ชีวิตคืองาน งานคือชีวิต.....
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2553
 
5 พฤศจิกายน 2553
 
All Blogs
 
หรือเราจะต้องสิ้นชาติสิ้นศาสนากันแล้ว.....สุเทพ..คุณรู้จัก"ความละอาย"ไม๊...และผมทำใจไม่ได้เลย..????


บอกตรงว่าๆ..ผมได้รับ ฟาเวริดเมลนี้ด้วยความไม่สบายใจยิ่ง...ท่านๆลองอ่านดูครับ...

"...คนไทยพุทธทราบกันหรือไม่ว่า ปัจจุบันคณะกรรมกฤษฏีกาได้ร่าง พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ที่จะไม่บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ว่าในบัตรประชาชนของคนไทยปัจจุบันนี้ไม่มีการระบุว่านับถือศาสนาอะไรแล้ว โดย พรบ. ฉบับนี้ได้ผ่านกฤษฏีกา คณะ 2 เรียบร้อยเข้า ครม. แล้ว นั้น

อีกเรื่องหนึ่งคือ ได้มีกฎหมายออกมาแล้วว่า ในหมู่บ้านใดที่มีคนอิสลามเกินเจ็ดหลังคาเรือน สามารถตั้งมัสยิดได้ทันที

ทุกวันนี้ทางภาคอีสานของเราตามโรงเรียน วัดต่างๆ มีปัญหามาก เพราะเด็กอิสลามที่เข้าไปเรียน ถ้าเกินยี่สิบห้าคน พวกอิสลามจะขอให้มีครูสอนอิสลามทันที และที่สำคัญบังคับให้วัด และโรงเรียนต่างๆ ต้องทำการแยกอาหารสำหรับพวกเขาโดยเฉพาะ จะไม่ยอมทานอาหารปะปนกับคนไทยพุทธ

เราคนไทยไม่เคยแบ่งแยก มีแต่ความเมตตาสงสาร แต่หากไม่รู้จักปกป้องพระพุทธศาสนาไว้ ในที่สุดพระพุทธศาสนาจะเลือนหายไปจากสังคมไทยเป็นแน่

คิดดูว่าในครอบครัวที่พ่อแม่หาเช้ากินค่ำ บิดามารดาไม่มีเวลาพาลูกไปวัด เด็กดูแต่ทีวี ติดเกมส์ ซึ่งเป็นปัญหากับทุกครอบครัวในปัจจุบันนี้ รับแต่วัฒนธรรมและแนวความคิดแบบตะวันตก ในที่สุดแล้วชาติเราคงไม่เหลืออะไร จริงๆ แล้วได้ถามคำถามนี้กับคนที่มีส่วนร่วมในการร่าง พรบ. ฉบับที่พูดถึงข้างต้น เขากลับบอกว่า ถ้าพ่อแม่เด็กไม่สั่งสอนก็เป็นเรื่องของครอบครัวนั้น ความคิดช่างเหมือนคนต่างประเทศจริงๆ คือตัวใครตัวมันแท้ๆ

พระสงฆ์ที่ออกมาเรียกร้องในปัจจุบัน ท่านทำเพื่อเรา เพื่อลูกหลานเราในอนาคตทั้งสิ้น ประเพณี วัฒนธรรม รากเหง้าของเรามาจากพระพุทธศาสนาทั้งนั้น แต่เรากำลังจะทำลายรากเหง้าของเราเอง

การได้บรรจุ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ จะทำให้กฎหมาย และพรบ.ต่างๆ ออกมาเกื้อกูลกับคนไทย ไม่ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมไปจากประเทศไทย ทุกวันนี้คนกิเลสหนา ปัญญาหยาบมีมาก ความละอายก็มีน้อย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายบ้านเมืองมาช่วยค้ำจุน และทำนุบำรุงพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ส่วนพระสงฆ์ที่ปฏิบัติไม่ดีต่างๆ เมื่อถูกลงโทษตามพระธรรมวินัยแล้ว ก็จะต้องถูกกฎหมายลงโทษอีกชั้นหนึ่ง จะเป็นการรักษาพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป

ดังนั้น หากท่านเป็นชาวพุทธที่แท้จริงจงช่วยกันออกมาเรียกร้องเถิด เสียงของท่าน คือเสียงที่จะรักษาพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป การรักษาพระพุทธศาสนา ก็คือการรักษาชาติไทยของเราไว้นั่นเอง..."

...เฮ้อออออ...

