กรอบหน้าต่างยังคงเดิมในทุก ๆ วัน แต่สิ่งที่เปลี่ยน...คือข้างนอกหน้าต่าง
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2558
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 สิงหาคม 2558
 
All Blogs
 
Slow life at Ladakh... ถึงลาดักห์ที่รักมาก ตอนที่ 1

ตอนที่ 1 
ถึงเธอที่รัก
ดีใจที่ได้เจอเธอนะ เธอรู้มั้ย อินเดียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ไม่เคยอยู่ในแผนการ
ท่องเที่ยวของฉันเลย ..แต่ในวันนี้ความคิดของฉันก็เปลี่ยนไป เมื่อได้ไปเจอเธอ
นะ การได้ไปเยือน “ลาดักห์” เหมือนรักแรกพบสำหรับฉันเลย (แอบนอกใจภูฏาน
เสียแล้ว)





ลาดักห์ อยู่ตอนเหนือของอินเดีย วัฒนธรรมและธรรมชาติรวมทั้งภูมิประเทศของ
ที่นี่แตกต่างจากอินเดียอย่างที่ฉันเคยเห็น  เทือกเขาหิมาลัยที่อยู่ตรงหน้าทำให้
ฉันรู้สึกเหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่งที่เวลาเดินช้าลง

“สนใจไปเที่ยวกันมั้ยคะ” 

ถ้าไม่มีคำชวนจากคุณหลิงก็คงทำให้ฉันไม่รู้จักลาดักห์และรักได้ขนาดนี้

คำยืนยันว่าที่นี่สวย ก็คือรูปถ่ายและคำบอกเล่าจากคุณหลิง ที่เคยเดินทางไป
เที่ยวที่นี่เมื่อ 3 ปีที่แล้ว  ฉันก็เลยเกิดอาการใจง่ายขอตามไปเที่ยวด้วยคน
เพราะเราหลงรักภูเขาเหมือนกัน

ทริปนี้ไม่ยุ่งยากอะไรเพราะคุณหลิงช่วยจัดการจองตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ
และตั๋วเครื่องบินในประเทศให้เรียบร้อยแล้ว แค่เราไปทำวีซ่าให้พร้อม หาข้อมูล
การเดินทางและการเตรียมตัวรับมืออาการ 
AttitudeSickness

วันแรกเราเดินทางด้วยสายการบินไทยมุ่งหน้าสู่นิวเดลี จากนั้นก็บินด้วย
สายการบินโกแอร์ไปยังเมืองเลห์ แคว้นลาดักห์ บรรยากาศในวันฟ้าใส
เรามองเห็นเทือกเขาหิมาลัยอยู่เบื้องล่าง


แม้ใจหวั่น ๆ ว่าจะรับมือความดันอากาศในที่สูงได้มากน้อยเพียงใดแต่พอเห็นภาพ
หิมาลัยเบื้องล่างแล้วก็ลืมความกลัวไปเลย


[ทำไมเราถึงต้องกลัวการเป็น AttitudeSickness ก่อนหน้าที่จะเดินทาง ฉันได้หา
ข้อมูลมาพอสมควรว่าการไปอยู่บนที่สูงต้องวัดดวงเอาว่าเราจะเจอแจ๊คพอตหรือ
ไม่ ถ้าเป็นน้อย ๆ ก็คงไม่มีผลอะไรแต่ถ้าบางรายเป็นมากถึงขนาดร่างกายปรับตัว
ไม่ได้ อาจกระทบต่อการท่องเที่ยวทั้งทริปเลยทีเดียว ซึ่งอาการก็มีมากมายตั้งแต่
น้อยไปหามาก ส่วนใหญ่ที่มักเป็นกันคือ หอบ เหนื่อยง่าย ปวดศีรษะ แน่นท้อง
 คลื่นไส้ อาเจียน
]

หลังจากเดินทางไปถึง ไกด์ท้องถิ่นที่คุณหลิงได้ประสานงานไว้ล่วงหน้าได้มารับ
กลุ่มเราเพื่อเข้าที่พักก่อน วินาทีแรกที่ถึงเมืองเลห์ รู้สึกได้ถึงอากาศที่เย็นแม้แดด
จะแรงก็ตามรวมถึงความดันอากาศที่แตกต่างอย่างมากจากพื้นราบ ทำให้รู้สึก
หอบแม้จะแค่เดินสั้น ๆ..ดูหมือนว่าเลห์กำลังส่งสัญญาณให้เรารีบปรับตัวเร็ว ๆ
แล้วล่ะ

