Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2555
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
12 พฤษภาคม 2555
 
All Blogs
 
ตำนานเรื่องม้าทหาร ตอนที่ ๒

 
เนื้อหาทั้งหมดมาจากหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเขียนก่อนปี พ.ศ. ๒๔๗๘
คงสำนวนเดิมไว้ทั้งหมด แก้ไขตัวสะกดบางคำเช่น “พรรณม้า” เป็น “พันธุ์ม้า” หรือชื่อประเทศบางประเทศที่พอเดาได้ ดังนั้นการสะกดคำบางคำ หรือคำเรียกชื่อบุคคลหรือเมืองต่างๆ อาจจะไม่ได้ใช้ในปัจจุบัน การอ่านอาจไม่เลื่อนไหลเหมือนบทความยุคนี้ เพราะแต่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 77 ปี ขอเชิญติดตามครับ


ภายหลังการประดิษฐ์อาวุธยิงในสงคราม เกราะก็ยิ่งทวีเพิ่มน้ำหนักมากขึ้น จนในศตวรรษที่ ๑๖ ม้าทหารก็คือม้าไถนาขนาดหนักอย่างที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน การที่ใช้ม้าชนิดนี้เป็นม้าทหาร ไม่น่าจะเป็นของแปลก เพราะม้าต้องบรรทุกน้ำหนักไม่ต่ำกว่า ๔๕๐ ปอนด์ ครั้งอำนาจการเจาะเกราะของลูกกระสุนปืนเพิ่มขึ้น เกราะทั้งตัวจึงเลิกใช้ คงใช้แต่เกราะอก และหมวกเหล็ก น้ำหนักจึงลดน้อยลง และเปลี่ยนเป็นใช้ม้าที่มีลักษณะโปร่งและปราดเปรียว เมื่อทหารม้าไม่สวมเกราะของครอมเวลทำการรบมีชัยชนะเมื่อกลางศตวรรษที่ ๑๗ จึงเป็นอันว่าเลิกใช้ม้าขนาดหนักเป็นม้าทหารต่อไป และคงใช้ม้าขนาดที่เบากว่าแต่เดิมเป็นม้าทหารโดยทั่วไปมาทุกวันนี้

 

บัดนี้จะได้กล่าวถึงพงศาวดาร ตอนที่ม้าได้กลับไปอเมริกาเป็นครั้งแรก ภายหลังยุคน้ำแข็งเมื่อ ปี ค.ศ. ๑๕๑๙ คอร์เตสมีกำลัง ๖๐๐ ตีได้ม้าเม็กซิโก ๑๖ ม้า ต่อมาจำนวนนี้เพิ่มขึ้นเป็น ๘๕ ม้า ๒-๓ ปีภายหลัง พิซาร์โรได้นำม้าเข้าไปในประเทศเปรู เมื่อปี ค.ศ. ๑๕๔๓ พวกค้าคว้าของเดโชโต ได้ทิ้งม้าไว้ทางตะวันตก ของแม่น้ำมิสซิสซิปปี้ เป็นจำนวนเล็กน้อย ม้าต่างๆที่กล่าวนี้มาจากสเปน ซึ่งเป็นพันธุ์และสีต่างๆ แต่ม้าเจนเนตส์มาจากเลือดบาร์บพื้นเมืองและจากยุโรป ดังนั้นจึงเป็นที่แน่นอนว่า ม้าในภาคตะวันตกของอเมริกาใต้ คือม้าสเปนนั่นเอง ส่วนสีของม้าป่าในอเมริกาใต้มักจะเข้ม ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ม้าเหล่านี้มีเลือดบาร์บมากกว่าเลือดพื้นเมือง ซึ่งมักเป็นสีสวาด ต่อมาภายหลังอีก ๔๐๐ ปี ม้าที่สืบพันธุ์จากม้าสเปนนี้ได้นำมาใช้เป็นม้าทหารม้าในสงครามโบเออร์ และสงครามโลก และใช้เป็นม้าทหารม้าอเมริกาเป็นส่วนมาก

ในระหว่างสมัยชาลส์ที่ ๒ (๑๖๖๐-๑๖๘๕) มีพันธุ์ม้าเลือดแท้ได้เริ่มเจริญขึ้นตามลำดับ การผสมม้าเลือดแท้กับม้าเลือดเย็น จึงได้ม้าที่ดีขึ้นสำหรับม้าทหารม้าสมัยใหม่ แต่ม้าเลือดแท้ใช้เป็นม้าทหารไม่เหมาะ ม้าเลือดแท้ที่มีขึ้นนั้นไม่ชั่ว แต่กระทำให้มีความนิยมในการผสมม้าทหารในอังกฤษเท่านั้น ยังแผ่ความนิยมไปในการผสมม้าทหารของยุโรป และต่อมาถึงอเมริกันด้วย จากต้นศตวรรษที่ ๑๘ จนถึงตอนกลางของศตวรรษที่ ๑๙ ได้ส่งม้าอังกฤษเลือดแท้เป็นจำนวนมากไปยังปรัสเซีย มีกำลังทหารม้าที่ดีเป็นอันมาก ใช้ม้าแฮนโนเวอร์ ซึ่งผสมมาจากม้าอังกฤษเลือดแท้

