Smiley.๐Smiley*~๐..ความรัก เป็นเรื่อง สวยงาม..๐Smiley*~๐Smiley.๐Smiley*~๐.
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
22 ตุลาคม 2552
 
All Blogs
 

..Next Story : เรื่องรักของสองเรา ตอนที่18..

คำเตือน
ขอสงวนสิทธิ์ใดๆ ตามกฎหมาย ในการทำคัดลอก เผยแพร่ ดัดแปลง ส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดของนิยายเรื่องนี้ โดยไม่ได้รับอนุญาต และ หากผู้ใดกระทำการคัดลอกหรือนำไปโพสในเวปอื่น ๆ หรือบล็อค โดยมิได้รับอนุญาตมีโทษปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท หรือ หากนำเรื่องไปเสนอต่อสำนักพิมพ์ ถือเป็นการเสนอขาย มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือนถึง 4 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 800,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 69 แห่ง พ.ร.บ.กฏหมายลิขสิทธิ์


***************************
Next Story : เรื่องรักของสองเรา
ตอนที่ 18

***************************













 

Create Date : 22 ตุลาคม 2552
9 comments
Last Update : 22 ตุลาคม 2552 18:53:00 น.
Counter : 371 Pageviews.

 



พิษณุเดินออกจากห้องน้ำ หลังจากที่อาบน้ำเรียบร้อยแล้ว


ชายหนุ่มต้องแปลกใจที่ภายในห้องไม่ได้มีเค้าเพียงผู้เดียว” คุณจินตนามานั่งรอบุตรชายอาบน้ำอยู่ตั้งนานแล้ว


“คุณแม่ ยังไม่นอนอีกหรือครับ” พิษณุกล่าวถามมารดา ขณะเช็ดผมที่เปียกของตนเอง


“แม่มีเรื่องอยากคุณกับณุหน่ะลูก” คุณจินตนามองบุตรชายของท่าน


“มีอะไรหรือครับ” พิษณุเดินมานั่งข้างๆ มารดา


“ณุ.........พรุ่งนี้ก็ถึงวันงานแล้ว” คุณจินตนามองบุตรชายด้วยแววตาบางอย่าง


“ครับ ผมทราบครับ” พิษณุพยักหน้าเบาๆ” เค้าก้มหน้าเช็ดผมด้วยท่าทางเงียบเฉย


“แม่ดูณุไม่ค่อยจะตื่นเต้นดีใจเลยนะลูก.........” คุณจินตนามองบุตรชายคนเดียวของท่าน ด้วยแววตาที่ต้องการค้นหาบางอย่างจากตัวลูกชายของท่านเอง


“คงเพราะ ช่วงนี้มีงานเยอะมั้งครับ”“ “พิษณุไม่อยากทำให้มารดารู้สึกไม่สบายใจ เค้าจึงตอบแบบนี้ออกมา


“เพราะงานจริงหรือลูก........แม่เลี้ยงลูกของแม่มา แม่รู้ดีว่าลูกของแม่กำลังรู้สึกยังไง”“ “คุณจินตนาเอื้อมมือไปจับแขนลูกชายเบาๆ


“แม่ครับ...” พิษณุมองใบหน้าของมารดา ที่เต็มไปด้วยความเมตตาที่มีต่อเค้า


“แม่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างลูก กับยาย่า” ทุกอย่างในตอนนี้มันถึงได้เปลี่ยนไป.........แต่ทั้งพ่อ และแม่ก็หวังดีกลับลูก” คุณจินตนากล่าวน้ำเสียงอ่อนโยน


“แม่อยากให้ลูกมีความสุข..........แต่ถ้าณุเป็นแบบนี้แม่ก็ไม่สบายใจเลย” คุณจินตนากล่าวด้วยความรู้สึกเป็นห่วงจิตใจของบุตรชาย


“........” พิษณุนั่งฟังมารดาพูดด้วยท่าทางนิ่งๆ


“ถึงให้แม่อยากได้หนูยาย่ามาเป็นสะใภ้มากแค่ไหน” แต่แม่ก็อยากให้ลูกของแม่มีความสุขมากกว่านะลูก” คุณจินตนากล่าวออกมา” ดวงตาของท่านมีน้ำตาซึมออกมา


พิษณุหันมองหน้ามารดาของเค้า


ผู้หญิงคนนี้เลี้ยง และดูแลเค้ามาอย่างดีโดยตลอด” ท่านไม่เคยทำร้ายเค้า ไม่เคยทำให้เค้าเสียใจเลย” “ ท่านให้ทั้งความรัก และความปรารถนาดีกับเค้าเสมอมา” และในวันนี้ท่านก็ยังคงเป็นเช่นนั้น


พิษณุยกมือขึ้นกราบที่ตักของคุณจินตนา........


“คุณแม่ครับ คุณแม่สบายใจเถอะครับ” ผมจะแต่งงานเพื่อคุณแม่.......” ชายหนุ่มกล่าวกับคุณจินตนาพร้อมกับยิ้มให้ท่าน


“โธ่ลูก..........ถ้าณุไม่อยากแต่งแม่ก็ไม่ว่านะ” คุณจินตนากล่าวกับบุตรชาย


“ไม่ครับ” พรุ่งนี้ก็ถึงวันแล้ว ยังไงผมก็ต้องแต่งอยู่ดี” คุณแม่สบายใจเถอะครับ ผมไม่เป็นอะไร” พิษณุบอกกับมารดาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน


“ลูกแน่ใจแล้วหรอ..” คุณจินตนารู้สึกว่าไม่อยากให้การแต่งงานในครั้งนี้เป็นเพราะท่านต้องการให้เกิดขึ้น


แรกๆ ที่ท่านหวังให้พิษณุ และอรินยาแต่งงานกัน ก็เพราะท่านเห็นว่าเด็กสองคนสนิทสนมกัน และดูจะเข้ากันดีกว่าคนอื่นๆ” พวกท่านจึงตัดสินใจจับคู่เด็กสองคนนี้” แต่มาวันนี้ลูกชายของท่านเปลี่ยนไป


เค้าไม่ได้รักอรินยา ท่านรู้ดี.........

“ครับ” คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ” พิษณุยิ้มให้มารดาอีกครั้ง”


“งั้นก็แล้วแต่ณุแล้วกัน....” คุณจินตนาจนใจที่จะกล่าวต่อไป


“ผมไปส่งคุณแม่ที่ห้องนะครับ” พิษณุบอกกับมารดา เค้าลุกขึ้น แล้วประคองคุณจินตนาเดินกลับห้องของท่าน


“ณุ.......ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ใช่นะลูก” แม่ไม่โกรธหรอกนะ” คุณจินตนาบอกกับบุตรชายอีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าห้องของท่าน


พิษณุยืนส่งมารดาจนท่านเข้าห้องไป......


คำพูดของคุณจินตนา ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกยิ้มได้” แต่มันก็เพียงชั่วครู่.......


“ต่อให้ผมไม่แต่ง” เค้าก็ยังคงแต่งอยู่ดี” พิษณุกล่าวออกมาเบาๆ” พร้อมกับท่าทางซึมๆ” นัยน์ตาเศร้า


ชายหนุ่มค่อยๆ เดินกลับห้องของเค้าไปด้วยอาการเศร้าสร้อย........
.
.
.
ในห้องที่เงียบสนิท...


สาวสวยยังคงนั่งอยู่บนที่นอนนุ่ม......เธอมองออกไปนอกระเบียงคอนโดหรู


พรุ่งนี้เธอก็ต้องเตรียมตัวสำหรับเป็นเจ้าสาวคนใหม่


ค่ำคืนนี้อรินยาไม่สามารถข่มตาหลับได้เลย” ไม่ใช่เพราะเธอตื่นเต้นหรืออะไรทั้งสิ้น” แต่เพราะเธอรู้สึกว่าไม่มั่นใจกับสิ่งที่เธอจะทำในวันพรุ่งนี้ “หัวใจของเธอยังคงคิดถึงใครอีกคนที่ไม่ใช่เจ้าบ่าวของเธอ


ดวงตาคู่สวยของเธอดูเหม่อลอย มันมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย
.
.
.
สายฝนนอกหน้าต่างยังคงโปรยพร่ำลงมา


หญิงสาวที่ต้องเตรียมตัวสำหรับงานวิวาห์ในวันรุ่งขึ้นนั้น” นั่งมองสายฝนอยู่ในห้องนอน


ชุดเจ้าสาวแสนสวยถูกแขวนไว้หน้าตู้เสื้อผ้า


ดวงตาคู่สวยมองออกไปนอกหน้าต่าง.....เธอเหม่อมองดูเม็ดฝนที่หล่นพร่ำลงมา


“พรุ่งนี้แล้วซินะ”“ เธอพูดออกมาเบาๆ” ด้วยสีหน้าปลงๆ


พาสนายกมือของเธอขึ้น และจ้องมองมัน


ฝ่ามือนี้ที่เค้าเคยสัมผัส........รอยจูบนั้นเธอไม่อาจลืมได้เลย


เพียงแค่จูบเบาๆ ที่ฝ่ามือมันก็ทำเอาเธอรู้สึกไหวหวั่นไปถึงหัวใจ


พาสนายิ้มบางๆ ออกมา เธอยกฝ่ามือของเธอขึ้น แล้วแนบมันกับริมฝีปากสวยของเธอ


หญิงสาวหลับตาลง แล้วภาพของคืนวันเหล่านั้นก็ปรากฏขึ้น” ความทรงจำของความหวานชื่นที่เธอไม่เคยพบเจอ” ความรู้สึกต่างๆ ที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน


ความรัก..............ความรักที่เกิดขึ้นแบบไม่ทันตั้งตัว........ทุกอย่างมันอยู่ในความทรงจำของเธอ


“ปลาจะไม่มีวันลืมพี่ณุเลย..........ไม่ลืมจริงๆ” หญิงสาวกล่าวออกมา น้ำเสียงของเธอช่างสั่น และแผ่วเบา


เธอแนบแก้มใสกับฝ่ามือของเธอเบาๆ” มันคงดีกว่านี้ถ้าฝ่ามือนี้คือฝ่ามือของใครอีกคน
.
.
.
“แมงปอ แต่งตัวเสร็จรึยังลูก” เสียงคุณสุดังขึ้น เมื่อตอนฟ้าใกล้สว่างแล้ว


“เสร็จแล้วจะป้าสุ” แมงปอออกมาจากห้องด้วยชุดสวยสีหวาน


“ดีๆ” ไปดูพี่ปลาซิแต่งตัวเสร็จรึยัง” “แล้วอยู่ข้างในเป็นเพื่อนพี่เค้านะ” คุณสุสั่งกำชับพาสนา


“จ๊ะป้า...” แมงปอรับคำสั่งของคุณสุ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องของพาสนา


คุณสุกานดา เดินออกไปทางหน้าบ้าน ซึ่งมีชาวบ้านมาช่วยเตรียมงานมากมายหลายคน


แมงปอเดินเข้ามาในห้องของพาสนา...สาวน้อยมองพี่สาวของเธอที่กำลังถูกช่างเสริมสวยมาแต่งหน้าทำผมให้ด้วยสีหน้าตื่นเต้น


“โหยยยยยย” พี่ปลาของปอทำไมสวยจัง” แมงปอร้องออกมาน้ำเสียงตื่นเต้น เมื่อเธอเห็นเจ้าสาวคนใหม่แสนสวยตรงหน้า


“ใช่ค่ะ น้องปลาเนี่ยะ พอแต่งหน้าแต่งตัวแล้วสวยมากเลยนะ” เจ้ไก่ช่างเสริมสวยที่มาแต่งหน้าให้พาสนากล่าวชม


“พี่สาวปอนี่สวยจริงๆ เลยอ่ะ” แมงปอยังไม่วายชมพาสนาอีกระรอก” “เธอเมียงมองพาสนาทั้งซ้าย ทั้งขวา ด้วยดวงตาเป็นประกาย


“รับรองนะ ถ้าพี่ตุ้มเห็นนะ ต้องดีใจมากแน่ๆ เลย” แมงปอยังคงพูดจาเจื้อยแจ้วต่อเรื่อยเปื่อย


พาสนานั่งนิ่งให้ช่างเสริมสวยทำโน้นทำนี่กับตัวเธอ” คำชมของสาวน้อยแมงปอ ไม่ได้สร้างอาการตื่นเต้นดีใจ หรืออะไรให้เธอเลย เพราะในเวลานี้หัวใจของเธอกำลังว่างเปล่า” มันไม่มีอะไรเลยอยู่ในนั้น


 

โดย: kokoo_129 22 ตุลาคม 2552 18:53:57 น.  

