::KOPPOETS SOCIETY::
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
8 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
★ความจำสั้น แต่รักฉันยาว: ฉัน และความทรงจำกับ "คุณป้า" สามคน




เสียน้ำตาอีกแล้ว…


ฉันนั่งปาดน้ำตาป้อยๆ หลังชม "Best of Time: ความจำสั้น แต่รักฉันยาว” จบ โดยมีเสียงเพลงจากพี่เบิร์ด และสีสันสดใสของเครดิตท้ายหนังฉายอยู่เป็นเพื่อนกัน

ฉันขอแบ่งน้ำตาเป็นสามส่วน ซีกแรกฉันยกให้หนัง โดยเฉพาะความรักของลุงป้า
ส่วนอีกสองส่วน ฉันขอมอบให้ผู้หญิงสูงวัยอีกสองคน…

……….,,


ป้าสมพิศแอบหนีลูก เพื่อไปหาลุงจำรัสผู้เป็น “แฟน” ของแก ไกลถึงชุมพร ที่นั่น สองลุงป้าได้อยู่ด้วยกัน เหมือนกับย้อนเวลากลับไปเป็นหนุ่มสาว

ความรัก ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ไหน กับใคร ย่อมทำให้หัวใจกระชุ่มกระชวย และมีพลัง


น่าเสียดายที่เวลาแห่งความสุขเหลือน้อยลงทุกที เพราะนอกจากป้า “พิซซ่า” กำลังลังเลใจว่าจะไปอยู่อเมริกาพร้อมลูกหลานดีหรือไม่ ลุง “อังเคิลเจ” ก็ดันมาป่วยเป็นอัลไซเมอร์ และกำลังจะค่อยๆ สูญเสียความทรงจำ

พูดง่ายๆ ว่า มีให้เลือกอยู่สองทาง “จากตัว” กับ “จากจำ” …

แต่สุดท้ายลุงป้าก็หาทางเลือกให้ความรักของแกได้ แถม “อังเคิลเจ” ยังทิ้งประะโยคเท่ๆ เอาไว้ให้หลานๆ ที่นั่งดูอยู่ได้กรี๊ด



“จากกันตอนที่ยังจำกันได้ดีกว่า…”

 ……….,,


ป้าอีกคนแอบหนีลูก เพื่อไปหา “แฟน” ของแกไกลถึงเมือง “สุราษฎร์” โดยบอกลูกว่าจะไปเที่ยวที่ชุมพร ทันทีที่ป้าได้พบกับคนที่แกตั้งใจไปหา พูดคุยกันได้ไม่กี่คำ แกก็ล้มลง แน่นิ่ง…และทิ้งลมหายใจสุดท้ายไว้ที่นั่น

ป้าคนนั้น…แม่ฉันเอง


จึงไม่น่าแปลกใช่ไหม ที่ฉันจะร้องไห้หนักๆ ให้กับหนังเรื่องนี้ ฉันแอบนึกภาพแม่เป็นป้าสมพิศ และคิดว่า ถ้าแม่ได้อยู่กับ “แฟน” นานๆ อย่างป้าสมพิศบ้างก็คงดี

แต่ถึงแม้ช่วงเวลานั้นจะสั้นๆ ยังไม่ทันข้ามวัน แต่ฉันก็คิดเดาเอาเองว่า แม่ฉันมีความสุขแล้วล่ะ แกได้ไปในที่ที่อยากไป ได้เจอคนที่อยากเจอ แม้จะเพียงชั่วครู่

นั่นคงเป็นความทรงจำสุดท้ายที่เป็นสุข….



“แม้ได้จำแล้วต้องจาก ดีกว่าจากโดยไม่ได้เจอ”

……….,,


ป้าคนที่สาม เป็นอาซิ้มที่มาดูหนังกับอาเฮีย ทั้งสองคนนั่งที่นั่งถัดจากฉัน ซิ้มพูดเก่ง แกพูดคุยตลอดเวลาที่หนังตัวอย่างฉาย พอพูดหนักเข้าแกก็ไอแค่กๆ แล้วแกก็พูดต่อ โดยมีอาเฮียคอยรับฟังอย่างเดียว ไม่ปริปากเถียง

แม้ในขณะที่หนังฉาย ซิ้มก็ยังพูดคุย และออกความเห็นเป็นระยะ บางทีซิ้มก็จะแสดงอารมณ์แปลกใจออกมาเสียงดังๆ เช่น “อุ๊ย ดูคิ้วมันสิ”

ดูเหมือนฉันจะเซ็งซิ้มแกใช่ไหม?


