space
space
space
 
เมษายน 2559
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
space
space
26 เมษายน 2559
space
space
space

Center เปรียว..(.ตอน 2 ใสๆในป่าดง)
Center เปรียว…(ตอน 2 ใสๆในป่าดง
เขียนโดย : คุณยายวรนาถ


บริเวณลานกว้างหน้าโรงเรียนเสนารักษ์ กรมแพทย์ฯ คลาคร่ำไปด้วยทหารพรานหญิงที่ผ่านการคัดเลือกทั้งหมด 60 นาย บรรดาผู้ปกครอง ญาติ หรือใครบางคนอาจมีคนรักมาส่งด้วย ก้อไม่ทราบได้ ไม่รู้ว่าใครต่อใคร วุ่นวายโกลาหล บรรดาทหารพรานหญิงทั้งหลายแต่งชุดวอร์มสีดำ... ทั้งหมดถูกเรียกรวมพลแยกออกมาจากบรรดาญาติๆเรียบร้อย ทุกๆคนเมื่อมาอยู่ในชุดดำแล้วช่างน่ารักน่าชังตัดกับผิวขาวสะอาดสะอ้านน่ามองยิ่งนัก ทุกนายแถวเรียบร้อย แต่ยังอ้อนแอ้นอรชรอยู่ เพราะยังไม่ได้รับการฝึกระเบียบวินัย แต่ทั้งหมดก้อพยายามที่จะเป็นระเบียบที่สุดเท่าที่จะทำได้...


ผู้หมวดคนสวยผิวขาวสะอาดแต่งเครื่องแบบทหารพรานสีดำเต็มยศสวมรองเท้าคอมแบท หุ่นน่าอิจฉามาก แถมมีดาวอยู่บนบ่าตั้ง 2 ดวง เธอเดินเชิดด้วยท่าทางสง่างามน่ามองยิ่งนัก แต่ที่น่าทึ่งเสียงของเธอเฉียบขาดมาก เธอคือหัวหน้าของพวกเราค่ะ ผู้บังคับหมวดทหารพรานหญิงหมวดที่ 5 กองกำลังทหารพรานกองทัพบก

อ้อ...ต่อไปนี้พวกเราก้อคือ ทหารพรานหญิงหมวด 5 กองกำลังทหารพรานกองทัพบก กรุงเทพมหานครค่ะ ผู้บังคับหมวดคนสวยเสียงดุคนนั้นคือ ผู้หมวดพรรณพิไลค่ะ ท่าทางจะดุชมัดยาดเลยเชียวแหละ และรองผู้บังคับหมวดดูท่าทางใจดี 2 ท่าน คือ จ่าแบ็ท กับ จ่าแป่ด 2 จ่าท่าทางเป็นมิตร รวม 3 ท่านนี้จะเดินทางไปเผชิญชีวิตกับพวกเรา
“ส่งเราไปชายแดนไหนวะ?”
“ไม่สนอ่ะ ว่าแต่ที่นั่นทหารชายน่าตาดีป่ะ”
“จะโดนไรบ้างฟระ?”
“คิดถูกคิดผิดเป่านี่? “
“กลับบ้านดีก่าม๊ะ?”

“ชักปอด!”
และ และ และ มากมายต่างคิดไปต่างๆนาๆ
“เฮ้ย นาว...แกกัวเป่า?” เจ้าเอ่ดตั้งแต่มันรู้จักมะนาว มันก้อติดมะนาวแจไม่ห่าง
“ไม่อ่ะ เดินหน้าแระ ไม่ถอยหลัง ลุยหว่ะ” มะนาวเริ่มชินกะเอ่ด
“งี้ซิ! มันถึงน่าจะเป็นทหาร”
“แกล่ะ? เอ่ด”
“ชินหว่ะ! แต่อยากรู้ว่าจะส่งไปฝึกชายแดนไหนแค่นั้นเอง” เอ่ดยักไหล่สไตล์เดิม
“ผู้หมวดพรรณพิไลท่าทางดุหว่ะ”
“จ่าแบ๊ทกับจ่าแป่ด ท่าทางพอคุยได้” เจ้าเอ่ดวิเคราะห์
“เห็นบอกว่าเค้าจะไปร่วมทุกข์ร่วมสุขกะพวกเรารึ?” มะนาวพูดไปเรื่อย
“ร่วมทุกข์มากกว่าหว่ะ สุขไม่มีร๊อก!”


