Group Blog
 
<<
เมษายน 2557
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
14 เมษายน 2557
 
All Blogs
 
มะเดื่อฝรั่ง


วันนี้ผมไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างฯมาครับ
ผมชอบซื้อผลไม้อบแห้งอยู่อย่างเดียวนั่นคือลูกพรุน ไม่ค่อยได้สนใจผลไม้อื่น เมื่อไปเห็นซองที่วางอยู่ข้างๆเป็นลูกมะเดื่ออบแห้ง (Dried Figs) ภาพที่ผุดขึ้นมาคือผลไม้ในสมัยพุทธกาล แต่น่าจะคนละอย่างกัน มะเดื่ออบแห้งที่เห็นคือมะเดื่อฝรั่ง เมื่อสัมผัสรสชาติแล้วแทบลืมลูกพรุนไปเลย

มะเดื่อเคยถูกกล่าวถึงในโครงนิราสภูเขาทองของสุนทรภู่ เมื่อล่องเรือผ่านเข้าเขตจังหวัดอยุธยา ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เห็นผลมะเดื่อสีสวยมากมายตามรายทางริมฝั่งแม่น้ำ จึงเอาไปเปรียบเทียบกับนิสัยของคนไทยในยุคนั้น (ซึ่งไม่ต่างจากยุคนี้)

๏ ถึงบางเดื่อโอ้มะเดื่อเหลือประหลาด
บังเกิดชาติแมลงหวี่มีในไส้
เหมือนคนพาลหวานนอกย่อมขมใน
อุปไมยเหมือนมะเดื่อเหลือระอา…

มะเดื่อพันธุ์ไทยแท้ หรือมะเดื่ออุทุมพร บ้างก็เรียกมะเดื่อชุมพร ภาคอีสานเรียกเดื่อเกลี้ยง ภาคใต้เรียกเดื่อน้ำ น่าจะคงอยู่คู่บ้านคู่เมืองมานานแล้ว กระจายพันธุ์อยู่ทั่วไป ดูอย่างชื่อหมู่บ้าน โรงเรียน สถานีตำรวจ หลายแห่งมีคำว่ามะเดื่อนำหน้าหรือต่อท้ายอยู่มากมาย เช่นโรงเรียนโพรงมะเดื่อ, อ.บ.ต. บางมะเดื่อเป็นต้น




ส่วนมะเดื่อฝรั่ง หรือ Fig มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Ficus carica L. อยู่ในวงศ์ Moraceae เช่นเดียวกับพวกหม่อน (mulberry) มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันตก มีหลักฐานยืนยันว่าแหล่งที่ขุดพบซากต้นมะเดื่อ คำนวณอายุแล้วไม่น้อยกว่า 5,000 ปีก่อนคริสตกาล

มนุษย์มีการปลูกมะเดื่อฝรั่งมานับพันปีในประเทศแถบลุ่มแม่นำ้เมดิเตอร์เรเนียนของยุโรปและแอฟริกาเหนือ ปัจจุบันการปลูกมะเดื่อฝรั่งได้ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในประเทศสเปน ตุรกี และอิตาลี บางพันธุ์สามารถปลูกได้ในแคลิฟอร์เนียทางใต้และพื้นที่แห้งแล้งของอเมริกา

มะเดื่อฝรั่งมีหลากหลายสายพันธุ์ ราว1,200 กว่าสายพันธุ์ แต่ละประเทศมีสายพันธุ์ของตนเอง โดยแหล่งกำเนิดจริง ๆ มาจากประเทศแถบอาหรับ ตะวันออกกลาง ซึ่งแต่ละประเทศที่ปลูกมะเดือฝรั่ง มีการพัฒนาสายพันธุ์ของตนเองขึ้นมา

