< KITAMURA : ราชบุตรจากขุมนรก >
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2555
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
20 มิถุนายน 2555
 
All Blogs
 
รีวิวสบายๆ : Prometheus




“Prometheus”

(บทรีวิวนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของหนัง แต่ถ้าไม่แคร์ก็อ่านเหอะ)

ก่อนอื่น ผมขอตอบคำถามสำคัญๆ ที่หลายคนน่าจะสงสัย และผมน่าจะตอบถูก (มั้งนะ – ฮา)

*‘ตกลง Prometheusมันคือหนังภาคก่อนของ Alien ใช่มั้ย?’

คำตอบคือ ถ้านับตามไทมไลน์เวลาก็คือใช่ (เหตุการณ์ใน Prometheus คือ ค.ศ. 2085 ส่วนเหตุการณ์ Alien คือ
ค.ศ 2122)

*‘ดาวที่ยาน Prometheus ลงไปสำรวจคือดาวดวงเดียวกันดาวใน Alien มั้ย?’

คำตอบคือ ไม่ใช่ – ยาน Prometheus ลงจอดบนดาว LV-223 ส่วนดาวใน Alien คือ LV-426

*‘แล้วไอ้ซากยานขนาดยักษ์และมีเก้าอี้ที่นั่งห้องคนขับคล้ายกันนั่นแหละ ทำไมมันมีเหมือนกันทั้ง Prometheus และ Alien ?’

คำตอบคือ ต้องเท้าความก่อนว่า ตอนที่หนัง Alien สร้าง ซากยานนี้ไม่ได้มีการระบุอย่างชัดเจนว่ามันคืออะไร ตามท้องเรื่องใน Alien ลูกเรือของยานขนแร่นอสโทรโม ลงไปสำรวจบนดาว LV-426 และพบกับยานประหลาด ก่อนจะไปพบกับเก้าอี้ซาก ‘คนขับยาน’ ในห้องนักบิน ซึ่งตอนนั้นถูกตั้งชื่อเรียกว่า ‘Space Jockey’ สิ่งที่น่าสนใจคือศพคนขับยานนี้มีรอยบาดแผลอะไรบางอย่างทะลุออกมาจากร่างกาย ซึ่งอะไรบางอย่างนั่น ผู้กำกับ ‘ริดลี่ย์ สก็อต’ อนุมานเอาว่า ยานลำนี้ คือยานบรรทุกสินค้า มันเป็นยานที่ไฮเทคเหี้ยๆ ส่วนคนขับก็คงเป็นสิ่งมีชีวิตเรืองปัญญา และสินค้าที่มันบรรทุกคือ อาวุธชีวภาพ (ซึ่งนั่นก็คือไข่เอเลี่ยน ที่ลูกเรือนอสโทรโมพบ) ก่อนที่ไข่ใบนึงอาจจะแตก และทำร้ายลูกเรือ จนยานอับปางลง

ทีนี้ หนัง Prometheus เค้าเลือกที่จะหยิบไอ้ Space Jockey ขึ้นมาสำรวจว่ามันคืออะไรกันแน่ (โดยเปลี่ยนเอเลี่ยนให้เป็นประเด็นรองไปแทน) ซึ่งหนังก็เผยข้อมูลใหม่ๆว่า เออ ซากที่เห็นหัวเป็นหนวดๆคล้ายงวงช้างน่ะ มันเป็นเพียงแค่ชุดเกราะ ยังไม่ใช่เนื้อจริง และสิ่งมีชีวิตพวกนี้ก็มีชื่อเรียกใหม่ (ตามที่มนุษย์ในหนังเรียก)ว่า ‘เอ็นจีเนียร์’ หรือที่ซับไทยแปลว่า ‘ผู้สร้าง’

