Group Blog
 
<<
เมษายน 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
2 เมษายน 2554
 
All Blogs
 
โรงเรียนการบิน (ตอนที่ 3)



ก.ค. 2464 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯโดยรถไฟพระที่นั่งจากพระราชวังบางปะอิน กลับสู่พระนคร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้หยุดขบวนรถไฟ ณ สถานีดอนเมือง แล้วเสด็จฯลงเยี่ยมกรมอากาศยานทหารอากาศ นายพันเอกพระยาเฉลิมอากาศ เจ้ากรมทหารอากาศยาน นำเสด็จฯ


โรงเรียนการบินทหารบก

19 มีนาคม 2461 มีคำสั่ง กห. ที่ 218/29941 ตั้งกรมอากาศยานทหารบก โดยการรวมกองบินทหารบกซึ่งมีอยู่เดิมแล้วไว้ในกรมใหม่ด้วย แบ่งเป็นส่วนราชการย่อย 3 ส่วน คือ กองบินทหารบก โรงเรียนการบินทหารบก และโรงงานกรมอากาศยานทหารบก กรมนี้มีเจ้ากรมอากาศยานคือ นายพันเอกพระเฉลิมอากาศ เป็นผู้บังคับบัญชา ขึ้นตรงต่อเสนาธิการทหารบก

กองโรงเรียนการบินทหารบก

22 พ.ย. 2462 กระทรวงกลาโหมได้ออกข้อบังคับแสดงหน้าที่กรมเสนาธิการทหารบก แบ่งกิจการต่างๆในกรมอากาศยานทหารบกออกเป็น 5 กอง โดยมีกองโรงเรียนการบินทหารบกรวมอยู่ด้วย มีหน้าที่โดยตรงในการฝึกอบรมการใช้เครื่องบินตลอดจนการฝึกอบรมช่างเครื่องมีนายทหารสองนายที่จบหลักสูตรการบินขับไล่ของประเทศฝรั่งเศสและผ่านการดูงานโรงเรียนการบินของประเทศนั้นมาแล้วคือ นายร้อยเอก ปลื้ม สุคนธสาร เป็นผู้บังคับฝูงศึกษาและฝึกหัด นายร้อยโท ประเสริฐ อินทุเศรษฐ์ เป็นผู้ช่วย ที่ตั้งของโรงเรียนการบินทหารบกอยู่บริเวณเดียวกับกองบินใหญ่ทหารบก



จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงนครสวรรค์วรพินิต เสนาธิการทหารบก เสด็จทอดพระเนตรกิจการกรมอากาศยาน พร้อมด้วยจอมพล เจ้าพระยาบดินทร์เดชานุชิต เสนาบดีกระทรวงกลาโหมและคณะ ที่ดอนเมือง ต้นปี พ.ศ. 2463 นายพันเอก พระยาเฉลิมอากาศ เจ้ากรมอากาศยานและคณะนายทหารรับเสร็จ






ในปี พ.ศ. 2462 ไม่ได้ทำการฝึกการบิน เพราะเพิ่งเสร็จสงครามโลกครั้งที่ 1 กองทหารอาสาในราชการสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งออกเดินทางเมื่อ 19 มิ.ย. 2461 เพิ่งเดินทางกลับถึงประเทศไทย ส่วนหนึ่งของกองทหารดังกล่าวคือกอบบินทหารบก ซึ่งนอกจากจะมีจุดมุ่งหมายทางการเมืองระหว่างประเทศและเผยแพร่เกียรติคุณแห่งประเทศชาติแล้ว ยังมีความประสงค์ที่จะมีโอกาสฝึกศึกษาวิชาการบินและการช่างอากาศเพื่อประโยชน์แก่กิจการการบินของประเทศ มีผู้สำเร็จเป็นนักบิน 85 นาย เป็นช่างเครื่อง 225 นาย ใน พ.ศ. 2462 นี้มีแต่เพียงการฝึกซ้อมความชำนาญของนักบินประจำการ โดยทำการบินกับเครื่องบินนิเออปอร์ต 23 ตารางเมตร เครื่องยนต์โรน 80 แรงม้า และเรียกนักบินสำรองกลับมาทำการฝึกบินเป็นครั้งคราว และวันที่ 27 มี.ค. 2462 ได้กำหนดหลักสูตรการฝึกบินและหน้าที่ช่างเครื่องขึ้นใช้ในราชการ