 




ปัฐวีแต่งตัวในชุดเจ้าบ่าวแบบไทยสีครีม มีผ้าผูกคาดเอวสีแดงเลือดนก ดูหล่อเข้มกว่าทุกวัน


วันนี้ป้าหมูเล็ก ให้ช่างจากร้านเสริมสวยในตลาดมาช่วยชายหนุ่มแต่งหน้า แต่งผม.......ชายหนุ่มดูหล่อเหล่าแปลกหูแปลกตาจากเดิมอย่างมากมาย


“แหม ลูกชายแม่นี่ก็หล่อใช่เล่นนะ” ป้าหมูเล็กในชุดเสื้อลูกไม้สีครีมสวย กับผ้าสินธ์สีน้ำเงินเข้ม ยืนพูดชมลูกชายอย่างภาคภูมิใจ


”โธ่แม่ จะแซวกันเองทำไมเนี่ยะ” ปัฐวีขมวดคิ้วมองมารดาที่ยืนพูดชมเค้าอยู่ใกล้ๆ


“ใครไปแซวแกไอ้ตุ้ม....” ป้าหมูเล็กขมวดคิ้วมองหน้าลูกชายที่มาว่าท่านแซวเค้า


“ก็ร้อยวันพันปี ไม่เคยมาชมฉัน แล้วนี่อยู่ดีๆ มาชม” ปัฐวียังคงพูดต่อ


“ไอ้นี่ จ้องจะจับผิดฉันยันเลย....” ป้าหมูเล็กทำเสียงดุใส่บุตรชาย


“แม่ๆ นี่วันแต่งงานนะ อย่าๆ “ ปัฐวีรีบยกมือห้ามมารดา


“เออ ฉันยกให้แกวันหนึ่ง “ ป้าหมูเล็กกล่าวเสียงเขียว ก่อนจะเดินออกจากห้องของชายหนุ่ม


ปัฐวีมองมารดาเดินงอนออกไปด้วยสีหน้ายิ้มๆ


“ดีใจด้วยนะคะน้องตุ้ม วันนี้ได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาซะที” ช่างเสริมสวยกล่าวกับชายหนุ่มขณะที่กำลังจัดทรงผมให้กับเค้า


“ขอบคุณครับพี่” ปัฐวีกล่าวขอบคุณช่างเสริมสวย ก่อนจะจ้องมองตัวเองในกระจกอีกครั้ง
.
.
.
ที่โรงแรมหรูระดับ 5 ดาว


ห้องจัดเลี้ยงหรูได้ถูกจัดขึ้นเพื่อใช้ในงานพิธีหมั้นของคู่บ่าวสาว ที่ตอนนี้กำลังถูกล่าวขวัญอย่างมากในหมู่สังคมไฮโซ


เหล่าแขกไฮโซ ต่างพากันมาร่วมงานบ้างแล้ว


อรินยา นั่งแต่งตัวอยู่ในห้องพักหรู.........หญิงสาวมีสีหน้าเรียบ ไม่ยินดียินร้ายอะไร


ปัญจรีซึ่งวันนี้มาเป็นเพื่อนเจ้าสาว นั่งมองเพื่อนรักแต่งตัว.........แต่ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกชื่นชม หรือว่า อะไรเลย


“วันนี้ยาย่าสวยจังเลยเนอะปุ่น” อรวีที่มาเป็นเพื่อนฝ่ายเจ้าสาวอีกคนกล่าวกับปัญจรี


แต่หญิงสาวข้างๆ กลับนั่งเหม่อ......จนอรวีต้องขมวดคิ้วยุ่ง


“นี่ปุ่น ไม่ฟังฉันเลยนะ ใจลอยไปไหนเนี่ยะ” อรวีใช้มือเขย่าตัวปัญจรีที่ดูทำท่านั่งเหม่ออยู่นานสองนานแล้ว


“หะ...ว่าไงนะ” ปัญจรีหันมองเพื่อนรักด้วยท่าทางงงๆ


“เป็นอะไร เมื่อคืนไม่ได้นอนหรอ ดูเหม่อๆ ชอบกล” อรวีขมวดคิ้วถามปัญจรี


“ป่าวนิ ไม่มีอะไร” ปัญจรีตอบปฏิเสธ


“อืมม หิวน้ำจัง ปุ่นเอาน้ำอะไรมั้ย” อรวีรู้สึกคอแห้งจึงกะว่าจะออกไปหาอะไรข้างนอกดื่มสักหน่อย เธอจึงถามปัญจรี


“ไม่อ่ะ ไม่หิว” ปัญจรีตอบปฏิเสธ


“งั้นเดี๋ยวฉันมานะ” อรวียิ้มให้เพื่อนรัก ก่อนจะลุกขึ้น


“อืมม ยาย่าล่ะดื่มอะไรมั้ย” อรวีไม่ลืมที่จะหันไปถามว่าที่เจ้าสาว


“ไม่จ๊ะ” อรินยาตอบน้ำเสียงเบาๆ


“งั้นเดี๋ยวมานะ ปุ่นอยู่กับยาย่าไปก่อนนะ” อรวีกล่าวกับเพื่อนทั้งสอง ก่อนจะเดินออกจากห้อง


ช่างเสริมสวยจัดการแต่งทรงผมให้หญิงสาวจนเสร็จเรียบร้อย เธอหันมองซ้ายมองขวา เหมือนว่ามองหาอะไรสักอย่าง


“อุ้ยตายจริง ลืมหยิบดอกไม้ขึ้นมาด้วยนี่นา” ช่างเสริมสวยกล่าวขึ้น


“คุณยาย่าค่ะ เดี๋ยวพี่มานะคะ “ ช่างเสริมสวยบอกกับอรินยา เพื่อลงไปเอาดอกไม้มาติดผมเจ้าสาว


“ค่ะ” อรินยาพยักหน้ารับ


ช่างเสริมสวยรีบเดินออกจากห้องเพื่อไปนำดอกไม้มาติดผมให้อรินยา


หญิงสาวนั่งมองกระจกเงาตรงหน้า แล้วเธอก็เห็นอาการของเพื่อนรักที่ดูท่าทางเหม่อลอยชอบกล


“ปุ่น เธอเป็นอะไรไป” อรินยาสังเกตท่าทางของปัญจรีมาตั้งแต่เช้า จึงอดไม่ได้ที่จะซักถาม


“เอออ ไม่ ไม่เป็นอะไร” ปัญจรีตอบปฏิเสธ


“แน่ใจนะ” อรินยาถามย้ำอีกครั้ง


“อืมม ไม่เป็นอะไร” ปัญจรียังคงพยักหน้าตอบ


อรินยามองเพื่อนรักของเธอ แม้ปากจะบอกว่าไม่เป็นอะไร แต่ท่าทางที่แสดงออกมาไม่ใช่เลย แต่เธอก็ไม่สามารถรู้ได้ว่า ปัญจรีเป็นอะไร กลุ้มใจอะไร


ในเวลานี้หญิงสาวไม่สามารถช่วยเหลืออะไรใครได้ เพราะตัวเธอเองก็แทบจะไม่รอดเช่นกัน


เธอนั่งมองเงาตัวเองในกระจก.......เสียงถอนหายใจดังออกมา


ปัญจรีหันมองเพื่อนรักที่ดูมีอาการทุกข์ใจ เธอจึงลุกขึ้น แล้วเดินมายืนใกล้ๆ อรินยา


“วันนี้เธอสวยมากนะยาย่า” ปัญจรีกล่าวชมอรินยาขณะที่มาหยุดยืนด้านหลังของเพื่อนสาว เธอจ้องมองอรินยาจากกระจกเงาที่กำลังสะท้อนพวกเธอทั้งสองคน


“สวยหรอ สวยแล้วยังไง ฉันต้องแต่งกับคนที่ไม่ได้รัก และเค้าก็ไม่ได้รักฉัน” อรินยากล่าวด้วยสีหน้าเศร้า


“ใครไม่รัก” ปัญจรีขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย


“ก็ฉันกำลังจะแต่งกับใครล่ะ” อรินยาถามกลับ


“คุณณุหรือไม่รักเธอยาย่า........ฉันก็เห็นเค้าดีกับเธอออกจะตายไป” ปัญจรีขมวดคิ้วพูดด้วยความไม่เข้าใจ


“หึ........นี่เธอมองไม่ออกจริงๆ หรือปุ่นว่าณุรักใคร” อรินยายิ้มจางๆ ออกมา พร้อมกับมองปัญจรีในกระจกเงา


ปัญจรีนิ่งคิดอยู่พักใหญ่........


“นึ่เธออย่าบอกนะว่าคุณณุรัก....ปลา...” ปัญจรีไม่ค่อยอยากเชื่อกับสิ่งที่เธอกำลังคิดอยู่


“อืมม...” อรินยาพยักหน้าเบาๆ ให้กับปัญจรี


“แล้ว......แล้วปลาล่ะ......” ปัญจรีมีอาการตื่นเต้นขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ เธอร้องถามอรินยาอย่างอยากรู้


“ฉันเชื่อว่าปลาเอง ก็รักณุ.........เพียงแต่ปลาเป็นคนปากแข็ง ทิฐิสูง จึงไม่ยอมรับข้อนี้” อรินยากล่าวออกมาสีหน้าสลดลง


“แต่ปลากำลังจะแต่งกับนายตุ้มนะ” ปัญจรีขมวดคิ้วยุ่ง


“ก็แค่แต่งเพราะข่าวที่เกิดขึ้นนั่นล่ะ” อรินยาตอบไขข้อสงสัยของปัญจรี


ปัญจรีฟังคำตอบจากเพื่อนรักด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ เธอขมวดคิ้วแน่น และกำลังใช้ความคิด


อรินยามองอาการของเพื่อนรัก เธอมองท่าทางของปัญจรี แล้วก็ต้องยิ้มออกมา


“ปุ่น......ฉันถามอะไรหน่อยได้มั้ย” อรินยาพูดขึ้น สองตาของเธอยังคงจ้องมองสีหน้าของปัญจรีในกระจกเงา


“หะ มีอะไร” ปัญจรีขานรับ


“เธอต้องตอบตามจริงนะปุ่น” อรินยายังคงจ้องมองสีหน้าของเพื่อนรัก


“อืมม มีอะไรหรือ” ปัญจรียังคงรอคำถามของอรินยา


“เธอรักตุ้มเค้าใช่มั้ย” คำถามของอรินยาทำเอาปัญจรีสะอึกนิ่งไปชั่วครู่ หญิงสาวมีอาการเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ดวงตาลอกแล่ก มีพิรุจ อรินยาจับอาการท่าทางของเพื่อนรักไว้ได้หมด


“ใช่จริงๆ ด้วย เธอรักตุ้มนี่” อรินยารีบหันมองหน้าปัญจรีที่ตอนนี้กำลังก้มหลบสายตาของเธออยู่


“พูดอะไรหน่ะยาย่า.......” ปัญจรีตอบแบบไม่เต็มเสียง


“........” อรินยาจ้องมองปัญจรีแล้วต้องยิ้มบางๆ ออกมา


 

โดย: kokoo_129 22 ตุลาคม 2552 18:54:14 น.  

 





”....นี่ปุ่น...” อรินยายิ้มให้เพื่อนรักของเธอ หญิงสาวจับมือปัญจรีมากุมไว้


“อย่าหลอกใจตัวเอง อย่าโกหกหัวใจตัวเองเลยนะ” อรินยากล่าวออกมา น้ำเสียงอ่อนโยน


ปัญจรีมองหน้าเพื่อนรักของเธอ หญิงสาวพอจะเข้าใจว่าอรินยาต้องการพูดอะไร แต่เธอก็ไม่อาจทำอย่างที่เพื่อนรักบอกได้


“รักเค้า ก็บอกเค้าซะ.........” อรินยาบอกกับปัญจรีด้วยสีหน้ายิ้มๆ


“......” ปัญจรีฟังเพื่อนรักพูดด้วยสีหน้าเศร้า


“เธอจะให้ฉันบอกเค้ายังไงยาย่า ในเมื่อ............เค้ากำลังจะแต่งงาน” ปัญจรีตอบออกมาน้ำเสียงของเธอเศร้าอย่างมาก


“แต่เค้าก็ยังไม่ได้แต่งนิ” อรินยาท้วงออกมา


“แต่....” ปัญจรีขมวดคิ้ว สีหน้าเศร้า


“ปุ่นเธอรู้มั้ยว่าเธอโชคดีแค่ไหน.....โชคดีกว่าฉัน” อรินยากล่าว สีหน้าของเธอดูเศร้าสลดลง


“เธอยังมีคนให้รัก ที่เธอสามารถรักเค้าได้........แต่ฉันซิ กลับรักคนที่ฉันไม่สามารถรักได้” หญิงสาวพูดออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บลึกๆ ในใจ


“แต่ฉันก็ยังกล้า กล้าที่จะบอกให้เค้ารู้ว่า ฉันรักเค้า........” อรินยา ยิ้มบางๆ ให้เพื่อนรัก


“รักเค้าก็บอกกับเค้าซะ บอกซะตอนที่ยังมีโอกาส อย่าเก็บไว้ในใจ จนไม่มีโอกาสที่จะได้บอก....” ปัญจรีฟังคำพูดของอรินยา หญิงสาวมองเพื่อนรักของเธอ แล้วต้องยิ้มออกมา


“ขอบใจนะยาย่า.....ขอบใจ...” เธอกล่าวขอบคุณเพื่อนรักด้วยน้ำตาที่ซึมออกมา


“ไปซิ ไปบอกกับเค้า บอกก่อนที่จะสายเกินไป” อรินยาบอกกับปัญจรีเพื่อให้เธอไปหาปัฐวี และบอกความในใจให้ชายหนุ่มรับรู้


“อืมมม...ฉันจะบอกกับเค้า ไม่ว่าเค้าจะฟังหรือไม่ ฉันก็จะบอก ขอบใจมากนะเพื่อนรัก” ปัญจรียิ้มกว้างให้อรินยา แล้วหญิงสาวก็รีบเดินออกจากห้องหรู เพื่อไปตามหัวใจของเธอ


ไม่ว่าเค้าจะรับฟังหรือไม่ ไม่ว่าเค้าจะต้องการเธอหรือเปล่า แต่หญิงสาวตัดสินใจแล้วว่าจะไปบอกกับเค้า บอกให้เค้ารับรู้ถึงความรู้สึกที่เธอมีต่อเค้า บอกให้เค้าได้รู้ว่า เธอรักเค้า.......


อรินยานั่งมองเพื่อนรักที่กำลังเดินออกไป ด้วยรอยยิ้ม ....


