มีนาคม 2553

 
1
2
4
5
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
18
19
20
21
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ทริป Ski Resort - 1 วันในโตเกียว
วันนี้ลูกทัวร์ขอเลื่อนเวลาออก เนื่องจากอยากจะตื่นสายบ้าง จากที่วางแผนไว้ว่าประมาณ 8.30 น. กลายเป็น 9.30 น.

เราตื่นมาแล้วเปิดหน้าต่างออกดูด้วยความหวังว่าอากาศจะดี แต่ไม่...... วันนี้ฝนก็ยังคงตกลงมาปรอยๆเหมือนเมื่อวาน

ลงมาทานอาหารเช้าประมาณ 8.30 น. แต่ปรากฏว่าที่หน้าห้องอาหารมีคนต่อคิวอยู่ยาวทีเดียว เราเป็นคนประเภทไม่ค่อนมีความอดทนเท่าไหร่ เห็นแบบนี้แลยตกลงกับเพื่อนว่าจะออกไปหาอะไรรองท้องที่เซเว่นด้านหน้า แล้วไปหาอะไรกินเอาข้างหน้าดีกว่า




9.30 น. พากลุ่มลุกทัวร์ออกจากโรงแรม ข้ามถนนทางเดิมมาที่สถานีรถไฟ

เราหาข้อมูลมาจากกรุงเทพฯแล้วว่าถ้าไปตามแผน ซื้อตั๋ว 1 day จะถูกกว่า จึงเดินไปซื้อตั๋วที่ตู้อัตโนมัติ




พอถึงตู้แล้ว หาปุ่ม 1 day มันอยู่ตรงไหนหว่า ไม่รู้จะกดตรงไหนช่วยกันมารุมอยู่ที่ตู้กัน 7 หัว น้องสาวเลยอาสาไปถามที่ Information ให้ ได้ความว่าต้องกดปุ่ม Discount Ticket จึงกลับมากดกันใหม่

จากสถานี Shinagawa เราไปลงที่สถานี Ueno ออก park exit กะว่าน่าจะมีดอกบ๊วยให้เราได้ชมกันบ้าง

เดินเข้าสวนไปด้วยความหวังจะถ่ายรูปกับดอกไม้
แต่ภาพที่เห็นคือ




เดินเข้าไปข้างใน แหม..มันแล้งจริงๆ แต่พอเดินเข้าไปเรื่อยๆ ได้เห็นอะไรสีชมพูด้วย ว้าวๆๆ พวกเราวิ่งเข้าไปถ่ายรูปกันใหญ่ แค่นี้ก็ดีใจกันแล้ว5555




ผ่านสวนไปด้วยความรวดเร็ว ข้ามถนนมาเดินต่อกันที่ Ameyoko



เดินดูของไปเรื่อยๆ ทั้งของสด ของแห้ง เสื้อผ้า เครื่องสำอาง
ลูกทัวร์บอกว่าเป็นตลาดที่มั่วๆยังไงไม่รู้ แต่ก็ชอบ



เราเดินมาจนถึงทางแยก ข้ามถนนเดินต่อไปนิดเดียวก็เจอร้านทาโกะยากิเจ้าเดียวกับที่เอสพลานาดบ้านเรา ซื้อมา 1 ชุด ลองกินกันคนละ 1 ลุก อร่อยจริงๆ




จากนั้นเราย้อนกลับมาที่แยกเลี้ยวขวาเดินลอดใต้สถานีรถไฟ มาจนถึงทางข้ามถนนอีกครั้ง มองตรงไปข้างหน้า ตึกม่วงนั่นเอง




เราปล่อยลูกทัวร์ให้เดินกันตามใจชอบ โดยให้เวลาประมาณ 30 นาที แล้วกลับมาเจอที่เดิม คุณลุกทัวร์รีบไปดูเครื่องสำอาง ส่วนเรากับเพื่อนเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ต

ได้เวลาเจอกัน 12.00 น. ลูกทัวร์กลับมาพร้อมบ่นว่า เดินได้แค่ชั้นเดียวเอง ยังไม่ได้ขึ้นไปชั้นบนเลย ก็หมดเวลาแล้ว ทีแรกกะจะต่อเวลาให้อีกครึ่งชั่วโมง แต่บางคนก็ไม่รู้จะดูอะไร จึงบอกว่า ไปข้างหน้าก็มีร้านเครื่องสำอางอีก แล้วก็พาเดินทางต่อ