การฝึกศิษย์การบินได้เริ่มขึ้นอีกในปี พ.ศ. 2463 นอกจากรับสมัครนายทหารสัญญาบัตรในกรมต่างๆของกองทัพยังประกาศรับสมัครบุคคลพลเรือนที่มีความรู้เทียบเท่าชั้นมัธยมปีที่ 6 ถ้ามีจำนวนไม่พอก็ให้เลื่อนลงจนถึงมัธยมปีที่ 3 เข้าเป็นศิษย์การบินและขอเกณฑ์บุคคลเข้ารับราชการทหารแล้วคัดเลือกเข้าฝึกอบรมเป็นช่างเครื่องบิน ช่างเครื่องยนต์ เมื่อรับสมัครแล้วส่งไปฝากฝึกวิชาทหารราบที่มณฑลทหารบกกรุงเทพฯ เป็นเวลา 6 เดือน จึงรับตัวกลับเข้าเรียนวิชาช่างเครื่องต่ออีก 6 เดือน เมื่อสอนวิชาช่างเครื่องได้แล้ว จึงจะบรรจุเข้าเป็นศิษย์การบินชั้นประถม ให้เรียนวิชาภาคพื้นดินและทำการฝึกบินควบคู่กันไป การฝึกและศึกษาได้ดำเนินตามนี้จนถึงปี พ.ศ. 2472 จึงยกเลิกการเรียนวิชาช่างเครื่อง คือ เมื่อจบการฝึกวิชาทหารราบแล้วก็บรรจุเข้าเป็นศิษย์การบินชั้นประถมได้เลย

พ.ศ. 2464 การรับสมัครบุคคลเข้าเป็นศิษย์การบินเป็นไปเช่นปีที่ผ่านมา คัดเลือกได้ 29 นาย หนึ่งในจำนวนนั้นคือ ร.ต.สุดใจ เชิดวุฒิ ซึ่งต่อมาได้ดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ทอ. (พล.อ.อ.หลวงเชิดวุฒากาส) การฝึกอบรมเป็นไปเช่นเดิม แต่ได้เพิ่มเครื่องบินที่ใช้ในการฝึกบินขึ้นคือเครื่องบินนิเออปอร์ต แบบ 83 พื้นที่ยก 18 ตารางเมตร กับแบบ 27 พื้นที่ยก 15 ตารางเมตร เครื่องยนต์โรน 80 แรงม้า เมื่อศิษย์การบินผู้ใดมีความสามารถในการบินดีพอที่จะเป็นนักบินขับไล่ได้ จึงจะให้บินกับเครื่องบินนิเออปอรต์15 ตารางเมตรต่อไป ในปีนี้เจ้ากรมอากาศยานทหารบกมีคำสั่งบรรจุเครื่องบินใหม่ซึ่งจัดสร้างโดยกองโรงงานอากาศยานทหารบกเข้าประจำการในกองโรงเรียนการบินทหารบกดังนี้

เครื่องบินนิเออปอร์ตแบบ 81 4 เครื่อง
เครื่องบินนิเออปอร์ตแบบ 80 1 เครื่อง
เครื่องบินนิเออปอร์ตแบบ 27 2 เครื่อง









