Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2560
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
4 มิถุนายน 2560
 
All Blogs
 
เครื่องเคียงของคนบางแค







หน้าฝนแบบนี้

พืชผักผลไม้ผลิดอกออกผล

เก็บกินกันไม่หวาดไหว

มะกรูดที่ปลูกมานับสิบๆปีเริ่มติดลูกเป็นพวง

มะนาวนั้นไม่ต้องพูด แม้ปลูกในกระถาง

มีเรื่องบังเอิญอยู่เรื่องหนึ่ง

เมื่อคนบางแคปลูกต้นแค

ดินแถวบางแคไม่ทำให้เสียชื่อ

ต้นแคงอกงามออกดอกให้เก็บทุกวัน

จะเก็บทิ้งเก็บขว้างก็ดูกระไร

เมนูอาหารของผมจึงมีดอกแคเคียงข้างอยู่เสมอ

เช้านี้ ข้าวผัดหมูหยองกับดอกแคสด

กินแล้วก็อยากรู้ว่าแคมีประโยชน์บ้างไหม

ค้นไป ค้นมา โอ้โอ...ประโยชน์หลากหลายจรนัยไม่หมด

เขาบอกว่า ต้นแคและส่วนประกอบของมันเป็นสมุนไพรไม่ใช่ผัก

แก้ไข้ที่อาจมาเยี่ยมเราเมื่อเปลี่ยนฤดูหรือย่างเข้าหน้าหนาว

ต่างชาติแสวงหากันเพราะเป็นยา แต่บ้านเรารู้จักแค่ทำแกงส้ม

ที่อินเดียบริโภคเป็นยารักษาโรค

ต้นแคคงเป็นพืชประจำถิ่นนี้ "บางแค"

ที่ไม่ใช่แค่หมายถึงบ้านพักคนชรา

Diarist Blog











ข้อมูลต่อไปนี้อ้างอิงจากอินเตอร์เน็ตครับ

แคเป็นพืชที่ปลูกง่าย มีอายุไม่นานก็ยืนต้นตาย เหมือนพืชตระกูลถั่ว มีเนื้ออ่อน ใบจะเรียวดูคล้ายกับขนนก มีแคขาวกับแคแดง เมื่อดอกบานออก แมลงจะมาตอมแล้วจะผสมเกสรระหว่างดอกกัน เมื่อดอกแก่จนกลีบร่วงก็จะเป็นฝักอ่อน ฝักจะหมือนถั่วฝักยาวแต่จะแบนกว่า แคปลูกได้ในทุกพื้นที่ทั้งดินเหนียวและดินปนทราย ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดที่แก่จัด ส่วนใหญ่จะนิยมปลูกเป็นรั้วบ้าน คันนา ริมถนน และในบริเวณบ้าน หรือปลูกไว้เพื่อปรับพื้นที่ให้มีปุ๋ย เพราะใบแคที่ผุแล้ว ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์

ประโยชน์ของแคด้านอาหาร ส่วนที่นำมารับประทาน ได้แก่ ยอดอ่อน ดอกอ่อน ใบอ่อน และฝักอ่อน โดยนำมาลวกน้ำร้อนใช้กินร่วมกับน้ำพริกกะปิหรือน้ำพริกปลาร้า

ดอกแคอ่อนนำไปปรุงอาหารได้หลายชนิด เช่น แกงส้มดอกแค แกงจืดดอกแค ดอกแคสอดไส้ ดอกแคผัดหมูหรือกุ้ง ดอกแคผัดน้ำมันหอย และดอกแคชุบแป้งทอด ซึ่งจะใช้กินกับน้ำพริก ควรเด็ดเกสรตัวผู้ออกจากดอกแคก่อนเพื่อลดความขม

ส่วนชาวอีสานนิยมนำดอกและยอดอ่อนมานึ่ง หรือย่าง กินร่วมกับแจ่ว ลาบ ก้อย และนำดอกแคมาปรุงอาหารประเภทอ่อมได้อีกด้วย

