พฤศจิกายน 2554

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
 
 
All Blog
อานิสงส์งานศพจะไม่เกิด หากบทสวดไม่มีบทแปลและคนไม่ตั้งใจฟัง ต้องปฏิรูปทั้งวัดและโยม!!!!
....ความจริงงานสวดศพเป็นบทสวดให้"คนเป็น" ฟัง เนื่องจากบทสวดดังกล่าวเป็นการสวดพระอภิธรรมซึ่งถือว่าเป็นหลักธรรมชั้นสูงในพระพุทธศาสนา เป็นบทสวดที่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงโปรดพุทธมารดา และเหล่าเทวดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์เพียงครั้งเดียว
....พระอรรถกถาจารย์กล่าวไว้ว่า พระไตรปิฎกมีเนื้อความทั้งหมด ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ แบ่งเป็นพระวินัยปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ พระสุตันตปิฎก ๒๑,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ และพระอภิธรรมปิฏก ๔๒,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ และถือได้ว่าเป็นรากแก้วแห่งพระไตรปิฎก เนื่องจากมีพระธรรมขันธ์ถึงครึ่งหนึ่งของพระไตรปิฎกทั้งหมด
....แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะวัดจำนวนมากยังใช้จารีดเดิมๆสวดเป็นภาษาบาลีที่คนไปงานศพฟังไม่รู้เรื่อง บวกกับคนไปงานศพที่มีความเชื่อผิดๆว่าสวดให้ "คนตาย"ฟัง จึงไม่ตั้งใจฟัง อานิสงส์งานศพจึงไม่เกิด
....หากท่านมีโอกาสไปงานศพในครั้งหน้าโดยเฉพาะวัดที่มีบทแปล ท่านลองตั้งใจฟังท่านจะได้อานิสงส์และเข้าใจชีวิตมากขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนครับ!!!



Create Date : 29 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2554 4:02:03 น.
Counter : 713 Pageviews.

8 comments
  
สวัสดีตอนเช้าจ๊ะ ..............................................
โดย: nanny01 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา:5:17:58 น.
  
แต่มีข้อแม้ว่าต้องแปลให้ฟังรู้เรื่องด้วยนะจึงจะ
มีประโยชน์ เพราะคำแปลที่มีอยู่ปัจจุบันนี้ที่เคย
เห็นมาหลายที่ยังทำความเข้าใจยากฟังดูขัดๆ
และยังจะต้องแปลซ้ำบางคำอีก วอนครูบาอาจารย์
ผู้รู้ช่วยชำระสะสางวางรูปแบบใหม่ให้เข้าใจได้ง่าย
ด้วยเถิด จะเป็นประโยชน์และมีคุณค่าสูงอย่างแท้จริง
โดย: บุญหาญ IP: 171.4.122.160 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา:8:19:03 น.
  
วัดทางเหนือแถวบ้านเราจะมีคนพูดให้ฟังให้คิดเรื่องความตายอ่ะค่ะคล้ายๆเป็นมัคทายก บางที่ก็จะเป็นพระมาเทศน์เรื่องความตายให้คนมาร่วมงานศพได้ฟัง
โดย: mee IP: 182.52.185.5 วันที่: 29 พฤศจิกายน 2554 เวลา:12:52:27 น.
  
อ่านประวัติท่านแล้วรู้สึกว่าคนสมัยก่อน(ไม่ได้ว่านะคะ) มีชีวิตที่ "ต้องสู้" กันทั้งนั้นเลยนะคะ ประวัติหลากหลายมากมาย ไม่เหมือนเด็กเดี๋ยวนี้ แบบเรียนโรงเรียนเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ เรียนมหาวิทยาลัยจบตรีโท แล้วก็ทำงานที่เดิมจากซี 3 - 8 อะไรประมาณเนี้ย ประวัติสั้นและไม่ต้องต่อสู้ดิ้นรนน่ะค่ะ
โดย: นฤมล ธนะโสภณ IP: 203.151.17.34 วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:8:54:36 น.
  
ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีมากๆสำหรับคนรุ่นหลังครับ
โดย: ณรินทร์ธร IP: 180.180.169.251 วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:9:11:09 น.
  
ด้วยความสัตย์จริงตั้งแต่ทราบประวัติท่านและได้ทำงานร่วมกันมารู้สึกศรัทธาในตัวท่านและอยากจะร่วมงานด้วย..อยากจะร่วมดูแลเยาวชนร่วมกับท่านและเจ้าหน้าที่สถานพินิจฯระนอง
และขอบอกอีกครั้งว่า"คิดถูกแล้วที่มาทำงานตรงนี้"
ด้วยความนับถือยิ่งค่ะ
โดย: สมใจ โพธิ์เหลือง กรรมการสงเคระห์สำหรับสถานพินิจฯระนอง IP: 118.173.105.8 วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:20:21:41 น.
  
