พฤษภาคม 2551

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
การรักษาภูมิแพ้ด้วยธรรมชาติบำบัด โดย นพ.ทีปทัศน์



การบรรยายประชุมวิชาการกรมพัฒน์
เรื่อง "การรักษาภูมิแพ้ด้วยธรรมชาติบำบัด"
โดย นพ.ทีปทัศน์ ชุณหสวัสดิกุล
วันที่ 23 สิงหาคม 2548 เวลา 10.00-12.00 น.
ณ ห้องประชุมเบญจกูล กรมพัฒน์ฯ



อาการภูมิแพ้มีอะไรบ้าง

1. แพ้อากาศ หวัดเรื้อรัง (Allergic rhinitis)ตอนเช้ามีน้ำมูก มีเสมหะในคอตลอดเวลา
2. หอบหืด (Asthma) เป็นโรคในกลุ่มภูมิแพ้ต่อตัวเอง เนื้อเยื่อในหลอดลมจะบวม หลอดลมตีบ หายใจลำบาก
3. ภูมิแพ้ของตาและหู (Allergic conjunctivitis) จะมีอาการคัน ระคายเคือง แสบเคืองตา มีตุ่มเม็ดเล็กอยู่ในหูหรือหูอื้อ น้ำหนวก
4. ผื่นแพ้ (Urticaria, Dermatitis, Eczema) หรือลมพิษ คือโดนสารที่ระคายเคือง จะเกิดผื่นขึ้นมา
5. แพ้อาหาร (Food allergy) เช่น แพ้อาหารทะเล
6. แพ้แมลงและปฏิกิริยาแอนาฟัยแลคติก (Anaphylactic) ที่พบมากคือ แพ้แมลงสาบ
7. แพ้ยา (Drug allergy)



แพ้อากาศ หวัดเรื้อรัง (Allergic Rhinitis)

- พบบ่อยที่สุด 20 % ของเด็กจะมีอาการเมื่ออายุ 2- 3 ปี 30 % จะมีอาการต่อมาจนถึงวัยผู้ใหญ่


- พบมากขึ้นเรื่อยๆ 50 % ประชากรในสังคมที่พัฒนาแล้วและกลายเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของโรคเรื้อรังที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน


ในปี 1987 ค่ายาต่างๆ รักษาภูมิแพ้อากาศคิดเป็นเงินทั้งหมด 1 พันล้านดอลลาร์ในอเมริกา ถ้าเป็นมาก คิดเป็นจำนวนคนที่ขาดงาน 800,000 กว่าวัน หรือเป็นเด็กขาดเรียน 800,000 กว่าวัน



สาเหตุ

จากสารที่กระตุ้นทำให้แพ้ ได้แก่ ไรฝุ่น ปีกแมลงสาบ เกสรดอกไม้ กระบวนการภูมิต้านทานของเราเอง เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เจอกับสารแปลกปลอมแล้วมันจะจำเอาไว้ว่าเป็นสารแปลกปลอมที่ต้องกำจัดทิ้ง เผอิญสารแปลกปลอมนี้ไปคล้ายกับสารที่มีอยู่ในตัวเราเอง ฉะนั้นแทนที่มันจะไปจัดการสารแปลกปลอมนั้น แต่กลับไปจัดการกับสารในร่างกายของเราเอง ทำให้เกิดอาการภูมิแพ้ อีกตัวหนึ่งที่สำคัญคือ Immuglobullin E (IgE) ถ้าเป็นภูมิแพ้มาก จะตรวจพบ IgE สูง และอีกตัวที่เข้ามาเกี่ยวข้องคือ Mast cell อยู่ที่ผิว มีสารฮีสตามีน Histamin ผลิตออกมา คนที่แพ้ผื่นพิษ จะแก้โดยการกินยาแอนตี้ฮีสตามีน (Anti histamine) ซึ่งเป็นตัวที่ต้านกับสารที่ Mast cell ผลิตออกมา เป็นทฤษฎีที่การแพทย์แผนปัจจุบันนำมาใช้ แต่ในมุมมองของธรรมชาติบำบัด นอกจากในเรื่องของปัจจัยนี้ซึ่งถือว่าเป็นปัจจัยภายใน เราทำอะไรไม่ได้ เป็นภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นภายในตัวของเราเอง เราต้องกินยากดอาการแพ้ไปเรื่อยๆ แต่สาเหตุที่น่าสนใจคือ ออกซิเดตีบ สเตรส (Oxidative Stress) คือปฏิกิริยาอนุมูลอิสระ จากประชากรที่เป็นภูมิแพ้จำนวนไม่น้อย ไม่ได้เป็นภูมิแพ้ตั้งแต่เด็ก จะเกิดจากการทำงานหนัก, อดหลับอดนอน, กินไม่ดี, อยู่ในที่ที่มีมลพิษมาก ที่ทำงานสูบบุหรี่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอนุมูลอิสระ


อนุมูลอิสระ

คือสารตัวหนึ่งที่อิเล็กตรอนหายไป 1 ตัว ซึ่งสารในโลกนี้จะอยู่ได้ต้องมีอิเล็กตรอนครบคู่ ถ้าสารตัวนั้นขาดอิเล็กตรอนไป 1 ตัว จะอยู่ไม่ได้ จะต้องขโมยอิเล็กตรอนจากที่อื่นมา ในร่างกายของคนใดก็ตามที่มีอิเล็กตรอนอยู่มาก อนุมูลอิสระจะขโมยอิเล็กตรอนจากโมเลกุลที่อยู่ในร่างกาย ถ้าขโมยได้โมเลกุลนั้นก็จะผิดรูปร่าง ถ้าปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นกับโปรตีนของเรา จะเกิดปัญหา คือร่างกายของเราสามารถจำโปรตีนที่ร่างกายสร้างขึ้นทุกชนิด จะไม่ทำร้ายโปรตีนนั้น แต่ถ้าเจอโปรตีนแปลกปลอม หรือสงสัยว่าเป็นแบคทีเรียจะกำจัดทิ้ง หรือเจอโปรตีนแปลกปลอมที่เซลล์มะเร็ง ต้องกำจัดทิ้ง ในคนปกติที่ไม่เป็นมะเร็งไม่มีเชื้อโรคเข้ามา แต่มีอนุมูลอิสระอยู่มาก ซึ่งอนุมูลอิสระจะไปทำให้โปรตีนเสียรูปร่าง ปรากฏว่าเม็ดเลือดขาวมาพบโปรตีนนี้ สงสัยว่าไม่ใช่โปรตีนของตนเอง แต่เป็นเชื้อโรค
จะส่งเม็ดเลือดขาวไปทำลาย ทำให้เกิดอาการอักเสบบวมเกิดขึ้น ถ้าเกิดที่โพรงจมูกทำให้เยื่อจมูกเราบวม เกิดเป็นภูมิแพ้อากาศ แต่ถ้าเหตุการณ์ไปเกิดที่หลอดลม ทำให้เยื่อบุหลอดลมบวมจะเป็นหอบหืด หรือถ้าไปเกิดที่ข้อ จะเป็นข้ออักเสบ รูมาตอยด์ต่างๆ ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นทั้งตัว จะเป็น SLE ภูมิแพ้ทั้งระบบ ฉะนั้นในมุมมองธรรมชาติบำบัด อนุมูลอิสระสามารถหลีกเลี่ยงได้ อาการภูมิแพ้จะดีขึ้นหรือ อนุมูลอิสระมีสารบางอย่างใช้สู้อนุมูลอิสระได้ ถ้าเราใช้สารประเภทนี้เข้ามาช่วยรักษา มันจะไปสะท้านฤทธิ์กับอนุมูลอิสระทำให้โปรตีนไม่เสียรูปร่าง อาการภูมิแพ้จะดีขึ้น จะเป็นทฤษฎีการรักษา



อาการและอาการแสดง

- คันจมูก (Itching) อาจร่วมกับ คอ ตา ผิวหนัง ก็ได้
- น้ำมูกไหล (Runny nose)
- การรับกลิ่นเสียไป (Impaired smell)
- จมูกตัน (Nasal congestion)
- ไอ (Coughing)
- ปวดศีรษะ (Headache)
- น้ำตาไหล (Tearing eyes)
- หายใจเสียงดัง (Sneezing wheezing)



