Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2552
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
6 มิถุนายน 2552
 
All Blogs
 
U.S. Patch ฝีมือคนไทย ตอนที่ 2

U.S. Patch ฝีมือคนไทย ตอนที่ 1













ภาพในอดีต 30 กว่าปีมาแล้ว ร้านตัดเย็บเสื้อผ้า ขายของที่ระลึก และอื่นๆ ที่อุดรธานี


ป้ายเครื่องหมายทหารอเมริกัน ฝีมือคนไทย

ยุคที่มีการตั้งค่ายทหารอเมริกันในไทย ปี พ.ศ. 2504-2518 อาชีพหนึ่งที่เฟื่องฟูในยุคนั้นคือร้านรับตัดเย็บเสื้อผ้า รับตัดเย็บเครื่องแบบทหาร รับทำป้ายเครื่องหมาย ร้านส่วนใหญ่อยู่ที่หน้าฐานทัพอากาศที่เมืองอุดร (Udorn Royal Thai Air Force Base) ถนนประจักษ์ศิลปาคม



ร้านที่มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันมากคือร้านมหาราชา ที่ทหารอเมริกันแวะเวียนกันมาใช้บริการกันเป็นประจำ เจ้าของร้านเป็นคนเชื้อสายอินเดีย เขาสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี ลูกค้าประจำกับเจ้าของร้านจึงกลายเป็นเพื่อนที่สนิทสนมกัน เจ้าของร้านมักจะถ่ายรูปกับทหารที่หน้าร้านไว้เป็นที่ระลึก แล้วนำภาพเหล่านี้ใส่กรอบอย่างดีติดโชว์ภายในร้านจำนวนมาก ทางร้านมักได้หนังสือชมเชยเรื่องการตัดเย็บเครื่องแบบจากทหารที่มาประจำการอยู่เสมอๆว่า สวยงาม สวมใส่สบาย ใช้งานได้ดี

ป้ายเครื่องหมายของร้านมหาราชาจึงเป็นที่จดจำ หรืออ้างอิงในหมู่นักสะสมทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบันนี้ ทั้งๆที่ร้านนี้ได้เลิกกิจการไปหลังจากการถอนทหารออกจากอุดรธานี คงเหลือแต่ในความทรงจำ




ป้ายทหารด้านบนนี้ อ้างอิงในวงการนักสะสมว่าทำจากร้านมหาราชา


ในสมัยนั้น แหล่งผลิตป้ายเครื่องหมายที่ได้มาตรฐานในแถบเอเซีย ผลิตได้ครั้งละจำนวนมากจากเครื่องจักร จะผลิตจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี ไต้หวัน ส่วนป้ายเครื่องหมายที่ทำด้วยจักรเย็บผ้าตามบ้านจะเป็นฝีมืนคนไทย ทำที่ละอัน ใช้ฝีมือและเวลามาก สายตาต้องดี จักรเย็บผ้าที่ใช้สำหรับปักเครื่องหมาย ชาวบ้านเรียกว่า "จักรเขย่า" เขย่าจนได้รูปตามที่ต้องการนั่นแหละ แต่ละอันจึงมีความเป็นเอกลักษณ์ ทุกลายเส้นที่ปักลงไปเกิดจากหยาดเหงื่อของช่างฝีมือ เป็นที่ต้องการของนักสะสมทั่วโลกในปัจจุบัน

ต่อไปนี้เป็นบางส่วนของภาพเครื่องหมายปักจักรฝีมือคนไทยทั้งหมด 30 กว่าปีมาแล้วครับ






















Create Date : 06 มิถุนายน 2552
Last Update : 11 สิงหาคม 2552 10:34:32 น. 54 comments
Counter : 4728 Pageviews.

 
โห...

ร้านตัดเสื้อเรียงรายกันขนาดนั้นเลยนะคะ

ตอนเด็กๆ ร้านแบบนี้ยังเจอแถวบ้าน เดี๋ยวนี้สูญพันธ์หมดแล้ว

น่าเสียดายจัง ช่างเสื้อผู้ชายแท้ๆหายไปจากเมืองไทย

เหลือไว้แต่ช่างเสื้อประเภทสองในนาม ดีไซเนอร์...เที่ยววี้ดว้ายในวงการไฮโซ

..............................


เห็นบล็อกวันนี้

คิดถึงครั้งแรกที่มาบ้านนี้เลยค่ะ อารมณ์แบบอู่ตะเภา...ได้ความรู้และความหลังยุคจีไอ.นู้น

ขอบคุณนะคะ...แล้วจะมาเก็บรายละเอียดอีกครั้ง



โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:10:13:55 น.  

 
^
^

ช่างผู้ชายตัดเย็บได้ปราณีตจริงๆค่ะ

.
.

ป้ายเครื่องหมายสวยๆทั้งนั้นเลย

เคยไปนั่งดูเขาทำ เพลิดเพลินมาก

แต่กว่าจะได้แต่ละชิ้นงาน ใช้เวลาเอาการค่ะ




โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:11:18:08 น.  

 
30 ปีก่อน ปักเขย่าได้ขนาดนี้นับว่าฝีมือดีมาก คนไทยปราณีตในเรื่องเย็บปักถักร้อย

สมัยนี้เครื้องจักร์ ด้ายบางครังยังหลงเหลืออยู่บ้างก็มีค่ะ


โดย: YUCCA วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:12:45:17 น.  

