เมื่อตะวันยอแสง..เรี่ยวแรงก็เริ่มอ่อนล้า..พักลงตรงนี่ที่เดิมแล้วหลับตา..
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2557
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
22 สิงหาคม 2557
 
All Blogs
 

ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”

 

ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
บริเวณด้านหน้าอาคาร “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
       เงินเท่านั้นเสกสรรให้เราได้สบาย ทุกคนเป็นใหญ่ได้ด้วยเงิน เงินๆๆ ผู้คนบูชา .... เนื้อเพลงคุ้นหูของใครหลายคน ที่ฉันร้องเพลงเงิน เงิน เงิน ให้ฟังในครั้งนี้ ก็เพราะวันนี้ฉันจะไปเที่ยวที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ” พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ของเมืองกรุงฯ ที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเงินๆๆๆ ให้ได้รับเรียนรู้ถึงความเป็นมาของเหรียญชนิดต่างๆ หรือไม่ ที่เราใช้จ่ายเป็นเงินในชีวิตประจำวัน อีกทั้งฉันก็จะมาดูว่าที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะมีเหรียญ 10 บาทปี พ.ศ. 2533 ที่พึ่งเป็นข่าวโด่งดังอยู่ด้วยหรือไม่

       เมื่อมาถึงฉันก็มุ่งหน้าเข้าสู่อาคารสีเหลืองที่ทอดยาวอยู่ด้านหน้า เมื่อครั้งอดีตอาคารแห่งนี้เป็นอาคารสำนักงานบริหารเงินตราเดิม และได้ถูกปรับปรุงโดยกรมธนารักษ์ เพื่อใช้เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์เหรียญ แหล่งศึกษาประวัติศาสตร์ของจุดกำเนิดของการใช้เหรียญ ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นเหรียญในปัจจุบัน

ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
ภายใน “พิพิธภัณฑ์เหรียญ” ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม
       ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ถูกตกแต่งไว้อย่างเรียบง่ายและสวยงาม และฉันก็ไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ และได้ทราบว่า ทางพิพิธภัณฑ์เหรียญ จะเปิดให้เข้าชมเป็นรอบๆ ทุกๆ 20 นาที รอบแรกจะเริ่มเวลา 10.00 น. และรอบสุดท้าย 17.00 น. ซึ่งในเวลาที่ฉันมาก็ตรงกับรอบ 16.20น.พอดี และฉันยังโชคดีมากๆ ที่ไม่เสียค่าเข้าชม เพราะทางพิพิธภัณฑ์ได้เปิดให้เข้าชมฟรี! ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 กันยายนปีนี้

ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
ห้องนิทรรศการ “ปฐมบทแห่งเงินตรา” ตื่นเต้นไปกับแอนิเมชั่น 4ดี 360องศา
       เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ประชาสัมพันธ์ ได้ให้บัตรคิวกับฉันที่จะเริ่มต้นการทัศนาในครั้งนี้ ซึ่งฉันก็มีผู้ร่วมชมคือน้องๆ นักเรียน และผู้ที่มาชมคนอื่นๆ ด้วย เมื่อได้ยินประกาศเมื่อถึงรอบในการรับชม ก่อนอื่นก็จะต้องนำบัตรคิวไปให้เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ ผู้ที่จะพาเราไปทัศนาและอธิบายนิทรรศการต่างๆ ที่จัดแสดงไว้ภายในพิพิธภัณฑ์เหรียญแห่งนี้

       หลังจากฟังคำบรรยายถึงวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งและข้อควรปฏิบัติต่างๆ เจ้าหน้าที่ก็จะพาเราไปไปสู่ห้องนิทรรศการถาวรห้องแรกที่มีชื่อว่า “ปฐมบทแห่งเงินตรา” เมื่อเข้ามาแล้วนั้นก็จะพบกับบรรยากาศที่ถูกตกแต่งให้คล้ายกับถ้ำยุคโบราณ โดยผู้เข้าชมทุกคนรวมถึงฉันก็จะไปนั่งบนกองหินตรงกลางห้อง ซึ่งห้องนี้จะเป็นการจัดแสดง จุดเริ่มต้นของการแลกเปลี่ยนในสังคมมนุษย์ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ก่อนที่จะมีการใช้สื่อกลางเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน และอธิบายมาถึงการพบโลหะที่นำไปสู่การพัฒนาวัสดุที่ใช้แลกเปลี่ยน โดยจะฉายเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่น 4มิติ 360องศารอบตัว ทำเอาฉันและผู้ร่วมคณะตื่นเต้นไปตามๆ กัน

ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
เจ้าหน้าที่ประจำพิพิธภัณฑ์ กำลังอธิบายวิวัฒนาการเงินตรา
       เสร็จจากการชม เจ้าหน้าก็จะพาเดินมายังห้องถัดไป ที่มีชื่อว่า “เส้นทางวิวัฒนาการเงินตรา” ในห้องนี้จัดจัดแสดงวัตถุที่ถูกนำมาเป็นสื่อกลางในการแลกซื้อสินค้าเมื่อครั้งอดีต และวิวัฒนาการจนกระทั่งมาเป็นเงินเหรียญ โดยเจ้าหน้าที่ได้อธิบายว่า

       “ทำไมแต่ละท้องที่จะมีการใช้สิ่งของในการแลกเปลี่ยนที่ไม่เหมือนกัน โดยส่วนมากก็จะใช้วัตถุที่หาได้ในท้องถิ่นของตัวเอง และนำมาเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนกับท้องถิ่นอื่นๆ เช่น ชาวเกาะทะเลใต้จะใช้ “เงินขนนก” ชาวอินเดียนแดงในอเมิรกาเหนือจะใช้ “เข็มขัดเปลือกหอย” ในการนำมาแลกเปลี่ยนหรือทำสัญญาค้าขาย จนได้มีการนำโลหะมาทำให้เกิดเป็นมูลค่า และพัฒนาเรื่อยมา จนกลายมาเป็นเหรียญกษาปณ์ที่ใช้ในปัจจุบัน ”

ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
“หอยเบี้ย” เงินตราสากลในยุคโบราณ
       ที่โดดเด่นที่สุดในห้องนิทรรศการห้องนี้ ก็คงจะเป็น “หอยเบี้ย” เงินตราสากลในยุคโบราณ ที่ถูกนำมาใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนกันอย่างแพร่หลายในชายฝั่งทวีปอเมริกา อินโด - แปซิฟิก จนถึงแอฟริกา รวมถึงในประเทศไทย โดยพบว่ามีการซื้อขายโดยใช้หอยเบี้ย มาหมากกว่าสี่พันปี ซึ่งเจ้าหอยชนิดนี้ชั้นได้อ่านจากป้ายอธิบายที่เขียนไว้ว่า หอยเบี้ยนั้นเป็นเปลือกหอยทะเลชนิดกาบเดี่ยวที่ประกบเข้าหากันบริเวณกึ่งกลาง ด้านบนโปร่งโค้งด้านล่างแบน มีมากกว่า 200 ชนิด พบบริเวณชายฝั่งทะเลน้ำอุ่นในส่วนต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะในมหาสมุทรอินเดีย ส่วนใหญ่พบมากในหมู่เกาะมัลดีฟส์ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตเปลือกหอยที่สำคัญเมื่อครั้งยุคโบราณ และยิ่งระยะทางห่างจากแหล่งผลิตมากเท่าไหร่ก็ยิ่งจะทำให้มูลค่าของหอยเบี้ยก็จะแพงมากขึ้นเท่านั้น

ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
“เงินก้อนหิน” เงินขนาดใหญ่มหึมา
       และที่ฉันสะดุดตามากที่สุดก็คือ “เงินก้อนหิน” เงินโบราณขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่มีลักษณะเป็นก้อนหินแบนกลมเจาะรูตรงกลาง โดยเป็นเงินโบราณของชาวเกาะแยปในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ชาวเกาะแห่งนี้ใช้เงินก้อนหินในการสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน แต่ที่แปลกก็คือหินที่นำมาทำเป็นเงินนั้น คือหินปูนที่ไม่มีอยู่บนเกาะ แต่ชาวเกาะได้ไปนำหินชนิดนี้มาจากเกาะปาเลาที่อยู่ไปไกลกว่า 400 ไมล์ทะเล ระยะอันห่างไกลจึงทำให้หินเกิดเป็นมูลค่าและถูกใช้เป็นวัตถุแลกเปลี่ยนของผู้คนบนเกาะ

ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
บรรยากาศภายใน “ห้องนิทรรศการหมุนเวียน”
       เมื่อได้รับรู้เรื่องราวของวิวัฒนาการของเงินมาแล้ว ก็มาทัศนาต่อในส่วนของนิทรรศการหมุนเวียน ที่ได้จัดแสดงโดยแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ อาทิ ส่วนจัดแสดง “เงินตรา นักเดินทางแห่งสุวรรณภูมิ” ที่ได้จัดแสดงเหรียญเงินในสมัยฟูนัน ทวารวดี และศรีวิชัยให้ได้ชม เหรียญเหล่านี้เป็นเหรียญที่ปรากฎในพื้นที่ของประเทศไทยเมื่อครั้งยังเป็นอาณาจักรโบราณ

ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
เงินพดด้วง 2ตำลึง เท่ากับสมาร์ทโพน 1เครื่อง
       ส่วนจัดแสดง “เงินพดด้วง” ที่ได้จัดแสดงประวัติความเป็นมาและวิวัฒนาการในการใช้เงินพดด้วงเงินตราของประเทศไทยเมื่อครั้งอดีต ที่ถูกใช้เป็นสื่อกลางในแลกเปลี่ยนมาอย่างเวลายาวนาน ตั้งแต่กรุงสุโขทัย อยุธยาจนถึง กรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเงินพดด้วงนั้น ทำจากเงินบริสุทธิ์ตามน้ำหนักพิกัดของราคา โดยจะมีลักษณะคล้ายลูกปืนโบราณ ปลายทั้งสองข้างจะงอเข้าหากัน และมีตราประทับ 2 ดวง คือ ตราประจำแผ่นดินและตราประจำรัชกาล และฉันก็ยังได้รู้อีกว่า สมาร์ทโฟนที่ผู้คนนิยมใช้ในปัจจุบันเทียบกับเงินพดด้วงเท่ากับ 2ตำลึง

ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
เด็กๆ ให้ความสนใจเหรียญของชาติต่างๆ ในส่วน “นิทรรศการเหรียญนานาชาติ”
       และส่วนจัดแสดงที่เด็กๆ เพื่อนร่วมทัศนาในรอบนี้ของฉัน ชอบกันนั้น ก็คือส่วนจัดแสดง “เหรียญนานาชาติ” ที่ได้นำเหรียญมูลค่าต่างๆ ของนานาประเทศมาจัดแสดง ไม่ว่าจะเป็นเหรียญจากประเทศ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกาและประเทศอื่นๆ โดยเหรียญของแต่ละประเทศนั้น ก็มีจะเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างกันออกไป รูปร่างลักษณะแปลกตา ซึ่งน่าสนใจจนทำเอาเด็กๆ ตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยที่เดียว

ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
เหรียญมูลค่าต่างๆ ของสหราชอาณาจักร


ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
เหรียญบรรจุรหัสพันธุกรรม ที่ส่วน “นิทรรศการเหรียญโดดเด่นด้านนวัตกรรม”
       สำหรับฉัน ฉันชอบในส่วนจัดแสดง “เหรียญที่โดดเด่นด้านนวัตกรรม” ซึ่งได้มีการนำเหรียญที่ถูกสร้างขึ้นด้วยนวัตกรรมยุคโลกาภิวัตน์ จากหลายๆ มาจัดแสดงให้ได้ชม เช่น เหรียญมูลค่า 2,000 ฟรังก์ จากประเทศสาธารณรัฐคองโก ซึ่งเป็นเหรียญแรกของโลกที่มีการสกัดดีเอ็นเอต้นแบบ เอามาเก็บไว้ในเหรียญ โดยได้บรรจุอยู่ในขวดแก้วขนาดเล็ก ดีเอ็นเอได้มาจาก “เจ้าอเบย์” เสือชีต้าห์ประจำสวนสัตว์บรุนส์วิดส์ ซึ่งหน้าตาของเจ้าเสือก็ได้สลักไว้บนเหรียญให้ได้เห็น และดีเอ็นเอก็คือเส้นสีฟ้าๆ ในขวดแก้วภายในเหรียญ ทำเอาชั้นทึ่งไปเลยที่เดียวกับนวัตกรรมการผลิตเหรียญในยุคนี้

ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
1ใน8 เหรียญย้อมสีจากประเทศเบราลุส สวยงามสดใส
       และที่ฉันชอบที่สุดก็คงจะเป็น เหรียญย้อมสีจากประเทศเบลารุส แต่ละเหรียญมีมูลค่า 10 รูเบิล โดยเป็นเหรียญย้อมสีรูปสลักดอกไม้นานาพันธุ์ จำนวน 8 เหรียญ ซึ่งดูแล้วสีสันสดใส จนฉันอยากให้ประเทศไทยมีแบบนี้บ้างเวลาใช้เงินคงสดใสน่าดู

ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
ห้องนิทรรศการ “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ประติรูปเหรียญกษาปณ์ไทย”
       เสร็จจากการชมในส่วนนิทรรศการหมุนเวียนแล้ว ฉันก็ไม่พลาดที่จะมาชมห้องนิทรรศการ “พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระผู้ปฏิรูปเหรียญกษาปณ์ไทย” โดยจัดแสดงถึงเรื่องราว การปฏิรูปเงินตราในรัชสมัยของพระองค์ ที่ได้โปรดเกล้าฯ ให้สั่งเครื่องทำเหรียญกษาปณ์เข้ามา เพื่อทดแทนการผลิตเงินพดด้วงด้วยแรงงานคน ที่ไม่สามารถจะผลิตได้ทันความต้องการ

       เสร็จจากการชมแล้วหากใครกำลังมองหาของที่ระลึก ทางพิพิธภัณฑ์ก็ยังมีห้องจำหน่ายระลึกให้ได้เลือกชมเลือกซื้อกันได้อีกด้วย และที่ฉันอยากจะขอย้ำว่า พิพิธภัณฑ์เหรียญแห่งนี้ได้เปิดให้เข้าชมฟรี! จนถึงวันที่ 30 กันยายนปีนี้ หากใครสนใจแล้วก็อย่ารอช้าที่จะมาเที่ยวที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้กัน ที่ที่จะทำให้คุณได้รู้ถึงประวัติความเป็นมาของเหรียญ ที่ถูกใช้เป็นเงินในปัจจุบัน

ชมนานาเหรียญแปลกตา พร้อมชมเหรียญใส่ดีเอ็นเอ ที่ “พิพิธภัณฑ์เหรียญ”
สินค้าที่ระลึก มีให้ชมให้เลือกซื้อ ที่ “ห้องจำหน่ายของที่ระลึก”

**********************************************************************************************************************

พิพิธภัณฑ์เหรียญ ตั้งอยู่ที่ ถนนจักรพงษ์ แขวงชนะสงคราม อยู่ใกล้กับวัดชนะสงครามและตรอกข้าวสาร
การเดินทาง รถโดยสารประจำทางสาย 3,6,15,32,33,54,56,64,65 รถยนต์ส่วนตัวสามารถนำมาจอดไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ได้ฟรี

พิพิธภัณฑ์เหรียญ เปิดให้บริการ วันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-18.00 น. (ปิดวันจันทร์) เปิดให้เข้าชมเป็นรอบ ทุกๆ 20 นาที รอบแรกเวลา 11.00 น. รอบสุดท้าย 17.00 น. ราคาบริการ 50 บาท (ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ) เด็กสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร,นักศึกษาในเครื่องแบบไม่เกินระดับปริญาตรี,ผู้มีอายุมากกว่า 60 ปีเข้าชมฟรี พระภิกษุ-สามเณร แสดงบัตรเข้าชมฟรี

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมพิพิธภัณฑ์เหรียญ โทร.0-2282-0818-19

 

 

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 22 สิงหาคม 2557 16:05 น.

 

 




 

Create Date : 22 สิงหาคม 2557
58 comments
Last Update : 22 สิงหาคม 2557 21:14:30 น.
Counter : 5587 Pageviews.