การวินิจฉัย

- ซักประวัติ ตรวจร่างกาย
- Skin Test คือ การทดลองโดยนำเข็มสะกิดตามผิวหนังให้เป็นแผล และเอาสารที่คนส่วนใหญ่แพ้ไปหยอดตามแผล ถ้าบวมแดงมากตรงจุดไหนแสดงว่าเราแพ้สารตัวนั้น แต่ Skin test ไม่จำเป็นต้องทำทุกราย ทำเพื่อให้ทราบว่าเราแพ้อะไรเท่านั้นเอง การปฏิบัติตัวต้องดูแลตนเอง



การรักษา

1.หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้
แต่คนไทยมักแพ้อาหาร นมวัวมาก ลองหลีกเลี่ยงนมวัวระยะหนึ่ง รวมไปถึงผลิตภัณฑ์จากนมวัวทุกชนิด ไอศกรีม คอฟฟี่เมต อาการภูมิแพ้จะดีขึ้นมาก เรานิยมบริโภคนมวัวเพราะมีแคลเซียมมาก ต้องการโปรตีน อาจหาแคลเซียมจากแหล่งอื่นแทน เช่นนมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียม, ปลาเล็กปลาน้อย,งาดำวันละ 3 ช้อนโต๊ะเท่ากับแคลเซียมที่ต้องการใน 1 วัน ต้องเป็นงาดำบดเพราะแคลเซียมจะดูดซึมได้

2. รักษาด้วยยา
- Antihistamin (แอนตี้ฮีสตามิน) เด็กที่กินยาแทนที่ฮีสตามินจะมีผลข้างเคียง ทำให้เบื่ออาหาร ,ตัวจะเล็ก
- Steroids (สเตียรอยด์) ใช้ระยะยาวไม่ดี จะกดภูมิต้านทาน จะกดภูมิต้านทานจะทำให้อ้วนฉุได้
- Decongest anis ยาพ่นจมูก

3. Immunotherapy (อีมโมโนเธอราพี)
เป็นการปรับภูมิต้านทาน คือทำให้ร่างกายชินกับสารแพ้ชนิดนั้น ตอนแรกถ้าแพ้มากให้สารนั้นปริมาณน้อย ถ้าชินแล้วจึงใส่เพิ่มจนสามารถทนระดับของสารแพ้ตัวนั้น



ธรรมชาติบำบัดรักษาภูมิแพ้

1. หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ เช่น ขนสุนัข, ควันบุหรี่, เกสรดอกไม้, ฝุ่นในบ้าน,นมวัวและผลิตภัณฑ์จากวัว
2. ปรับอาหาร โดยการกินอาหารที่ต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี คนเราสร้างวิตามินซี ไม่ได้ ไม่เหมือนสุนัข, แมว ซึ่งสร้างวิตามินซีได้ วิตามินซีจะอยู่ในอาหารประเภทเปรี้ยว , ฝาด, คือ ผัก ผลไม้ที่สดๆ อนุมูลอิสระอีกกลุ่มหนึ่ง คือ วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน ซึ่งอยู่ในผักผลไม้ที่มีสีเขียวจัด , สีเหลือง, สีแดง,สีม่วง, แครอทมีเบต้าแคโรทีน แต่มีไม่มาก แครอท 100g มีวิตามินเออยู่ 1,144 อินเตอร์เนชั่นแนลยูนิต แต่ที่มีเบต้าแคโรทีนมาก คือ ผักเหลียง ,ผักปัง,ผักขี้เหล็ก 100 g มีวิตามินเอ 43,333 อินเตอร์เนชั่นแนลยูนิต มากกว่าแครอท 40 เท่า วิตามินอีกตัวที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ คือวิตามินอี ซึ่งมีอยู่ในเมล็ดธัญพืช เช่น เมล็ดทานตะวัน,เมล็ดฟักทอง,จมูกข้าว ฉะนั้นควรกินข้าวกล้องจะมีจมูกข้าวมาก คนที่เป็นภูมิแพ้ถ้าอยากหายควรกินข้าวกล้อง น้ำผลไม้สดวันละ 2 แก้ว
3. การออกกำลังกาย ต้องสม่ำเสมอ สัปดาห์ละ 3 วันๆละ ½ ชั่วโมง ทำให้ภูมิแพ้ดีขึ้น
4. เพิ่มภูมิต้านทาน เช่น อบสมุนไพร ,ซาวน่า .อาบแสงตะวัน เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายจะมีไข้ ไข้ไม่ใช่สิ่งที่เชื้อโรคสร้างขึ้นมา แต่เป็นสัญญาณเพื่อกระตุ้นให้ภูมิต้านทานออกมาทำงานให้สมดุลขึ้น แต่ถ้าเราปกติ สามารถกระตุ้นให้ภูมิต้านทานทำงานโดยการทำให้มีไข้ โดยไปอบซาวน่าหรืออาบแสงตะวัน ร่างกายจะเหมือนมีไข้ ภูมิต้านทานจะออกมาทำงาน แสงแดดควรเป็นช่วงบ่าย หันหน้า-หลัง ข้างละ 10 นาที หรืออาบน้ำอุ่นสลับน้ำเย็นอย่างละ 1 นาที สัก 2-3 รอบก็ได้



