อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
7 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
40 สัปดาห์ จากครรภ์แม่สู่อ้อมแขนพ่อ--สัปดาห์ที่ 12

สัปดาห์ที่ 12 แล้วครับ ผมคิดว่าน้อง"คัง" ของผมคงมีสุขภาพแข็งแรงขึ้นตามอายุครรภ์ครับ สังเกตุได้จากการที่ภรรยาผมเริ่มบ่นว่าหน้าท้องเริ่มใหญ่ขึ้นครับ ซึ่งเป็นธรรมชาติครับที่ผู้เป็นแม่จะมีการสร้างเนื้อและไขมันบริเวณหน้าท้องให้มากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมให้ลูกน้อยและมดลูกที่อยู่ของลูกน้อยเคลื่อนตัวขึ้นไปบริเวณนั้น ตามอายุครรภ์ที่มากขึ้นครับ

สัปดาห์นี้ผมได้ไปจดทะเบียนสมรสกับภรรยาแล้วครับ เพื่อเตรียมพร้อมให้"คัง"ของผมมีพ่อแม่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และให้ภรรยาผม อยู่เมืองไทยได้ง่ายขึ้นอีกด้วย
การจดทะเบียนสมรสไม่ยุ่งยากอะไรครับ คงจะเหมือนคู่สมรสไทยทั่วๆไป แต่ขั้นตอนก่อนหน้านั้น และ หลังจากนั้นสิครับ ค่อนข้างยุ่งยากพอสมควร

