พฤษภาคม 2559

1
2
3
6
7
8
9
11
12
13
14
15
18
19
21
22
23
24
25
26
27
28
29
 
 
All Blog
ฉันจะไปญี่ปุ่น ตอน Hello Japan โคมแดงต้องมา



เค้าบอกเอาไว้ว่าถ้ามาญี่ปุ่นแล้วไม่มาเจอโคมแดงถือว่ามาไม่ถึง(ก็ไม่รู้ว่าเค้านี่คือใคร ใครรู้ช่วยบอกด้วยนะคะ 555)






     ครั้งแรกของการมาประเทศญี่ปุ่น ต้องบอกว่า รู้สึกประทับใจอะไรหลายๆอย่างในประเทศนี้จริงๆ หรืออาจพูดได้ว่า หลงรักประเทศญี่ปุ่นเข้าให้แล้ว สิ่งหนึ่งที่เชื่อได้ว่าทุกท่านต้องเห็นด้วยอย่างแน่นอน คือ ความมีวินัย ของคนประเทศนี้ที่ถูกปลูกฝังเอาไว้ในสายเลือดอย่างเข้มข้นจริงๆคะ ไม่ว่าญี่ปุ่นจะต้องเจอกับเหตุการณ์อะไรก็ตาม แต่เพราะความมีวินัยทำให้ประเทศนี้ก้าวข้ามปัญหาได้อย่างรวดเร็วอย่างที่เราๆท่านๆได้เคยดูผ่านสื่อกันอยู่บ่อยๆ เรื่องความมีน้ำใจ ก็เป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่ได้เจอกับตัวเองด้วยเหมือนกัน ตอนนั้นจองโรงแรมที่พักแถว Ueno ไว้ แต่หาโรงแรมไม่เจอว่าอยู่ที่ตรงไหน เดินวนไปวนมา ก็เลยต้องถามทางกับคนญี่ปุ่นแถวๆนั้นที่เดินผ่านไปมา เชื่อไหมคะ เค้าไม่ลังเลที่จะให้ความช่วยเหลือ ถึงแม้เราอาจจะสื่อสารกันคนละภาษา แต่คนญี่ปุ่นก็เต็มใจช่วยเหลือ จนเจอโรงแรมที่พักจนได้ รู้สึกประทับใจในน้ำใจของเค้าจริงๆ มีอีกหลายเรื่อง หลายอย่าง จากประสบการณ์การเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่น ที่น่าประทับใจ แล้วจะค่อยๆเอามาแบ่งปันคะ แต่จะให้ดีเพื่อนๆ ต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง เชื่อได้ว่าต้องประทับใจเช่นกัน








     เกือบลืมไปว่าโปรยหัวเรื่องไว้ว่า โคมแดง ต้องมา งั้นเรามาต่อเรื่องโคมแดงกันดีกว่า หลายท่านมักเรียกว่า วัดโคมแดง แต่จริงๆแล้ว ชื่อของวัดนี้ก็คือ วัดเซ็นโซจิ (SENSOJI)หรืออีกชื่อที่นิยมเรียกกันคือ วัดอาซากุสะ (ASAKUSA TEMPLE) ที่เรียกแบบนั้นเพราะวัดนี้ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ ที่วัดแห่งนี้ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมองค์เล็กเพียง 5 นิ้ว ตำนานเล่าว่ามีชาวประมง สองพี่น้องได้ทอดติดแหมาจากแม่น้ำซูมิดะที่อยู่ใกล้ๆ แม้จะทิ้งลงน้ำสักกี่ครั้ง องค์พระก็จะติดแหมาด้วยทุกครั้ง ทั้งสองจึงได้สร้างวัดขึ้นให้เป็นที่ประดิษฐานตั้งแต่ปี 628 (พ.ศ.1171) จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือ โคมแดง ขนาดยักษ์สูง 3.3 เมตร น้ำหนักราว 100 กิโลกรัม แขวนอยู่ที่บริเวณซุ้มประตูคามินาริม่อนซึ่งเป็นประตูทางเข้าวัด ข้างๆโคมแดงฝั่งซ้ายมีรูปปั้นเทพเจ้าแห่งสายฟ้า ส่วนฝั่งขวามีเทพเจ้าแห่งสายลม ประตูนี้จึงถูกเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ประตูสายฟ้า (ที่มา : หนังสือ JR Pass ใบเดียวเที่ยวทั่วญี่ปุ่น) เมื่อเดินผ่านซุ้มประตูเข้าไปแล้ว เราก็จะพบกับร้านค้ามากมายตลอด 2 ข้างทางของถนนนาคามิเซะยาวประมาณ 300 เมตร มีทั้งร้านขายของกิน ของที่ระลึกมากมาย มารยาทสำคัญอย่างหนึ่งของที่นี่คือ จะไม่มีการเดินไปกินไปนะคะ เราต้องยืนกินที่ร้านให้เสร็จเรียบร้อย เพื่อจะได้ไม่ให้ขนมหกเลอะเทอะบนทางเดิน 








     เดินจนสุดถนนก็จะพบหน้าศาลาใหญ่ของวัดมีกระถางธูปขนาดใหญ่หรือ "โอโคโระ" (O-Koro)ตั้งอยู่ โดยเราจะจุดธูปแล้วปักที่กระถางธูปนี้แล้วใช้มือโบกควันเข้าหาตัว เพราะเชื่อว่าจะนำมาซึ่งความโชคดี ศาลาใหญ่หรือ "ฮอนโดะ" ยาวประมาณ 34.5 เมตร กว้าง 32.7 เมตร เป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่กวนอิมองค์เล็กมากจนมองแทบไม่ค่อยเห็น ในญี่ปุ่นเรียกเจ้าแม่กวนอิมว่า "คัน-นง" (Kan-non)ส่วนองค์จริงนั้นทำจากทองและไม่เคยนำออกมาให้สาธารณะชนได้ชมเลย เมื่อมองมาทางซ้ายมือจะเห็นเจดีย์ 5 ชั้นหรือ "โกโจ-โนะ-โตะ" (Gojo-no-to) ตั้งสูงเด่นอยู่ด้วยความสูง 64 เมตร 
ที่วัดอาซากุสะจึงถือเป็นแลนด์มาร์คที่ต้องมาถ่ายรูปให้ได้เลยทีเดียว และทุกครั้งที่ได้มาเที่ยวญี่ปุ่น ก้อยก็ไม่พลาดที่จะต้องมาขอพรที่วัดอาซากุสะทุกครั้งไป เพื่อนๆ ก็อย่าลืมแวะมาขอพรนะคะ









ส่วนวิธีการเดินทางมาที่วัดอาซากุสะ คือ การนั่งรถไฟใต้ดินสาย Ginza Line มาลงสถานี Asakusa ทางออก 3 หรือ รถไฟใต้ดินของ Toei Asakusa line ทางออก A4 และ A5








Create Date : 04 พฤษภาคม 2559
Last Update : 5 พฤษภาคม 2559 17:28:39 น.
Counter : 310 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

KoyMaru
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]