ผมเชื่อว่าชาวไทยส่วนใหญ่แทบทุกคนที่บอกว่า ตนเองเป็น"พุทธ"นั้น
แม้จะมีความรู้เรื่อง"พุทธ"น้อยนิด..แต่ก็มีความภูมิอกภูมิใจในความเป็นพุทธ..
ในชื่อที่ว่า..ประเทศไทยเป็น"เมืองพุทธ"...
ผมคิดว่าด้วยความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ของชาวไทย..ที่มีต่อศาสนาอื่น..
ผนวกกับการรุกล้ำทางสายสนกลในทางผู้มีอำนาจ...
ทำให้วันนี้ ประเทศไทยของเราถูกรุกล้ำทางศาสนาอย่างเป็นระบบ...
ผมอยากจะเรียนว่า..ความวุ่นวายที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้...ที่เกิดขึ้นไม่รู้จบนั้น...
มีจุดเริ่มต้นที่มีการก่อต้ัง..โรงเรียนปอเนาะ..จากรัฐบาลของคนใต้เมื่อ ยี่สิบปีก่อน...
วันนี้การขยายเพื่อให้ความเชื่อในศาสนาได้พยายามตีวงกว้างออกจากเขต 3 จว.นั้น...
เพราะมีฐานอิทธิพลในรัฐบาล..ผสมกับการรุกทางเศรษฐกิจ..
วันนี้แบงค์อิสลามได้ปล่อยเงินกู้แบบดอกเบี้ยพิเศษมากมาย...
ถึงขนาดว่า..ผู้หญิงคนไทยที่เปลี่ยนศาสนาจะได้กู้เงิน 100000 บาทโดยไม่ต้องเสียดอก..
ส่วนผู้ชายก็จะกู้ได้ครึ่งหนึ่ง...เพราะเป้าหมายวันนี้อยู่ที่ผู้หญิงที่เป็นเพศแม่...
ผมไม่อยากบอกว่า..รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ทำร้ายศาสนาพุทธในประเทศไทย..เพราะรุนแรงเกินไป..
แต่..พฤติกรรม..ทำให้ผมคิดเช่นนั้นจริงๆ...
ลองคิดดูว่า..วันหนึ่งทุกโรงเรียนจะต้องมีโรงอาหาร 2 โรงเพื่อแยกเด็กตามศาสนา...
อีกไม่นานก็คงขอให้มีการสอนภาษา ยาวี..และ มีห้องทำพิธีต่างหาก...
ผมไม่คิดว่า..ชีวิตผมซึ่งเหลือไม่มากนัก..จะเห็นประเทศเรา..
กลายเป็นประทศที่มีศาสนาอิสลามเป็นหลัก..แล้วชาวพุทธกลายเป็นคนส่วนน้อย...
เหมือนเช่นที่เกิดมาแล้วหลายๆประเทศในอดีต...
แต่หากเรายังปล่อยให้รัฐบาลนี้กระทำเช่นนี้ต่อไป..ผมคิดว่า วันนั้นคงมาถึงในอีกไม่นาน....


ผมรู้สึกเจ็บนิดๆที่รัฐบาลบอกว่า..จะชดเชยเรือประมงลำละ 90,000-200,000 บาท..
ในขณะที่ชาวนาบ้านผมได้รับเพียงไร่ละ 606 บาท...
ครอบครัวหน่ึงที่มีกัน 4 คน มีนา 15 ไร่ที่คิดว่าจะมีข้าวกินทั้งปี...
วันนี้จะได้รับเงินชดเชยเพียง..9090 บาท..?????อุแม่เจ้า...
ทำไม..ชีวิตชาวนากับชาวประมง ถึงห่างไกลกันเพียงนี้....



ทำไม.???? คนบ้านเราที่มีอำนาจจึงไม่รู้สึกถึง.."ความอับอาย"บ้างนะเวลาจะพูดจะคิดอะไร????

กับข่าวนี้..http://news.mthai.com/politics-news/93048.html/comment-page-2#comment-1592304

ตกลงเพียงเพื่อรักษาอำนาจของตนของคณะตนให้คงอยู่...
ก็ไม่สนใจที่จะทำให้บ้านเมืองมีมาตรฐานที่ดี..เป็นตัวอย่างที่ดี...
ตรูด้านเสียอย่าง...ตรูจะทำเสียอย่าง...ใครจะทำไม..????
อนิจจา...นี่เมืองไทย..เกิดอาเพศถึงขนาดนี้...เพราะคนเหล่านี้...
หากประเทศนี้เกิดเป็นไปตามคำพยากรณ์ของท่านฤษีลิงดำ..
ผมจะไม่แปลกใจเลย...เพราะฟ้าดินคงต้องการกำจัดคนชั่วให้หมดไปจากแผ่นดินนี้...
เมื่อไม่มีใครสามารถจัดการได้..คงต้องอาศัยฟ้าดิน อาศัยสิ่งศักดิ์สิทธิ...
เพราะในเมื่อแผ่นดินนี้ไร้ซึ่งความเป็นธรรม...
ก็คงได้แต่พึ่ง..อาญาสวรรค์..ที่เชื่อว่าจะตัดสินอย่างเสมอภาคกันแน่นอน....