ยิินดีครับที่รู้จักท่าน ถึงผมจะเป็นฟันเฟืองชิ้นเล็ก ๆ และทำงานมา สิบกว่าปีน้อยๆ ก็คิดว่ากรมมีการพัฒนาการมาตามลำดับและอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ดั่งวิสัยทัศย์และพันธกิจ
โดย: นิพนธ์ สุทธปัญญา IP: 180.210.216.74 วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:20:59:30 น.
  
ถ้าคุณอา ต้องการอาสาสมัครในการช่วยเหลือ เด็ก หรือ งานอะไรก็ได้ที่เกี่ยว
กับ เยาวชน หรือ เด็ก บอกได้นะคะ ยินดีรับใช้ค่ะ
โดย: กอล์ฟ IP: 110.49.249.207 วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:22:39:44 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

คนทำงานด้านเด็ก
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



รองปลัดกระทรวงยุติธรรม
เกิด 17 ก.พ.2502 จังหวัดชัยนาท เป็นบุตร นายสุเทพ-นางชิ้น ไทยเขียว
จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 โรเรียนวัดโพธิ์ทอง ต.บางขุด อ.สรรคบุรี แล้วมาเรียนมัธยมที่โรงเรียนคุรุประชาสรรค์ อ.สรรคบุรี จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
"ตอนเรียนมัธยม เป็นช่วงปี 2515-2517 ผมต้องขี่จักรยานไปกลับวันละ 18 ก.ม. ลำบากมากโดยเฉพาะในหน้าฝน ผมเป็นคนที่ไม่ตั้งใจเรียน แต่ไม่เกเร พอผมเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อยากทำนาเหมือนคุณพ่อคุณแม่ แต่ธรรมชาติช่วย จังหวะที่ผมเรียนจบ เกิดน้ำท่วมใหญ่ รวมถึงที่นา ผมต้องลงไปช่วยคุณพ่อ คุณแม่ยกฟ้อนข้าวขึ้นที่สูง เหนื่อยมาก รู้สึกลำบาก ไม่อยากทำนาอีกแล้ว เริ่มอยากเรียนหนังสือต่อ"
ผมจึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ พักอยู่กับญาติที่กองรักษาการณ์ทำเนียบรัฐบาล ตัวเลือดตามล่องกระดานกัดติดหลังเป็นแถวเลยอยู่ไม่ได้ น้าชายไปฝากอยู่กับแฟนของเพื่อนตำรวจเป็นหมอนวดแถวถนนเพชรบุรีอยู่อีก 1 สัปดาห์ ต่อมาจึงได้หาที่พักถาวรได้ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ขณะนั้นมีน้าชายชื่อ นายวิชิต เรียนทัพ อดีตนายก อบต.บางขุด พักอาศัยอยู่ก่อน
"ผมสอบเข้าศึกษาต่ออะไรก็ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นจ่าอากาศ ช่างฝีมือทหาร เตรียมทหาร หรือแม้แต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคค่ำ ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่ตั้งใจเรียน มาเรียนต่อได้เพราะวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ กิ่งเพชร ราชเทวี เปิดรับนักศึกษาภาคค่ำ ในขณะที่สถาบันการศึกษาอื่นๆ ได้เปิดเรียนไปแล้วเกือบหนึ่งเทอมแล้ว จึงมีที่เรียน"
"ช่วงที่อยู่วัดเห็นพระเณรนั่งดูหนังสือ ไม่นอน ผมจึงไม่นอน ผลการเรียนจึงเริ่มดีขึ้น โดยกลางวันทำงาน กลางคืนเรียน ไม่อยากใช้เงินคุณพ่อคุณแม่ เพราะรู้ว่าท่านลำบาก กระทั่งเรียนจบอนุปริญญา หรือปกศ.สูง เอกสังคมศึกษา ในระดับปริญญาไม่มีที่เรียนกลางคืน ต้องเรียนกลางวัน จึงไม่ได้ทำงานจนจบการศึกษาบัณฑิตหรือ กศ.บ. เอกสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพลศึกษา"
"ช่วงนั้น ผมขอหลวงพ่อคุมศาลาเผาศพ และรับอาราธนาศีล บริการน้ำ-อาหาร รับจ้างจุดธูปเพื่อหาเงินเรียนจนจบปริญญาตรี สอบเข้าศึกษาต่อปริญญาโทได้ขณะที่เรียนเทอมสุดท้ายของปริญญาตรี จบปริญญาโท สังคมศาสตรมหาบัณฑิต (สค.ม.) อาชญาวิทยาและกระบวนการยุติธรรม มหาวิทยาลัยมหิดล รุ่นที่ 4 ทำงานภาคเอกชนอยู่ 4 ปี จึงเข้ารับราชการเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2529 โดยเป็นพนักงานคุมประพฤติ 3 จังหวัดชลบุรี"