คุณสมบัติและประโยชน์ของผลมะเดื่อฝรั่ง จะมีแคลเซี่ยมสูงที่สุดในบรรดาผักและผลไม้ เทียบเท่าหรืออาจจะมากกว่านมด้วยซ้ำไป มีใยอาหารมาก มะเดื่อฝรั่งมีใยอาหารมากกว่าลูกพรุนประมาณ 5 เท่า

ปัจจุบันพบว่าผลผลิตทั่วโลกประมาณ 90% จะถูกแปรรูปเป็นผลไม้แห้ง นอกนั้นจะใช้รับประทานเป็นผลสด มีปริมาณน้อยมากที่บรรจุลงในกระป๋องหรือทำการแปรรูปแบบอื่น

พันธุ์มะเดื่อฝรั่งที่รับประทานกันอยู่ในบ้านเรานี้ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ใหญ่ กลุ่มสายพันธุ์ลูกใหญ่ เพื่อการรับประทานสด และกลุ่มสายพันธุ์ที่ลูกเล็กเพื่อการอบแห้ง และแปรรูป 



มะเดื่อฝรั่งที่เอาพันธุ์มาจากญี่ปุ่น บางคนเปลี่ยนชื่อเป็นมะเดื่อญี่ปุ่นไปแล้ว

สายพันธุ์เพื่อการรับประทานสด เช่น สายพันธุ์จากญี่ปุ่น อิตาลี่ ในกลุ่มของสายพันธุ์ที่รับประทานสดนั้น ผลใหญ่ สีสวย กลิ่นหอม หรือออกในโซนสีแดง สีม่วง แต่หากเป็นสายพันธุ์เพื่อการแปรรูป ก็จะลูกเล็กหน่อย สีไม่ค่อยสด เรียกว่าไม่สวยก็ได้ มักเอาไปทำอบแห้งบ้าง ทำแยมบ้าง

มะเดื่อเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ลำต้นเป็นปุ่มแตกกิ่งก้านออก ใบเดี่ยว ด้านหนึ่งหยาบ อีกด้านหนึ่งมีขนอ่อน ลำต้นมียางสีขาว ผลออกเป็นกระจุก กลมแป้นหรือรูปไข่ เปลือกบาง ผลอ่อนสีเขียว พอสุกจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง แดงหรือชมพูแล้วแต่พันธุ์ เนื้อในสีแดงเข้ม สุกแล้วมีกลิ่นหอม

การปลูกเพื่อการค้าเริ่มที่ประเทศในแถบเอเชียตะวันตก แล้วจึงแพร่หลายสู่ซีเรีย ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ปัจจุบันปลูกมากในยุโรปใต้ สหรัฐ ตุรกี ออสเตรเลีย แอฟริกาใต้ มาดากัสการ์ แต่เดิมนั้น ประเทศไทยนำเข้ามะเดื่อฝรั่งในรูปผลแห้ง เริ่มนำต้นมะเดื่อฝรั่งเข้ามาปลูกครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2524 ที่ดอยอ่างขาง โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ มูลนิธิโครงการหลวง เพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น

ผลมะเดื่อฝรั่งสุกมีกลิ่นหอมและพบสารละเหยที่สามารถแยกแยะได้ถึง 10 ชนิด โดยมี Ethyl acetate เป็นส่วนใหญ่ ให้คุณค่าทางอาหารสูงและเป็นแหล่งพลังงาน จากสารประกอบคาร์โบไฮเดรต ทั้งยังเป็นแหล่งอาหารประเภทให้เส้นใยที่เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการกำจัดของ เสียจากร่างกาย

เกลือโพแทสเซียมในกรดอินทรีย์ของมะเดื่อฝรั่งช่วยสร้างสมดุลระหว่างความเป็น กรดด่างในร่างกาย โดยไม่ให้เกิดกรดมากเกินไป

