::KOPPOETS SOCIETY::
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
20 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
ปัญญา เรณู: ใส สวย มีความสุข :)

“ปัญญา เรณู ใสมาก ดีมาก มีความสุขมากที่ได้ดู” คือทวิตที่ฉันพิมพ์หลังออกจากโรงฉาย“ปัญญา เรณู” รอบบ่ายๆ ของวันอาทิตย์ และตั้งใจเอาไว้เลยว่า จะกลับมาเขียนอะไรบางอย่างให้กับหนังเรื่องนี้ หลังจากที่ไม่ได้เขียนถึงหนังมาหลายเดือน (จนลืมไปแล้วว่าเรื่องสุดท้ายที่เขียนคือเรื่องอะไร)

“ปัญญา เรณู” เล่าถึงวิถีชีวิตบางส่วนของคนไทยในภาคอีสาน โดยมีตัวละครหลักคือ “เด็กชายปัญญา” และ “เด็กหญิงเรณู” พาเราเข้าไปมองดูเด็กทั้งสองและเพื่อนๆ ของพวกเขากำลังจะต้องเตรียมวงดนตรีหางเครื่องเพื่อไปแข่งขันระดับอำเภอ ที่มีคู่แข่งเป็นโรงเรียนใหญ่ทุนหนา ถ้าใครชนะจะได้ไปแข่งต่อในระดับจังหวัด เพื่อหาตัวแทนหนึ่งเดียวมาแข่งในรายการชิงช้าสวรรค์ที่กรุงเทพฯ

แต่ด้วยความที่โรงเรียนของปัญญาและเรณูอยู่ห่างไกลเกินกว่าที่งบประมาณและความใส่ใจจากเจ้าหน้าที่รัฐหรืออะไรก็แล้วแต่ จะเข้ามาถึงได้ ทำให้วง “หนหวย” ของพวกเขาต้องซ้อมกันแบบตามมีตามเกิดหนังกลองที่เก่าจนใกล้จะแตก พิณ แคน โปงลาง กำลังจะสิ้นสภาพความเป็นเครื่องดนตรี หางเครื่องก็เต้นกันไปตามใจคิด ไม่มีท่าทางใหม่ๆ ไม่มีใครเข้ามาสอน สิ่งที่ทั้งวงต้องการก็คือ เงินสำหรับซื้อเครื่องดนตรีใหม่ และครูหางเครื่องดีๆ ซักคนที่จะมาสอนเด็กๆ

นั่นคือเรื่องราวที่หลากตัวละครได้ร่วมเผชิญด้วยกัน ที่เหลือนั้นหนังให้น้ำหนักไปที่เด็กชายปัญญา เราได้เห็นบ้านที่เขาอยู่ ครอบครัวของเขาที่มีพ่อและแม่ท่าทางใจดี เพื่อนฝูงของเขา และ “มิว” เด็กสาวชาวกรุงที่ปัญญาแอบหลงรัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก เพราะมีก้างตัวโตคือเด็กหญิงเรณู ที่ออกปากเอาไว้เลยว่า “มิวน่ะ แค่หมู่ แต่เรณูน่ะผู้สาวตัวจริงนะ!” (ถ้าจำภาษาอีสานผิดตกบกพร่องอย่างไร ขออภัยด้วยค่ะ)

ฉันชอบความใส และจริงใจจนเกือบจะเรียกว่าดิบของหนัง ดูแค่จากเสื้อผ้าหน้าผมที่ธรรมดาและเป็นธรรมชาติมากซึ่งถ้าเกิดเป็นความตั้งใจของผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายก็ยิ่งต้องชื่นชม เพราะมันธรรมดาจนเหมือนกำลังดูภาพเบื้องหลังการถ่ายทำ หรือไม่ก็เป็นหนังสารคดีซักเรื่อง รวมถึงการแสดงของเด็กๆ แก๊งค์อีสาน ที่เล่นได้เป็นธรรมชาติเหมือนกับพวกเขามองไม่เห็นกล้องอยู่ตรงนั้น ที่โดดเด่นและฉันชอบคือน้องที่เล่นเป็นปัญญา ฉากที่ “ปลิงเข้าหำ” น้องเค้าเล่นซะจนฉันเชื่อและอดเสียวแทนไม่ได้ส่วนการแสดงของเด็กแก๊งค์กรุงเทพฉันว่ายังไม่ลงตัวเท่าไหร่ บทของ “กี่” ตุ๊ดเด็กเมืองกรุง ดูพยายามมากไป

