ธันวาคม 2559

 
 
 
 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
ฉันจะไปญี่ปุ่น ตอน เมื่อเดอะแก๊งค์หลงทาง







เช้าวันนี้ พวกเรามีนัดกันเพื่อจะไป Kawaguchiko ไปหาฟูจิซังกัน 

โดยในวันนี้น้องในเดอะแก๊งค์ของเราที่เหลืออีก 2 คน 

ซึ่งบินมาไฟล์กลางคืนจะมาถึงในเช้าวันนี้ 




เราจึงนัดรวมพลกันที่ไว้ที่ Shinjuku Station 


เพราะก้อยได้บอกน้องเอาไว้แล้วว่า หลังจากลงเครื่องบิน ผ่านพิธีการอะไรเรียบร้อย


ก็ให้ซื้อตั๋วรถไฟของ N'EX วิ่งตรงมาลง Shinjuku Station ได้เลยต่อเดียว 


   ง่ายมากๆ พวกเราก็เปิด Wifi Stand by เอาไว้เรียบร้อย 





สักพักก็ได้ยินเสียง Line เด้งขึ้นมาว่า น้องทั้ง 2 คนผ่านด่าน ตม. เรียบร้อย


 ซื้อตั๋วรถไฟ N'EX และขึ้นรถไฟเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้า 


เดอะแก๊งค์ที่เหลืออีก 5 คน ก็เลยต้องรีบออกจากโรงแรมเพื่อไปยังจุดนัดพบ 





ซึ่งวันนี้ฟ้าฝนไม่เป็นใจเท่าไร ดูจากพยากรณ์เห็นว่าฝนจะตกทั้งวัน 


พวกเราเดินลากกระเป๋าฝ่าสายฝนอันโปรยปราย เพื่อเข้าไปยังสถานีรถไฟ Ueno 


แล้วซื้อตั๋วรถไฟเพื่อนั่งไปลงสถานี Shinjuku 





โดยให้น้องๆ ได้ลองซื้อตั๋วรถไฟจากตู้ขายตั๋วอัตโนมัติกันเอง 


ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร





วิธีการก็แค่ดูว่าสถานีที่เราจะไปลงคือสถานีอะไร 

แล้วเราก็ดูราคาได้จากป้ายแผนที่ด้านบนของตู้ขายตั๋วอัตโนมัติ 

ซึ่งเค้าจะมีราคาค่าตั๋วบอกเอาไว้ให้ 





ได้ตั๋วมาเรียบร้อยแล้ว พร้อมออกเดินทาง

(เพื่อนๆไม่ต้องกังวลนะคะที่ตู้ขายตั๋วอัตโนมัติมีภาษาอังกฤษให้ด้วยกดเลือกภาษาได้เลย)





เวลาที่เรานัดหมายกันไว้คือ 10 โมง เพราะเราจองตั๋วรถบัสผ่านทาง online 

เพื่อจะไป Kawaguchiko เอาไว้ตอน 11 โมง และแล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น 

เริ่มจากรถไฟ N'EX เกิดเหตุขัดข้องประการใดไม่ทราบ ทำให้ล่าช้าไปเกือบ 20 นาที

และน้องน้อย 2 คนของเรา เมื่อมาถึงสถานี Shinjuku 


ก็ให้มีอันต้องหลงทางอยู่ในสถานีหาทางออกไม่เจอ 




เค้าเรียกว่าเจ็บซ้ำ เจ็บซ้อน และกว่าเราจะหากันจนเจอ 

เดอะแก๊งค์ของเราก็เลยต้องตกรถบัสรอบ 11 โมงไปแบบน่าเสียดาย





แต่ก็ถือว่ายังโชคดีเพราะเราก็มาได้ตั๋วรถบัสในรอบบ่ายสองโมง 

เพราะเนื่องจากจำนวนคนของเราค่อนข้างเยอะ

การไม่ได้จองมาก่อนล่วงหน้าและมาซื้อเลยที่จำนวนคนเยอะๆ แบบนี้ 

การจะได้ตั๋วนั้นยากมาก บอกแล้วว่ามากับดวง 555 







เนื่องจากวันนี้ฝนตกโปรยปรายทั้งวัน ทำให้การจราจรค่อนข้างติดขัด 


รถบัสของเราจึงวิ่งทำความเร็วไม่ค่อยได้ เรียกได้ว่าวิ่งแบบเรื่อยๆมาเรียงๆ






ทำให้พวกเราไปถึง Kawaguchiko  สี่โมงครึ่ง 





เมื่อมาถึงเราก็ไม่รอช้ารีบไป Check in 

ที่โรงแรมที่พักเพื่อจะได้เก็บกระเป๋าและออกไปที่เป้าหมายแรกของเราคือ 

อุโมงค์เมเปิ้ล เพราะมีการจัดงาน light up ซึ่งในวันนี้ก็คงเที่ยวได้ที่นี่ที่เดียว 

เพราะมาถึงก็เย็นแล้ว (จริงๆแค่สี่โมงครึ่งแต่ เนื่องจากเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูหนาวทำให้มืดเร็วมาก)







