Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
2 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
รีวิว ละครเพลงข้างหลังภาพ ของ ซีนาริโอ

ข้างหลังภาพงามที่สุดร้าวราน

เป็นที่ฮือฮากันข้ามวงการเมื่อมีข่าวการสร้างละครเพลงจาก หนึ่งในวรรณกรรมชิ้นสำคัญของไทย
ข้างหลังภาพ บทประพันธ์ของศรีบุรพา หรือ กุหลาบ สายประดิษฐ์
แฟนหนังสือ แฟนละครต่างโจษจันกันเกรียวกราวถึงการเลือกนักแสดงนำฝ่ายชายว่าเหมาะสมหรือไม่
ด้วยประสบการณ์ทางการร้องและแสดงในแบบละครเพลง รวมทั้งการตีความมุมใหม่ของ หม่อมราชวงศ์กีรติ
ออกไปทางทางร้อนแรง เข้าหาฝ่ายชาย เกินหน้าเกินตาฉบับที่เคยสร้างเป็นหนัง
หลายคนออกอาการรับไม่ได้กับการตีความ มรว. กีรติใหม่ครั้งนี้
แต่กระนั้น สิ่งที่สำคัญในที่เป็นหัวใจของหนังสือยังคงอยู่ด้วยบทละครที่เข้มแข็ง
และการแสดงของนักแสดงหลักและสมทบที่ประครองการแสดงไปตลอดรอดฝั่ง

ดูมาร่วมสองอาทิตย์แล้ว ภาพความเป็นไปบนเวทีรอบนั้น ตัวละครต่างๆ บทสนทนายังคงวนเวียนอยู่ในใจ
ในมุมมองของผม ข้างหลังภาพ ฉบับละครเพลงเรื่องนี้
เป็นละครเพลงที่ลงตัว สมบรูณ์ทางด้านเนื้อหาที่สุดเท่าที่คณะละครนี้ผลิตออกมา
ในละครนอกเหนือจากเนื้อเรื่องที่สุดจะงดงามและเศร้าสร้อยแล้ว
ยังมีสารบางอย่างที่แฝงซุกซ่อนอยู่ในการแสดง

สำหรับละครจากคณะ ซีนารีโอ ดำเนินการสร้างละครเพลงไทยมากว่า 11 ปี จวนครบ 10เรื่องเต็มที
ทั้งหมดที่ได้ดูมา จำได้ว่าชอบละครเรื่อง บางกอก2485 มากที่สุด
เพราะสารสำคัญในเรื่องแสดงออกมาได้ชัดเจนและตรงใจ
แม้ว่าหลายคนที่ดูมองว่า เนื้อเรื่องของ บางกอก 2485 ออกจะกระท่อนกระแท่น
คณะละครต้องรักษาโรงละครไม่ให้ถูกทำลายในช่วงที่ญี่ปุ่นผ่านมาในไทย เพื่อทำสงครามกับฝ่ายตรงข้าม
การที่ต้องผูกเรื่องเข้ากับเพลงฮิตที่มีอยู่ในเครือแกรมมี่(แนวเดียวกับ Mamma Mia!) ไม่ใช่เพลงที่แต่งใหม่หมด ความเป็นเอกภาพระหว่างตัวเพลงและเนื้อเรื่องยังไม่กลืนกันมากพอ คนดูไม่สามารถที่จะเชื่อได้สนิทใจ
ว่าตัวละครสมัยสงครามโลก พศ 2485 จะมาร้องเพลงไทยยุคใหม่กันคล่องปาก ล้ำอนาคตร่วม 60 ปี
การวางเพลงเลือกเพลงในเรื่องยังไม่โดนใจผู้ชมและเพลงสร้างความสนุกไม่สุดพอ ที่จะให้เราลืมความไม่น่าเชื่อลงได้ ทำให้หลายคนที่ได้ดูต่างไม่ชอบ
แต่สำหรับผมกลับประทับใจละครเรื่องนี้มากกับความชัดเจนของสิ่งที่คนทำต้องการที่จะพูดต้องการที่จะส่งออกมายังคนดู
นั่นคือเรื่องความรักโรงละคร ความรักในอาชีพการแสดง ความรักศิลปะการละคร
ที่ตัวละครแสดงออกชัดเจนมีพลัง จริงใจ เข้าใจ และสัมผัสได้
ทำให้บางกอก2485 เป็นที่จดจำในใจผมจนถึงทุกวันนี้
แม้จะมีละครที่ลงตัวสมบรูณ์กว่า อย่าง ทวิภพ สร้างตามหลังออกมารวมทั้งอีกหลายเรื่อง
ยังไม่มีเรื่องไหนที่ประทับใจทัดเทียมเท่า พลังในการส่งสารเท่ากับเรื่องบางกอก2485
เลยแม้แต่น้อย