 

ถ้ามีจิตรกรรมบนฝาผนังก็จะน่าชื่นชมยิ่งขึ้น อาจเป็นการเล่าเรื่องอะไรก็ได้ ท่ีเกี่ยวข้องกัน

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.231.119 13 กุมภาพันธ์ 2558 6:39:01 น.  

 

ถ้ามีจิตรกรรม บนฝาผนังด้วย ก็จะน่าชื่นชมยิ่งขึ้น

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.231.119 13 กุมภาพันธ์ 2558 6:39:40 น.  

 

ถ้าจะเที่ยว เมือง ไทย จริงๆๆ ชั่วชีวีนี้ อย่างไงๆๆๆก็ไปไม่ทั่ว เอาตามอัตภาพก็แล้วกัน

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I IP: 125.26.231.119 13 กุมภาพันธ์ 2558 6:42:00 น.  

 

ใครมีความรู้เรื่องนี้ กรุณา เล่าประวัติ นิยาย ประกอบยิ่งดี

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.221.129 14 กุมภาพันธ์ 2558 6:36:58 น.  

 

จะให้เล่า ย่อ ๆๆ พอมีความรู้บ้าง ก็ได้

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I IP: 125.26.221.129 14 กุมภาพันธ์ 2558 6:39:03 น.  

 

ตั้งแต่โบราณ กาลโน้น
มนุษย์ ก็ทำมาหากิน ตามปกติ แลกเปลี่ยน สินค้า กัน ตามถนัด มันหนัก แบกไม่ไหว

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.221.129 14 กุมภาพันธ์ 2558 6:43:00 น.  

 

ดังท่ีเห็นในภาพ
จึงหาวิธี แลกเปลี่ยนกัน ให้เบา ขึ้น โดยใช้ค่าของสิ่งของท่ีมีค่า เป็นตัวกลาง
ในการแลกเปลี่ยน

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I IP: 125.26.221.129 14 กุมภาพันธ์ 2558 6:48:42 น.  

 

เพื่อให้เกิด ความสะดวก สบาย ในการแลกเปลี่ยน สินค้า แต่ละยุค แต่ละสมัย ก็มีวิวัฒนาการ มาเรื่อยๆๆ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.221.129 14 กุมภาพันธ์ 2558 6:51:47 น.  

 

ในยุคแรกๆๆ ก็อาจเป็น โลหะ เช่น เงิน ทองแดง
มีรุป ร่างต่างกัน ตามแต่ จะประดิษฐ์ ประดอย ตามความสามารถ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.221.129 14 กุมภาพันธ์ 2558 7:00:57 น.  

 

เพื่อ เป็นสัญลักษณ์ และ รับรองคุณค่า ในการแลกเปลี่ยน ให้เกิดความพึงพอใจ ในสินค้านั้นๆๆ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.221.129 14 กุมภาพันธ์ 2558 7:03:47 น.  

 

ในสมัย โบราณ มีการรบทัพ จับศึก ขยายอาณาเขต ดินแดน อิทธิพลต่างๆ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I IP: 125.26.211.16 14 กุมภาพันธ์ 2558 7:59:31 น.  

 

จึงกวาดต้อน ผู้คน และเสบียงอาหาร เป็นกำลังในการแผ่ขยายอาณาเขต ดินแดน ต่อไป

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.211.16 14 กุมภาพันธ์ 2558 8:06:32 น.  

 

เมื่อตีได้ ก็ส่งผู้คน ไปปกครองนคร โดยแบ่งหน้าท่ี ต่างๆๆ เป็น เวียง วัง คลังนา ทำหน้าท่ีต่างๆๆ กัน

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I IP: 125.26.211.16 14 กุมภาพันธ์ 2558 8:09:49 น.  

 

เอา เฉพาะหน้า ท่ี คลังก่อน มีหน้าท่ีสะสมเสบียงอาหาร และให้ค่าตอบแทน
ผู้ทำงาน ในหน้าท่ีต่างๆๆ
โดยมีใบประกาศ รับรอง ราคา ค่าจ้าง ซึ่งเราเรียก ว่า ธนบัตร น่ันเอง

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.211.16 14 กุมภาพันธ์ 2558 8:14:59 น.  

