กรกฏาคม 2553

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
16
17
18
19
21
22
24
25
26
27
28
29
30
31
 
All Blog
เที่ยวเหนือ 6 วัน 5 คืน ตอน จากน่านสู่พะเยา
วันพฤหัสบดีที่ 10 มิถุนายน 2553
วันนี้ตื่นเช้ามาด้วยความสดใสเพราะเมื่อคืนนอนหลับสบาย

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็ลงมาทานอาหารเช้ากัน

วันนี้อากาศขมุกขมัวแต่เช้า ท่าทางจะไม่มีแดด ไม่เป็นไรเอาแค่ฝนไม่ตกก็พอ




มีหลายอย่างให้เลือกค่ะ




อิ่มแล้วมาเก็บข้าวเก็บของเพื่อเช็คเอาท์กัน พัก 1 คืนราคา 650 บาทค่ะ

หลังจากเช็คเอาท์แล้ว ก็ไปเที่ยวกัน เช้าวันนี้เราจะเที่ยววัดในเมืองน่านกันนะคะ

เริ่มจากที่ไกลกันก่อน วัดพระธาตุแช่แห้งค่ะ จากที่เมื่อเช้าดูเหมือนฝนจะตก พอมาถึงที่นี่ แดดก็ออกมาค่ะ แรงซะด้วย

วันนี้เค้ามีพิธีไหว้ครูกัน เราจึงไม่ได้เข้าไปในโบสถ์ได้แต่ไหว้อยู่ข้างนอก




จากนั้นก็กลับเข้ามาในเมือง จอดรถไว้ที่วัดพระธาตุช้างค้ำ




ข้ามถนนไปพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน ตรงทางเดินอุโมงค์ต้นไม้นี่สวยมากค่ะ สั่งให้เพื่อนกระโดดเพื่อจะถ่ายรูปจนเพื่อนบอกโดดไม่ไหวแล้ว

จากนั้นเข้าไปดูข้างในกัน ในนี้ห้ามถ่ายรูปนะคะ แต่ตอนที่เราไป เห็นมีผู้ชายเดินถือกล้องถ่ายรูปโน่นนี่อยู่ ไม่รู้ว่าอ่านไม่ออกหรือว่าตั้งใจไม่ทำตามกฎเค้า

อ้อ..ที่นี่ปิดวันจันทร์-อังคาร นะคะ




ข้ามถนนอีกทีไปวัดหัวข่วงค่ะ




จากนั้นเราย้อนกลับมาผ่านพิพิธภัณฑ์แล้วข้ามถนนอีกทีไปวัดภูมินทร์ค่ะ




ตอนนี้โดนแดดเผาร้อนจนแสบตัวไปหมดแล้ว ตัดสินใจขึ้นรถไปที่วัดมิ่งเมืองค่ะ ที่จริงจะเดินก็ได้แต่ไกลหน่อย
เค้ากำลังซ่อมแซมหลายๆจุด




ถึงตอนนี้ก็ 11 โมงแล้ว เราไปหาอะไรกินเป็นมื้อกลางวันก่อนเพื่อเดินทางไปพะเยากันค่ะ

ร้านนี้เพื่อนคนเดิมแนะนำอีกแล้ว ที่จริงเค้าให้เรามากินโจ๊ก-ต้มเลือดหมูตอนเช้า แต่โรงแรมเรามีอาหารเช้าให้เลยมาตอนกลางวันแทน

จอดรถไว้หน้าโรงแรมเทวราชค่ะ ข้างๆเป็นโรงแรมน่านฟ้า ปิดปรับปรุงถึงปลายปีค่ะ




เราเดินย้อนกลับมาตรงข้าม ธ.ออมสิน
ชื่อร้านเลิศรส

เดินเข้าไปในร้านเห็นคุณป้ากำลังนวดเส้นบะหมี่ และมีถุงเกี๊ยวกองใหญ่บนโต๊ะ ต้องอร่อยแน่ เลยสั่งเกี๊ยวน้ำ และเกี๊ยวบะหมี่น้ำคนละชาม หน้าตาไม่น่าอร่อยแต่อร่อยค่ะ




อิ่มแล้วคราวนี้เราจะออกจากน่านแล้ว ขับมาเรื่อยๆถึงปั๊มเชลล์ เห็นป้ายร้านขนมป้านิ่มชี้ให้เพื่อนดู เพื่อนเบรคเอี๊ยดแล้วเลี้ยวเข้าไปจอดทันที