แรกๆ ฉันยอมรับว่าเซ็ง แต่ย่ิงนานไป เรื่องราวในหนังดำเนินไปเรื่อยๆ ฉันกลับอุ่นใจ ที่มีซิ้มนั่งอยู่ข้างๆ

รู้สึกเหมือน มีทั้ง แม่ และป้าสมพิศ มาดูหนังเป็นเพื่อน

การได้นั่งติดกับคนสูงวัยกว่า (มากๆ) ในการดูหนังที่เล่าเรื่องของคนสูงวัย “ใกล้ม้วย” นั้น ช่วยให้เรา “เข้าใจ” หนังมากขึ้นอีกโข ในฉากที่เล่าเรื่องของสองลุงป้า ฉันรู้สึกว่าซิ้มแกกลมกลืนเข้าไปกับตัวหนัง ซิ้มนั่งนิ่งเงียบและตั้งใจดู ยิ่งเวลาที่เป็นเสียงเพลงเก่า แม้ไม่ได้หันไปมอง ฉันก็รู้สึกว่า


ซิ้มกำลังยิ้ม…







(ที่ว่ามาทั้งหมดแทบไม่เกี่ยวกับหนัง งั้นขอรีวิวแยกส่วนออกมาแทนแล้วกันนะคะ ^^)

..........

ตอนแรกรู้สึกแปลกๆ กับการแสดงของลุงจำรัส แล้วก็ป้าสมพิศ แต่พอดูไปนานๆ และเอาประสบการณ์เข้ามาช่วย ก็เริ่มชิน และคล้อยตาม เพราะบางที คนแก่ๆ เขาจะมีลักษณะการพูด และท่าทางแปลกๆ ที่ดูไม่ชินตา

เลยทำให้รู้สึกว่า ลุงจำรัสแกเท้เท่…


อย่างนึงที่เสียดายคือ ภาพ คือด้วยตัวบท และอารมณ์ทั้งหมดของหนังมันดีอยู่แล้วล่ะ แค่ภาพที่ได้จากการบันทึกระบบดิจิตอลมัน “กระด้าง” เกินไปกับหนังอารมณ์รักแบบนี้ แต่สำหรับบางฉาก ที่เป็นซีนอารมณ์หรือฉากสำคัญ ผู้สร้างก็แต่งสี และใส่ความประณีตเข้าไปเยอะ แต่กับบางฉากก็ละเลยเกินไป จนมันไม่ต่อเนื่อง

ถ้ามันได้ถูกถ่ายด้วยฟิล์ม ก็คงจะให้ภาพที่มีชีวิตชีวากว่านี้…


และถ้าใครได้ดูตัวอย่างหนังเรื่องนี้มากกว่าสองรอบ ก็สบายใจได้เลยว่า คุณได้ดูหนังเรื่องนี้จบแล้ว (ฮา) เพราะว่าตัวเนื้อเรื่องมันถูกเล่าไปหมดแล้วล่ะในตัวอย่างหนัง บอกทั้งจุดวิกฤต จุดคลี่คลาย และไดอาล็อกบางช่วงที่สำคัญๆ

แต่…

ถึงอย่างนั้นแล้วก็ต้องไปดูนะ เพราะสิ่งที่น่าสนใจ และเป็นเสน่ห์ของหนังไม่ได้อยู่ที่เนื้อเรื่องที่เดาได้ แต่มันคือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ บทสนทนาที่ชวนให้เอากลับไปคิด และการทิ้งสัญลักษณ์บางอย่างให้เรากลับบ้านไปตีความ ซึ่งไอ้ของแทรกพวกนี้เอง ที่มันใกล้ตัวเราเหลือเกิน และฉันว่ามันเป็นข้อเก่งของค่ายนี้เขาล่ะ