เมื่อวานนี้จริงๆแล้ว...ผมได้โอกาศฟังธรรมะจากท่านพระอาจารย์ที่ได้มาอุบล...
ทำให้จิตใจคลายจากความหมองเศร้า..ไปบ้าง...
ท่านสอนเรื่องการอยู่ในโลก..ด้วยความมีสติ..
ที่จะรักษาจิตด้วยธรรมะ..และการกระทำที่อยู่ในวินัย...
เหมือน นกที่บินอยู่ได้ด้วย..ปีก 2 ข้าง...
เราต้องรักษาจิตให้ผ่องใส ด้วยสติสัมปชัญญะ ไม่ปล่อยให้กิเลสเข้าครอบงำ...
มีความมุ่งมั่นในการทำทุกสิ่งด้วย"ฉันทะ"ไม่ใช่"ตัณหา"
และการกระทำนั้นก็ต้องอยู่ในกฏเกณฑ์ อย่างน้อยๆก็อยู่ในศีลในธรรม...
ชีวิตเราจึงจะไม่ได้สร้างบาปกรรมและกรรมเวรที่ติดตามเราไปอีกในชาติต่อๆไป..
ผมอยากเรียนท่านพระอาจารย์ว่า..
"...ในสถานะการณ์บ้านเมืองเช่นนี้..
จะให้ผมรักษาจิตไม่ให้หมองเศร้าได้อย่างไร....????
ไม่ให้เป็นทุกข์กับทุกข์ที่เกิดกับพี่น้องทั่วประเทศได้อย่างไร?????
แค่เพราะเรามีผู้บริหารที่ขาดปัญญามาบริหารประเทศ....?????
มาปู้ยี้ปู้ยำประเทศอยู่ในขณะนี้....
เมื่อวาน..ยังเห็นเพื่อนสมาชิกคนหนึ่งในพันทิพ...
มาโพสต์ยินดีได้ปลื้มกับตัวเลข...GDP ที่ยังโตไม่หยุด..."
อยากตระโกนบอกว่า...เลิกยิ้มย่องได้ไม๊กับตัวเลขนั้น...????
เพราะพี่น้องร่วมชาติกำลังอดตาย กำลังทุกข์ระทมทั้งน้ำท่วม ทั้งหนาวเหน็บ กว่าล้านคน...
มีสักกี่คนนะในประเทศนี้ที่ยังมีความสุขอยู่ได้......

กรรมเวร...ประเทศไทย ประเทศที่อันเป็นที่รักของผม....










Create Date : 05 พฤศจิกายน 2553
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2553 13:07:39 น. 11 comments
Counter : 590 Pageviews.

 
หรือเราจะต้องสิ้นชาติสิ้นศาสนากันแล้ว.....สุเทพ..คุณรู้จัก"ความละอาย"ไม๊...และผมทำใจไม่ได้เลย..????
-คุณสุเทพเป็นคราย ถึงถามเรื่องความละอายไม่ถึงคุณสุเทพ


บอกตรงว่าๆ..ผมได้รับ ฟาเวริดเมลนี้ด้วยความไม่สบายใจยิ่ง...ท่านๆลองอ่านดูครับ...
-จะลองอ่านดูทีละบรรทัดนะ

"...คนไทยพุทธทราบกันหรือไม่ว่า ปัจจุบันคณะกรรมกฤษฏีกาได้ร่าง พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ที่จะไม่บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ว่าในบัตรประชาชนของคนไทยปัจจุบันนี้ไม่มีการระบุว่านับถือศาสนาอะไรแล้ว โดย พรบ. ฉบับนี้ได้ผ่านกฤษฏีกา คณะ 2 เรียบร้อยเข้า ครม. แล้ว นั้น
-อืม ไม่บรรจุศาสนาประจำชาติ
-ก็แสดงว่าใครเห็นบัตรปชช.ก็ไม่รู้ว่านับถือศาสนาอะไร

อีกเรื่องหนึ่งคือ ได้มีกฎหมายออกมาแล้วว่า ในหมู่บ้านใดที่มีคนอิสลามเกินเจ็ดหลังคาเรือน สามารถตั้งมัสยิดได้ทันที
-มัสยิดคืออะไร
-ตั้งมัสยิดที่ไหน

ทุกวันนี้ทางภาคอีสานของเราตามโรงเรียน วัดต่างๆ มีปัญหามาก เพราะเด็กอิสลามที่เข้าไปเรียน ถ้าเกินยี่สิบห้าคน พวกอิสลามจะขอให้มีครูสอนอิสลามทันที และที่สำคัญบังคับให้วัด และโรงเรียนต่างๆ ต้องทำการแยกอาหารสำหรับพวกเขาโดยเฉพาะ จะไม่ยอมทานอาหารปะปนกับคนไทยพุทธ
-แล้วถ้าเกิดไม่ให้คุณเรียนล่ะ จะว่ายังไง