ส่วนม้าของรัสเซียนั้น ยังมิได้กล่าวไว้ ภายหลังที่ตาร์ตาร์เข้ารุกราน รัสเซียก็ได้เริ่มมีทหารม้าขึ้นและในตอนต้นศตวรรษที่ ๑๕ มีทหารคอสแซกซึ่งขี่ม้าครึ่งป่าของชาวรัสเซีย ในตอนต้นศตวรรษที่ ๑๘ ปีเตอร์มหาราชได้สร้างทหารม้าขึ้น มีกำลัง ๘๔,๐๐๐ คน ม้ารัสเซียมีลักษณะค่อนไปทางม้ามองโกลของตาร์ตาร์ และมีเลือดอาหรับและบาร์บจากทางใต้ผสมด้วย ในสมัยปัจจุบัน ทหารม้ารัสเซียใช้ม้าที่มาจากโรงผสมม้าของดอนและโวลกา ม้าเหล่านี้มีเลือดม้าอาหรับและม้าเลือดแท้ มีความทนทานดีมาก พวกที่ข้ามไปตั้งเคหสถานอยู่ที่เวอยิเนียร์ ได้พาม้าไปด้วย ซึ่งมีลักษณะต่างกับม้าสเปนที่มีอยู่ทางทิศตะวันตก ม้าที่นำไปอเมริกาก่อนเกิดการจลาจลเป็นม้าอังกฤษทั้งสิ้น ม้าเหล่านี้เป็นม้าขนาดเล็กราว ๑๓ แฮนด์ครึ่ง ม้าเลือดแท้อังกฤษที่นำไปอเมริกาเป็นคราวแรก เมื่อราวปี ค.ศ. ๑๗๙๐ นั้นค่อนข้างเล็ก มีขนาดสูงราว ๑๕ แฮนด์ ในสหรัฐอเมริกาภาคใต้ พวกผู้ดีมักใช้ม้าในการล่าสัตว์และแข่งกันมาก ฉะนั้นจึงเป็นศูนย์กลางที่สำคัญในการผสมม้า วอชิงตันเป็นผู้ที่มีนิสัยรักม้าและชอบในการผสมม้า ได้มีม้าผู้ฝักเลือดแท้อยู่หลายม้า ในการจลาจล ทหารม้าถูกใช้แต่เล็กน้อย โดยอาศัยม้าขี่และม้าล่าสัตว์ที่มีอยู่ในเวลานั้น

ภายหลังที่ซาราเคนทำการรุกรานในศตวรรษที่ ๘ ม้าที่ได้รับความนิยมที่สุดในฝรั่งเศส คือลิมูซิน เป็นม้าค่อนข้างใหญ่ และมีลักษณะของม้าบาร์บเป็นส่วนมาก ภายหลังตอนกลางศตวรรษที่ ๑๗ ฝรั่งเศสผสมเลือดม้าแท้กับม้าพันธุ์ลิมูซิน ภายหลังตอนกลางศตวรรษที่ ๑๘ พันธุ์ลิมูซินก็ศูนย์สิ้นไปเกือบหมด

ในคราวปฏิวัติฝรั่งเศสได้ใช้ทหารม้ามากเพราะในตอนต้นสงคราม ฝรั่งเศสมีทหารม้าราว ๒๕,๐๐๐ คน ขี่ม้าชนิดที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้น เมื่อ ค.ศ. ๑๗๙๓ ทหารม้าเพิ่มกำลังขึ้นถึง ๔๐,๐๐๐ คน ทหารม้าในบังคับบัญชานโปเลียนในตอนต้นมีกำลังน้อย แต่ได้ขยายกำลังขึ้นมากในเวลาไม่ช้า มูราด ผู้บังคับทหารม้าคนหนึ่งของนโปเลียน มีม้ากว่า ๑๒,๐๐๐ ม้า จากพงศาวดารการสงครามของนโปเลียน เราได้ยอดม้าที่เสียไปในกองทหารม้าที่แน่นอน และเรียนถึงความลำบากในการลำเลียงและส่งเสบียงแก่ทหารม้าหน่วยใหญ่ๆ ในระหว่างการรบที่รัสเซีย นโปเลียนข้ามแม่น้ำในแมน มีทหารม้า ๖๐,๐๐๐ คน และในการถอยภายหลังที่กรุงมอสโคถูกเผาได้เสียม้าไปเกือบหมด เพราะความหนาว ความอดยาก และเพราะถูกทหารม้าคอสแซกทำการไล่ติดตามอยู่เสมอ นโปเลียนต้องข้ามแม่น้ำไนแมน กลับโดยมีม้าเหลือเพียง ๑,๖๐๐ ม้า ความเสื่อมของนโปเลียนอาจเนื่องมาจากการบกพร่องในเรื่องไม่มีอาหารให้ม้ากิน เพราะความพินาศในคราวนี้ จึงเป็นมูลเหตุแห่งวาระสุดท้ายของนโปเลียน ทหารฝ่ายสัมพันธมิตรมี อังกฤษ เยอรมัน และรัสเซีย ล้วนแต่มีทหารม้าที่ดี ทหารม้าคอสแซกเป็นทหารม้าที่ขี่ม้าเก่งเป็นพิเศษ ดูเหมือนจะเก่งกว่าทหารม้าฝรั่งเศส

