The End justified The Means
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
3 พฤศจิกายน 2548
 
All Blogs
 
Lord of War


ยอมรับว่าตอนที่หลงเข้าไปดูหนังเรื่องนี้ เพียงเพราะว่าได้เห็น นิโคลาส เคจ และชื่อภาษาไทยพร้อมคำโปรยที่สุดแสนจะชวนขนลุกบนโปสเตอร์... มันว่าไงทราบไหมครับ เขาบอกผมมาว่าครั้งนี้ เคจจะมาในบท “พระเจ้าแห่งสงคราม” ในเรื่อง “นักฆ่าหน้านักบุญ”

รื้อความทรงจำของตัวเองขึ้นมาก็พบว่า ในโลกฮอลีวู้ดนั้นพระเอกนัยน์ตาโศกอย่าง นิค เคจ เหลือบทอีกแค่ไม่กี่อย่างที่แกยังไม่ได้เป็น ทั้งโปสเตอร์ ทั้งคำโปรย ทั้งชื่อไทย (และทริลเลอร์ที่ผมได้เห็นตอนหลัง) และรวมทั้งความคิดของผมที่ว่า ก็หนังเรื่องต่อไปของเคจคือ weatherman มันบ่งบอกถึงความเป็นดราม่าอยู่แล้ว....

ผมก็วิสาสะอนุมานเอาว่า Lord of War น่าจะเป็นหนังแอคชั่นประมาณระเบิดภูเขาเผากระท่อม ยิงกันแหลกลาญผลาญกระสุนร่วงกราวเป็นตับๆ... ครับ หนังก็เปิดตัวด้วยกระสุนที่เกลื่อนกลาดชวนให้คาดหวังเช่นนั้นจริงๆ....

แต่... ไม่รู้จะอุทานถึงอะไรดีเพราะเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆแล้วนั้น ----------- คงไม่ถือว่าสปอยมั้งครับ ถือว่าบอกกล่าวเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจดีกว่า... Lord of War เป็นหนัง ดราม่าครับ.... (ถึงจะโฆษณาอย่างตอแหลว่าเป้น แอคชั่นพันธุ์ระห่ำของเคจก็ตาม) แถมยังเป็นดราม่าที่หนักหน่วงจนอึ้งเสียด้วยถึงมันจะแทรกบทตลกร้ายอยู่เนืองๆก็เถอะ

ฉะนั้นแล้วหากใครและใครที่ยังหลงคิดเหมือนกับผม...

แน่ใจได้เลยครับว่า คุณจะไม่ได้เห็น เคจ ยิงปืนแม้สักนิดในเรื่อง!! (ถ้าผมจำผิดก็ขออภัยนะครับ).... เอ่อ ถ้าจะนับกันจริงๆก็ได้ประมาณเกือบๆ 1 นัด... นัดเดียวเพื่อครองพิภพ – นัดเดียวเพื่อค้นพบจบหล้า – นัดเดียวเพื่อสาปสิ้นทุกวิญญาณ์.... เว้ย นั่นมัน ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์ แล้ว

พระเจ้าแห่งสงคราม เป็นเรื่องเกี่ยวกับ นักขายมือทองคนหนึ่งที่สร้างตัวจากความไม่มีอะไรจนกลายเป็นผู้มั่งคั่งและคนสำคัญของรัฐบาลหลายๆแห่ง... ฟังดูเป็นยังไงครับ เอาแบบนี้ละกันผมขอบอกคุณใหม่ว่า พี่เคจของผมงวดนี้แกเป็นเซลล์แมนที่ไต่เต้าขึ้นไปจนกลายเป็น เอเย่นต์ใหญ่โดยใช้ อาวุธสงคราม เป็นบันได

น่าสนใจขึ้นบ้างรึเปล่าครับ

ลอร์ด ออฟ วอร์ เล่าเรื่องของเด็กหนุ่มที่ ยูริ ออร์ลอฟ ที่ก้าวจากผู้ชายธรรมดาไปเป็นพ่อค้าใหญ่ และออร์ลอฟนี่แหละครับที่เป็นคนเล่าเรื่องของเขาให้เราฟัง โดยย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยสงครามเย็นยังยะเยือกอยู่

ยูริเป็นครอบครัวชาวยูเครนอพยพที่เปลี่ยนชื่อนามสกุลตัวเองย้ายมาตั้งรกรากที่อเมริกา (พร้อมทั้งแกล้งทำเป็นนับถือศาสนายิวอย่างแนบเนียน) ด้วยเหตุการณ์ดวลปืนอันชวนตื่นตระหนกสำหรับเขาในวันหนึ่ง ยูริกลับมาค้นพบตัวเองควรจะค้นหาประโยชน์จากเครื่องมือสังหารพวกนี้

