Group Blog
 
<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
28 มกราคม 2555
 
All Blogs
 
ค่าแรงรับจ้างทำงานในสวน



การับจ้างในพื้นถิ่นชาวสวนดำเนินฯ ราชบุรี มักเป็นการจ้างรายวันจากคนใกล้บ้าน หรือญาติๆ หรือมีการรวมกลุ่มกันโดยมีแม่เท้า พ่อเท้า เป็นคนรับงาน แล้วระดมกำลังเมื่อวันงานมาถึง การไปติดต่อพ่อเท้า แม่เท้า ใช้คำว่า "เรียกแขก"

การรับจ้างใน พ.ศ. 2470

งานหนักที่ต้องใช้แรงงานผู้ชาย อย่างขุดดิน จวกดิน โกยดิน วันละ 75 สตางค์ ถ้าผู้ว่าจ้างจ่ายภายหลัง หรือติดไว้ก่อน คิดวันละ 1 บาท

คนที่ถูกว่าจ้างจะต้องเดินทางมาเอง หรือพายเรือมาพร้อมๆกัน ตามธรรมเนียมแล้ว ผู้ว่าจ้างหรือเจ้าของสวนต้องจัดหาอาหารให้วันละ 5 มื้อ มื้อเช้าราวเจ็ดโมง เป็นอาหารหนักคือข้าวสวย เริ่มทำงานหรือลงสวนตอนแปดโมงเช้า พักอีกที่เกือบสิบโมง เลี้ยงข้าวต้ม ทำงานต่อประมาณสิบโมงสิบห้า พักเที่ยงเลี้ยงข้าวสวย ลงทำงานตอนบ่ายแก่ๆ ซัดข้าวต้มอีกรอบตอนบ่ายสาม ตกห้าโมงเย็นกินข้าวสวย หรือแถมเหล้าขาวด้วย กลับบ้านยามโพล้เพล้หกโมงเย็นพอดี พวกผู็ชายจะกินจุหน่อย เพราะต้องใช้กำลังมากตลอดวัน

ค่าแรงสำหรับผู้หญิง จะย่อมเยาลงมา ทำงานเก็บผัก เก็บพริก เก็บมะเขือ ปลูกหอม-กระเทียม ขุดหอม-กระเทียม ดายหญ้า...
เงินสดวันละ 25 สตางค์ เงินเชื่อ วันละ 40 สตางค์ มีเลี้ยงข้าวกลางวันมื้อเดียว แล้วยังต้องเดินทางมาเอง

การปลูกหอมปลูกกระเทียม อาจใช้วิธีเหมาจ่าย ลงปลูกเรียงแถวเป็นหน้ากระดาน ส่วนให่ต้องทำให้เสร็จในวันเดียว คิดเป็นหน้าร่องๆละ 6 สลึง ใช้คนปลูก 3 คน

ค่าแรงในปี พ.ศ. 2480

พวกผู้ชาย ค่าแรงขึ้นเป็นวันละ 1 บาท อาหาร 5 มื้อเหมือนเดิม
พวกผู้หญิง เพิ่มเป็นวันละ 40 สตางค์



การงานและการเพาะปลูก

น้ำท่วม 3-4 เดือน น้ำลดราวเดือนพฤศจิกายน เหมาะที่จะปลูกแตงโม เมื่อร่องสวนเริ่มพ้นน้ำ เอาเรือลำเล็กพายไปในร่องน้ำภายในสวน เอาเมล็ดแตงโม 4-5 เมล็ด วางบนปลายไม้พาย ยกไม้พายยื่นไปข้างร่อง ใช้กำลังแขน แซะดินแล้วคว่ำพาย แล้วแซะดินกลบอีกทีก็เรียบร้อย เป็นการปลูกแตงโมที่รวดเร็วมาก เว้นระยะการปลูกห่าง 1 วา ปลูกง่าย งอกงาม ให้ผลดก เราเรียกว่าแตงโมบางเบิด

เมื่อน้ำลดลงมากแล้ว เห็นร่องสวนถนัดชัดขึ้น คราวนี้ก็ถึงเวลาปลูกหอมแดง ปลูกพร้อมกันในแปลงใหญ่ๆ ใช้แรงงานจวกดิน และคราดดิน ปลูกหอม พริกตามลงไป การปลูกจะเรียงแถวหน้ากระดาน จวกดิน 1 คน คราดดิน 1 คน ปลุกหอม 3 คน หนึ่งวันจะปลุกหอมได้ 3 ร่อง ขนาดร่องมาตรฐาน กว้าง 3 เมตร ยาว 80 เมตร

