊อปปิ้งห้างคาแนลซิตี้ นอนโรงแรม Toyoko inn Hakata-guchi Ekimae

4/11/2015 ขับรถเที่ยวศาลเจ้ายูโทกุ อินะริ บุฟเฟ่ขาปูหมูดำคุโรบุตะ ช๊อปปิ้งห้างโยบาดาชิ ฮากะตะ นอนโรงแรม Toyoko inn Hakata-guchi Ekimae

5/11/2015 เดินทางกลับกรุงเทพ

โปรแกรมพร้อมแล้วไปเที่ยวกันเลยค่ะ

1/11/2015

ที่จริงต้องเริ่มเดิมทางกันตั้งแต่วันที่ 30/10/2015 สิเพราะไฟล์ทนี้บินตอน 2.15 ของวันที่ 1/11/2015 อาและเพื่อนเดินทางมาจากตจว.กันตั้งแต่บ่ายสามมานั่งรอนอนรออยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ พอห้าทุ่มเราก็เดินทางไปสมทบที่สนามบินรอเวลาเช็คอินมีปัญหาเรื่องน้ำหนักกระเป๋ากันนิดหน่อยให้พอวุ่นวายก่อนขึ้นเครื่องกันเล็กน้อย พอขึ้นเครื่องได้ก็หลับยาวกันประมาณ 5 ชั่วโมง พอ 9 โมงเช้า (เวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าไทย 2ชั่วโมง) เราก็เดินทางมาถึงสนามบินฟุคุโอกะ ผ่านตม. ล้างหน้าล้างตากินกาแฟที่สนามบินกันแล้ว ก็เดินไปที่เคาน์เตอร์ Nishitetsu ซื้อตั๋ว tourist city pass 1340 เยน ราคานี้สามารถไปถึงศาลเจ้าไดซาฟุด้วยนะคะ แล้วพวกเราก็นั่งรถบัสของ Nishitetsu number A ไปลงที่สถานีรถบัส Hakata แล้วเดินไปโรงแรม

พวกเราพักกันที่โรงแรม Toyoko inn Hakata-guchi Ekimae แต่จากในแผนที่และ Google map ยังไงก็พาไปสาขา 2 ทุ๊กที แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะสาขา 1 และสาขา 2 อยู่ถัดกันไปแค่ซอยเดียวแต่ถ้าเน้นเดินทางสะดวกเราว่าสาขา2 เด่นกว่าหาง่ายกว่าค่ะ

แผนที่โรงแรมจากเวปไซค์ของโรงแรมค่ะ


พวกเราเดินทางไปวันอาทิตย์ที่โรงแรมเค้าแนะนำให้ทำบัตรสมาชิกค่าสมัครคนละ 1,500 เยน สามารถใช้เป็นส่วนลดในวันอาทิตย์ได้ 20% และวันธรรมดาลด 5% โดยที่สมาชิกหนึ่งคนได้ส่วนลดหนึ่งห้องและถ้าพักต่อเนื่องหลายวันเลือกไม่ทำความสะอาดห้องแต่เค้าเปลี่ยนผ้าเช็คตัวให้ลดราคาให้อีก 300 เยน พอทำบัตรสมาชิกเช็คอินกันเรียบร้อยแล้วก็ฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมแล้วไปกินข้าวเที่ยงกันที่สถานีฮากาตะกินข้าวเสร็จก็ออกเดินทางไปเที่ยวศาลเจ้าไดซาฟุกันเลยค่ะ

ศาลเจ้าไดซาฟุวิธีการเดินทาง นั่ง subway Hakata ลงสถานี Tenjin แล้วเดินตามป้ายไปขึ้นรถไฟที่สถานี NISHITETSU FUKUOKA(TENJIN) จะออกไปอีกอาคารหนึ่งค่ะ ขึ้นไปที่ชั้นสองก็เดินไปตามป้ายที่บอกสถานีไปเลยขึ้นรางไหนก็ได้ไปลงที่สถานี Nishitetsufutsukaichi เพื่อเปลี่ยนไปนั่งรถไฟอีกขบวนหนึ่งไปลงที่สถานี Dazaifu

นั่งไปสักพัก ก็ยอมรับว่ากลัวหลง เลยรบกวนสาวญีปุ่นที่นั่งข้างๆ ว่าถ้าถึงสถานี Nishitetsufutsukaichi แล้วรบกวนบอกด้วยนะคะ เธอก็ใจดีมากพอถึงสถานีแล้วเธอก็บอกให้พวกเราลง จากนั้นก็ข้ามสะพานลอยไปยังรางที่ 1 แล้วนั่งรถไฟอีกขบวนหนึ่งไปลงที่สถานี Dazaifu

