ผู้ชายที่หลงใหลในการเดินทางตราบใดที่กำลังใจจะส่งไปถึง
space
space
space
 
พฤศจิกายน 2549
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
space
space
5 พฤศจิกายน 2549
space
space
space

บันทึกความทรงจำที่แม่สรวย เชียงราย ต.ค. 2549

(kp505si และครูบ้านนอก คือคนเดียวกันกับ Apple Devil ครับผม)

ทันทีที่ได้รับคำสั่งให้มาดูแลกิจกรรมการเข้าค่ายอาสาของนักเรียนในภาคเหนือ ใจของผมแทบจะสั่งให้ผมมัดเชือกผูกของลงเป้หลังแทบจะในทันทีทันใด ซึ่งการเดินทางในแต่ละครั้ง นักเดินทางทุกคนย่อมมีจุดหมายปลายทางของตนเอง เช่นเดียวกับผมที่จุดหมายในการเดินทางครั้งนี้คือ “แม่สรวย” (Mae Suai) อำเภอเล็ก ๆ แต่สวยงามสมชื่อในจังหวัดเชียงราย



๑. แบกเป้ขึ้นหลัง .....
เป้ใบเดิมถูกผมจัดข้าวของลงในตำแหน่งเดิมของมันอีกครั้ง ไม่ว่าจะผ่านการเดินทางมากี่ปี ตำแหน่งของสิ่งของในการเดินทางก็ยังคงถูกจัดวางได้ลงตัวอย่างไม่ลังเลราวกับว่าเพิ่งจะผ่านการเดินทางมาเมื่อวันวาน เสื้อผ้า ยาสามัญประจำบ้านยามฉุกเฉิน ชุดกันฝน และอุปกรณ์ถ่ายภาพ ถูกผมแบกขึ้นหลังอีกครั้ง
สำหรับมนุษย์ปุถุชนโดยทั่วไป การเดินทางย่อมมีจุดหมาย ย่อมมีจุดที่ต้องการจะพัก แต่จิตใจมนุษย์ก็ยังอ่อนไหวเกินกว่าที่จะต้านทานแรงความต้องการภายในก้นบึ้งแห่งจิตใจของตนเองได้ การเดินทางเพื่อค้นหาบางสิ่งบางอย่างในเส้นทางหัวใจของบางคน จึงยังไม่ถึงจุดสิ้นสุด
และผมเองก็ยังคงค้นหาสิ่งนั้นอยู่เช่นกัน ...



๒. บ้านทุ่งฟ้าผ่า ....
รถเลี้ยวเข้าจอดในโรงเรียนบ้านทุ่งฟ้าผ่า ซึ่งอยู่ในท้องที่ของตำบลแม่พริก อ.แม่สรวย จ.เชียงราย กว่า 14 ชั่วโมงที่ต้องอยู่บนรถ ผมก้าวเท้าลงเหยียบแผ่นดินเชียงรายเป็นคนแรก ก้าวเดินไปตามทางคันดินเล็ก ๆ หน้าโรงเรียนเพื่อไล่ความปวดเมื่อย บรรดานักเรียนเพื่อนร่วมทางและอุดมการณ์เดียวกัน ต่างพากันจัดการภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบของตนที่ได้วางแผนกันมา พวกเขาเหล่านี้ คือเด็กรุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบริสุทธิ์และหัวใจที่โหยหาความท้าทายใหม่ ๆ ผมเฝ้ามองพวกเขาทำงานกันอย่างเงียบ ๆ และแอบยิ้มอย่างเปี่ยมสุขอยู่ภายในหัวใจ
เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยเข้าที่เข้าทางจนผมวางใจได้ในระดับหนึ่งแล้ว ผมจึงแบกกล้องเดินไปตามทางเดินเพื่อสำรวจหมู่บ้าน ท้องฟ้าในตอนนี้มืดครึ้มไปด้วยเมฆฝนและเสียงกึกก้องกัมปนาทดังทั่วแผ่นฟ้ายืนยันความน่าเกรงขามของชื่อหมู่บ้าน “บ้านทุ่งฟ้าผ่า” ซึ่งตามตำนานเล่าขานกันมาว่า ท้องทุ่งที่เขียวขจีภายใต้อ้อมกอดของขุนเขาแห่งนี้ ว่าเคยมีช้างและคนถูกฟ้าผ่าตาย จึงเรียกบริเวณนี้ว่าทุ่งฟ้าผ่า จวบจนความความเจริญได้เริ่มเข้ามาไล่ล่าอาณานิคมของสังคมชนบท ทุ่งฟ้าผ่าแห่งนี้ ได้กลายมาเป็น “บ้านทุ่งฟ้าผ่า” ในปัจจุบัน