“โชคดีนะเพื่อนรัก....” อรินยากล่าวเบาๆ ออกมา แล้วหญิงสาวก็หันมองหน้าตัวเองในกระจกเงาอีกครั้ง
.
.
.
“เอ้า...ใกล้เวลาแล้วนะ เจ้าบ่าวพร้อมรึยัง...” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากหน้าบ้านของปัฐวี


ชายหนุ่มเดินออกมาจากภายในตัวบ้าน เค้าอยู่ในชุดเจ้าบ่าวมาดหล่อเท่ห์


เหล่าหนุ่มๆ ที่ช่วยงาน ต่างหันมองลูกพี่ของตัวด้วยท่าทางตะลึงๆ


“โหยยยยย พี่ตุ้ม วันนี้หล่อบาดใจเลยว่ะ” หนุ่มล่ำ 1 ในกลุ่มวินมอเตอร์ไซด์ที่ปัฐวีดูแลอยู่ รีบพูดขึ้นเมื่อเห็นลูกพี่ของเค้าเดินออกมา


“เอออเว้ยยย วันนี้ลูกพี่เราหล่อขาดใจเลยวุ้ย” หนุ่มอีกคนพูดเสริมขึ้น


“ไม่ต้องเลยๆ พวกเอ็งไม่ต้องมาแซว” ปัฐวีกล่าวเสียงเข้มใส่กลุ่มหนุ่มๆ ที่มองแซวๆ เค้าอยู่


“แหม วันนี้พ่อตุ้มหล้อหล่อนะจ๊ะ” เจ๊เล็กแม่ค้าขายผักในตลาด ที่วันนี้ก็มาร่วมงานด้วยกล่าวชมชายหนุ่ม


“เอาล่ะๆ ได้เวลาตั้งขบวนขันหมากแล้ว ใครประจำที่ไหนก็เตรียมตัวนะ” ป้าบ๊วย เถ่าแก่ฝ่ายชาย กล่าวขึ้น เพื่อให้ทุกคนที่มาร่วมแห่ขบวนขันหมากเข้ายืนประจำที่


ถาดขนมมงคลถูกแจกจ่ายให้เหล่าคนที่มาร่วมขบวนช่วยกันถือ มีทั้งขนมรังนก ขนมโก๋ ขนมถั่วเคลือบน้ำตาลสีขาว สีชมพู ขนมเปลือกส้มโอ และขนมต่างๆ อีกมากมายที่ใช้ในงานมงคลสมรส


ถาดสินสอดถูกจัดเรียงให้พวกผู้ใหญ่ซึ่งเป็นที่นับถือของคนในระแวกนั้นถือน้ำขบวนขันหมากไปด้วย


ต้นกล้วยอ่อน และต้นอ้อยสูงเรียวสวย ถูกเหล่าหนุ่มๆ วินมาถือนำขบวน....


เหล่ากลองยาวนำหน้าขบวน เริ่มบรรเลงเพลงกลองยาวอย่างสนุกสนาน แม่ค้าในตลาดหลายต่อหลายคนที่มาร่วมงาน ต่างออกไปร้องรำอยู่กับกลุ่มกลองยาว


ปัฐวียืนประจำตำแหน่งข้างๆ แม่สื่อช่วงหัวขบวน โดยมีป้าหมูเล็กยืนอยู่ใกล้ๆ


“เอ้า พร้อมแล้วก็เริ่มเดินขบวนได้........” สิ้นเสียง จากแม่สื่อ เสียงโห่ร้องของคนนำขบวนก็ดังขึ้น


“โห่...................ฮิ....................โห่...............ฮิ.................โห่.................ฮิ้วววววววววววววววววว.............”


เสียงโห่นำขบวนดังขึ้น และต่อด้วยเสียงกลองยาวที่เป็นจังหวะสนุกสนานก็ตามมาติดๆ


ขบวนขันหมากเริ่มเคลื่อนตัวไปตามทางจากบ้านปัฐวี ไปยังบ้านของพาสนา..
.
.
.
พิษณุนั่งเงียบๆ อยู่ในห้องพักสุดหรูของโรงแรม ชายหนุ่มอยู่ในสูทสีเข้ม มาดเท่ห์ของเค้า ทำให้วันนี้ชายหนุ่มดูหล่อเนียบมากขึ้น


แม้ภายนอกจะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ภายในใจของเค้าแล้ว มันแสนจะเจ็บปวด.......วันนี้เค้าต้องเข้าร่วมพิธีหมั้นกับอรินยา ในขณะที่พาสนากำลังจะแต่งงานกับปัฐวี


ความรู้สึกภายในใจของเค้าในตอนนี้มันแสนจะทรมานอย่างที่สุด หญิงสาวที่เค้ารักกำลังจะเป็นของผู้ชายอื่น โดยที่เค้าไม่สามารถทำอะไรได้เลย


“ณุ เป็นยังไงบ้างลูก” คุณจินตนาเข้ามาในห้อง เพื่อดูลูกชายของท่าน


““..คุณแม่” พิษณุหันมองมารดา เค้ายิ้มให้ท่านบางๆ


“อีก ครึ่งชั่วโมง งานก็จะเริ่มแล้วนะ” คุณจินตนาเดินเข้ามายืนข้างๆ บุตรชาย


“ครับ” พิษณุรับคำเบาๆ


“ณุเป็นแบบนี้แม่ไม่สบายใจเลย” คุณจินตนามองหน้าบุตรชายด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ


“ไม่มีอะไรหรอกครับคุณแม่........” พิษณุยิ้มให้มารดาอีกครั้ง


“ณุ....” คุณจินตนามองบุตรชายด้วยความรู้สึกสงสาร ไม่รู้ทำไม ท่านถึงรู้สึกว่า ในเวลานี้พิษณุบุตรชายของท่านกำลังมีเรื่องกลุ้มใจ และไม่มีความสุขเอาซะเลย


“แม่ไม่อยากให้ลูกเป็นแบบนี้เลย........ถ้า ถ้าการแต่งงานทำให้ลูกเป็นทุกข์แบบนี้ แม่จะไปบอกคุณพ่อให้เอามั้ยลูก” คุณจินตนาตัดสินใจกล่าวกับบุตรชาย ท่านไม่อยากให้การแต่งงานในครั้งนี้ เป็นตัวทำลายความสุขของบุตรชายของท่าน


“คุณแม่ครับ...” พิษณุมองหน้ามารดา เค้ารู้สึกดีถึงความรัก ความปรารถนาดีที่ท่านมีให้เค้า


“ณุ รักเด็กคนนั้นใช่มั้ย” คุณจินตนากล่าวถามบุตรชายด้วยความสงสัยที่ค้างคาใจมานาน


“.........” พิษณุนิ่งเงียบอยู่ชั่วครู่ ชายหนุ่มเงยหน้ามองมารดาของเค้า ดวงตาที่มีร่องรอยของความปวดร้าวฉายออกมา ทำเอาผู้เป็นแม่รู้สึกสงสารเค้าจับใจ


“ไม่มีประโยชน์อะไรแล้วครับคุณแม่ ปลาเค้า........ปลาเค้าไม่ยอมแต่งกับผม เค้ากำลังจะแต่งกับคนอื่น” พิษณุกล่าวออกมา ด้วยน้ำเสียงเศร้า


“โธ่ ลูกแม่...” คุณจินตนากอดบุตรชายของท่าน และให้รู้สึกสงสารเค้าจับใจ


“อ้าว มาอยู่นี่เองคุณจิน” คุณเพ็ญศรี เดินเข้ามาในห้องเช่นกัน ท่านกล่าวทักคุณจินตนา


คุณจินตนาปล่อยมือจากบุตรชาย แล้วหันมองคุณเพ็ญศรีที่กำลังเดินเข้ามา


“แหม เจ้าบ่าวหล่อเชียว” คุณเพ็ญศรีมองมาทางพิษณุแล้วยิ้มให้เค้า


“สวัสดีครับคุณหญิงอา” พิษณุกล่าวทักทายคุณเพ็ญศรีอย่างอ่อนน้อม


“คุณเพ็ญมีอะไรรึป่าวคะ” คุณจินตนากล่าวถามคุณเพ็ญศรี


“อ้อ พอดีมีเรื่องจะปรึกษาหน่อยค่ะ ว่างรึป่าว” คุณเพ็ญศรีกล่าวถามคุณจินตนาด้วยสีหน้ายิ้มๆ


“ได้ซิคะ เราไปคุยกันข้างนอกดีกว่านะคะ” คุณจินตนากล่าว พร้อมกับชักชวนคุณเพ็ญศรีออกไปคุยด้านนอก


“ดีเลยค่ะ” คุณเพ็ญศรีกล่าวยิ้มๆ


คุณจินตนาเดินออกไปด้านนอกของห้อง แต่ก่อนท่านเดินออกไป ท่านหันกลับมองมาทางบุตรชายอีกครั้ง ดวงตาของแม่ แสดงถึงความสงสารในตัวบุตรชายออกมาอย่างเห็นได้ชัด



 

โดย: kokoo_129 22 ตุลาคม 2552 18:54:35 น.  

 




ขบวนขันหมาก ร้องโห่มาแต่ไกล....


คุณสุได้ยินเสียงขันหมากใกล้เข้ามา เธอเดินยิ้มแล้วเดินเข้ามาหาพาสนาในห้องของเธอ


“ขบวนขันหมากจะมาถึงแล้วนะปลา” คุณสุกล่าวกับบุตรสาว ที่นั่งนิ่งอยู่ในห้อง


“ไหนมาดูซิ.....วันนี้ลูกสาวแม่สวยจริงๆ” คุณสุกล่าวยิ้มๆ พร้อมกับมองพาสนาด้วยสีหน้าชื่นชม


“......” พาสนาไม่ตอบอะไร เธอนั่งนิ่งเงียบ ดวงตาของเธอมันมีแต่ความเศร้าหมอง


รอยยิ้มของมารดาเริ่มจางลง ท่านมองอาการของลูกสาวออก


“แมงปอ...ไปดูข้างนอกซิว่าเตรียมการเรียบร้อยรึยัง” คุณสุหันไปบอกกับแมงปอที่นั่งเป็นเพื่อนพาสนาในห้อง


“จ๊ะป้า” แมงปอรับคำสั่งของคุณสุ ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้แม่ลูกเค้าพูดคุยกัน


“ปลา....ไม่สบายใจหรือลูก” คุณสุมองหน้าพาสนา ท่านกล่าวถามอย่างสงสัย


“ไม่มีจ๊ะแม่” พาสนาเงยหน้าตอบมารดา


“แน่ใจหรือ.....วันนี้วันดีนะลูก” คุณสุบอกกับพาสนา ดวงตาของท่านจ้องมองเธอด้วยความรัก และความห่วงใย


“ไม่มีอะไรจริงๆ จ๊ะแม่จ๋า......ปลาเห็นแม่ดีใจ ปลาก็ดีใจ” พาสนาบอกกับมารดา ดวงตาของเธอที่กำลังมองมารดาอยู่นั้น มันมีทั้งความยินดี และความเศร้าผสมปนกันอยู่


“ปลา.....” คุณสุยกมือจับแก้มลูกสาวอย่างแผ่วเบา ท่านมองดูดวงตาคู่นั้นของพาสนา มันยิ่งทำให้ท่านรู้สึกไม่สบายใจ


“ปลาบอกความจริงกับแม่ซิ....ปลารักเค้าใช่มั้ย” คุณสุกล่าวถามลูกสาวคนเดียวของท่าน


“......” เมื่อได้ยินคำถามของมารดา ทำเอาพาสนาถึงกลับสะอึก เธอนิ่งอึ้งไปทันที


“ใช่มั้ย ลูกรักเค้าใช่มั้ย” คุณสุกล่าวถามย้ำอีกครั้ง


“..........” พาสนาไม่ตอบอะไร เธอก้มหน้าลง


“แล้วทำไมวันนั้นปฏิเสธเค้าไปล่ะลูก...........ทำไมกัน” คุณสุรู้สึกใจหาย ที่มารู้ว่าจริงๆ แล้วลูกสาวของท่านรักใคร ในวันแต่งงานแบบนี้


“ไม่มีประโยชน์หรอจ๊ะแม่.......ปลากับเค้า ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว” พาสนากล่าวออกมาน้ำเสียงสั่น น้ำตาหยดใส ไหลร่วงลงมา


“โธ่........ทำไมเป็นแบบนี้นะลูก” คุณสุมองลูกสาวที่กำลังอยู่ในอาการเศร้าสลด ท่านรู้สึกปวดใจแทนอย่างบอกไม่ถูก


“งั้นแม่ไปบอกเลิกงานแต่งแล้วกันนะ” คุณสุตัดสินใจ จะยกเลิกงานทุกอย่างลง เพื่อลูกสาวคนเดียวของท่าน หากพาสนาต้องแต่งงานออกไปทั้งๆ ที่ยังรักผู้ชายอีกคน ท่านเองก็ไม่มีความสุข


“อย่าเลยแม่.........อย่า...” พาสนาคว้ามือมารดาของเธอเอาไว้


“ทำไมล่ะ” คุณสุกล่าวถามสีหน้าเครียด


“อย่าเลย ปลาจะแต่ง.........อย่าให้ชาวบ้านเอาเรื่องนี้ไปนินทาอีกเลยแม่” พาสนาบอกกับมารดา เพราะเธอรู้ดีว่า หากงานแต่งวันนี้ล่มลง ชาวบ้านที่คอยจะนินทาเรื่องของเธอต้องมีเรื่องให้เมาท์กันอีกแน่นอน


“แล้วจะปล่อยไปแบบนี้หรือลูก ปลาจะมีความสุขหรือ” คุณสุมองหน้าลูกสาวอย่างแสนสงสาร


“ไม่เป็นไร........ปลาไม่เป็นไร ขอแค่แม่มีความสุข ปลายอมทำทุกอย่าง” พาสนาบอกกับมารดาของเธอ น้ำตาหยดใสยังคงไหลออกมา


“ไม่เป็นไรได้ยังไง ดูซิ ดูลูกของแม่ซิ” คุณสุจ้องมองดูพาสนา ท่านรู้สึกเจ็บปวดและทรมานใจที่เห็นลูกสาวของท่านเป็นแบบนี้


“ไม่เป็นไรจริงๆ จ๊ะแม่..........ตุ้มมันก็ดี ปลาแต่งกับตุ้ม ปลาอาจมีความสุขก็ได้ แม่กับป้าหมูเล็กก็จะได้ไม่ผิดใจกัน ชาวบ้านก็จะไม่มีเรื่องไปนินทาด้วย” พาสนาบอกกับมารดาของเธอ


หญิงสาวฝืนยิ้มออกมาให้มารดาได้สบายใจ


คุณสุจ้องมองลูกสาวด้วยแววตาสงสาร ท่านกอดพาสนาเอาไว้ อย่างเข้าใจ และซึ้งใจในความคิดของเธอ


“โธ่ลูกปลา.......” คุณสุกล่าวน้ำเสียงเบา ท่านรู้สึกเข้าใจ และเห็นใจลูกสาวของท่านเหลือเกิน


“แม่สุ แม่สุ ขบวนขันหมากมารอหน้าบ้านแล้วนะ” เสียงเจ๊โตน มารดาของสองฝาแฝดตูน ตาล ดังมาจากหน้าประตู เพื่อมาแจ้งให้คุณสุทราบว่า ตอนนี้ขบวนขันหมากได้มาถึงหน้าบ้านแล้ว


“อืมๆๆ จะออกไปแล้ว” คุณสุ ตอบรับ ก่อนจะหันมองกลับมายังลูกสาว


“ถ้าปลาไม่อยากแต่งบอกกับแม่นะ แม่ยินดีล้มเลิกงานเอง” คุณสุกล่าวย้ำกับพาสนาอีกครั้ง


“ไม่ต้องหรอกแม่ ปลาจะแต่ง...” พาสนาส่ายหน้าไปมาเบาๆ ให้กับมารดา


“.......” คุณสุมองหน้าพาสนานิ่ง ท่านได้แต่ทำใจ และหวังว่าการแต่งงานครั้งนี้จะทำให้ลูกสาวของท่านมีความสุขในอีกไม่ช้า


“งั้นแม่ออกไปก่อนนะ” คุณสุกล่าวจบก็ลุกขึ้นเดินไปทางประตูห้อง


พาสนานั่งมองมารดาของเธอ หญิงสาวยิ้มให้มารดาอีกครั้งก่อนที่ประตูห้องจะถูกปิดลง


คุณสุเดินออกมาจากห้องของลูกสาว ท่านเดินออกมานั่งอยู่ในห้องกว้างกลางบ้านเพื่อรอขบวนขันหมากที่กำลังจะผ่านเข้ามา



ที่หน้าบ้าน....