บทสนทนาสิ้นสุดลงเพียงแค่นั้น ทั้งหมดถูกต้อนขึ้นรถบัสทหารพร้อมสัมภาระที่เอามาทุกอย่าง ถามว่าไปไหนนะหรือ? ไม่รู้เหมือนกันไม่มีใครบอก รู้แต่ว่านอกจากจ่าพลขับที่เป็นผู้ชายกับพลทหารชายอีก 2 นายไปคุมรถด้วย นอกนั้นสาวๆทั้งนั้น 60 นาง พร้อมด้วยผู้คุมอีก 3 นาง รถบัสคันนี้ดูสดใสขึ้นทันตาเห็นจริงๆค่ะ


7 โมงตรงเป๊ะ ล้อหมุนแล้วนะ ออกจากกรุงเทพแล้ววว จุดหมายไม่ทราบค๊าบบบบ อาจจะเป็นชายแดนเขมรก้อด้ายยยยม้างงงง
“ชั้นว่าไปปราจีนหว่ะ”
“ชั้นว่าสระแก้ว”
“หรือจะเป็นค่ายปักฯ”
“เดี๋ยวก้อรู้”


รถแล่นไปทางฉะเชิงเทราผ่าน แม่น้ำบางปะกง มุ่งสู่เขากบินทร์บุรี มะนาวมองวิวข้างๆทางอย่างเพลิดเพลินเจริญใจ นานๆออกจากบ้านที โลกนี้มันมีอะไรเยอะแยะน่าค้นหาเสียจริงๆ รถกะลังไต่เขาอยู่ดีๆก้อหยุดกึกเบรคดังเอี่ยดเสียงดัง หัวมะนาวแทบโขกกับเบาะข้างหน้า


“หยุดดดด! จะไปไหนกัน” เสียงเอะอะอยู่หน้ารถ จากนั้นก้อปรากฏชายชุดดำผิวสีทมิฬตาสีเหล็กโดดขึ้นมาบนรถ มองพวกเราทั้งหมดอย่างไม่เป็นมิตร
“อะไร?”
“เกิดไรขึ้น?”
“โจรปล้นรถทัวร์รึ?”
“ใครว่าเราเป็นโจรปล้นรถทัวร์ฮึ?” สามสี่คนตรงนั้นชี้มือไปที่พี่ลำดวน
“โห! ป้า เราออกจะหน้าตาดีเรียกเป็นโจรปล้นรถทัวร์เชียวรึ?”
พี่ลำดวนยิ้มแหยๆเห็นเหงือก


“งั้นทั้งหมดลงจากรถได้แล้ว....พวกเรามารอรับตั้งแต่ตีห้าโน่น”
“มาทำไรฟระ ตีห้า” มีเสียงสงสัยเบาๆมะรุว่าเสียงใคร
“อ้าวววป้า...เอากะละมังมาด้วยรึ?”
“เอ่ดว่าแล้ว กะละมังป้าลำดวนมีปัญหาแระ…”
“มายุ่งอะไรกับกะละมังชั้นหว่า”
“ชั้นจะเอามามันก้อเรื่องของชั้น เลิกเรียกชั้นว่าป้าซะที ยังไม่แก่สักหน่อย” ป้าลำดวนบ่นอุบอิบ


เผลอแผล็บเดียวพวกเราทั้งหมดก้อลงจากรถพร้อมสัมภาระเรียบร้อย มีทหารพรานจำนวนหนึ่งมารับพวกเราและชี้บอกพวกเราว่า
“โน่นนนครับที่หมายคุณหนูทั้งหลายย นี่ตีนเขาต้องข้ามเขาไปอีก 2 ลูก ถึงจะถึงสถานที่ฝึก พวกเรามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“พูดจริงพูดเล่นฟระ”
“เดินจากนี่เลยรึ....แม่เจ้า!”
“จะถึงตายมั๊ยนี่?”
“ตรูเพิ่งสรุปได้ว่าตรูคิดผิด!” เสียงปลงชีวิต...


