ครั้งหนึ่งในชีวิต เราก็เคยพิชิตฝรั่งเศส(ปารีส)-สวิตเซอร์แลนด์ วันที่ 4 ของการเดินทาง
วันศุกร์ที่ 11 ตุลาคม 2556 เป็นวันที่ 4 ของการเดินทาง 

Titlis - Luzern - Chapel bridge

     ตื่นเช้าเหมือนทุกๆ วัน กินบรรยากาศหน้าห้องสักนิด แล้วไปจัดการมื้อเช้าในห้องครัวของโรงแรมเหมือนเดิม ^_^ มื้อนี้ ขอแซ่บๆ ละกัน มาม่าต้มยำ 555 มันมึนหัว ปวดหัวตลอดอ่ะ เลยต้องจัดเปรี้ยว เผ็ดซะหน่อย ไม่รู้เพราะนั่งรถไฟถอยหลัง หรือ แพ้ที่สูง แต่คิดว่าแพ้ที่สูงมากกว่า แหะๆๆๆ แล้วก็ขึ้นไปจัดการธุระส่วนตัว เก็บกระเป๋า และเช็คเอ้าท์ ออกจาก Interlaker West เพื่อเข้า Engelberg 

images by free.in.th

     ตอนแรกคิดว่าไม่น่าทันรอบรถไฟแล้วละเลยเดินเรื่อยๆ ทันก็ขึ้นไม่ทันก็รอรถไฟเที่ยวต่อไป 555 พอเดินมาถึงสถานีรถไฟยังไม่มา โชคดีเป็นของเรา 555 พอรถไฟเทียบชานชลา เท่านั้นละ กรี๊ดดดดดด เราได้นั่ง Goldenpass line ด้วยโอ้ว... ดีจริง เลือกนั่งฝั่วขวานะคะ จะได้ชมวิวงามๆ ของทะเลสาบ Brieze (เสียใจเวลาไม่พอให้ล่องเรือ) วิวสวยมากก ระหว่างทางมีฝนตกสลับกับหิมะตก บนขบวนรถไฟ มีฮีทเตอร์นะคะ แล้วมีที่แขวนเสื้อตรงที่เรานั่งเลยค่ะ แต่เราไม่ได้แขวน เห็นรถวางมาก เลยวางไว้แบบนั้นละ อิอิ

images by free.in.th
images by free.in.th

เราเริ่มจะคุ้นกับการเปลี่ยนขบวนบ้างละ ทำให้ไม่เสียเวลามากนัก เน้นให้ดูเวลาเป็นหลัก ^_^

images by free.in.th
images by free.in.th

     พอถึง Engelberg ก็เจอกับหิมะที่ตกโปรยปรายลงมา เราและคนข้างบ้าน ตื่นเต้นมาก เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอหิมะตก มันหนาวนะ แต่ก็สวยงามเช่นกัน มีความสุขจริง ^_^

images by free.in.th

     เราลากกระเป๋าไปฝากที่ตู้ฝากกระเป๋าแบบหยอดเหรียญ เสียค่าฝากไป 5 CHF ยัดกระเป๋าได้ 2 ใบพอดี เข้าไปข้างในกัน ในตัวสถานีรถไฟจะมีกล้องเว็บแคม ไว้ให้ดูสภาพอากาศด้านบนยอดเขา Titlis ด้วย  สภาพอากาศตอนนั้นทำให้เราคิดหนักว่าจะขึ้นดีไหมเพราะฟ้าปิดมองไม่เห็นอะไรเลย ถ่ายรูปแก้เซ็งก่อนแล้วกันแล้วกันค่อยว่ากันอีกที จะเอาไง จัดไปสวยๆ อิอิ

images by free.in.th

แล้วกลับมาหลบหนาวในสถานีรถไฟ มานหนาวมว๊ากกกกก

images by free.in.th รอเป็นพักแล้ว ฟ้าบนยอดเขาก็ยังไร้ซึ่งวีแววว่าจะฟ้าใส เอางัยดีละ...ไหนๆ ก็มาแล้วอะนะ  มันก็ต้องเดินหน้าชิมิ จัดแจงซื้อตั๋วขึ้นทิทลิสที่สถานีรถไฟนั้นละ หรือจะไปซื้อที่สถานีกระเช้าก็ได้นะคะ โชว์สวิสพาส เพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อตั๋ว จ่ายไป คนละ 43 CHF 2 คนก็ 86 CHF  แล้วเดินไปขึ้นรถเมล์ไฟฟ้าหน้าสถานีรถไฟ นั้นละ เค๊าจะพาเรามาส่งที่สถานีเคเบิ้ลคาร์ เพื่อขึ้นทิทลิส  ดูหิมะจิ สวยเนอะ ^_^

images by free.in.th

     ลั้ลลาอยู่หน้าสถานีกระเช้าขึ้น Titlis นั้นละ ว่ิ่งไปถ่ายรูปอาคารก่อน ส่วนคนข้างบ้านก็ยืนหนาว และมองเพลิน ไม่คิดว่าจะได้เจอ "หิมะ" แต่สภาพอากาศแบบนี้ ทำให้ฟ้าไม่สวย ถ่ายรูปมาก็นะ ขมุกขมัว ตาม จะมีแก้มือไหมน้าาาา อิอิ