สงครามไครเมียร์มิได้กล่าวถึงม้าทหารม้ามากนัก เป็นแต่แสดงว่ารัสเซียมีทหารม้าเป็นจำนวนมาก และการที่อาวุธปืนเจริญขึ้น เป็นเหตุให้จำนวนทหารล้มตายในการประจัญบานเป็นจำนวนมากมาย

ได้ทราบมาแล้วว่า ม้าของสหรัฐอเมริกา ภาคตะวันตก สิบพันธุ์มาจาม้าสเปน และทางภาคตะวันออกจากม้าอังกฤษ ซึ่งมีเลือดแท้อยู่มาก ดังนั้นจึงได้เกิดมีม้าขึ้นในอเมริกา ๓ พันธุ์ คือ ม้าสแตนดาร์ดเบรด มอร์แกน และม้าขี่ในสงครามกลางเมืองได้ใช้ม้าที่ผสมใหม่เป็นม้าทหาร ทหารม้าของสจ๊วด ฟอร์เรสต์วีลเลอร์และมอร์แกน ได้ทำการโจมตีกองทัพรวมอย่างสามารถโดยที่มีม้าดีกว่า พวกทหารม้าเหล่านี้ต้องมีม้าของตนเอง และโดยมากเป็นม้าล่าสัตว์ หรือม้าขี่ ม้าที่เลี้ยงเป็นส่วนตัวนี้จึงดีกว่าม้าของกองทหารรวม ในตอนต้นสงครามม้าที่ซื้อมาใช้ในกองทหารรวมเป็นม้าที่ไม่ดี ประกอบกับให้อาหารไม่พอ ใช้งานเกินกำลัง และทหารขาดความชำนาญ จึงได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง เชอร์รี่แดน ในขณะที่อยู่ในเชนันโดต้องการม้าวันละ ๑๕๐ ม้า

กองทหารรวมมักจะมีม้าไม่พอใช้ แต่จะเป็นเพราะซื้อม้าไม่ได้ หรือไม่มีเงินจะซื้อ หรือไม่สามารถจะลำเลียงไปได้นั้น ยังคลุมเคลืออยู่ แต่เข้าใจว่าจะเป็นเพราะลำเลียงไปไม่ได้

ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. ๑๘๖๕ กองทหารรวมมีกำลังทหารม้า ๑๐๕,๐๐๐ คน แต่มีม้าขี่ ๗๘,๐๐๐ ม้า ในปีต่อมาจึงได้ซื้อเพิ่มเติม ๑๕๔,๐๐๐ ม้า และได้ใช้ไปแล้วเป็นจำนวนเกินกว่า ๑๘๐,๐๐๐ ม้า จะเห็นได้ว่าม้าได้เสียหายไปอย่างผิดธรรมดา ทั้งนี้เนื่องจากอดอาหาร จนเกือบจะสิ้นสงคราม ก็ยังไม่ได้จัดที่สำหรับรักษาพยาบาลม้าที่เจ็บป่วยเลย

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. ๑๘๖๒ นายพลมอร์แกน ได้นำม้า ๓,๙๐๐ ม้า เดินทาง ๑,๐๐๐ ไมล์ ใน ๒๔ วัน ซึ่งนับว่าเป็นการเดินทางอย่างเร่งรีบในสงครามคราวนั้น และอีกครั้งหนึ่งได้เดินทาง ๙๕ ไมล์ ภายใน ๓๕ ชั่วโมง

ในสงครามโบเออร์ อังกฤษใช้ม้ามากกว่า ๑๗๕,๐๐๐ ม้า ม้าเหล่านี้มาจากสหรัฐอเมริกา อาเย็นไตน์ ออสเตรเลีย และฮังการี ซื้อมาจากสหรัฐอเมริกากว่า ๑๐๐,๐๐๐ ม้า คือจากรัฐไวโอมิง มอนตานา ไอดาโฮ ออริกอน เท็กซัส ซึ่งเป็นม้าพื้นเมืองผสมกับม้าสเปน ม้าเหล่านี้ใช้ได้ดี แต่ม้าสเปนจากอาเย็นไตน์เป็นม้าที่ไม่ใคร่ดี การเสียหายเรื่องม้าในสงครามนี้มีมากมาย ทั้งนี้เนื่องจากต้องอยู่ในเรือนาน ใช้งานหนักก่อนได้รับการฝึกเต็มที่ อาหารไม่พอ เปลี่ยนอากาศ เป็นโรคที่มีในแอฟริกา ความเสียหายเกือบ ๕๐% จึงทำให้กองทัพอังกฤษเห็นความจำเป็นที่จะต้องตั้งหน่วยสัตวรักษ์ขึ้นอย่างมั่นคง และในมหาสงครามที่แล้วมา อังกฤษจึงมีหน่วยสัตวรักษ์ที่ดีที่สุด