เราเข้าสถานี Okachimachi ไปลงสถานี Akihabara ถึงจะ 1 สถานีก็เถอะเราเคยเดินมาแล้ว มันไกลพอควรสำหรับคนแก่ ขึ้นรถไฟสะดวกกว่าเพราะเราซื้อ 1 day แล้ว

ออกจากสถานีเราไปที่ตึก Yodobashi-Akiba ที่ชั้น 8 เป็นศูนย์รวมร้านอาหารมากมาย




คุณลูกทัวร์พร้อมใจกันไปกินราเมง

เรากับเพื่อนแยกตัวไปกินซูชิกัน 2 คน เพราะคุณลูกทัวร์ไม่กินของดิบกัน
มาที่ร้านนี้เลย Sushi Zanmai เป็นซูชิสายพานค่ะ




เพิ่งเคยเข้าเป็นครั้งแรกทำยังไงต่อดี คอยมองคนนั่งข้างๆ ว่าเค้าทำกันยังไงบ้าง




เห็นคนข้างๆเค้าเขียนๆในกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะแล้วส่งให้พนักงาน เราเขียนไม่ได้จึงเรียกพนักงานมาแล้วชี้ๆๆๆๆ พนักงานก็จะจดตามที่เราสั่งไป




ของที่หยิบมาจากสายพาน และสั่งมากินค่ะ






กินอิ่มแล้วก็ไปเดินย่อยกันนิด เราเดินออกไปที่ตึก Akiba Tolim เพื่อซื้อ Mochicream น่ากินไปหมดเลยค่ะ

ดูเมนูของร้านแล้วเลือกๆจิ้มๆให้พนักงานจดตาม




มีเวลาก่อนโมจิจะละลาย 30 นาที เราไปเดินเล่นกันก่อน เข้าไปทาง Electronic Town




ดูโน่นดูนี่รอเวลา




จากนั้นเรานั่งรถไฟไปต่อกันที่ Shibuya ตอนที่มาถึงฝนหยุดตกแล้ว ดีใจมาก
แวะถ่ายรูปกับฮาจิโกะคนละแชะ แล้วมารอข้ามถนนที่ที่คนเยอะที่สุด




เราเดินกันไปทางตึก HMV มาปล่อยลูกทัวร์ที่ Tokyo Hands ส่วนเราออกมาเดินที่ฝั่งตรงข้าม มีร้านขายของแปลกๆที่ไม่ใช้แบรนด์เนมอยู่ 3-4 ร้าน




เมื่อได้เวลานัดก็พาลูกทัวร์เดินกลับ พอมาถึงแยกนี้ ฝนก็ปรอยลงมาอีกที ให้มันได้อย่างนี้สิ




พอเราเดินไปทางชิบูย่า 109 ตาก็เหลือบไปเห็นป้าย Krispy Kreme เข้าให้ รีบเรียกน้องสาวให้ดู เมื่อเธอเห็นก็แทบร้องกรี๊ดรีบพาพวกเราให้ไปทางนั้นทันที

วันนี้แถวไม่ยาวเท่าไหร่ แต่หลังจากที่น้องสาวเข้าไปต่อแถวได้แป๊บเดียว แถวก็เริ่มยาวจนออกมานอกประตู พนักงานต้องออกมาจัดระเบียบให้ม้วนหางเข้าไปต่อในร้าน

พักเดียวก็ได้มาแล้ว ขอชิมหน่อยจิ๊
ก็นิ่มดี แต่สำหรับเราหวานไปหน่อย




ถึงตอนนี้ห้าโมงแล้ว ตามโปรแกรมจะไปต่อที่ฮาราจูกุ แต่ผู้สูงวัยเริ่มบ่นเมื่อยขาแล้ว ร้องจะหาที่นั่งพัก

เราเดินหาร้านทีจะมีที่นั่งสำหรับเราทั้ง 7 คนได้ เดินไปหน้าสถานี มองไปเห็นป้าย Food Show ขอลงไปดุหน่อยว่าพอจะมีร้านอะไรให้นั่งหรือเปล่า