ซึ่งมนุษย์ในหนัง ต้องการค้นหาคำตอบว่า ‘เราเป็นใคร? และมาจากไหน?’ จึงพากันขึ้นยานโพรมีธีอุสไปลงสำรวจบนดาว LV-223 เพื่อค้นหา เอ็นจีเนียร์ ก่อนจะพบกับยานและเอ็นจีเนียร์ที่ฝังอยู่ใต้ดินและเหมือนลูกเรือจะเสียชีวิตแบบมีอะไรบางอย่างทะลุออกมาจากร่างกาย พร้อมกับคำตอบที่ว่า เอ็นจีเนียร์เค้าเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวกับพวกเดียวกับเรา แต่อยู่อาศัยในอีกฟากของจักรวาล (ณ จุดนี้ จะเรียกว่าเอ็นจีเนียร์เป็นพระเจ้าก็ได้ เพราะเหมือนพวกเขาจะอยู่ก่อนเรามานาน และค่อนข้างชัดเจนว่าพวกเอ็นจีเนียร์จะเป็นคนสร้างเราขึ้นมา)

แต่แล้วมนุษย์ก็ต้องค้นพบความจริงอันน่ากลัวนั่นคือ เอ็นจีเนียร์เหมือนจะมีแผนการขนอาวุธชีวภาพที่เป็นเหมือนเชื้อโรคร้ายสร้างสัตว์ประหลาด และจะบินตรงไปยังโลกเพื่อทำลายมนุษย์ให้หมดสิ้น (ซึ่งสุดท้ายนางเอกก็หยุดยั้งแผนนั้นได้ และสัตว์ประหลาดนั้นก็ใช้ร่างเอ็นจีเนียร์เป็นตัวเพาะเชื้อ ถือกำเนิดออกมาเป็น เอเลี่ยน นั่นเอง)

ดังนั้น สิ่งที่ยังค้างคาใจอยู่จริงๆคือ ทำไมเอ็นจีเนียร์ต้องการสังหารมนุษย์? , ทำไมผู้สร้างถึงต้องทำลายสิ่งที่สร้างด้วยล่ะ ? ซึ่งหนังก็เหมือนจะทิ้งเชื้อบอกใบ้ว่า ‘ก็รอดูภาคต่อสิมึง’ (ฮา)

หมดคำถามแล้วก็มาว่ากันที่ตัวหนัง

อันที่จริง ประเด็นความสัมพันธระหว่าง ‘ผู้สร้างกับผู้ถูกสร้าง’ ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจและหนังก็ลงลึกสำรวจอย่างสนุกมือ (ด้วยองค์ประกอบอย่าง ‘ศาสนา’ , ‘ความหมายของชีวิต’ , ‘การให้กำเนิดสิ่งมีชีวิต’ , และสมการชวนขบคิดอย่าง พระเจ้าสร้างมนุษย์ > มนุษย์สร้างหุ่นยนต์ > มนุษย์พบพระเจ้า > พระเจ้าทำลายทั้งมนุษย์และหุ่นยนต์)

แต่สิ่งที่ผมชอบมากๆกลับกลายเป็นการใช้โครงสร้างการดำเนินเรื่องคล้ายคลึงกับหนัง Alien ภาคแรก และ Prometheus ยังคงรักษาหัวใจหลักของหนังชุด Alien ด้วยการสะท้อนให้เห็นการใช้อำนาจของชนชั้นนายทุน เสมือนนั่งดู Alien อีกครั้งในแบบทุนสร้างหนาขึ้น สามารถเติมเต็มจินตนาการของผู้สร้างได้อย่างเต็มที่ และสามารถส่งสารนัยยะของหนังได้อย่างชัดแจ้ง

อย่างที่เคยรีวิว Alien ภาคแรกไป (http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=kitamura&month=06-2012&date=12&group=1&gblog=100) กระดูกสันหลังของมันคือหนังสยองขวัญประเภท ‘เตือนแล้วไม่ฟัง ว่าอย่าไปในที่ๆไม่ควรไป’ ใน Alien ลูกเรือคนหนึ่งของยานนอสโทรโมลงไปสำรวจยานประหลาดก่อนจะโดนเฟซฮักเกอร์กระโดดเกาะติดหน้ามา ซึ่ง ‘ริปลี่ย์’ ที่มีสถานะเป็นรองหัวหน้าของยาน ก็จำป็นต้องรักษากฎเรื่องความปลอดภัย ไม่รับลูกเรือคนนั้นขึ้นยาน ทว่าก็ห้ามปรามไม่สำเร็จ และผลที่ตามมาคือ เอเลี่ยนแดกลูกเรือนอสโทรโมเกือบหมดลำ