นอกจากนี้ยังพบว่าภายในผลมีโปรตีน เอ็นไซม์ วิตามิน และเกลือแร่ชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย และปริมาณก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ เช่น ผลสุกของ kadote น้ำหนัก 100 กรัม มีแคลเซียม 32 มิลิกรัม ซึ่งมากว่าผลไม้ชนิดชนิดอื่นที่ได้นำมาเปรียบเทียบ ผลมะเดื่อฝรั่งหรือสารสกัดที่ได้จากผลได้ถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ในรูปของ สารยับยั้งเซลล์มะเร็ง




สายพันธุ์และลักษณะที่น่าสนใจ

Brown Turkey (ชื่ออื่น Turkey , Southeastern Brown turkey, San Piero , Black Spaish) เป็นพันธุ์ที่มีการปลูกกันมากที่สุด ผลมีขนาดใหญ่ รับประทานสด ผลผลิตชุดแรกมีขนาดใหญ่สีน้ำตาลเข้ม ผลชุดหลังมีขนาดเล็กกว่า เนื้อผลสีชมพูอ่อน ๆ ต้นมีขนาดเล็ก ถ้าถูกตัดแต่งมากจะกระทบต่อผลผลิต

Celeste (ชื่ออื่น Blue Celeste, Celestial, Malta) ผลออกสีเหลืองแดงปนม่วง เนื้อเหลืองอำพันเหมือนสีดอกกุหลาบ รับประทานสด เป็นพันธุ์ที่ถูกแนะนำให้ปลูกโดยทั่วไป ต้นมีความแข็งแรง

Kadota (ชื่ออื่น Florentine) ผิวผลมีความเหนียวและสีเหลืองเขียว ผลผลิตชุดแรกมีรสชาติที่ดีกว่า เป็นพันธุ์ที่ใช้ในการอบแห้งและแปรรูป ต้นมีความแข็งแรง ปกติไม่มีเมล็ด หรือ Seedless

Conadria มีต้นกำเนิดแถบริมแม่น้ำในแคลิฟอร์เนีย ผลมีผิวบางและสีขาวเจือม่วง เนื้อผลสีขาวถึงแดง ไม่เน่าง่าย ต้นมีความแข็งแรง สามารถปลูกในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิได้

Dauphine (ชื่ออื่น Ronde Violltte Hative, Adam, Pequadiere, Pl no. 18873) ปลูกในฝรั่งเศส ใช้บริโภคผลสด ทนทานต่อการขนส่ง ผลมีขนาดปานกลางถึงใหญ่ ผิวเป็นมัน ในสภาพกลางแจ้งผิวสีม่วงเข้ม และในร่มสีม่วงออกเขียว เนื้อหนา คุณภาพดี ผลรุ่นสองมีขนาดปานกลาง

การปลูกมะเดื่อฝรั่งที่ศรีราชา



ข้อดีของมะเดื่อฝรั่งที่น่าจะปลูกกันในเมืองไทยของเรา

1. เป็นผลไม้ที่ให้ผลผลิตเร็ว ปลูกเพียว 5-6 เดือนก็เตรียมเก็บผลขายได้แล้ว กิ่งพันธุ์มะเดื่อฝรั่งที่มีการซื้อ-ขายกันในปัจจุบันจะเป็น ประเภทกิ่งตอน ราคาซื้อ-ขายกิ่งพันุ์มะเดื่อฝรั่งจะมีราคาเฉลี่ยกิ่งละ 500 บาท ปลูกในกระถางก็ได้

2. ไม่พบปัญหาเรื่องไม่ออกดอกติดผล เพียงแต่คัดเลือกสาย พันธุ์ที่เหมาะสมเท่านั้น

3. จัดเป็นผลไม้แปลกและหายาก เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของมะเดื่อฝรั่งผ่าซีกแล้วอาจนึกว่ารสชาติคงไม่เข้าท่า ถ้าได้ลองแล้วจะติดใจ อย่างสายพันธุ์จากญี่ปุ่นที่ปลูกที่ จ.พิจิตร ลือกันว่าอร่อยกว่ามะเดื่อฝรั่งที่มาจากเมืองนอก

