Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
26 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
ช่อมะลิซ้อนไส้กุ้ง

จากช่วงเทศกาลวันแม่ที่ผ่านไป

ได้ทำขนมช่อมะลิซ้อนไส้กุ้งลงไว้ใน Pantip
ก็กลัวว่านานๆไปกระทู้จะหาย
เลยขอเอาเขียนใหม่ เก็บไว้ใน Blog อีกที่นึงดีกว่า
จะได้ง่ายกับการค้นหา และรวบรวมด้วยครับ





ขนมตัวนี้ วิธีการทำ จะว่าไป มันก็คือขนมช่อม่วงหรือขนมจีบไทย
ที่เอามาปรับเปลี่ยนบ้างนิดหน่อย จัดสี ไส่ใส้ใหม่ ให้เข้ากับเทศกาล
แต่ก็จะคง หัวใจสำคัญๆของความเป็นของว่างอย่างไทยๆเอาไว้

คนไทยโชคดี มีวัฒนธรรมด้านอาหารที่ค่อนข้างหลากหลาย
อาหารหลายอย่าง สวยงาม ปราณีต และรสอร่อย
แสดงถึงความมั่งคั่ง และร่ำรวย อารยธรรม รวมถึงความอุดมของแผ่นดิน


ขนมช่อมะลิซ้อนนี้ ใช้แป้งสามชนิดนะครับ มีแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน แป้งท้าวยายม่อม

อย่างแรกก็เตรียมแป้งก่อน
แป้งที่ใช้ก็ แป้งข้าวเจ้า 2 ถ้วย แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
เอาแป้งใส่ภาชนะมีฝาปิดแล้วอบควันเทียนเอาไว้

ตอนอบเทียนก็จุดเทียนอบให้ไฟลุกละลายถึงเนื้อเทียนแล้วค่อยดับไฟ ปิดฝา ให้ควันกรุ่นอยู่ในหม้อ พอควันหาย
ก็จุดใหม่ ทำซ้ำซักสองสามรอบ




ระหว่างที่อบควันเทียนแป้ง ก็มาเตรียมไส้ขนมกันครับ
ปกติขนมพวกนี้ อย่างปั้นขลิบ ช่อม่วง หรือขนมจีบไทย มักจะนิยมทำไส้ไก่ หมู หรือปลา
แต่วันนี้จะทำเป็นไส้กุ้งครับ

ตอนนี้หมูกับกุ้งเอง บางที ราคาก็แทบจะขยับเข้ามาเท่ากันแล้ว

ของที่ใช้ทำไส้ก็มี หัวหอมใหญ่สับ 1 หัว
กุ้งแชบ๊วย หรือกุ้งอะไรก็ได้ จำไม่ได้ว่ากี่ขีด แต่โลละ 250 ซื้อมา 100 บาทถ้วน
รากผักชี กระเทียม พริกไทย

และเครื่องปรุงรส




นั่งแกะกุ้งกันไป แล้วรีดมันกุ้งเก็บไว้ด้วยครับ
แล้วก็สับกุ้งเหมือนสับหมูสับ แล้วใส่มันกุ้งที่รีดไว้ ลงไปสับผสมด้วย

รากผักชี กระเทียม พริกไทย ก็โขลกให้เรียบร้อย

ตั้งกะทะ ใส่น้ำมันนิดหน่อยพอเคลือบกะทะ เอาสามเกลอลงไปผัดให้หอม ตามด้วยหัวหอมสับ ผัดจนเหลือง ค่อยใส่กุ้งสับลงไปผัด ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วขาว พริกไทย ผัดจนส่วนผสมแห้งๆหน่อย ชิมรสเอาให้พอดี
อาจจะติดเค็มกว่าปกติหน่อย ตอนทานกับแป้งก็จะอร่อยพอดีครับ





ไส้กุ้งที่ผัดเสร็จแล้ว สีส้มๆคล้ายพริกแกง แต่จริงๆ เป็นสีของมันกุ้งครับ
ผัดเอาให้แห้งๆ พอปั้นหรือจับตัวกันเป็นก้อนได้