สองปีก่อนเกิดมหาสงคราม จำนวนม้าในโลกมีประมาณ ๘๐ ล้าน กระจายอยู่ดังต่อไปนี้

ทวีปยุโรป ๔๐,๐๐๐,๐๐๐

ทวีปเอซีย ๑๑,๐๐๐,๐๐๐

ทวีปแอฟริกา ๑,๒๕๐,๐๐๐

สหรัฐอเมริกา,แคนนาดา,เม็กซิโก ๑๙,๐๐๐,๐๐๐

อเมริกากลางและใต้ ๖,๐๐๐,๐๐๐

ออสเตรเลีย ๒,๐๐๐,๐๐๐

ในทวีปยุโรปมีม้ากระจายอยู่ดังนี้

ประเทศรัสเซีย ๒๒,๐๐๐,๐๐๐

ประเทศเยอรมัน ๔,๐๐๐,๐๐๐

ประเทศออสเตรเลียและฮักการี ๔,๐๐๐,๐๐๐

ประเทศฝรั่งเศส ๒,๙๐๐,๐๐๐

ประเทศอิตาลี ๗๔๒,๐๐๐

ประเทศเบลเยี่ยม ๒๔๑,๐๐๐

ประเทศสเปน ๓๙๗,๐๐๐

ประเทศตุรกี ๓๐๐๐,๐๐๐

ประเทศโรมาเนีย ๘๖๔,๐๐๐

ประเทศอังกฤษ ๓,๖๐๐,๐๐๐

ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายสัมพันธมิตรมีม้าเป็นจำนวนมากกว่า ประเทศท่ามกลางคงมีม้าไม่พอใช้ ในตอนเริ่มสงคราม ประเทศเยอรมันมีทหารอยู่ ๑๑ กองพลใหญ่ ในจำนวนนี้อยู่ที่แนวรบด้านตะวันตกเสีย ๑๐ กองพลใหญ่ซึ่งได้ถูกใช้เป็นเวลานาน ๒-๓ สัปดาห์แรกเท่านั้น เยอรมันมีกำลังทหารม้าราว ๘๕,๐๐๐ คน เข้าใจว่าทหารเยอรมันขี่ม้าเก่งในคราวที่ทำการรุกผ่านประเทศเบลเยี่ยมและเคลื่อนที่ตรงไปยังกรุงปารีส ต่อมาได้ทำการถอนจากแม่น้ำมาร์นซึ่งเป็นระยะทางที่ไกลมาก เพราะฉะนั้นม้าจึงเจ็บป่วย เนื่องจากทำงานกรากกรำเกินไปเป็นจำนวนมากกว่าม้าที่ถูกบาดเจ็บด้วยอาวุธ

แต่อย่างไรดี ในคราวต้นๆแห่งการรบในประเทศเบลเยี่ยม เมื่อเยอรมันใช้ทหารม้าเข้าทำการตีทหารราบซึ่งอยู่ในที่มั่น ปรากฏว่าม้าได้ตายและบาดเจ็บจำนวนมาก ภายหลังที่ได้ทำรบประชิดทางด้านตะวันตก และรัสเซียด้านตะวันนออกได้ยอมแพ้แล้ว เยอรมันขาดจำนวนม้าลง ได้ยุบทหารม้าลงเหลือ ๔ กองพล และใช้ม้าที่เหลือเป็นม้าลากปืนใหญ่และม้าต่างโดยความจำเป็น ลูเดนดอร์ฟกล่าวไว้ว่า “ม้าได้เสียหายเป็นอันมากและเกือบไม่มีเพิ่มพูนขึ้นเลย ม้าชนิดเบาใช้งานได้สมค่า พวกม้าหนักใช้ไม่ค่อยทันงาน ม้าเป็นโรคมองคร่อพิษและโรคกลากมาก กำจัดโรคมองคร่าพิษได้ แต่โรคกลากทำให้ได้รับความลำบากมาก จึงหาม้าไม่ได้มาเพิ่มเท่าที่ควรจะได้รับ” เมื่อมหาสงครามได้สุดสิ้น ประเทศเยอรมันมีม้าไม่พอใช้

เมื่อเริ่มการสงครามฝรั่งเศสมีทหารม้า ๑๐ กองพลใหญ่ ๓ กองพลใหญ่ซึ่งจัดขึ้นเป็นกองทัพน้อยทหารม้าที่ ๑ ในบังคับซอร์เตต์ ได้รับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ทั้งนี้เนื่องจากต้องเดินทางเป็นระยะไกลมากและปฏิบัติบำรุงม้าไม่ดี ระหว่างวันที่ ๕ สิงหาคม และวันที่ ๔ กันยายน ค.ศ. ๑๙๑๔ กองทัพน้อยซอร์เตต์เดินทาง ๑,๐๐๐ กิโลเมตร ในตอนปลายเดือนตุลาคมกองทหารนี้ได้เสียม้าไป ๒ ใน ๓ ของจำนวนม้าทั้งหมด เนื่องจากถูกขี่มากเกินกำลังและการปฏิบัติบำรุงไม่ดี เมื่อถึงปีค.ศ. ๑๙๑๘ ทหารม้าฝรั่งเศสลดลงเหลือ ๖กองพลใหญ่ และมักถูกใช้ทำหน้าที่อย่างทหารราบ ม้าของฝรั่งเศสเป็นโรคกลากมากเหมือนกับม้าอื่นๆ ในมหาสงคราม ฝรั่งเศสได้ซื้อม้าทหารจากอเมริกาและสเปนเป็นจำนวนหลายๆพันตัว