๓. ท้องฟ้าและสายฝน ...
“เข้ามาหลบฝนในบ้านก่อน” เสียงหญิงชรา เรียกผมเป็นภาษาเหนือ เมื่อเห็นผมเดินตากฝนอยู่หน้าบ้านของเธอ
“เห็นพ่อหลวงว่ามาจากภาคกลางใช่ไหม คนภาคกลางมาทอดกฐินที่วัดทุกปี” แม่อุ๊ยสา หญิงชราวัย 83 ปี เธอเป็นคนเกิดและโตที่บ้านทุ่งฟ้าผ่า ยังคงแข็งแรง กระฉับกระเฉง พูดจาฉะฉาน ยิงคำถามใส่ผม พร้อมเล่าความทรงจำในอดีต
“คนหนุ่มสาวไปทำงานในเมืองกันหมด”
“คนเก่าคนแก่ก็ทำนากันแค่พอกินพอเหลือขายนิดหน่อย ไม่ได้ข้าวเยอะเหมือนภาคกลาง”
คนบางคนมุ่งเน้นทำมาหากินเพื่อพออยู่พอกินเพื่อสืบต่อเผ่าพันธุ์
แต่เพื่อนมนุษย์บางคนยังคงไขว่คว้าหาแต่คำว่าไม่รู้จักพอ



๔. ความพอเพียง.............
หมู่บ้านทุ่งฟ้าผ่า เป็นหมู่บ้านขนาดไม่ใหญ่นัก มีประชากรรวมแล้วไม่เกิน 500 คน แต่ที่นี่มีพลังชุมชนที่เข้มแข็งอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพ หรือสาธารณสุขมูลฐาน ที่นี่ดูแลคนชราได้ดีมาก ๆ มีการรวมกลุ่มกันเพื่อประกอบกิจกรรม ไม่มีการทอดทิ้งกันและกัน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทำไร่ และที่ผมเพิ่งจะเห็นของจริงเป็นครั้งแรกก็คือการเลี้ยงผึ้ง
“แถวนี้มีโรงเรียนอยู่สามโรงครับ โรงเรียนของเราเล็กที่สุด” เสียงของพี่จำปี ธรรมโน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ “พ่อหลวง” ของบ้านทุ่งฟ้าผ่าบอกเล่ากับผม แข่งกับเสียงเครื่องยนต์ของรถที่กำลังพาผมขึ้นไปชมเขื่อนแม่สรวย
“เห็นทางการบอกว่าจะยุบโรงเรียนมาเป็นสิบปีแล้วครับ มีนักเรียนอยู่แค่สามสิบกว่าคน”
“แต่ชาวบ้านไม่ให้ยุบ จะยุบได้ยังไง มันเป็นโรงเรียนที่อยู่คู่หมู่บ้านของเรา เล่าเรียนกันมากี่รุ่นต่อกี่รุ่นแล้ว ผมก็เรียนที่นี่ ต่อให้มันมีแค่สามคนเราก็ไม่ให้ยุบ สอนกันตามมีตามเกิดนี่ล่ะ” เสียงพ่อหลวงเริ่มแรงขึ้น พร้อมหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างรถ
“อาจารย์เห็นอาคารยกพื้นที่นักศึกษามาพักนั่นไหม นั่นชาวบ้านเราออกเงินสร้างกันเองนะ ใครว่างก็มาทำ สงสารนักเรียนเวลาน้ำท่วมไม่มีที่เรียน”
“ชาวบ้านเขาสงสารนักเรียนที่กำพร้าพ่อแม่ ไม่มีเงินจะเรียนหนังสือ ก็ให้เรียนที่นี่ พวกที่มีเงินมีรถเขาก็ไปเรียนโรงเรียนในตัวอำเภอกันหมด” พ่อหลวงเล่าเรื่องยาว
“การศึกษานี่สำคัญมากนะแต่ที่นี่ยังไม่ดีพอ” พ่อหลวงย้ำคำพูดตนเอง