เมื่อเกิดปัญญาดังนั้นแล้วยูริก็ไม่รอช้า เขาเริ่มด้วยการเป็นเซลล์กระจอกๆขายปืนกระบอกแรกให้พวกนักเลงทั่วไปทันที และเมื่อครั้งแรกมันสำเร็จ ยูริก็ต้องการคนช่วย เขาจึงเอ่ยปากชวนน้องชายตัวเอง วิตาลี (จาร์เรต เลโต้ ในบทรองที่คุ้นตา) ในมาร่วมด้วยช่วยขายกัน

จากพ่อค้าสมัครเล่นต๊อกต๋อย ยูริและวิต ก็ค่อยๆพาตัวเองไต่ไปสูงขึ้น – สูงขึ้น จนคราวนี้เขาไม่ได้แค่ขายของให้กับพวกข้างถนน แต่ยูริติดต่อกับรัฐบาลประเทศต่างๆอย่างลับๆ... โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสงครามเย็นละลายตัวลงพ่อค้าอาวุธทั่วโลกก็ตีปีกเริงร่า

และยูริก็คว้าโอกาสไว้ได้ไม่ยากเย็น....

เขามีเงินและเงินก็นำมาซึ่งหลายต่อหลายอย่างที่ชีวิตเขาไม่คิดว่าจะมีได้จริงๆ อย่างเช่น คนที่เขารัก นางแบบชื่อดังที่ยูริเฝ้ามองอยู่แสนไกลสมัยยังเป็นผู้ชายกระจอกอยู่ จะว่าไปเขามีครอบครัวที่อบอุ่นถ้าไม่นับอาชีพสีเทาเข้มที่เป็นบันไดให้เขาปีนมาถึงจุดนี้

ใช่ว่าจะราบเรียบเลยเสียทีเดียว ธุรกิจของเขาถูกจับตาอยู่ทุกฝีก้าวโดยนายตำรวจตงฉินอย่างแจ๊ก วาเลนไทน์ ( อีธาน ฮอว์ค ในบทสมบท ซึ่งจริงๆก็มีบทเยอะนะครับ) แม้จะรู้กันอยู่ว่ายูริทำอะไรอยู่ แต่ด้วยความปลิ้นปล้อนชนิดอัจฉริยะของยูริ ตำรวจผู้ภักดีต่อกฎหมายอย่างวาเลนไทน์ก็เอาผิดพ่อค้าตัวแสบไม่ได้สักที

ยูริไม่ได้แค่เป็นนักขายแต่เขาเป็นระดับปรมาจารย์การขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาวุธ สิ่งที่เขาขายเก่งที่สุดและเป็นสิ่งเดียวที่เขาจะขาย แม้ว่าจริงๆแล้วเขาจะไม่เคยอยากให้ของที่เขาขายทำร้ายใครเลยก็ตามแต่นั่นก็ไม่ทำให้เขาดูขาวขึ้นในสายตาของคนอื่นสักเท่าไหร่

ท้ายที่สุดแล้วชีวิตของพ่อค้าสีเทาที่แลกอาวุธกับเงิน ยื่นมือสนับสนุน – เป็นกำลังให้ทุกฝ่ายที่ยอมจ่ายให้นั้นจะปิดฉากลงแบบไหน ธนบัตรที่พิมพ์ขึ้นจากเลือดและเนื้อของเหยื่ออาวุธของเขาจะนำอะไรมาด้วยและจะพรากอะไรไปจากเขาบ้าง คงต้องไปลองรับชมกันเองแล้วล่ะครับ

เมื่อในโลกนี้ทุกๆ 12 คนจะมีปืน 1 คน ปัญหาคือจะทำยังไงให้อีก 11 คนที่เหลือมีด้วย เป็นประโยคที่เคจถามคุณในตอนเปิดเรื่อง และนั่นก็ทำให้เราพอเข้าใจได้ในระดับหนึ่งว่า อาชีพแบบยูริทำไมถึงร่ำรวยนัก

ลอร์ด ออฟ วอร์ นำเสนอภาพอีกด้านของการเข่นฆ่ากันของมนุษย์โดนไม่ต้องอาศัยสถานการณ์ในสนามรบอันรุนแรง รับประกันได้ว่าคุณจะไม่ได้พบภาพการยิงแบบหูดับตับไหม้ ระเบิดตูมตามแบบไม่เว้นจังหวะให้หายใจลอร์ด ออฟ วอร์แค่พาเราตามดูสงครามผ่านทางสายตาของพ่อค้าอาวุธคนหนึ่งเท่านั้น...