ขบวนขันหมากจากเจ้าบ่าว ได้มายืนรอการต้อนรับจากฝ่ายเจ้าสาว



ผู้คนมากมายที่มาร่วมงาน ต่างแสดงอาการดีใจ และตื่นเต้นกับพิธีในครั้งนี้



หน้าประตู มีสองสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม จากตลาดท้ายซอยมาคอยกั้นประตูเงิน.....



“อ้าวๆ จะผ่านประตูบ้านนี้ได้ ต้องมีค่าน้ำร้อนน้ำชาหน่อยนะจ๊ะ พ่อตุ้ม” สาวคนหนึ่งกล่าวสีหน้ายิ้มๆ



ปัฐวีมองสองสาวที่มายืนกั้นประตูเงิน ด้วยรอยยิ้ม เค้าคุ้นหน้าคุ้นตากับสองสาวนี้ดี เพราะพวกเธอมักจะชอบใช้บริการวินของเค้าบ่อยๆ



“พี่หนู กับพี่เจน นี่มาดังรอประตูแรกเลยหรือครับ” ปัฐวีกล่าวยิ้มๆ ก่อนจะหยิบซองสีแดงส่งให้สองสาวคนละซอง



“ขอบคุณจ้า” สองสาวรับซองแดงจากชายหนุ่มพร้อมกับยิ้มหวาน....แล้วสายสร้อยเงินที่ขึงกั้นไว้ก็ถูกปล่อยลง ให้ขบวนขันหมากเดินผ่านเข้าไปในตัวบ้าน



เมื่อขบวนขันหมากเดินผ่านประตูรั้วบ้านเข้ามาก็ต้องมาพบกับการกั้นประตูทองอีกชั้นที่ประตูเข้าบ้าน ซึ่งครั้งนี้มีอีกสองสาว ที่หน้าตาสวยสด คนหนึ่งคือเจ๊โม เจ้าของร้านเสริมสวยท้ายตลาด ส่วนอีกคนคือน้องนุ้ย ลูกสาวเจ๊เป็ดเขียงขายหมูในตลาดเช่นกัน



“โห ประตูนี้ท่าจะหนักแฮะ...” หนุ่มวินที่ถือต้นกล้วยเข้ามากับขบวนร้องขึ้นเมื่อเห็นเจ้าของประตูทอง



“พูดดีๆ นะเจ้าวิน เดี๋ยวเหอะ” เจ๊โม ทำตาดุใส่หนุ่มวินปากกล้า ก่อนจะหันมายิ้มหวานให้ปัฐวี



“ประตูเนี่ยะ บอกไว้ก่อนนะจ๊ะน้องตุ้ม....ผ่านยาก” เจ๊โมบอกกับปัฐวียิ้มๆ



“ใช่ๆ เงินไม่ถึง ไม่ให้ผ่าน” น้องนุ้ยเองก็ช่วยเจ๊โมเสริม



“โธ่เจ๊โม น้องนุ้ย ตุ้มมันคนจนนะ จะเอาที่ไหนมาให้นัก” ปัฐวีกล่าวกับสองสาว



ชายหนุ่มเอาซองสีแดงทีเตรียมมาส่งให้ทั้งสองสาวที่ยืนกั้นประตูทองอยู่



สองสาวรับซองสีแดงจากชายหนุ่ม แต่สร้อยทองที่ใช้กั้นประตูยังคงไม่ถูกปลอ่ยลง เจ๊โม มองซองสีแดงที่ปัฐวีส่งให้ แล้วทำหน้าไม่พอใจ



“ซองเดียว ไม่พอ” เจ๊โมยังคงแกล้งชายหนุ่ม



“จริงด้วย ซองบ้าง บาง “ น้องนุ้ยช่วยเสริม



“โห......” ปัฐวีร้องโอยออกมาก่อนจะหยิบซองสีแดงส่งให้สองสาวอีกครั้ง



“เจ๊ก็ไม่อยากจะเคี้ยวหรอกนะ แต่ตุ้มเอ้ยย ได้เจ้าสาวสวยๆ ทั้งทีมันต้องลงทุนหน่อย” เจ๊โมรับซองจากชายหนุ่มด้วยสีหน้ายิ้มๆ



แล้วสร้อยทองก็ถูกปล่อยให้ขบวนขันหมากเดินผ่าน....


 

โดย: kokoo_129 22 ตุลาคม 2552 18:54:52 น.  

 


“อ๊ะๆๆ......จะไปไหนจ๊ะ” แต่ไม่ทันที่ขบวนขันหมากจะเคลื่อนขบวนเข้าไปในบ้าน หัวขบวนก็ต้องหยุดชะงักอีกครั้งมื่อเจ๊โตน และเฮียปอง สองสามีภรรยา มายืนยิ้มขวางทางขบวนต่อจากคู่ของเจ๊โม และน้องนุ้ย


“อะไรกันครับเจ๊โตน” ปัฐวีขมวดคิ้วมองสองสามีภรรยา


“..........” เจ๊โตนไม่ตอบอะไร แต่เธอได้หยิบเอาเข็มขัดนาถที่อุตส่าห์ถอดรอไว้ตอนขบวนขันหมากมาตั้งท่าที่หน้าบ้าน ออกมาแล้วส่งอีกปลายให้กับเฮียปองทันที


“โหยยยยย ประตูเงิน ประตูทอง แล้วนี่ประตูนาถหรือเนี่ยะ” หนุ่มวินร้องออกมาเมื่อเห็นเข็มขัดนาถเส้นสวยขวางขบวนไว้อีกชั้น


“แหม ก็ลูกสาวบ้านนี้เค้าสวยนิ เลยต้องกั้นหลายชั้นหน่อย” เฮียปองตอบหนุ่มวินยิ้มๆ


“สงสัยจะสวยจริงๆ นะพี่ตุ้ม ดูซิ กั้นซะ 3 ชั้นเลย” หนุ่มวินพูดกระซิบปัฐวียิ้มๆ


“เค้าก็ทำตามประเพณีหน่ะ” แม่สื่อที่ยืนข้างๆ ปัฐวีตอบแทนชายหนุ่ม


“อ๊ะๆ.....นี่คร๊าบเจ๊โตน เฮียปอง” ปัฐวีหยิบเอาซองสีแดงออกมาอีกสองซอง ส่งมอบให้สองสามีภรรยา


“เสียใจจ๊ะตุ้มเม้ง ของเจ๊หน่ะ ยากกว่าของเจ๊โม กับหนูนุ้ยอีกนะ เพราะเป็นญาติสนิท” เจ๊โตนยังคงกั้นประตูขวางขบวนขันหมากอยู่ดี แม้จะรับซองไปแล้วก็ตาม


“...” ปัฐวีหันมองไปทางมารดาของเค้า


ป้าหมูเล็ก ส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม สู่ราคาค่าประตูครั้งนี้


“อ๊ะ ทุ่มสุดเลยเลยนะครับ” ปัฐวีหยิบซองสีแดงส่งให้เจ๊โตนกับเฮียปองอีก 2 ซองใหญ่ๆ


เจ๊โตนรับซองสีแดงมาจากชายหนุ่ม แล้วทำแกล้งเป็นส่องซองกับแสงแดงอ่อนๆ ยามเช้า


“แหม....ซองก็หนาดีนะ ไม่รู้จะมีแต่แบงค์ยี่สิบรึป่าว” เจ๊โตนแกล้งพูดแซวชายหนุ่ม


“โธ่เจ๊ ก็ตุ้มจนนิครับ” ปัฐวีตอบเจ๊โตนยิ้มๆ


“อ๊ะๆๆๆๆ ผ่าน........เชิญขบวนขันหมากเข้าบ้านจ้า” เจ๊โตนมองชายหนุ่มยิ้มๆ ก่อนจะยอมปล่อยให้ขบวนขันหมากผ่านเข้าไปข้างในจริงๆ


เมื่อเข้มขัดนาถยอมปล่อยให้ขบวนขันหมากผ่านเข้าไปได้แล้ว ต้นกล้วย และต้นอ้อยถูนำไปผูกพิงกับหน้าประตูบ้าน ส่วนคนอื่นๆ ก็ทะยอยนำขนมขันหมากเข้าไปไว้ในบ้าน ของพาสนา


ภายในถูกจัดเก็บให้เป็นลานกว้างๆ โล่งๆ เพื่อสะดวกต่อการจัดวางข้าวของที่ขบวนขันหมากนำมา


ขนมขันหมาก และของหมั้นของหมายต่างๆ ถูกลำเลียงวางไว้อย่างเป็นระเบียบ จัดเรียงเพื่อให้ตรวจทานได้อย่างสวยงาม


เมื่อวางของที่นำมาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหล่าบรรดาสักขีพยานที่มาร่วมงานก็พากันไปหาที่นั่งเพื่อรอทำพิธี สาวๆ ที่มาช่วยงานฝ่ายเจ้าสาว ก็ต่างนำน้ำมาเสริฟคนที่แห่ขันหมาก.....


เสียงพูดคุยของเหล่าบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ดังระหึงไปทั่ว...


พาสนาที่นั่งเงียบอยู่ในห้อง หลับตาลง.......ถึงเวลาแล้วซินะ เวลาที่เธอต้องเผชิญกับโลกของความเป็นจริง โลกของชีวิตคนธรรมดาที่เธอเป็นอยู่


เสียงเถ้าแก่ที่กำลังพูดจาพาทีสู่ขอพาสนากับคุณสุดังขึ้น.........เสียงผู้คนต่างก็เฮ ยินดีกันยกใหญ่ดังเข้ามาถึงในห้อง


พาสนานั่งฟังทุกถ้อยคำด้วยอาการเงียบสงบ


“.......ลาก่อนพี่ณุ” เธอกล่าวออกมาเบาๆ น้ำเสียงเศร้า ต่อจากนี้ไป เธอต้องเก็บเค้าไว้ในความทรงจำ ไม่อาจคิดถึง ไม่อาจพบเจอกันได้อีก เพราะไม่ว่าจะด้วยเหตุใด เมื่อเธอแต่งงานกับปัฐวีไปแล้ว เธอก็ต้องเป็นภรรยาที่ดี ซื่อสัตย์ต่อสามี ไม่อาจปันใจไปคิดถึงชายอื่นได้อีกต่อไป


น้ำตาของเธอไม่ได้ไหลออกมาอีกแล้ว เพราะมันได้ไหลออกมาจนแทบหมดสิ้นตั้งแต่เมื่อค่ำคืนวาน คงมีแต่ความเศร้าที่มีอยู่ในใจ ความเจ็บปวดที่ฝั่งลึกอยู่ข้างในเท่านั้น


ประตูห้องของพาสนาถูกเปิดออก พร้อมด้วยสองสาวที่แต่งตัวอยู่ในชุดน่ารักๆ


“พี่ปลาจ๋า ป้าสุให้มาตามออกไปได้แล้วจ๊ะ” แมงปอ บอกกับพาสนาสีหน้ายิ้มๆ กับลูกตาล


“......” พาสนามองไปทางน้องสาวทั้งสอง เธอสูดลมหายใจลึกยาว ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่


“ป่ะ...” ลูกตาลมองพาสนาที่กำลังเดินตามออกมา แล้วหันไปพูดยิ้มๆ กับแมงปอ


“เจ้าสาวมาแล้วค่ะ” สองสาวน้อยส่งเสียงหวานใสบอกกับทุกคนที่กำลังนั่งรอการปรากฏตัวของพาสนา


ทุกสายตามองไปทางห้องนอนของหญิงสาวเพื่อรอชมความงามของเจ้าสาวในวันนี้........