การปลูกผักหลายชนิดในร่องเดียวกันหลังน้ำลดใหม่ๆ พืชผักจะงาดงามดีมาก แตงโมจะเลื้อยเถาแผ่ไปในร่องจนทั่ว นับเวลาได้ 50 วัน ชาวสวนเริ่มเก็บผลได้แล้ว เขามักจะปลูกแตงโมก่อนหอมราว 10-15 วัน เมื่อเถาแตงโมเริ่มเหี่ยวเฉา หอมจะโตเต็มที ถอนได้พอดี นั่นคืออายุของต้นหอมราว 70 วันผลพลอยได้จากการปลูกหอมคือเขาจะออกดอกเมื่อปลูกไปแล้ว 30 วัน ดอกหอมใช้แกงส้มก็ดี ผัดกับหมูก็เข้ากัน

ใน พ.ศ. 2480 หน้าวัดหลักหกรัตนาราม เป็นตลาดนัดแตงโมที่ใหญ่ที่สุดในดำเนินฯหน้าแตงโมจะตกราวเดือนธันวา-มกราและกุมภาพันธ์ แตงโมยุคนั้นเก็บได้นานถึง 3 เดือน เพราะปลูกตามธรรมชาติ ใช้ปุ๋ยมูลค้างคาว บางลูกเก็บจนลืม ผิวก็ไม่เสีย แถมมีรากงอกในลูกแตงโมเต็มไปหมด

ต่อไปก็ถึงคราวถอนต้นหอม โดยใช้เหล็กที่ทุบแบนๆ ยาวขนาด 25 ซม. เรียกเครื่องมือชนิดนี้ว่าแซงแก๋ว การขุดหอมจะใช้มือรวบใบหอม พอเต็มกำมือก็จัดให้เสมอกัน แล้ววางเรียงๆกัน เรียกว่า 1 กำ หรือ 1 แต๋ พวกผู้ชายที่มีกำลังก็จะรวบรวมหอมมาวางบนเข่ง เพื่อหาบ 2 ข้าง 2 เข่ง หนักประมาณ 60-80 กก.แล้วหาบไปรวมกันที่กลางแจ้ง หรือกลางเตี๊ย หรือวางไว้บนร่องสวนที่แห้งๆ ไม่มีการปลูกพืชอื่นๆไว้ ตกกลางคืนจะต้องใช้แถบ (ทำด้วยใบจาก เหมือนหลังคาแถบหนึ่งของบ้านกลางทุ่งนา) ปกคุมกันถูกน้ำค้าง หอมจะแห้งเร็วขึ้น ต้องยกแถบออกตอนเช้า แล้วปิดตอนเย็น เมื่อหอมเริ่มแห้งแล้ว จึงมัดเป็นกำ แต่ละกำหนักประมาณ 5 กก. เพื่อให้สะดวกในทางการค้าจะรวมเป็นหาบๆละ 60 กก.

พืชสวนน้องนุชสุดทองคงไม่พ้นต้นพริก เมื่อในร่องสวนไร้ซึ่งต้นหอมแล้ว ต้นพริกก็ถึงเวลาออกดอก ออกฝัก พริกเริ่มเป็นสีแดง ก็เรียกคนรับจ้างมาเก็บ พริกที่ปลูกก็เป็นพวกพริกมัน พริกสิงคโปร์ พริกหยวก

สวนไหนที่ไม่ได้ปลูกพริก เมื่อถอนหอมแล้ว จะตากดินไว้ แล้วรอปลูกหอมรอบใหม่ ราวเดือน ก.พ. - มี.ค. เรีกหอมหน้านี้ว่า หอมจ๋าชัง แต่ถ้าไปปลูกเดือน พ.ค.- มิ.ย. จะเรียกว่าหอมปรัง ชาวสวนจะเก็บพันธุ์กันเอง ไว้ใช้ในครั้งต่อไป อย่างน้อยต้องเก็บนานราว 3-4 เดือนจึงจะงอกงามดี

ค่าแรง เมื่อ พ.ศ. 2490

เป็นช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ค่าของเงินถูกลง เงินสตางค์แดง 1 สตาางค์ หรือครึ่งสตางค์จึงไม่มีใครใช้อีกต่อไป เงินที่นิยมใช้อย่างต่ำต้อง 5 สตางค์

แรงงานชาย เจ้าของบ้านเลี้ยงอาหาร 5 มื้อ งานขุดดิน จวกดิน โกยดิน แทงดิน รดน้ำด้วยขนาด ลูกจ้างประจำ ค่าจ้างวันละ 10 บาท ส่วนพวกขาจรหรือรายวันค่าจ้างวันละ 12 บาท

แรงงานหญิง มีเลี้ยงข้าวกลางวัน 1 มื้อ เช่น งานเก็บพริก ดายหญ้า มาประจำ วันละ 5 บาท มาเป็นครั้งคราว วันละ 6 บาท ถ้างานหนักหน่อย เช่น ปลูกหอม ปลูกกระเทียม วันละ 8 บาท