เราคนไทยไม่เคยแบ่งแยก มีแต่ความเมตตาสงสาร แต่หากไม่รู้จักปกป้องพระพุทธศาสนาไว้ ในที่สุดพระพุทธศาสนาจะเลือนหายไปจากสังคมไทยเป็นแน่
-ถามว่า ให้คนแต่งงานกับศาสนาอิสลามไม่ให้เปลี่ยนศาสนาจะทำได้หรือไม่ บังคับให้แต่งงานแล้วมีเมียได้ 1 คน
ทำได้หรือเปล่า

คิดดูว่าในครอบครัวที่พ่อแม่หาเช้ากินค่ำ บิดามารดาไม่มีเวลาพาลูกไปวัด เด็กดูแต่ทีวี ติดเกมส์ ซึ่งเป็นปัญหากับทุกครอบครัวในปัจจุบันนี้ รับแต่วัฒนธรรมและแนวความคิดแบบตะวันตก ในที่สุดแล้วชาติเราคงไม่เหลืออะไร จริงๆ แล้วได้ถามคำถามนี้กับคนที่มีส่วนร่วมในการร่าง พรบ. ฉบับที่พูดถึงข้างต้น เขากลับบอกว่า ถ้าพ่อแม่เด็กไม่สั่งสอนก็เป็นเรื่องของครอบครัวนั้น ความคิดช่างเหมือนคนต่างประเทศจริงๆ คือตัวใครตัวมันแท้ๆ
-แล้วปัญหาในครอบครัวสร้างความเดือดร้อนกับส่วนรวม จะว่าไง
-ถ้างั้นก็อย่ามีลูกสิ จะว่าไง

พระสงฆ์ที่ออกมาเรียกร้องในปัจจุบัน ท่านทำเพื่อเรา เพื่อลูกหลานเราในอนาคตทั้งสิ้น ประเพณี วัฒนธรรม รากเหง้าของเรามาจากพระพุทธศาสนาทั้งนั้น แต่เรากำลังจะทำลายรากเหง้าของเราเอง
-ไม่เชิง มีพราหมณ์-ฮินดู เช่น ศาลเจ้า ตามบ้าน ตามอาคาร
-รากเหง้าไม่ได้มาจากพุทธน่ะ เช่น คนมอญมาอยู่เกร็ด

การได้บรรจุ พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ จะทำให้กฎหมาย และพรบ.ต่างๆ ออกมาเกื้อกูลกับคนไทย ไม่ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อมไปจากประเทศไทย ทุกวันนี้คนกิเลสหนา ปัญญาหยาบมีมาก ความละอายก็มีน้อย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายบ้านเมืองมาช่วยค้ำจุน และทำนุบำรุงพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ส่วนพระสงฆ์ที่ปฏิบัติไม่ดีต่างๆ เมื่อถูกลงโทษตามพระธรรมวินัยแล้ว ก็จะต้องถูกกฎหมายลงโทษอีกชั้นหนึ่ง จะเป็นการรักษาพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป
-ไม่เกี่ยว เสื่อมไม่เสื่อมอยู่ที่คนปฏิบัติ ไม่เกี่ยวกับว่าบรรจุหรือไม่บรรจุ

ดังนั้น หากท่านเป็นชาวพุทธที่แท้จริงจงช่วยกันออกมาเรียกร้องเถิด เสียงของท่าน คือเสียงที่จะรักษาพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป การรักษาพระพุทธศาสนา ก็คือการรักษาชาติไทยของเราไว้นั่นเอง..."
-ชาติกับศาสนา คนละอย่างกัน

...เฮ้อออออ...

ผมเชื่อว่าชาวไทยส่วนใหญ่แทบทุกคนที่บอกว่า ตนเองเป็น"พุทธ"นั้น
แม้จะมีความรู้เรื่อง"พุทธ"น้อยนิด..แต่ก็มีความภูมิอกภูมิใจในความเป็นพุทธ..
- นับถือตามๆ กันมา ยังไม่ได้ศึกษาว่าดีอย่างไร จึงนับถือ
อันนี้มีมาก

ในชื่อที่ว่า..ประเทศไทยเป็น"เมืองพุทธ"...
ผมคิดว่าด้วยความมีน้ำใจ เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ของชาวไทย..ที่มีต่อศาสนาอื่น..
-เป็นความคิดเห็นมากกว่า

ผนวกกับการรุกล้ำทางสายสนกลในทางผู้มีอำนาจ...
ทำให้วันนี้ ประเทศไทยของเราถูกรุกล้ำทางศาสนาอย่างเป็นระบบ...
-คงเป็นคนปฏิบัติมากกว่า เช่น ขโมยพระไปขาย

ผมอยากจะเรียนว่า..ความวุ่นวายที่ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้...ที่เกิดขึ้นไม่รู้จบนั้น...
มีจุดเริ่มต้นที่มีการก่อต้ัง..โรงเรียนปอเนาะ..จากรัฐบาลของคนใต้เมื่อ ยี่สิบปีก่อน...
-ใครอ่ะ ชวน หลีกภัย หรือเปล่า