ฉันชื่นชม GTH ในแง่ที่เอาหลักการโฆษณา หัวข้อ ‘Consumer Insight’ มาใช้ในบทภาพยนตร์ได้อย่างแนบเนียนและร้ายกาจ เริ่มตั้งแต่ “แฟนฉัน” แล้ว ใครที่บอกว่าดูแล้วอิน ก็เพราะเราล้วนเคย “ผ่าน” วัตถุ คำพูด หรือเหตุการณ์ที่เหมือน คือคล้ายกันในหนัง ในความจำสั้นฯ ก็เหมือนกัน เพลงฮิตของพี่ตูน, เดอะ เบรน, Hi5 และ โปรแกรมแชท msn คือสิ่งที่ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายที่จะเข้ามาดูหนังเรื่องนี้

มันไม่ได้ถูกเอามาใช้แบบทื่อๆ หากแต่มันถูก “เพิ่มมูลค่า” โดยใส่ความหมาย ใช้เป็นตัวเดินเรื่อง เป็นสัญลักษณ์ของอะไรซักอย่างให้คนเอาไปตีความ มันเป็นการเอาสินค้าที่คน “อิน” มาเป็นตัวช่วย “ขาย” หนัง แถมบางทียังช่วยทำให้หนังมีเสน่ห์มากขึ้นด้วย


และก็ตามฟอร์มของค่ายฟีลกู้ด นี้เช่นเดียวกัน ที่จะต้องเปิดมหกรรม “ยำศิษย์เก่า” ที่เข็นกันมารับบทเล็กบ้าง ใหญ่บ้างในแต่ละภาคส่วนของหนัง ซึ่งสำหรับฉัน กลับอุ่นใจนะ เพราะถ้าขาดมุกนี้ไป คงคิดว่ามาดูหนังผิดเรื่อง 555

ร้อยแปดประการที่พล่ามมา ก็ไม่ได้มีเจตนาจะเชียร์ หรือแช่งหนังเรื่องนี้แต่อย่างใด แค่แสดงความคิดเห็นเล็กน้อยค่ะ ซึ่ง ถ้าไม่ได้เข้าไปดูหนังเรื่องนี้ก็คงไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ถ้าเข้าไปดู ก็คงไม่ได้ช่วยลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว หรือทำให้อัตราการเกิดลดลงหรือเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด



ก็แค่อมยิ้มเล็กๆ หรือเสียน้ำตาเล็กน้อยด้วยความสุขใจ เท่านั้นเอง…


................

เนื่องจากเมื่อตอนฝึกงาน ได้มีโอกาสไปกองถ่ายหนังเรื่องนี้พอดีเลย
และเพราะตอนนั้นตัวขึ้นขน ก็เลยไม่ได้เอามาลงบล็อก
ก็ถือโอกาสฉลองที่หนังเข้า และฉันได้ไปดูเรียบร้อยแล้ว เอารูปมาลงแทนก็แล้วกันนะคะ
(555 แก้ตัวชัดๆ)







"ป้าพิซซ่าและอังเคิลเจ"




"สะพานลอยรูปหล่อ"







"ถ้าไม่บอกคงคิดว่าเป็นหนังของสมอลรูม 555"






"ญารินดา...สาวเท่เสมอต้นเสมอปลายในสายตาของฉัน"






"พี่สิน"




"สวนทุเรียนยามเย็น"





สุดท้ายแล้วค่ะ



+++++++++++++

ด้วยบล็อกที่ไม่สั้นของคนสันหลังยาว


นิดนก*






Create Date : 08 มีนาคม 2552
Last Update : 8 มีนาคม 2552 22:22:34 น. 9 comments
Counter : 732 Pageviews.

 
แฟงก็อยากไปดูหนังเรื่องนี้จัง


โดย: d_regen วันที่: 8 มีนาคม 2552 เวลา:23:07:13 น.  

 
ไปดูมาแล้วค่ะ

น่ารักมาก มาก
นั่งอมยิ้มคนเดียวตลอดเรื่องเลย...





โดย: เอื้องสามปอย วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:1:17:04 น.  

 
ยังไม่ได้ดุเลยว่ะ ไม่มีอารมณ์ดู 55


โดย: merveillesxx วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:7:48:29 น.  

