ครั้งหนึ่งในชีวิต เราก็เคยพิชิตฝรั่งเศส(ปารีส)-สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 5 ของการเดินทาง
วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2556 เป็นวันที่ 5 ของการเดินทาง 
Mt.RiGi - Lion Monument or Loewendenkmal - Basel

     ตื่นเช้าเหมือนทุกๆ วัน แล้วจัดการมื้อเช้าในห้อง พร้อมจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยก่อนเช็คเอ้าท์ ตอนเช็คเอ้าท์เราก็ถามพนักงานนะ ว่าจะฝากกระเป๋าได้ไหม พนักงานว่าไม่มีรับฝากจ้า ต้องไปฝากที่สถานีรถไฟ Luzern เศร้าจุง และแล้วเราก็ลากกระเป๋า ขึ้นรถเมล์เพื่อไปสถานีรถไฟ 

images by free.in.th

เราเล็งตู้สำหรับฝากกระเป๋าไว้ตั้งแต่วันที่มาจาก Engerberg ละ จัดไปเสียค่าฝากไป 10 CHF ซึ่งจริงๆ ค่าฝากมันแค่ 9 CHF แต่เราพลาด 555 เหรียญในตัวมีไม่พอ และไม่รู้ว่าตู้ฝากมันสามารถแตกเหรียญก่อนได้ มันต้องโง่มาก่อนถึงจะฉลาด ชิมิ 555

ที่ตู้ฝากกระเป๋าหยอดเหรียญ มันสามารถแตกเหรียญได้ โดยใส่เหรียญ 5 CHF ลงไป ในช่องหยอดเหรียญ แล้วกดปุ่มใต้ช่องใส่เหรียญนั้นละ มันคือปุ่มคืนเงิน ซึ่งจะคืนเงินมาเป็นเหรียญย่อยๆ กลับมา ไม่ใช่เหรียญที่เราใส่ลงไปนะ ^_^

images by free.in.th

ตู้ใหญ่พอสำหรับกระเป๋าของเราทั้ง 2 ใบ ดีจริง  ^_^ ฝากกระเป๋าเสร็จเราก็เดินออกจากสถานีรถไฟไปทางท่ารถเมล์ เดินเลยท่ารถเมล์ไปก็คือท่าเรือ

เพื่อความชัวร์ เราโชว์สวิสพาส พร้อมถาม เจ้าหน้าที่ ฟรีป่ะ ไม่ต้องถามว่าพูดว่าไงนะ เอาเป็นว่า สื่อสารกับเจ้าหน้าที่รู้เรื่อง ก็พอแล้วเนอะ 555

Rigi Kulm ขึ้นได้หลายทาง ดูรายละเอียดได้ที่ www.rigi.ch/en/welcome.cfm

แต่เราเลือกไปตามนี้

ขาไป นั่งเรือจาก Luzern ไปลง Vitznau แล้วต่อรถไฟขึ้นไป ผ่านสถานี Riki Kaltbad (สถานีกระเช้า) แล้วไปจนถึงสถานีสุดท้ายที่ Rigi Kulm

ขากลับ นั่งรถไฟจาก Rigi Kulm ไปลงสถานี Rigi Kaltbad แล้วต่อกระเช้า Cable car ลงมาที่เมือง Weggis แล้วนั่งเรือกลับ Luzern 

ที่ท่าเทียบเรือ Luzern 

images by free.in.th

ขึ้นเรือมาแล้วก็หาที่นั่งได้เลยค่ะ สำหรับ สวิสพาส คลาส2 ก็นั่งได้เฉพาะชั้นล่างของเรือ ส่วน คลาส1 ก็เลือกนั่งได้ตามสบายทั้งชั้นบนและชั้นล่าง พอเรือออกจากท่า สักพัก ก็จะมีเจ้าหน้าที่มาเดินตรวจตั๋วโดยสาร เราก็แค่โชว์สวิสพาส อยากบอกว่าเค๊าตรวจทุกคนนะคะ ตอนมาตรวจเรา คนข้างบ้านไม่ได้อยู่ด้วย พอมาตรวจคนข้างบ้าน มานก็พาเจ้าหน้าที่มาหาเราเลย 555 (อยากรู้จัง เจ้าหน้าที่คุยอะไรกับคนข้างบ้านน้าาาาา) ^_^

ด้านหน้าของเรือจะเป็นห้องอาหาร เรานั่งที่ห้องอาหารนี่ละ ถึงจะไม่ได้สั่งอาหาร ก็นั่งได้นะคะ ^_^