 
สวย น่าสะสมจริงๆค่ะ
เพราะแต่ละอัน เหมือนงานฝีมือ ไม่ซ้ำกัน ต่อให้เป็นลายเดียวกันก็เถอะ

ก็คงเหมือนกระเป๋าแบรนด์เนมที่ใช้ช่างเย็บใบต่อใบ

ถ้ามีสะสมแบบนี้ คงเอาออกมานั่งดู ชื่นชมเรื่อยๆ


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:13:30:44 น.  

 
กลับมารำเลิกความหลังอีกครั้งดีเหมือนกันครับ

ยุคหนึ่งที่จี.ไอ.เดินกันเต็มบ้านเต็มเมือง

เสียงเครื่องบินไอพ่นบินขึ้นบินลงดังกระหึ่มเมืองทั้งกลางวันกลางคืน

นอกจากจะเป็นยุคสงครามเวียตนามที่ยืดเยื้อยาวนานสิบกว่าปี ฉุดคร่าชีวิตคนไปหลายแสนคนแล้ว

ยังเป็นยุคเฟื่องฟูของอาชีพหลากหลายของคนไทยส่วนหนึ่งด้วย

โคราชนับเป็นฐานทัพอากาศใหญ่แห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้ ไม่แพ้ฐานบินที่อุดร หรืออู่ตะเภา

ทหารอเมริกันตัวขาว ๆ และดำ ๆ กอดตะกองเมียเช่าชาวไทยเดินเพ่นพ่านไปทั่วเมือง เป็นภาพที่ชาวบ้านพบเห็นจนคุ้นชิน

ผู้หญิงไทยกลายเป็นสินค้าเนื้อสดที่ขายดีที่สุด และทำเงินได้อย่างมหาศาล ด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลล่าร์ = 20 บาทไทย

สามล้อถีบ ไม่อยากรับส่งคนไทยอีกต่อไป เพราะได้ค่าเหนื่อยเพียงครั้งละ 2-3 บาท แต่รับส่งจี.ไอ. ได้ครั้งละ 1 ดอลล์ เป็นขั้นต่ำ หากพาฝรั่งหรือนิโกรไปส่งในสถานที่ถูกใจ อาจได้มากกว่านั้น

ชาวบ้านไทย ๆ จึงได้รับการดูถูกแม้แต่จากคนขี่สามล้อ !

เป็นยุคเฟื่องฟูของอีกหลายสิบอาชีพ ที่เกาะติดสถานการณ์ ไม่ว่าจะร้านตัดเสื้อผ้า ที่จขบ. นำเสนอ ร้านตัดผม บาร์เหล้า ที่แยกแยะสีผิวไว้อย่างละเอียดว่า เป็นบาร์ดำหรือบาร์ขาว

เป็นการบ่าทะลักของวัฒนธรรมจี.ไอ. ท่วมท้นไปทั่วทุกหัวถนนในเมืองใหญ่

ปีพ.ศ. 2518 ภายหลังที่อเมริกันพ่ายแพ้อย่างหมดรูปในสงคราม และเริ่มทะยอยถอนฐานทัพออกจากภูมิภาคนี้

ผู้คนทั้งหญิงและชายหลายแสนคน ตกงาน !

อาชีพเมียเช่า เจ้าของบาร์ เจ้าของร้านตัดเสื้อผ้า ไปจนถึงสามล้อ ไม่มีดอลล่าห์ให้โกยเข้ากระเป๋าอีกต่อไป

หลายคนงุนงงพอ ๆ กับอเมริกันชนว่า เกิดอะไรขึ้น แสนยานุภาพมหาศาลของอเมริกัน ไยจึงไม่อาจต่อกรเอาชนะหทารญวนตัวเหลือง ๆ ซีด ๆ ที่ขุดรูอยู่ได้

พวกเขาที่เคยยึดอาชีพบำรุงบำเรอความสุขแก่ทหารจี.ไอ. พบตัวเองอยู่กลางเศษซากของค่ายทหารที่ร้างผู้คน ไม่เหลือแม้แต่หมาฝรั่งสักตัวให้เขาบริการ

นานเกือบครึ่งทศวรรษกระมัง กว่าพวกเขาจะตั้งตัวได้ และย้ายฐานกำลังของตนไปสู่โอเอซิสแห่งใหม่ของธุรกิจบริการ....

พัฒน์พงศ์, พัทยา ภูเก็ตฯลฯ กับฝรั่งที่มาในฐานะนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ

มาพร้อมกับสกุลเงินที่หลากหลายกว่าเดิม...

คือขุมทองแห่งใหม่ที่เขาค้นพบ คือลมหายใจเฮือกใหม่ที่ต่ออายุให้พวกเขา....

แต่ภาพแห่งความตกต่ำทางวัฒนธรรมในเมืองเหล่านั้น ยังคงวนเวียนอยู่เช่นเดิม...

ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากสามสิบปีก่อนเลย.


โดย: ลุงแว่น วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:13:56:18 น.  

