OBSERVATION
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
10 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 
เมื่อฉันเป็นโรคซึมเศร้า



ชั้นกลายเป็นโรคซึมเศร้าไปเสียแล้ว 
ไม่คิดเลย ว่าจะเป็น 
ชั้นอยู่บนความคาดหวัง
ทั้งตัวชั้นเอง 
และครอบครัว 
ชั้นทำอะไร ให้มันสุดๆ ไปเลย 

ชั้น ไม่ได้อยากที่จะมาใช้ทุนที่นี่ตั้งแต่แรก 
แต่ด้วยความจำเป็น 

ชั้นเข้ากับที่นี่ไม่ได้ แต่ชั้นก็อดทน 
เพราะคงไม่มีอะไรหนักเท่าตอนที่เรียนอีกแล้ว

สภาพจิตใจ มันต้องทนกับความเครียด 
และความเหนื่อยล้ามามาก

จนชั้น กลายเป็นคนขี้หงุดหงิด 
ชั้นไม่ชอบที่นี่เอามากๆ 
ชั้นเป็นคนอดทน 
ชั้นต้องทำได้ ในทุกๆ เรื่อง 

ชั้นก็ เหมือนอยู่ตัวคนเดียว 
บรรยากาศ รพช ที่แห้งแล้ง 
ตอนเย็นทุกคนกลับบ้านกันหมด 

ชั้นต้องทนทุกข์ อยู่ที่นี่ตามลำพัง 
บรรยากาศ หน้าฝนก็เศร้าๆ เหงาๆ 
ชั้นเป็นคนที่เกร่ง
อยู่คนเดียวก็ได้ 
เวลาว่างๆ ส่วนมากก็ ใช้ไปกับการนอน  

เครียดก็กิน 
ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเหมือนแต่ก่อน 
การดูแลตัวเองน้อยลง 
นอนดึก ตื่นสาย ข้าวเช้าไม่ได้กิน 

กลางวัน หงุดหงิด หิว 
เบื่อๆ ไม่อยากทำงาน งานหนัก ตรวจคนไข้เยอะ 
เพื่อนๆ ลาเยอะ คนทะเลาะกัน 
มันเบื่อ มันเซ็งไปหมด 

ก็ มีไปวิ่งบ้าง 
แต่ก็ ทำตามหน้าที่ จิตใจไม่เบิกบาน 
ตื่น ก็ ต้องมาทำงานให้ตรงเวลา 

เวลามีปัญหาก็ไม่รู้จะไปบอกใคร 
เพราะว่า แทบไม่มีอำนาจอะไร 
ในการปรับเปลี่ยนระบบเลย 
ไม่มีใครมาฟังเหตุผล หมอเล็กๆ อย่างเรา 

ไม่มีเพื่อนเม้าท์ หรือให้ปรับทุกได้เดี๋ยวนี้ ทันที 
ต้องรอเพื่อนว่าง เพื่อนเข้าเวร 
เลย live facebook บ้าง 
ไม่กล้าโทรไปปรึกษา 

กับครอบครัว ก็ ไม่อยากให้รับรู้มาก 
เดี่ยวพ่อแม่เป็นห่วง 
เพราะว่าพวกที่บ้าน เยอะ 55 
เป็นห่วงเยอะ

จนวันหนึ่ง มันค่อยๆ ระเบิดออกมา 
อย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ 
ต้องระบายออกโดยการ ทำลายข้าวของ 
ทำร้ายตัวเอง 
มือที่ทุบโต๊ะ ก็เจ็บ เป็นแผลเล็กๆ ที่ถูกกระจก 

ข้าวของพังเสียหาย 
มันเกิดขึ้นเร็วมาก
จนชั้น รู้สึกไม่โอเครกับตัวเอง 

นี่ชั้นเป็นอะไรไป 
ชั้นถามกับตัวเองว่า 
วันที่ชั้นอยู่เวรติดๆ 
ชั้น เหนื่อย เครียดมากไหม 
บางครั้ง ก็ไม่ แต่มันคงสะสม และเป็นจิตใต้สำนึก 