ต.ค. 2541 เติบโตมาเป็นเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 7 จ่าศาลจังหวัดปากพนัง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานโครงการพัฒนาระบบงานศาล, 16 ก.พ. 2542 เป็นจ่าศาลจังหวัดอำนาจเจริญ, 18 มี.ค. 2542 ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน กระทรวงยุติธรรม คณะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการพิจารณาจัดระเบียบกระทรวงยุติธรรม, 4 มิย. 2544 ได้รับเลือกตั้งเป็น อกพ. สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม, 8 มิย.2544 รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการศูนย์บริการข้อมูลตุลาการ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม, 15 ต.ค. 2544 ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน โครงการส่งเสริมประสิทธิภาพสถานพินิจ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม, 7 พ.ย. 2544 คณะกรรมการบริหารแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 9 พ.ศ.2545-2549, 12 มีค.2545 กรรมการและเลขานุการการเตรียมความพร้อมในการจัดทำโครงสร้างกระทรวงยุติธรรมตามมติคณะรัฐมนตรี, 3 ต.ค.2545 รักษาราชการแทนรองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ขึ้นเป็นผู้บริหารระดับ 9 ในตำแหน่ง รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เมื่อ 25 เมย.2546
ย้ายไปเป็นรองอธิบดีกรมคุมประพฤติ 1 ปี 8 เดือน ก่อนจะได้รับคำสั่งให้กลับมาทำงานในตำแหน่งรองอธิบดีพินิจและคุ้ม ครองเด็กและเยาวชนอีกครั้งและได้ขึ้นเป็นอธิบดีในที่สุด
ผลงานดีเด่นที่เป็นที่ยอมรับ คือ จัดทำมาตรฐานกลางการปฏิบัติงานธุรการศาล และนำวิธีการบริหารงานคุณภาพทั่วทั้งองค์กร (Total Quality Management/ TQM) จนศาลจังหวัดนครราชสีมาได้รับ การประกาศรับรองด้านบริการ ISO 9000
การปฏิรูปกระทรวงยุติธรรม ในฐานะเป็นคณะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการพิจารณาจัดระเบียบกระทรวงยุติธรรม ตามมติคณะรัฐมนตรี จนสามารถรวบรวมหน่วยงานต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรมเข้ามาอยู่ร่วมกันในปัจจุบัน
ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณด้านการบำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2550 และได้รับเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น พ.ศ.2544 เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือแห่งชาติ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 9 สค.2550
"ทุกอย่างที่ทําให้เรามาถึงวันนี้ ได้กรรมเป็นตัวกํากับทั้งหมด และอะไรที่เราเคยเสีย ใจแบบสุดๆ หรือว่าเศร้าใจอย่างสุดๆ ความรู้สึกนั้นมันไม่เคยเสถียรเลย มันลดลงมาหมด
วันนี้ดีใจที่ได้เป็นอธิบดี อาจจะดีใจจน ตัวลอย แต่ว่าไม่เท่าไหร่ก็ลดลง เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจเท่าทันโลก เข้าใจเรื่องกฎของไตรลักษณ์ เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป มียศเสื่อมยศ มีลาภเสื่อมลาภ เพราะฉะนั้นอย่าไปยึดติด ที่สําคัญที่สุด คือเรามีหน้าที่ หน้าที่นั้นต้องทําให้ดีที่สุดในการที่จะมองไปที่ประชาชนและเด็กๆ
ผมเชื่อว่าผมอาจจะมีกรรมดีที่ได้มีหน้าที่การงานที่ดี แต่ส่วนหนึ่งผมว่า ผมก็อาจจะเคยทํากรรมอะไรไว้บางอย่างกับเด็กๆ ผมถึงต้องชดใช้อะไรมากมายถึงขนาดนี้ รู้สึกว่าต้องเป็นทุกข์เป็นร้อน เห็นอะไรไม่สบายใจต้องเข้าไปจัดการ ฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้ เราก็อยากเห็นสังคมมีคุณธรรม มีจริยธรรม เพราะทุกวันนี้เรื่องเหล่านี้มันตกต่ำไปมาก"
สมรสกับเบญจพร ไทยเขียว ซึ่งรับราชการครู มีบุตรชาย 2 คน นายชัชชล ไทยเขียว อายุ 25 ปี จบศึกษาด้านภาษาและวัฒนธรรม และศึกษาดนตรีและทำเครื่องดนิตรีกู่ฉินไปด้วยที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบอาชีพส่วนตัวสอนคนตรีกู่ฉิน และจำหน่ายเครื่องคนตรีจีนคุณภาพจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน อาจารย์พิเศษ
และนายยิ่งคุณ ไทยเขียว อายุ 23 ปี จบศึกษาคณะวิศวศาสตร์คอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีไทยญี่ปุ่น ปัจจุบันกำลังศึกษา MBA มหาวิทยาลัยหอการค้า