ตุลาคม 2554

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
31
 
 
All Blog
ศปภ.ดอนเมือง ผิดพลาดล้มเหลว หรือควรให้กำลังใจ
ด้วยความรับผิดชอบ แม้ล้มไม่เป็นท่า ก็ดีกว่ายืนเต๊ะท่าอยู่กับที่!!!!
...เมื่อผมเป็นเด็กเล็กๆโลกนี้ล้วนเป็นของแปลกใหม่ชวนให้เรียนรู้ ผมจึงดูดซับทุกอย่างเข้ามาโดยไม่มีวุฒิภาวะที่มากพอจะคัดกรองได้ว่าสิ่งใดดีชั่ว
...ผมต้องการได้รับการยอมรับ ผมเมื่อคราที่ผมเป็นเด็ก จึงเป็นคนช่างเจรจารู้อะไรงูๆปลาก็จะแสดงออกว่า"เป็นผู้ทรงภูมิ" มิใช่สิ่งใดแต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการตามวัย ให้ได้รับการยอมรับ จึงพูดผิดมากกว่าถูก แต่คนวัยเดียวมักไม่รู้ว่าผิด เพราะมีความเจนโลกพอๆกัน แต่ผู้ใหญ่ที่รู้มากกว่าอาจให้สมญานามผมว่า "ขี้โม้"
...สถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ ใครออกStartก่อนก็มีโอกาสแสดงทัศนะที่คนทั่วไปมักมองว่า"มือไม่ถึง ขาดประสบการณ์..ฯลฯ หน่อมแหน่ม" บางทีถึงทำให้เสียศูนย์ รวมถึงพวกเสือห้อยเสือโหนที่คิดจะเอาสถานการณ์สร้างวีระบุรุษง่อยเปลี้ยเสียขาไปตามๆกัน
...ขณะที่คนที่ออกStartช้าย่อมได้เปรียบเพราะข้อมูลและสถานการณ์เริ่มนิ่งและชัดเจน ความเห็นจึงเม่นตรง ดูเป็นผู้ทรงภูมิน่าเชื่อถือ!! แต่ถ้าท่านเล่านี้หากออกStartมาแต่แรกก็คงเสียศูนย์ล้มไม่เป็นท่าเช่นเดียวกัน
..."แต่บรรยากาศแบบนี้ ควรให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ควรเปลี่ยนภัยคุกคามหรือวิกฤติมาเป็นโอกาสหรือพลังแห่งชาติดีกว่าครับ"...
...ส่วนตัวผมให้กำลังใจรัฐบาลทุกรัฐบาลไม่ว่าฝ่ายไหนและ ศปภ. รวมถึงประชาชนผู้ประสบภัยทุกๆท่านครับข้อให้สู้ๆและก้าวข้ามมันให้ได้ครับ!!!



Create Date : 29 ตุลาคม 2554
Last Update : 29 ตุลาคม 2554 6:08:16 น.
Counter : 445 Pageviews.

11 comments
  
^
เป็นความคิดที่น่ายกย่องมากครับ
ไม่มีอะไรสำคัญเท่า การให้อภัย ครับ
โดย: คนขับช้า วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:7:18:03 น.
  
ให้อภัยแล้วต้องรีบแก้ไขนะครับ ... อย่าเอาแต่แก้ตัว
โดย: โบราณแมน IP: 110.49.251.170 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:7:33:14 น.
  
ครับ ร่วมแรงร่วมใจและให้กำลังใจกัน ดีที่สุดแล้วครับ
โดย: bjkvt IP: 125.25.39.104 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:8:51:44 น.
  
เป็นมุมมองที่น่าสนใจค่ะ

Start เร็ว ล้มลุกคลุกคลานไม่เป็นไร
แต่อย่าล้มแบบเดิมซ้ำ จนเสียเวลา เสียโอกาส และเป็นหายนะสำหรับผู้อื่นค่ะ
โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:9:13:53 น.
  