ในตอนต้นสงคราม อังกฤษมีทหารม้าอยู่ที่แนวรบด้านตะวันตก ๓ กองพลใหญ่ ซึ่งได้รับความเสียหายน้อยกว่าชาติอื่นๆมาก ม้าเกือบทั้งหมดถูกส่งไปจากเกาะอังกฤษแนวรบด้วนตะวันตก อังกฤษได้ใช้ม้าทั้งหมดเป็นจำนวนราว ๗๕๐,๐๐๐ ม้า และเสียหายไปราว ๒๕๐,๐๐๐ ม้า ในระหว่าง ๔ ปีครึ่ง

ในการรบที่ปาเลสไตน์ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๑๗ แอลเลนบี มีกำลังทหารม้าอยู่ระหว่าง ๓-๔ กองพลใหญ่ และมีม้าอยู่ประมาณ ๒๗,๐๐๐ ม้า และม้าทั้งหมดรวมทั้งม้าที่ใช้ในการอื่นด้วย ได้เสียหายไปตามเปอร์เซ็นต์ดังต่อไปนี้

เดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม ๑๙๑๗ ๗.๙๙ %

เดือนมกราคมถึงมิถุนายน ๑๙๑๘ ๖.๑๙ %

เดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม ๑๙๑๘ ๑๐.๖๙ %

จาก ๑ ใน๓ ถึงครึ่ง เนื่องจากบาดเจ็บและที่เหลือเนื่องจากโรคต่างๆ ในตอนหลังๆ ของการบ ทหารม้าได้ทำการอย่างเด่นที่สุด และได้เสียม้าในคราวนี้ ๑๐,๐๐๐ ม้า ในระยะแรกเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคม ได้ทำการรุกเข้าไปเกือบ ๔๐๐ ไมล์ จำนวนม้าที่เสียไปนี้เนื่องจากนั้นน้ำและอาหารไม่มีพอ แต่เมื่อเล็งถึงสภาพที่กันดารซึ่งต้องเผชิญแล้ว นับว่าเสียหายไปไม่มาก เช่น กองทหารม้าทะเลทราย ๒ กองพลใหญ่ต้องทำงานอยู่ตลอดเวลา ๗๒ ชั่วโมง โดยไม่มีน้ำกิน และหน่วยอื่นๆ ซึ่งม้าต้องอดน้ำอยู่ตั้ง ๓๖ ชั่วโมงก็มีอยู่เนื่องๆ ภายใน ๑๒ วัน ๓ กองพลใหญ่ทหารม้าของแอลเลนบีเดินทางกว่า ๒๐๐ ไมล์ และทำการรบเล็กน้อยเพียง ๒-๓ ครั้ง จับเฉลยศึกได้ ๖๐,๐๐๐ คน และสิ่งของอีกเป็นอันมาก เมื่อปี ค.ศ. ๑๙๑๗ กองพลใหญ่ขี่ม้าของแอนแซกเดินทาง ๖๕ ไมล์ใน ๒๔ ชั่วโมง และทำการบอย่างอดทน ม้าต้องใส่อานอยู่ ๒๐ ชั่วโมง และไม่ได้กินน้ำตั้ง ๓๔ ชั่วโมงเป็นจำนวนมาก นี่เป็นเหตุการณ์เพียง ๒-๓ ครั้ง ซึ่งได้ยกขึ้นมาแสดงให้เห็นว่าม้าของแอลเลนบี ได้รับความเหนื่อยยากอย่างไรในวันหนึ่งๆ แต่ก็ยังคงมีสมรรถภาพอย่างน่าชมเชย

ม้าทหารของแอลเลนบีเป็นม้าตัวเมียตั้ง ๗๕ % และเป็นม้าเลือดแท้ ๕๐ % ซึ่งเป็นม้าที่ใช้ได้ดีที่สุด ม้าขนาดเล็กระหว่าง ๑๕ ถึง ๑๕.๒ แฮนด์ เป็นขนาดที่เหมาะที่สุด ม้าที่มีอายุมาก แต่มีร่างกายแข็งแรง ทำงานได้เท่ากับม้าหนุ่ม ส่วนมากของทหารม้าแอลเลนบีขี่ม้าที่ผสมในอินเดีย ซึ่งผสมจากพ่อม้าเลือดแท้หรือม้าอาหรับกับม้าพื้นเมือง นอกนี้เป็นม้ามาจากออสเตรเลีย ม้าครึ่งเลือดอินเดียและม้าจากเกาะอังกฤษ