ใน Prometheus ก็มีใช้โครงสร้างคล้ายกัน นั่นคือ ลูกเรือโพรมีธุอุสลงไปสำรวจยานของเอ็นจิเนียร์ ก่อนจะหิ้ว ‘ซากหัวมนุษย์ต่างดาว’ ขึ้นมาบนยาน ก่อนจะมีฉากนักวิทยาศาสตร์กำลังพยายามจะทำให้หัวนั้นมีชีวิตอีกครั้ง ซึ่งบรรยากาศความสงสัยใคร่รู้ปนสยองในฉากนี้ บ่งบอกและเป็นเค้าลางได้ไม่ยากว่า เรื่องร้ายๆจะต้องเกิดขึ้นกับคนในยานนี้อย่างแน่นอน

และก็เป็นไปตามคาด หนังไต่ระดับความสยองขึ้นเรื่อยๆ (หนึ่งในนั้นคือ ฉากนางเอกทำคลอดสัตว์ประหลาดในท้องด้วยตัวเองตั้งแต่ต้นยันจบ – ชอบฉากนี้มากๆ) แถมยังมีฉากที่ดูแล้วเดจาวูอย่างฉากที่ลูกเรือคนหนึ่งติดเชื้ออะไรบางอย่าง จนผู้คุมยานไม่ให้ลูกเรือคนนั้นขึ้นยาน และเมื่อหนังดำเนินมาจนถึงท้ายๆเรื่อง ตัวละครนางเอกอยู่ในสภาพสะบักสะบอมและคล้ายจะกล่าวโทษตัวเองในลักษณะพาคนอื่นมาทิ้งชีวิตไว้ที่ดาวบ้าๆนี้ ก็ชวนให้ถึงประโยคที่ว่า ‘เตือนแล้วไม่ฟัง ว่าอย่าไปในที่ๆไม่ควรไป’ เสียเหลือเกิน (หนังมีฉากที่ลูกทีมสำรวจคนหนึ่งร้องทักขึ้นมา ขณะที่ทีมวิจัยกำลังก้าวข้ามไปสำรวจมนุษย์ต่างดาวที่เสียชีวิตแบบไม่ชอบมาพากล ประมาณว่า ‘เราควรกลับขึ้นยานเหอะ’)

นอกจากนี้ Prometheus ยังคงมีท่าทีวิพากษ์วิจารณ์การใช้อำนาจบาตรใหญ่ของชนชั้นนายทุนในการหาผลประโยชน์ใส่ตัวโดยไม่สนใจว่าใครจะเป็นจะตาย

ใน Alien เหยื่อของนายทุนคือ ชนชั้นกรรมกรขับยานบรรทุกแร่ ส่วนใน Prometheus เหยื่อคือเหล่านักวิทยาศาสตร์ ถึงแม้จะเป็นปัญญาชนแต่ก็ไม่วายโดยนายทุน (ปีเตอร์ เวย์แลนด์ และ เมเรดิธ วิคเกอร์) เล่นงานทางอ้อมแบบเชือดนิ่มๆ อาทิ ท่าทีการควบคุมการเดินทางของวิคเกอร์ที่ดูจะโชว์พาว์ตลอดว่า การเดินทางครั้งนี้เป็นไปได้เพราะเงินทุนจากเวย์แลนด์ ทำให้ทุกๆคนต้องคอยฟังคำสั่งจากเธอ , การตัดสินใจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยไม่แคร์ว่าใครจะตายหรือไม่ (ฉากพายุกำลังจะมา เธอสั่งให้เวลาเพียง 15 นาที ในการเปิดประตูรอทีมสำรวจ โดยไม่ว่าเหตุการณ์จะเป็นยังไง 15 นาที ก็คือ 15 นาที) และที่ชัดมากๆคือ เวย์แลนด์เหมือนจะสั่งคำสั่งลับบางอย่าง จนนำผลไปสู่หุ่นยนต์ ‘เดวิด’ แอบเอาเชื้ออาวุธชีวภาพที่ฉกมาจากยานของเอ็นจิเนียร์ มาใส่ในแก้วเหล้าให้หนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ดื่มกิน เพื่อทดลองอะไรบางอย่าง (หนังก็เผยภายหลังว่า มันเป็นการเพาะเชื้อตัวสัตว์ประหลาด) ซึ่งหลังจากเกิดผลลัพธ์การทดลอง เดวิดและเวย์แลนด์ก็เหี้ยมเกรียมมากพอที่จะไม่พูดถึงการตายของนักวิทยาศาสตร์คนนี้อีกเลย