 
เพิ่งจะทราบว่า งานป้ายปักพวกนี้เค้าเรียก Patch นะคะ เห็นชื่อบล็อกยังนึกไปถึง Patchwork งานฝีมือต่อผ้าไปซะนี่

ป้ายทั้งหมดเนี่ย คุณ IM สะสมเหรอคะ สวยและแมนดีค่ะ


โดย: Oops! a daisy วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:14:21:23 น.  

 
สวัสดีคุณอินไซน์ในวันเสาร์
เห็นบล็อกใหม่จึงไม่เฉาเกษมสานต์
เสาร์-อาทิตย์วันปิดราชการ
แต่งานบ้านวิ่งเข้าหาพาเพลิน

สมัยลุงยังเป็นครูใจฟูฟ่อง
หมั่นท่องหาวันหยุดสุดสรรเสริญ
วันราชการรำคาญใจไม่เจริญ
ต้องเผชิญแต่งาน ๆ บานบุรี

พอวันหยุดลุงเพียรเขียนหนังสือ
อยากมีชื่อดังเด่นเป็นศักดิ์ศรี
ทำให้ได้นิยายไทยหลายเล่มมี
แต่ไม่ดังสักกะพี้น่าแค้นใจ

อุตส่าห์เข้าโครงการผ่านเออร์ลี่
ยอมทิ้งซีแปดไซร้เพิ่งได้ใหม่
แต่ไม่สนคนอยากเขียนเพียรทำใจ
ได้รางวัลแต่ไม่ใหญ่สักรางวัล

รู้รู้ว่านักเขียนนั้นไส้แห้ง
ก็ยังแกล้งทำไม่รู้ดูน่าขัน
โชคดีมีบำนาญผ่านคืนวัน
สุดท้ายนั้นมารับงานสารสื่อครู

แต่ละปีมีงานบานท่วมหัว
เขียนมั่ว ๆ วาด ๆ ปาด ถู ๆ
งานเสร็จเร็วเท่าไรรายได้พรู
แต่ไม่หมูเลยสักงานผ่านยากเย็น

อีกว่าครูแต่ละรายเอาใจยาก
ต้องแก้ไขซ้ำซากอยู่ไม่เว้น
ปล้ำจนตาฝ้าฟางช่างลำเค็ญ
ตอนนี้นั่งปวดเส้นที่ขาพับ

จะไม่ทำก็ไม่ได้เงินใช้ขาด
ต้องเป็นทาสตัวเองเร่งขยับ
และไม่เคยเพิ่มราคาช่างอาภัพ
เฉลี่ยรายได้รับแค่.....

แปดเก้าร้อย/ต่อวัน

โฮ........

หนังสือชุดคนเขียนลายข้างโลง ตอนนี้หมดแล้ว ผมกำลังหาจังหวะพิมพ์ใหม่อยู่ครับ


โดย: ลุงบูลย์ IP: 118.173.114.8 วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:15:10:09 น.  

 
ภาพของอุดรย้อนยุค ในสมัย 30 กว่าปีมาแล้ว













โดย: Insignia_Museum วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:15:27:54 น.  

 
ว๊าว ดีจังเลยค่ะ ข้อมูลดีๆ แบบนี้ น่าสนใจมากเลย ขอบคุณที่เอามาแบ่งปันกันนะคะ


โดย: บี๋ (Yushi ) วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:17:14:09 น.  

 

มาดูรูปลมโชยบาร์เบอร์ค่ะ
เพิ่งจะรู้ว่า ลมโชยบาร์เบอร์ของแท้ เป็นอย่างนี้เอง


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:17:19:55 น.  

 
คุณคะ รวมเล่มได้แล้วค่ะ น่าสนใจมากๆ อยากอ่านเป็นเล่มเลย


โดย: ยิปซีสีน้ำเงิน วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:18:39:28 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณ IM
ความทรงจำสมัยเด็กมากๆ ลืนลางค่ะ
แต่ยังมีเค้าอยู่บ้างไม่ลืนหาย

ฐานบินที่อำเภอโนนสูง..ก่อนถึงตัวเมืองอุดรฯ
ที่เด็กๆ อย่างเรามองดูอย่างตะลึง ตะลานในความใหญ่โต
บริเวณฐานทัพมีรั้วตาข่ายกั้นยาวไปตามแนวถนน...
มองลอดผ่านรั้วเข้าไป จำได้ว่ามีจานแบนๆ หมุนๆ อยู่สูงลิบๆ

อีกฝั่งตรงกันข้ามของถนนจะเรียงรายไปด้วยบาร์เล็กๆ
แบ่งเป็นห้องๆ ตกแต่งป้ายชื่อบาร์ด้วยป้ายโฆษณาสีฉูดฉาด
จำได้ขึ้นใจว่ามีบาร์ cobra มีรูปเขียนสาวสวย และภาพงูเห่าแผ่แม่เบี้ยตัวเบ้อเริ่ม

เด็กๆ รุ่นกุ้งหลายคนตาสีฟ้า ผมสีทอง บ้างก็หยิกดำ ติดหนังหัว
ผลพวงของทหารรับจ้าง..สมัยโน้น

ทุกวันนี้ยังเหลือเพียงซากเก่าๆ ผุพัง..ที่ผ่านไปทีไรก็ยังนึกสงสัยว่า
หลังแนวรั้วเก่าๆ ที่เห็นหลังคาอาคารตะคุ่มๆ นั้น มีอะไรน๊า??