อีกอย่างที่ฉันรู้สึกคือ ทุกสิ่งที่อยู่ในหนังมันคือภาพสะท้อนความคิดความรู้สึกต่อวิถีชีวิตคนอีสานของผู้กำกับ (ซึ่งก็คือคุณ “บิณฑ์ บันลือฤทธิ์”) ที่เล่าออกมาแบบไม่ยัดเยียด ประดิษฐ์ประดอยจนเกินไป แต่มันอยู่ในจังหวะจะโคน ในเหตุการณ์ คำพูด และความเชื่อของตัวละคร

เท่าที่ฉันเห็น ชาวไทยอีสานใน “ปัญญา เรณู” มีความผูกพันกับสถาบันอย่าง วัด โรงเรียน และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (อาจหมายถึงภูติผี เจ้าแม่ เจ้าพ่อ เจ้าป่าเจ้าเขา) ดูได้จากหมู่บ้านของปัญญา ที่หากจะจัดอันดับความห่างไกลจากความเจริญ (ที่รัฐควรจะจัดให้) หมู่บ้านนี้คงได้ลำดับต้นๆ ของประเทศ พวกเขายังไม่มีน้ำประปา ไม่มีไฟฟ้า ถนนก็พังจนขี่ควายหรือขี่จักรยานเอาสบายใจกว่า เมื่อเวลาที่เกิดปัญหา ที่พึ่งพิงของชาวบ้านก็หนีไม่พ้นการบนบานศาลกล่าว การวิ่งมาให้หลวงพ่อพรมน้ำมนต์ให้ หรือถ้าโชคดี ก็จะมีคอนเน็คชั่นดีๆ จากกรุงเทพมาให้ได้พึ่งพา อย่างที่ปัญญาเรียกใช้บริการหางเครื่องจากตุ๊ดเด็กกี่

พอเข้าเมืองมาหน่อย เป็นหมู่บ้านของโรงเรียนโคกสอาดที่ดูเจริญหูเจริญตามากขึ้น ถึงจะเริ่มมีเส้นสายเป็นคนจากรัฐเข้ามาช่วยเหลือโอบอุ้มบ้าง แต่ก็เป็นการช่วยเหลือด้วยสิเน่หา เพื่อแลกกับการรักษาชื่อเสียงของนักการเมืองเหล่านั้นไม่ให้ห่างไปจากใจของชาวบ้าน...ไม่ใช่การช่วยเหลืออย่างเป็นระบบจากหน่วยงานของรัฐ

เขียนแล้วดูจะหดหู่เกินไป เพราะเอาเข้าจริงๆ ภาพชีวิตของชาวไทยอีสานในความทรงจำของคุณบิณฑ์นั้นมีความสุขดี อยู่กันแบบพึ่งพาอาศัย มีเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น ไฟไม่มีก็ไม่ใช้ น้ำประปาไม่มีใช้น้ำบาดาลก็ได้ เครื่องดนตรีไม่มีก็ลองหาด้วยตัวเองเอา เพราะถ้ารอกระทรวงอนุมัติคงทันรุ่นลูกของปัญญาเรณู เป็นมุมมองที่ทำให้ผู้ชมเห็นว่า จริงๆ แล้ว ชาวอีสาน ภาคที่ในหนังสือเรียนวิชาสังคมศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการเขียนเอาไว้ว่า แห้งแล้ง ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น ไม่ได้ดูเศร้าและหดหู่ในแบบที่เราเข้าใจ แต่เขาก็มีวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อที่แตกต่างกันไปตามถิ่นที่อยู่และประสบการณ์ที่ต่างกัน