ปัฐวีมองไปทางประตูห้อง ด้านหลังของแมงปอ และลูกตาล หญิงสาวก้าวขาออกมาจากห้องของเธอ ผ้าสินธ์สีครีมไข่ไก่ยาวจรดข้อเท้า และตัวเจ้าสาวก็เผยความงามออกมาหลังบานประตูนั้น


พาสนาในชุดไทยสีไข่ไก่สวยหวาน ขับกับสีผิวขาวเนียนละเอียดสีชมพูของเธอ ผมสั้นซอย ถูกจัดแต่งให้เป็นทรงเรียบดูเก๋ ใบหน้าที่ไม่เคยตกแต่งเครื่องสำอางใดๆ ถูกแต่งแต้มด้วยสีชมพูอ่อนๆ


ทุกคนที่หันมองมาทางพาสนา ต่างก็เงียบตะลึงกันหมด ไม่เว้นแม้แต่ปัฐวี


“โหยยยยยยย สวยจัง” หนุ่มวินมองพาสนาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา


“มิน่า ถึงกั้นประตูซะขนาดนั้น ที่แท้เจ้าสาวสวยอย่างนี้นี่เอง” เฮียตู้ ที่มาร่วมขบวนแห่ขันหมากด้วย กล่าวออกมาอย่างอิจฉาปัฐวี


“ปลา มานั่งนี่ซิลูก” คุณสุบอกกับพาสนาให้มานั่งข้างๆ ปัฐวี เพื่อทำพิธีต่อ


พาสนาเดินเข้ามานั่งข้างๆ ชายหนุ่ม เธอไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาเลย นอกจากนั่งเงียบนิ่ง


ปัฐวีมองหญิงสาวข้างๆ เค้ารู้ดีว่า พาสนารู้สึกอย่างไร และเค้าเองก็ไม่ได้อยากจะให้เป็นแบบนี้สักเท่าไหร่


“เอาล่ะๆ เมื่อบ่าวสาว พร้อมแล้ว เราก็มาเริ่มพิธีกันต่อเลยนะ” แม่สื่อกล่าวขึ้น..


เถ้าแก่ฝ่ายชายเริ่มทำการพูดจา เข้าพิธี เพื่อให้ทั้งสองสวมแหวนแต่งงานให้กันและกัน


ตรงหน้าปัฐวี มีพานดอกไม้สีทองวางอยู่ และข้างบนสุดของพานก็มีกล่องกำมะหยี่สีแดงวางเอาไว้ ภายในมีแหวนวงน้อยรอคอยที่จะถูกนำมาสวมนิ้วให้หญิงสาว


ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันถึงเรื่องสินสอดทองหมั้นของกำนัลต่างๆ


ป้าหมูเล็กนำถาด และพานที่ใส่เงิน ใสทอง มาวางตรงหน้าคุณสุ.....


เมื่อแกะผ้าสีแดงออกก็ปรากฏกองเงินที่นำมาใช้สู่ขอพาสนา ซึ่งก็รวมๆ หลายแสนบาท และอีกพานหนึ่ง เมื่อแกะผ้าออกก็เป็นสร้อยคอทองคำ หลายต่อหลายเส้น ซึ่งก็หลายสิบบาทเช่นกัน


ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงเจรจากันจนเสร็จเรียบร้อย ทั้งทอง และเงิน ถูกใส่กลับเข้าไปในถุงสีแดงกำมะหยี่ แล้วให้คุณสุแบกใส่บ่า เพื่อนำเข้าไปเก็บในห้อง ตามประเพณี


ทุกอย่างดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงพิธีแลกแหวนกันและกัน ซึ่งหากทั้งสองได้สวมแหวนของกันและกันแล้ว ก็ถือว่า ได้ตกลงเป็นสามีภรรยากันตามประเพณี และหลังจากนั้นจึงเป็นพิธีรดน้ำสังข์ต่อไป


หลังจากที่คุณสุออกมาจากห้องซึ่งได้นำเอาถุงใส่เงินใส่ทองเข้าไปเก็บแล้วนั้น เถ้าแก่ก็เริ่มทำพิธีสวมแหวนแต่งงานต่อทันที


“ต่อไป ก็ถึงพิธีสำคัญแล้วนะ คือพิธีสวมแหวนแต่งงาน....” แม่สื่อพูดขึ้น และมองไปยังสองบ่าวสาว


“ตุ้มเปิดแหวนให้น้องดูซิ” แม่สื่อบอกกับปัฐวี เพื่อให้เค้าเปิดกล่องกำมะหยี่ที่วางตรงหน้าให้พาสนาดู


“ครับ” ชายหนุ่มรับคำ แล้วหันไปหยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงขึ้นมา เพื่อทำการเปิดมันออก


แสงแวววาวของเพชรเม็ดเล็กๆ ในตัวแหวนส่องประกายออกมา....ทุกคนที่มาร่วมงานต่างส่งเสียงฮือฮา


ชายหนุ่มหันแหวนให้พาสนาดู แต่เหมือนหญิงสาวไม่ได้สนใจใยดีกับแหวนเพชรวงน้อยนี้เลยสักนิด


“เอาล่ะ ต่อไปนี้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงปลงใจเป็นทองแผ่นเดียวกัน ก็ขอให้ฝ่ายเจ้าบ่าว สวมแหวนให้กับเจ้าสาว เพื่อยืนยันการครองคู่ของกันและกันในครั้งนี้นะ” เถ้าแก่พูดขึ้น


“สวมแหวนให้น้องซิ” แม่สื่อกระซิบบอกกับปัฐวี


ชายหนุ่มหยิบแหวนวงน้อยออกมาจากกล่อง เค้ามองหน้าพาสนาที่นั่งหันหน้าให้เค้า............


หญิงสาวเงยหน้ามองอีกฝ่าย สีหน้า และดวงตาของเธอมันช่างเลื่อนลอย ไร้แววตา


“ถ้า...” ปัฐวีอยากจะบอกกับหญิงสาวเหลือเกินว่า หากไม่อยากแต่งก็ให้บอกปฏิเสธซะเดียวนี้ เพราะหากสวมแหวนไปแล้ว มันอาจจะสายเกินไป


พาสนามองหน้าชายหนุ่มตรงหน้า เธอรู้ว่าเค้ารู้สึอย่างไร หวังดีกับเธอแค่ไหน เธอหันมองไปทางผู้ใหญ่ที่มาร่วมงานในครั้งนี้ ป้าหมูเล็ก และมารดาของเธอ


พาสนาหันมองกลับมาทางปัฐวีอีกครั้ง.......


เธอยื่นมือของเธอออกมา แล้วส่งให้ชายหนุ่ม....


ปัฐวีรับมือขาวๆ ของพาสนาเอาไว้......เค้ามองแหวนวงน้อยในมือของเค้า และมองเธออีกครั้ง พาสนายิ้มบางๆ ให้เค้า


ปัฐวีก้มหน้ามองนิ้วมือของพาสนาอีกครั้ง ก่อนจะนำแหวนที่ถืออยู่ ขยับเข้าใกล้นิ้วของเธอ เพื่อสวมมันเข้าไปในนิ้วนางข้างซ้ายนั้น


 

โดย: kokoo_129 22 ตุลาคม 2552 18:55:08 น.  

 



ชายหนุ่มจ้องมองหน้าอีกฝ่ายอีกครั้ง พาสนานั่งก้มหน้าไม่พูดไม่จาอะไร .....


ปัฐวีตัดสินใจ จะสวมแหวนให้พาสนาตามพิธีการที่กำหนด


“ไม่ได้นะ......หยุดก่อน” เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำเอาปัฐวีต้องชะงักมือของเค้า เสียงๆ นี้เค้าจำได้ดี ชายหนุ่มหันมองไปทางต้นเสียงที่ยืนอยู่ตรงประตูบ้าน


ปัญจรีที่มาในชุดสีชมพูหวานสวย ยืนจ้องชายหนุ่มที่หน้าบ้าน เธอจ้องมองเค้า และพาสนา ที่กำลังนั่งทำพิธีอยู่


พาสนาเงยหน้ามองเจ้าของเสียงหวานนั้น เธอจ้องมองสาวสวยที่มาร้องห้ามการทำพิธีแต่งงานของเธอกับปัฐวี


“คุณปุ่น...” ปัฐวีเรียกชื่อของหญิงสาวเบาๆ


“อะไรกัน...แม่หนูนี่เป็นใครกัน” เสียงผู้ใหญ่ท่านหนึ่งร้องถามด้วยอาการแปลกใจ ที่อยู่ดีๆ สาวสวยคนนี้มาขัดจังหวะการทำพิธีแต่งงาน


“คุณยังแต่งไม่ได้นะตุ้ม” ปัญจรีบอกกับปัฐวี ดวงตาของเธอจ้องมองเค้านิ่ง


“คุณปุ่น คุณมาได้ยังไง” ปัฐวียังคงงุนงง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


“ฉันมาที่นี่ ก็เพื่อจะบอกคุณ ฉันมีอะไรบางอย่างที่ต้องบอกกับคุณ” ปัญจรีกล่าว น้ำเสียงของเธอดูอ่อนลง และกึ่งอ้อนวอน


ปัฐวีจ้องมองหญิงสาวแสนสวย เค้าอยากจะยิ้มออกมาที่เห็นเธอ แต่เค้าก็ยังคงไม่แน่ใจว่าเธอมาที่นี่เพื่ออะไร


“ตุ้มคะ..........ฉัน........ฉันรักคุณนะคะ” ปัญจรีบอกกับชายหนุ่มกลางงานแต่งงานของเค้ากับพาสนา


แขกที่มาในงาน ต่างมีอาการตกตะลึง ป้าหมูเล็ก นั่งจ้องหญิงสาวด้วยอาการมึนงง คุณสุเองก็มีอาการไม่ต่างกัน


พาสนานั่งมองปัญจรี เธอยิ้มออกมา เธอรู้สึกนับถือในความกล้าของหญิงสาวที่มาบอกกับปัฐวีในวันนี้


ปัฐวี ฟังปัญจรีกล่าวบอกรัก ด้วยอาการตะลึง เค้าแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ว่าสาวไฮโซ แสนถือตัวจะมาบอกกับเค้าแบบนี้ แหวนในมือของเค้า ร่วงลงกับพานที่รองอยู่


“ฉันรักคุณ ฉันยอมรับว่าฉันรักคุณ........อาจจะเหมือนว่าฉันบ้าไปแล้ว แต่ฉันก็อยากจะบอกว่ารักคุณ” ปัญจรีกล่าวออกมา น้ำตาของเธอไหลร่วงลงมาเปื้อนแก้มสวยของเธอ


“ตลอดเวลาที่ฉันพยายามไม่ยอมรับมัน แต่สุดท้าย ฉันก็หนีไม่พ้น ฉันรักคุณค่ะตุ้ม คุณได้ยินมั้ยค่ะว่า ฉันรักคุณ” ปัญจรีกล่าวออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้น เธอจ้องมองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกที่ปวดร้าวในใจ ที่ต้องมาบอกเค้าในวันงานแต่งงานแบบนี้ แต่เธอก็ยังรู้สึกดีบ้าง ที่อย่างน้อยเธอก็ได้บอกกับเค้า บอกให้เค้ารู้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร


ปัฐวี ลุกขึ้นยืน เค้าจ้องมองปัญจรีที่มายืนบอกรักเค้า ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก ชายหนุ่มยิ้มกว้างออกมา ดวงตาของเค้ามีน้ำใสๆ ซึมอยู่ มันมาจากความดีใจที่เค้ามี


“คุณปุ่น...” ชายหนุ่มเรียกชื่อของหญิงสาวแสนสวย


“ไปซิตุ้ม ไปหาเค้า” พาสนาที่นั่งอยู่ข้างๆ บอกกับชายหนุ่ม พร้อมยิ้มให้เค้า


ปัฐวีก้มมองหน้าพาสนาอีกครั้ง เค้ายิ้มรับเธอ


“คุณปุ่น....” ปัฐวีวิ่งไปหาหญิงสาวที่ยืนร้องไห้อยู่ตรงประตูบ้าน


“ตุ้ม...” ปัญจรีมองชายหนุ่มที่วิ่งมาหาเธอด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา


“ผมดีใจที่คุณกล้ามาพูดกับผมแบบนี้..........ผมก็รักคุณนะ ผมรักคุณ” ปัฐวีบอกกับหญิงสาวพร้อมรอยยิ้ม เค้าใช้สองมือของเค้าโอบกอดเธอไว้แน่น


ปัญจรีเองก็กอดรับชายหนุ่มเช่นกัน......


ทุกคนที่มาร่วมงานแต่งงาน ต่างมองคนทั้งคู่ด้วยอาการตกตะลึงหนักกว่าเดิม.....


ป้าหมูเล็กเกิดอาการอ้าปากค้าง กับภาพที่เห็น


คุณสุมองไปทางลูกสาวของท่าน ที่กำลังนั่งยิ้มกับคนคู่นั้น....
.
.
.
พิธีหมั้นกำลังจะเริ่มขึ้น...


เหล่าแขกจากแวดวงสังคมไฮโซ ต่างมากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ไม่ว่าจะเป็นเหล่ารัฐมนตรีต่างๆ นักธุรกิจที่มีชื่อเสียง ต่างก็ไม่ยอมพลาดงานในเช้าวันนี้


คุณจินตนา และคุณกรุงนั่งอยู่ที่เก้าอี้โซฟาชุดหรู ซึ่งทางโรงแรมได้จัดเตรียมไว้....ส่วนคุณหญิงเพ็ญศรี และท่านทูตภูมิเอก ก็นั่งอีกทางด้านหนึ่งของโซฟาที่จัดไว้ ตรงกลาง มีแขกกิตติมศักดิ์ ที่เชิญมาร่วมเป็นประธานพิธีในครั้งนี้


พิษณุนั่งอยู่บนพรม หน้าชุดโซฟาที่คุณจินตนา และคุณเพ็ญศรีนั่งอยู่


ช่างภาพ นักข่าวต่างก็มาถ่ายรูปทำข่าว ทำสกรู๊ปพิเศษกันอย่างคึกคัก....