สรรพคุณทางยา


แก้ท้องเดินท้องร่วง สมานแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ แก้บิดมูกเลือด แก้ไข้หัวลม แก้ริดสีดวงจมูก มีวิตามินซี ซึ่งช่วยอาการหวัดให้ทุเลา ทำให้ผิวสวย ช่วยแก้ไข้ ลดไข้ นอกจากนี้ยังอุดมด้วยสารอาหารต่างๆ โดยเฉพาะเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้ ช่วยบำรุงสายตาและต้านมะเร็ง อีกทั้งช่วยเสริมสร้างกระดูก เพราะมีแคลเซียมฟอสฟอรัสสูง


เปลือกนำมาต้มคั้นน้ำแก้ท้องร่วง แก้บิด แก้มูกเลือด คุมธาตุ ที่สำคัญสามารถช่วยแก้อาการปวดศีรษะได้

ดอกแคมีคุณสมบัติในการใช้รักษาไข้หัวลมเมื่ออากาศเริ่มเปลี่ยนได้เป็นอย่างดี

ใบจะมีคุณสมบัติเป็นยาระบาย แก้รอยฟกช้ำโดยการโขลกแล้วนำไปพอกบริเวณนั้น สำหรับคนที่มีเป็นโรคริดสีดวงจมูก

นอกจากนี้ยังสามารถใช้เปลือก ใบ ราก และดอกมาต้มหยอดจมูกได้

ในประเทศอินเดียมีการให้ใบอ่อนของแคเป็นอาหารเสริมบีตา-แคโรทีนอยด์ พบว่าบุคคลที่ขาดแคโรทีนอยด์ หลังจากได้รับอาหารเสริมใบอ่อนแค (เรียกอะกาทิ-agathi) จะมีปริมาณแคโรทีนในซีรั่มเพิ่มในวันที่ 7

ประเทศอินเดียใช้แคเป็นยาพื้นบ้านดังนี้

รากสด 20 กรัม เคี่ยวในน้ำ 1 ลิตร 30 นาที กรองเอารากออกดื่มแก้อาการอักเสบ

เทน้ำเดือด 1 ลิตรท่วมใบสด 20 กรัม ทิ้งไว้ 15 นาทีกรองเอาใบแคออก ดื่มแก้โรคตาบอดกลางคืน ขับพยาธิ บรรเทาอาการลมบ้าหมูและโรคเกาต์

ทน้ำเดือด 1 ลิตรท่วมดอกแคสด 20 กรัม ทิ้งไว้ 15 นาทีกรองเอาดอกแคออก ดื่มแก้หลอดลมอักเสบ ไซนัสอักเสบ และบำรุงตับ

ฝักสด 20 กรัม เคี่ยวในน้ำ 1 ลิตร 30 นาที กรองเอาฝักออกดื่มเพื่อระบายท้อง บรรเทาอาการไข้ ปวด เลือดจาง ช่วยความจำและป้องกันการเกิดเนื้องอก

ใบแคตำพอกบรรเทาอาการช้ำบวม

น้ำคั้นรากแคเจือน้ำผึ้งใช้ขับเสมหะลดอาการไอ
(สูตรจากประเทศอินเดียทั้งหมดนี้ดื่มก่อนอาหาร เช้า เย็น 1 ชั่วโมงและก่อนนอน เตรียมแต่พอดื่มวันต่อวัน)

การวิจัยของประเทศอินเดียพบว่า สารสกัดเอ-ทานอลของใบแคมีฤทธิ์ป้องกันการถูกทำลายของตับในหนูทดลองที่ได้รับยาเกินขนาดโดยพบปริมาณเอนไซม์ แอสพาร์เทตทรานส์อะมิเนส อะลานีนทรานส์อะมิเนส อัลคาไลน์ฟอสฟาเทสต่ำในหนูที่รับยาและสารสกัดใบแค เอนไซม์ดังกล่าวมีปริมาณสูงในหนูซึ่งรับยาเกินขนาด เนื่องจากตับถูกทำลาย