อาจเป็นเพราะเรามองการณ์ไกลมาก่อน โรงแรมที่เลือกพักในครั้งนี้

จึงอยู่ตรงข้ามสถานี Kawaguchiko Station พอดี 

ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางในการตามหาที่พัก

ซึ่งโรงแรมที่เราพักคือ Kawaguchiko Station INN หลังจาก Check in เสร็จสรรพ 





เดอะแก๊งค์ของเราก็รีบมาที่ประชาสัมพันธ์เพื่อขอแผนที่ พูดคุย สอบถาม

เมื่อเสร็จเรียบร้อย ก็มายืนรอรถที่ป้ายรถเมล์เพื่อไปยังเป้าหมายของเราคือ อุโมงค์เมเปิ้ล ที่ป้ายเบอร์ 19





เมื่อมาถึงที่หมาย ก็พบผู้คนมากมายกำลังเดินชม light up 

บริเวณอุโมงค์เมเปิ้ลกันอยู่ แต่ช่วงเวลาที่ไปคงยังไม่ใช่ช่วงพีค 

ทำให้ใบเมเปิ้ลส่วนใหญ่ยังคงเป็นสีเขียวอยู่ จะมีก็แค่บางต้นเท่านั้นที่เป็นสีแดง





เลยทำให้ถ่ายรูปออกมาไม่สวยเท่าไร เพราะไฟที่เค้าใช้จัด light up นั้นออกสีเหลืองนวลๆ

เวลาถ่ายกับใบไม้สีเขียวมันเลยดูไม่ขึ้น ต้องเป็นสีแดงเท่านั้นถึงจะสวย

น่าเสียดายจริงๆคะ เลยไม่ค่อยมีรูปสวยๆมาอวดเพื่อนๆเลย 

แต่อย่างน้อยภาพเหล่านั้นก็สวยในความทรงจำของเราคะ (ปลอบใจตัวเอง 555) 





บริเวณที่เค้าจัดงาน light up นั้นก็มีร้านขายของมาเปิดด้วยคะ 

มีทั้งร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารให้เลือกชม ชิม ช็อป กันได้เลย

ซึ่งเราก็ไม่พลาดอยู่แล้ว เริ่มต้นด้วยร้านยากิโซบะ ผัดใหม่ๆ ร้อนๆ 

กินท่ามกลางอากาศเย็นๆประมาณ 10 กว่าองศา อร่อยเหาะอย่าบอกใครเชียวแหละ 





มาต่อกันด้วยปลาย่างเกลือของคุณลุง เห็นคุณลุงนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ 




เลยส่งสาวๆไปอุดหนุนปลาคุณลุงมา 1 ไม้ อร่อยอีกเหมือนเดิม 





หลังจากนั้นพวกเราก็เดินต่อไปจนถึงบริเวณลานโล่งๆ


ที่เค้ามีจัดซุ้มอาหารหลากหลายร้าน


และมีโต๊ะ เก้าอี้ สำหรับให้นั่งกินไว้ด้วยคะ 


เห็นมีคนกำลังนั่งกินกันเยอะอยู่พอสมควร




พวกเราก็ไม่รอช้าจัดกันไปคนละอย่าง 2 อย่าง


 นั่งล้อมวงกินกันอย่างเอร็ดอร่อย สนุกสนาน 


โดยไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเอาไว้กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า (555 ฟังดูน่ากลัวเน๊อะ)


นั่นก็คือ เดอะแก๊งค์ของเราตกรถเมล์รอบสุดท้ายยยยยย



       Omni Green Bus            Retro Bus Omni              Red Bus




 จริงๆแล้วที่เมือง Kawaguchiko นั้นจะมีรถเมล์วิ่งรอบๆเมือง หรือที่เรียกว่า Retro Bus/Omni Bus


 ซึ่งเค้าก็จะมีตารางเวลาบอกอยู่แล้วว่ารถจะหมดกี่โมง และเราก็รู้เวลาของรถเที่ยวสุดท้ายอยู่แล้ว


 แต่!!! จำได้ไหมก่อนที่เราจะนั่งรถมา เราได้แวะสอบถามข้อมูลกับทางประชาสัมพันธ์



เกี่ยวกับเรื่องรถเอาไว้แล้ว ก็ไม่รู้ว่าทางเจ้าหน้าที่ หรือ เรา ที่สื่อสารกันไม่เข้าใจ 


