กรอบหน้าต่างยังคงเดิมในทุก ๆ วัน แต่สิ่งที่เปลี่ยน...คือข้างนอกหน้าต่าง
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
2 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
ณ อุ้มผาง ....ตามฝันในเมืองแห่งสายหมอก (ตอน 1 ลำนำเส้นทางปะละทะ จนถึงทุ่งใหญ่นเรศวร



เมื่อรถตู้พ้นขอบโค้งของขุนเขา จากรัตติกาลสู่ยามเช้า
ฉันเพิ่งตื่นจากหลับไหล จากการเดินทาง 1,219 โค้งที่ล่วงผ่าน
แม้อยากจะชื่นชมวิวยามเช้า ในยามรถแล่นไต่ขอบเขา... แต่ก็ยากจะลืมตาได้อย่างสดชื่นเหมือนทุกครั้ง
อาจเพราะขอบโค้งมากมายที่โอนไป เอนมา คล้ายกับว่ากำลังนอนอยู่บนเปล หากแกว่งไกวตามสายเปล เพียงไม่ช้าก็เข้าสู่นิทราอย่างง่ายดาย
พอจะฟื้นตื่นเต็มที่ ก็เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ที่พัก "ริมน้ำป่าคารีสอร์ท" ต.แม่กลอง
แสงแดดกระทบกับหมอกยามเช้า ละตามต้นสักที่ปลูกเรียงรายอยู่ 2 ข้างทาง ทอดยาวเข้าสู่รีสอร์ท ทำให้หัวใจสดชื่นขึ้นมาอีกครั้ง


มาถึงที่พักประมาณ 7 โมงกว่า ๆ หมอกยามเช้าก็ยังปกคลุมอยู่ รอยน้ำค้างก็ยังไม่จางหาย ยังเกาะอยู่ตามกิ่งก้านใบ เราได้สัมผัสอุ่นไอหนาวเข้าแล้ว...
หากเป็นยามค่ำคืน เราคงจะนอนหนาวกว่านี้แน่
ออกเดินสำรวจรอบ ๆ รีสอร์ท ทั้งหน้าบ้าน ข้างบ้าน บ้านตนเอง และบ้านคนอื่น

บ้านหลังเล็ก ๆ กับสวนข้างบ้านที่ดูไม่รกตา



เรือนหลังนี้เป็นที่พักของคณะพวกเรา นอนได้หลายคนอยู่ ลักษณะบ้านเป็นแบบยกพื้น ถูกใจมากมายกับบันไดขึ้นชาน ที่มีกอดอกดาหลาปลูกอยู่ข้างเชิงบันได


สำรวจรีสอร์ทกันพอหอมปากหอมคอ ก็ได้เวลาออกเดินทางต่อ เพื่อไปชมความงามของน้ำตกปะหละทะ เราเปลี่ยนพาหนะจากรถตู้มาเป็นรถปิคอัพ ที่ทางรีสอร์ทจัดไว้ให้ เพราะทางที่เราจะไปนี้สมบุกสมบันพอดู
ทางลาดด้วยหินดินแดง ฝุ่นฟุ้งกระจายตลอดเส้นทาง
เรามาถึงจุดที่จะต้องเดินเข้าไปสู่น้ำตก วิวสวยถูกใจเหลือหลาย แค่ทางเข้าก็ตกหลุมรักซะแล้ว




ทางเดินเข้าสู่ธารน้ำตก มีวิวของหุบเขาน้อยใหญ่โดยรอบ สองข้างทางเป็นนาข้าวที่ถูกเกี่ยววางไว้ เพื่อคอยเวลาตีข้าว
กำลังจะถ่ายขอบเขาสุดขอบฟ้า เจ้าแมวเหมียวหันกลับมา จ้องหน้าแล้วก็นั่งแหมะไม่ไปไหน แบบว่า ขอถ่ายด้วยนะ แล้วก็นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น เลยได้ภาพอีกแนวมาด้วยเหตุฉะนี้

แดดแรงพอดู แต่ก็เย็นสบาย เลยไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ทางลื่นบ้าง ปีนป่ายบ้าง ลุยน้ำบ้าง แต่ลูกทริปไม่มีบ่น น้ำตกที่ซ่อนตัวอยู่ลึกลงไป ไพรป่าบังกางกั้นไว้ ได้ยินเสียงน้ำตกค่อย ๆ ใกล้เข้ามาทุกที
สายน้ำตกสายแรกกล่าวต้อนรับเราว่า อีกไม่ไกล...อีกนิดนึงจะถึงแล้ว