วันนี้เปิดด้วย ในที่สุดก็ได้กิน

สั่งขนมมาคนละถ้วยค่ะ สลิ่มกับลอดช่อง แต่ลอดช่องถ่ายไม่ทันเพื่อนกินไปเยอะแล้ว เรามัวแต่ไปเข้าห้องน้ำอยู่
(ที่นี่เค้าไม่มีห้องน้ำให้ค่ะ ต้องไปเข้าห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน)




นี้ ต่อไปเราจะเดินทางไป จ.พะเยากันนะคะ
ตั้ง GPS นำทางไปเรื่อยๆ เมื่อเข้าเขต อ.เชียงม่วน ถนนเริ่มเล็กลงและคดเคี้ยวมากขึ้น ๆๆๆๆๆ

เอิ่ม.. จะโค้งเยอะไปไหนเนี่ย หลายๆโค้งนี่เสียวได้ใจเลยค่ะ




ถึงจะโค้งเยอะมากมายมหาศาลชวนเมารถไปหลายรอบ แต่เมื่อได้เห็นวิวข้างทางแล้ว มันสวยคุ้มค่าจริงๆค่ะ




ระยะทางช่วงนี้ไม่กี่สิบกิโลแต่ใช้ความเร็วได้ประมาณ 40-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้น เราจึงใช้เวลาอยู่บนเส้นทางนี้เกือบ 2 ชั่วโมง
ใครเบื่อๆ เซ็งๆ ลองมาขับรถเล่นบนถนนนี้ดูก็ได้ค่ะ


มาถึงพะเยายังไม่ถึงสามโมงเลย ไปที่วัดอนาลโยกันค่ะ
ที่นี่ร่มรื่นมาก ลมพัดเย็นๆ สบายใจดีค่ะ




ออกจากวัดเราตรงไปที่พักของเราอยู่แถวกว๊านพะเยา
"เฮือนพักจุ้มใจ"

เราได้ห้องพักชั้น 3 ค่ะ เดินหิ้วของพะรุงพะรังกันขึ้นมา ห้องหมายเลข 8 เอื้องเงิน




ห้องขนาดไม่ใหญ่นัก เดินสำรวจดูรอบๆแล้ว ห้องเราอยู่ด้านหลังไม่มีระเบียงห้องค่ะ




เพื่อนเช็คสัญญาณ wi-fi แต่ไม่มีสัญญาณค่ะ โทรลงไปถามพนักงานข้างล่าง เค้าบอกว่าถ้าชั้น 3 สัญญาณจะไปไม่ถึงต้องลงไปเล่นข้างล่าง เราขอเปลี่ยนห้องก็บอกเราว่าห้องพักเต็มแล้ว เหลือห้องเดียว

เพื่อนเราเริ่มไม่พอใจเพราะเคยโทรมาจองล่วงหน้าตั้งเกือบเดือน ตอนนั้นบอกเราเองว่ามี wi-fi ให้ด้วย พอเราถามถึงมัดจำเพื่อที่จะจองก็บอกว่าไม่ต้องจ่ายมัดจำ วันธรรมดามีห้องว่างเยอะ แล้วพอมาแล้วก็เป็นแบบนี้ เลยเริ่มเซ็งกันแล้ว

หลังจากนั่งเล่นกันพักนึงรอแดดร่มลมตกก็ชวนกันไปเดินเล่นกัน เดินทางที่พักไปซัก 20-30 เมตรก็ถึงถนน เดินเลียบถนนไปเรื่อยๆ แต่แดดยังไม่หมดจึงหาร้านนั่งเล่นกัน เห็นร้านนี้น่ารักดีจึงชวนกันไปนั่งกินอะไรรอเวลาอาหารเย็น




ก่อนมาเห็นว่าที่กว๊านพะเยาจะมีการแสดงน้ำพุ จึงถามน้องที่ร้านว่าเค้าเริ่มกี่โมง น้องเค้าทำหน้างงๆ แล้วบอกว่าน่าจะเริ่มหกโมง เราดูนาฬิกาตอนนั้น ห้าโมงครึ่งแล้ว แดดยังจ้าอยู่เลย หกโมงก้ไม่มืดหรอก เลยไม่แน่ใจว่าน้องเค้ารู้หรือเปล่า