 

ส่วนหลักประกัน ราคา ท่ีมีค่า เก็บไว้ท่ีส่วนกลาง
เป็นทุนสำรอง ว่าตัวเรามีค่า เท่าไร หรือทรัพย์
สินอื่นๆๆท่ีมีค่า ตีราคาได้
เป็นท่ียอมรับท่ัวไป

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.211.16 14 กุมภาพันธ์ 2558 8:20:32 น.  

 

ให้กระทรวงการคลัง ออกประกาศนียบัตร รับรองราคา ว่ามีมูลค่า เท่าไร
ก็พิมพ์เป็นธนบัตร ออกมา
ใช้ ซึ่งเราเรียกว่า ธุรกิจ นั้นเอง

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.211.16 14 กุมภาพันธ์ 2558 8:26:32 น.  

 

จริงๆๆการใช้เงิน คือการแลกเปลี่ยน สินค้า กัน โดยใช้ตัวกลางเป็นตัวเชื่อม ซึ่งเราเรียกว่า ธนบัตร น้่น เอง

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.211.16 14 กุมภาพันธ์ 2558 8:31:16 น.  

 


การจำนอง จำนำ ก็
คิอการท่ีเรา เอาทรัพย์ สินไปประเมินราคา เมื่อคุ้มราคา แล้ว เราก็ไถ่ถอน
มาเป็นทรัพย์สิน ตามท่ีประเมินไว้

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I IP: 125.26.211.16 14 กุมภาพันธ์ 2558 8:36:01 น.  

 

แต่ละยุค สมัย ก็มีวิวัฒนาการ ไปเรื่อยๆๆ มา
จนถึงปัจจุบัน

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.211.16 14 กุมภาพันธ์ 2558 8:39:17 น.  

 

กวาดต้อน ส่งสะเบียง ส่งส่วย จังกอบ อากร ภาษี จึงมีมาถึง ปัจจุบัน

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.254.87 14 กุมภาพันธ์ 2558 10:52:12 น.  

 

ในสมัยกลาง มีทูต มาติดต่อค้าขาย ก็เลยถวาย บรรณาการ เป็นเครื่องแลกเปลี่ยนกัน

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.247.136 14 กุมภาพันธ์ 2558 20:28:20 น.  

 

โดยมีเหรียญ ตรากำหนดราคาสิ่งของนั้นๆ ในรัชกาลใด ราชวงศ์ใด ก็กำหนดรูปร่าง หรือรูป ราชวงศ์นั้นๆๆ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.247.136 14 กุมภาพันธ์ 2558 20:33:46 น.  

 

หรือ ตราสถานท่ีสำคัญ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ อนุสรณ์สถาน เพื่อให้เกิดภาพ นึกถึง เหตุการณ์นั้นๆๆ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.223.216 15 กุมภาพันธ์ 2558 5:41:04 น.  

 

เพื่อให้มองเห็น เหตุการณ์ ย้อนหลังในอดีต

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.223.216 15 กุมภาพันธ์ 2558 5:43:46 น.  

 

เช่นเดียวกับอนุสรณ์ สถาน
แต่ย่อส่วน ลง ให้เหมาะสม กับเหรียญ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.223.216 15 กุมภาพันธ์ 2558 5:46:01 น.  

 

ตรา , สัญลักษณ์ ของเมืองนั้นๆๆ สถานท่ี บุคคลสำคัญ หรือเหตุการณ์ ท่ีเกี่ยวข้อง ในสมัยนั้น

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.223.216 15 กุมภาพันธ์ 2558 5:50:16 น.  

 

ทำให้เราทราบว่า มีการค้าขาย และเจริญ สัมพันธไมตรี กับชาติใด ในอดีต

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.223.216 15 กุมภาพันธ์ 2558 5:53:09 น.  

 

มีการแลกเปลี่ยน สินค้า ที่เราเรียกว่า ค้าขาย นั่นเอง
มีของ มีค่าเป็นสื่อกลาง แทนการแลกเปลี่ยน

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.216.3 15 กุมภาพันธ์ 2558 15:11:53 น.  