     เราจะนั่งกระเช้า 3 ช่วง ช่วงแรกจะเป็นกระเช้าเล็กนั่งได้ 4-6 คนนั่งไปจนถึงที่สถานี Trubsee แล้วเปลี่ยนกระเช้าเป็นกระเช้าใหญ่อีกที กระเช้าใหญ่ จุคนได้ประมาณ 30-40 คน ยืนจนถึง สถานี Stand แล้วจะเป็น Cableway Titlis Rotair เป็น Cable Car ที่หมุนรอบตัวเองได้ 360องศา เราแค่ยืนเฉยๆพื้นจะค่อยๆหมุน360องศาครบรอบก็ถึงยอดTitlis พอดี ให้ยืนติดกระจกไว้ จะได้เห็นวิวชัดๆ 

ไปต่อคิวขึ้นกระเช้ากันดีกว่าค่ะ กระเช้าช่วงแรก เป็นกระเช้าเล็ก นั่งได้ 4-6 คน

images by free.in.th

แล้วมาต่อกระเช้าใหญ่ อีกที

images by free.in.th

และกระเช้าสุดท้าย เป็นกระเช้าหมุนได้ หมุนครบรอบก็ถึงยอดเขาพอดี ^^

images by free.in.th

ลั้ลลา กันเแบบหนาวๆ นั้นละ หิมะตกปรอยๆ ตกๆ หยุดๆ วิ่งเข้าวิ่งออกสนุกสนานกันเลย

images by free.in.th

     สนุกกันเต็มที่แล้ว เราก็นั่งกระเช้าลงมา 1 สถานี มาสถานี Stand เพื่อเดินเล่นก่อน เห็นวิวสวยมากตอนนั่งขึ้น แต่คนอื่นๆ ต่อกระเช้าลงกันหมดเลย เหลือเรา 2 คนอีกละ 5555 จะออกไปเดินข้างนอกไงละเนี่ยดันมีป้ายเขียนประมาณ ห้ามเปิดประตู จะมีสัตว์เข้ามา (แปลเก่งจุง) 555 เดินหาเจ้าหน้าที่ ก็ไม่มีสักคน เดินวนอยู่ในตัวอาคารเป็นพัก ถึงเจอเจ้าหน้าที่ ให้ได้ถามว่าออกไปได้ไหม ข้างนอกชั้นนี้ ฟ้าใสเชียว วิวสวยมาก เดินเล่นเพลินเลย มีกระเช้าแบบห้อยขา สำหรับขึ้นไปเล่นสกีมั้ง แต่ตอนนี้ปิดทำการชั่วคราว ^_^

images by free.in.th

อันนี้ สถานีสุดท้าย ก่อนลงข้างล่าง

images by free.in.th

images by free.in.th

หิมะหนามาก เดินลงไปทีเท้าจมหิมะหายไปเลย 555 รอยที่เห็นนะ ของคนข้างบ้าน กับของเรา อิอิ

images by free.in.th

ลงมาจากทิทลิสแล้วเรารอรถเมล์นาน ไม่มาสักที เลยเปลี่ยนใจเดินไปสถานีรถไฟแทน ก็ไม่ไกลนัก เดินเรื่อยๆ แป๊บเดียวถึง ก็วิวมันสวยอะนะ ทำให้เดินเพลิน อากาศเย็นสบาย  

โดยออกจากสถานีทิทลิส เดินมาเรื่อยๆ ตามทาง แล้วเลี้ยวซ้ายเพื่อไปหาถนนใหญ่ พอถึงถนนใหญ่เลี้ยวขวาอีกที เดินตรงไปเรื่อยๆ เราก็จะเจอสถานีรถไฟ อยู่ซ้ายมือ ประมาณแยกตัววายนะคะ โดยต้องข้ามถนนไปหา กึ่งๆ เลี้ยวซ้ายเห็นสถานีชัดเจนค่ะ 

images by free.in.th

images by free.in.th

อาคารสีน้ำตาลนั้นละสถานีรถไฟ แต่เรามัวแต่เดินอ้อยอิ่ง ถ่ายรูป ซึมซับบรรยากาศนานไปหน่อย ตกรถไฟซะงั้น TT ต้องรอรอบต่อไป อีกเกือบชั่วโมง (มีรถไฟ ออกจากEngelberg ทุกชั่วโมง 15.00, 16.00, 17.00 น) เลยไปเดินเล่นในเมือง แวะซื้อของในซุปเปอร์ จ่ายไป 4.75 CHF  ได้องุ่นมากิน องุ่นอร่อยมาก.... และได้ขนมปังไส้ถั่วอะไรสักอย่าง กัดคำแรก รสชาติแปลกๆ ไม่คุ้นลิ้นอะนะ เลยรู้สึกไม่อร่อย แต่ก็กินนะ กินสักพักจะรู้สึกอร่อย และก็อยากกินอีก 555 