คุกลับ อย่างที่เขาว่า จริงเหรอเปล่า?



โดย: กุ้งค่ะ IP: 79.46.47.1 วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:20:48:43 น.  

 
มาแจ้งว่า

ช่วงนี้นาทีทอง

เปิดโอกาสให้พิจารณา วี 2 อีกครั้ง เผื่อเปลี่ยนใจก็ยังทันค่ะ


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:21:44:21 น.  

 


โดย: เกศสุริยง วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:23:13:00 น.  

 
ภาพเก่าเมืองอุดรเพิ่มเติมครับ








โดย: Insignia_Museum วันที่: 6 มิถุนายน 2552 เวลา:23:39:19 น.  

 
Svetlana Kuznetsova..แชมป์หญิงเดี่ยว French Open 2009



ตามมาจากบล็อค อจ.เกศสุริยง ค่ะ
โอ้โห มีของสะสมจากร้านดังกล่าวมากมายจังเลย



โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 7 มิถุนายน 2552 เวลา:0:44:11 น.  

 


หวัดดีค่ะคุณอิม
จ๊าก..ช่วงนี้อัพบล๊อคเร็วจังเลยค่ะ
ไป ตอน 2 แล้วเหรอคะเนี่ย อิอิ
เดี๋ยวมินต้องย้อนกลับไปอ่านตอน 1 ด้วยอ่ะนะคะ
ปล.มินได้รับทราบหลังไมค์แล้วนะคะ ขอบคุณค่ะ


โดย: มินทิวา วันที่: 7 มิถุนายน 2552 เวลา:6:03:39 น.  

 
เรื่องนี้...ตอนแรกกับตอนที่ 2 อัพบล็อกห่างกันถึง 1 ปีเต็มครับ...

ตอนแรกคงต้องย้อนกลับไปที่หัวเรื่อง "U.S. Patch ป้ายทหารอเมริกันฝีมือคนไทย" ครับ


โดย: Insignia_Museum วันที่: 7 มิถุนายน 2552 เวลา:8:59:44 น.  

 
มาดูมุมอื่น ๆ ที่จีไอทิ้งร่องรอยไว้ค่ะ
ดีจัง ได้เห็นเรื่องอื่น ๆ ในช่วงการเป็น "ฐานทัพ" ให้อเมริกาบ้าง
นอกเหนือจากความเติบโตของคลับบาร์และเมียเช่า
ประวัติศาสตร์ไม่ได้มีเรื่องเดียวเนอะ


โดย: กังสดาล IP: 125.25.73.170 วันที่: 7 มิถุนายน 2552 เวลา:13:03:41 น.  

 

ข้อมูลเพิ่มดีมาก โดยเฉพาะภาพทีู่ช่าง (ไม่สาว) นั่งวัดรองเท้าให้ลูกค้า
ดูเป็นธรรมชาติมาก ในยุคสมัยเมื่อสามสิบปีก่อนค่ะ


โดย: YUCCA วันที่: 7 มิถุนายน 2552 เวลา:17:18:36 น.  

 
ขอบคุณที่ไปเยี่ยม
หมู่นี้มัวแต่เข้าไปค้นหารูปฯจากเวปญี่ปุ่น มาลง
เลยไม่มีเวลาไปเยี่ยมเพื่อนๆ


โดย: ยายเก๋า (ชมพร ) วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:0:01:53 น.  

 


หวัดดีเช้าวันจันทร์ค่ะ คุณอิม
มีความสุขมาก ๆ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:6:59:31 น.  

 
วันนี้อัพบล็อกแล้วครับ

ลองมารู้จักความลับที่ไม่ลับ และการสำนึกผิดของใครบางคนใน..."ผู้สำนึกผิด"นะครับ...



โดย: ลุงแว่น วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:7:36:01 น.  

 
โอ้แม่เจ้า อยากกระโดดกอดเจ้าของ blog ซะเหลือเกิน อยากรู้จับใจ คุณท่านไปเอาภาพแบบนี้มาจากไหน อยากจะบอกว่าภาพที่คุณนำมาแบ่งปันสร้างความสุข รอยยิ้ม และความรู้สึกที่ยากบรรยายจริงๆ

ปล. เข้ามาทีไรก็ยังคงได้รอยยิ้มกลับไปเหมือนทุกครั้ง ขอบคุณที่แบ่งปันรอยยิ้มนะคะ

เจ้าของ blog จงเจริญ ฮิ้ววววววววว

ปล.มากกว่า ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยรักษาสุขภาพของคุณและคนที่คุณรักด้วยนะคะ แล้วจะกลับมาเก็บรอยยิ้มอีกในครั้งต่อปายยยย อิอิ


โดย: sansook วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:12:36:19 น.  

 
ถ้าพูดถึงเืรื้องสมัยก่อนสงคราม เมืองไทยนับว่าเก่งมากที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นใคร สภาพบ้านเมืองตอนนั้นคงเเย่เต็มที
ทีวีหรือสื้อในปัจจุปันมีการฉายให้ชนรุ่นหลังชมหรือเปล่าคะ?

ที่ญี่ปุ่นจะมีูช่องของรัฐหรือ เอนเอสเค ได้เห็นภาพสมัยก่อนสงครามให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

ทำอย่างไรที่จะให้สภาพความจนจากที่ไม่มีอะไรเลย ได้ฟื้นฟูฐานะของพลเมืองเเละประเทศ


โดย: YUCCA วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:13:26:39 น.  