ให้กำลังใจค่ะ
โดย: ฟ้าตระการ IP: 61.19.129.118 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:9:24:25 น.
  
ผมทำงานเอกชน มีเด็กฝึกงาน มาขอฝึกงาน

ก็บอกว่าตัวเองนั้นเก่ง เรียนเกรด สามกว่า เคยทำงาน ทำนั่นนี่ได้

พอทำจริง ทำไม่ได้ ผมก็ไม่ว่าเพราะไม่มีประสบการณ์ ผมก็สอน จนปล่อยให้ลุยงาน ปรากฏว่า ก็ทำไม่ได้ ไม่เคยจด และไม่จำ บางทีถามก่อนให้ไปทำว่าได้ไหม ก็บอกได้ พอไปจริงก็แก้ปัญหา อะไรไม่ได้เลย นั่งฝึกงาน 4 เดือน บอกตรงๆ ห่วยมาก แม้จะเป็นงานเดิมๆที่เคยสอน ก็ยังไม่สามารถ แก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง ผมให้น้องผ่านโปร 51/49 ผมเลยมอง รัฐบาลเหมือน เด็กฝึกงาน ที่ผิดแล้วผิดอีก ยิ่งคนน้ำเต็มแก้ว ก็จะไม่รับอะไรนอกจากความคิดตัวเอง ถ้าคุณเป็นคนทำงานมีประสบการณ์ก็จะเข้าใจและมองการทำงาน รัฐบาลออก ว่าเป็นอย่างไร MD หรือ หัวหน้า เก่าๆ ผมหลายคน เด็ดขาด มาก ขนาดบริษัทดูจะไม่รอด แต่ก็ยังพาให้รอดได้ นี่แหละครับ ประสบการณ์และความสามารถ
โดย: ให้ข้อคิดไว้เหมือนกัน IP: 58.11.247.236 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:9:37:57 น.
  
การรับอาสาเข้ามาต่อสู้กับภัยธรรมชาติ จะหวังผลว่าต้องดี ต้องถูกต้อง ต้องสำเร็จ ต้องชนะ ยากที่จะคิดอย่างนั้น เท่าที่ติดตามข่าวของ ศปภ กทม ทหาร ภาคเอกชน หรือหน่วยงานใดก็เห็นเค้าร่วมมือร่วมใจกันต่อสู้ทำงานกันอย่างเข้มแข็งและอดทน เราจะเห็นสื่อทุกช่องตามติดการทำงานขององค์กรดังกล่าว พวกเค้าพยายามคิดแก้ไข ปรับกระบวนการวิธีการที่เหมาะสมที่ถูกต้อง ไม่มีใครยอมแพ้ เห็นบอกว่าสู้ ๆ กันทั้งหมด ยังคิดเลยว่าการที่เกิดภัยพิบัตครั้งนี้ทำให้เห็นหัวใจของคนไทย ในประเทศนี้ สุดท้ายแล้วพวกเราได้เข้ามาช่วยเหลือกันตามกำลังของแต่ละคน มันทุกข์ที่ได้รับภัยพิบัติ แต่มันก็มีความสุขที่พวกเราไม่ทิ้งกัน ช่วยเหลือกันและกัน

เมื่อเกิดเหตุภัยพิบัตใด ๆ ที่ดีที่สุดพวกเราต้องเข้ามาช่วยเหลือเป็นกำลังใจให้กันและกันฝ่าฟันวิกฤตเหล่านี้ไปด้วยกัน

ขอบคุณคนไทย ด้วยหัวใจ โดยเฉพาะทหาร ตำรวจ อาสามัคร จิตอาสา ทุก ๆ ท่าน
โดย: ขอบคุณคนไทย IP: 125.25.209.129 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:9:49:34 น.
  
ให้กำลังใจ แต่ไม่ควรให้โอกาศอีกค่ะ..