ออกมาจากสถานีก็จะเจอกับที่จอดรถบัส เดินตรงไปผ่านร้านค้าต่างๆ นานาก็ไปเจอกับร้าน สตาร์บัค สาขาไดซาฟุ ที่ใครมาถึงก็ต้องมาถ่ายรูปด้วย แต่เราเฉย ๆ นะ คิดไว้ว่าร้านน่าจะกว้างกว่านี้ และวันที่ไปคนเยอะมาก




ศาลเจ้าไดซาฟุเค้าโด่งดังเรื่องเกี่ยวกับการเรียนการสอบ  แต่พวกเราก็เลยวัยเรียนกันมาหมดแล้วก็เดินดูศาลเจ้า ดูดอกไม้ ดูสวนกันเพลินๆ ค่ะ




นอกจากศาลเจ้าแล้ว เดินเลี้ยวขวาไปก็จะเจอวัด  Komyozenji  ตอนที่ไปใบไม้กำลังเริ่มเปลี่ยนสี ถึงจะมีอยู่นิดเดียวแต่พอได้เห็นก็ตื่นเต้นกันมากถ่ายรูปกันใหญ่



สรุปวิธีการเดินทางไปศาลเจ้าไดซาฟุ ขอบคุณเจ้าของรูปด้วยค่ะ



เดินเที่ยวกันจุใจแล้วด้วยความที่เสียดายวันเดย์พาสก็เลยชวนกันไปช๊อปปิ้งต่อที่ห้างดองกี้สาขา Nakasu kawabata ก็นั่งรถไฟกลับทางเดิมแล้วไปนั่งซับเวย์ต่อไปที่สถานี Nakasu Kawabata ทางออก 4 ห้างดองกี้อยู่ชั้น2 เปิด 24 ช.ม.แต่ก็ดันไปเจอร้านขายเครื่องสำอางค์ร้านหนึ่งก่อนถึงดองกี้ ร้านนี้อยู่ชั้น 1 เลยช๊อป กันที่ร้านนี้เลย ได้ขอจุใจแล้วก็ขึ้นไปดูดองกี้แป๊บหนึ่งเห็นคนเยอะมากยอมแพ้กลับโรงแรมดีกว่า  มื้อเย็นพวกเราก็กินอาหารกันที่สถานีฮากาตะ   เหนื่อยนั่งเครื่องนั่งรถมาทั้งวัน พักกันดีกว่าหมดวันแรกในฟุคุโอกะค่ะ

2/11/2015

เช้าวันที่สองของการเดินทางพวกเรากินอาหารเช้าของโรงแรม อาหารเป็นพวกข้าวปั้น ไข่หวาน ขนมปังปิ้ง ไส้กรอก รสชาติถูกปากอร่อยเลยค่ะ




หลังจากที่กินข้าวกันอิ่มแล้วปัญหาก็เกิดเพราะคนขับของเราเกิดอาการลังเลไม่กล้าขับรถขึ้นมาซะงั้น ถึงแม้ว่าจะมีคนขับรถเป็นหลายคนแต่คนที่มีใบขับขี่สากลน่ะมีอยู่ 4 คน คำถามมีมามากมายจะขับไปกันยังไง ถ้าหลงจะทำไง เกิดอุบัติเหตุขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ เลยต้องพูดให้ทุกคนสบายใจว่าที่ที่จะไปเป็นชนบท รถไม่เยอะขับง่าย ใช้ gps นำทาง ลองดูก่อนนะวันนี้ลองขับดูก่อนถ้าไม่ไหวจริงๆ วันที่เหลือเราก็เที่ยวในตัวเมืองฟุคุโอกะละกัน ปากก็พูดใจแต่ใจเราเครียดนะไปกันตั้ง 14 คนแล้วเราก็ไม่ได้ศึกษาวิธีการขึ้นรถไฟอะไรมาเลย ถ้าคนขับไม่ยอมขับขึ้นมาจริงๆ เราจะเที่ยวกันยังไงหว่า 