ชั้นคิดว่า ชั้นคงต้องลาออก 
หรือย้ายที่ทำงาน 
ที่ติดอยู่ที่นี่ เพราะ ต้องใช้ทุน 
ความสำเร็จที่ผูกมัดตัวเราไว้ 
ไม่ให้ไปไหน 

ในเวลานั้น ชั้นทุกข์มาก ไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร 
มึนไปหมด 
ผอ ก็ เรียกพบ แต่ตัดสินใจไม่ได้ 
เลยกลับบ้าน และลาพัก 1 วัน 

รู้สึกเหมือน เค้าไม่ต้องการชั้น 
เหมือนชั้น ทำให้โรงพยาบาลขายหน้า 
ก็เหมือนไล่ออก แต่เค้าบอกชั้นต้องลาออกก่อน 

ตอนแรก ชั้นก็ปรึกษาเพื่อน
ปรึกษาพยาบาลจิตเวชที่โรงพยาบาล 
ทำแบบทดสอบ แต่ไม่ได้รักษา จริงจัง 

ที่จริง ชั้นคิดว่า อารมชั้นคงเปลี่ยน 
เพราะว่า เป็น อินเทิร์น มาหลายปี 
ไม่ใช่ นศพ หน่อมเน้ม 
มันก็ต้องดุกันบ้าง 
แต่ไอปาชาร์ตลงพื้น ชั้นว่า มันไม่โอเคแล้ว 


ไปหาหมอจิตเวช ต้องกินยา sertraline 
ชั้นเป็นโรคซึมเศร้าไปแล้วจริงๆ 
ทีแรกก็ สงสัย เพราะว่าตัวเอง 
มีความคิดอยากฆ่าตัวตาย แต่ไม่แรง 
ยังไม่เคยทำ

ประเมิน 9Q ได้ 15 คะแนน 
คือซึมเศร้าปานกลาง
คิดว่า หาอะไรทำก็คงหาย
ไปเที่ยว หาอะไรทำให้ บันเทิงใจ 
แต่ พอมันมีสิ่งเร้า สิ่งกระตุ้น 
ชั้นอยากหลีกมัน 
แต่ความรับผิดชอบ บอกว่า 
เราต้องเผชิญหน้ากับมัน 

ทุกครั้งที่อยู่เวร คือความกลัวที่จะไประเบิดอารมณ์ใส่ใคร 
กลัวที่สุดคือคนไข้ 
เพราะหมอ จะต้องไม่ทำอันตรายคนไข้ อยู่แล้ว แน่นอนที่สุด 

จนได้มากินยา รักษา ทำความเข้าใจกับตัวโรคนี้ 
ความคิดที่ออกจากปัญหาไม่ได้ 
ความรู้สึกผิดที่ตนเองทำ
ความรู้สึกเจ็บป่วยทางใจ
มันไม่อยากจะเป็นภาระของใคร 
ความคิดซ้ำๆ วนเวียนอยู่ 

จนคืนนั้น ได้กลับไปบ้าน 
ไปหาหมอกับแม่ ที่คลินิคจิตเวช 
มันเป็นความกลัวว่า เราป่วยจริงหรอ
หรือจะ กลับไปลองรักษาเองไหม ไม่ต้องกินยา 
หรือ เป็นแล้ว เราจะมีความน่าเชื่อถืออยู่ไหม 

หลังจากกินยา ก็นิ่งขึ้น 
สมาธิเพิ่มขึ้น 
เหมือนจะอารมดีขึ้นด้วย 

แต่มีผลข้างเคียงคือ 
คลื่นไส้อาเจียน 
นอนไม่ค่อยหลับ 
ใจสั้น 
ถือว่าเราตอบสนองต่อยาได้ดี 

ตอนเช้า ตื่นเช้ามากขึ้น ไม่งัวเงีย 
แต่ความคิดที่จะออกไปพบปะสังคม ยังไม่ค่อยกล้า 
ตอนนี้ ใช้ผ้าปิดปาก ปิดยังความรู้สึกอยู่ 
ปิดแล้วรู้สึก ปลอดภัย 