อังกฤษได้ซื้อม้า ๗๐๐,๐๐๐ ม้า จากแคนาดา และ สหรัฐอเมริกา แต่คัดเป็นม้าขี่เสียไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ ม้า ในระหว่างมหาสงคราม สหรัฐอเมริกาได้ส่งม้าออกนอกประเทศ เพื่อใช้ในการสงครามกว่าล้านม้า รัฐบาลอเมริกาได้ซื้อม้าขี่ในประเทศกว่า ๖๑,๐๐๐ ม้า และราว ๒๕,๐๐๐ ม้าจากสเปน ฝรั่งเศสและอังกฤษ

รัสเซียมีกำลังทหารม้าที่ใหญ่ที่สุดในมหาสงคราม คือมีถึง ๕๐ กองพลใหญ่ และมีม้าทหารม้ากว่า ๒๐๐,๐๐๐ ม้า ออสเตรเลียมี ๑๐ กองพลใหญ่ทหารม้า โรมาเนีย ๒ กองพลใหญ่ บุลกาเรีย ๒ กองพลใหญ่ เบลเยี่ยม ๑ กองพลใหญ่ ตุรกี ๔๐๐ กรมและพวกเคิร์ด และอาหรับอีกหลายพัน ออกจะเป็นการลำบากที่จะรู้ถึงเรื่องราวม้าทหารของชาติต่างๆเท่าที่ได้กล่าวมาแล้ว เพียงแต่จำนวนของหน่วยต่างๆก็จะแสดงให้เห็นว่าได้ใช้ม้าเป็นจำนวนมากมายในสงคราม

ม้าที่ล้มตายไปในสงครามแบ่งออกได้เป็น ๒ ประเภทคือ ประเภทที่อาจป้องกันได้และประเภทที่ไม่สามารถที่จะป้องกันได้ ประเภทที่อาจป้องกันได้ก็มีมากมาย แต่น้อยกว่าการสงครามคราวที่แล้วๆมามาก ทั้งนี้เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ทุกๆกองพันได้จัดหน่วยสัตวรักษ์ขึ้นไว้อย่างมั่นคง สาเหตุที่สำคัญที่สุด คือร่างกายอ่อนแอเนื่องจากอาหารไม่พอ สาเหตุนี้อาจแบ่งไว้ในประเภทที่อาจป้องกันได้ แต่ถ้าเล็งถึงความจำเป็นในการบและความลำบากในการลำเลียง ก็จำเป็นต้องแบ่งเข้าไว้ในประเภทที่ไม่สามารถจะป้องกันได้ ในการรบสมัยปัจจุบัน (พ.ศ. ๒๔๗๘) จำนวนอาหารและน้ำหนักอาหารที่จะให้ม้ากินให้พอแก่ความต้องการ ย่อมเป็นปัญหาที่ยุ่งยากในการลำเลียงมาก และยังเป็นที่สงสัยอยู่ว่า ต่อไปจะประดิษฐ์อาหารให้เป็นจำนวนน้อยลงและให้พอแก่ความต้องการของม้าได้หรือไม่ โดยธรรมดาแล้ว ความเสียหายในเรื่องการปฏิบัติบำรุงไม่ดีนั้น ควรจะป้องกันได้ แต่สำหรับกองทัพใหญ่ๆซึ่งฝึกทหารอย่างเร่งรีบแล้วก็ยากที่จะป้องกันแก้ไขในเรื่องนี้ให้สำเร็จ

ทหารม้าบางหน่วยในตอนต้นสงครามใช้ม้าโดยไม่คิดถึงกำลังม้า ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าติเตียน ถ้าจะแยกสาเหตุต่างๆที่ทำให้ม้าล้มตาลงย่อมเห็นได้บ่อยๆว่า นายทหารผู้สั่งการไม่มีความรู้ในเรื่องม้า คือสั่งให้ทหารม้าออกไปทำการเกินกว่ากำลังของม้ามากกว่าที่เกิดจากทหารม้าปฏิบัติบำรุงม้าไม่ดี ม้าที่เสียหายไปโดยที่ไม่สามารถจะป้องกันได้นั้น เนื่องจากบาดเจ็บจากข้าศึกในสงครามที่มีอาวุธดีๆอย่างน่าพิศวงนี้ อาจคาดว่า ม้าคงจะต้องตายในการรบเป็นจำนวนมากมาย แต่ความจริงเมื่อเล็งผลที่ได้แล้ว นับว่าตายเป็นจำนวนน้อยเกินคาด ในกองทัพแอลเลนบีม้าตายเพราะโรคอื่นๆมากกว่าตายในการรบ หรือตายด้วยบาดแผลเนื่องจากการรบ

ตามที่ได้รวบรวมการพิจารณาตำนานของม้าทหารมาตั้งแต่โบราณกาลจนถึงสมัยปัจจุบันพอเป็นเลาๆ และได้เว้นการสงครามเสียหลายครั้ง โดยไม่ได้กล่าวถึงหลายประเทศ เห็นว่าพอจะเดาถึงการใช้ม้าของทหารและบำรุงพันธุ์ม้าโดยทั่วๆไป ซึ่งสรุปความได้ว่า ม้าเป็นสัตว์จำเป็นสำหรับการสงคราม และมองไม่เห็นว่าจะมีการรบที่ไม่ใช้ม้าเลย สงครามนั้นทำระหว่างเลือดและเนื้อ ส่วนอาวุธยุทธภัณฑ์นั้น เป็นเครื่องประกอบในการรบเท่านั้น ส่วนร่างกายและวิญญาณของคนยึดอยู่กับสิ่งที่มีชีวิต ซึ่งทำให้มีความกล้าหาญและมีกำลังน้ำใจขึ้น สิ่งเหล่านี้จำเป็นจะต้องเตรียมสะสมไว้แต่ในเวลาปกติให้พร้อมมูล และให้มีจำนวนเพียงพอกับความต้องการในการใช้ เพราะในขณะเกิดสงครามนั้น จะหวังเรียกร้องจากที่ใดๆได้ยากตรงกับพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ ว่า “แม้หวังตั้งสงบ จงเตรียมรบไว้ให้พร้อมสรรพ”