“เอ้าตั้งแถวครับ แล้วเดินขึ้นเขาทีละแถวครับ ให้ไว ให้ไว นับ 1 ถึง 5 สัมภาระเรียบร้อย”
เจอเข้าแล้วตั้งแต่ด่านแรก เดินขึ้นเขาเพื่อไปสถานที่ฝึก ดีนะที่เอกสารบอกว่าให้ทุกคนแบกเป้ดำให้เหมือนกันหมด จำกัดจำนวนเสื้อผ้าถุงเท้า แต่บางคนดันไม่เชื่อหอบอย่างอื่นนอกเหนือจากที่กำหนดมาด้วย เป้จึงดูหนักกว่าคนอื่นเขา
“แกเอาไรมานักหนา ดูเป้แกใหญ่มาก”
“ชุดนอน ชุดชั้นใน ชุดออกงาน ชุดลำลอง ชุดสวย”
“แกเยอะหว่ะ”
“อย่าพูดได้มั๊ย? เออออรู้...ตรูหนักโว้ยยย”


ไต่เขาไปเรื่อยๆ สองข้างทางมีแต่ป่า เด็กต่างจังหวัดความอดทนสูงไม่มีบ่น กลับเริ่มสนุกสนานแม้เม็ดเหงื่อจะเริ่มผุดขึ้นเต็มหน้าเต็มตัว ประกอบกับกับอากาศช่วงเดือนเมษายนที่ร้อนจัด ส่วนเด็กภาคกลางไม่ค่อยทนเท่าไหร่ เดินไปก้อบ่นไป จากหน้าขาวๆก้อกลายเป็นหน้าแดง บางคนถึงกับขาวซีด ทำท่าเป็นลมก้อหลายครั้ง แต่ไม่มีใครสนใจใคร ใครขนอะไรมาก้อต้องแบกไป ป้าลำดวนสู้ยิบตา แบกกาละมังขึ้นเขาไม่มีบ่นสักคำ หลายต่อหลายคนถามอยู่ได้คำถามเดียว ป้าเอากาละมังมาทำไม....ไม่ตอบแล้วโว้ยยย ...ไม่ยืมตรูบ้างก้อให้มันรู้ไป...ป้ากัดฟันขนทรัพย์สมบัติที่เอามาจนถึงที่หมายจนได้ 555 เยี่ยมมากกก!....


ที่หมายไม่ใช่ปีนเขาสองลูกหรอก พวกเราถูกครูฝึกหลอกให้ตกใจเล่น แคปืนลูกเดียวก้อถึงแระเพียงแต่สถานที่ฝึกอยู่บนยอดเขาแค่นั้นเอง กว่าจะถึงที่หมายนึกเหม็นขี้หน้า โจรปล้นรถทัวร์ ตะหงิด ตะหงิด ส่วนมะนาวกับเอ่ดก้อไม่ทิ้งกัน หอบหิ้วกันขึ้นมาจนได้และตอนนี้ก้อซี้ปึ่กกันไปเรียบร้อยแล้ว


“ปีนแค่นี้ไม่ไหว ก้อกลับบ้านไป ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ”
“ไม่ไหวก้อกลับไป!” เสียงขู่ตะคอกเสือกใสไล่ส่งตามมาเป็นระยะๆ
“กลับไป กลับไป” ตามมาไล่อีก (จะไล่ไรนักหนาฟระ!...)
ในที่สุดนางเสือดาวทั้ง 60 คน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นลูกแมวไปเรียบร้อยแล้ว ก้อดั้นด้นมาถึงที่หมายจนได้


บนยอดเขาแห่งนี้ ถูกดัดแปลงเป็นสถานที่ฝึกทหาร เป็นกองกำลังทหารพรานหน่วยหนึ่งซึ่งมีที่ตั้งแอบซ่อนอยู่ที่นี่ ลึกลับซับซ้อน เหมือนจำลองค่ายย่อยๆมาอยู่ที่นี่ นอกนั้นมีแต่ป่า ป่า ล้อมรอบ อย่าฝันไปเลยว่าจะมี dark tall and handsome ที่นี่ ฝันหวานไปเหอะแม่สาวน้อย....เทพบุตรชุดดำนะเร้อะ? มีแต่ในนิยายเท่านั้นแหละย่ะ!