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

images by free.in.th

ถึงท่า Weggis แล้ว แต่เราไม่ได้ลง มองเห็นกระเช้าด้วย ไกลลิบๆ เลย ถ้าลงท่านี้ มีเดินเหนื่อยแน่ กว่าจะถึงที่ขึ้นกระเช้า เดินขึ้นเนินอีก เขาลูกย่อมๆ เลยนะนั้น กร๊ากกกก

images by free.in.th

ถึงแล้ว..... ท่า Vitznau ขึ้นเรือมา ก็เห็นสถานีรถไฟ สำหรับต่อขึ้นไป Rigi Kulm มีเวลาเดินไปต่อรถไฟ สบายๆ แวะถ่ายรูปได้นิดหน่อย ก็ต้องรีบขึ้นละ เดี๋ยวไม่มีที่นั่ง นักท่องเที่ยวเยอะซะด้วย 5555

images by free.in.th

กว่าจะหาที่นั่งได้ แบบว่าเจ้าหน้าที่ มีล็อคโบกี้ ไว้รับนักท่องเที่ยวที่ขึ้นกระเช้ามาด้วย (ประมาณเป็นทัวร์ ที่จองที่นั่งล่วงหน้ามาแล้ว) จากรูป หลังเราเลยดูว่างไม่มีคนนั่ง อิอิ 

วิวระหว่างทางขึ้น อุ้ยๆๆๆ ไม่คิดว่าจะเจอหิมะ อ่ะ เลยไม่ได้เตรียมพร้อมรับอากาศหนาวคิดว่าไม่สูงหนักอากาศไม่น่าจะหนาวกว่าเมื่อวาน ที่ไหนได้ หนาวโค่ดๆ 555 สงสัยหิมะเพิ่งตก 

images by free.in.th

พอมาถึงบน Rigi Kulm ก็นะ ตามรูปเลย มองไม่เห็นวิวอะไรเลย ฟ้าปิด แงๆๆๆ

images by free.in.th

เราเจอกรุ๊ปทัวร์คนไทยด้วย มากัน 35 คนได้มั้ง ^^

เรามาเที่ยวเองก็ดีตรงนี้ ฟ้าปิดก็รอฟ้าเปิด ไม่ได้รีบไปไหนต่อ เดินเล่นนั่งเล่นฆ่าเวลาไป เผื่อท้องฟ้าจะเปิด ^_^ จริงๆ ฟ้าเปิดเป็นพักๆ และเป็นหย่อมๆ แถมลมแรงเลยทำให้หนาวมาก วิ่งเข้า วิ่งออกกับตัวอาคาร (ร้านอาหารของโรงแรม) 555 วิวสวยเนอะ ถ้าฟ้าเปิดคงจะสวยกว่านี้เป็นแน่ เสียดายจัง....

images by free.in.th

images by free.in.th

ถ่ายรูปจนหน่ำใจ ก็ลงกันค่ะ โดยนั่งรถไฟ ไปลงสถานี  Rigi Kaltbad เพื่อจะต่อ Cable car ลงไปที่เมือง Weggis แล้วต่อเรือ กลับเข้า Luzern 

images by free.in.th

ณ สถานี Rigi Kaltbad วิวสวยมาก เลยได้เดินเล่น กันก่อนลง 

images by free.in.th

images by free.in.th

กินไอติมกันไหม๊.... ^_^

images by free.in.th

แล้วก็ลงกระเช้ากันค่ะ วิวสวยจัง ^_^ สวนกับกระเช้าที่ขึ้นมา 

images by free.in.th

จากจุดลงกระเช้า ก็เดินไปท่าเรือกันค่ะ เดินมาท่าเรือไม่ยากค่ะ เดินตามป้ายมาเลย หรือเดินมายังไงก็ได้ให้มาทางทะเลสาบไม่มีหลง  ดูจากรูปไปเรื่อยๆ ละกัน ถ้าใครจะลอกทริป ^_^

images by free.in.th

images by free.in.th

และแล้วก็ถึงทะเลสาป....... แต่ๆๆๆ มัวแต่ถ่ายรูป ซึมซับบรรยากาศ นานไปหน่อย พอถึงทะเลสาป ก็เห็นเรือกำลังออกจากท่า T T ตกเรือ ซะงั้น ต้องรอเรือรอบต่อไปอีก 1 ชม. 555 ไม่เป็นไร เราไม่ได้รีบ งั้นก็ซึมซับบรรยากาศต่อไป พร้อมนั่งกินข้าวมื้อกลางวันที่นี่เลย มีความสุขจัง สวยๆๆๆๆ ^_^