จนมาถึงเรื่องข้างหลังภาพ
สารที่สอดแทรกมาในเรื่องชัดเจนจริงใจสัมผัสได้พอๆกันกับ บางกอก ทีเดียว
ข้างหลังภาพออกจะลึกลงไปในการสำรวจจิตใจที่แตกสลาย จิตใจที่บอบช้ำเสียด้วยซ้ำ
รักคือทุกข์ เป็นสารที่แสดงออกมาในการแสดงเรื่องนี้ ชัดเจนเห็นได้แม้รอบๆดวงตาของคนดูจะฝ้าฟางด้วยคราบน้ำตา
ช่วงแรกละครหลอกล่อให้เราเพลิดเพลินไปกับความงามของความเป็นญี่ปุ่น
ตัวละครทุกตัวมีความสุขเพลิดเพลินกับ ฉาก วิว ทิวทัศน์ ระบำงามตา
เราเห็นปฎิกริยาทางเคมีของ นพพร และคุณหญิง ทั้งสองชอบพอตั้งแต่แรกเริ่มพบกัน
เรารับรู้ถึงความรู้สึกรุ่มร้อนรุนแรง ของตัวละครทั้งสอง แม้จะเป็นการฮันนีมูนของคุณหลวง กับคุณหญิง
แต่ความรักของ นพพร กับ มรว. กีรติกลับงอกงามอย่างลับๆ
การแสดงครึ่งแรกที่สวยสดงดงาม ฉากและระบำงามตาเข้ามาและออกไปรวดเร็ว
ราวกับผู้สร้างจะบอกเราว่า เวลาคนเรามีความรัก มีความสุข เวลามักเดินไปอย่างรวดเร็วเหลือหลาย
เราจึงได้ดูระบำงามตาสลับกับฉากสวยๆ สมกับเป็นช่วงที่ฮันนีมูนอย่างต่อเนื่องฉับไว ต่อเนื่อง
เมื่อพ้นไปจาก ระบำคู่ที่หวานหยาดเยิ้มที่ในฉากน้ำตกมิตาเกะ ที่สร้างได้สุดจะวิจิตรราวความฝัน
พายุฝนที่ไล่ตัวละครกลับจากน้ำตกเป็นสัญญานบอกชัดเจนว่าฮันนี่มูนได้จบสิ้นแล้ว
น้ำจากฟ้าเทใส่ตัวละครเหมือนจะปลุกให้สองคนตื่นขึ้นจากภาพฝันและเผชิญกับโลกของความเป็นจริงที่รออยู่ตรงหน้า
โลกแห่งความจริงเริ่มต้นด้วยการลาจากของตัวละครกันก่อนที่ครึ่งแรกจบลง

ครึ่งหลังการดำเนินเรื่องช้าลงแทบจะเป็นเวลาจริงเปรียบเสมือนการพาตัวละครและคนดูกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง
การดำเนินเรื่องที่ช้าลงทำให้ คนดูอย่างเราท่านมีเวลาหยุดดำดิ่งสู่ห้วงเวลาที่ร้าวรานใจของตัวละครที่ต้องประสบ
ความรักที่อยู่นอกกรอบ ต้องหลบซ่อน สังคมไม่ยอมรับ (ผิดกับยุคสังคมปัจจุบัน หาดูได้มากมายเพราะทำกันเกร่อ) แต่ด้วยเงื่อนไขของสภาพสังคมช่วงเวลาในท้องเรื่อง และตำแหน่งหน้าที่ที่ค้ำคอตัวละคร
ล้วนเป็นสิ่งที่กดดันตัวละครอย่างหนักไม่มีทางออกใดๆเลย
คนดูเข้าใจสภาพตัวละครอย่างคุณหญิงที่กระอักพิษรักกลัดหนองได้ไม่ยาก