น้ำตกปะละทะที่เราไปนั้น มีอยู่หลายชั้น แต่ด้วยเวลาที่จำกัด เราจึงได้ไปเพียงแค่ชั้นต้น ๆ เท่านั้น แต่บรรดาสมาชิกก็กดชัตเตอร์ภาพสวย ๆ ไว้ประทับใจกันคนละหลาย ๆ ภาพทีเดียว


เห็นสะพานที่เป็นท่อนซุงขนาดเขื่อง ถูกทอดเป็นทางข้ามไปสู่น้ำตกอีกฝั่งหนึ่ง ทำให้นึกถึงสะพานข้ามลำธารของน้ำตกผาดอกเสี้ยว แต่ที่นี่คงมิอาจเทียบความคลาสสิคได้ขนาดนั้น มีแต่สร้างความหวาดเสียวเล็ก ๆ เวลาก้าวข้าม ...รู้สึกว่าเหมือนกำลังเล่นกายกรรมไต่เส้นลวดประมาณนั้น เพราะสะพานเป็นเพียงท่องซุงกลม ๆ ถึงจะใหญ่โต แต่ก็ลื่น ๆ เหมือนกัน





อำลาน้ำตกปะละทะ คณะของเราก็นั่งรถต่อไปยังเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันออก ระยะทางยาวไกลโรยด้วยดินสีแดงตลอดเส้นทาง เราไปถึงที่นั่น ก็เที่ยงกว่าแล้ว ทางรีสอร์ทช่วยเตรียมข้าวกล่องไว้ให้พวกเราได้ทาน (ข้าวใส่กล่องพลาสติก เพื่อเป็นการลดปริมาณขยะให้กับแหล่งที่เราจะไป อยากให้ใครหลาย ๆ คน ทำแบบนี้กันถ้วนทั่ว ประหยัด และลดปริมาณขยะอย่างเห็นผลจริง ๆ)


หลังจากทานข้าวแล้ว หัวหน้าสมปอง แห่งเขตทุ่งใหญ่ฯ กล่าวแนะนำประวัติความเป็นมาของผืนป่า และภารกิจของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ทำให้เราได้รู้อะไรเกี่ยวกับป่าผืนนี้ได้มากมาย
ผืนป่าตะวันออกเป็นผืนป่าที่สมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่ง ทุกคนรู้ว่าตนเองมีหน้าที่พิทักษ์ป่า เฝ้าระวังภัยคุกคามที่จะมีมายังผืนป่าและสรรพสัตว์ ในขณะเดียวกันก็ทำความเข้าใจกับชุมชนให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา และยอมรับในกฎที่จำเป็นต้องมี เพื่อจะอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข
เราไม่สามารถจะให้ป่าอยู่เหนือชุมชน แต่ก็มิอาจให้ชุมชนอยู่เหนือป่าได้เช่นกัน จึงเป็นภาระหนักเหลือเกินสำหรับผู้พิทักษ์ป่า
แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันฟังแล้วถึงกับอึ้งไป ก็ตรงที่งบต่าง ๆ ที่เป็นค่าจุนเจือ สวัสดิการสำหรับพนักงานพิทักษ์ป่าที่เป็นลูกจ้างชั่วคราวและลูกจ้างประจำนั้น หลัก ๆ นั้นมาจากกลุ่มเอกชน หาได้เป็นหน่วยงานรัฐบาลอย่างที่ฉันเข้าใจในคราแรกไม่ "งบไม่มี" คือคำตอบที่ฉันรู้สึกสงสารคนที่เขาตั้งใจทำงานเพื่อผืนป่า เพื่อแผ่นดิน แต่รัฐกลับไม่ได้ให้การสนับสนุนเลย มูลนิธิสืบฯ จึงเป็นเสมือน เพื่อนผู้เป็นที่พึ่งพิงในยามยากเช่นนี้
หัวหน้าสมปองบอกเล่าเรื่องความเป็นอยู่ของสัตว์ป่าในเขตนี้ว่า มีมากมายหลายชนิด ทั้งเสือ กระทิง ช้าง กวาง เลียงผา หมีไฟ ฯลฯ เคยมีสัตว์หลงเข้ามาในบริเวณที่ทำการบ้างก็มี