ธรรมชาติบำบัดรักษาภูมิแพ้

1. วิตามิน อาจใช้วิตามินเม็ดมาเสริม ถ้ารับประทานผักผลไม้ไม่เพียงพอ
2. การอดล้างพิษ ถ้ามีอนุมูลอิสระ,สารพิษมากใช้วิธีนี้จะได้ผลโดยเฉพาะเป็นภูมิแพ้
3. การสวนล้างลำไส้ เช่นสวนกาแฟ
4. การฝังเข็ม
5. การให้วิตามินระดับสูงทางเส้นเลือดดำ



การอดเพื่อสุขภาพ

การอดมีตั้งแต่สมัยโบราณ มีทุกชาติทุกศาสนา และเป็นสัญชาติญาณการอดของสัตว์ต่างๆ รวมทั้งมนุษย์เรา เช่น การเจ็บป่วย จะเบื่ออาหาร ทางวิทยาศาสตร์จะมี 3 ทฤษฎี ที่อธิบายเรื่องการอดทำไมส่งผลดีต่อร่างกาย

1. ทฤษฎีการถ่ายเทพลังงาน การกินอาหาร จะใช้พลังงานในการย่อยอาหาร ถ้าเราอดอาหาร ร่างกายจะไม่ใช้พลังงาน แต่จะใช้พลังงานในการกำจัดสารพิษแทน

2. ทฤษฎีอนุมูลอิสระ การกินอาหารเหมือนการเอาเชื้อเพลิงเข้าไปในร่างกาย ทุกครั้งที่มีการเผาเชื้อเพลิงจะเกิดอนุมูลอิสระทุกครั้ง เช่น นำฟืนมาจุดไฟ ออกซิเจนจากอากาศมารวมตัวเกิดเป็นไฟความร้อน เผาไหม้เชื้อเพลิงคือฟืนจะหายไป แต่จะเกิดเขม่าควันก็คืออนุมูลอิสระ เช่นเดียวกับร่างกายของเรา เมื่อกินอาหาร ข้าวและไขมันคือเชื้อเพลิง การหายใจคืออกซิเจนเข้าไปสันดาปเกิดเป็นพลังงาน สิ่งที่เกิดขึ้นเสมอคือ อนุมูลอิสระ ฉะนั้นคนที่กินน้อยอยู่นาน เพราะร่างกายเผาผลาญน้อยลง อนุมูลอิสระจะน้อย สุขภาพจะดี
3. ทฤษฎีขับสารพิษจากลำไส้ใหญ่ โดยที่ลำไส้ใหญ่ มีหน้าที่
1) เป็นที่พักอุจจาระ ลำไส้ใหญ่จะพองตัวเป็นที่เก็บอุจจาระ อาหารทางปากจนถึงทวารหนัก ใช้เวลา 24- 48 ชั่งโมง
2) เป็นทางผ่านของสารพิษ ซึ่งสารพิษต่างๆในร่างกายจะดูดขับโดยตับ แล้วขับออกกับน้ำดี น้ำดีเข้ามาผสมกับกากอาหารที่เหลือจากการย่อย คือ อุจจาระซึ่งมีสีเหลืองของน้ำดี อยู่ด้วย
3) การดูดน้ำกลับ ทำให้อุจจาระเป็นก้อน ปัญหาคือ บางคนท้องผูก 7 วัน อุจจาระดูดน้ำกลับเรื่อยๆ อุจจาระจะแข็ง สารพิษจะดูดกลับไปกับน้ำด้วยทำให้เกิดโรคภูมิแพ้