 
อาซิ้มข้างๆนะ แม่ผมหรือเปล่า? ผมก็พอจะเป็นอาเฮียได้ซะด้วยสิเนี่ย

แม่ผมเขาไม่ได้ชี้ให้ดูนู่นดูนี่ แต่แกชอบเดาเรื่อง ถูกบ้างไม่ถูกบ้างตามเรื่องตามราว ความตื่นเต้นของคนวัยกล้วยไม้ครับ ผมก็นั่งฟังนั่งลุ้นตามไป แต่บางทีแกถามหรือพูดผิดผมก็แก้ให้ แกก็เป็นแบบลุงเจเหมือนกัน หากวันหลังเผลอไปนั่งข้างใครก็ขออภัยล่วงหน้านะครับ

รูปสวยดีนะครับ แต่เราเด็กคนละค่าย ผมเด็กนิกรหนะ


โดย: จุใจ IP: 58.9.147.196 วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:9:03:05 น.  

 
^
^
^

เราก็นิกรนะ ไม่ได้หนอนซักกะหน่อย ทำไมถึงเข้าใจอย่างนั้นล่ะคะ 555555


โดย: ยิ่งยง นั่งยองยอง วันที่: 9 มีนาคม 2552 เวลา:21:34:37 น.  

 
ขอบคุณที่มาอวยพรวันเกิดครับ ^^ (แก่ขึ้นอีกทีแล้ว อ๊ากกกกก) เค้าว่าคนเดือนเดือนมีนานี้มีบุญน่ะ (เอ๊ะ สำนักไหน 55+)

ยังไม่ได้ดูเลยครับ ไม่รู้ว่าจะแชร์อะไรดี แต่เรารู้สึกนะว่าตัวอย่างตัดมาไม่ค่อยดีเลย (พาลทำให้ไม่ค่อยอยากดู) แต่คุณนิดนกรู้สึกจะชอบอยู่เอาเรื่องเหมือนกันน่ะ...

เอ๊ะ ขอถามหน่อยนะ เรื่องในเอนทรี้ที่แล้วนี้ออกเป็นแผ่นแล้วใช่ไหมครับ... คือแบบว่าไม่ได้ไปไหนเลยนอกจากบ้านและออฟฟิศ ตกข่าวสุดๆ


โดย: BloodyMonday วันที่: 10 มีนาคม 2552 เวลา:18:06:24 น.  

 


Ba by PART2 -



 อินชอนมาแล้วค๊ามาแล้ว คิดถึงมากๆเลยนะคะ
สร้าง Comment ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง..คลิ๊กที่นี่