images by free.in.th

วิวสวยมากกกกกกก 

images by free.in.th

ใกล้เวลา ก็เดินมาท่าเรือ ถ่ายบรรยากาศให้ดู ท่าขึ้นเรือ ท่าลงเรือ อยู่คนละฝั่ง

images by free.in.th

วิวระหว่างทาง ขากลับ ฟ้าสวยขึ้นมานิด ต่างกับข้างบนจัง อิอิ

images by free.in.th

กลับมาถึง Luzern แล้ว...  พอจะมีเวลาเหลือ เราไป ดูอนุสาวรีย์สิงโตสะอื้นก่อนค่ะ (Lion Monument or Loewendenkmal) โดยนั่งรถไฟฟ้าสาย 1 ปลายทางเขียนว่า Maihohn  เขียนไม่ถูก แต่ประมาณ ไมฮอฟ เพราะสาย1 มีปลายทางหลายที่ กว่าเราจะรู้ ก็ถามคนขับหลายรอบ หลายคันเพราะถามคันแรกบอกไม่ไป และตอบอะไรมาไม่รู้ ทำให้เสียเซลฟ์ ไปพักนึงกว่าจะตั้งหลัก ไปถามอีกรอบ อีกคัน อีกสาย แบบว่าเยอะอ่ะ 5555 แต่ก็ถึงจุดหมายปลายทางจนได้นั่งไปประมาณ 4 ป้าย

ถ้าขึ้นถูกคันลงป้ายไหนไม่ยาก เพราะบนรถจะประกาศเลย ประมาณ Lion Monument 555 ลงรถมา ก็งงๆ หน่อย เพราะไม่ได้ทำการบ้านมา แถมไม่เห็นเหมือนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่พอลงรถ ก็ให้เดินตามๆ กลุ่มคนไป ตอนเราไป ไม่มีคนลงป้ายนี้ แถม ไม่มีกลุ่มคนอื่นอีก เห็นแต่รถทัวร์จอด 5555 หันซ้ายหันขวาอยู่พัก กว่าจะรู้ตัวว่าต้องเดินไปทางไหน 

เอาเป็นว่า ลงรถเมล์มา ก็หันซ้าย (หันหน้าเข้าป้ายรถเมล์) แล้วไปตามรูปเลย

images by free.in.th

เดินเข้าซอยมา จะเจอร้านนี้อยู่ซ้ายมือ แสดงว่ามาถูกละ ร้านคนไทย ช็อปปิ้งต่อได้เลย ^_^ 

images by free.in.th

และแล้วก็จะเจอ สิงโต หน้าเศร้า 

images by free.in.th

อยู่ไม่นานนัก เราก็กลับค่ะ นั่งรถสายเดิม มาลงแถวๆ ริมทะเลสาบ เดินเล่นเก็บบรรยากาศกันก่อนค่ะ ดูเวลารถไฟที่จะขึ้นแล้วยังพอมีเวลาเหลือ สบายๆ

images by free.in.th

กินลม ชมวิว ไปเรื่อยๆ พอใกล้ถึงเวลา เราก็ไปเอากระเป๋า แล้วขึ้นรถไฟไป Basel กันค่ะ  สถานีรถไฟที่ Basel นี่ใหญ่มาก.... พอลงรถไฟแล้ว อยู่ๆ เราก็ตกใจ แบบตื่นเต้น หัวใจเต้นเร็วขึ้นมา คือเราลืมทำการบ้านว่าโรงแรมที่เราจะไปพัก มันอยู่ตรงไหน ตรูต้องได้ใช้ภาษาแน่ๆ กลัวภาษาตัวเอง 5555555

เราจอง โรงแรมฮิลตัลไว้ ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหน เลยออกมาจากสถานีรถไฟก่อนละกัน ผังของสถานีรถไฟจะเหมือนกับ Luzern คือ ออกจากสถานีรถไฟ ก็จะเจอท่ารถเมล์ รถรางไฟฟ้า 

images by free.in.th

คนข้างบ้านก็บอก ลองเดินเลยท่ารถเมล์ออกมาก่อน ดูทิศทางลม ว่าจะเดินไปทางไหนดี พอเดินพ้นท่ารถเมล์ ยังไม่ทันจะได้มองไปทางไหนเลย คนข้างบ้านก็ทักว่า นั้นไง ใช่โรงแรมที่เธอจองป่าว เราแทบกรี๊ดดดด ใช่ๆๆๆๆ รอดแล้วเรา อิอิ