เพราะเราได้ทำการถามทางเจ้าหน้าที่ไปว่า รถเมล์หมด 6 โมง


 แต่ถ้าเราอยากเที่ยวต่อยังมีรถเมล์สายอื่นอีกไหมที่หมดดึกกว่านี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ตอบว่ามี 


และวงกลมตรงเวลาให้เราว่าหมด 21:30 น. ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าต้องไปรอที่ป้ายรถเมล์เบอร์ 16 


นั่นก็เป็นสาเหตุให้พวกเราไม่ต้องรีบร้อนอะไร ในเมื่อรถเมล์หมดตั้ง 3 ทุ่ม 


(ซึ่งถึงวันนี้ก็ยังให้คาใจว่า เราพลาดตรงไหน เพื่อนคนไหนรู้ช่วยมาตอบหน่อยนะคะ อิอิ)




หลังจากนั่งกินกันไป พูดคุยกันไป อย่างสนุกสนาน โดยไม่ได้สังเกตเลยว่า 


โต๊ะรอบๆตัวเราจากที่เคยมีคนนั่งอยู่เยอะแยะ ตอนนี้คนหายไปกันหมดแล้ว 


และร้านค้าก็เริ่มเก็บของ พวกเราก็เลยจำเป็นต้องลุกขึ้นเช่นกัน 






พอเดินออกมาที่ถนน พวกเราเริ่มเอ๊ะใจว่า คนหายไปไหนกันหมด


(ซึ่งจริงๆแล้วเค้าได้ขึ้นรถเมล์รอบสุดท้ายกลับกันหมดแล้ว)


จากป้ายรถเมล์ที่พวกเราอยู่ก็คือ เบอร์ 18 จำได้ว่าเจ้าหน้าที่บอกให้ไปรอรถที่เบอร์ 16 


พวกเราก็เลยเดินชิวๆไปเรื่อยๆ เพื่อไปยังป้ายรถเมล์ที่ 16 


ซึ่งตารางรถบอกว่ารถเมล์จะมาตอน 19:15 พวกเราก็ยืนรอกันไปคุยกันไป


 แต่พอถึงเวลา 19:15 ไม่เห็นมีวี่แววรถเมล์ผ่านหน้าเรามาสักคัน 


จนถึงเวลา 19:30 พวกเราเริ่มรู้สึก(เพิ่งรู้สึกเหรอออ)ว่าไม่ใช่แหละ


 สัญชาตญาณบ่งบอกว่ามีบางอย่างผิดพลาด ไม่มีรถเมล์ให้กลับ 





แล้วเราจะกลับกันอย่างไร อากาศก็เริ่มเย็นลงเรื่อยๆ มองไปทางไหนก็เจอแต่ความมืด


 เอาไงทีนี้!!! หลังจากปรึกษาหารือกันอยู่สักพัก พวกเราก็ตัดสินใจ ไปตายเอาดาบหน้า 555 


นั่นก็คือ เดินคะเดิน เดินไปหาแสงไฟที่เห็นอยู่ริบๆข้างหน้านู้นแล้วกัน ว่าแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาเดินกันไป 


ท่ามกลางอุณหภูมิ 10 กว่าๆเห็นจะได้ ตอนแรกๆ พวกเราก็รู้สึกวิตก กังวล อยู่เหมือนกัน







แต่ระหว่างที่เดินไปตามทางเดินก็ยังเห็นว่ามีรถวิ่งสวนมาบ้าง ก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมา 


เพราะถ้าเพื่อเดินไปไม่ถูกทางจริงๆ สุดท้ายอาจต้องมีการโบกรถกันบ้างไรบ้าง 


เอาจริงๆนะถ้าเดินกัน 2 คนคงไม่สนุก แต่นี่เดินกัน 7 คน ก็ให้รู้สึกสนุกดีเหมือนกัน 
(สนุกจริงเหรอออ)


ไม่เชื่อก็ลองคิดดูสิคะ ว่าจะมีสักกี่ครั้งกันที่เราจะได้มาเดินหลงทางอยู่ต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ 


นานแค่ไหนแล้วที่เราไม่เคยได้ออกมาสัมผัสอะไรแปลกๆใหม่ ตื่นเต้นแบบนี้ 


(จริงๆแล้วคือ ปลอบใจตัวเอง 555)พวกเราเดินข้ามสะพานทะเลสาปที่ความยาวก็น่าจะพอๆกับ 


สะพานบางปะกงเห็นจะได้ ยังพูดแซวๆกันเลยว่าต้องกลั่นหายใจด้วยไหม 


คำอธิฐานจะได้เป็นจริงแบบตอนเราข้ามสะพานบางปะกงไง 


(อธิฐานในใจว่า ขอให้กลับถึงที่พักด้วยเถิดดดด)