ไปเดินเล่นริมกว๊านจนเมื่อย ยังไม่ค่อยหิวแต่ไม่รู้จะไปไหนเลยเข้าร้านนี้กินมื้อเย็นกันรอเวลาน้ำพุจะแสดง

ที่จริงเค้าแนะนำให้กินเมนูปลา แต่เราไม่ค่อยหิว กลัวกินไม่หมดเลยสั่งต้มยำกับผัดผัก ซึ่งรสชาดไม่ถูกใจเอาซะเลย




เพื่อนเราถามพนักงานทีร้านนี้อีกครั้งว่าน้ำพุจะแสดงกี่โมง เค้าบอกเหมือนน้องคนเมื่อกี๊ว่าหกโมง เราดูนาฬิกาอีกที ตอนนี้หกโมงสิบนาทีแล้ว แต่ท้องฟ้าก็ยังไม่มืดอยู่ดี ตกลงมันเริ่มกี่โมงกันแน่

ทุ่มนึงอิ่มแล้วจึงออกมาเดินต่อ ระหว่างทางได้ยินเสียงเพลงและคนเยอะแยะไม่รู้เค้ามีอะไรกันเราจึงไปมุงด้วย เป็นซุ้มออกกำลังกายของชาวบ้าน เค้าจะเปิดเพลงแล้วให้คนมาเดินตามจังหวะเพลงเพื่อออกกำลังกาย เท่าที่ดูเค้าจะมีจังหวะการเดิน 2 แบบ เป็นแบบ ชะชะช่า กับแบบรำวง น่ารักมาก




ยืนดูอยู่พักใหญ่ จากนั้นเราเดินต่อไปจนถึงที่ๆน่าจะเป็นที่แสดงน้ำพุ แต่เมื่อไปถึงจริงๆก็เห็นป้ายอันนี้
เค้ามีเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ เวลาแสดง 19.00-21.00 น




เดินมาตั้งครึ่งกิโล แต่วันนี้วันพฤหัสเค้าไม่แสดงอ่ะ เรา 2 คนจึงเดินคอตกกลับที่พัก




คืนนี้มีเรื่องแปลกๆ คือหน้าต่างฝั่งหัวนอนจะมีลมพัดดังกึกๆ อยู่ตลอดอยู่แล้ว เราก็ไม่ได้สนใจ พอตกดึกเราลุกไปเข้าห้องน้ำพอเดินจะกลับมาที่เตียงก็เห็นเงาต้นไม้โบกไหวทาบทับผ้าม่าน พร้อมเสียงลมพัดหน้าต่าง ก็ไม่ได้คิดอะไร เดินขึ้นเตียงนอนต่อ แต่นึกๆว่าตอนที่เปิดหน้าต่างดูวิวเมื่อตอนเย็นมันไม่มีต้นไม้ใกล้ๆนี้เลย มีแต่หลังคาบ้านคน เราจึงจะลุกไปดู พอดีกับที่เห็นเพื่อนก็ลุกขึ้นมาพร้อมๆกัน

เพื่อนถามว่าได้ยินเสียงอะไรมั๊ย เราบอกว่าเสียงลม เพื่อนบอกว่าไม่ใช่ มีอีกเสียงฟังดีๆ อีกเสียงที่ว่าคล้ายเสียงลากยาวๆ เราฟังแล้วเหมือนเสียงรถหรือเครื่องยนต์อะไรซักอย่างมาจากทางหน้าต่างข้างเตียงของเราเหมือนเสียงลอยอยู่ไกลๆ ทีแรกคิดว่ามอร์เตอร์ไซต์ หรือเรือหาปลา แต่เสียงนั้นมันนิ่งและไม่มีการเคลื่อนที่ จึงไม่น่าจะใช่ เพื่อนลุกไปเปิดหน้าต่างดูก็ไม่เห็นอะไร จึงพากันล้มตัวลงนอนต่อ

แต่พอเพื่อนทักแบบนี้เราจึงนอนฟังเสียงนั้นต่ออีกพักนึง หน้าต่างหัวเตียงก็มีเงาต้นไม้ไหวไปมาพร้อมกับลมพัดหน้าต่างกึกๆ ส่วนหน้าต่างด้านข้างก็มีเสียงไม่ทราบที่มาดังแว่วลอยมาอยู่ไม่ขาดระยะ ฟังๆแล้วชักจะกลัวขึ้นมาเราจึงเริ่มสวดมนต์

นอนไปพักนึงอยู่ดีๆ เพื่อนก็ลุกขึ้นมาหยิบหมอนกับผ้าห่มมาที่เตียงเราแล้วบอกว่าขอนอนด้วย เอาล่ะสิเริ่มกลัวอะไรก็ไม่รู้กันทั้ง 2 คน แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันต่อ ได้แต่นอนหลับๆตื่นๆกันจนเช้าเลย



Create Date : 14 กรกฎาคม 2553
Last Update : 14 กรกฎาคม 2553 10:57:34 น.
Counter : 2438 Pageviews.