แบ่งหมู่ แบ่งที่พัก เลือกหัวหน้าหมู่และรองหัวหน้าหมู่กันเรียบร้อย ทานข้าวเที่ยง เข้าที่พัก จัดที่หลับที่นอน อย่ามโนไปเลยว่าจะได้นอนแอร์เย็นฉ่ำ ก้อแค่นอนในกระท่อม ภายในจัดตกแต่งด้วยแคร่ไม้ไผ่ประมาณ 12 แคร่ 1 หมู่พอดี วางห่างกัน 2 แถวแถวละ 6 แคร่ มีช่องพอใส่เป้ได้เดินเข้าออกได้นิดหน่อย ปลายแคร่วางรองเท้าคอมแบทกะรองเท้าผ้าใบ อาจมีแตะบ้าง 1 คู่ ถ้าใครบังอาจวางรองเท้าส้นสูงด้วยอาจโดนทำโทษกันทั้งหมู่


“นี่รึ! ที่นอนของพวกเรา”
“แคร่ไม้ไผ่แข็งๆ ปูด้วยผ้าขาวไม่มีฟูกนี่นะรึ”
“โถ...ถัง! จะหลับลงมั๊ยเนี่ยะ?”
“เกิดมาไม่เคยนอนแบบนี้เลยหว่ะ”
“สับสนกับชีวิตจริงๆ”
“คิดถึงแม่!” มะนาวได้แต่คิด
“ร้อนนนนนน”
“พัดลมก้อไม่มีให้สักกะตัว”
“แต่ครูฝึกบอกว่า ที่นี่กลางคืนอากาศเย็นจัดนี่นา”
“จะบ่นทำไมว๊า ....มาฝึกทหารนะโว้ยยย....มะใช่มาพักผ่อนวันหยุด”
“เอออ....จริงด้วยยย!”


มะนาวถูกจัดให้อยู่หมู่ที่ ห้า มีเจ้าเอ่ดตามมาอยู่ด้วย อ้อแม่ดวงก้อมาแถมถูกเลือกจากพวกเราให้เป็นหัวหน้าหมู่แน่ะ ในหมู่มี 12 คน ทุกคนต้องเลือกบั่ดดี้(เพื่อนสนิท) เพราะอยู่ที่นี่ไปไหนห้ามไปคนเดียวต้องไปคู่....
เอ่ดรีบจับคู่กับมะนาว เจ้าเอ่ดมันทำทุกอย่างเพื่อจะได้เป็นบัดดี้กะมะนาว มะรุมันเป็นไรนักหนา......แต่เห็นมันบอกกับคัยต่อคัยว่าถูกชะตากะมะนาว


พี่หมัยเป็นรองหัวหน้า พี่หมัยตัวโตกว่าทุกคนในหมู่ ดูน่าจะปกป้องน้องๆในหมู่ได้ พี่หมัยเลยถูกเลือกไปโดยปริยาย และก้อเป็นบั่ดดี้กะแม่ดวงไปเรียบร้อย....นอกนั้นก้อมีแต่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ไม่เอาอ่าวเท่าไหร่ มีผู้ใหญ่สองคนประกบหน้าประกบหลังหน่ะดีแระ