กองโรงเรียนการบินเบื้องต้น

ต่อมากระทรวงกลาโหมพิจารณาเห็นว่า กำลังทางอากาศนอกจากเป็นกำลังป้องกันประเทศแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อการคมนาคมและสื่อสารตลอดจนการพาณิชย์ต่างๆ และนับแต่ดำเนินกิจการบินมา พ่อค้าประชาชนจำนวนมากได้ร่วมบริจาคเงินบำรุงกิจการนี้มาตลอด ดังนี้จึงมิใช่กิจการที่มีไว้เพื่อใช้ในราชการทหารบกเท่านั้น จึงเปลี่ยนชื่อจากกรมอากาศยายทหารบกเป็นกรมอากาศยานเมื่อ 1 ธ.ค. 2464 และต่อมาได้มีการจัดส่วนราชการของกรมอากาศยานใหม่เมื่อ 19 เม.ย. 2465 โดยแบ่งส่วนราชการเป็น 5 กองคือ

กองบินโรงเรียนการบินเบื้องต้น อยู่ที่ดอนเมือง
กองโรงงานกรมอากาศยาน อยู่ที่ ดอนเมือง
กองบินใหญ่ที่ 1 อยู่ที่ ประจวบคีรีขันธ์
กอบินใหญ่ที่ 2 อยู่ที่ดอนเมือง
กองบินใหญ่ที่ 3 อยู่ที่ นครราชสีมา

กองโรงเรียนการบินเบื้องต้นคงมีหน้าที่ฝึกหัดอบรมการบินและช่างเครื่องให้ผู้รับการฝึกมีความรู้ความชำนาญในหน้าที่สมความมุ่งหมายของทางราชการ ศิษย์การบินในปีนี้มี 2 ชุด ชุดแรกรับจากบุคคลพลเรือนความรู้เทียบเท่ามัธยมปีที่ 6 แต่จำนวนไม่พอ จึงลดลงถึงชั้นมัธยมปีที่ 3 ส่งไปฝึกทหารราบ 6 เดือน ฝึกช่างเครื่อง 5 เดือน แล้วจึงคัดเป็นศิษย์การบินผ่านการตรวจโรค 21 คน สามารถสอบผ่านวิชาภาคพื้นและทำการบินได้ทั้งหมด

ส่วนชุดที่สองรับจากนายสิบตามกรมกองต่างๆ ในกองทัพน้อยทหารบกที่ 1 และกองทัพน้อยทหารบกที่ 2 ซึ่งแต่เดิมกรมอากาศยานเมื่อต้องการศิษย์การบินชั้นประทวนจะคัดเลือกจากพลทหารช่างเครื่องบิน ทำให้เกิดมีความคิดว่าเป็นการไม่เสมอภาค เพราะผู้ไม่มีโอกาสสมัครเป็นทหารในกรมอากาศยานไม่สามารถเป็นนักบินได้ จึงมีการแก้ไขเมื่อกลางปี พ.ศ. 2464 โดยเสนาธิการทหารบกสั่งการไปยังแม่ทัพที่ 1 และแม่ทัพที่ 2 ให้รับสมัครนายสิบประจำการซึ่งสอบไล่จากโรงเรียนนายสิบคัดเลือกมาเป็นศิษย์การบินกองพันละ 1 คน มีผู้สมัคร 20 คน ผ่านการตรวจร่างกาย 18 คน และลาออกภายหลัง 2 คน ที่เหลือสอบผ่านวิชาภาคพื้นเพียง 15 คน และสามารถฝึกบินได้เพียง 12 คน การรับสมัครศิษย์การบินจากนานสิบนี้เป็นการทดลอง หากได้ผลดี กรมอากาศยานทหารบกจะรับสมัครต่อไป แต่ปรากฏว่าได้ผลไม่ดีนัก จึงงดไประยะหนึ่ง ในชุดที่สองนี้มีนายทหารสัญญาบัตรสมัครและคัดเลือกได้เข้ามาเป็นศิษย์การบินด้วย 4 คน ในจำนวนนี้ 2 คน คือ นายร้อยตรี ฟื้น ฤทธาคนี (ต่อมาคือจอมพลอากาศ ฟื้น รณภากาศ ฤทธาคนี อดีต ผบ.ทอ.)และ นายร้อยตรี ทองใบ เฟื่องวุฒิ (พล.อ.อ.เพื่อง เฟื่องวุฒิราญ อดีตรอง ผบ.ทอ.)