นอกจากนี้หนูที่ได้รับยาและสารสกัดใบแคมีปริมาณไตรกลีเซอไรด์ โคเลสเตอรอล ฟอสโฟไลพิด และกรดไขมันอิสระต่ำกว่าหนูกลุ่มที่ได้รับยาอย่างเดียวและพบว่าสารสกัดใบแคทำให้ปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระในกระแสเลือดหนูกลับสู่สภาวะปกติ ขณะที่ปริมาณสารดังกล่าวในหนูที่รับยามีปริมาณต่ำผลการวิจัยนี้เป็นข้อสนับสนุนข้อมูลแพทย์ทางเลือกที่ใช้ใบแคบำรุงตับและแก้ความผิดปกติของตับได้อย่างดี

ที่มา:www.thaihealth.or.th และ www.doctor.or.thhtm




Create Date : 04 มิถุนายน 2560
Last Update : 4 มิถุนายน 2560 16:57:32 น. 16 comments
Counter : 427 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณtuk-tuk@korat, คุณmambymam, คุณเรียวรุ้ง, คุณtoor36, คุณซองขาวเบอร์ 9, คุณhaiku, คุณClose To Heaven, คุณSai Eeuu, คุณnewyorknurse, คุณข้ามขอบฟ้า, คุณชีริว, คุณสองแผ่นดิน


 
ใบชอบลวกทานกับน้ำพริกกะปืค่ะ
ตอกชอบแกงส้มมากสุดค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 4 มิถุนายน 2560 เวลา:12:52:22 น.  

 
ฝนๆอย่างนี้แคงามมากเลยค่ะ แตกใบเขียว+ยอดอ่อนๆชวนเด็ดจริงๆค่ะ
ที่บ้านก็ปลูกเหมือนกัน ชอบกินแคกันทั้งบ้านค่ะ
ประโยชน์และสรรพคุณของของเค้าเยอะมากเลยนะคะ ทั้งใบ ราก ดอก ใช้ได้หมดเลย

Insignia_Museum Diarist ดู Blog






โดย: mambymam วันที่: 4 มิถุนายน 2560 เวลา:12:55:19 น.  

 
สวัสดีค่ะบ้านรุ้งปลูกมะกรูดนานหลายสิบปีล่ะมันแก่ลูกดกตกเกลื่อนพื้นเก็บไม่หวาดไม่ไหว แต่ที่น่าเจ็บใจตอนจะหาใบอ่อนๆช่วงหน้าฝนมันช่างยากเย็น เพราะมันยืนต้นสูง ตะเกียกตะกายเก็บแต่ละครั้งลำบากลำบน ส่วนลูกมะกรูดก็ได้อาศัยช่วงหน้าแล้งที่มะนาวแพงใช้แทนน้ำมะนาวหรือไม่ก็ผสมน้ำมะนาวซะเลย

ต้นแคแม่เคยเอาแคแดงมาปลูก มีครั้งหนึ่งรุ้งท้องเสียหนักมากติดๆกัน 5 รอบแทบคลานออกจากห้องน้ำแม่ฝานเปลือกแคแดงต้มน้ำให้ดื่ม เสร็จแล้วก็นำรุ้งส่งรพ.ช่วงระหว่างรอเข้าห้องตรวจปรากฏอาการปวดบิดที่ท้องหายเป็นปลิดทิ้ง กลับบ้านเลยค่ะไม่พบหมอแล้วเพราะคิวยังอีกยาว เปลือกแคแดงสรรพคุณร้ายกาจจริงๆเสียดายต้นตายไปนานแล้ว รุ้งก็อยากให้แม่ปลูกแคนะแต่แม่บอกนานๆทำแกงส้มซะทีซื้อกินง่ายกว่า

ที่บ้านรุ้งแต่ก่อนมีดอกอัญชัญใช้แนมทุกอย่างค่ะ ถ้าข้าวผัดก็มีดอกอัญชัญแนมแต่แม่บ้านตอนให้ทำสวนดันถกซะเกลี้ยงเสียดายมากมายไม่งั้นฝนมาอย่างนี้ดอกพรึ่บอะ

Insignia_Museum Diarist


โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 4 มิถุนายน 2560 เวลา:16:41:10 น.  

 
เอาเข้าจริงๆ ถ้าพูดถึงดอกแค ผมก็นึกออกแต่แกงส้มดอกแคครับ แหะๆ คนไทยมักจะนำพวกสมุนไพรมาประกอบอาหารอยู่แล้วด้วย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 4 มิถุนายน 2560 เวลา:18:06:10 น.  