ที่พักของเราคือ Grand Ladakh hotel โรงแรมน้องใหม่เอี่ยมอ่อง


วิวที่มองจากที่พัก จะเห็นหิมาลัยไกล ๆ



หลังจากถึงที่พัก พวกเราตกลงใจกันว่าจะขอไปนมัสการองค์ดาไลลามะ
เป็นอันดับแรก เพราะทราบว่าช่วงเวลาที่เราไปถึงเลห์นั้น ท่านมาสอนธรรมะที่
เมืองเลห์พอดี ไกด์ใจดีก็ไม่ขัดข้อง ขับรถพาเราไปยังสถานที่จัดงาน

แสงแดดแรงจัดจนแสบตา แต่ไม่เป็นอุปสรรคในการเดินเท้ากว่าสามกิโลเพื่อ
เข้าไปยังบริเวณพิธี ผู้คนเดินกันขวักไขว่ แม้อากาศจะร้อน 


เมื่อไปถึงงานพิธี..ภาพที่อยู่เบื้องหน้าทำให้เราหายเหนื่อย พระและประชาชนนับ
หมื่นพร้อมใจกันนั่งฟังคำสอนของดาไลลามะอย่างล้นหลาม เราได้รับโอกาสใน
ส่วนของนักท่องเที่ยวให้เข้าไปอยู่บริเวณที่ใกล้ชิดกับองค์ดาไลลามะ เราได้ยิน
เสียงสวดมนต์ ที่แสดงถึงพลังศรัทธาที่มีต่อพระองค์และศาสนา บอกไม่ถูกว่าดีใจ
มากมายแค่ไหน





หลังจากเฝ้าองค์ดาไลลามะแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางต่อไปยังวัดเฮมิส (Hemis)
ที่ห่างจากเมืองเลห์ไปประมาณ30 นาที เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของลาดักห์สร้าง
ในพุทธศตวรรษที่
17




พอสายฝนเริ่มตั้งเค้ามา ก็ได้เวลาลงจากเขาเพื่อเดินทางต่อไปยังวัดธิคเซย์
(ThikseyMonastry) ซึ่งขึ้นชื่อในความงดงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองเลห์





หลังจากกลับลงจากวัดธิคเซย์ เราก็มุ่งหน้าเพื่อไปดูพระอาทิตย์ตกดินที่ Shanti
 Stupa แต่ด้วยอาการ Attitude Sickness เล่นงาน จนไม่สามารถฝืนร่างกาย
ขึ้นต่อไปได้ เลยได้แต่นั่งคอยข้างล่าง ปิดฉากทริปวันแรกด้วยอาการมึน ๆ งง ๆ
 แม้แต่จะขยับตัวลงนอนราบก็ยังยากพอดู ได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้อาการจะดีขึ้น

เช้านี้เราตื่นขึ้นมาด้วยความอ่อนเพลียแต่อาการวิงเวียนคลื่นไส้หายไปแล้ว เมื่อ
นึกถึงเส้นทางที่จะไปวันนี้และเป็นไฮไลท์สำคัญนั่นคือ ทะเลสาบปันกอง
(Pangong Lake) ก็ทำให้ฮึดขึ้น

การเดินทางวันนี้ใช้ระยะเวลาเดินทางไปไม่ต่ำกว่า ชั่วโมง ยังไม่รวมการแวะพัก
ข้างทางเราจึงต้องทำเวลาโดยออกเดินทางกันตั้งแต่หกโมงเช้า

วิวทิวทัศน์ของวันนี้เราต้องผ่านหุบเขาสูง ChangLa Pass ที่ระดับ 5,360 เมตร
จากระดับน้ำทะเล(ตามป้ายบอกทาง) แม้จะไม่ใช่ฤดูหนาว แต่จุดนี้ก็ยังมีหิมะที่
ยังละลายไม่หมด ทำให้เราได้เห็นความอลังการของเทือกเขาหิมาลัย