วันนี้การขยายเพื่อให้ความเชื่อในศาสนาได้พยายามตีวงกว้างออกจากเขต 3 จว.นั้น...
เพราะมีฐานอิทธิพลในรัฐบาล..ผสมกับการรุกทางเศรษฐกิจ..
วันนี้แบงค์อิสลามได้ปล่อนเงินกู้แบบดอกเบี้ยพิเศษมากมาย...
ถึงขนาดว่า..ผู้หญิงคนไทยที่เปลี่ยนศาสนาจะได้กู้เงิน 100000 บาทโดยไม่ต้องเสียดอก..
ส่วนผู้ชายก็จะกู้ได้ครึ่งหนึ่ง...เพราะเป้าหมายวันนี้อยู่ที่ผู้หญิงที่เป็นเพศแม่...
-เอาแล้ว สร้างความไม่เท่าเทียมกันระหว่างหญิงกับชาย เหมือนฆ่าตัวเองทางอ้อม
-เสียดอกไม่เสียดอกเกี่ยวอะไรกับศาสนาด้วยอ่ะ สร้างความแตกแยกเองนะ ก็เหมือนฆ่าตัวเองทางอ้อมอีกนั่นแหละ
-อะไรเป็นปัญหาตรงนั้นคือจุดอ่อน

ผมไม่อยากบอกว่า..รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่ทำร้ายศาสนาพุทธในประเทศไทย..เพราะรุนแรงเกินไป..
แต่..พฤติกรรม..ทำให้ผมคิดเช่นนั้นจริงๆ...
-มีคนชอบและคนไม่ชอบ

ลองคิดดูว่า..วันหนึ่งทุกโรงเรียนจะต้องมีโรงอาหาร 2 โรงเพื่อแยกเด็กตามศาสนา...
-เกี่ยวมั๊ย บางคนกินมังสวิรัติ ไม่เห็นต้องแยกโรงอาหารเลย

อีกไม่นานก็คงขอให้มีการสอนภาษา ยาวี..และ มีห้องทำพิธีต่างหาก...
-ที่ผ่านมา ก็รัฐบาลเคยบังคับไม่ให้สอนภาษาจีน ตอนนั้นคนไทยจะเรียนภาษาจีนต้องไปเรียนที่ประเทศจีน

ผมไม่คิดว่า..ชีวิตผมซึ่งเหลือไม่มากนัก..จะเห็นประเทศเรา..
กลายเป็นประทศที่มีศาสนาอิสลามเป็นหลัก..แล้วชาวพุทธกลายเป็นคนส่วนน้อย...
เหมือนเช่นที่เกิดมาแล้วหลายๆประเทศในอดีต..
-ไม่รู้ว่านับถือศาสนาตามๆ กันมาหรือเปล่า.

แต่หากเรายังปล่อยให้รัฐบาลนี้กระทำเช่นนี้ต่อไป..ผมคิดว่า วันนั้นคงมาถึงในอีกไม่นาน....
-คนไม่ชอบก็คงไม่ชอบ คนชอบก็คงจะชอบ ชอบที่บุคคลหรือเปล่า

ผมรู้สึกเจ็บนิดๆที่รัฐบาลบอกว่า..จะชดเชยเรือประมงลำละ 90,000-200,000 บาท..
ในขณะที่ชาวนาบ้านผมได้รับเพียงไร่ละ 606 บาท...
ครอบครัวหน่ึงที่มีกัน 4 คน มีนา 15 ไร่ที่คิดว่าจะมีข้าวกินทั้งปี...
วันนี้จะได้รับเงินชดเชยเพียง..9090 บาท..?????อุแม่เจ้า...
ทำไม..ชีวิตชาวนากับชาวประมง ถึงห่างไกลกันเพียงนี้....
-คนไม่ชอบคงจะไปประท้วง
-มีคนกินข้าวเป็นอาหารอยู่ หรือจะกินขนมปังแทน

ทำไม.???? คนบ้านเราที่มีอำนาจจึงไม่รู้สึกถึง.."ความอับอาย"บ้างนะเวลาจะพูดจะคิดอะไร????
-ก็คนที่ได้ยินและฟังไม่พูดถึงเรื่องความอับอายของเรื่องนั้นอยู่ตลอดเวลา เหมือนกับเรื่องน้ำท่วม รัฐก็ขอบริจาคเงินช่วยเหลือคนเดือดร้อน ทั้งๆ ที่ มีเงินภาษีอยู่แล้ว รัฐบาลอยู่ได้ด้วยเงินภาษีของประชาชน และทางอื่น รัฐไม่ได้หาเงินเอง เหมือนคนจีนที่เข้ามาก่อร่างสร้างตนจากเสื่อผื่นหมอนใบ

กับข่าวนี้..http://news.mthai.com/politics-news/93048.html/comment-page-2#comment-1592304
-เว็บเอ็มไทย

ตกลงเพียงเพื่อรักษาอำนาจของตนของคณะตนให้คงอยู่...
ก็ไม่สนใจที่จะทำให้บ้านเมืองมีมาตรฐานที่ดี..เป็นตัวอย่างที่ดี...
-คนทำงานไม่ได้ไม่ดี คนก็จะให้ทำงานอย่างอื่น