การอดอาหารมีหลายวิธี ถ้าอดด้วยผลไม้ เราจะได้วิตามินต่างๆ ทำให้ร่างกายขับสารพิษได้ดีขึ้น นอกจากนี้ผลไม้จะมีเส้นใยสูง จะทำหน้าที่เหมือนไม้กวาดที่คอยปัดกวาดเอาของเสียออกมาได้ดีขึ้น ถ้าอด 7 วัน ร่างกายจะเกลี้ยงเกลาสะอาด



ชนิดของอด

- อดไม่กินอะไรเลย
- อด + กินแต่น้ำเปล่า
- อด + กินแต่น้ำผลไม้
- กินแต่ผลไม้อย่างเดียว



นิยามของการอด

การกำจัดการกินอาหารที่ให้พลังงานไม่เกิน 800 แคลลอรี่ / วัน ซึ่งเป็นพลังงานที่น้อยที่สุดที่ร่างกายต้องการ แหล่งพลังงานสำรองของร่างกายคือ ไกลโคเจนซึ่งอยู่ในกล้ามเนื้อร่างกายจะใช้ไกลโคเจนไปเมื่อไกลโคเจนใกล้หมดร่างกายจะใช้พลังงานแหล่งที่ 2 คือไขมัน ทำให้ผอมลง


ผลไม้สำหรับการอด

ผลไม้เนื้อโปร่งไม่หวาน เช่น มะละกอ , ฝรั่ง, ชมพู่,แตงโม, สับปะรด ห้ามผลไม้หวานจัด เนื้อแป้งเยอะ เช่น ทุเรียน , ละมุด,กล้วย


ระยะต่างๆ ของการอด

ระยะที่ 1
1-6 ชั่วโมง ระยะหิว- ระหว่างที่อดระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลงทำให้หิว
ระยะที่ 2
6-18 ชั่วโมง ระยะโหย จะไม่ค่อยมีแรง เริ่มใช้พลังงานจากไกลโครเจนที่ตับและใช้ไขมัน จนน้ำตาลใน เลือดปกติ อาการหิวจะหายไป
ระยะที่ 3
12-48 ชั่วโมง ระยะซ่านพิษ ระยะนี้อาการจะเป็นมากขึ้น ช่วงสั้นเกิดจากสารพิษสะสมในร่างกาย เป็นสารพิษที่ละลายในไขมัน จะถูกละลายในกระแสเลือด ช่วงนี้อาการภูมิแพ้จะมาก เป็นช่วงที่ควรไปสวนกาแฟ ซึ่งกาแฟจะกระตุ้นให้ตับขับสารพิษออกมาได้ดี ควรผ่านระยะนี้ให้ได้
ระยะที่ 4
เลย 48 ชั่วโมง ระยะปลอดพิษ ระยะนี้อาการภูมิแพ้จะลดลง