(แต่ถ้าอยากเห็นด้านที่ยากลำบากของชาวอีสาน ไม่ต้องไปไกล แค่ลองเปิดใจแล้วฟังเสียงของพวกเขาที่ถนนเส้นใหญ่ในเมืองกรุง ฮี่ๆ)

ยังมีอีกหลายอย่างในหนังเรื่องนี้ที่ฉันชอบ เช่นการไม่ยัดเยียดความสุดโต่งให้กับตัวละครใดๆ คือจะเป็นผู้ร้ายก็ร้ายไม่สุด นักการเมืองในหนังเรื่องนี้ไม่ใช่คนเลว, บักเป่วลูกคนรวยในหมู่บ้านก็ไม่ใช่เด็กดื้อเอาแต่ใจจนเกินงาม เรายังได้เห็นด้านน่ารัก กวนตีน (และหล่อ) ของหนุ่มน้อยคนนี้อยู่ รวมถึงการถ่ายภาพในหนังเรื่องนี้ก็ไม่ถือว่าขี้เหร่ ฉากที่เด็กๆ วิ่งว่าวกันกลางทุ่งใหญ่ สวยดี (เป็นฉากที่ต้องรอดูใน end credit อย่ารีบลุกออกจากโรง) หรือแม้แต่เสียงเพลงหมอลำทุกเพลงที่ช่างบันเทิงและมีชีวิตชีวา เป็นมรดกทางวัฒนธรรมดนตรีอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เห็นว่าชนชาติไทยก็โจ๊ะไม่แพ้ใครในโลก

ต้องยกความดีความชอบให้ความตั้งใจเกินร้อยของผู้กำกับ “บิณฑ์ บันลือฤทธิ์” ที่ฉันเชื่อว่า คุณบิณฑ์สามารถนิพพานได้แล้วหลังจากทำหนังเรื่องนี้ เพราะจากที่ได้อ่านและฟังคุณบิณฑ์ให้สัมภาษณ์ เขาตั้งใจทำเรื่องนี้เพื่อมอบให้ชีวิตตัวเองสมัยเด็กๆ และเล่าความเป็น “ลูกอีสาน” อวดให้ใครๆ ได้เห็นความตั้งใจที่จะถ่ายทอดความทรงจำที่ซื่อสัตย์ที่สุดต่อบ้านเกิดตัวเอง คือเสน่ห์ที่เห็นได้ในงานของคุณบิณฑ์ทุกๆ เรื่อง และเข้มข้นตรึงใจที่สุดในเรื่องนี้แหละ “ปัญญา เรณู”




Create Date : 20 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 20 กุมภาพันธ์ 2554 22:00:20 น. 29 comments
Counter : 1347 Pageviews.

 
น่าดูค่ะ
เป็นเรื่องหนึ่งที่ตั้งใจว่าจะดู ^^


โดย: โสดในซอย วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:07:28 น.  

 
เรื่องนี้ชอบมากครับ !!


โดย: ลูกอบรสเขียด วันที่: 20 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:23:40:15 น.  

 
เขียนได้ดีมากครับ อยากให้ไปดูกัน รับรองมีรอยยิ้มกลับบ้านกันทุกคน


โดย: นุ IP: 180.183.17.59 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:06:04 น.  

 
เขียนดีจังครับ อยากให้คุณบิณฑ์ ได้เห็นประโยคนี้จัง "คุณบิณฑ์สามารถนิพพานได้แล้วหลังจากทำหนังเรื่องนี้"


โดย: รางรถไฟ IP: 202.28.78.145 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:15:16 น.  

 
แนะนำให้ไปดูเรื่องนี้อีกคนค่ะ อมยิ้มตลอดทั้งเรื่องค่ะ


โดย: MIN IP: 125.25.228.72 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:10:18:26 น.  

 
ขอบอกว่า เป็นหนังที่ตอนแรกไม่คิดว่าจะดูเลยค่ะ

แต่อ่านรีวิวและเพื่อนในเฟซบุ๊คคนหนึ่งแล้ว อยากดูขึ้นมาทันควัน

ปัญหาคือ หนังจะอยู่จนเรามีเวลาดูหรือเปล่านี่สิ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:06:15 น.  