ตรูด้านเสียอย่าง...ตรูจะทำเสียอย่าง...ใครจะทำไม..????
-ก็คนไปอดทนอยู่ทำไมกัน ยังงงอยู่

อนิจจา...นี่เมืองไทย..เกิดอาเพศถึงขนาดนี้...เพราะคนเหล่านี้...
-อาเพศเพราะไม่สนใจมากกว่า

หากประเทศนี้เกิดเป็นไปตามคำพยากรณ์ของท่านฤษีลิงดำ..
-เปลี่ยนแปลงได้เริ่มจากความคิด

ผมจะไม่แปลกใจเลย...เพราะฟ้าดินคงต้องการกำจัดคนชั่วให้หมดไปจากแผ่นดินนี้...
-ฟ้าดินกำจัดไม่ได้ คนมีตัวตนจะทำง่ายกว่า

เมื่อไม่มีใครสามารถจัดกดารได้..คงต้องอาศัยฟ้าดิน อาศัยสิ่งศักดิ์สิทธิ...
-เริ่มที่คนก่อน ก่อนที่จะไปขอสิ่งอื่นช่วย

เพราะในเมื่อแผ่นดินนี้ไร้ซึ่งความเป็นธรรม...
ก็คงได้แต่พึ่ง..อาญาสวรรค์..ที่เชื่อว่าจะตัดสินอย่างเสมอภาคกันแน่นอน....
-ยังไม่รู้เหมือนกัน คนประเทสอื่นก็คนเหมือนกัน

เมื่อวานนี้จริงๆแล้ว...ผมได้โอกาศฟังธรรมะจากท่านพระอาจารย์ที่ได้มาอุบล...
ทำให้จิตใจคลายจากความหมองเศร้า..ไปบ้าง...
ท่านสอนเรื่องการอยู่ในโลก..ด้วยความมีสติ..
ที่จะรักษาจิตด้วยธรรมะ..และการกระทำที่อยู่ในวินัย...
เหมือน นกที่บินอยู่ได้ด้วย..ปีก 2 ข้าง...
เราต้องรักษาจิตให้ผ่องใส ด้วยสติสัมปชัญญะ ไม่ปล่อยให้กิเลสเข้าครอบงำ...
มีความมุ่งมั่นในการทำทุกสิ่งด้วย"ฉันทะ"ไม่ใช่"ตัณหา"
และการกระทำนั้นก็ต้องอยู่ในกฏเกณฑ์ อย่างน้อยๆก็อยู่ในศีลในธรรม...
ชีวิตเราจึงจะไม่ได้สร้างบาปกรรมและกรรมเวรที่ติดตามเราไปอีกในชาติต่อๆไป..
-ช่วยในทางจิตใจได้

ผมอยากเรียนท่านพระอาจารย์ว่า..
"...ในสถานะการณ์บ้านเมืองเช่นนี้..
จะให้ผมรักษาจิตไม่ให้หมองเศร้าได้อย่างไร....????
ไม่ให้เป็นทุกข์กับทุกข์ที่เกิดกับพี่น้องทั่วประเทศได้อย่างไร?????
แค่เพราะเรามีผู้บริหารที่ขาดปัญญามาบริหารประเทศ....?????
มาปู้ยี้ปู้ยำประเทศอยู่ในขณะนี้....
เมื่อวาน..ยังเห็นเพื่อนสมาชิกคนหนึ่งในพันทิพ...
มาโพสต์ยินดีได้ปลื้มกับตัวเลข...GDP ที่ยังโตไม่หยุด..."
อยากตระโกนบอกว่า...เลิกยิ้มย่องได้ไม๊กับตัวเลขนั้น...
เพราะพี่น้องร่วมชาติกำลังอดตาม กำลังทุกข์ระทมทั้งน้ำท่วม ทั้งหนาวเหน็บ กว่าล้านคน...
มีสักกี่คนนะในประเทศนี้ที่ยังมีความสุขอยู่ได้.....
-นำธรรมมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต จะดับทุกข์ได้อย่างไร อริยสัจ 4 มาเป็นแนวทาง ส่วนการแก้ปัญหา คนต้องลงมือทำ.

กรรมเวร...ประเทศไทย ประเทศที่อันเป็นที่รักของผม....
-ไม่ใช่กรรมเวร ประเทศไทย แต่อยู่ที่คนกระทำมากกว่า ประเทศไทยก็เป็นชื่อประเทศ

ตอบมาทุกข้อนั้นเป็นเพียงความคิดเห็นเท่านั้น



โดย: jejeeppe วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:54:33 น.  

 
ไม่อยากสิ้นชาติ สิ้นศาสนาค่ะ


โดย: kochpon วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:13:55:35 น.  