เราเชื่อเสมอว่า คนเราต่อให้ไม่มีประสบการณ์

แต่ถ้าเป็นคนเก่งจริง ย่อมเรียนรู้งานได้เร็ว

ครั้งแรกพลาด แต่ครั้งที่สองต้องดีขึ้น และดีมากขึ้นในครั้งที่สาม สี่ ค่ะ..
โดย: ฝากให้คิดค่ะ IP: 118.174.83.233 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:11:27:21 น.
  
รัฐบาลทำเต็มที่แล้ว เห็นใจคนมาช่วยแล้วลงมือทำ ไม่ชนะก็แพ้ แต่เท่าที่ทำมาผลดีและเหมาะกับสถานะการณ์มากกว่า การกระจายความรับผิดชอบถูกต้อง ต้องให้กำลังใจกัน ทุกคนเสียใจและสะอื้นในอกด้วยกันทั้งนั้น คนที่ไม่เสียใจเอาแต่ค่อนแคะ ยกแต่สิ่งที่ทำไม่ทั่วถึงมาตำหนิด้วยปากราน้ำ น่ารังเกียจมาก ทุกคนต้องช่วยกัน เป็นหน้าที่ของคนทั้งแผ่นดินที่ต้องช่วยกันแก้ไขครับไม่ไช่น้ำท่วมเท้าหน่อยยืนแหกปากให้คนอื่นช่วยลูกเดียวแล้วก่นด่าแต่คนอื่นที่ไม่มาช่วยดังทันใจ
โดย: ลุงณรงค์ IP: 110.49.243.158 วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:11:53:44 น.
  
ขอบคุณครับ นำมาฝาก

สนใจเรื่องดวงชะตาอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี้
โดย: ไกรศรี (ไกรศรี ) วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:12:06:43 น.
  
น่าเห็นใจทุกฝ่ายค่ะ และขอเป็นกำลังใจให้กับทหารทุกท่านที่เข้ามาช่วยเหลือประชาชน โดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย และประชาชนที่มีจิตอาสาทุกท่าน ยามมีภัยพิบัติ คนไทยรักกันเสมอ และอยากให้รักกันเช่นนี้ตลอดไป อย่าได้แบ่งแยกสีกันอีกเลย ประเทศไทยบอบช้ำมามากพอแล้ว
โดย: KeRiDa วันที่: 29 ตุลาคม 2554 เวลา:12:32:05 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