แล้วเมื่อเวลาฤกษ์มาถึง เถ้าแก่ผู้ดำเนินพิธีการก็เริ่มกล่าวเริ่มพิธี...........ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และเมื่อถึงเวลา ที่อรินยาต้องออกมาจากห้องแต่งตัว....เพื่อมาร่วมพิธี หญิงสาวก็ค่อยๆ ก้าวเข้ามานั่งข้างๆ พิษณุ


ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวที่นั่งเคียงข้างเค้า อรินยายิ้มหวานให้เค้า


พิธีการต่างๆ ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ และในที่สุดก็ถึงเวลาสวมแหวนหมั้น


พิษณุนำแหวนที่เตรียมไว้ออกมา เค้าจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า.........เธอยิ้มหวานให้เค้าอีกครั้ง



“ได้เวลาสวมแหวนแล้ว คุณพิษณุสวมแหวนให้น้องซิคะ” เถ้าแก่ผู้ดำเนินพิธีการ กล่าวกับชายหนุ่ม



พิษณุเอื้อมมือของเค้าขึ้นมา เพื่อจะรับมือของอรินยามาสวมแหวน......อรินยายกมือของเธอขึ้น และเอื้อมไปรับชื่อชายหนุ่มที่กำลังรอมือของเธออยู่



พิษณุก้มมองแหวนวงน้อยในมือของเค้าอีกครั้ง จริงๆ แล้วหากวันนี้แหวนวงนี้ได้ไปอยู่ในมือของผู้หญิงอีกคนก็คงดี ..........แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ เพราะตอนนี้เธอคงรับแหวนจากผู้ชายอีกคนไปแล้ว พิษณุได้แต่ทำใจ และพยายามยอมรับมัน.....สำหรับเค้าในตอนนี้คงทำได้เพียงทำตามหน้าที่ให้จบๆ ไปเท่านั้น


ชายหนุ่มนำแหวนที่เตรียมไว้ ขึ้นมาและกำลังจะสวมมันให้กับอรินยา....


หญิงสาวยิ้มหวานให้เค้าอีกครั้ง ก่อนที่มือของเธออีกข้างจะจับมือของเค้าเอาไว้



“ไม่ต้องหรอกค่ะณุ” อรินยากล่าวกับชายหนุ่ม


พิษณุเงยหน้ามองอรินยา ด้วยความประหลาดใจ


“อะไรกันยาย่า.........ให้พี่เค้าสวมแหวนซิจ๊ะ” คุณเพ็ญศรี กล่าวกับบุตรสาวเบาๆ


แขกที่มาร่วมงาน ต่างมีอาการงุน งง สงสัยในพฤติกรรมของอรินยา


“คุณพ่อ คุณแม่ค่ะ คุณป้าจิน คุณลุงค่ะ.........” อรินยาหันไปมองพ่อแม่ของเธอ และพ่อแม่ของพิษณุ


“ยาย่าต้องขอโทษด้วยนะคะ..........ยาย่าคงแต่งกับณุไม่ได้” อรินยากล่าวกับทุกคนด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้ม


“ยาย่า...” พิษณุเรียกชื่อหญิงสาวด้วยสีหน้างง ๆ


“ณุคะ ยาย่าขอโทษด้วยนะ............ยาย่าทำใจไม่ได้จริงๆ ยาย่ารู้ว่าณุไม่ได้รักยาย่า และยาย่าก็ไม่ได้รักณุ” อรินยาหันมาบอกกับชายหนุ่มด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม


“........” พิษณุฟังหญิงสาวอย่างไม่เข้าใจ


“ยาย่าไม่อยากให้ใครตัดสินใจผิดพลาด..........ณุควรจะไปตามหาใจตัวเองนะคะ” อรินยากล่าวกับชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม


“ณุรักปลา.........ยาย่ารู้นะคะ” อรินยากล่าวกับชายหนุ่ม


พิษณุได้แต่นั่งเงียบ สิ่งที่อยู่ในใจเค้า อรินยาสามารถมองเห็น และรับรู้ได้ถึงขนาดนี้เลยหรือ...


“และยาย่าก็รู้ด้วยว่า ปลาก็รักณุ” อรินยายังคงพูดต่อ


“แต่....เค้ากำลังจะแต่งกับคนอื่น” พิษณุพูดออกมาด้วยความน้อยใจ


“แล้วไงค่ะ ณุจะยอมงั้นหรอ ณุจะปล่อยให้คนที่ณุรัก และรักณุ ไปให้กับคนอื่นหรือคะ” อรินยาร้องถามพิษณุขึ้น


ชายหนุ่มหันมองหน้าอรินยา


“ถ้ายาย่าเป็นณุ ยาย่าจะไม่ยอมปล่อยปลาไป.....ยาย่าจะไม่ยอมให้คนที่เรารักไปอยู่กับคนอื่น ทั้งๆ ที่รู้ว่าเรารักกันหรอกนะคะ” อรินยากล่าวกับชายหนุ่ม เธออยากจะบอกกับเค้าเหลือเกินว่า ถ้าแลกกันได้ เธอก็อยากจะเกิดเป็นเค้า เธอจะไม่ยอมเสียพาสนาไปเด็ดขาด


พิษณุฟังอรินยาพูด เค้าเองก็ไม่เคยคิดถึงจุดนี้เลย เค้ามัวแต่คิดว่า ไม่ว่าพาสนาจะต้องการเลือกทางเดินไหน เค้าก็จะยอมเธอทั้งหมด แต่ทำไม เค้าไม่ช่วยเธอเลือกทางเดินบ้างล่ะ ทำไมเค้าไม่พาเธอเดินไปบ้างล่ะ


“ไปหาปลาเถอะคะ ตอนนี้ ปลากำลังรอณุ อยู่นะ” อรินยาบอกกับชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม


พิษณุขมวดคิ้วแน่น.......


“ไปซิลูก......” คุณจินตนาพูดขึ้นมาบ้าง


พิษณุหันมองหน้ามารดาอย่างไม่เชื่อว่าท่านจะพูดออกมา


“ไปเถอะลูก ไปหาคนที่เรารัก คนที่ทำให้เรามีความสุข” คุณจินตนายิ้มให้บุตรชายของท่าน


“ขอบคุณครับแม่ ขอบคุณนะยาย่า” ชายหนุ่มยิ้มกว้างออกมา เค้ารีบลุกขึ้น แล้ววิ่งออกจากงานไป โดยทิ้งให้ทุกคนเกิดความงุนงงตามๆ กัน


“นี่มันอะไรกันคะ” คุณเพ็ญศรีร้องถามออกมา ด้วยอาการตกใจ


“เอาไว้แล้วดิฉันจะเล่าให้ฟังนะคะ” คุณจินตนากล่าวกับคุณเพ็ญศรี


คุณกรุงนั่งนิ่ง มองลูกชายของท่านวิ่งออกมา..........แล้วรอยยิ้มบางๆ ก็ผุดขึ้นที่มุมปากของท่าน



 

โดย: kokoo_129 22 ตุลาคม 2552 18:55:29 น.  

 



พาสนามองปัฐวี และปัญจรีด้วยรอยยิ้ม เธอรู้สึกมีความสุขเมื่อเห็นเพื่อนมีความสุข เธอก็รู้สึกมีความสุขตามไปด้วย



“อ้าว ทำงี้ได้ไงตุ้ม” แล้วน้องปลาล่ะ” เจ๊โตนร้องถามปัฐวีเมื่อเห็นชายหนุ่มวิ่งออกมากอดสาวสวยโดนไม่สนใจเจ้าสาวของเค้าเลย



“เออออ....” ปัฐวีหันมองมายังแขกที่นั่งมองเค้าเป็นตาเดียว” ชายหนุ่มมองไปทางมารดาของเค้า และพาสนา



“งานแต่งยกเลิกจ๊ะ” เสียงคุณสุดังขึ้น” ทำเอาแขกที่มาร่วมงานต่างก็เปลี่ยนเป็นหันมองมาทางท่าน



“แม่สุ....” ป้าหมูเล็กมองคุณสุ ด้วยอาการตกใจ



“แม่หมูเล็ก ฉันต้องขอโทษนะ ที่ต้องขอยกเลิกงานแต่งของปลา กับตุ้มเม้ง หน่ะ” คุณสุกล่าวกับป้าหมูเล็ก



“เอออ” แม่สุจ๊ะ” อย่าเพิ่งใจร้อนซิ” เจ้าตุ้มมัน........” ป้าหมูเล็กมองไปทางลูกชายของท่าน แล้วต้องให้งุนงง หนักขึ้น



“โอ้ยย ไอ้ลูกบ้า ทำไมทำแบบนี้” ป้าหมูเล็กบ่นออกมาเมื่อมองลูกชายของท่านกำลังกอดกับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่พาสนา



“ป้าหมูเล็กจ๊ะ อย่าไปว่าตุ้มมันเลยนะ............” พาสนากล่าวกับป้าหมูเล็ก



“ไม่ว่าได้ยังไงหนูปลา ก็ตุ้มมันทำแบบนี้หน่ะ”“ เจ๊โม โวยขึ้นบ้าง



“นั่นซิ พี่ตุ้มทำไมทำแบบนี้” วันนี้วันแต่งของพี่กับพี่ปลานะ” น้องนุ้ย เองก็คองปัฐวีด้วยสีหน้าไม่พอใจ



“เออออ นั่นซิๆ”“ แล้วแขกที่มาร่วมงาน ต่างก็มีอาการต่อว่าปัฐวี



“เดี๋ยวก่อนนะทุกคน...” พาสนาลุกขึ้น แล้วร้องห้ามทุกคนที่จ้องจะต่อว่าปัฐวีเอาไว้



ทุกคนหันมองกลับมาทางพาสนา” และรอฟังเธอพูด



พาสนามองทุกคน แล้วต้องลูกลมหายใจเข้า เพื่อบอกเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนเข้าใจ



“คนทั้งคู่เค้ารักกันมานานแล้ว” ปลาต่างหากที่เป็นคนไปพรากพวกเค้า” พาสนาตอบแทนปัฐวี ที่ยืนทำหน้าจ๋อยๆ อยู่ข้างๆ ปัญจรี



“เพราะข่าวของปลา เลยทำให้ตุ้มต้องตกเป็นแพะ มาแต่งกับปลา เพื่อแก้ข่าวทั้งหมด” “ปลาเองต่างหากที่ทำผิด” ปลาเอาแต่เรื่องของตัวเอง จนไม่ได้สนใจความรู้สึกของคนรอบข้าง” ถ้าจะว่า” มาว่าปลาดีกว่านะ” พาสนาบอกกับทุกคน และอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ



เหล่าชาวบ้าน เมื่อฟังพาสนาพูด ก็ถึงทำมีสีหน้าจ๋อยๆ ลงทันที เพราะคนที่จ้องจะว่า จ้องจะนินทาเรื่องของพาสนา ก็คือพวกเค้านั่นเอง..



“ปลา...” ปัฐวีมองพาสนา เค้าไม่อยากให้เธอรู้สึกว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดแบบนี้เลย



“ตุ้ม ฉันต้องขอบใจแกมากนะ ที่คอยดูแล คอยปกป้องฉันมาตลอด” ยอมที่จะเจ็บเพื่อมาแต่งงานกับฉัน ทั้งๆ ที่แกก็รักคุณปุ่นอยู่” พาสนากล่าวกับปัฐวี” เธอยิ้มให้เค้าอย่างซึ้งใจ



“คุณปุ่น” ปลาก็ต้องขอโทษด้วย” ปลาไม่เคยสนใจความรู้สึกของคนอื่นเลย” จนลืมนึกไปว่าคุณกับตุ้มรักกัน” พาสนาบอกกับปัญจรี ที่ยืนอยู่ข้างๆ ปัฐวี


“ไม่เกี่ยวกับคุณปลาหรอกค่ะ” เพราะปุ่นเอง” ปุ่นที่ไม่ยอมบอกความรู้สึกกับตุ้มแต่แรก” จนเกือบจะสายไป” ปัญจรีกล่าวจบก็หันมองหน้าปัฐวี เธอมองเค้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก



“ไม่สายครับ” ไม่สาย” ปัฐวียิ้มให้หญิงสาว เค้าโอบกอดเธอด้วยความรักที่มี


“แล้วยังไงล่ะเนี่ยะ สรุปงานล่มงั้นซิ” พี่เจนบ่นออกมาเมื่อเห็นว่า ท่าทางวันนี้คงไม่มีงานแต่งแน่ๆ



“ก็คงงั้น....เฮ้ออออออ” พี่หนูเองก็พูดออกมาด้วยสีหน้าเบื่อๆ



“เอาเป็นว่า” วันนี้ฉันชวนทุกคนมากินข้าวที่บ้านก็แล้วกันนะจ๊ะ” คุณสุบอกกับแขกที่มาร่วมงาน



“อืมม ก็ยังดี” กินข้าวฉลองแฟนตุ้มเม้งมัน” เฮียปองกล่าวจบก็ทำท่าจะเดินออกไปหาโต๊ะที่จัดไว้ข้างนอกนั่ง



“แหม” พี่ตุ้ม แฟนสวยจังนะครับ” หนุ่มวินเดินเข้ามาแซวปัฐวี แล้วมองปัญจรีด้วยรอยยิ้ม



“อย่าซ่าส์” ไปหาอะไรใส่ปากไป” ปัฐวีทำเสียงดุใส่ลูกน้องของเค้า จนหนุ่มน้อยต้องรีบเดินหลบออกมาทันที



“ตุ้ม ยินดีด้วยนะ” พาสนาเดินเข้าไปหาปัฐวี และปัญจรี” เธอบอกกับทั้งสองด้วยรอยยิ้ม



“ขอบใจมากปลา...” ปัฐวียิ้มตอบให้เธอเช่นกัน



“เพราะปุ่นแท้ๆ” เลยทำให้งานล่มหมดเลย” ปัญจรีกล่าวอย่างเกรงใจต่อพาสนา



“ไม่หรอกคุณปุ่น” ปลาต้องขอบคุณ คุณปุ่นมากกว่า.......ถ้าคุณปุ่นไม่มา แล้วปลาต้องแต่งกับตุ้มมันจริงๆ” ปลาคงเหมือนตกนรกทั้งเป็น” พาสนาพูดด้วยสีหน้ายิ้มๆ



“ตกนรกยังไงไอ้ปลา” ปัฐวีรีบร้องถามสีหน้าขุ่น



“ก็คิดดูดิ แกนะ......พูดก็มาก กินก็จุ ใครได้ไปเหนื่อยตาย” พาสนาแกล้งพูดว่าชายหนุ่ม