พ.ศ. 2500

ปีกึ่งพุทธกาล สังคม บ้านเรือนกำลังดี ผู้คนชักชวนทำบุญทำกุศลกันทั่วไป ค่าแรงชายที่มาทำงานประจำวันละ 12 บาท มาเป็นครั้งคราว วันละ 15 บาท นี่เป็นค่าจ้างในงานทั่วๆไป เช่น โกยดิน ขุดดิน รดน้ำ คราดดิน จวกดิน สำหรับงานอีกประเภทหนึ่ง ที่ต้องออกแรงอย่างสุดกำลัง เช่น หาบหอม หาบกระเทียม หาบผัก หาบมะละกอ วันละ 20 บาท

แรงงานหญิง มาประจำ 6 บาท มาเป็นวันวันไป วันละ 7 บาท ถ้างานยากขึ้นไป หรือเหนื่อยแรงมากกว่า ค่าแรง 8 บาท มีอาหารเลี้ยง 1 มื้อเหมือนเดิม



พ.ศ. 2510

งานทั่วไปสำหรับแรงงานชาย วันละ 20 บาท งานหาบของต่างๆ วันละ 25 บาท ลดมื้ออาหารลงเหลือเพียง 2 มื้อ ในช่วงสายๆและตอนบ่าย
แรงงานหญิง วันละ 10 บาท งานที่อยากขึ้นมาหน่อย คิดวันละ 12 บาท

พ.ศ. 2520

แรงงานชายในงานทั่วไป วันละ 40 บาท งานแบกหาม วันละ 50 บาท มีเลี้ยงข้าว 2 มื้อ แรงงานหญิงวันละ 20 บาท ช่วงนั้น ดำเนินฯเริ่มปลูกองุ่นกันมาก ค่าแรงหญิงรับจ้างซอยองุ่น หรือตัดลูกเล็กๆออกเพื่อลดความหนาแน่นในแต่ละพวง วันละ 25 บาท

พ.ศ. 2530

แรงงานชายวันละ 70 บาท งานแบกหาม วันละ 100 บาท มีเลี้ยงข้าว 2 มื้อ
ผู้หญิงวันละ 35 บาท ค่าแรงหญิงรับจ้างซอยองุ่น วันละ 45 บาท



พ.ศ. 2536

แรงงานชายวันละ 100 บาท เลี้ยงข้าวต้ม 2 มื้อ ตอนสายๆและเที่ยงวัน งานแบกหามวันละ 120 บาท งานซอยองุ่นที่เป็นแรงงานหญิง อยู่ที่ 80-90-100 บาท

ใน พ.ศ. นี้ (2555) คนขยันอยู่ดำเนินฯไม่มีวันอดตาย ค่าแรงรับจ้างในสวน ขั้นต่ำ 190 บาท งานยากหรือต้องปีนป่าย เช่น งานห่อผลชมพู่ ต้องใช้บันได ขึ้นๆลงๆ ค่าแรงงานวันละ 300 บาท ทำตั้งแต่เช้าราวแปดโมง ไปถึงบ่ายสองหรือสามโมง หลังจากนั้นคิดโอที ชั่วโมงละ 30 บาท คนขยันจะมีรายได้ถึงวันละ 500 บาท ไม่น้อยเลยครับ



Create Date : 28 มกราคม 2555
Last Update : 23 มิถุนายน 2556 0:15:16 น. 12 comments
Counter : 2051 Pageviews.

 
มีประโยชน์มากๆค่ะ

ที่บ้านเราก็ทำสวนมะม่วง พ่อไม่รู้เรื่องค่าแรงเลย เพราะเราทำกันเองสวนเล็กๆในครอบครัว คนแถวบ้านใครไม่มีงานทำก็ชวนมาช่วยทำ พ่อก็ให้ค่าแรงวันละ300บาท พร้อมเลี้ยงข้าวเช้า-กลางวัน-เย็น เบิกเงินล่วงหน้าได้ทุกอาทิตย์ เคยสงสัยเหมือนกันว่าค่าจ้างแรงงานมากขนาดนี้เลยหรอ เพราะทำงานตั้งแต่ 8.00 - 17.00 น. แถมพักได้ตลอดเป็นช่วงๆอีก... ได้คำตอบมาจากพ่อคือ เค้าเหนื่อยมากต้องตากแดดทั้งวัน เบื้องหลังของเค้าคือลูกและเมียตาดำๆที่บางคนเมียไม่ทำงานอยู่บ้านเลี้ยงลูก เงินสามร้อยต่อวันสามารถเลี้ยงปากท้องคนได้ถึง3-5คนด้วยซ้ำ... และอีกหลายสาเหตุทำให้เรารับรู้เลยว่า ชีวิตเค้ามีค่าแม่เค้าจะไม่ได้เรียนหนังสือหรือเรียนน้อยจนต้องมาทำอาชีพรับจ้าง แต่เงินก็เป็นทุกอย่างในชีวิต ที่ต่อลมหายใจพวกเค้าได้จริงๆค่ะ ^^

คนขยันไม่มีวันอดตายจริงๆ


โดย: INDYINDARE.IC วันที่: 28 มกราคม 2555 เวลา:7:45:20 น.  