คนทำงานด้านเด็ก
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



รองปลัดกระทรวงยุติธรรม
เกิด 17 ก.พ.2502 จังหวัดชัยนาท เป็นบุตร นายสุเทพ-นางชิ้น ไทยเขียว
จบชั้นประถมศึกษาปีที่ 7 โรเรียนวัดโพธิ์ทอง ต.บางขุด อ.สรรคบุรี แล้วมาเรียนมัธยมที่โรงเรียนคุรุประชาสรรค์ อ.สรรคบุรี จนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
"ตอนเรียนมัธยม เป็นช่วงปี 2515-2517 ผมต้องขี่จักรยานไปกลับวันละ 18 ก.ม. ลำบากมากโดยเฉพาะในหน้าฝน ผมเป็นคนที่ไม่ตั้งใจเรียน แต่ไม่เกเร พอผมเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อยากทำนาเหมือนคุณพ่อคุณแม่ แต่ธรรมชาติช่วย จังหวะที่ผมเรียนจบ เกิดน้ำท่วมใหญ่ รวมถึงที่นา ผมต้องลงไปช่วยคุณพ่อ คุณแม่ยกฟ้อนข้าวขึ้นที่สูง เหนื่อยมาก รู้สึกลำบาก ไม่อยากทำนาอีกแล้ว เริ่มอยากเรียนหนังสือต่อ"
ผมจึงตัดสินใจเดินทางเข้ากรุงเทพฯ พักอยู่กับญาติที่กองรักษาการณ์ทำเนียบรัฐบาล ตัวเลือดตามล่องกระดานกัดติดหลังเป็นแถวเลยอยู่ไม่ได้ น้าชายไปฝากอยู่กับแฟนของเพื่อนตำรวจเป็นหมอนวดแถวถนนเพชรบุรีอยู่อีก 1 สัปดาห์ ต่อมาจึงได้หาที่พักถาวรได้ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ขณะนั้นมีน้าชายชื่อ นายวิชิต เรียนทัพ อดีตนายก อบต.บางขุด พักอาศัยอยู่ก่อน
"ผมสอบเข้าศึกษาต่ออะไรก็ไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นจ่าอากาศ ช่างฝีมือทหาร เตรียมทหาร หรือแม้แต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคค่ำ ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่ตั้งใจเรียน มาเรียนต่อได้เพราะวิทยาลัยครูเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ กิ่งเพชร ราชเทวี เปิดรับนักศึกษาภาคค่ำ ในขณะที่สถาบันการศึกษาอื่นๆ ได้เปิดเรียนไปแล้วเกือบหนึ่งเทอมแล้ว จึงมีที่เรียน"
"ช่วงที่อยู่วัดเห็นพระเณรนั่งดูหนังสือ ไม่นอน ผมจึงไม่นอน ผลการเรียนจึงเริ่มดีขึ้น โดยกลางวันทำงาน กลางคืนเรียน ไม่อยากใช้เงินคุณพ่อคุณแม่ เพราะรู้ว่าท่านลำบาก กระทั่งเรียนจบอนุปริญญา หรือปกศ.สูง เอกสังคมศึกษา ในระดับปริญญาไม่มีที่เรียนกลางคืน ต้องเรียนกลางวัน จึงไม่ได้ทำงานจนจบการศึกษาบัณฑิตหรือ กศ.บ. เอกสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพลศึกษา"
"ช่วงนั้น ผมขอหลวงพ่อคุมศาลาเผาศพ และรับอาราธนาศีล บริการน้ำ-อาหาร รับจ้างจุดธูปเพื่อหาเงินเรียนจนจบปริญญาตรี สอบเข้าศึกษาต่อปริญญาโทได้ขณะที่เรียนเทอมสุดท้ายของปริญญาตรี จบปริญญาโท สังคมศาสตรมหาบัณฑิต (สค.ม.) อาชญาวิทยาและกระบวนการยุติธรรม มหาวิทยาลัยมหิดล รุ่นที่ 4 ทำงานภาคเอกชนอยู่ 4 ปี จึงเข้ารับราชการเมื่อวันที่ 1 ก.ค.2529 โดยเป็นพนักงานคุมประพฤติ 3 จังหวัดชลบุรี"
ต.ค. 2541 เติบโตมาเป็นเจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป 7 จ่าศาลจังหวัดปากพนัง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานโครงการพัฒนาระบบงานศาล, 16 ก.พ. 2542 เป็นจ่าศาลจังหวัดอำนาจเจริญ, 18 มี.ค. 2542 ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน กระทรวงยุติธรรม คณะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการพิจารณาจัดระเบียบกระทรวงยุติธรรม, 4 มิย. 2544 ได้รับเลือกตั้งเป็น อกพ. สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม, 8 มิย.2544 รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการศูนย์บริการข้อมูลตุลาการ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม, 15 ต.