แต่นั่นก็ไม่ทำให้นิยามของสงครามดูนุ่มนวลขึ้นแต่อย่างใด... ยูริบอกกับเมียตัวเองว่าแม้เขาจะเลิก แต่วันรุ่งขึ้นก็จะมีพระเจ้าแห่งสงครามคนใหม่เกิดขึ้นตามมา คำถามคือทำไม – แม้ไม่ต้องดูหนังผมว่าพวกคุณก็คงตอบกันได้ไม่ยาก คนขายหน้าไหนจะอยู่ได้ ถ้าไม่มีคนซื้อ

ถ้าสังเกตลำดับเวลาที่หนังเล่าเรื่องดีๆแล้วเราจะพบว่า สงครามแต่ล่ะครั้งที่ยูริส่งมอบของนั้นห่างกันไม่นานเท่าไหร่เลย มันกลายเป็นความจริงที่เราไม่ทันสังเกตรึเปล่าว่ามนุษย์ไม่เคยหยุดก่อสงคราม และพร้อมจะทำลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับพวกตนเองให้สิ้นซากไป

โดยเฉพาะอย่างยิ่งไอ้พวกชนกลุ่มน้อยที่แหกปากว่าสู้เพื่อเสรีภาพและประชาชนนั้น เป็นแค่หน้ากากของขั้วอำนาจที่บัดซบยิ่งกว่าขั้วเก่า และไม่ว่าจะเป็นอุดมการณ์เวรตะไลอะไรก็ช่าง มันจะมีค่าตรงไหนหากต้องซื้อมาด้วยชีวิตคน (อุ้ย ขอโทษครับอารมณ์บุปผาชนขึ้นไปแรงนิดนึง)

แต่สุดท้ายประชาชนก็ต้องรับเคราะห์อยู่ดีไม่ว่าใครจะเป็นผู้ปกครอง... ถ้ามันเลวพอๆกัน

มาแยกแยะกันที่ตัวหนังบ้าง พูดถึงนักแสดงแล้วโดยส่วนตัวผมขอยกพี่เคจไว้ในฐานที่เข้าใจ เพราะนิโคลาจ เคจไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรอีกแล้วในชั่วโมงแล้ว ทั้งจาร์เรตที่เล่นให้ผมเชื่อได้ว่าแกเป็นคนหลุดโลกจริงๆ (หลังจากผมเชื่อว่าแกเป็นเกย์ไปแล้วใน อเล็กซานเดอร์) และอีธาน ฮอว์คยังเยี่ยมแม้จะในบทที่ไม่ต้องออกแรงอะไรมาก ผมไม่ติดใจอะไรกับการแสดงของพวกเขาเลย

งานโปรดักชั่นไม่อลังการ ไม่ต้องระเบิดให้ฟุ่มเฟือย เพราะเหล่านั้นไม่จำเป็นเนื้อเรื่องแม้แต่น้อย แต่ไม่ต้องอาศัยของแบบนั้น ลอร์ด ออฟ วอร์ ก็มีมุมกล้องสวยๆกับเทคนิคลำดับภาพน่าชมอยู่หลายช็อตเหมือนกัน

ผมไม่สามารถให้คะแนนรวมหนังเรื่องนี้ในแง่ของแอคชั่นได้.... เพราะมันไม่ใช่ แอคชั่นไงครับ แล้วก็บอกเลยว่าให้คะแนนยากมากสำหรับดราม่าเรื่องนี้ เพราะลอร์ด ออฟ วอร์ ไม่ได้พูดอะไรใหม่แค่พูดเรื่องเก่าในมุมที่เราอาจไม่ทันได้สังเกตเท่านั้น... ลำเอียงให้พ่อนัยน์ตาโศกเพราะความชื่นชอบส่วนตัว ตัดใจยก 3 ดาวให้ไม่ขาดไม่เกิน เรียกว่าพอดูได้ แต่ถ้าพลาดก็ไม่เสียหายอะไร

บางทีฉายาว่า พระเจ้าแห่งสงครามนั้น อาจมิใช่คำเรียกที่สื่อถึงพ่อค้าอย่างยูริ ออร์ลอฟเท่านั้น ในประโยคสุดท้ายก่อนจะขึ้นเอนด์เครดิต หนังเอ่ยชื่อพระเจ้าแห่งสงครามทั้ง 5 ออกมาเสียดังฟังชัด... ก็อย่างนี้แล้ว โลกเราจะไล่จับสันติสุขทันได้อย่างไรล่ะครับ



Create Date : 03 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2548 22:07:47 น. 0 comments
Counter : 623 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

krysler
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add krysler's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.