 
อ่านข้อคิดของคุณ jejeeppe ก็ถือว่าเป็นความคิดชองคนไทยอีกคนหนึ่ง..ที่(ผมคิดว่า)ยังไม่(รู้จัก)ลึกซื้งเรื่องพุทธศาสนา..ในเมืองไทย..และไม่รู้โทษอันจะเกิดการรุกทางศาสนาของศาสนาอิสลามในเมืองไทย...
และจริงอยู่ว่า..บทความนี้ขอให้ฟัาดินช่วยลงโทษ..ผู้ที่คิดร้ายต่อคนไทย ต่อประเทศไทย..แน่นอนคุณต้องการเป็นการกระทำจากคนด้วยกัน..ถามว่า..เหตุการณ์เดือน เมษา-พค.ที่ผ่านมาก็เป็นบทพิสูจน์แล้วว่า "อำนาจรัฐไม่ได้มาจากการร้องขอ.."ผู้มีอำนาจก็จะพยายามรักษาดำนาจของตนไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้.....

ครับ..ก็ถือว่าเป็นอีกความคิดหน่ึงที่สะท้อนแนวความคิดของคนไทยวันนี้...ว่าเข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน????และแนวทางที่จะแก้ปัญหานั้นๆเป็นอย่างไร??? ทุกวันนี้ผมก็แค่อยากให้คนไทยได้รู้ปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา..และที่สำคัญรู้จักคิดว่า จะแก้ปัญหาวิธีไหนที่เหมาะกับบ้านเมืองเรา....บ้านเมืองที่ไม่มีที่ไหนในโลกเหมือน.....
ไม่อยากมานั่งทะเลาะกับใครว่า แบบไหนดีกว่า สีไหนดีกว่า...??เพราะผมเองที่นั่งเขียนๆอยู่นี่ก็ยอมรับว่า..ตนเองก็เพียงคิดเพียงเขียนตามประสาคนบ้านนอกคนหน่ึง ไม่มีอำนาจบารมี..ที่จะชี้นำหรือบอกว่าแบบนี้จึงจะดีที่สุด...ถูกต้องที่สุด...เปล่า..ผมคงไม่สามารถคิดหรือทำเช่นนั้นครับ..





โดย: คนอุบล วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:08:01 น.  

 


โดย: ฟ้าสางที่ปางสวรรค์ วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:15:59:03 น.  

 
No comment ค่ะ เรื่องของศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะผูกติดอยู่กับความเชื่อและศรัทธาของแต่ละคน

ส่วนเรื่องความลำเอียงค่าชดเชยความเสียหายจากน้ำท่วมเนี่ย... ช่างกระทำได้น่าเกลียดมาก ท่าทางไม่ได้ใช้สมองคิด ... เซงจิต


โดย: เพชรน้ำนิล วันที่: 5 พฤศจิกายน 2553 เวลา:17:09:20 น.  

 


โดย: Borkum_Monet วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:0:30:59 น.  

 
สวัสดียามดึกครับ คุณฟ้าสาง..คุณเพชรน้ำนิล และคุณ Bokum....และทุกๆท่าน...ขาดคุณยูกิ..

ผมพึ่งกลับมาจากวัดป่านานาชาติ..เพราะวันนี้เป็นวันรวมกฐินเพื่อจะทอดวันพรุ่งนี้..วันนี้จึงมีการแสดงธรรมตลอดคืน....ผมฟังได้ 3 กัณฑ์ คือ เริ่มแรกเป็น หลวงพ่อมหาอมร(ท่านเจ้าคุณ พระมงคลกิติธาดา)องค์ที่ 2 พระเดชพระคุณหลวงพ่อเลี่ยม(พระราชภาวนาวิกรม)เจ้าอาวาสวัดหนองป่าพง..และท่านพระอาจารย์ชยสาโร..
ก็คิดว่ากลับบ้านนอนเอาแรงดีกว่า เพราะพรุ่งนี้ต้องไปแต่เช้า....
เอาบุญมาฝากทุกๆท่านครับ..ยิ่งมาดึกยิ่งรับไปมากนะครับ..อิอิอิ...ราตรีสวัสดิครับ...


โดย: คนอุบล วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:0:39:55 น.  

 

มาแล้วค่ะ...........มาแล้วค่ะ.....แฮก ๆ ๆ...........มารับบุญ........
.....สาธุ......สาธุ......สาธุ.......อนุโมทนาบุญค่ะ..........ขอให้บุญนี้
ย้อนกลับสู่คุณคนอุบลเท่าทวีคูณเฃ่นกันนะค่ะ

เอ...แต่มาดึก ๆ นี่หมายถึงยูกิหรือเปล่านะ......ถ้าไม่ใฃ่..ก็....
บรีอส์.........555 ขำ ขำ นะคะ

พูดถึงบุญก็ทำให้นึกถึง หนังสือของ ดังตฤน (ถ้ายูกิเขียนผิดแก้
ให้ด้วยค่ะ) ชื่อว่า อ่านก่อนตาย (นี่ก็ไม่รู้ว่าจำชื่อถูกอีกหรือเปล่า)
เนื้อหาพูดถึงเรื่อง บุญ กรรม บอกว่าเหตุใดเราจึงเกิดมา รุปร่าง
น่าตา เป็นแบบต่าง ๆ นา ....พออ่านจบแล้วไม่อยากเกิดเลยคะ

นี่ท่าเปิดบัญชีธนาคารบุญ...ของคุณคนอุบลดูตัวเลขคงเจ็ดหลักอัพ
เพราะมีแต่ยอดฝาก...ฝาก....ฝาก... .