ผมแยกกับคณะ เดินขึ้นแนวสันเขื่อนเพียงลำพัง เพื่อเก็บภาพยามเย็น ท้องฟ้ายามนี้ สงบ เยือกเย็น ผิวน้ำเรียบนิ่ง เขื่อนแม่สรวย เขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ที่สร้างปิดกั้นลำน้ำแม่สรวย เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง น้ำในเขื่อนขณะนี้มีไม่มากนัก ทำให้ทางตอนใต้เขื่อนมีเพียงลำธารที่ตื้นเขินและมีสายน้ำไหลเอื่อย ๆ พอประมาณ แต่กระนั้น ทิวทัศน์เหนือเขื่อนก็ยังคงสวยงามชวนให้ผมต้องบันทึกภาพเอาไว้ เทคโนโลยีดิจิตอลที่ทันสมัยในปัจจุบันทำให้ผมบันทึกภาพได้ง่ายขึ้นมาก



“เดี๋ยวแวะสักการะศาลสมเด็จพระนเรศวรกันก่อนนะครับ” พ่อหลวงบอกกับคณะของเรา
จากประวัติศาสตร์ชาติไทยได้บันทึกเอาไว้ว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้ทรงยกทัพมาตั้งค่ายพักอยู่ ณ อำเภอแม่สรวยแห่งนี้ ปกป้องชาติไทยของเราให้ยั่งยืนสืบต่อมาได้จนถึงปัจจุบัน
บรรพบุรุษของเราใช้เวลาหลายชั่วอายุคนนับเวลาได้หลายร้อยปีเพื่อปกป้องแผ่นดินให้พวกเรามีที่ซุกหัวนอนได้อาศัยอยู่
แต่เรากลับใช้เวลาเพียงไม่ถึงชั่วอายุคนในการทำลายผืนแผ่นดินของบรรพบุรุษ ซึ่งเรากำลังรับกรรมที่ได้ก่อไว้อยู่ในขณะนี้



๕. วัดร่องขุ่น ...... ความงดงามบนแผ่นดินล้านนา
เราล่ำลาจากบ้านทุ่งฟ้าผ่ากับสายลมและสายฝน เนื่องจากเราออกจากที่พักแต่เช้ามืด ชาวบ้านจึงไม่ได้มาส่งเราเช่นทุกครั้งที่ออกค่าย แต่แค้มป์ไฟเมื่อคืนก่อนก็ได้ล่ำลากันไปแล้วระดับหนึ่ง
ตามรายการที่ได้วางแผนไว้ ในช่วงเช้าวันนี้ เราจะเดินทางขึ้นไปอำเภอแม่สายเพื่อซื้อของฝากทางบ้านหลังจากที่ชาวคณะได้หายหน้าหายตาไปจากความทรงจำของคนภาคกลางกว่า 1 สัปดาห์ เมื่อเข้าเขตอำเภอเมืองเชียงรายรถของชาวคณะแล่นปะทะสายฝน แต่สายตาของผมเพ่งปะทะกับป้ายขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างทาง
“วัดร่องขุ่น” ผมทวนชื่อวัดในใจ บอกตามตรงว่า ผมลืมไปเสียสนิทว่าวัดที่โด่งดังและเต็มไปด้วยจิตรกรรมชั้นเลิศแห่งนี้อยู่จังหวัดเชียงรายและเป็นทางผ่านของเรา
ผมคงไม่ให้อภัยตัวเองหากว่าผมไม่แวะพักที่นี่ และชาวคณะก็คงไม่ให้อภัยผมเช่นกัน
ย้อนกลับไปเมื่อสองเดือนก่อน ผมได้ดูรายการ “คนค้นฅน” ทางโมเดิร์นไนท์ หรือช่อง ๙ อสมท. เกี่ยวกับวัดร่องขุ่น ที่อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ได้มีจิตศรัทธาสร้างขึ้นเพื่อเป็นหนึ่งความงดงามประกาศความเป็นสุดยอดของพุทธศิลป์ของชาติ ที่มีหนึ่งเดียวในโลก
ดูอาจารย์เฉลิมชัย ทั้งท่าทาง ความคิด การกระทำ ก็ไม่ธรรมดาจริง ๆ อย่างชื่อหนังสือของแกที่กำลังจะเปิดตัวในวันที่ ๑๙-๒๙ ต.ค. ๔๙ นี้ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตต์นั่นแหละ ผมก็ว่าจะไปร่วมงานแกสักหน่อยเหมือนกัน
ผมใช้เวลา ๓๐ นาที ในการถ่ายภาพแบบระทึกใจสุด ๆ อีกครั้งหนึ่งในชีวิต เวลาที่กระชั้น สายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาไม่ลืมหูลืมตา ผมกางร่มและถ่ายภาพกลางสายฝนดูทุลักทุเล แต่อิ่มเอมใจที่สุดอีกครั้ง