 
Insignia_Museum Diarist
ต้นแค ปลูกง่ายโตเร็ว ให้ดอกดี
แต่ต้องลานกิ่งบ่อยๆจะได้ไม่โตเกินไป ไม่งั้นจะเก็บไม่ถึง

นอกจากดอกแล้ว ยอดแคเอามาลวกจิ้มนำพริกหรือแกงส้มได้ด้วยค่ะ

ที่บ้านปลูกแคแดง เพื่อความสวยงาม แต่เวลากิน จะเก็บแต่แคขาวค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 4 มิถุนายน 2560 เวลา:21:22:08 น.  

 
Insignia_Museum Diarist ดู Blog

คิดถึงแกงส้มค่าคุณอิม อิอิ


โดย: Close To Heaven วันที่: 4 มิถุนายน 2560 เวลา:23:58:23 น.  

 
ที่บ้านปลูกสีละต้นค่ะ กินกันไม่หวาดไหว ถึงแม้จะไม่ได้อยู่บางแคนะคะ อิอิ


โดย: Sai Eeuu วันที่: 5 มิถุนายน 2560 เวลา:0:12:02 น.  

 

ยังไม่เคยเห็นแคแดงเลยคะ
nsignia_Museum Diarist ดู Blog


โดย: newyorknurse วันที่: 5 มิถุนายน 2560 เวลา:1:18:15 น.  

 
ข้าวผัดกับดอกแคนี่ยังไม่เคยลองเลยค่ะคุณอิม
ที่บ้านแม่ปลูกดอกแคไว้หลายต้นเหมือนกันค่ะ
แต่กาญยังไม่เคยกินดอกแคเลย
ประโยชน์มากขนาดนี่ กลับบ้านต้องหากินมั้งแล้วค่ะ
อายุมากขึ้นอะไรที่ีมีประโยชน์ตอนนี้กินหมด

Insignia_Museum Diarist


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 5 มิถุนายน 2560 เวลา:1:20:42 น.  

 
หน้านี้พืชผักออกรัวมาก ลูกมะกรูดนี่เหลือบานเลยครับ ลูกนึงก็ทำแกงได้หม้อนึงแล้ว ที่เหลือเอาไปสระผม หรือดับกลิ่นในห้องน้ำอย่างเดียว
ส่วนดอกแคนี่ไม่ได้กินนานแล้วเหมือนกัน ในห้างไม่่อยจะมีจายด้วย ยกเว้นบางห้างอย่างตั้งฮั่วเส็ง
อร่อยแล้วยังมีประโยชน์ด้วยนะครับ


โดย: ชีริว วันที่: 5 มิถุนายน 2560 เวลา:22:21:46 น.  

 
สวัสดีค่าคุณอิม
มาชวนไปกินดื่มชิล ๆ กันค่า


โดย: Close To Heaven วันที่: 5 มิถุนายน 2560 เวลา:23:32:08 น.  

 
ที่บ้านปลูกต้นแคเป็นไม้ประจำบ้านเลยครับ
ดอกแค ยอดแคอ่อน เป็นอาหารประจำบ้านเลยครับ ต้มจิ้มน้ำพริก แกงส้ม
จะลองกินสดกับข้าวผัดบ้างครับ


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 6 มิถุนายน 2560 เวลา:22:59:39 น.  

 
ขอบคุณที่แวะชมดอกไม้ค่ะ



โดย: mambymam วันที่: 7 มิถุนายน 2560 เวลา:1:59:54 น.  

 
สวัสดีค่าคุณอิม :)


โดย: Close To Heaven วันที่: 7 มิถุนายน 2560 เวลา:17:41:40 น.  

 


เอาดอกไม้ที่สวนมาฝากค่ะคุณอิม


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 8 มิถุนายน 2560 เวลา:1:22:01 น.  

 
กุหลาบหินพันธุ์ที่ปลูกแตกกอง่ายค่ะ เลี้ยงดูก็ง่าย
ขอบคุณที่แวะชมค่ะ



โดย: mambymam วันที่: 8 มิถุนายน 2560 เวลา:20:53:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.