แอบตักกินเปล่าๆด้วย อร่อยดี ><





พักส่วนผสมไส้ไว้ แล้วไปเตรียมส่วนแป้งห่อกันครับ
แป้งที่อบควันเทียนเอาไว้ให้เรียบร้อย ถ่ายมาใส่ภาชนะที่สามารถใช้ผสมได้





น้ำลอยดอกมะลิ ใช้สองถ้วย

ช่วงนี้ดอกมะลิมีน้อย ไม่ค่อยออกดอกมากอย่างตอนหน้าร้อน
ตอนนั้นออกดอกทีสะพรั่ง เก็บมาใช้อย่างไรก็ไม่หมด

รอบนี้ มีแต่ดอกตูมๆ เล็กๆ แกร็นๆ ออกดอกน้อย บานไม่ค่อยจะทัน
จริงๆน้ำลอยดอกมะลินี่ ต้องเก็บดอกมะลิที่ยังตูมๆ ไว้ตอนเย็นๆ พอตกค่ำหน่อย ค่อยเอาไปลอยในน้ำ ในภาชนะที่มีฝาปิดเก็บกลิ่นได้ ปล่อยให้บานในน้ำ แล้วเช้าๆ ก็มาช้อนดอกมะลิออกทิ้ง จะได้น้ำลอยดอกมะลิ หอมชื่นใจ
ไว้ทำขนม หรือดื่มแล้ว

ตอนหน้าร้อนที่ดอกมะลิเยอะๆ ผมลอยใส่ขวดไว้ดื่ม ทุกวัน ชื่นใจดี

หรือใครจะเปลี่ยนเป็นดอกชมนาด กระดังงาลนไฟก็ได้นะครับ
แต่ไม่แนะนำพวกกลิ่นดอกไม้สังเคราะห์ คนละเรื่องกันเลย


น้ำที่ใช้ผสมนี่ ถ้าใครทำช่อม่วง ก็เปลี่ยนเป็นน้ำดอกอัญชันแทนครับ







ผสมแป้ง กับน้ำ เข้าด้วยกัน ให้ละลายให้หมด เป็นน้ำแป้งข้นๆ สีขาวๆ แล้วกรองด้วยผ้าขาวบางซักรอบ
ก่อนจะเอาไปกวนไฟอ่อนๆ ใครมีกะทะทองใช้กะทะทองนะครับ จะกวนง่าย
ผมไม่มีก็ใช้หม้อเคลือบก็กวนได้

กวนไฟอ่อนๆไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมเริ่มแห้ง และล่อนออกจากหม้อเอง เอามือแตไม่ติดหม้อ ไม่ติดมือ
อยากบอกว่าช่วงท้ายๆ ตอนแป้งเริ่มหนืดนี่ เปลืองพลังมากครับ ทำเอาแขนกล้ามขึ้นเลย = ="

ตัวแป้งนี้ ถ้าใครมีเวลา และอุปกรณ์พร้อม อยากลองนึกครึ้ม โม่ข้าวเจ้าทำเองก็ได้นะครับ โดยโม่ข้าวเจ้าให้เป็นแป้งสด แล้วหีบเอาน้ำออกให้หมาด จนได้ก้อนแป้งออกมา ก็เอาไปต้มในน้ำเดือด แล้วเอามานวด ต้มอีก แล้วเอามานวด ไปเรื่อยๆ จนได้แป้งที่พร้อมจะทำขนม

แต่ผมขอเอาวิธีกวนเอาละกันครับ = =" แค่นี้ก็เมื่อยแขนสุดๆแล้ว

กวนเสร็จก็เอาออกมานวดๆๆต่ออีกสักพัก ก็พร้อมจะเอาไปทำขนม






พอได้แป้งแล้ว ก็แบ่งแป้งเป็นลูกกลมๆ ขนาดเท่าๆกัน (ประมาณเกือบเท่าลูกมะนาวก็ได้)
เตรียมอ่างใส่น้ำไว้ล้างมือ กับผ้าเช็ดมือวางใกล้ๆด้วยนะครับ
แล้วก็ชามใส่แป้งมันไว้ทำแป้งนวลด้วย