 
ดูสนุกน่าสนใจมากเลยครับ...

ภาพของตัวเมืองอุดรในอดีตยามกลางวัน ชวนให้นึกถึงภาพเริงรมณ์สถานในยามราตรีของกิจการบันเทิงที่มาต้อนรับให้บริการทหารต่างแดน

ส่วนภาพปักของตราอาร์มที่เห็น ทำให้แปลกใจที่ทำไมตราอาร์มบางชิ้นถึงมีลวดลายน่ารักๆ แบบภาพการ์ตูน มันเป็นตราอาร์มที่เขาใช้อย่างเป็นทางการจริงๆ หรือป่าวครับพี่


โดย: bite25 วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:13:58:28 น.  

 
มาดูภาพเพิ่มเติมค่ะ

ภาพดูดี มีชีวิตมากเลย

ชอบดูจริงๆค่ะ ...ป่านนี้เด็กๆในรูปก็...นะ...คงรุ่นๆเรา อิอิ...

รถขายผลไม้...ตอนเด็กๆก็เห็นบ่อยค่ะแบบนี้


ขอบคุณค่ะที่นำมาลงให้ดู ทำให้เกิดอารมณ์ถวิลหาอดีต

ยุคที่บ้านเมืองยังใสๆ...

ป.ล.ประกาศผลโหวตแล้วนะคะ


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:15:03:28 น.  

 
ลายปักอาร์ม ตรา สัญลักษณ์ต่างๆ ฝีมือจักรไทยเข้าท่าไม่น้อยเลยครับ

แถมเห็นบรรยากาศเก่าๆ ตามมาอีกหลายรูป ภาพเด็กๆ นั่งหน้าโรงหนัง(ภาพยนตร์)ดูผอมโซ แก่นกระโหลกพิกล

แม้ว่าเศรษฐกิจจะคึกคักแถวย่านฝรั่งมาเที่ยวมาอยู่ แต่ก็แลกกับความเสื่อมในบางอย่าง เป็นเช่นนี้เองครับ

ห้วงแห่งสงครามอินโดจีนที่ไทยปฏิบัติทฤษฎีโดมิโนตามมหามิตรอเมริกา ฐานทัพที่อุดรก็เช่นกัน นอกจากไม่สามารถต้านคอมมิวนิสต์ได้ยังเร่ิงการเติบโตและขยายแนวร่วมในไทยได้อย่างมาก ความที่กลัวคอมฯอย่างไร้เหตุผลกระทั่งให้ต่างชาติมาร่วมผลัก - แทรกแซงเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันในประเทศตนก็เอาทหารนำการเมืองหวังจะกวาดล้างคอมฯให้หมด ฆ่ากันตายไปไม่ใช่น้อย กระทั่งเอาการเมืองนำจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญไปได้ และรอดพ้นสงครามกลางเมืองช่วงนั้นไปได้


โดย: sarntee วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:15:52:11 น.  

 
นับถือครับ นับถือ
อย่างนี้ ต้องบอกว่า ขอคารวะ
หลายอย่าง ปัจจุบันนี้เราลืมเลือนกันไปแล้ว อย่างเพลงของ หงาที่ว่า เหลือเพียงเก่าๆ เห็นหน่อ เห็นแนวนั่นแหละ
ผมเป็นคน รุ่นที่พอทันทหารเเมริกัน เข้ามาเมืองไทย
ตอนนั้น เพลง อเมริกันอันตราย ของ หงากำลังฮิต ในหมู่พวกเรา ร้องกันไป ไม่ได้คิดอะไรมาก พอแก่เข้า กลับไปดูอีกที ทำกันได้ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ

ลายปักด้วยมือเหล่านี้ จขกท เป็นผู้ที่เก็บรวบรวมไว้อย่างดีมากเลยครับ ขอชม

รถจักยานสามล้อแบบที่เห็น ที่นครศรี ยังมีอยู่อีกมาก แต่ที่อื่นไม่ค่อยเห็นแล้ว อย่างที่สงขลาตอนนี้ ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง คล้ายๆพ่วงข้าง นั่งกันไป คุยกันไป ทั้งคนถีบ และคนนั่ง บางคู่ ถีบไปๆ แต่งงานกันไปก็มี แต่งเสร็จแล้ว มาถีบต่อ น่ารักไปอีกแบบ

ขอบคุณนะครับ ที่ได้ นำมาให้ชมกันของเก่าๆแบบนี้ หายากมาก ผมเห็นด้วยกับท่านหนึ่ง ที่ว่า รวมเล่มได้แล้ว เพราะ มีเรื่องที่น่าสนใจเยอะมาก รวมเล่มเมื่อไร ขอจองนะครับ


โดย: ทวีศักดิ์ ถาวรรัตน์ (คนตาพิการ ) วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:17:52:38 น.  

