พฤษภาคม 2557

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
เมื่อเราโตขึ้น มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ?

เช้าวันนี้...
ผมตื่นขึ้นมาในเวลาที่ท้องฟ้านอกหน้าต่างยังมืดมิด
เรื่องแรกที่ผมคิดในวันนี้ คือ ไล่ลำดับความสำคัญของเรื่องที่จะทำ

พอคิดได้ ผมก็กระโจนลงไปบนที่นอน
กลิ้งเกลือกไปมา แล้วความง่วงก็กล่อมผมเข้าสู่นิทราอีกห้วงหนึ่ง

เช้าวันนี้...
ที่ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ท้องฟ้านอกหน้าต่างยังไม่ปรากฏแสงของดวงตะวัน

ผมมานั่งเล่นคุกกี้ รัน
และคิดถึงวันที่ผมใช้ชีวิตอยู่กับพ่อและแม่ที่เพิ่งผ่านพ้นไปได้ไม่นาน

ความคิดถึงไม่ใช่เรื่องแปลก
มันอยู่กับเราในทุกๆ วัน
มันอยู่ในอดีต ในปัจจุบัน ในวันข้างหน้าของเรา
หรือกระทั่งอยู่ในฝัน

คนในความคิดถึง
มักอยู่ในความฝันของคนที่คิดถึงเสมอ
ในความเป็นจริงก็เช่นกัน

น้อยนักที่คนที่เราคิดถึง
จะมีเราอยู่ในฝันของเขา

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร

ถ้าคุณคิดถึงใครสักคน
คุณจะมีที่กว้างพอที่จะให้เขาหรือเธอผู้นั้นวิ่งเล่นในฝันของคุณได้อย่างสบาย

ถ้าผมฝันถึงสถานที่ๆ หนึ่งที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขาเขียวขจี
มีต้นไม้สูงที่มองเห็นลิบๆ ในที่ๆ ไกลออกไป
เรามีบ้านหลังหนึ่งที่มีพ่อกับแม่อาศัยอยู่ และท่านก็ดูทีวี ทำสวนผักเล็กและทำครัวตามประสาของท่าน
ขณะเดียวกันที่บ้านหลังหนึ่งของผม ตั้งนิ่งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงในขอบรั้วเดียวกัน
มีกรอบหน้าต่างสีขาวที่มีไม้เลื้อยขึ้นเป็นซุ้ม ซุ้มที่ตัดแต่งแล้วดูสะอาดตา
ในอาณาบริเวณบ้าน จะมีที่พักของผองเราอีก
ยิ่งมีคนเยอะ ก็ยิ่งไม่เหงา
แม้มากคน จะมากความ เราจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้เสมอ
ต้นไม้ใบหญ้าทุกต้น เราจะปลูกมันด้วยความรัก
ถ้าผมมีลูก ผมก็อยากให้เขาแบ่งมันให้กับทุกคนและสิ่งที่อยู่รอบๆ กาย
ต้นไม้ต้นหนึ่งจะถูกปลูกด้วยมือเล็กๆ
เพื่อให้มันโตขึ้นมาด้วยความเอาใจใส่พร้อมๆ กับพวกเขา

ในวันทำงาน เราพยายามตั้งหน้าตั้งตาทำมันอย่างเต็มที่
ความเหน็ดเหนื่อยเป็นเรื่องเพียงชั่วครู่ พอเราได้พักผ่อน มันก็จะค่อยๆ หายไป
ถ้าในฝันผมมีจริง
ผมอยากปลูกบ้านเล็กๆ สักต้นไว้บนต้นไม้
หากไม่มีต้นไม้ใหญ่ ผมก็จะทำซุ้มที่นั่งที่มีความจุคนได้ได้ด้วยปริมาณของความอบอุ่น
พอเลิกงานเสร็จผมจะได้ไปนั่งที่นั่นกับคนที่ผมรัก
แค่นั่งเฉยๆ ถึงไม่มีใครพูดอะไร ก็ยังจะมีความสุขกับสิ่งนั้น...