ฮาตรงซื้อองุ่นอ่ะ อยากกิน แต่อ่านป้ายราคาแล้วไม่เข้าใจ แหะๆๆ ยืนดูอยู่นาน จนได้ถามคุณยายที่กำลังซื้อ แต่ก็สื่อสารกันไม่รู้เรื่องอีก คุณยายน่ารักมากพยายามช่วยสุดฤทธิ์ มันต้องเอาองุ่นไปชั่งกิโล แล้วกดรหัส แต่เราไม่รู้รหัส ที่จะไปกดที่เครื่องชั่วกิโลอ่ะ กว่าจะได้กิน ก็ฮากันไป ตรูเก่งจุง  ขอบคุณคุณยายด้วยค่ะ ^^

images by free.in.th

images by free.in.th

ได้เวลาก็กลับมาเอากระเป๋า ขึ้นรถไฟออกจาก Engelberg เพื่อไป Luzern กัน รถไฟวิ่ง 54 นาที ก็ถึง Luzern ถึง Luzern ก็เดินออกมาหน้าสถานีรถไฟ ก็จะเจอท่ารถรางไฟฟ้า(รถเมล์) ซึ่งมีหลายสายมาก เราจองโรงแรม ibis budget Luzern ไว้ ก็ต้องนั่งสาย 4 ไปโรงแรม 

ขึ้นรถที่หน้าสถานีรถไฟเลย นั่งไปประมาณ 3-4 ป้าย จะเห็นโรงแรมอยู่ขวามือ ก่อนถึงป้ายรถเมล์ (ลงที่ป้าย Brunigstrasse) มีเรื่องฮาอีก ก็คุยกับคนข้างบ้านบนรถเมล์ว่า ช่วยมองหาโรงแรมด้วยนะ โรงแรมชื่อ ไอบิส บัดเจ็ด ลูเซิร์น (ibis budget Luzern) คุณยายคงได้ยิน พอผ่านโรงแรม คุณยายก็สะกิดเรา แล้วชี้ๆ your hotel เรากับคนข้างบ้านก็ขอบคุณ แล้วลงถูกป้าย ไม่หลงไม่เลย แต่งง ยายรู้ได้ไงตรูจะไปไหน กร๊ากกกกกกก ขอบคุณคุณยายด้วยค่ะ ดวงคนแก่อุปถัมภ์ 5555 ลงป้ายฝั่งอาคารไม้นั้นละ 

images by free.in.th

เช็คอินไม่ยากนัก ไม่อยากสปีกอังกฤษ เราก็แค่ยื่นบุคกิ้งที่เราจองมาให้กับพนักงาน เราจองมาแบบไม่มีอาหารเช้าพนักงานก็จะถามเราเพิ่มว่า จะรับอาหารเช้าด้วยไหม เราตอบไม่ แล้วก็จ่ายค่าห้องตามที่จองมา 111.90 CHF 

หน้าตาห้องนอนก็ตามรูปนี้เลย (ก๊อบมาจากเว็บไอบิสเอง)

images by free.in.th

เก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้วเราก็นั่งรถเมล์ สายเดิม(จำไม่ได้ละว่าขึ้นฝั่งไหน เหมือนจะป้ายเดิม555) กลับมาสถานีรถไฟอีกรอบ เพื่อไปเดินเล่นที่สะพานไม้ ชาเปล(Chapel bridge) และเดินเล่นโซนเมืองเก่าอีกนิดหน่อย 

สะพาชาเปล (Chapel Bridge)

images by free.in.th

หน้าสถานีรถไฟ เมืองเก่า และท่าเรือ ที่เราต้องมาขึ้นพรุ่งนี้

images by free.in.th

สะพานชาเปล (Chapel Bridge) และท่ารถเมล์หน้าสถานีรถไฟ Luzern

images by free.in.th

เดินกันจนดึก ก็กลับเข้าโรงแรม กินมื้อเย็น แล้วนอน.....^_^

หมดวันไปอีก 1 วัน อยากบอกว่ามีความสุขมากค่ะ

พบกันใหม่รีวิวตอนหน้านะคะ บายยยยย ^^






Create Date : 26 มิถุนายน 2557
Last Update : 30 มิถุนายน 2557 19:01:08 น.
Counter : 715 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ฮุยเฉง
Location :
พิษณุโลก  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]



มิถุนายน 2557

1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
23
24
25
28
29
 
 
All Blog