แม่ปูก็ชอบเหมือนกันค่ะหนังเรื่องนี้ ขอบคุณมากนะคะที่นำมาให้ชมและให้คอยติดตามค่ะ ต้องขอโทษเป็นอย่างมากเลยนะคะที่พาน้องอินชอนหายไปจากบล็อกแก็งค์หลายวันเลย เนื่องจากตอนนี้แม่ปูยังเคียร์คิวตัวเองและธุระที่ทำอยู่ไม่ลงตัวเสียทีแถมช่วงนี้ลูกชาย (พี่น้องหมาที่บ้านที่ชื่อลุงเคิล)ก็มาไม่สบายเสียอีกเพราะความชรา โรคก็เลยเย่อะเหมือนคนแก่คุณหมอต้องให้นอนโรคพยาบาลสามถึงสี่วันก็อาจต้องหายหน้าหายตากันไปอีกค่ะเพราะต้องไปให้กำลังใจกันที่โรงพยาบาลสัตว์เกษตรฯอินชอนก็ขอตามไปด้วยเพราะรักลุงเหมือนกัน แต่ก็จะอยู่ข้างนอกในรถค่ะเนื่องจากในโรงพยาบาลสัตว์มีแต่สัตว์ป่วยแถมขนเย่อะก็เลยให้รออยู่ด้านนอกแต่ก็ไม่มีปัญหาอะไรขอให้อินชอนอยู่ใกล้ๆแม่กับลุงเคิลอินชอนก็ดีใจแล้วละค่ะ แล้วได้ส่งใจให้ลุงเคิลด้วยลุงเคิลจะได้มีกำลังใจเพราะในรอบสิบปีที่ผ่านมา นี่ถือเป็นครั้งแรกของชีวิตที่เราต้องห่างกัน ลุงเคิลไม่เคยต้องนอนที่ไหนนอกจากบ้านของเรา เราคือครอบครัวเดียวกันและจะไม่มีวันทิ้งกันค่ะ อีกทั้งยังน้องอินชอนตอนนี้ก็ติดแม่มากๆเลยค่ะชนิดขยับตัวหรือแทบจะไม่มีโอกาศย่องออกมาเข้าบล็อกได้อีกเลยไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนจะเรียกหาแม่ตลอดถ้าไม่ไปหาก็จะมาป่วนคอมฯซะเลยถ้าแม่พิมพิ์อินชอนก็จะช่วยพิมพิ์ด้วยเลยยุ่งกันไปใหญ่เลยค๊า แล้ววันนี้เพื่อนที่น่ารักของแม่ปูและน้องอินชอนเป็นยังไงบ้างคะสบายดีหรือปล่าว วันหยุดที่ผ่านมาไปเที่ยวสนุกไหมคะ หรืออยู่บ้านพักผ่อนค๊า อากาศที่นี่เป็นยังไงบ้างคะตอนนี้ ที่บ้านแม่ปูกับอินชอนร้อนมากๆเลยค่ะ ชนิดตับแล๊บเลย ฮูๆแฮกๆ ส่งอินชอนมาพร้อมกับรอยยิ้มและจูจุ๊บคนน่ารักด้วยค่ะ บอกว่าแม่ปูและอินชอนคิดถึงมากๆเลยนะคะ ขอให้มีความสุขในทุกๆวันนะคะ แล้วถ้ามีเวลาจะรีบเข้ามาทักทายทันทีเลยนะคะ ไปก่อนนะคะอินชอนเรียกอีกแล้วค่ะ บ๊ายบาย แล้วถ้าพอมีเวลาว่างอย่าลืมนะคะเหมือนเดิมค๊าแวะเข้าไปดูการ์ตูนอินชอนกับน้องหมิงหมิงและให้รักกำลังใจน้าโจน้องอินชอนและน้องหมิงหมิงน้องกันและเพื่อนๆร่วมแก็งค์ที่บล็อกพลังชีวิตด้วยนะคะ รักมากมายค่ะ จุ๊บบบบบบ
http://powerup.bloggang.com



โดย: แม่ปูและน้องอินชอน (Incheon ) วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:1:18:18 น.  

 
อ่า ขอบคุณที่มาบอกข่าวคราวของ Detroit Metal ครับ คือเราเคยเห็นบทวิจารณ์ของเรื่องนี้ ช่วงที่มันออกไปฉายตามเทศกาล ซึ่งก็เขียนไว้น่าดูซะ และคุณนิดนกยังมาตอกย้ำอีกว่ามันแจ่ม ก็เลย... ^^

อืมม เพราะมันลิงค์กับประสบการณ์จริงนี้เอง ถึงชื่นชอบเป็นพิเศษขนาดนี้ (ว่าแต่คุณนิดนกเป็นคู่ลุง-ป้ารึเปล่าครับ ฮ่าๆๆ)

พูดถึงตย.ที่เล่าหนังทั้งเรื่อง วันนี้นั่งดูตย. Funny People ของ จัดด์ อาพาโทว์ พอดูจบ... ก็คิดในใจเหมือนกันว่า "อรึมม นี้ตกลงเราดูหนังทั้งเรื่องแล้วใช่ไหม" -*- ลองดูนะครับ...



โดย: BloodyMonday วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:18:44:13 น.  

 
ตอนนี้ลุงเคิ้ล สุนัขของพี่ปูเสียแล้วนะคะ
พี่ปูอาจไม่ได้เข้าบล็อกซักพักนึงนะคะ
ขอโทษมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่ะ
แวะไปให้กำลังพี่ปูได้นะคะ
ขอบคุณค่ะ...

แม่ปูและน้องอินชอนhttp://incheon.bloggang.com






โดย: noopeach_za!! วันที่: 17 มีนาคม 2552 เวลา:20:31:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ยิ่งยง นั่งยองยอง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ยิ่งยง นั่งยองยอง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.