ล้างพิษ 10 วัน

วันที่ 1
วันเตรียมตัวอด คือ กินอาหารลดลงทีละหมู่ ในตอนเช้ากินทุกหมู่ มื้อกลางวันให้ตัดหมู่ คาร์โบไฮเดรต งดข้าว มื้อเย็น กินแต่ผัก ผลไม้ กินปลามื้อสุดท้าย เนื่องจากระยะที่ 2 หรือระยะโหย ร่างกายจะเอาไกลโครเจนมาใช้ จะเกิดกรดแลคติก คือ เลือดเป็นกรดมากขึ้น แล้วร่างกายจะมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ถ้ากินข้าวมาตลอด เลือดจะเป็นกรดมาก อาการครั่นเนื้อตัวจะมาก ฉะนั้นจึงต้องงดแป้งก่อนมื้อแรก แต่ยังใช้พลังงานจากไขมันหรือโปรตีนอยู่ ความเป็นกรดของเลือดก็จะไม่มาก
วันที่ 2-3
วันอด กินผลไม้อย่างเดียวทั้งวัน ( เนื้อโปร่ง ไม่หวานจัด) เรียกว่า Mono diet เพราะกินแล้วเบื่อทำให้หยุดกิน และกินอาหาร 1 ชนิด ร่างกายจะหลั่งน้ำย่อยเพียง 1 ชนิด เอาพลังที่เหลือจากหลั่งน้ำย่อยชนิดเดียว ไปขับสารพิษ
วันที่ 4-8
วันกินอิ่ม กินผักผลไม้หลายชนิด เพราะพิษถูกขับไปเกือบหมดอาหารหลักเป็นสลัดผัก, แกงจืดผัก, แกงส้ม, ผัดผัก ไม่ใช่โปรตีน สามารถกินจนอิ่ม ไม่หวานหรือมีน้ำมัน อาจเป็นเมล็ดธัญพืช ½ ช้อนโต๊ะ
วันที่ 9-10
วันเตรียมเลิก กินข้าว 1 มื้อ กินปลา 1 ขีด 1 มื้อ เพราะช่วงนี้ไม่มีน้ำย่อย กินมากจะท้องอืด ปวดท้อง และการอดนี้จะช่วยรักษาโรคกระเพาะ
หลังจากนั้น กินตามปกติ คือ ข้าวกล้อง ผลไม้ ผัก ถ้าทานเป็นประจำสารพิษจะถูกขับสม่ำเสมอ อาการภูมิแพ้จะดีขึ้น ควรอดล้างพิษ 10 วัน นี้ทุก 6 เดือน (ปีละ 2 ครั้ง)









Create Date : 25 พฤษภาคม 2551
Last Update : 29 กรกฎาคม 2560 10:56:39 น.
Counter : 476 Pageviews.

16 comments
  
ขอบคุณที่มาเยี่ยม blog คะ

ขอบคุณสำหรับความรู้แบ่งปันกัน
โดย: เซกิ วันที่: 29 พฤษภาคม 2551 เวลา:19:52:10 น.
  


แวะมาทำความรู้จักและทักทาย

หวังว่าโอกาสหน้าจะได้เยี่ยมเยียนกันอีก

ขอบคุณข้อมูลดีๆที่นำมาแบ่งปัน

รักษาสุขภาพนะคะ


โดย: ยายกุ๊กไก่ วันที่: 2 มิถุนายน 2551 เวลา:15:32:34 น.
  
I'ev sufered from allergic rhinitis for two years and mad me uncomfortable espacialy in the sommer. So thank you and I'll try to do as your advice.
I'll let you know how I get on.
โดย: dee black IP: 86.150.225.55 วันที่: 7 มิถุนายน 2551 เวลา:16:04:49 น.
  
ได้ความรู้มากมายเลย
รักษาสุขภาพกันถ้วนหน้าน่ะค่ะ
โดย: ............ (เจ้านายหัวใจ ) วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:7:56:06 น.
  


มาชวนไปฟังนิทานเรื่อง นกกางเขน

หนังสือเรียนของคนที่ ณ วันนี้อายุควรจะ 55 อัพ

เป็นนิทานที่เอามาปัดฝุ่นจัดทำใหม่ ใส่ภาพเคลื่อนไหว ใส่เสียง

ดูแล้วคิดเห็นอย่างไรบอกเล่ากันบ้างเน้อออออออออ


โดย: ยายกุ๊กไก่ วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:14:10:20 น.
  
hi! I'ev starting not to eat food but I'ev ate only fruits . lastnight I feel better and I did'n sneeze allnight like I use to. This morning I'ev a little sneeze ,running nose so I drank a glass of friut juice and took one antihistamine it stopped sneeze now and in my mouth not to sore like before.
โดย: dee black uk IP: 86.150.225.55 วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:17:21:08 น.
  