ผมจะชวนคนที่ผมรักนอนมองท้องฟ้า
ถ้าไม่เบื่อไปเสียก่อน คงเห็นเรื่องราวต่างๆ บนนั้นมากมาย

บางครั้ง ผมอยากรั้งสิ่งเดิมๆ ไว้
พูดจา หรือ เล่น จนถึงขั้นที่ว่า “บ้าไปหน่อย”
แต่วัยเยาว์ก็คือวัยเยาว์
พอผมมาอ่านสิ่งที่ผมเขียนไว้เมื่อสองปีก่อน
ผมก็เข้าใจ...
หัวใจของเราต่างหาก ที่มันจะค่อยๆ เปลี่ยนไป
เปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อมและเวลา
หัวใจที่เปลี่ยน ก็คือหัวใจที่เปลี่ยน
ไม่เกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในหัวใจ
ที่บางครั้งคุณจะเก็บมันไว้ในส่วนลึก
ในส่วนที่ไม่มีกาลเวลา และก็ไม่มีใครสามารถจะเปลี่ยนมันได้เลย
ผมเลยต้องคิดถึงคำพวกนี้...
หัวใจ ... ในหัวใจ ... ในส่วนลึกของหัวใจ และในความทรงจำของหัวใจ

ผมอยากจะพูดถึงสามปีที่ผมเสียเวลาไป
เป็นเวลาที่ผมคิดว่าคนๆ หนึ่งทำอะไรได้มากมาย
และถีบตัวเองให้สูงขึ้นได้ในระดับหนึ่ง
แต่สามปีของผม ดูเหมือนมันไม่ได้อะไรเลย
แต่ผมก็ยังได้อะไรมากมาย ในความรู้สึกของผม

หนึ่งปีนั้น...
ผมเข้าเรียนปีหนึ่งที่ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์
แต่ผมก็ต้องกลับมาเรียนปีหนึ่งใหม่ เพราะปัญหาของผม
ทุกคนเห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็ก
แต่สำหรับผม มันเป็นเรื่องใหญ่
คนมักบอกว่าทางนั้นดีทางนี้ดี
แต่นั่นเป็นการตัดสินใจของเขา ไม่ใช่ของเรา
เขาจะกำหนดทิศทางให้เป็นไปตามที่เขาต้องการมากที่สุด

การไม่เชื่อตนเองจึงเป็นหนทางแห่งหายนะสำหรับผมยิ่งกว่าการตกเหว

มันไม่มีคำว่าสายเลย ถ้าคุณเชื่อว่าคุณทำมันได้

แต่นั่นแหละครับ อย่างน้อยหนึ่งปีที่นั่นผมก็มีความทรงจำที่ดีราวกับว่าผมอยู่กับมันจนจบการศึกษา
มันเป็นช่วงที่ผมพูดกับเพื่อนมากที่สุดในชีวิต และทำให้ผมคิดว่าที่นั่นคือบ้านของผม

ตอนอยู่ที่นั่น ผมจะตื่นเช้าเสมอ
และนั่งรถสองแถวไป (ส่วนมากผมจะได้โหนไปมากกว่า)
ผมไม่ชอบรถเมล์ จะไปก็ต่อเมื่อมีเพื่อนเท่านั้น
พอถึงมหาลัย ผมจะเดินเข้าไปไหว้พระสิทธิธาดา
ช่วงเช้าแบบนี้ไม่ค่อยมีคนเยอะครับ
ผมจะไปนั่งระหว่างตึก
มองสะพานไม้ที่มีความเชื่อกันว่าถ้าข้ามแล้วจะเรียนไม่จบ

ที่นั่น เป็นที่ๆ ผมพบกับเพชรพระอุมาเป็นครั้งแรก
ซึ่งทำให้ความเหงาของผมจะค่อยๆ จางไป

ในวันศุกร์คาบวิชามนุษย์กับการดำรงชีวิต (อะไรประมาณนี้)
เป็นยามบ่ายที่น่าเบื่อและทุกคนก็อยากกลับบ้านกัน
บางคนตะโกนบอกให้อาจารย์ปล่อยเร็วๆ เพราะจะรีบกลับบ้าน เพราะบ้านอยู่ต่างจังหวัด
อาจารย์ก็รู้ทัน ตอบกลับมาว่า อยู่ต่างจังหวัด จังหวัดนนท์แค่นี้
บางคนอยู่ต่างจังหวัดจริงครับ จะต้องนั่งรถตู้ต่อไปหรือยังไงผมก็ไม่ทราบ
แต่กรุงเทพกับนนทบุรีนี่ ห่างกันแค่ไม่กี่คืบเองนะครับ ฮ่าๆ
ผมไม่ชอบหรอกนะครับ เวลาที่ทุกคนแยกย้ายกันหลังอาจารย์สอนเสร็จ
ใจมันหวิวนะครับ โดยเฉพาะวันศุกร์ กว่าจะได้เจอเพื่อนอีกก็วันจันทร์