Create Date : 12 พฤษภาคม 2555
Last Update : 12 พฤษภาคม 2555 6:42:57 น. 30 comments
Counter : 8368 Pageviews.

 
ม้าทหารของแอลเลนบีเป็นม้าตัวเมียเยอะจังเลยค่ะ..


โดย: Lika ka วันที่: 12 พฤษภาคม 2555 เวลา:8:07:19 น.  

 
ม้าเป็นสัตว์ที่สวยสง่าจริง ๆ ค่ะ จะว่าไป ยังไม่เคยเห็นม้าลงพุงเลยนะคะ ทรวดทรงได้สัดส่วนสวยงาม และเป็นวีรบุรุษสงครามด้วย

หนูเคยหังมาว่า ถ้าม้าบาดเจ็บ เขาจะยิงให้ตายไปเลยจะได้ไม่ทรมาณ ไม่ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนะคะ

ซาฟารีเวิล์ด หนูแนะนำค่ะ แค่ดูโชว์ก็คุ้มค่าบัตรแล้ว หากมีโครงการไปแน่ ๆ ซื้อบัตรในงานท่องเที่ยวถูกกว่าค่ะ

เรื่อเศร้าเช้านี้ เมื่อวาน(ศุกร์)เพื่อนสนิทลูกชายอุบัติเหตุตกตึกเสียชีวิต เป็นลูกชายคนเดียวด้วย เรียนเก่ง สอบติดสถาบันปรีดีพนมยงค์ ธรรมศาสตร์ ....เมื่อวันพฤหัสเพิ่งไปงานสวดศพคุณพ่อเพื่อนกันมาหยก ๆ ......รู้ข่าวแล้วจุกไปเลยค่ะ.....



โดย: kimmy (kimmybangkok ) วันที่: 12 พฤษภาคม 2555 เวลา:8:59:53 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ข้อมูลจากหนังสือเก่ามากๆ อีกหน่อยคงหาดูได้ยาก
สงสัย จขบ.เป็นทหารม้าแน่ๆ
โหวต
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Insignia_Museum Diarist ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: pantawan วันที่: 12 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:22:29 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนค่ะ ช่วงนี้ภาระกิจยุ่งจริง ๆ ค่ะ แล้วจะค่อย ๆ แวะมาเยี่ยมบล็อคย้อนหลังนะคะ คิดถึงอยู่ว่าช่วงนี้คุณอิมจะลงเนื้อหาอะไรนะ ตอนนี้ผลงานมันเทศงอกรากแล้วค่ะแต่ยังหากระถางเหมาะ ๆ ไม่ได้ ฝันหวานว่าคงได้มันเต็มกระถางแน่ ๆ เลย


โดย: สดใส IP: 110.168.129.164 วันที่: 12 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:30:07 น.  

 
แวะมาสวัสดีทักทายค่ะ... เกิดเป็นม้านี่ ต้องรับบทหนักตลอดเลยนะคะ ^^


โดย: namfaseefoon วันที่: 12 พฤษภาคม 2555 เวลา:22:39:06 น.  

 

แหล่มเลยค่ะขอบคุณที่นำมาฝาก



โดย: อุ้มสี วันที่: 13 พฤษภาคม 2555 เวลา:0:28:06 น.  

 
สวัสดีค่ะ
แวะมาส่งเข้านอน
ฝันดีราตรีสวัสดิ์ค่ะ


โดย: pantawan วันที่: 13 พฤษภาคม 2555 เวลา:2:09:52 น.  

 
สวัสดีค่ะ
วันหยุดไปไหนหรือป่าวค่ะ
เที่ยงแล้วทานข้าวกันนะ
มีขนมมาฝากด้วย

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]


โดย: pantawan วันที่: 13 พฤษภาคม 2555 เวลา:12:08:17 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ตาโตสุดสวย Food Blog ดู Blog
Insignia_Museum Diarist ดู Blog


อ่านไปก็คิดถึงเพลงไป ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 13 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:44:31 น.  

 



More Flowers Comments

--------------------
ดีใจจังฝนจะตกแล้วจะได้ชุ่มฉ่ำเสียที สวัสดีค่ะ แวะมาด้วยความคิดถึงค่ะคุณim


โดย: เกศสุริยง วันที่: 13 พฤษภาคม 2555 เวลา:16:23:31 น.  