 
ตามที่คุณ bite25 สงสัยว่าป้ายที่เป็นเหมือนการ์ตูนนั้นเป็นของใช้งานจริงหรือไม่

ขอตอบตามประสบการณ์ว่าเป็นป้ายที่ใช้งานจริงครับ ติดที่เครื่องแบบแล้วทำให้ดูขบขันดี

สำหรับคุณทวีศักดิที่เข้าใจว่าผมสะสมทั้งหมด ขอเปิดใจครับว่า ป้ายเหล่านี้เป็นของพ่อค้าป้ายหายากชาวต่างชาติในแถบยุโรปและอเมริกา หรือไม่ก็อยู่ในมือของทหารเก่าที่เคยมารบครับ



โดย: Insignia_Museum วันที่: 8 มิถุนายน 2552 เวลา:21:01:12 น.  

 
คุณ IM คะ
เป็นตำบลโนนสูงนะคะ ขอแก้ไขที่คอมเม้นต์ไปสักนิดค่ะ
อยู่บนถนนสายมิตรภาพค่ะ..ระหว่างกุมภวาปีก่อนเข้าตัวเมืองอุดรธานี

ขวามือจะเป็นแคมป์ทหารจีไอค่ะ..สมัยโน้นเวลานั่งรถเข้าเมืองกับคุณพ่อทีไร
จะตื่นตา ตื่นใจกับที่นี่มาก..คงเป็นค่ายรามสูรอย่างที่คุณ IM ว่าค่ะ
แหม..แบบนี้สมควรลงโทษนะคะเป็นคนพื้นที่แท้ๆ แต่ให้ข้อมูลผิดพลาด ขออภัยอย่างแรงค่ะ

ขอบคุณที่เข้าไปสะกิดค่ะ..อ่านหลายเที่ยวเลยหรือคะ?
อิอิ..




โดย: กุ้ง IP: 79.46.47.1 วันที่: 9 มิถุนายน 2552 เวลา:0:02:57 น.  

 
รูปสวยๆทั้งนั้นเลย..สมัยก่อนบ้านนัทอยู่ติดกับร้านตัดเครื่องแบบข้าราชการ งานตรึมตลอด นัทไม่เคยเห็นช่างในร้านไม่มีงานทำ ทั้งที่มีช่างเกือบสิบคน(ถ้านัทจำไม่ผิด) อุปกรณ์ที่ใช้ก็ชิ้นใหญ่ๆ หนัก กรรไกรเป็นเหล็กรึเปล่าไม่แน่ใจ แต่ใหญ่และก็หนักมากๆ เหมือนกับเหล็กแท่งที่เค๊าใช้ตอกมุมปก คงเพราะอย่างนี้มั้งค๊ะ ช่างส่วนใหญ่เป็นผู้ชายหมดเลย

นัทชอบรูปสุดท้ายที่มีราวแขวนปลาหมึกแห้ง..สวย และก็ทำให้นึกถึงปลาหมึกย่างสุดๆ...

มีความสุขมากๆค่ะ


โดย: Why England วันที่: 9 มิถุนายน 2552 เวลา:0:24:12 น.  

 
เพิ่งสังเกตว่า ภาพแรก เมฆขาวลอยฟ่อง สวยมากค่ะ

.............

ขอเชิญไปเที่ยวน้ำตกเมืองไทยกันต่อนะคะ


โดย: นักล่าน้ำตก IP: 58.8.85.210 วันที่: 9 มิถุนายน 2552 เวลา:15:29:49 น.  

 
ขอบคุณครับที่นำเรื่องราวในอดีตมาเล่าสู่กันฟัง

ป้ายพวกนี้สวยๆทั้งน้านเลยน่ะครับ


โดย: อนันต์ครับ วันที่: 9 มิถุนายน 2552 เวลา:22:34:29 น.  

 
เอารูปเก่าๆเมืองอุดรมาจากไหนคะ น่าสนใจมาก
ดูหลายเที่ยวคะ ยังไงๆก็ไม่เบื่อ

ขอขอบคุณอีกครั้ง


โดย: nathanon วันที่: 9 มิถุนายน 2552 เวลา:23:04:22 น.  

 
เขามาซึมซับบรรยากาศเมืองอุดรในอดีตอีกรอบครับ...

ถ้าจำไม่ผิด ฐานทัพอากาศของสหรัฐอเมริกาที่อุดรแห่งนี้ เคยถูกหน่วยรบพิเศษจากเวียตนาม บุกเข้าไปก่อวินาศกรรมครั้งหนึ่ง

หน่วยรบพิเศษของเวียตนามที่ว่านี้ ทางการไทยและอเมริกันเรียกว่าหน่วย "แซปเปอร์" แต่พวกเวียตนามเรียกหน่วยนี้ว่า "ดักกง"

ว่ากันว่า พวกเขาซ่อนตัวเข้าไปในฐานทัพพร้อมกับรถขนขยะ แล้วเกิดไปวางระเบิดเครื่องบินผิดลำ

ดันไปวางเครื่องบินลำที่เพิ่งเสร็จจากการบินกลับมา ทำให้ระเบิดก่อนกำหนด

จารชนทั้งหมดที่เข้าไป จึงหลบหนีออกมาไม่ทัน ทำให้โดนยิงตาย และถูกจับกุมได้หลายคน

สมัยเด็ก ๆ ไปดูนิทรรศการของทหารอเมริกัน ยังเห็นรูปถ่ายของจารชนหน่วยดังกล่าว ที่ถูกจับได้มาโชว์ไว้...