เดินลงไปดูปรากฎว่า เหมือนซุปเปอร์มาร์เก็ต มีแต่ร้านขายอาหารทั้งนั้น ของเค้าน่ากินไปหมดไปหมด แต่เราไม่มีเวลาเดินดู เราจะหาร้านสำหรับนั่ง เดินจนทะลุไปอีกฝั่ง เป็นห้างอะไรซักอย่าง เห็นว่ามีศูนย์รวมอาหารอยู่ที่ชั้น 4 เราไปที่นั่นกันเลย

ขึ้นไปแล้ว แต่ละร้านคนเยอะทั้งนั้น ต้องรอคิวกันแทบทุกร้าน หาทีนั่งให้ผู้สูงวัยก่อน ส่วนพวกเราเดินหาร้านให้

ไปเจอร้านนี้ มีอาหารหลายประเภท ถามดูเค้าบอกว่ารอคิวประมาณ 15 นาที น้องสาวคงเมื่อยขี้เกียจเดินแล้วบอกว่าเอาร้านนี้ก็ได้




ต่างคนต่างสั่งของที่อยากกิน เรายังไม่หิวกะจะกินนิดหน่อย แล้วไปหาร้านอร่อยๆเอาข้างหน้า




พออิ่มแล้วทีนี้ลูกทัวร์งอแง จะไม่ไปต่อแล้ว อยากจะกลับโรงแรม

เราต้องพาลูกทัวร์กลับไปส่งที่สถานี Shinagawa เดินมาส่งจนถึงทางม้าลายหน้าห้าง wing ให้น้องสาวพาผู้สูงวัยเดินข้ามถนนกลับไป แล้วเรากับเพื่อนรีบออกเดินทางต่อเพื่อไป Harajuku

มาถึงที่นี่เกือบๆทุ่ม เราเดินเข้าไป คนก็เดินสวนออกมา




เดินดูโน่นนี่มาเรื่อยจนถึงร้านเครป คราวที่แล้วไม่ได้กินเพราะหนาวจนไม่รู้สึกอยาก คราวนี้ขอกินหน่อย




จากนั้นเดินไปจนถึงทางแยก เราเลี้ยวขวาออกมาทางถนนใหญ่

ช่วงนี้เค้ากำลังเซลล์กันหลายร้านเลย เราก็แวะเข้าไปดูหลายร้าน แต่ไม่ได้อะไรออกมา

จนมาถึงทางแยกถนนใหญ่อีกที เราเลือกจะตรงไปเรื่อยๆ จะไปแวะ Edwin เข้าไปลองแล้วไม่ถูกใจ เดินต่อไป Uniqlo อีกที ก็ยังไม่ชอบ ตามแผนที่ที่มีอยู่มี Evisu อยู่ข้างๆ แต่ไม่เห็นมีเลย เดินดูบริเวณใกล้ๆก็ไม่เห็น แผนที่มันผิดหรือร้านมันย้ายไปก็ไม่รู้


สองทุ่มแล้ว ตอนนี้ร้านค้าเริ่มปิดกันแล้ว เราก็เริ่มหิว ตกลงกับเพื่อนว่าจะกลับไปที่ Food Show ที่ชิบูย่าที่ผ่านมาเมื่อตอนเย็นแล้วหาซื้ออะไรกลับไปกินที่โรงแรม

แต่เมื่อเรากลับมาอีกที เค้าปิดประตูไปแล้ว เราเดินเข้าไปในโตคิว เผื่อจะมีร้านอะไรในนั้น พอลงชั้นล่างไปก็ปรากฎว่าเป็น Food Show นั่นแหละ แต่เค้ากำลังเก็บข้าวของกัน บางร้านก็เลิกขาย บางร้านก็เอาของมาเร่ขาย แต่มันไม่มีอะไรที่เราอยากกินอ่ะ

ตัดสินใจไปหาเอาแถวโรงแรมละกัน เราจึงนั่งรถกลับโรงแรม ตอนที่เดินจะมาข้ามถนนกลับ เราเห็นป้าย Food อะไรซักอย่างชี้ลงไปข้างล่าง เฮ้ย มันมีร้านอยู่ข้างล่างด้วยเหรอ รีบชวนเพื่อนลงไปดูกัน




ร้านเค้าปิดหมดแล้วอ่ะ ก็นี่มันสามทุ่มครึ่งแล้วนี่นะ ระหว่างเดินกลับออกมาเห็นร้านขนม Pastel อ๊ะๆๆๆ ร้านนี้เคยดูในทีวี เค้าว่าขนมอร่อยง่ะ ปิดไปซะแล้ว พรุ่งนี้ก็ไม่มีเวลาเพราะต้องออกแต่เช้า