บ้าระดับโลกแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ผมชอบคำพูดของอาจารย์ในหนังสือ “ไม่ธรรมดา” ของแกว่า
“ถ้าไม่ได้วาดรูปมาทดแทน ป่านนี้ผมคงเป็นโรคจิตติดคุกตะรางไปแล้ว”




๖. แม่สาย.... รถบัสแล่นขึ้นทางทิศเหนือไปเรื่อย ๆ จุดหมายปลายทางต่อไปคืออำเภอแม่สาย ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ ๖๒ กม. เป็นอำเภอที่อยู่เหนือสุดของประเทศมีชายแดนติดต่อกับประเทศพม่าที่ท่าขี้เหล็ก โดยมีแม่น้ำแม่สายเป็นพรมแดน มีสะพานเชื่อมเมืองทั้งสองเข้าด้วยกัน ทั้งชาวเขาและชาวพม่าเดินทางไปมาหาสู่ค้าขายกันโดยเสรี นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเดินทางไปยังท่าขี้เหล็กของพม่าเพื่อซื้อสินค้าพื้นเมืองและสินค้าราคาถูกอื่นๆ มากมาย แต่ในช่วงนี้ ยังอยู่ในช่วงของกฎอัยการศึก ทำให้คนไทยยังไม่สามารถเข้าไปเที่ยวชมท่าขี้เหล็กได้
แม่สายในวันนี้ถึงแม้จะมีกฎอัยการศึกจากปัญหาการเมืองภายในประเทศกำกับเขตแดน แต่แม่สายก็ยังคงความคึกคักจากนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เดินทางไปหาซื้อสินค้าอยู่เช่นเดิม ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองชาติที่ไปมาหาสู่กันยังคงดำเนินไปตามวิถีทางเดิมอย่างไม่เปลี่ยนแปลงภายใต้กฎระเบียบที่กำกับไว้รอวันหวนกลับคืนสู่สภาพเดิม



รถกำลังกลับลำเพื่อมุ่งหน้าลงทางทิศใต้ ผมปิดบันทึกการเดินทางครั้งนี้ไว้ที่แม่สาย ก่อนที่ผมจะหลับใหลไปพร้อมกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาอีกครั้ง




 

Create Date : 05 พฤศจิกายน 2549
5 comments
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2549 7:30:15 น.
Counter : 871 Pageviews.

 

เท่ห์จริง จริ๊งงงง

 

โดย: มินเอง (มินเอง ) 6 พฤศจิกายน 2549 1:49:58 น.  

 

แหมป้ามิน ใจมันชอบอ่ะครับ

 

โดย: Apple Devil (Apple Devil ) 6 พฤศจิกายน 2549 7:57:50 น.  

 

ชอบอ่ะ บรรยายได้เท่ห์จัง
mui_fon@hotmail.com

 

โดย: ฝน IP: 58.8.36.15 15 ตุลาคม 2552 20:12:33 น.  

 

อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ขอยืนยันว่าสถานที่สวยงามสมชื่อจริง ๆ เพราะ มีทั้งวิวแม่น้ำ วิวภูเขา และ วิวท้องทุ่งนาเขียวขจี ถ้าได้รับการสนับสนุนการท่องเที่ยวสักนิด น่าจะมีคนสนใจอีกมาก ....และ ยังเป็นการสร้างงานให้คนในพื้นที่อีกด้วย....รู้สึกดีใจมากที่อ่านพบข้อมูลนี้ใน internet ขอขอบคุณทุกท่านมาก ๆ จาก ลูกสาวแม่สรวย

 

โดย: ลูกสาวแม่สรวย IP: 27.130.83.238 4 กุมภาพันธ์ 2555 18:29:27 น.  

 

ต้นหนาวนี้ จะไปเยือนถิ่นงาม จิบกาแฟรับไอหนาว

 

โดย: ทินกร ไกรรักษ์ IP: 103.10.228.98 4 ตุลาคม 2557 13:58:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

space

Apple Devil
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เป็นผู้ชายที่พิศมัยการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ ท่องไปในทุกที่ตราบใดที่กำลังใจยังไปถึง

space
space
[Add Apple Devil's blog to your web]
space
space
space
space
space