โดย: ลุงแว่น วันที่: 10 มิถุนายน 2552 เวลา:11:57:18 น.  

 
ขอบคุณสำหรับภาพเก่าเก๋ากึ๋ก แถมด้วยภาพตราปัก หาดูได้ยากมาก เดี๋ยวนี้หาร้านตัดเสื้อผ้าผู้ชายไม่ค่อยได้แล้ว ได้เห็นร้านเก่า ๆ แบบนี้นึกถึงความหลังจริง ๆ ค่ะ


โดย: haiku วันที่: 10 มิถุนายน 2552 เวลา:13:44:37 น.  

 
มาชวนไปเที่ยวน้ำตกอีกแหละค่ะ

น้ำตกหมดประเทศเมื่อไหร่ อาจเลิกชวนก็ได้ค่ะ


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 10 มิถุนายน 2552 เวลา:14:47:09 น.  

 
+ สวัสดีครับ พี่ IM (เริ่มจะตีสนิท แหะๆ ... เลยขอเรียกตามท่านอื่นๆ แล้วกันนะครับ และเข้าใจว่าน่าจะเป็นพี่ผม เดาจากเนื้อหาที่อัพแต่ละเอนทรี่) ... ก่อนอื่นขอขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ไปละเลียดอ่านหน้าที่แล้วของบล็อกผมนะครับ ตอนนี้เรือผมก็ยังคงแล่นต่อไป ถึงสังกัดใหม่ แต่หัวใจเดิมบนเรือลำเดิม(ไปก่อน) อ่ะครับ อุๆ (แต่จะมีภูเขาไฟใต้น้ำระเบิดขึ้นมาเมื่อไหร่ คงจะยากเกินการคาดเดา)

+ ตอนแรกผมก็สงสัยว่าพี่เอาของสะสมตัวเองมาให้ชมหรือเปล่า แต่ก็กระจ่างจากเม้นต์ตอบของพี่แล้วอ่ะครับ ... ช่างสรรหาภาพมาให้เพื่อนบล็อกชมได้เก่งแท้ๆ

+ ผมเพิ่งรู้นะครับเนี่ยว่าอาร์มแพทช์เหล่านี้ มีราคา ซื้อขายกันตามท้องตลาดของสะสมด้วย ... ไว้วันหน้าผมเอาอาร์มลูกเสือผม (ไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้) ออกมาเร่ขายมั่งดีกั่ววุ้ย เอิ๊กๆ


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 10 มิถุนายน 2552 เวลา:15:56:27 น.  

 
กลับมาแล้วค่ะ แต่ก็ยังยุ่งๆอยู่กับหลานชายตัวเล็กค่ะ

ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาสกที่สุราษฎร์ธานีมาค่ะ พักที่รีสอร์ท "ภูผาและลำธาร" สองคืนอากาศดีมากบรรยากาศเงียบสงบค่ะ อยู่ในหุบเขา แต่ตอนเช้ามืดมีฝนบ้าง ถ่ายรูปเหมือนกันแต่คงไม่ค่อยสวย เพราะถ่ายกับมือถือ กล้องมีแต่ลูกๆเขาใช้กันอยู่เราก็ถ่ายกล้องแบบนั้นไม่ป็น ตัดปัญหา ถ่ายกับมือถือเอาเอง แก่แล้วไม่มีอะไรดีเน๊าะ

นึกถึงอดีตของอุดรธานี ที่มีทหารมะกันอยู่กันเยอะๆ มีเพื่อนคนหนึ่งของเดี๊ยนอยู่ใต้สุดก็ไปทำมาหากินที่นั่นโดยไปเปิดร้านอาหารค่ะ รวยไปแล้ว แต่ตอนหลังที่มะกันกลับไปหมด ก็ต้องหนีกลับไปใต้ก็ไปเริ่มต้นใหม่แต่ก็ยังดีต้นทุนสูงก็เลยอยู่รอดค่ะ จำได้ว่าอยู่แถวถนนหมากแข้งค่ะ

ตอนนี้เดี๊ยนคงยังไม่ได้อั๊พบล๊อกยุ่งกับลูกหลานค่ะ มีความสุขมากๆนะคะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 10 มิถุนายน 2552 เวลา:19:42:59 น.  

 


หวัดดีค่ะคุณอิม
ไปเยี่ยมมิน ตอนไหน มินก็ดีใจทั้งนั้นแหละค่ะ อิอิ
ขอพูดเรื่อง อาร์ม นิดนึงค่ะ โห..เมื่อก่อนมินก็สะสมไว้นะ
เยอะมาก ๆ เพราะชอบเอามาแปะพวกยีนส์อ่ะค่ะ
ส่วนใหญ่จะได้มาเป็นของพวก ฮาเล่ย์ เดวิดสัน
พวกเครื่องหมายทหารสัญชาตินอกต่าง ๆ เช่นเมกัน อังกฤษ ฯลฯ
พวกเกี่ยวกับการแข่งขันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแข่งรถ แข่งม้า
มินมีเต็มเลยค่ะ พอตอนหลานชายมาเห็น เขาขอไปหมดเลย
ก็เอาไปแปะยีนส์เหมือนกันแหละ ไว้เจอจะถามดูว่า
ยังมีเหลือป่าวอ่ะค่ะ อิอิ
ปล.มีความสุขมาก ๆ นะคะ


โดย: มินทิวา วันที่: 11 มิถุนายน 2552 เวลา:5:35:03 น.  