 
ไปดูมาแล้วครับ ประทับใจมาก
..ซาบซึ้ง ตื้นตัน อิ่มเอม
เกินจะบรรยายจริงๆ นานๆจะได้ดูหนังดีๆแบบนี้
..ขอได้รับความขอบคุณจาก แมงกุ๊ดจี่ อินเตอร์เนชั่นแนล


โดย: เจ้าพ่อคะนองรัก IP: 125.24.146.138 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:11:17 น.  

 
^__^


โดย: เซ็งอูฐ IP: 125.26.172.193 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:15:41:02 น.  

 
เขียนดีมากครับ ส่วนตัวผม ยิ่งไม่ชอบดูหนังไทย เท่าไหร่เลย แฟนชวนเชิงบังคับ เลยต้องดู สุดท้ายผมเกือบจะพลาดเหมือน และสนุกเกินคาดหมายมากมายจริงๆครับ ชื่นชมเลยว่าทำได้ดีชนิดว่าไม่อย่างเชื่อว่า คุณ บิณฑ์ กำกับ


โดย: เชื่อแล้วว่า พูดจริงทำจริง IP: 110.49.205.145 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:32:04 น.  

 
ไปดูมาแล้วเช่นกันคับ ประทับใจสุดๆ ชอบหลวงพ่ออ่ะ หยอง ลูกหยีอย่าฮา เจอหน้าเข้าฉากมีฮาตลอด ตอนสุดท้ายก็ซึ้งดีคับ ภาวนาให้หนังดีๆ ได้ตังเยอะๆคับ....


โดย: ไทหนองคาย IP: 124.121.189.180 วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:51:10 น.  

 
ผมยืนยันอีก 1 เสียงครับ เป็นหนังที่ดีมากๆ
ผมขอให้ได้ปาฏิหารย์ทีเถอะครับ เรื่องนี้ ผมเข้ามาเชียร์ครับ
สู้ๆ น่ะครับ พี่ บิณฑ์ ^ ^


โดย: ไทอุดร IP: 110.164.248.47 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:14:27 น.  

 
สวดยอดมากจริงๆคะ


จากใจเลยนะเราเป็นลูกอีสานคนนึง ชอบมากๆๆๆๆๆๆ


โดย: บ่าบี๋ วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:11:25:21 น.  

 
ไปดูมาแล้ว

นอกจากความสนุก ยังมีอะไรหลายๆอย่างสอดแทรกด้วย

ขอบคุณสำหรับบทความครับ


โดย: ฺBorg IP: 124.121.204.158 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:0:11:47 น.  

 
ไปดูได้เลยครับไม่ผิดหวังแน่นอน ตอนแรกผมคิดว่าหนังคงเป็นเรื่องตลกใสๆ แตที่ไหนได้มีครบทุกรสชาติ และที่สำคัญหนังดำเนินเรื่องได้ดีมาก สอดแทรก คุณธรรม จริยธรรม และ วิธีชีวิตของคนอีสานโดยแท้ ผมประทับใจมากดูแล้วคิดถึงเด็กในหมู่บ้านถ้าเป็นไปได้ผมอยากเหมาตั๋วให้เด็กในโรงเรียนบ้านนอกได้ดู เป็นตัวอย่าง ในฐานะที่ผมเป็นเด็กบ้านนอกเคยสู้ชีวิตมาจนได้มาเรียนที่มหาวิทยาลัยที่ดีๆ ผมว่าแค่เงินห้าสิบ หกสิบบาทแล้วได้ดูหนังที่มีคุณภาพอย่างนี้ผมว่าไม่น่าเสียได้เลยสักนิดเลย หนังนี้ถ้าไม่มีอุปสรรคเรื่องภาษายังไงก็ได้โหวดเป็นหนังที่ได้รับรางวัลหนังยอดเยี่ยมแห่งปี 2554 แน่นอน ผมชอบตอนสุดท้ายของเรื่องมาก ผมร้องไห้ไม่หยุดเลยเพราะผมซึ้งตอนที่หลวงพ่อบวชเณรให้ปัญญาที่ใกล้ตายแล้วแม่ของปัญญานั่งลงกราบ สามเณรปัญญา นี้แหละคือโอกาสเดียวที่แม่จะได้กราบลูกก็ต่อเมื่อลูกห่มผ้าเหลือง เมื่อลูกได้ห่มผ้าเหลืองแล้วไม่ว่าจะเป็นสามเณรหรือพระพ่อแม่ก็ภูมิใจมาก (ผมขอชมผู้กำกับว่าเขาสามารถทำหนังอีสานโดยแท้ได้ดีขนาดนี้เขาเก่งมากๆๆ)