ค. 2544 ช่วยทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน โครงการส่งเสริมประสิทธิภาพสถานพินิจ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม, 7 พ.ย. 2544 คณะกรรมการบริหารแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 9 พ.ศ.2545-2549, 12 มีค.2545 กรรมการและเลขานุการการเตรียมความพร้อมในการจัดทำโครงสร้างกระทรวงยุติธรรมตามมติคณะรัฐมนตรี, 3 ต.ค.2545 รักษาราชการแทนรองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
ขึ้นเป็นผู้บริหารระดับ 9 ในตำแหน่ง รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน เมื่อ 25 เมย.2546
ย้ายไปเป็นรองอธิบดีกรมคุมประพฤติ 1 ปี 8 เดือน ก่อนจะได้รับคำสั่งให้กลับมาทำงานในตำแหน่งรองอธิบดีพินิจและคุ้ม ครองเด็กและเยาวชนอีกครั้งและได้ขึ้นเป็นอธิบดีในที่สุด
ผลงานดีเด่นที่เป็นที่ยอมรับ คือ จัดทำมาตรฐานกลางการปฏิบัติงานธุรการศาล และนำวิธีการบริหารงานคุณภาพทั่วทั้งองค์กร (Total Quality Management/ TQM) จนศาลจังหวัดนครราชสีมาได้รับ การประกาศรับรองด้านบริการ ISO 9000
การปฏิรูปกระทรวงยุติธรรม ในฐานะเป็นคณะกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการพิจารณาจัดระเบียบกระทรวงยุติธรรม ตามมติคณะรัฐมนตรี จนสามารถรวบรวมหน่วยงานต่างๆ ในกระบวนการยุติธรรมเข้ามาอยู่ร่วมกันในปัจจุบัน
ได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณด้านการบำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาผู้ติดยาเสพติด พ.ศ.2550 และได้รับเลือกเป็นข้าราชการพลเรือนดีเด่น พ.ศ.2544 เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของสภาลูกเสือแห่งชาติ ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 9 สค.2550
"ทุกอย่างที่ทําให้เรามาถึงวันนี้ ได้กรรมเป็นตัวกํากับทั้งหมด และอะไรที่เราเคยเสีย ใจแบบสุดๆ หรือว่าเศร้าใจอย่างสุดๆ ความรู้สึกนั้นมันไม่เคยเสถียรเลย มันลดลงมาหมด
วันนี้ดีใจที่ได้เป็นอธิบดี อาจจะดีใจจน ตัวลอย แต่ว่าไม่เท่าไหร่ก็ลดลง เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจเท่าทันโลก เข้าใจเรื่องกฎของไตรลักษณ์ เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป มียศเสื่อมยศ มีลาภเสื่อมลาภ เพราะฉะนั้นอย่าไปยึดติด ที่สําคัญที่สุด คือเรามีหน้าที่ หน้าที่นั้นต้องทําให้ดีที่สุดในการที่จะมองไปที่ประชาชนและเด็กๆ
ผมเชื่อว่าผมอาจจะมีกรรมดีที่ได้มีหน้าที่การงานที่ดี แต่ส่วนหนึ่งผมว่า ผมก็อาจจะเคยทํากรรมอะไรไว้บางอย่างกับเด็กๆ ผมถึงต้องชดใช้อะไรมากมายถึงขนาดนี้ รู้สึกว่าต้องเป็นทุกข์เป็นร้อน เห็นอะไรไม่สบายใจต้องเข้าไปจัดการ ฉะนั้นเมื่อเป็นอย่างนี้ เราก็อยากเห็นสังคมมีคุณธรรม มีจริยธรรม เพราะทุกวันนี้เรื่องเหล่านี้มันตกต่ำไปมาก"
สมรสกับเบญจพร ไทยเขียว ซึ่งรับราชการครู มีบุตรชาย 2 คน นายชัชชล ไทยเขียว อายุ 25 ปี จบศึกษาด้านภาษาและวัฒนธรรม และศึกษาดนตรีและทำเครื่องดนิตรีกู่ฉินไปด้วยที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกอบอาชีพส่วนตัวสอนคนตรีกู่ฉิน และจำหน่ายเครื่องคนตรีจีนคุณภาพจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน อาจารย์พิเศษ
และนายยิ่งคุณ ไทยเขียว อายุ 23 ปี จบศึกษาคณะวิศวศาสตร์คอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีไทยญี่ปุ่น ปัจจุบันกำลังศึกษา MBA มหาวิทยาลัยหอการค้า