แต่ระดับความสูงกับสภาพร่างกายที่ปรับตัวไม่ทัน รู้สึกได้ถึงอาการหอบ หนาว
เข้ากระดูก ไม่สามารถลุกขึ้นมาถ่ายรูปอย่างที่ใจต้องการได้ 

หลังจากผ่าน Chang La Pass อันหนาวเหน็บ เราก็เริ่มไต่ระดับลงไปตาม
เส้นทางอีกหลายชั่วโมง จากที่ใส่เสื้อสเวตเตอร์ คลุมด้วยเสื้อโคท เราค่อย ๆ
 กลายร่างถอดทีละชิ้นจนเหลือเสื้อแขนยาวที่พอกันแดดยามบ่ายลงได้ แล้วเรา
ก็มาถึงจุดหมายที่ทะเลสาบปันกอง
(Pangong Lake) ไฮไลท์สุดของวันนี้ แดดจัด
 ฟ้าเปิดทำให้เราเก็บภาพสวย ๆ ได้อย่างสบาย ๆ






ขอบคุณท้องฟ้าที่เปิดใสให้เราได้ถ่ายรูปน้ำในทะเลสาบได้สวย โดยไม่ต้องอาศัย
การแต่งภาพใด ๆ เลย เขาถึงว่าธรรมชาติสร้างมา ของเขาสวยแท้ ๆ


หลังจากเตร็ดเตร่บริเวณทะเลสาบประมาณชั่วโมงเราก็มุ่งหน้ากลับที่พัก ซึ่งเป็น
ทางเดิมนี่จึงเป็นอีกวันที่เราอาจต้องบันทึกประวัติการนั่งรถทางไกลที่สุดเท่าที่เคย
นั่งมาเบ็ดเสร็จวันนี้เรานั่งอยู่บนรถกว่า
12 ชั่วโมง

หลังจากคล้อยหลังมาจากปันกองไม่นาน ฟ้าเริ่มตั้งเค้าแล้วฝนก็โปรยเป็นสายลง
มา ยิ่งทำให้อากาศเย็นขึ้นไปอีกแต่ที่ประทับใจสำหรับวันนี้ นอกจากวิวทะเลสาบ
ปันกองแล้ว คือสายฝนที่
Changla pass ที่กลั่นเป็นน้ำแข็งใส ๆ หล่นไหลมาจาก
ท้องฟ้าเบื้องบน อ้อ...หิมะใสๆ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง (คนพื้นราบอุทานด้วยความ
ดีใจ กับภาพตรงหน้าที่ได้เห็น)

ติดตามตอนที่ 2 เส้นทางสายยาว สู่นูบร้าวัลเล่ย์




Create Date : 12 สิงหาคม 2558
Last Update : 23 สิงหาคม 2558 23:39:21 น. 2 comments
Counter : 772 Pageviews.

 
แวะมาทักทายครับ


ลาดักซ์ สวย อลังเชียว
รูปเยอะดีครับ





โดย: แซงค์ (ชายคาตะวัน ) วันที่: 12 สิงหาคม 2558 เวลา:21:25:20 น.  

 
ขอบคุณค่ะ ตั้งใจลงไว้เป็นข้อมูลเผื่อใครอยากเดินทางไปเที่ยว เลยลงรูปแบบจัดเต็มน่ะค่ะ^_^


โดย: กองฟอน IP: 1.46.202.167 วันที่: 13 สิงหาคม 2558 เวลา:22:35:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

กองฟอน
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ฉันหลงไหลการเดินทางตั้งแต่ฉันจำความได้ ขอเพียงได้ออกไป ได้นั่งรถไป ได้นั่งมองออกไปนอกหน้าต่าง ความสุขของฉันก็จะประกายออกมา..ผ่านที่ดวงตาของฉัน
เราไม่อาจทิ้งความฝันให้อยู่อย่างเปลี่ยวเหงา ในขณะที่ต้องจมจ่อมอยู่กับความเป็นจริงที่แสนเจ็บปวด ขอได้ปล่อยให้ความฝัน ได้เดินเคียงข้างไปกับความเป็นจริง ...ปล่อยให้ทั้งสองได้เดินทางไปด้วยกัน
ทริปประทับใจ
New Comments
Friends' blogs
[Add กองฟอน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.