อิ.อิ.อิ อิจฉาจริง ๆ คนอุบลเนี่ย เกิดเมืองดอกบัว...สัญลักษณ์ของ
ศาสนาพุทะ แล้วยังเป็นเมืองแห่งธรรมะอีก....ป่านนี้คงอิ่มบุญหลับ
สบายไปแระ..ให้ยูกิพร่ำอยู่คนเดียว.......

............วันนี้ good moring....(เพราะต้องตื่นมาอ่านแน่ๆ) ตื่นมาพร้อมกับจิตสดชื่นเบิกบาน.......ธรรมสวัสดีอีกครั้งค่ะ


โดย: ๊Uki IP: 58.11.20.190 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:2:45:47 น.  

 
ิอิอิอิอิ...ทายไม่ผิดเลย...ตอนนั้นผมหลับไปแระ,,,เรื่องคนมาดึกนี่ก็ยกให้คุณยูกินี่แระ..สงสัยจังว่าทำอะไรดึกๆทุกวัน...

แต่ตอนนี้ผมตื่นแระเพราะจะเตรียมตัวไปวัด...ไปช่วยงานกฐิน...เพราะต้องไปช่วยทำหน้าที่หลายอย่างเหมือนกัน...และปีนี้คนเยอะเพราะทางเจ้าภาพคือ บ.ทิปโก้เอาพนักงานมาเพียบ..

เรื่อง "บุญ" น่ีเป็นสิ่งที่ต้องสร้างให้มากๆครับ...
ในขณะที่ตัว"บาป"เป็นสิ่งที่ต้อง(พยายาม) ละ ครับ..
ผมไม่รู้เหมือนกันว่าผมมีมากไม๊..??แต่รู้สึกว่า เป็นหน้าที่ และเป็นสิ่งทำแล้วสบายใจ...สุขใจ...
ถ้าพูดถึงความภาคภูมิใจ..มีหลายๆเรื่องที่ทำ.. แต่การได้เกิดที่เมืองอุบล..และที่สำคัญได้มีโอกาศรับใช้ครูบาอาจารย์นี่..เป็นสิ่งที่ผมภาคภูมิใจทึีสุดครับ...

คุณยูกิครับ..แท้จริงแล้วคงไม่ใช่ต้องเกิดที่จ.อุบลหรรอกครับ..ท่านอาจารย์บอกเสมอๆว่า..คนที่เกิดที่เมืองไทยทุกคนเป็นคนโชคดี..เพราะเกิดในดินแดนที่ไม่เคยขาดอรหันต์ ท่านเองไปเกิดที่เมืองนอก ต้องดิ้นรนมาอยู่เมืองไทย (อยาก)มาเป็นคนไทย...เพียงแต่ว่า พวกเราหลายคน"ใกล้เกลือกินด่าง"เท่านั้นเอง...

ผมคุยกับคุณยูกิเกือบทุกเช้าเวาตื่นขี้นมา จนรู้สึกว่าคุณยุูกิเป็นเพื่อนคนหน่ึง เพื่อนที่คุยตอนรุ่งอรุณเวลาตื่นมา...แปลกดีเหมือนกัน..
คงต้องไปแล้ว ครับ...ขอแบ่งบุญให้คุณยูกิและทุกๆท่านที่แวะเข้ามาอ่านครับ...







โดย: คนอุบล วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:5:29:35 น.  

 
ขอแก้คำผิด

ประเทศ


โดย: jejeeppe วันที่: 6 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:10:48 น.  

 
เรื่องนี้สำคัญมาก ..
อย่ามองข้ามนะคะ



โดย: weeki IP: 60.36.228.145 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา:23:13:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

คนอุบล
Location :
อุบลราชธานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




เกิดอุบล.เรียนจบแค่ ปริญญาตรีที่ มข...
ทำงานส่วนตัวเป็นนักธุรกิจที่อุบล....
ที่คิดว่าโลกของตนเอง..คือธรรมะ..
และชอบศึกษา..ชอบอ่าน..ชอบท่องโลก....
คิดว่าจนเองโชคดีที่ได้เกิดที่เมืองไทย..ที่อีสาน..และที่อุบลราชธานี..
"ดินแดนแห่งธรรมะ..และน้ำใจไมตรี..."

free web counter stat counters
New Comments
Friends' blogs
[Add คนอุบล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.