“ไอ้ปลา...” ปัฐวีมองพาสนาอย่างเคืองๆ ที่มาว่าเค้า


“คิคิ.....” ปัญจรีมองคนสองคนคุยกันแล้วให้หัวเราะออกมาเบาๆ เพราะขำคนทั้งคู่



“หึ...หัวเราะอะไรครับ” ปัฐวีหันมองหญิงสาวข้างๆ ที่กำลังหัวเราะใส่เค้า



“หัวเราะคนกินจุ พูดมากค่ะ” ปัญจรีตอบสีหน้ายิ้มๆ



“หืมม หัวเราะนักใช่มั้ย...นี่เลยต้องทำโทษ” ปัฐวีไม่พูดเปล่า เค้าก้มหน้าแล้วหอมแก้มหญิงสาวข้างๆ โดยที่เธอก็ไม่ทันได้ระวังตัว



“อุ้ยย....บ้า คนเยอะแยะนะ” ปัญจรีที่โดนชายหนุ่มหอมแก้ม” ต้องพูดดุเค้าเบาๆ” พร้อมกับสีหน้าเขินๆ



“โหยยยยยยยยยย” มีหอมโชว์ด้วยเว้ยยย” หนุ่มวิน ที่นั่งกินข้าวกับกลุ่มเพื่อนๆ นอกบ้าน ร้องแซวคนทั้งคู่ทันทีที่เห็นภาพสวีท



“เห็นมั้ย...” ปัญจรีขมวดคิ้วดุชายหนุ่มอีกครั้ง



“เฮ้ยๆๆ” กินข้าวไปเลยไอ้วิน” ทำแซว” ปัฐวีรีบตะโกนบอกหนุ่มวินเพื่อแก้เขินให้ปัญจรี



พาสนายืนดูคนทั้งสองแล้วต้องยิ้มออกมา.........แม้ว่ารอยยิ้มนี้จะไม่ได้สดใสนัก แต่ก็ยังคงเป็นรอยยิ้มที่ยินดีกับเพื่อนรักอย่างปัฐวี และปัญจรี



“นี่เจ้าตุ้ม” ไม่คิดจะพาแฟนมาคุยกับแม่บ้างหรือไง” ป้าหมูเล็กที่นั่งรออยู่ด้านใน ร้องถามบุตรชาย



“เอออ จ๊ะแม่” ปัฐวีรีบพาปัญจรีเดินเข้าไปหาป้าหมูเล็ก ซึ่งนั่งอยู่กับกลุ่มผู้ใหญ่หลายต่อหลายคน



“เป็นไงลูก” ไม่เสียใจนะ” คุณสุ เดินเข้ามาหาพาสนา และกล่าวถามเธอ



“ไม่จ๊ะแม่...” พาสนาตอบกลับสีหน้ายิ้มๆ


“แล้วแม่ล่ะ เสียใจมั้ย” พาสนาถามมารดากลับบ้าง



“ไม่หรอกลูก.......แม่บอกแล้วไง ขอให้ปลามีความสุข” ไม่ว่าอะไรแม่ก็สุขด้วย” คุณสุ กอดลูกสาวของท่าน แล้วกล่าวอย่างอ่อนโยน



“แม่จ๊ะ........ปลา.........” พาสนาอยากจะบอกกับมารดาเหลือเกินว่า เธอยอมทำทุกอย่างเพื่อท่านเช่นกัน เพราะเธอรักท่านมาก



“ปลาเอ้ย.....แม่ผิดเองที่สนใจความรู้สึกของคนรอบข้าง” สนใจคำพูดของคนอื่นๆ” จนลืมสนใจลูกของแม่คนนี้” คุณสุกล่าวกับลูกสาวของท่าน



“แม่มัวแต่สนใจว่า คนอื่นจะคิด จะพูดยังไง” จนเกือบทำให้ลูกของแม่ไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต” คุณสุมองหน้าลูกสาวของท่าน” แล้วยิ้มให้เธออย่างเมตตา และเอ็นดู



“แม่ขอโทษนะลูก” คุณสุจับมือพาสนามากุมไว้” แล้วกล่าวกับเธอด้วยความรู้สึกที่มี



“แม่........แม่ไม่ได้ทำอะไรผิด” แม่อย่าขอโทษปลานะ” พาสนากอดมารดาของเธอแน่น



“ปลา...” คุณสุสวมกอดลูกสาวของท่านไว้อย่างซึ้งใจ



“ปลารักแม่นะ....” พาสนาบอกกับมารดาของเธอ



สิ่งที่เธอรู้ในตอนนี้คือ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอก็จะดูแลมารดาของเธอ จะรักท่าน ไม่ทำให้ท่านเสียใจ



 

โดย: kokoo_129 22 ตุลาคม 2552 18:56:11 น.  

 



รถยนต์คันสวย วิ่งออกจากโรงแรมได้สักพัก........ชายหนุ่มก็ต้องรีบหยิบเอามือถือของเค้าขึ้นมากดเบอร์อย่างรวดเร็ว



ปี๊บๆ ปี๊บๆ



คุณจินตนาหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋าถือ ขึ้นมารับสาย



“ว่าไงลูก มีอะไร” คุณจินตนากล่าวถามเมื่อกดรับสาย



“คุณแม่ครับ ผมขอสายยาย่าหน่อยครับ” พิษณุกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนใจ



“ได้จ๊ะ แปบนะ “คุณจินตนาบอกกับชายหนุ่ม ก่อนจะเดินตรงไปหาอรินยาที่กำลังกลับไปห้องพัก เพื่อเปลี่ยนชุดของเธอ



“หนูยาย่าจ๊ะ....” คุณจินตนาเดินตรงไปหาอรินยา



“ค่ะคุณป้า” อรินยาหยุดหันมองกลับมาทางคุณจินตนา



“โทรศัพท์จ๊ะ” คุณจินตนาส่งมือถือของท่านให้อรินยา พร้อมกับยิ้มให้เธอ



“จากไหนค่ะ” อรินยารับมือถือจากคุณจินตนา แต่ก็อดที่จะถามไม่ได้



“จากณุจ๊ะ” คุณจินตนาตอบพร้อมยิ้มอีกครั้ง



อรินยามีสีหน้าแปลกใจ เธอยกมือถือขึ้นรับสาย



“มีอะไรคะณุ” หญิงสาวกล่าวถามน้ำเสียงหวาน



“ยาย่า.......ผมต้องการความช่วยเหลือด่วน” พิษณุมีท่าทางดีใจที่ได้ยินเสียงของอรินยา



“มีอะไรคะ” อรินยาถามอย่างสงสัย



“คือผมกำลังจะไปหาปลา..............แต่ผมไม่รู้จักบ้านปลาเลย” พิษณุบอกกับหญิงสาว ในขณะที่เค้ากำลังขับรถไปตามถนนแบบไม่รู้จุดหมาย



“โธ่ณุ......” อรินยาฟังความจากชายหนุ่มก็ต้องให้ยิ้มขำๆ ออกมา



“ฟังให้ดีนะคะ..........” อรินยาค่อยๆ บอกเส้นทางไปบ้านพาสนาให้พิษณุได้รู้



“โอเคครับ ขอบคุณมากเลยนะยาย่า” พิษณุจดจำเส้นทางไปบ้านของพาสนา จากที่อรินยาบอก ก็รู้สึกโล่งใจมากขึ้น



“ค่ะ โชคดีนะคะณุ” อรินยากล่าวตอบน้ำเสียงหวาน สีหน้ายิ้มๆ



หญิงสาวกดวางสาย แล้วส่งมือถือคือคุณจินตนา......



“แล้วนี่เค้าจะไปถูกมั้ยเนี่ยะ” คุณจินตนาบ่นออกมาอย่างเป็นกังวล



“ถูกซิคะ คุณป้าเตรียมรับขวัญลูกสะใภ้ตัวจริงเถอะคะ” อรินยาพูดสีหน้ายิ้มๆ



“........” คุณจินตนามองอรินยากล่าวก็ให้ยิ้มออกมา
.
.
.
พิษณุขับรถไปตามเส้นทางที่อรินยาได้บอกเอาไว้........ชายหนุ่มมีรอยยิ้มบนใบหน้าของเค้า ไม่ว่าเธอจะบอกยังไง จะพูดยังไง เค้าจะไม่ยอมให้การตัดสินใจผิดๆ แบบนั้นเกิดขึ้นอีก


รถยนต์คันโก้วิ่งไปตามท้องถนนด้วยความเร็วสูงพอสมควร.........



ไม่นาน รถยนต์สีดำคันหรู ก็มาจอดข้างๆ รถของปัญจรี ชายหนุ่มจำรถของหญิงสาวได้ เค้าเปิดประตูรถลงมา แล้วมองรถของปัญจรีด้วยอาการสงสัย



คนที่นั่งอยู่ในบ้านของพาสนา ต่างก็หันมองมาทงรถยนต์คันโก้........



“เฮ้ยๆๆ นั่น..........นั่น....” หนุ่มวินชี้มือไปทางรถยนต์คันหรู และชายหนุ่มที่ลงมาจากรถ



“นั่นมันคนที่เป็นข่าวกับหนูปลานิ” เจ๊โตนมองพิษณุด้วยสีหน้าตกใจ



ชายหนุ่มเดินเข้ามาในตัวบ้าน เค้ามองไปรอบๆ ก็พอจะเดาออกว่า นี่ต้องเป็นบ้านของพาสนาอย่างแน่นอน เพราะบรรยากาศในตอนนี้คือบรรยากาศของงานฉลองงานแต่งงาน



ชายหนุ่มรู้สึกวูบๆ ในใจ หากเค้ามาช้าไปล่ะ หากพาสนาแต่งงานไปแล้วล่ะ เค้าจะทำอย่างไรดี........



“พี่มาหาพี่ปลาหรือคะ” แมงปอที่นั่งอยู่ในกลุ่มการ์ตูน และลูกตาลลุกขึ้นมาถามพิษณุ



“จ๊ะ ปลาอยู่ไหนหรือ” พิษณุพยักหน้าตอบเด็กสาว



“พี่ปลา....พี่ปลาคะ” แมงปอเดินเข้าไปในบ้าน เพื่อร้องเรียกพาสนา


พิษณุมองบรรดาแขกที่มาร่วมงานของพาสนา ด้วยความรู้สึกแปลกๆ เพราะพวกเค้าเหล่านั้นล้วนต่างก็มองชายหนุ่มเป็นตาเดียว



แมงปอ วิ่งเข้าไปในบ้าน เธอเห็นพาสนากำลังนั่งคุยอยู่กับคุณสุ สาวน้อยจึงรีบเดินเข้าไปหา



“พี่ปลาคะ...” แมงปอเรียกพาสนาอีกครั้ง



“มีอะไรหรือปอ เสียงดังมาจากหน้าบ้านเลย” พาสนากล่าวถามแมงปอ



“มีคนมาหาคะ” แมงปอตอบยิ้มๆ



“มีคนมาหาพี่หรอ ใครกัน...” พาสนาขมวดคิ้ว อย่างสงสัย



“พี่ปลาออกไปดูซิคะ” แมงปอตอบพร้อมกับยิ้มกว้าง



“ไปซิลูก...ไปดูว่าใครมา” คุณสุกล่าวกับบุตรสาว



“งั้นปลาไปดูก่อนนะแม่” พาสนาบอกกับมารดา ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเดินไปทางหน้าบ้านของเธอ



เมื่อพาสนาเดินไปทางหน้าบ้าน คุณสุก็มองแมงปอที่ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความสงสัย



“เจ้าปอ ใครมากันหึ” คุณสุกล่าวถาม อย่างสงสัย



“ก็.......คุณคนนั้นอ่ะป้า” แมงปอตอบคุณสุพร้อมกับยิ้มกว้าง



“คุณคนนั้น คุณคนไหนกัน” คุณสุยังคงสงสัย ท่านลุกขึ้นยืน แล้วมองไปทางหน้าบ้าน



“ก็คนที่.....เป็นข่าวกับพี่ปลาไง” แมงปอตอบ คุณสุ แล้วยิ้มให้ท่าน



“หะ พ่อหนุ่มนั่นหน่ะรึ” คุณสุมีอาการตกใจอย่างเห็นได้ชัด



“จ๊ะป้า แต่เค้าหล่อมากเลยนะ” แมงปอพยักหน้าให้คุณสุ แล้วเดินตามพาสนาออกไป



คุณสุเองก็รีบเดินตามออกไปเช่นกัน



พาสนาเดินออกมาทางหน้าบ้าน........เธอมองหาคนที่แมงปอบอก.........



แล้วเธอก็ต้องยืนนิ่งเมื่อเห็นร่างของใครบางคน ที่กำลังหันมองมาทางเธอ



ชายหนุ่มมองขึ้นไปบนบ้าน เค้ามองหญิงสาวที่ยืนมองมาทางเค้า ด้วยแววตาบางอย่าง.........เธอในตอนนี้ดูสวยหมดจด หญิงสาวในชุดไทยสีครีม ดูสวยแปลกตา ผมที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยงาม ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยสีสันของเครื่องสำอางทำเอาเค้าแทบตะลึง



ชายหนุ่มยิ้มให้กับเธอ เค้ามองเธอด้วยความรู้สึกชื่นชม....



“พี่ณุ...” พาสนาเอ่ยชื่อของเค้าออกมาเบาๆ



“ปลา.....” พิษณุเรียกชื่อเธอพร้อมกับส่งยิ้มให้



พาสนารู้สึกสงสัยเหลือเกินว่า ทำไมพิษณุถึงมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ได้ ทั้งๆ ที่ตอนนี้เค้าควรจะอยู่ในงานหมั้นของเค้ากับอรินยา.........เธอยืนจ้องอีกฝ่ายด้วยอาการประหลาดใจ


 

โดย: kokoo_129 22 ตุลาคม 2552 18:56:26 น.  