4. เป็นผลไม้ที่บริโภคเป็นอาหารและยา มีคุณค่าทางอาหาร โดยเฉพาะปริมาณของธาตุแคลเซียม, ไม่มีธาตุโซเดียมที่เป็นสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง ไม่มีคลอเรสเตอรอล ในบางตำราถึงกลับบอกว่าถ้ามีการบริโภคมะเดื่อฝรั่งเป็นประจำจะช่วยป้องกัน โรคนิ่วในไต, ป้องกันโรคกระเพาะปัสวะอักเสบและยังช่วยฟอกตับและม้าม

5. มะเดื่อฝรั่งนำมาปลูกในระบบปลอดสารพิษได้ ไม่ต้องใช้สารเคมีในการปราบศัตรูพีช เพราะว่าศัตรูที่สำคัญมีเพียงมดและนกเท่า นั้น ซึ่งหาวิธีการป้องกันได้ไม่ยาก สำหรับปัญหาเรื่องแมลงวันทองจะใช้วิธีการห่อผลในช่วงที่ผลเริ่มเข้าสีเพียง 2-3 วันเท่านั้น

เมื่อคนไทยรู้จักมะเดื่อฝรั่งมากขึ้น รู้คุณค่าของมันที่ไม่ใช่คำโฆษณาชวนเชื่อ คงมีคนสนใจที่จะปลูกพืชชนิดนี้เพื่อการค้ามากขึ้น อาจกังวลอยู่บ้างที่กิ่งพันธุ์ยังแพงอยู่ ถ้าปลูกในโรงเรือนยิ่งต้องลงทุนนับล้านบาท ผลที่ได้แม้จะคุ้มกับการลงทุนภายใน 2 ปี แต่ไม่มีใครรับประกันราคา เป็นธรรมชาติของสินค้าเกษตรที่ควรต้องศึกษาอย่างรอบคอบ

ในงานเกษตรแฟร์เมื่อเดือนก่อน มีขายต้นมะเดื่อฝรั่งในกระถาง สนนราคาตามขนาดกระถาง 300 กับ 500 บาท เห็นแล้วน่าซื้อมาไว้ที่หัวกระไดบ้านสักต้นสองต้นครับ



Create Date : 14 เมษายน 2557
Last Update : 14 เมษายน 2557 22:18:53 น. 24 comments
Counter : 13872 Pageviews.

 

Like ให้เป็นคนที่ 1
เคยเห็นต้นต้นและเห็นผลด้วยค่ะ
แต่ไม่นึกว่ากินได้ด้วย อิอิอิ
อุ้มเชยมากเลยค่ะ



โดย: อุ้มสี วันที่: 14 เมษายน 2557 เวลา:21:59:03 น.  

 
มะเดื่อ เป็นผลไม้ที่อยากชิมมากค่ะ
อยากรู้ว่ารสชาติเป็นยังไง
เคยดูในทีวี กลุ่มแม่บ้านเค้านำมะเดื่อมาทำแช่อิ่ม
แพ็คใส่ถุงน่าทานมากๆ
ไม่รู้ว่ามีวางขายที่ไหนบ้าง ถ้าเจอต้องซื้อแน่
ดูจากในรูป ใบใหญ่พอสมควรเลย
ขอบคุณข้อมูลดีๆด้วยค่ะ
ไล้ค์ไว้ก่อนนะคะ










โดย: mambymam วันที่: 14 เมษายน 2557 เวลา:22:01:09 น.  