การฝึกและศึกษาของศิษย์การบินในปีนี้มีกำหนดชั้นละประมาณ 6 เดือน ศิษย์ที่รับสมัครจากพลเรือนจะได้รับเงินรางวัลเดือนละ 2 บาท กับเบี้ยเลี้ยงวันละ 25 สตางค์ เช่นเดียวกับพลทหาร เมื่อสอบไล่ได้เป็นศิษย์มัธยม จะได้รับพระราชทานเงินเดือนเดือนละ 16 บาท เบี้ยเลี้ยงวันละ 25 สตางค์ กับเงินเพิ่มค่าบินเดือนละ 20 บาท ถ้ามีอายุสมควรก็จะได้รับพระราชทานยศนายสิบตรี และเมื่อสอบไล่ได้เป็นนักบินประจำการจะได้รับพระราชทานเงินเดือนเพิ่มเดือนละ 40 บาท

การรับสมัครบุคคลเป็นศิษย์การบินในปี พ.ศ. 2466 จึงรับจากบุคคลพลเรือนความรู้เทียบเท่ามัธยมปีที่ 3 ถึงมัธยมปีที่ 6 กับนายทหารสัญญาบัตรจากกรมกองต่างๆ การฝึกอบรมเป็นไปเช่นเดิม แต่เพิ่มหลักสูตร 2 เดือนให้ศิษย์การบินเข้าเรียนในกองโรงเรียนการบินยิงปืนในกองบินใหญ่ที่ 1 ซึ่งย้ายไปอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เมื่อ เม.ย. 2465 เมื่อสอบไล่ได้ตามหลักสูตรแล้วจึงจะเป็นนักบินประจำการได้ การรับสมัครและการฝึกศิษย์การบินคงเป็นเช่นนี้ต่อไป มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยคือ ในปี พ.ศ. 2467 เริ่มรับทหารเรือเป็นศิษย์การบินด้วยและรับนายสิบเข้าเป็นศิษย์การบิน นอกเหนือจากบุคคลพลเรือนและนายทหารบกเช่นที่เคยเป็นมา ในปีเดียวกันนี้กองโรงงานอากาศยานสร้างเครื่องบินนิเออปอรต์เดอลาจแบบ 29 สำเร็จเป็นเครื่องแรกในประเทศไทย เจ้ากรมอากาศยานสั่งบรรจุไว้ในกองโรงเรียนการบินเบื้องต้น



กองโรงเรียนการบินที่ 1 และกองโรงเรียนการบินที่ 2

13 ม.ค. 2469 กองโรงเรียนการบินเบื้องต้นเปลี่ยนชื่อเป็นกองโรงเรียนการบินที่ 1และกองโรงเรียนการบินยิงปืนซึ่งแยกจากการบังคับบัญชาของกองปืนใหญ่ที่ 1 เป็นกองอิสระขึ้นตรงต่อเจ้ากรมอากาศยานตั้งแต่ พ.ศ. 2468 นั้นเปลี่ยนชื่อเป็นกองโรงเรียนการบินที่ 2 กองโรงเรียนการบินที่ 1 มีหน้าที่ฝึกหัดอบรมการใช้เครื่องบินและการช่างเครื่องให้ผู้รับการฝึกมีความรู้ความชำนาญในหน้าที่สมความมุ่งหมายของทางราชการ มีอัตรากำลัง 1 ฝูง เรียกว่าฝูงศึกษาและฝึกหัด ใช้เครื่องบินฝึกแบบนิเออปอรต์ขนาด 23 ตารางเมตร และ 18 ตารางเมตร เป็นเครื่องบินฝึกขั้นต้น เครื่องบินฝึกแบบนิเออปอรต์ขนาด 15 คารางเมตร และ 13 ตารางเมตรเป็นเครื่องฝึกขั้นปลาย ส่วนกองโรงเรียนการบินที่ 2 มีหน้าที่ฝึกหัดการใช้อาวุธยิงในอากาศให้แก่นักบินทุกประเภท ผู้ทำหน้าที่ตรวจการณ์ ผู้ยิงปืนหลัง และผู้ทิ้งลูกระเบิด