เอารูปของอีกวัน มาให้ดูบรรยากาศด้านหน้าโรงแรม และมุมสูงถ่ายจากในห้อง

images by free.in.th

images by free.in.th

ขอบคุณพี่เจี๊ยบมากๆ นะคะ ที่แนะนำให้จองโรงแรมนี้ (จ่ายแพงกว่านอน 3 ดาว ประมาณ พันนิดๆ นู๋ว่าคุ้มมากๆ เพราะได้สิทธิ์บัตรทองเพิ่มมากมาย ประหยัดมื้อเย็น และมื้อเช้าได้อีก) แถมพี่เจี๊ยบยังรีเควสห้องชั้นสูงๆ ให้นู๋ด้วย ^_^

สำหรับที่พักคืนนี้ จ่ายไป 157 CHF เช็คอินไม่ยากนัก ทำเหมือนเดิมคือ ยื่นใบจอง ฟร้อนมีถาม คำถามนิดหน่อย จำไม่ได้ละ ถามไรบ้าง แต่มีถามเรื่องสิทธิของบัตรทอง ประมาณเค๊าอัพห้องให้นะ มื้อเช้าจะกินที่เลาจน์หรือห้องอาหารก็ได้นะ และให้บัตรสำหรับใช้ขึ้นรถเมล์ที่เมืองนี้ฟรี (ไม่ได้ใช้เลย555) มีต้องเขียนชื่อบนบัตรด้วย อย่างฮา สื่อสารไม่เข้าใจ เลยได้เขียนชื่อซ้ำกันซะงั้น อิอิ 

ตอนคอนเฟิร์มห้องมีรีเควส ขอห้องชั้นสูงๆ นู๋คิดผิดชิมิ 5555 พนักงานให้สูงจริงๆ ได้ชั้น 9 เลย แต่ๆๆๆๆ โรงแรมมีลิฟท์แค่ ชั้น 8 อ่ะ แล้วอีกชั้นละ กร๊ากกก ได้แบกกระเป๋าขึ้นอีก 1 ชั้น ไม่มีพนักงานช่วยยกกระเป๋า และพาไปห้องด้วย แย่จริง พอลิฟท์เปิดที่ชั้น 8 ก็มีพนักงานจากเลาจน์มาช่วยยกกระเป๋าให้ 1 ใบ (สงสัยฟร้อนคงโทรมาแจ้ง) และพาไปส่งที่ห้อง ไม่งั้นตรูตายแน่ เป๋าหนัก 20 โล แบกขึ้นบันไดเนี่ย เห่อๆๆๆ

เนื่องจากเป็นสมาชิกของโรงแรมเครือนี้ ในระดับ Gold ทำให้ได้สิทธิ์พิเศษตามบัตร Gold คือ ได้อัพห้อง ได้อาหารเช้าฟรี ได้ใช้อินเตอร์เนตฟรี ได้เข้าเลาจน์ฟรี ก็จัดไปให้คุ้ม ค่าห้องซะหน่อย อิอิ กินมื้อเย็นกันในเลาจน์นั้นละ มีครบ ทั้งแอลกอฮอลล์ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ ข้าวก็มีนะ กินอิ่มเลย ^_^

images by free.in.th

สิทธิ์พิเศษอีกอย่างที่ชอบมากของโกล์ด คือได้เล่นเนตฟรี 555 (ราคาเนตสุดโหดอ่ะ 25 ยูโร/วัน แพงจุง) ตอนล็อคอิน ใช้เนตก็นะ เห็นราคา แล้วกลัวเลย ย้ำกับพนักงานหลายรอบ ฟรีแน่นะ 555 พนักงานก็ว่าถ้าเป็นโกลด์ เดี๋ยวจะทำเรื่องยกเลิกออกให้ ตอนเช็คเอ้าท์ เสียวจังแต่ตังค์ก็อยู่ครบ อิอิ

รูปภายในห้อง

images by free.in.th

images by free.in.th

สรุปวันนี้ จบลงที่ในเลาจน์นั้นละ ไม่ได้ออกไปข้างนอกอีกเลย 555 และที่ไม่ได้ออกไปไหนเพราะไม่ได้หาข้อมูลของเมืองนี้ด้วย รู้แต่เป็นเมืองชายแดน ติดกับฝรั่งเศส แค่นั้น 555 

พบกันใหม่ ตอนหน้านะคะ  เราจะเดินทางกลับเข้าฝรั่งเศสแล้ว ^_^

บายยยยยยยยยยยย







Create Date : 27 มิถุนายน 2557
Last Update : 2 กรกฎาคม 2557 17:04:25 น.
Counter : 357 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ฮุยเฉง
Location :
พิษณุโลก  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



มิถุนายน 2557

1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
28
29
 
 
All Blog