อีกทั้งฉากปีเตอร์ เวยแลนด์แอบนอนแช่แข็งอยู่ในยานโพรมีธีอุสตลอดการเดินทาง ก็เสมือนเป็นสัญลักษณ์ของการใช้ทีมนักวิทยาศาสตร์ค้นคำตอบระดับจักรวาลเพื่อมวลมนุษย์ชาติเป็นข้ออ้างบังหน้า ทั้งๆที่จุดประสงค์อันแท้ของเวย์แลนด์คือการพยายามหาผลประโยชน์ใส่ตัวเอง ภาพที่ปีเตอร์ เวย์แลนด์ในวัยแก่ชรา เดินกะเผลกๆไปหาเอ็นจีเนียร์คงยืนยันได้เป็นอย่างดี (ในหนังชุด Alien แม้จะไม่มีเวย์แลนด์แล้ว แต่ชื่อบริษัทเวย์แลนด์ ก็คล้ายให้สถานะกับเวย์แลนด์ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเอารัดเอาเปรียบลูกจ้างอยู่ตลอดเวลา)

มาจนถึงจุดนี้ คำถามที่ว่า ทำไมเอ็นจีเนียร์ถึงต้องการทำลายมนุษย์ ก็อาจจะใช้ ‘เวย์แลนด์โมเดล’ เป็นเบาะแสในการหาคำตอบ

มีประโยคนึงในหนังกล่าวไว้ประมาณว่า ‘การจะสร้างอะไรสักอย่าง ต้องมีการทำลายเสียก่อน’ เวย์แลนด์อยากที่จะพัฒนาอะไรบางอย่างเกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ เพราะความโลภ เขาจึงต้องทำลายชีวิตของใครหลายคน เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ

ดังนั้นแล้ว เป็นไปได้มั้ยที่เอ็นจีเนียร์ เค้าก็กำลังต้องสร้างอะไรบางอย่างเกี่ยวกับชีวิตเช่นกัน แต่ดันเกิดปัญหาบางอย่าง จนพวกเขาแตกคอกัน (ไม่แน่ว่า ความโลภอาจจะเป็นเหตุเหมือนกัน) และหนึ่งในนั้นยอมสละชีวิต (เอ็นจิเนียร์ช่วงต้นเรื่อง) เพื่อให้ถือกำเนิดเซลล์ที่จะพัฒนาเป็นมนุษย์ในเวลาต่อมา ดังนั้น สิ่งมีชีวิตอย่างมนุษย์จึงเป็นข้อผิดพลาดทางการทดลอง และจำเป็นต้องกำจัดทิ้งโดยไว

ผมก็เดามั่วไปเรื่อยครับ และยังคงยืนยันว่าถ้าอยากหาคำตอบต่อ ‘ก็รอดูภาคต่อสิมึง’ (ฮา)


kitamura




Create Date : 20 มิถุนายน 2555
Last Update : 20 มิถุนายน 2555 1:09:50 น. 0 comments
Counter : 1950 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Kitamura
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add Kitamura's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.