การฝึกศิษย์การบินดำเนินต่อมาตามปกติ โดยรับสมัครจากนายทหารสัญญาบัตรและประทวน บุคคลพลเรือนความรู้มัธยมปีที่ 6 เมื่อไม่พอแก่ความต้องการ จึงเลื่อนลงถึงมัธยมปีที่ 4 ใน พ.ศ. 2472 มีการคัดเลือกนักเรียนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 8 ไปเรียนวิชาการบินยังต่างประเทศ โดยให้ฝึกทำการบินที่ดอนเมืองก่อนประมาณ 6 ถึง 10 สัปดาห์

พ.ศ. 2473 กองบินใหญ่ที่ 1 โอนฝูงศึกษามารวมอยู่ในบังคับบัญชาของกองโรงเรียนการบินที่ 1 ตั้งแต่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป ในปีนี้กรมอากาศยานได้ประกาศระเบียบรับนักบินและนักเรียนนายร้อยนักบิน โดยรับจากนักเรียนที่กำลังศึกษาชั้นมัธยมปีที่ 6 หรือสอบไล่ได้แล้วกับผู้สอบไล่ได้มัธยมปีที่ 8 อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และไม่เกิน 24 ปี เมื่อรับราชการในกรมอากาศยานครบ 3 ปี โดยสำเร็จวิชาการบินเป็นนายสิบแล้ว

สำหรับผู้ที่จบมัธยมปีที่ 8 ถ้าความประพฤติเหมาะสมที่จะเป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร และมีความสมัครใจก็จะส่งไปเป็นนักเรียนนานร้อยชั้น 3 และเป็นนักบินนอกกองด้วย ส่วนผู้ไม่สมัครใจหรือไม่มีประกาศนียบัตรมัธยมปีที่ 8 จะลาออกเป็นนักบินนอกกองหรือรับราชการต่อไปในตำแหน่งนักบินประจำกองก็จะได้สิทธิ์ และความก้าวหน้าเช่นเดียวกับนายสิบในกองทัพบกทุกประการ และยังได้รับเงินเพิ่มพิเศษอีกด้วย

พ.ศ. 2474 รับสมัครนักเรียนทำการนายร้อยเข้าเป็นศิษย์การบินเป็นครั้งแรก คัดเลือกไว้ได้ 8 นาย สำหรับนายทหารสัญญาบัตรที่จะเป็นศิษย์การบินต้องมีอายุไม่เกิน 25 ปี ประจำการในหน้าที่พลรบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ปี และมียศไม่เกินร้อยโท เมื่อถึงปี พ.ศ. 2475 ได้เปลี่ยนวิธีการรับใหม่ โดยรับจากขณะเป็นนักเรียนนายร้อยทหารบกชั้น 4 ที่สมัครใจและได้รับคำยินยอมจากบิดามารดา เมื่อผ่านการตรวจร่างกายแล้ว จะรับไว้ตามจำนวนที่ต้องการคือปีละ 10 คน เมื่อสอบได้ชั้น 4 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของหลักสูตร ออกเป็นนักเรียนทำการนายร้อยแล้ว ทางราชการจะออกคำสั่งบรรจุเข้าประจำกรมอากาศยาน แต่ต้องไปรับการฝึกอบรมจากกองพันทหารราบก่อนเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อให้คุ้นเคยและรอบรู้หน้าที่ของเหล่าทหารราบ สำเร็จแล้วจึงเป็นศิษย์การบินชั้นประถม