4 comments
  
คุนคับเน็ตนะเล่นได้มันอยู่ที่คอมคุนว่าจะดึงสัญญาณได้มั้ย คนอื่นก้อเล่นได้ ผมก้อเล่นได้ ส่วนนั่นนะเสียงลมคับลองฟังดีๆ และที่เงานะคุนลองมองดูซ้ายมือคุนจะมีต้นตาลใหญ่ๆสองต้นอยู่คับ พักชั้นสามลมมันแรงอยู่แล้วยิ่งอากาศหน้านี้เป็นลมเป็นฝน คุณมาพูดลงอย่างนี้ มันทำให้ธุระกิจคนอื่นเสียหายหรือเปล่า จะให้มันได้ดั่งใจมันก็ทำไม่ได้หรอกดูแล้วก็เป็นที่พักเล็กๆไม่ได้เป็นโรงแรมห้าดาวนิ ขนาดโรงแรมห้าดาวเค้ายังทำไม่ได้ดั่งใจเลยก็มี
โดย: ULtraUP IP: 118.172.87.212 วันที่: 27 สิงหาคม 2553 เวลา:21:11:54 น.
  
ขอแจมด้วยคนนะคะ ดิฉันก็เคยไปพักที่นี่เหมือนกันเจอปัญหาเดียวกันเลย ต่อเน็ตไม่ได้(พักชั้น3)โทรไปหาน้อง(ผู้ชาย)ข้างล่าง เขาให้คำตอบว่าสัญญาณคงไปไม่ถึงให้หิ้วเครื่องลงมาเล่นข้างล่างค่ะ เน้นว่าสัญญาณไม่ถึงนะคะ เท่าที่ทราบนะความไกลระยะนี้จริงๆแล้วไม่น่าจะเกี่ยวกับตัวคอมนะ น่าจะเป็นที่ wifi และจุดพื้นที่ติดตั้งอับสัญญาณมากกว่า ดังนั้นตามความคิดเห็นส่วนตัว การที่ลูกค้าติ น่าจะเพื่อก่อมากกว่าทำลายนะคะ ผู้ประกอบการที่ดีควรเปิดใจรับและนำไปแก้ไขมากกว่า อ้อ!และขอให้เคารพในภาษาไทยที่ถูกต้องด้วยเพราะคนสมัยนี้ทำให้ภาษาวิบัติหมด
โดย: คนเดินทาง IP: 61.19.238.243 วันที่: 2 กันยายน 2553 เวลา:8:31:53 น.
  
ในนามของเจ้าของกิจการผมขอบคุณครับ สำหรับข้อติชมของทุกความคิดเห็นครับ และผมจะนำข้อเสียไปปรับปรุงแก้ไขตามที่ท่านได้เขียนมา และขอกราบขอโทษทุกท่านที่ได้ให้บริการได้อย่างไม่เต็มที่ และขอขอบคุณทุกท่านที่มาใช้บริการกับทางที่พักของเรา
โดย: Thapana Chaikla IP: 180.180.128.224 วันที่: 13 พฤษภาคม 2554 เวลา:10:45:02 น.
  
เคยไปพักเจ้าของ และลูกๆ น่ารัก ให้บริการดีเป็นกันเองค่ะ พักชั้นสองฝั่งระเบียงมองเห็นกว๊าน เรื่องสัญญาณเน็ทไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่นะคะ ถ้าคุยกันชัดเจนและจำเป็นต้องใช้จริงๆ สัญาณไม่ถึงก็ยกคอมมาข้างล่าง ไม่น่าจะยุงยากนา..
โดย: เฉลิมศรี IP: 115.67.224.148 วันที่: 1 สิงหาคม 2555 เวลา:14:08:20 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เด็กหญิงฟ้าใส
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]