ฉากท้ายๆ เพลงที่ใช้สนทนาโต้ตอบ คนแต่งเลือกวิธีที่นำคำพูดจากบทประพันธ์ชั้นครูนำมาใช้เป็นคำร้องโต้ตอบประกอบดนตรี
นักแสดงถ่ายทอดร้องได้อย่างงดงาม ทำให้ภาพที่ปรากฎบนเวทีไม่ได้เป็นเพียงภาพนักแสดงในบทหรือตามท้องเรื่องอีกต่อไป แต่เป็นภาพที่ลึกลงไปในใจของตัวละคร ที่คนดูสามารถสัมผัสได้(ไม่ใช่การเสพทางตาและหู)
ประสบการณ์ช้ำรักถูกสร้างขึ้นให้คนดูสามารถสัมผัสได้ เข้าใจได้ ที่สำคัญเป็นสารที่จริงใจ และ มีพลังอย่างล้นเหลือ


ความจริงบนเวทีช่วงขณะนั้นมันไม่ใช่ละครหรือการแสดงอีกต่อไปแต่เป็นพลังงานบางอย่างที่คนดูสามารถสัมผัสได้ด้วยใจ

(มีละครไม่กี่เรื่องที่สามารถสร้างประสบการณ์ให้คนดูหลุดจากภาพบนเวทีไปสัมผัสอยู่ในห้วงภวังค์แบบนี้)
ความตายที่เกิดขึ้นจึงไม่ได้สร้างความสะเทือนใจให้ของตัวละครในเรื่องเท่านั้น มันพุ่งมาที่ใจของคนดูเช่นกัน
ปฎิกริยาของผู้ชมต่อให้ใจแข็งกันแค่ไหนคงไม่มีใครกลั้นน้ำตาไว้ได้ พร้อมกับความเห็นใจเข้าใจสภาพของตัวละคร

ความรัก คือ ทุกข์ เป็นประโยคที่จริงเที่ยงแท้
แต่กระนั้นในความทุกข์นั้นย่อมมีสิ่งที่งดงามหอมหวนพร้อมที่ทำให้หลายๆคนยอมเสี่ยงยอมจ่าย
เพื่อที่จะประสบการณ์นี้มา ถ้าไม่ใช่เช่นนั้น เราคงไม่ได้รับรู้ถึงประโยคเด็ดประโยคสุดท้ายจากคุณหญิงที่เขียนให้นพพร ที่กระแทกต่อมน้ำตากระจายแบบหมัดน็อคหมัดสุดท้าย

จนถึงวันนี้ไม่แน่ใจตัวเองว่าจะไปกล้าไปดูซ้ำอีกครั้งได้ไหม
ไม่ใช่เพราะละครไม่ได้เรื่อง ตรงกันข้าม เป็นละครเพลงที่ดีมาก
แม้จะจะเป็นข้างหลังภาพที่ไม่สมบรูณ์ไปทั้งหมดเช่น นักแสดงนำชาย บี้ สุกฤษ์ ยังทำได้ไม่เต็มที่ในการร้อง
เพราะเพลงที่แต่งบางช่วงยังร้องไม่ถึงเสียงจริง ประสบการณ์ร้องแสดงรูปแบบละครเพลงยังน้อย เมื่อเทียบกับนักแสดงฝ่ายหญิงฝีมือดี นักแสดงนำชายในบทนพพร จึงดูด้อยลงอย่างช่วยไม่ได้แต่มองในแง่ดีเขายังมีทางพัฒนาฝีมือได้แน่นอน
นักแสดงสมบทช่วงที่เป็นพลเมืองญี่ปุ่น ยังดูเป็นนักแสดงไทยที่เล่นเป็นคนญี่ปุ่น---ราวกับเราดูฝรั่งจีนแขก เล่นเป็นชาวสยามบนเวทีเรื่อง The King and I ยังไงยังงั้น
ฉากบางฉากไพล่ให้นึกถึงละครระบำเรื่องโน้นเรื่องนี้ที่เคยดูแต่ไม่มาก กลืนๆเนียบๆไม่ถือว่าก๊อปมาเลยเสียทีเดียว นี่เป็นข้อบกพร่องเล็กน้อยที่ไม่ทำให้ข้อใหญ่ใจความของละครเพลงเรื่องนี้เสียรสไป
เป็นข้างหลังภาพงามที่เศร้าสร้อยร้าวรานภาพนึง