 

มีตราสัญลักษณ์ แทน ประเทศ แทนราชวงศ์
หรือสถานท่ีสำคัญ ทำให้ระลึกถึงเหตุการณ์ นั้นๆ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I IP: 125.26.216.3 15 กุมภาพันธ์ 2558 15:15:55 น.  

 

เพื่อเจรฺิญสัมพันธ ไมตรี กับประเทศ นั้นๆๆ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I IP: 125.26.216.3 15 กุมภาพันธ์ 2558 15:18:11 น.  

 

ชาติ ท่ีเข้ามาทำการค้าขายด้วย เท่าท่ีทราบ มี จีน โปรตุเกตุ ฮอลันดา
เปอร์เซีย อินเดีย ฝร่ังเศส
อ้งกฤษ เสปญ เป็นต้น

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.225.181 16 กุมภาพันธ์ 2558 19:59:43 น.  

 

เขาได้นำ เอาวัฒนธรรม และความเจริญเข้ามาด้วย

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.225.181 16 กุมภาพันธ์ 2558 20:02:16 น.  

 

พอมาถึงยุคใหม่ เขาวัดความเจริญ ด้วย ความม่ั่งคั่ง ในด้านเศรษฐกิจ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.225.181 16 กุมภาพันธ์ 2558 20:05:46 น.  

 

การท่ีจะพิมพ์ ธนบัตรออกมา ต้องได้รับความเชื่อถือ โดยเอาทองคำ ไปฝากไว้กับ ธนาคารชาตฺิ มีมูลค่าเท่าใด ก็พิมพ์ธนบัตรได้เท่าจำนวนมูลค่าทองคำนั้น
เรียกว่าทุนสำรอง

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา การท่ีจะพิมพ์ ธนาบัตรออกมา ต้องได้รับความเชื่อถือ โดยเอาทองคำ ไปฝากไว้กับ ธนาารคชาตฺิ IP: 125.26.225.181 16 กุมภาพันธ์ 2558 20:11:14 น.  

 

และเป็นท่ียอมรับ กันระหว่างประเทศ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.225.181 16 กุมภาพันธ์ 2558 20:14:26 น.  

 

ภาพจิครกรรม ท่ีควรนำมาเสนอ เช่นการค้นพบสมบัติใต้ทะล การค้นพบโบราณวัตถุ ท่ีเป็นเหรียญ เงินตรา หรือของมีค่าอื่นๆๆ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I IP: 125.26.223.73 17 กุมภาพันธ์ 2558 3:59:19 น.  

 

การเล่าเรื่อง ชาวต่างชาติท่ีเข้ามา ติดต่อค้าขาย กับไทยเรา รวมทั้งประวัติเหรียญตราต่างๆ พอที่จะหาได้

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I IP: 125.26.223.73 17 กุมภาพันธ์ 2558 4:02:34 น.  

 

เรื่องการเสียกรุงครั้งท่ี สามไม่กล้าเล่า เพราะไม่มีความรู้เรื่องนี้

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I IP: 125.26.210.22 19 กุมภาพันธ์ 2558 13:52:59 น.  

 

มันเหมือนดาบ สองคม

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.232.87 20 กุมภาพันธ์ 2558 19:34:17 น.  

 

มันเรื่องจริง หรือ หลอก
ก็ไม่รู้ มันมืดมิด ไม่มีใคร มาเปิดเผยเรื่องนี้

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.231.9 11 มีนาคม 2558 6:25:54 น.  

 

เงินที่กู้มา เท่า ไร เอาไปทำอะไรบ้าง

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.231.9 11 มีนาคม 2558 6:27:58 น.  

 

ไม่มีใคร ชี้แจงให้ชัดเจน

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.231.9 11 มีนาคม 2558 6:30:19 น.  

 

รู้แต่ว่า เป็นหนี้ 5.5 ล้านๆๆ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.231.9 11 มีนาคม 2558 6:32:03 น.  

 

แถมหนี้ครัวเรือนอีก ๑o.๒ล้านๆ อะไรกันเนี้ย?

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I แถม IP: 125.26.215.150 13 มีนาคม 2558 18:43:21 น.  

 

แวะมาเยี่ยม…สวัสดีครับ

 

โดย: **mp5** 30 เมษายน 2558 20:42:08 น.  