จะว่าไปแล้วแม่บ้านที่นั่นเก่งใช่ย่อยนะครับ
พวกป้าๆ ที่สวมเสื้อสีเหลืองแกมเขียว (มั้งครับ)
ด้านหลังจะมีอักษรของบริษัทที่สังกัดติดไว้ว่า
Ray
นักศึกษาเรียกป้าเรย์กันทั้งนั้น
แล้วไอ้ที่วิกิไร้สาระนุกรมเอาไปลงว่าป้าแกทำงานบ้านทุกอย่างยันทำคอม
อันนี้จริงนะครับ
เปิดรออาจารย์ไว้ก่อนมาสอนเลยครับ
ส่วนป้าเรย์ที่เจ๋ง จะแก้คอมได้บางส่วนนะครับ
สมัยนั้นคอมในห้องเรียนเกือบทุกห้องติดไวรัสครับ เป็นเรื่องปกติ

จะว่าไปแล้ว... อยู่ที่นั่นสิ่งที่ทำให้ผมได้รู้อะไรมากมายก็คือเพื่อนนั่นแหละครับ
แม้ว่าตอนนี้ห่างเหินกันไปไม่รู้ว่าเขาจะคิดแบบไหน
แต่พวกเขาก็ยังอยู่ในความทรงจำผมเสมอครับ

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ผมเล่าถึงพวกเขาดีกว่าครับ

คนแรกครับ
คนนี้ออกจะดูเหมือนคุณหนูที่มาจากตระกูลดีครับ
มีพี่ชายเรียนที่นั่น หน้าตาหล่อเหลา
ผมค่อนข้างหมั่นไส้นะครับ
คนนี้กล้าแสดงออกนะครับ
แต่ไม่กล้ากระโดดถีบผม
ลูกผู้ชายเหมือนกันครับ ไม่ถีบคนที่ตัวเล็กกว่าอย่างผม
ซึ่งต่างจากผมที่กระโดดตวัดเท้าอีท่าไหนก็ไม่รู้ทำเอาเพื่อนคนนี้เสื้อเปื้อนเลยครับ
คนนี้เป็นคนที่ผมแซวอะไรแสบๆ ใส่แล้วไม่เคยโกรธผมเลยครับ
แต่ถึงจะโกรธ ผมก็ไม่รู้อยู่ดี

ส่วนคนที่สอง
จะชอบอยู่กับคนแรกครับ
ไปไหนมาไหนจะไปเหมือนคู่หูเพื่อนคนแรกที่ผมกล่าวถึงตลอด
หน้าตาตี๋มากครับ แต่เป็นคนใต้
ผิวขาวมาก ใครๆ มักทักว่าเป็นเด็กเหนือ
เพื่อนๆ ชอบแซวว่าหน้าตาเหมือนคนไม่ตื่นครับ
แต่ผมว่านะ ตื่นไม่ตื่นก็ทำตาแบบนั้น
เพื่อนคนนี้บอกว่า อาจารย์สิริลักษณ์น่ารักครับ
ที่น่ารักก็เพราะอาจารย์ใจดีแล้วก็น่ารักจริงๆ ด้วยนั่นแหละครับ
ตั้งแต่ที่ผมเรียนที่นั่น อาจารย์ภาษาอังกฤษที่ใจดีก็อาจารย์สิริลักษณ์นี่แหละครับ

ส่วนเพื่อนคนที่สามที่ผมจะกล่าวถึง
เป็นคนสระบุรี (มั้ง) ครับ
แต่มาอยู่กรุงเทพ จบทหารช่าง
อาจารย์ดูหน้าบอกว่า เพื่อนคนนี้เป็นคนใต้แน่นอน
ตาโต คมเข้ม ยิ่งไว้หนวดด้วยแล้ว ยิ่งเหมือนครับ
หลายคนมักเข้าใจว่าเพื่อนที่ผมกล่าวถึงคนที่สามนี้เป็นคนใต้
และมักเข้าใจว่าเพื่อนคนที่ผมกล่าวถึงคนที่สองเป็นเด็กเหนือ
เพื่อนคนที่สามนี่ ชอบการ์ตูนครับ
ผมชอบไปซื้อหนังสือการ์ตูนกับเพื่อนคนนี้ที่สุดครับ
แม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาเทอมเดียว แต่ก็เป็นความทรงจำที่ดีครับ

มาถึงเพื่อนคนที่สี่
คนนี้จอมหนีเชียร์ครับ
ผมก็หนีเชียร์เหมือนกัน แต่ไม่เก่งเท่าเขา
คนนี้มีเรื่องมาเล่าให้ฟังประจำแหละครับ
เช่นว่า เจอฝนให้เดินกลางฝน อย่าวิ่ง เดี๋ยวมันเปียกมาก
วันนั้นหมอนี่เดินท่ามกลางสายฝนครับ เพื่อนทุกคนวิ่งหลบฝนกันหมด
เรื่องราวตอนนั้นน่าจะเกิดขึ้นที่ตึกเจ็ดครับ