 
มาบอกว่า นักล่าฯอัพบล็อกวันนี้

ไม่สดใสเท่าไหร่ค่ะ...


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 11 มิถุนายน 2552 เวลา:11:51:11 น.  

 
อยู่อิสานผ่านไปอุดร หนองคาย ไปลาว ไม่เคยเที่ยวซอกแซกเมืองอุดรเลย ผมว่าทุกวันนี้ตามชนบทก็ยังคงเปลี่ยนไปไม่มาก ยิ่งตามถนนสายรอง ต่อด้วยทางดินลูกรังห่างไกล วิิถีชีวิตยังคงดำเนินไปอย่างที่มันควรจะเป็น ผมตั้งใจว่าจะบันทึกสิ่งที่พานพบ แต่ไม่รู้จะจัดการได้เป็นระบบแค่ไหน เผื่อว่าวันข้างหน้าจะ เก็บเอามาเล่าให้คนอื่นฟังได้บ้าง


โดย: sarntee วันที่: 11 มิถุนายน 2552 เวลา:13:13:41 น.  

 
เข้ามากดดันให้อัพบล็อกใหม่ค่ะ


โดย: Oops! a daisy วันที่: 11 มิถุนายน 2552 เวลา:14:20:11 น.  

 
ดูเจริญหูเจริญตาดีนะคะ
ทันสมัยเชียว มาดึกอีกแล้ววันนี้อิอิ




โดย: Fullgold วันที่: 11 มิถุนายน 2552 เวลา:23:18:06 น.  

 

มาชวนมิตรสหายไปเดินป่าที่เขาค้อกันครับ

แต่เป็นเขาค้อเมื่อปี 2520 คือเมื่อ 30กว่าปีก่อน

ตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีรีสอร์ท ไม่มีถนน ไม่มีไฟฟ้า....

มีแต่เสียงปืน และเสียงระเบิด ป่าดิบ และความตาย

แต่ก็มีความงดงามเกินบรรยายของธรรมชาติซ่อนตัวอยู่...

แน่ว่าจะต้องมีอย่างอื่นที่ใครก็คาดไม่ถึงซ่อนอยู่ด้วย

ถ้าอยากรู้ว่าอะไร... คงต้องตามไปอ่านเสียแล้วครับ...





โดย: ลุงแว่น วันที่: 12 มิถุนายน 2552 เวลา:5:50:21 น.  

 
บล็อกใหม่นักล่าวันนี้

บางทีอาจทำให้ จขบ.นึกถึงปริศนา ท่านชายพจน์ ก็ได้ค่ะ

อารมณ์นั้น หุหุ...


โดย: นักล่าน้ำตก วันที่: 12 มิถุนายน 2552 เวลา:16:12:15 น.  

 
แวะมาเยี่ยมยามบ่ายวันศุกร์สุดสัปดาห์


โดย: บี๋ (Yushi ) วันที่: 12 มิถุนายน 2552 เวลา:16:43:09 น.  

 
เป็นความรู้ใหม่เลยค่ะ
ชอบเครื่องหมายพวกนี้จัง...ออกแบบสวยดี



โดย: กาแฟดำไม่เผ็ด วันที่: 12 มิถุนายน 2552 เวลา:18:28:14 น.  

 
นัทว่าคงจะหาอาหารไทยอร่อยได้อย่างเมืองไทยไม่มีมั้งค๊ะ(ในกรณีที่คนทำเป็นฝรั่งน๊า) เพราะอาหารไทยเคล็ดลับแยะ..นัทเองทำเอง ยังกินไม่ค่อยลงเลย..

ตอนนี้กำลังทำเว็ปอยู่ ถ้าไม่รังเกียจ นัทอยากขอเรื่องบางเรื่องไปไว้ในเว็ป ถ้ายังไงลองแวะเข้าไปดูหน่อยนะค๊ะ


โดย: Why England วันที่: 12 มิถุนายน 2552 เวลา:19:47:29 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณ IM

แวะเข้ามาอ่านเม้นท์ต่างๆ

ได้รับความรู้เพิ่มเติมอีกเยอะเลยค่ะ

พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดแล้ว

ขอให้พักผ่อนอย่างสบายใจนะคะ




โดย: หยุ่ยยุ้ย วันที่: 12 มิถุนายน 2552 เวลา:20:34:39 น.  

 
รบกวนช่วยเช็คหลังไมค์ด้วยนะค๊ะ..และก็ลองเข้าไปดูได้แล้วค่ะ นัททดลองโพสไปแล้วบทความหนึ่งค่ะ (อยู่ในห้อง friends นะค๊ะ)


โดย: Why England วันที่: 12 มิถุนายน 2552 เวลา:22:40:56 น.  

 
หวัดดีค่ะมาดึกกว่า
หลังไมค์ด้วยค่ะ

ฝันดีนะคะ



โดย: Fullgold วันที่: 12 มิถุนายน 2552 เวลา:23:12:00 น.  

 
ราคาตัดเครื่องแบบที่อุดรตอนนี้ราคาเท่าไหร่ ชุดเขียวทหาร


โดย: ทหาร IP: 118.173.197.64 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2554 เวลา:10:30:28 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.