 
ส่วนมากอบแห้งก็ชอบลูกพรุนเหมือนกันค่ะ
มะเดื่ออบแห้งไม่เคยทานเลย

อ่านจบแล้วประโยชน์เยอะจังเลยค่ะ
ขอบคุณมากๆนะคะ

สุขสันต์วันสงกรานต์ วันครอบครัว
มีความสุขมากๆค่า



โดย: lovereason วันที่: 14 เมษายน 2557 เวลา:22:51:55 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Insignia_Museum Diarist ดู Blog


อยากทานมาก สงสัยต้องไปหาตามซูเปอร์มาร์คเก็ตมาลองชิมบ้างแล้ว


โดย: เวียงแว่นฟ้า วันที่: 14 เมษายน 2557 เวลา:23:52:49 น.  

 
Insignia_Museum Diarist ดู Blog


ชอบมะเดื่อแห้งค่ะ แต่หาซื้อยากมาก พี่สาวอยู่ต่างประเทศเคยเอามาฝากทุกครั้งที่กลับมาเยี่ยมบ้าน


โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 15 เมษายน 2557 เวลา:7:18:00 น.  

 
Dจัง ได้รู้จักต้นไม้ใบหญ้าเพิ่มมากขึ้น



Insignia_MuseumDiaristดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 15 เมษายน 2557 เวลา:7:41:26 น.  

 
มาส่งกำลังใจค่ะคุณอิม



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
blueberryblossom Photo Blog ดู Blog
moresaw Funniest Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
Insignia_Museum Diarist ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



กำลังว่าจะหามามะเดื่อมาลองปลูกดูบ้างค่ะ
ไม่รู้ว่าจตุจักมีต้นพันธุ์ขายรึเปล่า












โดย: mambymam วันที่: 15 เมษายน 2557 เวลา:9:11:29 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ไทยค่ะ ไม่ได้เข้ามาอัพบล็อกนานมากเลย สบายดีนะคะ

ไม่เคยทานผลมะเดื่อเลยค่ะ กวีสมัยก่อนนี่เห็นอะไรก็นำไปเขียนกลอนได้นะคะ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 15 เมษายน 2557 เวลา:11:47:35 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ถปรร Photo Blog ดู Blog
กิ่งฟ้า Literature Blog ดู Blog
สาวไกด์ใจซื่อ Food Blog ดู Blog
คนบ้า(น)ป่า Music Blog ดู Blog
Insignia_Museum Diarist ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
-----------------
ยังไม่เคยทานมะเดื่อสักครั้งเลยอยากรู้จังรสชาติจะเป็นแบบไหน คุณimสบายดีนะคะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 15 เมษายน 2557 เวลา:20:44:30 น.  

 
19396282731998728398321081552432nhtlBa.jpg
--------------------
ต้อนรับปีใหม่ไทย มีระบำสวยๆมาฝากกันค่ะ ระลึกถึงเสมอนะคะคุณim


โดย: เกศสุริยง วันที่: 15 เมษายน 2557 เวลา:21:36:58 น.  

 
ได้ความรู้เรื่องมะเดื่อมากเลยค่ะ

Insignia_Museum Diarist ดู Blog


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 15 เมษายน 2557 เวลา:23:31:36 น.  

 
สวัสดีวันปีใหม่ไทยและ

สุขสันต์วันสงกรานต์ด้วยค่ะ


โดย: ซองขาวเบอร์ 9 วันที่: 15 เมษายน 2557 เวลา:23:32:15 น.  

 
สวัสดีค่าาาาคุณอิม
ผลมะเดื่อเอามาทำขนม ขนมปังอร่อยมากๆ ค่ะ
แต่หายากมากในเมืองไทย แถมราคาสูงอีกต่างหากค่ะ
พอคุณอิมบอกว่ามีต้นขายก็แอบสนใจ แหะๆ แต่แอบกลัวทำต้นเหี่ยวเฉาเหมือนกันค่ะ


โดย: Close To Heaven วันที่: 16 เมษายน 2557 เวลา:10:26:23 น.  