โดย: taweephol_phol@hotmail.com IP: 223.207.175.143 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:2:10:47 น.  

 



ขอให้มีความสุขดั่งใจหวัง
ขอให้มีพลังก้าวมั่นอย่าหวั่นไหว
ขอให้คนรอบข้างจงรักมั่นฤทัย
ขอให้สุขภาพใจสุขภาพกายแข็งแรงเทอญ

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดนะคะ มีเพลงเพราะ ๆ มาฝากด้วยจ้า






โดย: KeRiDa วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:1:02:44 น.  

 
อยากดูมั่งอ่า

Happy birthday ka

ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยๆ และได้เป็นที่รักของทุกๆคนนะคะ


โดย: Sugar lip วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:1:48:23 น.  

 


โดย: veerar วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:1:50:42 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดครับ ขอให้มีสุขภาพร่างกายเเข็งเเรง
คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาเเละมีความสุขในทุกๆวันครับ


โดย: Don't try this at home. วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:2:38:55 น.  

 

สุขสันต์วันเกิด ขอให้พบกับสิ่งดีๆ ในชีวิตนะค่ะ




โดย: brackleyvee วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:3:59:34 น.  

 
สุข สราญงามสรรพชีวิต
สันต์ สถิตสมมารถปรารถนา
วัน คืนลับ ทุกข์คลายหายพริบตา
เกิด ปัญญา รับวันใหม่ ผ่องแผ้วเอย




โดย: ทัสนะ (atruthoflife10 ) วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:6:10:50 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ


โดย: บาร์บี้แสนสวย วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:7:12:49 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดค่ะ


โดย: Justholla IP: 192.168.107.132, 118.174.15.186 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:8:59:51 น.  

 
สุขสันวันเกิด ขอให้มีความสุขครับ *0*


โดย: ท็อบ IP: 183.89.230.147 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:12:18:27 น.  

 


โดย: nootikky วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:14:12:37 น.  

 


สุขสันต์วันเกิด มีความสุขมากๆ นะคะ


โดย: Megeroo วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:18:34:13 น.  

 
สุขสันต์วันเกิด มีความสุขมากๆนะคะ


โดย: นกเผือก วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:19:53:44 น.  

 



สุขสันต์วันเกิดนะครับ


โดย: panwat วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา:22:05:44 น.  

 
ดี ครับหนังเรื่องนี้ ปัญญาเรณู 2 ติดตามครับ


โดย: pongsakorn IP: 118.175.21.195 วันที่: 10 มกราคม 2555 เวลา:11:31:00 น.  

 
หนูชอบหนังเรื่องนี้มากเลนค่ะมันม่วนด๊หนูมักบักปัญญากค่ะน่ารักมาก คนที่เขียนก็ดี ยิ่งภาค2ยิ่งรักปัญญาเข้าไปหลายค่ะ ฮักเด้อปัญญา คนบ้านโนนศิลาเลิงปาล์ม


โดย: ปาล์ม IP: 192.168.1.101, 1.1.207.13 วันที่: 27 มิถุนายน 2555 เวลา:17:54:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ยิ่งยง นั่งยองยอง
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ยิ่งยง นั่งยองยอง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.