ยิ่งนอนดึก ยิ่งฟุ่งซ่าน กว่าจะหลับ 
มันเลยเวลา 

สมรรถภาพทางเพศลดลงด้วย 55
เพราะว่า ไม่ค่อยตอบสนองต่อสิ่งเร้า

มันคือจุดเปลี่ยนที่สำคัญในชีวิต 
วันจันทร์ วันนั้น ที่รู้สึกว่า ชีวิตเราไม่โอสุดๆ
มันซังกะตาย 
ต้องการนอนตลอดเวลา 
สุดท้าย มันก็ ระเบิดออกมา 

การที่มองไปทางไหนแล้วเห็นโอกาส
ในการฆ่าตัวตายได้ ก็คิดไป 

เช่นขับรถชน 
ผูกคอตาย 
ฉีดยาเข้าเส้น 
ตัดเส้นเลือดแดงใหญ่ 
กระโดดตึก 
ถ้าไม่มีสติ มันคงไปแล้ว 
แต่ว่า กลัวคนข้างหลัง 
และเรายังกลัวตายอยู่ 

มีหลายคน บอกให้ทำอย่างนั้น อย่างนี้
สมาธิ
ไปวิ่ง ไปดุหนัง 
เราก็ ทำแล้ว ทำมาหมดแล้ว แต่ว่ามันไม่ช่วย
เรารู้นะว่าต้องหาทางออกอย่างไร 
แบบที่เราแนะนำผู้ป่วย 

ตอนนี้มาป่วยซะเอง 
เข้าใจขึ้นเยอะเลย 

ตอนนี้ได้กินยา ตืนเช้าขึ้น ได้ฟังเสียงนก
ก้ ดี ได้มานั้ง ทำสมาธิก่อนทำงาน 
เป็นอะไรที่ไม่ได้เกิดขึ้นมานานแล้ว 

เมื่อก่อน เห็นฟ้ามืดครึ้ม 
ตอนเย็นๆ เวลาฝนจะตกก็เศร้าแล้ว 
เห็นอะไรสีเทาๆ ก็เศร้า
ยิ่งมาตอนช่วงในหลวง สวรรคคตอีก 
ยิ่งไปกันใหญ่เลย 

กลัวคนไม่เข้าใจ 
กลัวคนไม่เชื่อว่าเป็น 
ภายนอกก็ อยากทำให้มันร่าเริงนะ 
เมื่อก่อนเราเป็นคนร่าเริง 
เป็นคนแต่งตัว 
ด้วยความที่เรา มาอยู่ที่นี่ ประหยัด 
ใส่เสื้อผ้าเดิมๆ กินข้าวร้านเดิมๆ 


อ่านไดอารี ของคนที่เป็นซึมเศร้า เค้าบอกว่า 
ให้นอนเร็ว ตื่นเช้า มาแต่งตัว
ฉีดน้ำหอม ใส่เสื้อผ้าใหม่ๆ 

ทำแล้วให้นึกถึงตอนเป็น intern ใหม่ๆ 
ตอนที่ยังไม่มาที่นี่ 
ที่มีความสุขกับชีวิตการใช้เงิน 
ภาระไม่ต้องมาก 
ซื้อน้ำหอม และเครื่องสำอางค์ 
ตอนนี้ ก็เอาน้ำหอมที่เก็บๆไว้มาใช้ มันรู้สึกดีนะ 

อยากเร่งวัน เร่งคืนเร็วๆ 
ให้ได้กินยา เช้า เย็น 
อยากให้เช้าเร็วๆ อยากให้เย็นเร็ว 
อยากนอน เพราะเวลานอน จะลืมหมดทุกสิ่ง 
ตื่นมา วงจรของการคิดมาก ที่หยุดไม่ได้ 
ความเศร้าลอยเข้ามาอีกแล้ว 

ขับรถก็ มีสมาธิมากขึ้น 
แต่ขับช้า 55 
ขับ 60 เรื่อยๆ 
แต่นิ่มมากนะ ลองมานั่งรถที่เราขับก็ได้ 

วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะ 








Create Date : 10 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2559 14:58:51 น. 0 comments
Counter : 352 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สมาชิกหมายเลข 3257619
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 3257619's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.