กลับมาเรื่องเช่ารถเราเลือกเช่ารถโตโยต้าวิช 2 คัน นั่งคนละ 7 คน จองจากเว็บ Nippon rent a car ที่จริงเวปจองรถเช่าของญี่ปุ่นมีหลายเวปนะแต่ที่เลือกเวปนี้เพราะว่ามีเว็บไซค์ภาษาอังกฤษและวิธีการจองก็เข้าใจง่าย
จากโรงแรมเดินมาไม่ไกลก็ถึง Nippon rent a car สาขา Hakata exit การรับรถเราต้องมีใบขับขี่สากลไปแสดงให้กับพนักงานซึ่งเค้าจะให้เราจ่ายค่าเช่ารถเป็นบัตรเครดิตไม่รับเงินสดเพราะเหมือนกันว่าต้องการการันตีด้วยว่าถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรเค้าจะได้หักเงินจากบัตรเครดิตได้เลย พวกเราซื้อ Kyushu express past 3 วัน ราคา 1,350 เยนด้วย แนะนำว่าซื้อเถอะค่ะ คุ้มมาก



ถึงเวลาออกเดินทางกันซะที  แรกๆ ก็ดำน้ำตาม gps นะแต่ไม่ถนัด ไปๆ มา ๆ พวกเราเลือกตาม Google map ค่ะ เสียเงินเช่า gps แต่แทบไม่ได้ใช้ ตลอดระยะทางสองข้างทาง ยอมรับเลยว่าสวยมาก ไม่มีใครหลับเลยวิวก็สวย ลุ้นคนขับรถด้วยหล่ะ



พอขับมาถึงจุดจอดรถตรงนี้ เราพูดกับชาวคณะว่าเหมือนวอลเปเปอร์ในโปรแกรม window เลยทุ่งหญ้าสีเขียวตัดกับภูเขา โดยทั่วไปจากฮากาตะ ไปหมู่บ้านยูฟุอินใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง แต่พวกเราใช้เวลาเดินทางไปทั้งสิ้น 4 ชั่วโมงคร่า



รีวิวที่หมู่บ้านยูฟุอิน เค้าก็จะถ่ายรูปร้านค้าสองข้างทางมารีวิวกัน แต่เราขอชื่นชมใบไม้เปลี่ยนสีละกันค่ะ อากาศเย็นๆ กับใบไม้แดงสวยงามมาก  



จากที่คิดว่าจะใช้เวลาที่หมู่บ้านยูฟุอินประมาณ1.30 ชั่วโมงเอาเข้าจริงเราอยู่ที่นี่กันเกือบ 2 ชั่วโมงครึ่ง ลาหมู่บ้านยูฟุอินไปด้วยภาพทะเลสาป Kinrinko lake ค่ะ




จากหมู่บ้านยุฟุอิน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงก็ไปถึงโรงแรมที่เราจะพักในคืนนี้ เราเลือกโรงแรม Nogamihonkan Ryokan ที่เลือกโรงแรมนี้เพราะอ่านริวิวมาว่ามีออนเซ็นส่วนตัว  เราคิดภาพเอาว่าน่าจะเป็นโรงแรมในสวนมีพื้นที่กว้าง ๆ แต่พอไปถึงโรงแรมก็ถือว่าผิดคาดเพราะว่าโรงแรมเป็นตึกแถวไม่ได้มีสวนอะไรเลย ห้องออนเซ็นส่วนตัวก็คือเดินออกไปบริเวณด้านนอกโรงแรมแต่โดยรวมก็ถือว่าเหมาะสมกับราคาค่ะ ใครจะไปพักติดต่อถามโรงแรมให้ดีนะคะเพราะบางห้องไม่มีห้องอาบน้ำนะ กรุ๊ปเราได้ห้องที่ไม่มีห้องอาบน้ำ 1 ห้อง ที่โรงแรมคิดค่าจอดรถคันละ 500 เยนต่อคืนค่ะ




มื้อเย็นเราไปกินอาหารกันที่ร้าน Toyotsune 2 ถามทางจากโรงแรมเค้าให้แผนที่มาเลยค่ะ อาหารอร่อยราคาไม่แรงมาก กินอิ่มแล้วกลับมาแช่ออนเซ็นกัน ประทับใจกับการแช่ออนเซ็นครั้งแรกกันแล้วก็นอนพักเอาแรงหมดวันที่ 2 ค่ะ




Create Date : 07 ธันวาคม 2558
Last Update : 27 ธันวาคม 2558 16:11:16 น.
Counter : 544 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

kumyotha
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]