พ.ศ. 2477 นายพันโท หลวงกาจสงคราม เสนาธิการกรมอากาศยาน เยี่ยมกองบินน้อยที่ 2 ดอนเมือง ผู้บังคับการกองบินและนักบินต้อนรับ



ทหารกองบินน้อยที่ 1 ดอนเมือง มีทั้งนายทหารเรือและนายตำรวจสวมหมวกทรงหม้อตาล 2478



ส่วนบุคคลพลเรือนรับจากผู้มีความรู้มัธยมปีที่ 6 ขึ้นไป อายุระหว่าง 18 ถึง 20 ปี ในปีนี้กรมอากาศยานได้ยกเลิกหลักสูตรการฝึกศิษย์การบินของกองบินโรงเรียนการบินที่ 1 พ.ศ. 2473 (เพื่อพลาง) และกำหนดหลักสูตรการฝึกศิษย์การบินในกองโรงเรียนการบินที่ 1 พ.ศ. 2475 (เพื่อพลาง)ขึ้นใช้แทนการฝึกอบรมศิษย์การบินใน พ.ศ. 2476 มีการเปลี่ยนแปลงบ้างคืองดรับบุคคลภายนอกเป็นศิษย์การบิน มีการแก้หลักสูตรการฝึกศิษย์การบินชั้นประถมเล็กน้อย และเนื่องจากกรมอากาศยานได้รับอนุมัติให้ใช้อัตรากำลังใหม่ จึงมีการเปลี่ยนชื่อหน่วยบางแห่ง ให้ตรงกับชื่อในข้อบังคับทหารว่าด้วยกำหนดกำลังเจ้าหน้าที่กรมอากาศยาน ในเวลาปกติ พ.ศ. 2476 สำหรับกองโรงเรียนการบินที่ 1 เปลี่ยนชื่อฝูงศึกษาที่ 1 และที่ 2 เป็น ฝูงบินที่ 1 และที่ 2 ส่วนกองโรงเรียนการบินที่ 2 เปลี่ยนชื่อฝูงศึกษาเป็นฝูงบินที่ 1








นายทหารใหม่สำเร็จการโรงเรียนนายร้อยทหารบก ยศนายร้อยตรี เข้าเป็นศิษย์การบินกองโรงเรียนการบินที่ 1 กรมอากาศยาน ดอนเมือง พ.ศ. 2477


พ.ศ. 2477 ยังคงมีการบรรจุนักเรียนทำการนายร้อยเป็นศิษย์การบิน และตามคำสั่งที่ 64/3273 ได้สั่งบรรจุ 9 นาย ซึ่ง 2 นายจากจำนวนดังกล่าว ต่อมาได้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทอ. คือนักเรียนทำการนายร้อย เฉลิมเกียรติ วัฒนางกูร และ นักเรียนทำการนายร้อย บุญชู จันทรุเบกขา และปีเดียวกันนั้น กรมอากาศยานได้ขอบรรจุพลทหารประจำการปีที่ 1 เข้าเป็นศิษย์การบินเป็นกรณีพิเศษ 1 นาย เนื่องจากมีความรู้ภาษาต่างประเทศหลายภาษา พันโท หลวงกาจสงครามเสนาธิการกรมอากาศยานต้องการตัวไว้ปฏิบัติราชการจึงสนับสนุนให้เป็นนักบิน

ที่มาของข้อมูล : ทำเนียบศิษย์การบิน-นักบิน กองทัพอากาศ



Create Date : 02 เมษายน 2554
Last Update : 2 เมษายน 2554 23:55:06 น. 12 comments
Counter : Pageviews.