สำหรับดนตรี และคำร้องในเรื่องนี้ รวมๆทั้งเรื่องเข้าขั้นดี
เนื้อร้อง ดนตรีไปด้วยกันแทบเป็นเนื้อเดียวกัน
โดยปกติมักจะมีเพลงโชว์ตามธรรมเนียม แต่เพลงโชว์ ถ้าคนเขียนบท
คนแต่เนื้อมือไม่ถึง เพลงจะหลุดออกแบบเป็นชิ้นๆ ถ้าทีมเรื่องไม่แข็งแรง
ละครเพลงเรื่องนั้นจะกลายเป็น คอนเสิรต์ในบัดดล
แต่กับเรื่องนี้ ดนตรี คำร้องแต่ละฉากกลืนกันเป็นเนื้อเดียวกันมากที่สุดที่ค่ายนี้เคยทำมาเลย

อยากดูซ้ำแต่ไปดูคราวที่แล้วผู้เขียนเหนื่อยมากกับการสัมผัสความเศร้าสร้อยของตัวละครในเรื่อง
ดูละครแล้ว ขี้มูกโป่ง ร้องไห้ตาบวมราวกับเพิ่งไปงานศพของคนที่เรารักชอบพอ
(ถึงตรงที่เขียนตรงนี้มานึกได้ว่า ฉากเปิดมันคืองานศพของคุณหญิง ที่ทำได้สวยบนความเรียบง่ายแต่ติดตาเหลือเกิน)

ตั้งแต่เล็กแต่น้อยเคยชอบ ประทับใจละครเพลงเล็กๆเนื้อหาเกี่ยวกับความรักของตัวละครน้อยตัวอย่าง
The Fantasticks(Harvey Smitch, Tom Jones ผู้ประพันธ์)
จนย่างวัยรุ่นอารมณ์ร้อนได้เดินทางไปพบกับ ละครเพลงที่สำรวจอารมณ์ความปราถนาลึกๆ อย่าง Aspects of Love(Andrew Lloyd Webber ผู้ประพันธ์ดนตรี) เป็นละครที่สวยงามและทำให้เราร้าวรานใจพอๆกับ Passion(Stephen Sondhime ผู้ประพันธ์ดนตรี) ละครเพลงเศร้าสร้อยเรื่องนี้ดูจบแล้วยังเศร้าฝังใจมานานทีเดียว แม้เวลาผ่านมาหลายปีก้อตาม

ข้างหลังภาพเรื่องนี้ทำได้ดุจเดียวกัน ภาพความงามที่เศร้าสร้อยได้ประทับลงไปในความทรงจำของผมฝังไว้นานเท่านานพอๆกับละครสองเรื่องท้ายที่กล่าวมา แบบร้าวลึกฝังนานเท่านานเลย แค่นึกสิ่งที่สองคนคุยกันเป็นเพลงในฉากสุดท้าย ก้อมีก้อนจุกที่คอแล้ว



Create Date : 02 ธันวาคม 2551
Last Update : 2 ธันวาคม 2551 1:55:49 น. 1 comments
Counter : 857 Pageviews.

 
ชอบดูละครเวทีเหมือนกันครับ
ตอนนี้รอดู chicago the musical อยู่ครับ


โดย: มิสเตอร์ฮอง วันที่: 2 ธันวาคม 2551 เวลา:1:53:30 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

kinglear
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add kinglear's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.