เป็นแพ้อากาศกันทั้งบ้านเลยค่ะ
ขอบคุณข้อมูลดีดีนะคะ
แวะมาทักทายค่ะ
โดย: ม่านฟ้านาคราช วันที่: 9 มิถุนายน 2551 เวลา:23:14:31 น.
  
กำลังเป็น ภูมิแพ้ เลยขอขอบคุณครับ
โดย: everything on วันที่: 11 มิถุนายน 2551 เวลา:18:36:55 น.
  
Hi! I,m not feel well for two days because I fuffring from heyfever my nose was blogged my eyes so itchy. I went to phamacy and borth Nasal Spray for allergy also allerg eye drop I feel a bit better now. But I'ev to countinuening to use for a while until more cearler. I'ev eat alot of fruit ,veg and take vitaminC. I'll takecare my health more then before. see you soon.
โดย: dee black IP: 86.141.163.57 วันที่: 14 มิถุนายน 2551 เวลา:16:16:44 น.
  
ดีค่ะคุณ dee black
จิงๆอ่านภาษาอังกฤษมะค่อยออกอ่ะคะ เขิลๆ
ยังงัยก้อรักษาสุขภาพด้วยนะคะ

ขอบคุณมากนะคะที่เข้ามาเยี่ยม blog
โดย: kik (ข้าวปุ้นฮ้อน ) วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:8:57:13 น.
  
hi!kik I'm sorry I,ve to type in english(my son's computer he gone to shool so I can use it.) because I haven't got thai typing keybord but I thing you understand what I mean.Thankyou for your blogg is helpfull I following and make me feel better also I'll recomment to my english freind who suffering from heyfever. Many people in uk have got it now because of summer and hight pollen. I've to go now I'll see you again soon takecare of youself too.
dee black uk.
โดย: dee black IP: 86.143.75.186 วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:16:40:22 น.
  
ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยมเยียนที่บล็อกครับ

ไม่ตอ้งแอบอ่านหรอกครับ อยากให้เข้ามาอ่านอยู่แล้ว
มาอ่านแล้วทิ้งคอมเม้นต์ไวบ้างนะครับ
โดย: DxB (sabkps ) วันที่: 31 กรกฎาคม 2551 เวลา:12:22:43 น.
  
ผมแพ้ไรฝุ่น+ฝุ่นละออง+เกสรดอกไม้ครับ

แล้วที่บ้านผมมีฝุ่นเยอะมาก
ถ้าคืนไหนผมทานยาแก้แ้พ้อากาศ
เช้าวันรุ่งขึ้นจมูกผมจะโล่งมาก

ผมอยากทราบว่า ผมจะทานยาทุกวันได้หรือเปล่าครับ
โดย: หุหุ IP: 118.174.199.219 วันที่: 18 มกราคม 2552 เวลา:11:53:13 น.
  
ดีค่ะ
ทานยาทกวันคงไม่ดีมั่งคะ
รักษาที่ต้นเหตุดีกว่านะคะ
เอาใจช่วย่ค่ะ
โดย: kkiikk IP: 124.120.243.75 วันที่: 2 มีนาคม 2552 เวลา:3:31:20 น.
  
แพ้ .. แบบว่า..... เรอทัก อ่ะคะ ทำงายดีคะ

รบกวนช่วยหาคำตอบให้ด้วยนะคะ
โดย: รักสุดขั้ว IP: 125.24.226.87 วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:20:53 น.
  
ขอบคุณจร๊าที่แวะที่บล๊อก...เข้ามาอ่านเก็บความรู้บ้าง..(ว่าแต่ว่า ที่แรกนึกว่า จขบ.เป็นเด็กผู้ชายเสียอีกนะเนี่ย)
โดย: araya.m วันที่: 26 มกราคม 2553 เวลา:22:16:49 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

ข้าวปุ้นฮ้อน
Location :
เลย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



ขอบคุณที่แวะมาที่บลอคนี้นะคะ
New Comments
MY VIP Friends