 



พิษณุมองหน้าของหญิงสาวอย่างคิดถึง......เค้าเดินตรงเข้าไปหาเธอ


พาสนายืนนิ่งอยู่กับที่ เธอยังคงสับสน และอยู่ในอาการสงสัยที่พิษณุมาหาเธอได้


“ปลา......” ชายหนุ่มเรียกชื่อหญิงสาวพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้เธอ



“พี่ณุ มาที่นี่ไงยังไง” พาสนาร้องถามอีกฝ่าย


“พี่มาหาปลาไงคะ” พิษณุบอกกับอีกฝ่าย เค้าจ้องมองใบหน้าสวยที่เวลานี้ถูกแต่งแต้มสีสันให้ดูสวยหวานขึ้นกว่าเคย


“มาหาปลา.....มาทำไม พี่ณุต้องอยู่ในงานของพี่ซิ” พาสนาขมวดคิ้วบอกกับอีกฝ่าย


“ไม่มีแล้วจ๊ะ ไม่มีงานของพี่แล้ว” ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมาเบาๆ พร้อมกับบอกกับเธอ


“ไม่มี......หมายความว่ายังไง” พาสนาขมวดคิ้วถามอีกครั้ง


“ไม่มีงานหมั้น งานแต่งของพี่กับยาย่า.........” พิษณุตอบด้วยรอยยิ้ม


.” พาสนานิ่งเงียบไป เมื่อได้ยินคำตอบจากเค้า


“พี่รักปลา........ถ้าไม่ใช่ปลา พี่ก็ไม่แต่ง” พิษณุบอกกับหญิงาสาวตรงหน้า เค้าจ้องมองเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก และความคิดถึง


“ใครมาหรือปลา...” เสียงปัฐวีดังขึ้น ก่อนที่ตัวของเค้าจะเดินมายืนข้างๆ พาสนา


ปัฐวีมองคนที่มาหาพาสนา เค้ายิ้มออกมา แล้วมองหญิงสาวข้างๆ


“สวัสดี คุณณุนั่นเอง” ชายหนุ่มกล่าวทักทายพิษณุ


พิษณุมองดูชายหนุ่มอีกคนที่แต่งชุดเจ้าบ่าวหล่อเข้ม ยืนข้างๆ พาสนา ภาพของคนสองคนที่ยืนเคียงข้างกันในชุดแต่งงาน มันทำให้เค้ารู้สึกปวดจี๊ดเข้าไปถึงข้างในหัวใจ


“.....พี่คงมาสายไปแล้วใช่มั้ย” พิษณุกล่าวถามพาสนา ดวงตาของเค้าดูเศร้าลง มันแฝงความเจ็บปวดอยู่ข้างใน เมื่อคิดว่า พิธีการแต่งงานของพาสนาคงเสร็จสิ้นไปแล้ว สีหน้าของเค้าดูเศร้าลงเรื่อยๆ


พาสนายืนมองชายหนุ่มตรงหน้า........


“เฮ้ย ปลายังไม่ได้บอกคุณณุอีกหรอว่า.....งานแต่งของเราล่มไปแล้วหน่ะ” ปัฐวีกล่าวถามพาสนาด้วยสีหน้าสงสัย


“ปล่าว...” พาสนาตอบเสียงเบาๆ


“อะไรนะ...” พิษณุร้องถามย้ำอีกครั้ง เค้าไม่แน่ใจว่าเมื่อครู่เค้าได้ยินผิดไปรึป่าว


“งานแต่งของปลากับผม ล่มไปแล้ว...” ปัฐวีตอบพิษณุด้วยสีหน้ายิ้มๆ


“ล่ม....” พิษณุมองหน้าพาสนาอีกครั้ง เค้าอยากจะตะโกนดีใจออกมาเหลือเกิน


“ใช่ ก็เพราะ..........” ปัฐวีมองหน้าพิษณุยิ้มๆ


“ทำอะไรกันอยู่ค่ะ” ปัญจรีเดินออกมาตามปัฐวี ได้ร้องถามขึ้น


“อ้าว คุณณุ” ปัญจรีมีท่าทางตกใจเล็กน้อยที่เห็นพิษณุมายืนอยู่ตรงนี้


“คุณปุ่น” พิษณุเองก็มองหญิงสาวที่มายืนอยู่ในงานนี้ แทนที่จะอยู่เป็นเพื่อนอรินยาที่โรงแรมหรู


“นี่ไงครับ คนทำงานล่ม” ปัฐวีกล่าวยิ้มๆ เค้าใช้แขนของเค้าโอบปัญจรีเอาไว้อย่างรักใคร่


“บ้า ว่าปุ่นหรอ” ปัญจรีทำท่าค้อนชายหนุ่มเมื่อเค้ามาว่าเธอ


“เปล่าซักหน่อย ใครจะกล่าวว่าคุณปุ่นคนสวยได้ครับ” ปัฐวีกล่าวยิ้มๆ กับหญิงสาว


“ก็ลองกล้าซิ...” ปัญจรียังคงพูดด้วยสีหน้าตูมๆ


พิษณุมองคนทั้งคู่ แล้วต้องยิ้มออกมา จนปัญจรีรู้สึกเขินอาย หญิงสาวรีบเดินหนีไปทางอื่นทันที.......


“อ้าว อายไปโน่นแล้ว.....” ปัฐวีมองหญิงสาวที่เดินหนีไปทางอื่นแล้วต้องยิ้มออกมา


“เชิญคุณณุตามสบายนะครับ.......อ้อ.......คิดจะปราบพยศปลาตัวเนี่ยะ เหนื่อยหน่อยนะครับ แต่ก็คุ้ม” ปัฐวีแกล้งทำป้องปากกระซิบบอกกับปัฐวี ก่อนจะรีบเดินตามปัญจรีเข้าไปในบ้าน


“ไอ้ตุ้ม...” พาสนาขมวดคิ้วมองปัฐวีที่กล้ามาพูดแบบนี้ต่อหน้าเธอ


“อย่าไปว่าตุ้มเลยนะปลา......” พิษณุบอกกับพาสนาสีหน้ายิ้มๆ


ชายหนุ่มเดินเข้ามายืนตรงหน้าของพาสนาใกล้ๆ.....


พาสนามองอีกฝ่าย เธอรู้สึกร้อนวูบที่ใบหน้าทันที เพราะสายตาของเค้าที่กำลังจ้องมองเธออยู่นั้น มันเป็นประกายวับวาว แฝงอะไรบางอย่างอยู่ในนั้น มันทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบไปหมด


“ปลา........วันนี้ปลาสวยจังเลยนะ” พิษณุเรียกชื่อหญิงสาวเบาๆ เค้าจับมือของเธอขึ้นมา


“......” พาสนาไม่ยอมตอบอะไร เพราะตอนนี้เธอรู้สึกเขิน เค้าอย่างบอกไม่ถูก


“เรื่องทั้งหมดก็คลี่คลายไปในทางของมันแล้ว เหลือแต่เรื่องของเราสองคน.....พี่ว่า....” พิษณุยิ้มให้หญิงสาว เค้าจ้องมองเธอด้วยดวงตาหวานฉ่ำ

พาสนามองหน้าอีกฝ่าย เธอยิ้มให้เค้า รอยยิ้มหวานที่เธอมอบให้ ทำเอาคนที่กำลังจ้องมองเธออยู่รู้สึกว่าโลกใบนี้ช่างสวยงามเหลือเกิน


“พี่ว่าเรื่องของเรา....” พิษณุกำลังจะกล่าวต่อ แต่เค้าก็ต้องสะดุดลงเมื่อเห็นชาวบ้านที่มาร่วมงานเช้านี้ ต่างก็จ้องมองเค้าและเธออยู่เป็นตาเดียวกัน ด้วยความสนใจใคร่รู้


“เอออ พี่ว่าเราไปหาที่อื่นคุยกันดีมั้ย” พิษณุถามพาสนาทันที เมื่อเห็นว่าชาวบ้านเริ่มจะสนใจพวกเค้ามากขึ้น


พาสนามองไปทางชาวบ้านที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ.........เธอจึงหันมาพยักหน้าให้เค้าเบาๆ


“ในบ้านก็มีคนอยู่เยอะ งั้น ไปคุยที่หน้าบ้านแล้วกันนะ” พาสนาบอกกับอีกฝ่าย


“ไปซิ...” พิษณุจูงมือพาสนา แล้วพาเธอเดินออกไปทางประตูหน้าบ้านของเธอ


“อ้าว จะไปไหนกันล่ะนั่น...” เจ๊โตนที่รอฟังพวกเค้าคุยกันร้องถามขึ้นอย่างเสียดาย


“แล้วแม่จะถามเค้าทำไมจ๊ะ” ลูกตาลถามเจ๊โตนอย่างสงสัย


“แหม ก็อยากรู้ว่า หนุ่มสาว สมัยนี้เค้าจีบกันยังไงนิหว่า” เจ๊โตนตอบพร้อมกับยิ้มให้ลูกตาล


“ทำไมหรอแม่ จะเอาไปจีบกับพ่อหรือไง” การ์ตูนแกล้งพูดแซวเจ๊โตนทันที


“จีบทำไม ถ้าจะจีบ จีบสาวๆ ดีกว่า” เฮียปองพูดขึ้น ทำเอาเจ๊โตนโมโห รีบลุกขึ้น แล้วเดินไปหยิกสามีอย่างหมั่นไส้


“พูดดีนักนะเฮีย” เจ๊โตนทำเสียงดุสามี


แล้วชาวบ้านที่อยู่ในงานต่างก็หัวเราะชอบใจกับการหยิกหยอกกันของคู่สามีภรรยาลูกแฝด
.
.
.
พิษณุจูงมือพาสนาออกมาคุยด้านหน้าบ้าน....


ชายหนุ่มหันมองหน้าพาสนาด้วยดวงตาหวานซึ้ง


พาสนามองหน้าอีกฝ่าย แล้วให้รู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก แล้วยิ่งวันนี้เธออยู่ในชุดเจ้าสาวแบบนี้ ยิ่งทำเอาเธอรู้สึกวางตัวไม่ค่อยถูกเท่าไหร่


“วันนี้ปลาสวยจังเลยนะครับ.....สวยมากเลย” พิษณุบอกกับพาสนา เค้ามองหน้าของเธอด้วยความรู้สึกที่มันอัดอยู่เต็มหัวใจ


“เลิกชมได้แล้ว...” พาสนาบอกกับอีกฝ่ายด้วยสีหน้าอายๆ


“พี่ไม่ได้ชมนะ พี่พูดเรื่องจริง” พิษณุกล่าวยิ้มๆ


“บอกว่าพอแล้วไง” พาสนาทำเสียงดุเค้าเบาๆ แต่สีหน้าของเธอก็ยังคงเต็มไปด้วยความรู้สึกอายๆ


“ก็ปลาสวยจริงๆ นิ” พิษณุยังคงบอกกับเธอ


“แน๊ะ....พี่ณุ...” พาสนายกมือทำท่าจะตีชายหนุ่ม แต่เค้าก็รับมือของเธอเอาไว้


ชายหนุ่มดึงมือของอีกฝ่ายเอามากุมไว้ เค้ามองเธอด้วยสายตาที่บ่งบอกให้รู้ว่าเค้ารักเธอ รักมากแค่ไหน พาสนามองหน้าอีกฝ่าย แล้วใบหน้าของเธอก็เริ่มเป็นสีแดงขึ้นมาทันที


พิษณุยกมือของพาสนาขึ้น........แล้วเค้าก็ก้มลงที่มือของเธอ


ริมฝีปากของเค้าแนบสนิทกับฝ่ามือของหญิงสาว.......พาสนามองชายหนุ่มด้วยอาการหน้าแดงจัด ชายหนุ่มจูบลงที่ฝ่ามือของเธอ แต่ดวงตาของเค้ายังคงจ้องมองเธอนิ่ง


พาสนารู้สึกถึงความหวั่นไหวที่เกิดขึ้นในใจ เธอรู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว ใบหน้าแดงจัด หัวใจเต้นรุนแรง .........สัมผัสแผ่วเบาที่ฝ่ามือ และแววตาที่จ้องมองมา ทำเอาหญิงสาวแทบไม่เป็นตัวของตัวเอง


พิษณุถอนจุมพิตที่ฝ่ามือของเธออย่างช้าๆ


“นั่นไง ๆ” เสียงหนึ่งดังขึ้น ทำเอาคนทั้งคู่ต้องชะงัก และมองไปทางต้นเสียงนั้น


“นักข่าว...” พาสนามองคนกลุ่มหนึ่งที่กำลังวิ่งกันตรงมาทางพวกเธอ


“บ้าจริง ตามมากันจนได้” พิษณุขมวดคิ้วแน่นมองกลุ่มนักข่าวที่กำลังวิ่งตรงมาหาพวกเค้า


“ทำไงดี..” พาสนาอยู่ในอาการตกใจ


“ปะ....” พิษณุจับมือพาสนา แล้วพาเธอวิ่งตรงไปยังรถของเค้าทันที


“ไปไหน...” พาสนาร้องถามอีกฝ่าย แต่เธอก็วิ่งตามเค้าไป


“ไปที่ๆ ของเราไง” พิษณุตอบกับพาสนา เค้าเปิดประตูรถ และพาเธอเข้าไปนั่ง


“ที่ของเรา..”“~” พาสนามีอาการสงสัย


“........” ชายหนุ่มไม่ตอบอะไร เค้ายิ้มให้เธอ แล้วรถยนต์คันหรูก็แล่นออกจากหน้าบ้านหลังน้อยไป


“อ้าว พี่ปลาไปไหนแล้ว” แมงปอที่เดินออกมาตามพาสนาร้องด้วยอาการตกใจที่เห็นพาสนาขึ้นรถไปกับพิษณุ


แต่สาวน้อยต้องตกใจหนักกว่าเดิม เพราะกลุ่มนักข่าวที่วิ่งมานั้น กรูกันมาหาเธอแทน


“น้องคะ เมื่อสักครู่คุณณุมาหาน้องปลาใช่มั้ยคะ” นักข่าวคนหนึ่งรีบกล่าวถาม


“เออออ....” แมงปอ มีอาการตกตะลึง


“น้องคะ สรุปสองคนนั้นเค้าไปไหนกันคะ” นักข่าวอีกคนถามขึ้นบ้าง


“เออออ” แมงปอมองนักข่าวทั้งหลายด้วยอาการมึน งง







**************จบตอนที่18***************



 

โดย: kokoo_129 22 ตุลาคม 2552 18:57:06 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะ VIP Friend
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


kokoo_129
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Smiley*~๐.."รัก" ก็แค่คำว่า "รัก"..๐~*Smiley
Cute Cursors from Dollielove
Free Hit Counters
Friends' blogs
[Add kokoo_129's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.