เจ็บใจตัวเองที่เมื่อวานไม่รู้ว่ามีอาหารขายอยู่ชั้นล่างของห้างนี้
แล้วทีนี้จะกินอะไรดี คงต้องกลับไปที่เดิม ร้านราเมงเมื่อวาน

วันนี้เปลี่ยนร้าน มากินร้านนี้ โมโมทาโร่ ชื่อร้านนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้แต่เราเห็นรูปโมโมทาโร่กับลูกท้อก็มั่วเอาว่าชื่อร้านโมโมทาโร่

วันนี้จะกินซุปโชยุ ร้านนี้ซื้อตั๋วง่ายเพราะแต่ละรูปที่โชว์มีเลขกำกับ เราเลือกกดตามเลขไม่พลาดแน่




วันนี้เรากินชามเดียว 2 คนเหมือนเดิม
พอยื่นตั๋วใบเดียวไป เค้าเอาชามแบ่งมาวางให้ก่อนเลย

บนโต๊ะมีเครื่องปรุง
เห็นบ๊วยสีแดง 2 ลูกวางอยู่ที่โต๊ะ ถึงจะมีไอ้แผ่นอธิบายให้ ก็อ่านไม่ออก
เห็นเลข 0 คงจะบอกว่าให้กินฟรีมั๊ง เพื่อนลองชิมดูแล้วบอกว่า เค็มโพด




แป๊บเดียวราเมงของเราก็มา เป็นราเมงโชยุ เพิ่มชาชู
น้ำซุปนี้หอมมาก ซดรื่นคอ แต่ชาชูร้านเมื่อวานอร่อยกว่า
น่าจะเป็นซุปโชยุร้านนี้แล้วใส่ชาชูร้านเมื่อวาน น่าจะอร่อยขึ้นสวรรค์





อิ่มแล้วก็กลับเข้าโรงแรม วันนี้เหนื่อยมากเนื่องจากเดินกันทั้งวัน
และก็สรุปได้ว่า คุณลูกทัวร์ทั้งหลาย ไม่เหมาะกับการมาเที่ยวเองเลย มากับทัวร์น่ะดีแล้ว



วันสุดท้าย

เช้าวันนี้เราลงไปห้องอาหารตอนเกือบๆ 7 โมง ยังไม่มีคิว
พนักงานพาเราเดินเข้าไปด้านใน พร้อมให้บัตรแข็งสีฟ้า ให้เราวางไว้บนโต๊ะ เพื่อบอกว่าโต๊ะนี้มีคนนั่งแล้วจ้า



เมื่อเราอิ่มออกมาก็เห็นว่าที่หน้าห้องมีแถวเค้าคิวยาวเหมือนเมื่อวานเลย


เก็บกระเป๋าเช็คเอ้าท์ แล้วขึ้นรถ วันนี้เราจะไปวัดอาซากุซะกันค่ะ


ด้วยความที่วันนี้เป็นวันสุดท้าย เราจึงเก็บเส้อผ้า เครือ่งกันหนาวลงประเป๋าหมดแล้ว เพราะคิดว่าอากาศคงจะเท่าๆ กับเมื่อวาน แต่เมื่อเดินออกมาหน้าโรงแรม ลมหนาวได้มาปะทะเข้าเต็มเปา หน๊าว หนาว

พอมาถึงวัดอาซากุซะ ฝนก็ยังตกปรอยๆอยู่ เราเดินฝ่าฝนกันตามไกด์เข้าไปที่จุดนัดพบ

ตรงนี้ลมแรงยิ่งทำให้หนาวมากขึ้น บางคนใส่เสื้อแขนยาวตัวเดียวก็ยืนสั่นงั่กๆๆ

หยิบเอาเทอร์โมมิเตอร์ในกระเป่าออกมา อยู่ที่ 10 องศา มันน่าจะหนาวกว่านั้นนะ

เราเข้าไปไหว้พระข้างใน ตอนนี้ตัวอาคารก็ยังปิดซ่อมอยู่ ปิดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ยังไม่มีวี่แววจะเสร็จเลย ไหว้พระแล้วเราก็ออกเดินไปด้านหน้าวัด