จัดเวรกันเรียบร้อยผลัดละ 2 ชั่วโมง เข้าเวรพร้อมบั่ดดี้ เฝ้ากันคนละประตู ประตูหน้า กับประตูหลัง มะนาวเข้าเวรกะเอ่ดทีไร เอ่ดเลือกประตูหลังหลับยาวไปเรยยย ถ้าครูไม่มาตรวจก้อสบายไป แต่ถ้าตรวจเจอเมื่อไหร่ก้อโดนทำโทษคู่ หาว่าปล่อยให้บั่ดดี้หลับ มันไม่หลับเปล่าอะดิ่ ดันใส่ผ้าถุงมาเข้าเวรตอนดึกๆนี่ดิ่ เพลียใจจริงๆ กะมัน!
“เฮ้ย! เอ่ด เวลาเข้าเวรแกต้องแต่งเครื่องแบบนะโว้ยยย อย่างน้อยก้อเครื่องท่อน”
“เอออ เอออ บ่นอยู่ได้ รู้แล้วน่า!”
ถ้าเป็นสมัยเทคโนโลยีแบบนี้ด้วยนะ เจ้าเอ่ดคงถูกแชร์กันกระจายในโลกไซเบอร์ไปเรียบร้อยแระ ว่าแต่ในสมัยนั้นไม่มีแม้แต่โทรศัพท์มือถือ การติดต่อสื่อสารยากมาก มันจึงอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ 555


ป่าที่นี่กิ้งกือเยอะมาก ตัวใหญ่สีดำมะเมื่อม ขาเยอะๆ ไต่ยั้วเยี้ย บางทีอาจจะป็นบนเตียงของคุณ บางทีก้ออยู่ในรองเท้าคอมแบ็ท หรือรองเท้าผ้าใบ บางทีก้อชุดฝึก หรือเสื้อผ้า ก่อนใส่ต้องสลัด สลัด สลัด โกรธใครก้อจับไปใส่เตียงคนนั้น 555 นิสัยไม่ดี ตามประสาวัยรุ่น มันมาเดินยังกะเป็นถิ่นของมันงั้นแหละ แต่จริงๆแล้วเรานั่นแหละไปแย่งถิ่นของมัน


เด็กอิสานเห็นแล้วเฉยๆ จับมาโยนเล่นเป็นเรื่องสนุกสนาน แต่บางคนกรี๊ด กรี๊ด กรี๊ด ได้ยินแล้วปวดประสาทแทน มันกรี๊ดตั้งแต่ หนู แมงสาบ จิ้งจก ตุ๊กแก กิ้งกือ มันจะกรี๊ดไรนักหนาในเมื่อมันก้อรู้ว่าที่นี่มีหมดทุกอย่าง แถมตัวใหญ่กว่าและน่าขยะแขยงกว่าด้วย.....


“ทุกอย่างไม่กลัวร๊อก ขออย่างเดียวอย่ามีผีแล้วกันเนอะไอ้นาว” ไอ้เอ่ดปลุกกระแสเรื่องการกลัวผีให้บังเกิด
“เค้าว่าในค่ายทหารทุกค่ายหน่ะมีผี...แกเชื่อมั๊ย?”
“แล้วแกจะพูดเพื่อ?”
“เพื่อให้แกรู้ว่า ไม่แน่ในกระท่อมเราบางเตียงอาจจะเป็นของทหารบางคนที่เหยียบกับระเบิดตาย”
“แล้ว?”
“เออออเอออ ชั้นพูดเพื่อความสนุก แก! คิดมากก!”
“หลอนอะดิ่”
“ช่ายยย”
“ก้อเห็นพ่อเคยเล่าให้ฟัง”
“มีหลอนมากกว่านี้อีกนะแก ....แกฟังเป่า”
“ม่ายยยยย”
“ไม่แน่! บางคืนเราตื่นขึ้นมาตอนดึก อาจจะมีคนมายืนมองเราที่ปลายเตียงก้อด้ายยนะ!”
“แกหยุดเหอะ....ชั้นกลัวผีหว่ะ!” ขนแขนเริ่มลุกตามอารมณ์มัน
ไอ้เอ่ดหัวเราะ หึหึหึ สะใจ....เกมนี้มันได้แต้ม 555