 
นักบินสมัยก่อนเก่งมากนะคะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 2 เมษายน 2554 เวลา:13:10:00 น.  

 

หนูชอบชุดนักบินจังค่ะ


โดย: เจ้าการะเกด วันที่: 2 เมษายน 2554 เวลา:13:27:17 น.  

 

เข้ามาบล็อคนี้แล้ว
ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากมายเชียวค่ะ




โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 2 เมษายน 2554 เวลา:15:31:44 น.  

 
ดูภาพประกอบแล้ว ทำให้นึกไปถึงหนังหรือละครที่เกี่ยวกับยุคสงครามโลกแล้วมีทหารที่แต่งชุดแบบรุ่นเก่าน่ะค่ะ


โดย: รัชชี่ (รัชชี่ ) วันที่: 2 เมษายน 2554 เวลา:15:42:19 น.  

 
แวะมาเยี่ยมค่า ทั้งภาพและข้อมูลเก่า ๆ แบบนี้หายากนะคะ ขอบคุณที่หามาฝากกันค่ะ

โหวตหมวดการศึกษาให้นะคะ


โดย: haiku วันที่: 2 เมษายน 2554 เวลา:21:20:10 น.  

 
สวัสดีครับคุณ IM อธิบายได้ละเอียดยิบเลยไ
ได้ความรู้มาก ผมชอบเครื่องแบบสมัยโบราณครับ


โดย: dj booboo วันที่: 3 เมษายน 2554 เวลา:3:03:00 น.  

 
ข้อมูลแน่นมากค่ะพี่อิม กว่าจะได้เป็นนักบินโก้ๆนี่ไม่ใช่ง่ายๆเลยนะคะนี่


โดย: popang (popang ) วันที่: 4 เมษายน 2554 เวลา:20:13:37 น.  

 
แปะไว้ก่อนค่ะ

เรื่องนี้ต้องค่อย ๆ อ่าน

เพิ่งมาถึงโคราชค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 4 เมษายน 2554 เวลา:20:41:33 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
แวะมาทักทายหลังฝนตกค่ะ ค่อยคลายร้อนขึ้นมานิด มีความสุขและหลับฝันดีนะคะคุณIM


โดย: เกศสุริยง วันที่: 4 เมษายน 2554 เวลา:21:55:34 น.  

 

ช๊อบ...ชอบ
ชอบภาพเก่า
ชอบเรื่องราวที่นำเสนอ....แหล่มค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 4 เมษายน 2554 เวลา:22:54:26 น.  

 
ผมอยากให้เด็กรุ่นหลังๆ ที่รักชอบ อยากเข้าเรียนสายอาชีพนี้ เข้ามาดูบล็อกนี้จังเลยครับคุณอิม

มีลูกชายหนึ่งหน่อ แต่แกบอกไม่ชอบเครื่องแบบสังกัดไหนๆเลยครับ เขาอยากทำธุรกิจส่วนตัวโน่น


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 5 เมษายน 2554 เวลา:13:10:33 น.  

 
เธกเธตเธฃเธนเธ›(เธžเธฅ.เธญ.เธญ.เธซเธฅเธงเธ‡เน€เธŠเธดเธ”เธงเธธเธ’เธฒเธเธฒเธจเธกเธฑเน‰เธขเธ„เธฃเธฑเธš)เธœเธกเธญเธขเธฒเธเธ‚เธญเน„เธ›เธ›เธฃเธฐเธเธญเธšเธฃเธฒเธขเธ‡เธฒเธ™เธซเธ™เนˆเธญเธขเธ„เธฃเธฑเธš..เธŠเนˆเธงเธขเธฅเธ‡เนƒเธซเน‰เธซเธ™เนˆเธญเธขเธ„เธฃเธฑเธš


โดย: arego IP: 180.183.120.168 วันที่: 9 มกราคม 2556 เวลา:19:58:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 26 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.