 
วันก่อนเข้ามาอ่านและVote จากมือถือไปแล้ว
โดยไม่ได้เม้นท์


ขออภัยค่ะ ระบบจะไม่บันทึกการโหวตนี้
เพราะได้บันทึกคะแนนโหวตให้ Blog นี้
ในสาขา Diarist ในวันที่ผ่านมาไปแล้วค่ะ



วันนี้อยู่บ้านใช้ PC.เลยเข้ามาขอทานมะเดื่อ นะคะ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 16 เมษายน 2557 เวลา:13:08:55 น.  

 
บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ


เริงฤดีนะSports Blogดู Blog
คนบ้า(น)ป่าHome & Garden Blogดู Blog
เศษเสี้ยวPhoto Blogดู Blog
กิ่งฟ้าLiterature Blogดู Blog
Insignia_MuseumDiaristดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

มาชมมะเดื่อฝรั่ง
พึ่งเคยรู้จักค่ะ
โหวต



โดย: pantawan วันที่: 16 เมษายน 2557 เวลา:22:35:39 น.  

 
บิลลี่มาแล้วค่ะ คุณอิมฯ


โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 17 เมษายน 2557 เวลา:7:31:33 น.  

 
ดอนหวาย ของกินจะเยอะกว่าค่ะ ร้านอาหารแพริมน้ำมีทุกอย่างตามสั่ง


โดย: มี๊เก๋+ป๊าโอ๋=ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 17 เมษายน 2557 เวลา:10:24:22 น.  

 
Insignia_Museum Diarist ดู Blog
เคยทานแต่แบบแห้ง เม็ดเยอะก็อบแก๊บ ๆ ค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 17 เมษายน 2557 เวลา:14:24:29 น.  

 
ไม่เคยกินเลยครับ ผมว่าคนไทยยังคงนิยมปลูกไม้ที่ขึ้นง่ายและให้ผลดี อย่างพวก มะม่วง มะยมมากกว่า (สำหรับบ้าน)

+


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 17 เมษายน 2557 เวลา:23:37:22 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้ มะเดื่อฝรั่ง ไม่เคยเห็นเลยค่ะ


โดย: มี๊เก๋+ป๊าโอ๋=ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 18 เมษายน 2557 เวลา:9:03:28 น.  

 
ยกมาฝากคุณอิมค่ะ



เคล็ดลับตอนท้ายนั่น จำเค้ามาค่ะ
ลองทำแล้วก็โอเค แรกๆอาจมีกระเด็นนิดหน่อย
แต่ก็ได้ผลดี
เดี๋ยวนี้กินของทอดที่อมน้ำมันมากๆ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะคะ
ขอบคุณที่แวะไปค่ะ









โดย: mambymam วันที่: 18 เมษายน 2557 เวลา:21:01:11 น.  

 

ชอบมะเดื่ออบแห้งเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ได้กินบ่อยนัก
คุณ IM เล่าจนอยากซื้อมาปลูกบ้างเลยค่ะ


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 18 เมษายน 2557 เวลา:23:39:44 น.  

 
มะเดื่ออบแห้งอร่อยดีค่ะ กินแล้วกลิ่นเนื้อสัมผัสคล้ายลูกพรุนค่ะ ความหวานแล้วแต่สายพันธุ์ค่ะ เนื่องจากมะเดื่อบางพันธุ์หวานมาก หวานน้อย แต่ราคาแพงมากค่ะ กก.ละเป็นพัน วันก่อนมีคนเอามาจากอเมริกาแล้วมาแบ่งขายในเฟส ครึ่งกกรวมส่งทางไปรษณีย์ 350 อีกพันธุ์ขายเกือบพัน


โดย: กชมน IP: 114.109.7.132 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2557 เวลา:19:50:22 น.  

 
ขออนุญาติแนะนำต้นมะเดื่อญี่ปุ่นครับ
จากสวนราคา150บาทสั่งได้ที่081-4505409 ขอบคุณครับ


โดย: สวนสวัสดี IP: 171.97.76.74 วันที่: 30 เมษายน 2560 เวลา:11:18:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.