เจ้ากวางน้อยเจอะเจอคนจนคุ้นเคย เลยไม่ค่อยกลัวคนเท่าไหร่


หัวหน้าบอกเราว่า ในยามกลางคืน หากเราเห็นดวงตาสัตว์เป็นแสงสีเขียว แสดงว่า เป็นสัตว์กินพืชทั่วไป แต่หากเห็นดวงตาสัตว์เป็นแสงสีแดง ก็คงต้องวิ่งให้สุดชีวิตเชียวล่ะ เพราะนั่นเป็นดวงตาของสัตว์กินเนื้อ ก็ถือว่าเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ได้รับ และได้เพิ่มกรอบความรู้ให้ตัวเองมากขึ้น

หลังจากรับฟังการบรรยายแล้ว หัวหน้าสมปอง ก็พาเราเที่ยวชมรอบ ๆ อุทยาน โดยบอกว่า ที่นี่ไม่ได้เน้นการท่องเที่ยวเหมือนอุทยานอื่น ๆ เพราะที่นี่สัตว์ค่อนข้างเยอะ การเปิดเดินป่าแบบอุทยานจึงไม่สามารถทำได้
เต็มที่คือค้างคืนและส่องสัตว์บริเวณที่ทำการส่วนหน้าเท่านั้น และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติประมาณ 1.8 กม.ที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวสำรวจได้เท่านั้น ส่วนด้านในป่านั้นไม่สามารถอนุญาตให้เข้าไปได้ ในวันนี้หัวหน้าสมปองพาเราไปชมโป่งเทียมที่ไม่ไกลจากที่ทำการนัก ซึ่งมีสัตว์นานาชนิดมาหากินโป่งที่นี่





รอยเท้าของสัตว์ที่มาดื่มน้ำที่โป่ง


ภาพด้านล่างนี้เป็นห้างส่องสัตว์ของพนักงานพิทักษ์ป่า หัวหน้าสมปองบอกเราว่า แต่ก่อนทำบันไดตรึงไว้กับต้นไม้ แต่วันรุ่งขึ้นก็อันตรธานหายไปด้วยฝีมือเจ้าช้างที่เดินมากินโป่ง คงเห็นผิดที่ผิดทางหรือได้กลิ่นมนุษย์ ก็เลยดึงลากออกไปทั้งหมดเลย



รอยทางเดินของช้างป่า และกระทิง ที่แวะเวียมามากินโป่ง



หัวหน้าสมปองบอกกับเราว่า ดินโป่ง เมื่อนานวันไปก็เสื่อมสภาพและสัตว์ป่าก็จะไม่ค่อยมากิน ทางหน่วยจะต้องสร้างดินโป่งเทียมขึ้นมา โดยต้องไปซื้อเกลือเป็นตัน ๆ มาเทรอบบริเวณเดิม ซึ่งมักจะทำในช่วงต้นหน้าฝน น้ำจากฝนจะชะเกลือให้ซึมลงในผิวดิน ซัก 2 - 3 เดือนก็จะฟื้นสภาพ สัตว์ป่าก็จะกลับมากินเหมือนเดิม


เย็นย่ำแล้ว พวกเรากล่าวลาหัวหน้าสมปอง และขอบคุณท่านที่ช่วยบรรยายให้พวกเราได้เห็น ผืนป่าวันนี้ ในความเป็นจริง ฉันบอกกับหัวหน้าสมปองว่า คงจะได้กลับมาที่นี่อีก...
รถเราแล่นออกจากที่ทำการแล้ว แต่หัวใจฉันยังวน ๆ อยู่แถวนั้น ยังมีอีกหลายสิ่งที่ฉันยังอยากเห็นและสัมผัสมากกว่านี้ แต่สิ่งที่ฉันสัมผัสในวันนี้ คือหัวใจของผู้พิทักษ์รักษาป่าของหัวหน้าสมปอง ท่าทีอาจดูแข็งกร้าว แต่ใจข้างในแล้วดุจสายน้ำ ที่ฉ่ำเย็น ...
ฉันเชื่อมั่นว่า หากหัวหน้าสมปองยังอยู่ที่นี่ ผืนดินนี้ก็คงจะยิ่งใหญ่และหยัดยืนไปอีกยาวไกล
ด้วยความขอบคุณ
ตอน 2 จะพาเดินทางไปตามเส้นทางสายแม่น้ำ "ต้นน้ำแม่กลอง"
ลัดเลาะสู่ธารน้ำตกทีลอซู สายน้ำแห่งขุนเขา



ไปดูรูปตอนที่ 2 กันเลยที่ link นี้ค่ะ
อุ้มผางตอนที่ 2จ้า


Create Date : 02 ธันวาคม 2551
Last Update : 2 มิถุนายน 2552 11:49:21 น. 8 comments
Counter : 2032 Pageviews.