เริ่มต้นด้วยภรรยาผมต้องให้ทางบ้านที่เกาหลีช่วยส่งหนังสือแสดงสถานภาพทางครอบครัว เพื่อแสดงว่าโสด มาให้ครับ หลังจากนั้นเราจึงนำหนังสือนี้ไปติดต่อกับสถานทูตเกาหลี เพื่อให้สถานทูตเกาหลีออกหนังสือรับรองความเป็นโสด วันนั้นผมไปแบบตัวเปล่าๆครับ เพราะคิดว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผม แต่สถานทูตเกาหลีบอกว่าไม่ได้ครับ ผมต้องนำพาสปอร์ตและหนังสือรับรองความเป็นโสดไปยื่นพร้อมกันด้วย วันนั้นเลยฟาล์วครับ ไม่ได้ยื่นเรื่อง ผมจึงคิดว่าจะไปขอหนังสือรับรองความเป็นโสด ที่เขตใกล้ๆ สถานทูตเกาหลีครับ แต่...เสียใจครับ คุณต้องไปขอในเขตที่คุณมีชื่ออยู่ครับ ฟาวล์อีกหนึ่งรอบแล้วครับ
วันรุ่งขึ้นผมเดินทางไปที่เขตของผมพร้อมกับบัตรประชาชนครับ ทางเขตแจ้งว่าต้องติดต่อฝ่ายปกครองครับ ผมจึงเดินขึ้นไปฝ่ายปกครองสอบถาม เจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องนำทะเบียนบ้านมาด้วยและต้องมีพยานมาด้วย 2 คนครับ ฟาวล์อีกรอบแล้วครับ
ผมจึงต้องเชิญพ่อแม่ของผม ไปด้วยกันที่เขตครับเพื่อให้ทางฝ่ายปกครองออกหน้งสือรับรองความเป็นโสดมาให้ แล้วจึงไปยื่นเรื่องที่สถานทูตเกาหลีอีกรอบ ทางสถานทูตทำงานกันไวดีครับ ก็ออกหนังสือรับรองความเป็นโสดฉบับภาษาอังกฤษให้กับภรรยาผมได้ทันทีครับ
ต่อจากนั้นครับ ผมต้องเอาหนังสือฉบับภาษาอังกฤษนี้ไปแปลเป็นไทยและนำไปรับรอง ที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงศุล ถ.แจ้งวัฒนะ ผมไปแบบไม่ได้แปลอะไรไปเลยครับ เพราะรู้อยู่แล้วว่าที่นั่นมีบริษัทรับแปลเอกสารคอยบริการอยู่ครับ พอไปถึงทางเข้าก็มีจริงๆครับ บริษัทแปลบอกผมว่าใช้เวลาไม่นาน ประมาณครึ่งชั่วโมง และคิดค่าบริการ 300 บาท ผมต่อเหลือ 200 บาทและขอให้ช่วยเร่งหน่อย เพราะใกล้ติดเที่ยงแล้ว
ไม่นานเกินรอจริงๆ ครับ บริการไวมาก ประมาณ 20 นาทีทางบริษัทก็โทรมาหาผมให้ไปรับเอกสาร แปลได้ถูกต้องตามหลักวิธีการครับ หาเงินไม่ยากครับ แต่ต้องบริการดีและถูกต้องครับ ผมจึงนำเอกสารไปรับบัตรคิว วิธีการรับการรับรองมี 3 อย่างครับ
1. ทั่วไป เสียเงิน 400 บาท อีก 2 วันมารับครับ
2. ด่วน เสียเงิน 800 บาท อีก 2 ชั่วโมงมารับ
3. ทั่วไปแต่ส่งถึงบ้าน ซึ่งผมว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดครับ ผมจึงเลือกวิธีนี้ ครับ คือเสียเงิน 400 บาท พร้อมค่าส่งทางไปรษณีย์ 50 บาทครับ
และก็ไม่นานครับ ผมไปทำเรื่องวันพฤหัสบดี วันเสาร์จดหมายก็ส่งมาถึงบ้านผมแล้วครับ เป็นอันว่าผมได้ เอกสารที่จะใช้จดทะเบียนสมรสครบแล้วครับ
วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม 2553 ผม ภรรยา และพ่อแม่ผม (และลูก"คัง") ทั้งหมด 5 ชีวิต เดินทางไปที่เขตเพื่อจดทะเบียนสมรสครับ จริงๆแล้วพยาน 2 คนสามารถใช้พนักงานของเขตได้ แต่เนื่องจากแฟนผมเป็นคนต่างชาติต้องมีล่าม ผมจึงรบกวนให้พ่อผมมาเป็นล่ามให้ด้วยอีกหนึ่งตำแหน่ง พวกเราไปที่ฝ่ายทะเบียน และยื่นเอกสารต่างๆ ให้กับพนักงาน จากนั้นก็นั่งรอและเซ็นชื่อ ไม่นานครับ ไม่ถึง ชั่วโมงครึ่งทุกอย่างก็เรียบร้อยดีครับ เป็นอันว่าเราสองคนได้เป็นสามีภรรยาตามกฏหมายเรียบร้อยแล้วครับ
วันรุ่งขึ้นผมกับภรรยาไปที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ใหม่ครับ ที่แจ้งวัฒนะ เดี๋ยวนี้ติดต่อราชการส่วนใหญ่ต้องไปที่แจ้งวัฒนะครับ พวกเราจะไปทำวีซ่าแต่งงานครับ ได้เลื่อนชั้นแล้วครับ จากเดิมภรรยาผมคนเกาหลีไม่ต้องทำวีซ่า อยู่ได้ 3 เดือน ตอนนี้จะไปทำเพื่อให้อยู่ได้นานขึ้นครับ ไม่ต้องออกไปเขมรแล้วกลับเข้ามาใหม่ ก่อนหน้านั้น ต้องเตรียมเอกสารไปพอสมควรครับ นอกจากเอกสารหลักๆ จำพวกบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน พาสปอร์ต ทะเบียนสมรส แล้ว ก็ต้องมี รูปถ่ายของชาวต่างชาติ 2 นิ้ว หนังสือรับรองการทำงานของคนไทย และก็ ภาพถ่ายการสมรสครับ เราไปถึงประมาณ 11 โมง 15 นาทีครับ กรอกเอกสาร ต่อคิว กว่าเจ้าหน้าที่จะเรียกก็ ประมาณ 11 โมง 50 นาที ครับ พอเข้าไปเจ้าหน้าที่ให้ไปถ่ายเอกสาร เพิ่มเติมครับ ขึ้นมาอีกที 11 โมง 58 นาทีครับ ต้องพักเที่ยงแล้วครับ เราจึงไปทานข้าว ขึ้นมาอีกที บ่ายโมง เจ้าหน้าที่จึงเรียกเราเข้าไปสัมภาษณ์เล็กน้อย หลังจากนั้นให้เสียค่าธรรมเนียม 2000 บาท ครับ และแจ้งให้มาฟังผลในอีก 15 วัน วีซ่าครั้งนี้ อยู่ได้แค่ 3 เดือน และถ้าจะออกนอกประเทศแล้วกลับเข้ามาใหม่ต้องขออนุญาตก่อนครับ เลยเท่ากับครั้งนี้ทำฟรี เพราะภรรยาผมจะกลับเกาหลีเดือน เมษายน คราวหน้ามาฟังผลเลยต้องทำเรื่องขอออกนอกประเทศ ไว้ก่อนเลยครับ แต่ก็ดีอย่างครับ ทำเอาไว้ก่อนคราวหน้ามาต่ออายุวีซ่าจะได้ นาน 1 ปีครับ
หลังจากนั้นเราจึงเอาทะเบียนสมรสไทยไปยื่นที่สถานทูตเกาหลีเพื่อทำเรื่องจดทะเบียนสมรสของเกาหลีครับ อันนี้ภรรยาผมแปลจากภาษาไทยเป็นภาษาเกาหลีเองครับ ซึ่งทางสถานทูตเกาหลีก็รับเอาไว้เพื่อส่งต่อไปที่เกาหลีทำเรื่อง ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนครับ

เป็นอันว่าสัปดาห์นี้เราได้จดทะเบียนสมรสเรียบร้อย ต่อจากนี้ภรรยาผมจะได้ทำธุรกรรมต่างๆในเมืองไทยได้ง่ายขึ้นครับ



Create Date : 07 มีนาคม 2553
Last Update : 7 มีนาคม 2553 22:19:25 น. 1 comments
Counter : 272 Pageviews.

 
ขอบคุณที่แชร์ประสบการณ์ การแปลเอกสาร ที่ดีมากๆค่ะ


โดย: Aussie angel วันที่: 12 มกราคม 2554 เวลา:15:17:27 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

KongAl Jin
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ตั้งใจเขียน Blog เพื่อเป็น Diary ให้กับลูก ในขณะเดียวกันก็จะเขียนสิ่งที่ได้รู้ ได้เห็น ได้ฟัง ได้คิด ไปพร้อมๆกัน
Friends' blogs
[Add KongAl Jin's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.