เรื่องราว....ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต...ของแมวเก้าชีวิตติสต์แตก ยินดีต้อนรับค้าบ.....แง๊ววว.....
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
3 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
หมาไม่ใช่หมู อู๊ดเอ๋ง อู๊ดเอ๋ง

“แกว่าเธอจะเหมือนเดิมมั้ย”

“ไม่รู้ดิ เห็นเค้าพูดกันว่าเวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยนไม่ใช่เหรอ”

“ถ้าเธอไม่เหมือนเดิมเราจะทำยังงัยล่ะ”

“จะไปทำอะไรได้วะ ก็ต้องทำใจ แต่ของหยั่งงี้มันต้องพิสูจน์”

ว่าแล้วทั้งคู่ก็พยักหน้าให้กันหนึ่งทีและเริ่มปฏิบัติการทันที

“แม่......รองเท้าหนูหายไปไหนไม่รู้น่ะ เพิ่งถอดเมื่อกี้นี้เอง”

“หาดูดีๆซิ ไม่หายไปไหนหรอก”

“หาทั่วแล้วไม่มีเลย หายไปทั้งสองข้างด้วย”

“เออแปลก มันจะหายไปได้ยังงัย หาดูทั่วๆอีกทีซิ”

ทันใดนั้นเราก็นึกออกทันที มันคงไม่ใช่ฝีมือใครหรอก ว่าแล้วเราก็รีบพุ่งตรงไปหลังบ้านทันที

จับโจรได้แล้ว เราตะโกนออกไปว่า

“ไอ้สีนวล ไอ้ปุ๊กลุ๊ก”

ทั้งคู่สะดุ้งโหยง แต่คราวนี้ไม่วิ่งหนีต่างช่วยกันเห่าและวิ่งเข้ามาหาเราทันที พอถึงตัวเราก็กระโจนใส่เหมือนในหนัง หากคิดเป็นภาพสโลโมชั่น

เจ้าสีนวลวิ่งมาถึงก่อนกระโดดใส่เราเป็นตัวแรก เราเสียหลักแต่ยังทานไหว ยังไม่ทันได้ตั้งตัวเจ้าปุ๊กลุ๊กก็ทิ้งน้ำหนักอันมโหฬารของมันเข้าอีกตัว คนหนึ่งคนหรือจะสู้หมาตัวโตๆสองตัว เราเกิดอาการล้มทั้งยืน

เจ้าสีนวลกับปุ๊กลุ๊กกลับเห็นเป็นเรื่องสนุกทั้งเห่า ทั้งกระโดดกันเป็นการใหญ่ เป็นเวลาแค่อาทิตย์เดียวเองที่เราย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่เจ้าสองตัวนี้ทำเหมือนกับว่าไม่เจอเรามาสิบปี

“แกสองตัวนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะ ชอบขโมยของมาซ่อน ไหนดูซิคราวนี้ซ่อนอะไรบ้าง”

ทั้งคู่แย่งกันเห่าใหญ่ แปลได้ว่า “ไม่มีอะไร ไม่มีจริงๆ อิอิอิ”

เราเดินไปดูที่หลุมสมบัติ รองเท้าทั้งคู่อยู่ในหลุมอย่างที่คิดเอาไว้ นอกจากนั้นก็มีกระดูกปลอม กับของเล่นเก่าๆบางชิ้นไม่รู้เจ้าสองตัวนี้ไปเอามาจากไหน

คราวที่แล้วเล่าเรื่องเจ้าสีนวลไปแล้วครั้งนี้ขอเป็นเรื่องของปุ๊กลุ๊กแทนละกันนะ

เจ้าปุ๊กลุ๊กเป็นพี่น้องกับเจ้าสีนวล มันมีสีขาวด่างดำ ขาสามข้างสีขาวเหมือนใส่ถุงเท้า เจ้าปุ๊กลุ๊กเป็นหมาที่อ้วนมากๆ เพราะความตะกละและกินเก่งของมัน

เด็กแถวบ้านอย่าได้ถือของกินผ่านหน้าบ้านเรา เพราะเจ้าปุ๊กลุ๊กจะเก็บค่าผ่านทางตลอด จนคนแถวบ้านมาบ่นบ่อยๆว่าบ้านเราเลี้ยงหมาไม่ดี ปล่อยให้ไปแย่งขนมลูกหลานเค้า นำมาซึ่งความอับอายขายหน้าของคนที่บ้านเป็นอย่างยิ่ง

วิธีเก็บค่าผ่านทางของปุ๊กลุ๊กน่ะเหรอ ปุ๊กลุ๊กจะนอนปักหลักอยู่ตรงถนนหน้าบ้าน พอเห็นเด็กคนไหนเดินผ่านปุ๊กลุ๊กมีแอบหรี่ตามอง แต่ยังไม่ขยับใช้วิธีสูดจมูกดมกลิ่นดูว่าเด็กคนนั้นกำลังกินอะไรอยู่

พอเด็กเดินมาในระยะเผาขนปุ๊กลุ๊กจะรีบวิ่งเข้าไปตะกายไม่ให้เด็กตั้งตัวแล้วก็แย่งของกินพวกลูกชิ้น หรือขนมขบเคี้ยวที่เด็กกำลังกินอย่างไม่ทันระวังตัว รายไหนรายนั้นมักจะตกใจกับการจู่โจมแบบไม่ให้ตั้งตัวจนต้องเสียขนมที่กำลังกินอยู่ให้ปุ๊กลุ๊กไป