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

...สุขสันต์วันพ่อนะครับ...


โดย: doctorbird วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:11:33:20 น.  

 
ภาพแรกอย่างกับอยู่ในฝันแน่ะค่ะ
สวยจังเลย ทะเลหมอกแบบนี้
อยากได้ไปเที่ยวชมใกล้ชิดธรรมชาติอย่างนี้มั่งจัง

มีความสุขมากมากนะคะคุณกองฟอน


โดย: discipula วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:5:14:01 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

...แวะมาส่งความสุขในวันแรกของสัปดาห์ครับคุณกองฟอน...


โดย: doctorbird วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:10:19:11 น.  

 
คุณกองฟอน...
เจอตะกอนชิ้นใหญ่ขัดขวางเหมือนกันเลย แต่เป็นงานราษฎร์ ไม่ใช่งานหลวงเหมือนคุณกองฟอน
กะ-ลัง เตรียมตัวเศร้าอยู่ว่าจะไม่ได้ไป...เศร้าครับท่าน
ทำไงดี ..ฮือๆๆๆๆ
ขอร้องไห้หน่อยเถอะ
ชีวิตชอบเป็นอย่างนี้ทุกที
วันอื่นๆ มีเป็นร้อยวัน จะต้องมีเหตุมาขวางในวันๆ เดียวนั้นที่เราต้องการ เคยมาแล้ว 2 วันติดกัน 4 งาน ทำไปได้ยังไง..
นี่ถ้าเปลี่ยนเป็นสับรางรถไฟจะไม่บ่นเล้ยยยยยยย นี่สับรางงานราษฎร์กับงานหลวง

ขอบคุณสำหรับข่าวหนังสือพี่ปอนค่ะ จะรีบไปหามาอ่านให้เป็นบุญตาไวๆ เอิ้กๆๆ

อวยพรให้คุณกองฟอนได้ไปนะคะ จะได้ถ่ายรูปมาอวดเยอะๆ

ปล.พูดเล่นน๊าค๊าเรื่องสับรางรถไฟ ชีวิตจริงไม่มีรถไฟซักขบวนวิ่งเฉียดเล้ย


โดย: บรรณารักษ์789 วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:18:52:56 น.  

 
หวัดดีจำคนที่นอนข้างตัวเองได้หรือ (ไม่ใช่เรตเอ็กซ์นะ) ก้อพี่อี๊ดไงจ้ะ ทั้งอ่านและดูรูปถ่ายแล้วได้อารมณ์ตอนที่ไปร่วมทริปมากๆ เลย บางมุมน้องตุ้ยไปเห็นได้ไง เจ๋งมากเลยน้อง แล้วจะติดตามผลงานสาวติสท์คนนี้ต่อไป ขอสมัครเป็นแฟนคลับด้วยนะ..


โดย: กองฟาง IP: 125.24.75.240 วันที่: 10 ธันวาคม 2551 เวลา:12:50:58 น.  

 
動物は、Hiどのように最愛の人です。


โดย: http://www.popcornfor2.com/stars/HaJiWon.php IP: 222.123.16.111 วันที่: 17 ตุลาคม 2553 เวลา:11:52:49 น.  

 
非常に美しい画像インチ。


โดย: http://www.popcornfor2.com/stars/HaJiWon.php IP: 222.123.16.111 วันที่: 17 ตุลาคม 2553 เวลา:11:54:01 น.  

 

最初の画像は、スタイラスインチの夢のようなものです。
チャン美しい霧このすべてを。
私はこの近くにマングチャンの性質を探るに行ってきました。


โดย: http://www.popcornfor2.com/stars/HaJiWon.php IP: 222.123.16.111 วันที่: 17 ตุลาคม 2553 เวลา:11:55:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กองฟอน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ฉันหลงไหลการเดินทางตั้งแต่ฉันจำความได้ ขอเพียงได้ออกไป ได้นั่งรถไป ได้นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ความสุขของฉันก็จะประกายออกมา..ผ่านที่ดวงตาของฉัน
เราไม่อาจทิ้งความฝันให้อยู่อย่างเปลี่ยวเหงา ในขณะที่ต้องจมจ่อมอยู่กับความเป็นจริงที่แสนเจ็บปวด ขอได้ปล่อยให้ความฝัน ได้เดินเคียงข้างไปกับความเป็นจริง ...ปล่อยให้ทั้งสองได้เดินทางไปด้วยกัน
ทริปประทับใจ
New Comments
Friends' blogs
[Add กองฟอน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.