 


แวะมาทักทาย และชวนไปเที่ยวค่ะ ^_^


โดย: andrex09 วันที่: 14 พฤษภาคม 2555 เวลา:14:36:33 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Food Blog ดู Blog
nulaw.m Home & Gargen Blog ดู Blog
Insignia_Museum Diarist ดู Blog



ต๊ะไว้ก่อนนะคะ..รีบกลับบ้านก่อนไม่ค่อยสบาย
ครั่นเนื้อตัว..
ดูบอลเมื่อคืนแล้ว(เปล่าเครียด) มันนอนไม่หลับ
มาตื่นเช้าสระผม
แล้วไม่รอให้แห้วสนิท..
เลยมีไข้..ตั้งแต่สายๆ..


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 14 พฤษภาคม 2555 เวลา:16:09:47 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Insignia_Museum Diarist ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
---------------------------
ช่วงนี้blogคุณimไปโลดแล่นในกลุ่มนักเขียนนิยายอิงประวัติศาสตร์นะคะ ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆค่ะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 14 พฤษภาคม 2555 เวลา:21:31:35 น.  

 
ได้อ่านตำนานเกี่ยวกับม้าทหารแบบเต็ม ๆ เลย ขอบคุณมากที่ค้นข้อมูลดี ๆ มากฝากกันนะคะ


โดย: haiku วันที่: 14 พฤษภาคม 2555 เวลา:22:39:28 น.  

 

 
ทุกเรื่องราวมีประวัติความเป็นมา ข้อมูลแน่นจริงๆ แต่น่าสงสารม้าครับ เพราะเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามด้วย

+


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:0:39:36 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Insignia_Museum Diarist ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

เป็นคลังความรู้ที่น่าติดตามมากครับคุณอิม


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:56:46 น.  

 
Vote 4 U About Education Blog


โดย: deco_mom วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:17:10:41 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Insignia_Museum Diarist ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

ป.ล.ขอบคุณสำหรับโหวตให้โอเล่นะค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 15 พฤษภาคม 2555 เวลา:22:59:09 น.  

 


สวัสดียามสาย ๆ ค่ะ..^^

มีความสุขกับการทำงานนะค่ะ..



โดย: Lika ka วันที่: 16 พฤษภาคม 2555 เวลา:8:40:53 น.  

 



More Wednesday Comments

-------------------------
ชุ่มฉ่ำสายฝนรับวันพุธกันนะคะ แวะมาทักทายกันเหมือนเคยค่ะคุณim


โดย: เกศสุริยง วันที่: 16 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:09:53 น.  

 
Insignia_Museum Diarist ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
----------------------
มาส่งแรงใจให้คุณimค่ะ


โดย: เรือนเรไร วันที่: 16 พฤษภาคม 2555 เวลา:15:54:19 น.  

 
สวัสดีค่ะ
แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ
ฝนตกคงนอนหลับสบายนะคะ



โดย: pantawan วันที่: 17 พฤษภาคม 2555 เวลา:1:29:54 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณอิม...นานเลยไม่ได้เข้ามาทักทายกัน..คุณอิมกับครอบครัวสบายดีนะค๊ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆที่นำมาฝากกัน แอบคิดเหมือนกันว่าอยากลองหัดขี่ม้า แต่นัทชอบตกใจ เลยไม่ค่อยกล้า กลัวตกใจปล่อยมือ ตกม้าแน่นอน
มีความสุขมากๆสุขภาพแข็งแรงค่ะคุณอิม


โดย: Why England วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:3:37:22 น.  

 



More Good Morning Comments

---------------------------------------------
อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณim


โดย: เกศสุริยง วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:6:51:24 น.  

 


อรุณสวัสดิ์วันศุกร์ชุ่มฉ่ำค่ะ..^^



โดย: Lika ka วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:8:30:51 น.  

 
เคยอ่านเรื่องสวนสัตว์ของคุณสุวรรณี สุคนธา ที่ต้องเสียม้าให้กองทัพญี่ปุ่นไปขนสัมภาระแล้วสงสารมากค่ะ โตมาก็เห็นแต่ภาพทหารม้าเท่ห์ๆเวลาเดินสวนสนาม มาอ่านบล็อคได้ความรู้อีกมากเลยค่ะ


โดย: แม่น้องกะบูน วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:11:22:57 น.  

 

 

นำน้ำแดงมาเสริฟเพื่อผ่อนคลายค่ะ


โดย: โสมรัศมี วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:20:47:58 น.  

 
หวัดดีครับคุณอิม

หนังสือเก่าเก๋าเกือบ 80 ปี แต่เรื่องราวยังมีคุณค่าเพียบ
เรื่องม้า-รูปม้า เป็นอะไรที่ผมชอบมาก มีของสะสมพะเรอนึง
แล้วเพิ่งดูหนังเรื่อง War Horse ไปเมื่อเร็วๆนี้ด้วย

ขอบคุณครับที่เอามาแชร์
ต้องออกแรงพิมพ์ใหม่ทั้งหมดเลยสินะ
ขืนเอามา.สแกน.รับรองขาดรุ่งริ่งเพราะความกรอบ


โดย: Dingtech วันที่: 18 พฤษภาคม 2555 เวลา:23:10:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.