ฝนตกอย่างนี้เราจึงไม่มีอารมณ์จะซื้ออะไรเท่าไหร่ เดินไปเรื่อยๆถึงหน้าวัด ได้ข่าวว่าวันนี้เค้ามีวิ่งมาราธอนจะผ่านทางนี้จึงออกไปดู

ยืนอยู่พักใหญ่ก็ไม่เห็นวี่แววจะมีใครวิ่งผ่านมาถึง หนาวด้วย เปียกด้วย

เรากลับเข้าไปข้างในอีกที แล้วไปรอที่จุดนัดพบเลย




จากที่นี่เราจะเดินทางไปที่ห้างอิออน

ระหว่างนั่งรถไปได้ยินเสียงฮือฮาอะไรจากหน้ารถ เราชะโงกออกมาดูเพราะกระจกข้างๆ เป้ฯไอเกาะ มัวจนมองอะไรไม่เป็น แล้วสิ่งที่เห็นคือ




หิมะค่ะ หิมะ

ถึงจะตกมาเป็นละอองเล็กๆ ก็เถอะ ก็อดทำเอาลูกทัวร์ในรถตื่นเต้นกันไม่ได้ ชะโงกมาถ่ายรูปกันคนละแชะ


ระหว่างเดินเข้าห้างดูเทอร์โมมิเตอร์บอกว่า 3 องศา มันหนาวที่สุดในขณะที่เสื้อกันหนาวก็ไม่ได้เตรียมกันมาเลย

มาถึงไกด์ปล่อยอิสระ หากินข้าวกลางวันกันเอง

คุณลูกทัวร์ร้องจะกินราเมงอีกแล้ว เดินดูรอบๆ มีคิวอยู่แทบทุกร้าน จึงพาเดินขึ้นไปที่ฟู๊ดคอร์ท หาที่นั่งให้ และแน่นอน ซื้อให้ด้วย




เมื่อซื้อให้แล้ว เรากับเพื่อนก็ขอตัวไป
วันนี้ขอปิดท้ายด้วยซูชิอีกที




คราวนี้หยิบเมนูมาสั่งก่อนเลย สั่งกับพนักงานเหมือนเดิม




วันนี้ไม่ได้ถ่ายรูปมาทุกอย่าง แต่ก็กินเหมือนๆเมื่อวานนี้แหละ




อิ่มแล้วก็เดินเล่นจนถึงเวลานัด 3 โมงที่รถตอนนี้ทั้งฝน ทั้งหิมะก็หยุดแล้ว

เราเดินเล่นในดิวตี้ฟรีเพื่อจะเทเศษเหรียญให้หมด แต่ซื้อไปซื้อมา มันงอกมามากกว่าเดิมอีกง่ะ
ไม่เป็นไรเพราะเอาไว้ใช้คราวหน้า (ถ้าได้มาอีก ไม่สิ ต้องได้มาอีก)

มื้อเย็นบนเครื่องบินค่ะ ถ้า no beaf จะได้ไก่




และปิดท้ายด้วยของที่ซื้อมาค่ะ
ส่วนมากจะเป็นขนม จบทริปแล้วค่า




Create Date : 22 มีนาคม 2553
Last Update : 22 มีนาคม 2553 12:35:08 น.
Counter : 2636 Pageviews.

4 comments
  
น่าทานทั้งนั้นเลยค่ะ อ่านละอยากกลับไปญี่ปุ่นอีกจังค่ะ
โดย: Air Bunny วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:13:32:35 น.
  
อาหารน่าอร่อยมาก
โดย: marzo วันที่: 22 มีนาคม 2553 เวลา:16:18:49 น.
  
มีแต่ของกินครับ 555 ระวังอ้วนนะครับ
เป็นทัวร์กินเต็มรูปแบบจริงๆ
โดย: ไนท์ IP: 114.48.9.238 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:10:29:23 น.
  
ralph lauren pas cher http://www.tochucsukien.biz.vn/ralphlaurenpolo.asp polo ralph lauren femme
[url=http://www.beckmanns-autozentrum.de/ralph-lauren.asp]ralph lauren femme[/url]
โดย: ralph lauren femme IP: 94.23.252.21 วันที่: 27 เมษายน 2558 เวลา:23:31:31 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

เด็กหญิงฟ้าใส
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]