แล้วเวลาที่อาจารย์สอนคอมนะครับ
จะวิ่งมานั่งคู่ผมตลอด
ผมอยากหนี แต่หนีไม่ได้ครับ
การเรียนค่อนข้างอ่อนหน่อยครับ
เวลาอาจารย์สอนคอมไม่เคยฟังครับ ถามผมตลอด
ช่วงเวลาที่อาจารย์สอนก็เปิดเพลงหมีแพนด้าให้ผมฟัง
สลับกับเปิดคลิปวิดีโอซุปเปอร์จูเนียร์ที่ถ่ายกล้องมือถือจากทีวีมาให้ผมดู
ปีนั้นโซยอนชีแดเดบิวต์แล้วครับ แต่ผมยังไม่รู้จัก

เพื่อนคนนี้เป็นคนดีครับ
ผมท้าแข่งฉี่ว่าใครดังกว่า หมอนี่เก่งกว่าผมเยอะ
เห็นงี้นะครับ นักกีฬาเทนนิสตัวจังหวัด
พอลงสนามแล้ว ผมกลัวเลยครับ
เคยไปตีเทนนิสกับเพื่อนคนนี้ครั้ง
ผมตีลูกควักกะปิออกนอกตาข่ายไปเลยครับ
ดันเล่นเก่งนัก

เพื่อนคนที่ห้า
คือเพื่อนคนที่แซวคนที่สี่ว่า
“มึงไม่มีอะไรจะทำเหรอวะ”
ตอนที่เพื่อนคนที่สี่ที่ผมกล่าวมาเอากล่องนมโฟรโมสต์มาฉีกเปลือกข้างนอกออกหมดครับ
แล้วมาเขียนว่า นม
DPU กล่าวคือนมที่ผลิตโดยมหาลัยนั่นเอง
แต่จริงๆ แล้วไม่มีนะครับ
ถ่ายคลิปออกมาจนผมเชื่อเลยครับ
เพื่อนคนที่ห้ายังถามผมเลยว่า
“มึงเชื่อด้วยเหรอ?”
ผมก็ได้แต่งง เพราะเชื่อไปแล้วครับ

ส่วนเพื่อนคนที่หก คนสุดท้ายที่ผมจะกล่าวถึง
เป็นคนที่ฉลาดที่สุดครับ
เตะบอลเก่ง และได้ทุนนักกีฬา
ดัดฟันด้วยนะครับ
บ้านอยู่ลพบุรี
เคยชวนผมไปกินข้าวแกงที่บ้านด้วย
คนนี้เป็นคนที่ช่วยทำตารางสอนให้ผมครับ
ตอนนั้นผมย้ายคณะ สติแทบแตก ทำตารางสอนเองยังไม่ได้เลยครับ
ถ้าไม่ได้คนนี้ช่วยผมแย่แน่
วันนั้นเพื่อนผมไม่ได้ไปซ้อมบอลเลย
คนนี้แหละครับที่ดีกับผมที่สุดสมัยที่ผมเรียนที่นั่น

อย่างน้อยหนึ่งปี ผมก็ยังเจออะไรดีๆ ที่นั่นนะครับ

อีกหนึ่งปี...
ผมต้องเสียเวลาเรียนปีที่ห้า เพราะ เอฟ ครับ
และ เอฟ ก็คือชื่อพระเอกเรื่องแรกที่ผมเขียนในปีนั้น
และผลงานไม่ผ่านการพิจารณาครับ

จะว่าไปปีนั้นผมเหงานะครับ
เหงามาก
แต่เพื่อนที่ผมประทับใจตอนนั้น
เป็นคนน่านครับ
เป็นคนที่ทำงานกลุ่มวิชาพระธรรมนูญศาลยุติธรรมกับผมสองคนแก้เอฟ
แต่นั่นแหละครับ ผมประทับใจมันฝ่ายเดียว มั้งครับ ฮ่าๆ
ตอนปีหนึ่ง คนนี้แหละครับ
บอกให้เพื่อนจอดรถแล้วรับผมไปที่คณะ
ตอนนั้นผมไม่มีแม้กระทั่งรถจักรยาน ใช้เดินเอาครับ
สรุปว่า หลังผมส่งนิยายไป ผมแก้เอฟอีกตัวเดียวจึงจบครับ
จบวิชาตั๋วเงิน อาจารย์อุดม
ส่วนวิชาที่ผมชอบที่สุดคือกฎหมายมหาชนของอาจารย์ไผ่ครับ
โดยเฉพาะการแก้เอฟซัมเมอร์
เป็นซัมเมอร์ที่ดีที่สุดในชีวิตผมครับ