แม่ดวงเป็นหัวหน้าที่ดี ก่อนนอนจะเดินไปดูน้องๆทุกคน ถามว่ามีใครป่วยมั๊ย มีปัญหาอะไรมั๊ย โฮมซิกส์หรือเปล่า แถมแนะนำให้พวกเราสวดมนต์อุทิศส่วนกุศลก่อนนอนทุกคืน พวกเราก้อส่งตัวแทนคือแม่ดวงไปสวดแทนพวกเราแล้วนี่นา ว่าแล้วก้อหัวเราะเอิ๊กอ๊ากๆ แม่ดวงก้อได้แต่ส่ายหน้า ระอาหัวใจกับน้องๆวัยใสในความปกครองของแก โดยมีพี่หมัยตัวใหญ่เดินเป็นเพื่อนและพอจะคุยรู้เรื่อง


“ไอ้เด็กพวกนี้ มันเซี้ยวจริงๆนะหมัย! ดูซิพูดกะมันเป็นการเป็นงาน มันชวนเสียเรื่องเรื่อย” แม่ดวงเริ่มบ่น
“ปล่อยเค้าเถอะพี่ เค้าวัยใส ทำอะไรก้อน่ารัก เราก้อเตือนอยู่ห่างๆก้อแล้วกัน” พี่หมัยตอบยิ้มๆ
“เอออ หมัย!....พี่เห็นหนูเทวี มันไปด้อมๆมองๆอะไรที่โรงครัว หมัยสังเกตเห็นเหมือนพี่มั๊ย?” แม่ดวงพูดถึง เทวี....ดาวเด่นประจำหมู่เรา แม่คุณคนนี้หน้าตาดีมากๆ หุ่นชนะเลิศไปเลย ปากหวานมาก ใครอยู่ใกล้ก้ออดที่จะเอ็นดูนางไม่ได้ .....
“เห็นเหมือนกันค่ะ ว่าจะถามอยู่ ว่านางไปทำไร”
“ดูให้ด้วยนะหมัย ที่โรงครัวที่นั่นหน่ะ มีทหารชายเป็นพ่อครัวตั้งหลายคน พี่เป็นห่วง”
“ค่ะ” พี่หมัยรับคำ


คุณเทวีดาวเด่นของหมู่เรา ไปทำอะไรที่นั่น? คำตอบก้อคือ....กระท่อมที่พักของหมู่เราอยู่ใกล้โรงครัวค่ะ.... เผลอแว่บเดียวแม่เทวี สาวสวยหุ่นดีที่สุดในหมู่เรามันก้อแอบไปตีซี้กะพ่อครัวมาเรียบร้อยแระ กลับมาพร้อมข้าวตังทอดฝากมาให้ทานเล่นบ่อยๆ.....ในสถานที่แห่งนี้อัดคัตขัดสนขนาดนี้แค่ข้าวตังทอดแค่นี้ช่างมีค่ามหาศาลเสียนี่กระไร ไม่ซี้พ่อครัวจริงไม่ได้ทานกันง่ายๆนะขอบอก! ชีแอบกระซิบว่าพ่อครัวใหญ่ชื่อ “หิน” ด้วยแหละ อยากทานไรพิเศษบอกนะ ตอนเข้าตลาดจะซื้อมาฝาก แหม๋! เกรงใจพ่อครัวหินจริงๆเรยยยค่า.....


“พี่หินคงหลงคารมยายเทวี ไปแล้วแหละ....”
“สงสารพี่หินจิงๆเรยยย”
“ยายเทวีกะล่อนจะตาย สาระรูปพี่หินรึ จะเข้าตานาง”
“เอาน่า...ข้อดีก้อมี ขนมนมเนยที่พวกเรามีทานไม่ขาดอยู่นี่ มะใช่ฝีมือนางรึ?”
“งั้น! ทำต่อไป เพื่อสุขภาพและอนามัยที่ดีของพวกเรา 555” ว่าแล้วพวกเราก้อสนับสนุนผลงานของยายเทวีต่อไป...ส่วนพี่หมัยเมื่อทราบเหตุผลก้อเงียบกิ๊บบบ...ปล่อยให้นางโปรยเสน่ห์ต่อไปค่า....


*************จบตอนจ้าาาา********




Create Date : 26 เมษายน 2559
Last Update : 27 เมษายน 2559 11:33:47 น. 0 comments
Counter : 205 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
space

สมาชิกหมายเลข 3106261
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 3106261's blog to your web]
space
space
space
space
space