 

น่าเสียดาย
ความสุดสวย รวยอลังการ
แต่มีมารคอยตามผจญ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I IP: 125.26.212.15 22 กรกฎาคม 2558 13:09:20 น.  

 

จึงมีดอก ชนิดหนึ่งซึ่งไม่ใครต้องการ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I แถม IP: 125.26.212.15 22 กรกฎาคม 2558 13:11:38 น.  

 

จึงมีคำว่าส่วย หรือจังกอบ

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา I IP: 125.26.245.6 27 กรกฎาคม 2558 14:22:00 น.  

 

เหมือนในรูป กำลังแบกอะไรอยู่ นี่คือภาพปริศนา

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.232.104 29 กรกฎาคม 2558 22:29:11 น.  

 

นี่คือ ทาสสมัยใหม่
คือการส่งส่วย

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.241.173 31 กรกฎาคม 2558 12:07:12 น.  

 

อดุลย์ เป็นอะไรมากป่ะ เห็นมาคอมเม้นท์ป่วนในบล็อกตั้งมากมาย เกรงใจเจ้าของบล็อกบ้างนะ ขอมารยาทในการคอมเม้มท์ด้วย

 

โดย: สาว17 1 สิงหาคม 2558 2:44:40 น.  

 

ส่งกำลังใจไปให้คุณสาวครับ

 

โดย: **mp5** 10 กุมภาพันธ์ 2559 16:31:42 น.  

 

ขอบคุณค่ะคุ **mp5**

 

โดย: สาว17 11 กุมภาพันธ์ 2559 0:46:09 น.  

 

ดีเลยนะคะ ได้ความรู้เลย ว่าจะพาลูกสาวไปอยู่ค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสเลยค่ะ

วันเสาร์เจอกันนะคะ

 

โดย: kae+aoe 1 มีนาคม 2559 11:29:46 น.  

 

การท่องเที่ยว นี่แหละ
จะนำเงิน มาใช้หนี้ ให้ชาติ
ลืมตาอ้าปาก ได้

 

โดย: นายอดุลย์ ไขบรรเทา IP: 125.26.27.124 7 กุมภาพันธ์ 2560 7:59:42 น.  

 

การท่องเที่ยว เท่านั้น ที่จะนำพา ชาติ ให้พ้นวิกฤต ได้

 

โดย: อดุลย์ ไขบรรเทา IP: 1.0.133.152 9 กุมภาพันธ์ 2560 6:58:11 น.  

 

เสียง ดนตรี หายไปไหน
แร้วๆๆ

 

โดย: อดุลย์ ไขบรรเทา IP: 101.109.179.203 14 กุมภาพันธ์ 2560 6:25:22 น.  

 

มี แต่ ชาว ประมง ไป ค้นพบ ร่องรอย เรือ อัปปางที่กลางทะเล แต่ไม่ค่อยเปิดเผย

 

โดย: อดุลย์ ไขบรรเทา IP: 101.109.179.203 14 กุมภาพันธ์ 2560 6:27:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


สาว17
Location :
ลูกสาวเมืองสิงห์ Germany

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]




Color Codes ป้ามด







เพื่อรักษาไว้ซึ่งชีวิตครอบครัว
มีบางครั้งที่เราต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
มีบ้างบางครั้งที่เราต้องเลิกทำในสิ่งที่ชอบ
เพื่อความก้าวหน้าของชีวิตครอบครัว
มีบ่อยครั้งที่เราต้องรู้จักใช้สติ
ต้องรู้จัก อดทน และให้อภัย
ดูอย่างต้นไม้ซิ
มันไม่เคยที่จะผืนลิขิตของฤดูกาล
มันไม่คิดจะขัดธรรมชาติ
เมื่อถึงคราวต้องทิ้งใบก็ยินยอมแต่โดยดี
อดทนและอดทน
เพื่อผลิใบ และดอกผลเมื่อฝนมา
เพราะเมื่อเวลามาถึงทุกสิ่งจะดำเนินไป
ชีวิตที่เรียบง่ายคือชีวิตที่มีสุข








Free Hit Counter ทีเว็บมาสเตอร์ รวมพลคนทำเว็บ
Google
New Comments
Friends' blogs
[Add สาว17's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.