ส่วนอีกหนึ่งปี...
มันแย่ที่สุดสำหรับผมครับ
ผมอยู่ในที่ๆ ผมไม่อยากจะกล่าวถึงเลย
แต่พอย้ายหอมาใหม่ การเป็นอยู่ถึงดีขึ้น
ยังมีเวลาที่จะมองภูเขาเปลี่ยนสีไกลๆ
เป็นปีที่ผมเห็นความแย่มากของตัวเองได้อย่างชัดเจนครับ

แต่สำหรับปีนี้
นอกจากผมกล้าขึ้นมานิดหนึ่งแล้ว
ในความทรงจำยังมีคนที่ทำให้ผมคิดถึงเพิ่มขึ้นมาอีกคนหนึ่งครับ
ตั้งแต่วันที่ สิบเจ็ด สิงหา ปีแล้ว
ผมก็มีคนๆ นี้อยู่ในห้วงคิดตลอด
อธิบายไม่ถูกนะครับ...
แต่ผมก็ชอบนะครับ ในบางส่วนของความทรงจำที่ดีช่วงนั้น

จะว่าไปการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทุกชั่วขณะ
ไอ้การที่ผมจั่วหัวเรื่องที่ผมจะเขียนนั้น
มันก็กลายเป็นอดีตไปเสียแล้ว

วันนี้ผมตั้งใจจะเลี้ยงข้าวน้องผม
แม่มันจะดื้อและมีความเห็นต่างกับผมอย่างสุดขั้ว
แต่ผมก็ระลึกถึงวันที่น้องผมแบ่งขนมให้ผมกินเสมอแหละครับ

ไม่ว่าเวลาผ่านไปแค่ไหน
ผมก็รู้สึกติดหนี้น้องผมเสมอ
และรอว่าวันหนึ่ง ผมจะได้ไม่ต้องเลี้ยงข้าวน้องผมเสียที ฮ่าๆ (ให้น้องเลี้ยงกลับ)


วัยเยาว์ไม่กลับมาอีกแล้วครับ
แต่จะอยู่ในความทรงจำเสมอ
และตราบใดที่ผมยังเขียนอะไรพวกนี้อยู่
ผมจะพยายามคุ้ยมันขึ้นมาให้มากที่สุดครับ

ผมรู้สึกนะครับ
ว่าแย่กว่าเด็กรุ่นน้องไปมากโข

แต่วันนั้น
วันที่ผมกลับไปที่ห้องนอนแม่ผม
อ่านเฟรนด์ชิฟที่น้องผมมีในสมัยที่เรียน ม.ต้น
ผมเขียนสิ่งที่ผมมุ่งหวังไว้ที่นั่น

และผมก็ดีใจครับ
ที่เกือบสิบปีมาแล้ว
ทุกอย่างที่ผมเขียนเปลี่ยนไปหมด
ทั้งเพลง และผู้คน
แต่มีสิ่งเดียวที่ผมไม่เคยเปลี่ยนมันเลยครับ

ความใฝ่ฝันของผม




Create Date : 24 พฤษภาคม 2557
Last Update : 24 พฤษภาคม 2557 10:14:25 น.
Counter : 593 Pageviews.

3 comments
  


อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณคิมหันต์ เช้านี้รับกาแฟ ไข่ลวก ขนมปัง สักหน่อยไหมค่ะ มีความสุขกับการทำงานในวันนี้น๊า
โดย: KeRiDa วันที่: 4 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:24:33 น.
  
สวัสดียามเช้าค่ะ คุณคิมหันต์ แวะเข้ามาทักทาย มีความสุขกับการทำงานในวันนี้นะค่ะ
โดย: KeRiDa วันที่: 18 พฤศจิกายน 2557 เวลา:8:00:41 น.
  
สวัสดียามเช้าค่ะ คุณคิมหันต์ แวะมาทักทายกันเช่นเคยนะค่ะ ช่วงนี้อากาศที่เชียงใหม่ตอนเช้ามืดจะเย็น แต่พอสายหน่อยแดดเริ่มออกจะร้อนมาก ไม่รู้หน้าหนาวยังไง งง ...ค่ะ.
โดย: KeRiDa วันที่: 20 พฤศจิกายน 2557 เวลา:9:20:57 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

คิมหันต์วิษุวัต
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]