จากแป้งก้อนกลมๆ ก็แผ่เป็นแผ่นบางๆ แล้วเอามือคลึงเป็นรูปหม้อขึ้นมา คือให้มันเป็นอุ้งลงไป
ตักใส้ไส่ตรงกลาง เอาให้พอดีนะครับ อย่ามากเกิน เดี๋ยวไส้แตก แล้วก็ห่อ หุ้มแป้งให้มิดไส้ คลึงไว้ ให้เป็นลูกกลมๆ

จากนั้นก็ต้องมีอุปกรณ์เสริม เป็นแหนบสำหรับจีบช่อม่วง
เป็นแหนบทองเหลืองหัวแบนๆ (ทางขวาล่างของรูป)

เอาแหนบจีบรอบๆขนม จนเป็นดอกขึ้นมา







เริ่มจีบจากด้านล่างหรือด้านบนก็ได้นะครับ ตามถนัด







จากนั้นก็ทาน้ำมันสักหนอย ขนมจะได้ไม่แห้ง ก่อนเอาไปนึ่งไฟแรงซักไม่เกิน 10 นาทีครับ รอจนขนมเริ่มสุก นิ่ม และใสขึ้น

น้ำมันที่ใช้ทา ผมใช้น้ำมันกระเทียมเจียวนะครับ เพราะว่าต้องเจียวกระเทียมไว้สำหรับทานแนมอยู่แล้ว





ระวังอย่านึ่งนานไปครับ เพราะขนมจะเละ
แป้งก็จะสุกแล้ว ไส้ก็สุกแล้ว นึ่งแปปเดียวก็ได้ทาน

จัดใส่จาน ราดกะทิ โรยกระเทียมเจียวซักหน่อย อร่อยมากๆครับ





อันนี้มีดอกปลอมปนมาหนึ่งดอก
เนียนๆ

แกะเอาจากหัวไชเท้าครับ








อาหารนั้น ไม่มีอะไรตายตัว ไม่มีสิ้นสุด เราทำเพื่อกินจริง หากบางครั้งก็ทำเพื่อวัฒนธรรม ทำเพื่อความพึงใจ

ขอให้ทุกคนมีความสุข กับสิ่งที่ทำกันนะครับ















สวัสดี


Create Date : 26 สิงหาคม 2554
Last Update : 26 สิงหาคม 2554 13:29:52 น. 5 comments
Counter : 4336 Pageviews.

 
สุดยอดค่ะ ผู้ชายทำกับข้าวว่าสุดยอดแล้วเจอจับจีบอย่างนี้ คารวะอย่างแรง


โดย: CafeTg วันที่: 26 สิงหาคม 2554 เวลา:15:36:20 น.  

 
สุดยอดเลยค่ะ น่ากินมากเลย อยากลองทำแต่กลัวจับจีบได้ไม่สวยแล้วมันจะไม่ออกมาเป็นดอกไม้ แหะๆ


โดย: Dos_diosas วันที่: 26 สิงหาคม 2554 เวลา:17:48:15 น.  

 
น่าทานมากๆ เลยค่ะ


โดย: tuktikmatt วันที่: 27 สิงหาคม 2554 เวลา:0:00:16 น.  

 
สุดยอดฝีมือจริงๆค่ะ


โดย: phanet วันที่: 28 สิงหาคม 2554 เวลา:9:53:12 น.  

 
สวยสุดๆเลยคะ ทั้งภาพและขนมในรูปจิงๆคะ


โดย: realgirl วันที่: 3 ตุลาคม 2555 เวลา:1:14:53 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

คุ้มข้าวกล้อง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




Friends' blogs
[Add คุ้มข้าวกล้อง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.