 
เมื่อเช้าเข้ามมาอ่านแล้วแต่ log in ไม่ได้เลยยังไม่ได้คุย
คุณอิมจำได้อย่างไรเรื่องค่าแรงน้อ
เรายังจำไม่ได้เลยค่ะว่าตอนจบใหม่ ๆ ได้เงินเดือนเท่าไหร่
อัตราเงินเดือนของข้าราชการด้วยน่ะค่ะ 2750 หรือ 3750 ก็ไม่ทราบค่ะ



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 28 มกราคม 2555 เวลา:11:09:17 น.  

 
Insignia_Museum Diarist ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น
----------------
มาเก็บเกี่ยวความรู้จากอดีตเช่นเคยค่ะ


โดย: เกศสุริยง วันที่: 28 มกราคม 2555 เวลา:11:17:05 น.  

 

มาดูวิวัฒนาการของค่าแรงไทยค่ะ


ย้อนไปดูค่าแรงข้าราชการไทย ป.ตรี
ยุคก่อนคุณ Tuk-Tuk
เป็น 1750 บาท..ทอง บาทละ 2000.
อยู่ ตจว.ตังค์พอใช้ พอเก็บ
..เทียบกับปัจจุบัน ทองบาทละกว่า 30000
อยูในเมืองหลวง ตังค์ไม่พอใช้
หุ หุ หุ


โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 28 มกราคม 2555 เวลา:16:10:41 น.  

 
ขอบคุณค่ะ
(จากคนร่วมสมัย)

มาฟังเพลง โอ้ ดำเนิน ... เธอสวยเหลือเกินดำเินินของพี่


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 28 มกราคม 2555 เวลา:16:57:45 น.  

 
คนสวนยุคนี้ได้เงินดีทีเดียวนะคะ เห็นค่าแรงสมัยก่อนแล้วอยากกลับไปอยู่สมัยโน้น เงินนิดเดียวซื้อของได้ตรึมเลย

ชอบเพลงนี้ของคุณสุรพลมากค่ะ


โดย: haiku วันที่: 28 มกราคม 2555 เวลา:23:54:18 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...
สวัสียามเช้าวันอาทิตย์ค่ะ พักผ่อนให้เต็มที่เพื่อสู้กับงานในวันพรุ่งนีนะคะ ระลึกถึงอยู่เสมอค่ะคุณim


โดย: เกศสุริยง วันที่: 29 มกราคม 2555 เวลา:8:15:29 น.  

 
ปัญหาหลักของคนมีสวนเลยล่ะค่ะ ในปัจจุบัน
เรื่องค่าแรงให้น้อยก็ไม่ทำ ให้มากก็เหมือนรู้สึกถูกโกง เราทำงานแทบตายยังได้ไม่เท่า................จนอยากจะขายสวน(ลำไย)ทิ้งไปซะหลายหน


โดย: อันต้า วันที่: 29 มกราคม 2555 เวลา:11:41:43 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำอวยพระวันเกิดด้วยค่ะ.............


โดย: อันต้า วันที่: 29 มกราคม 2555 เวลา:11:47:19 น.  

 
เคยตั้งใจว่าถ้าไปกว๊านพะเยาจะถ่ายภาพมาฝากคุณอิม

วันนี้ได้ทำตามที่ตั้งใจแล้วค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 30 มกราคม 2555 เวลา:7:42:01 น.  

 
มาได้จังหวะ คืออยากดูสวนแบบนี้อยู่่พอดี กำลังเซ็งเฟซบุ๊คครับ


โดย: pantamuang วันที่: 31 มกราคม 2555 เวลา:20:26:08 น.  

 


โดย: Insignia_Museum วันที่: 11 พฤศจิกายน 2557 เวลา:20:12:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Insignia_Museum
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 49 คน [?]




ความตั้งใจในการทำบล็อกเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เริ่มต้นด้วยการเขียนถึงถิ่นที่อยู่ในวัยเด็ก ต่อมาเป็นเรื่องเครื่องหมายต่างๆ เรื่องศิลปะ ภาพถ่ายในยุคก่อนๆ อาหารการกิน และอะไรต่อมิอะไรที่ประสบพบเห็น สนใจอะไรขึ้นมาก็อยากรู้ให้มากขึ้น กลุ่มเนื้อหาจึงแตกแขนงไปเรื่อยๆ
New Comments
Friends' blogs
[Add Insignia_Museum's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.