ปุ๊กลุ๊กมีการเลือกเหยื่อ โดยการจู่โจมเฉพาะเด็กตัวเล็กๆ เพราะเคยมีหนนึงปุ๊กลุ๊กลองแย่งของเด็กที่ตัวโต ปรากฏว่าปุ๊กลุ๊กพ่ายแพ้ยับเยิน แถมโดนถีบกลับอีกต่างหาก ตอนนั้นปุ๊กลุ๊กคงได้เรียนรู้ว่า

“อย่ายุ่งกับพวกเด็กขาโจ๋ เพราะมันขี้โมโหเหมือนแมวท้องแก่” อิอิอิ ไม่รู้ว่าจะสงสารดีรึเปล่าเนี่ย

น้าเราต้องคอยตามไปจ่ายค่าเสียหายให้เด็กเหล่านั้นเสมอๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นลูกชิ้น หรือไม่ก็ไอติมแท่ง

ช่วงหลังเด็กแถวบ้านรู้แกวเจ้าปุ๊กลุ๊กก็จะระวังมากขึ้น แต่แรงเด็กก็ไม่สู้แรงหมาหนักประมาณเกือบสามสิบกิโล สุดท้ายก็มีการน้ำตาตกและฟ้องร้องค่าเสียหายประจำ

ตอนเราเด็กๆปุ๊กลุ๊กก็แย่งขนมเรากินเป็นประจำ คงเป็นเพราะเราชินมั้ง แต่เด็กคนอื่นคงไม่ชิน

จะว่าที่บ้านเราเลี้ยงปุ๊กลุ๊กไม่ดีก็ไม่ใช่เพราะหมาทุกตัวก็กินเหมือนๆปุ๊กลุ๊กแถมปุ๊กลุ๊กมันเที่ยวเก็บตกอาหารของตัวอื่นจะเรียบอีกต่างหาก เราเคยถามปุ๊กลุ๊กว่า

“ชาติที่แล้วแกเป็นชูชกใช่มั้ย”

ปุ๊กลุ๊กเห่า ซึ่งแปลได้ว่า “มีอะไรให้กินอีกมั้ยค้าบ”

เราเคยลองเอาขนมปังทานมให้ปุ๊กลุ๊กกิน เชื่อมั้ยว่าปุ๊กลุ๊กกินตัวเดียวหมดหนึ่งแถวเลย นี่ถ้ายายไม่มาห้ามซะก่อน ปุ๊กลุ๊กคงท้องแตกตาย เพราะเราอยากรู้ว่าปุ๊กลุ๊กต้องกินขนมปังกี่แถวถึงจะอิ่ม

เกือบโดนข้อหาฆ่าหมาโดยไม่เจตนาซะแล้ว อิอิอิ

มีอยู่ช่วงหนึ่งปุ๊กลุ๊กกินไม่ค่อยได้ เพราะปวดฟันสงสัยกรรมตามทันที่มันชอบแย่งขนมเด็กกิน

เราจับปุ๊กลุ๊กอ้าปากสำรวจดูว่าฟันซี่ไหนผุ ตอนจับอ้าปากปุ๊กลุ๊กก็นอนนิ่งดี แต่พอเราเอาคีมมาจะช่วยถอนฟันซี่ที่ผุให้เท่านั้น เจ้าปุ๊กลุ๊กลุกขึ้นและรีบวิ่งหนีไปหลบหลังบ้านทันที

ตอนปุ๊กลุ๊กปวดฟันที่บ้านไม่มีใครรู้ คิดว่าปุ๊กลุ๊กเบื่ออาหารก็เลยไม่มีใครสนใจ เราเองก็ไม่ได้บอกใครเพราะอยากถอนฟันให้ปุ๊กลุ๊ก จนมาวันนึงปุ๊กลุ๊กคางโย้น้าก็เลยพาไปหาหมอ

หมอบ่นน้าว่าทำไมพาเพิ่งพาหมามาหาหมอ เจ้าปุ๊กลุ๊กคงทรมานอยู่หลายวันนี่ปล่อยจนอักเสบขนาดนี้ รักษายากกว่าเดิมอีก เราได้แต่นั่งเงียบไม่กล้าบอกความจริงกลัวโดนดุ

หลังจากถอนฟันเรียบร้อยปุ๊กลุ๊กก็กลับมากินได้เหมือนเดิม แต่ตะกละมากกว่าเดิมอีกเหมือนจะชดเชยที่กินไม่ได้มาหลายวัน

เรารู้สึกผิดต่อปุ๊กลุ๊กที่ไม่บอกคนที่บ้านว่าปุ๊กลุ๊กปวดฟันก็เลยชดเชยด้วยการแอบเอาข้าวหรือขนมมาให้ปุ๊กลุ๊กกินบ่อยๆ

ตกค่ำเราเดินลงจากบ้าน แล้วแอบเอาขนมหรือบางทีก็ชงนมมาให้ปุ๊กลุ๊กกิน เราบอกปุ๊กลุ๊กว่า

”ขอโทษนะปุ๊กลุ๊ก ที่ปล่อยให้ปวดฟันตั้งหลายวัน “

ปุ๊กลุ๊กเห่าใส่เราหนึ่งที แปลความหมายได้ว่า

“ไม่เป็นไร แต่มีอะไรให้กินอีกมั้ยค้าบ”



Create Date : 03 เมษายน 2551
Last Update : 3 เมษายน 2551 17:58:59 น. 0 comments
Counter : 482 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ข้าวโพดแมวติสต์แตก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





myspace layout images



Friends' blogs
[Add ข้าวโพดแมวติสต์แตก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.