                                                 Cr:รูปภาพจากเว็บ talonjapan


ถ้าดูจากแผนที่พวกเราเดินจากป้ายรถเมล์เบอร์ 16 จนมาถึงเบอร์ 5 เห็นจะได้ 


ไกลเหมือนกันนะ เดินกันมาได้ยังไงไม่รู้ เดินมาจนเจอโรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง 


มีพนักงานขับรถกำลังเดินลงมาจากรถพอดี พวกเราก็เลยกรูกันเข้าไปหาเพื่อจะขอความช่วยเหลือ


โดยจะขอให้พนักงานท่านนั้น(หน้าตาดีแถมยังหนุ่มด้วย ยังมีอารมณ์เน๊อะ)


ช่วยเรียกแท็กซี่มารับพวกเราไปส่งที่พักให้หน่อย พนักงานชาวญี่ปุ่นเค้าเห็นสภาพเราเค้าก็คงงงแหละว่า 


มาจากไหนกันพวกนี้ พอเค้ารู้ว่าเราต้องการความช่วยเหลือ เค้าก็ไม่รีรอที่จะช่วยอย่างเต็มที่ 


ตอนแรกที่เราขอให้เค้าเรียกแท็กซี่ให้น้องเค้าก็เดินกลับเข้าไปที่โรงแรมเพื่อจะไปโทรศัพท์ 


แต่สักพักเค้าก็ออกมาและบอกเราว่า ถ้าเรียกแท็กซี่มารับต้องเสียค่าเรียกหัวละ 200 เยน


 ยังไม่ร่วมค่าเดินทาง ซึ่งคำนวณดู 7 คนก็ 1,400 เยนแล้ว และคงต้องเรียก 2 คัน


น้องเค้าก็เลยบอกว่า เดี๋ยวเค้าจะไปส่งให้ โดยขอเก็บค่าโดยสารเหมาเลย 7 คน 1,000 เยน 


พวกเราก็ เฮ้ย!! หน้าตาดีแล้วยังใจดีอีกต่างหาก พวกเราก็ไม่รอช้ารีบตอบรับทันที 


น้องเค้าก็เลยขับรถบัสคันเล็กๆ ของโรงแรมไปส่งพวกเราถึงโรงแรมที่พักเลยคะ 


พวกเราก็โค้งแสดงความขอบคุณในน้ำใจของน้องเค้า  เสียดายมากๆ ที่ไม่ได้ถ่ายรูปน้องเค้าเอาไว้ 






ในที่สุดเดอะแก๊งค์ของเราก็กลับมาถึงที่พักด้วยความปลอดภัย(คำอธิฐานเป็นจริง ที่ขนาดไม่ได้กลั้นหายใจนะ)


เมื่อเดินมาถึงที่พัก พวกเราก็พากันแยกย้ายกลับเข้าห้อง


(ใครว่า!! แยกย้ายกันไปเซเว่น ,Lawson ไปหาอะไรกินกันต่อเพราะเมื่อกี้ที่เดินมาหมดพลังไปเยอะ)


เลยต้องขอเติมพลังด้วยมาม่าคัพ กับ น้ำผลไม้กันซะหน่อย (น้ำผลไม้จริงๆ อิอิ)


การเดินทางผจญภัยในวันนี้ ทำให้เดอะแก๊งค์ของเราได้เรียนรู้อะไร หลายๆอย่าง 


และการหลงทางในครั้งนี้ ทำให้พวกเราสนุก (จริงเหรอออ 555)ไม่เชื่อต้องลองหลงดู


แต่พรุ่งนี้รับประกันว่าพวกเราไม่พลาดแน่นอน เดอะแก๊งค์จะพาไปสบตากับฟูจิซังให้ได้ คราวนี้ไม่มีหลง เชื่อสิ 



(Cr:ขอขอบคุณรูปภาพสวยๆจากเพื่อนร่วมหลงทาง น้องคิม น้องดิว น้องเฟิน น้องฟางและน้องฝ้าย)




Create Date : 02 ธันวาคม 2559
Last Update : 8 ธันวาคม 2559 13:24:38 น.
Counter : 531 Pageviews.

1 comments
  
เมเองคะ
โดย: จะเดินรอยตามนะคะ อิอิ IP: 182.232.197.154 วันที่: 29 ธันวาคม 2559 เวลา:15:13:06 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

KoyMaru
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]