Get a scroller sign at http://www.glitteryourway.com
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2549
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
10 ตุลาคม 2549
 
All Blogs
 

โลกใกล้ถึงกาลอวสาน








โลกเราทุกวันนี้ตั้งอยู่ในสถาน ภาพที่หมิ่นเหม่ต่อการพินาศแตกสลาย ทั้งจากการต่อสู้ทำลายล้างกันเองในระหว่าง เผ่าพันธุ์มนุษย์มีการทดลอง อาวุธนิวเคลียร์มหาประลัย ที่สักวันหนึ่งอาจระเบิดถล่มทลายโลกเป็นเสี่ยงๆ ดังเช่นในภาพล้อที่คุณประยูร จรรยาวงศ์ นักการ์ตูน ของไทยในอดีตเคยเขียนไว้ และทั้งจากมหาภัยธรรมชาติที่นับวันก็จะรุนแรงเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ จนไม่อาจหยั่งรู้ ได้ว่าโลกของเราจะพินาศด้วยน้ำ มือมนุษย์หรือจากภัยธรรมชาติก่อนกัน





เริ่มด้วยภัยจากที่สูงคือบนท้องฟ้าก่อน ประเทศไทยเรานับว่ายังโชคดีที่ประสบกับมหาวาตะหรือลมพายุที่ไม่สู้รุนแรงนัก แต่จากสภาพแปรปรวนของอากาศทุกวันนี้ทำให้ดินฟ้าอากาศในภูมิภาคอื่นแปรปรวน โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งต้องเผชิญกับพายุหมุน หรือ Twister อันร้ายกาจ ที่รู้จักกันดีในชื่อทอร์นาโด (Tornado) พายุนี้จะก่อตัวขึ้นเมื่อยามที่อากาศร้อนชื้นลอยตัวขึ้นจาก พื้นล่างและปะทะกับอากาศเย็นที่ลอยลงต่ำ อากาศทั้งสองที่มีอุณหภูมิแตกต่างกันจะรวมตัวในลักษณะของ เกลียวและหมุนปั่นเป็นแรงมหาศาลรูปกรวยพุ่งใส่พื้นดินเบื้องล่าง ทำลายทุกอย่างที่อยู่ ในรัศมีเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย

ดังเช่นในวันที่ 18 มีนาคม 1925 เวลาบ่ายโมงตรง ทอร์นาโดที่ยาวนานที่สุดและพลังความพินาศมากที่สุดได้ก่อตั้งขึ้น โดยมีความกว้างของกรวย 1 กิโลเมตร และเคลื่อน ที่ด้วยความเร็วยิ่งกว่ารถแข่ง เริ่มจากเมืองเอลลิงตันรัฐมิสซูรี ใช้เวลา 15 นาที ทำลายเมืองแอนนาโปลิส ที่อยู่ถัดขึ้นไปใกล้กันราบเรียบ จากนั้นก็เคลื่อนไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ถล่มเมืองต่างๆในรัฐอิลลินอยส์ เฉพาะเมือง เมอร์ฟิสโบโร มีผู้เสียชีวิตถึง 234 คน จากนั้นก็พุ่งผ่านต่อไปเข้ารัฐอินเดียนา หลังถล่มเมืองปรินซ์ตันกระจุยก็ยุติลงในเวลา 16.30 น. ในช่วงเวลาสามชั่วโมงครึ่งนี้ มีคนตายทั้งสิ้น 689 คน ทรัพย์สินเสียหายไม่อาจประเมินค่าได้




ถัดมาคือภัยพิบัติจากน้ำท่วมโลก เราทุกคนคงรู้จักสภาวะเรือนกระจกดี นั่นคือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงได้ทวีปริมาณเพิ่มขึ้น และห่อหุ้มบรรยากาศของโลกไว้ จนความร้อนไม่อาจระบายขึ้นสูงออกไปนอกโลกได้ เกิดเป็นภาวะโลกร้อน และทำให้น้ำแข็งขั้ว โลกที่มีอยู่มหาศาลละลายตัว เป็นเหตุให้น้ำในมหาสมุทรสูงขึ้นๆจนท่วมโลก

พลเมืองโลกที่ต้องเผชิญกับภัยน้ำท่วมก็คือผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมถึง หรือตามขอบสมุทร ซึ่งความจริงแล้วน้ำท่วมมีข้อดีคือได้นำเอาปุ๋ยอันอุดมสมบูรณ์มาทับ ถมที่ดิน ทำให้การเพาะปลูกได้ผลดียิ่ง หากแต่เมื่อน้ำหลากมากเกินไป ดังเช่นในกรณีที่เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1998 ซึ่งเป็นเหตุให้แผ่นดินสองในสามของบังกลาเทศต้องจมอยู่ในภายใต้ลุ่มน้ำคงคา ผู้คนไร้ที่อยู่ 10 ล้านคน และประเทศจีนก็วิบัติจากลุ่มน้ำแยงซี ในปีเดียวกันนี้ โดยมีผู้ประสบภัยพิบัติหลายล้านคนเช่นกัน




ใช่แต่เฉพาะเมืองที่ประชากรมีค่าครองชีพต่ำอย่างบังกลาเทศหรอกครับ แม้แต่รัฐใหญ่ๆอย่างเช่น นิวยอร์ก หรือฟลอริดาของอเมริกา เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซีย หลายเมืองในเนเธอร์แลนด์ รวมทั้งกรุงเทพฯ ของเราด้วย ก็มีสิทธิจมอยู่ใต้น้ำ ภายในปี ค.ศ.2100! ทั้งนี้ จากคำพยากรณ์ของนักวิทยาศาสตร์ที่ว่าใน ค.ศ. ดังกล่าวนี้ น้ำทะเลจะสูงขึ้นกว่าเดิมอีกอย่างน้อย 3 เมตร




ก็อีกไม่ถึง 100 ปีล่ะครับ ชาวกรุงคงต้องเตรียมเรือแพไว้อาศัย หรือไม่ก็ต้องอพยพโยกย้ายไปอยู่ในพื้นที่ที่สูงกว่า แต่ก็แปลกนะครับ ในขณะที่เกิดภาวะโลกร้อนนั้น โอกาสที่โลกจะพบกับความหนาวเย็นก็มีเช่นกัน ความจริงอันนี้เคยเป็นวัฏจักรมาแล้ว กล่าวคือบางช่วงในอดีตนั้น โลกเรามีสารจำพวกฝุ่นละอองเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ซึ่งมาจากการก่อสร้างและการทำเหมืองแร่ระเบิดหิน ฝุ่นละอองดังกล่าวจะสะท้อนความร้อนจากแสงแดดมิให้ตก กระทบถึงพื้นโลก อุณหภูมิของโลกจึงลดลง ซึ่งคราวนี้ก็มีความวิตกกันว่าหากอุณหภูมิลดลงในอัตรานี้ไปเรื่อยๆ โลกคงต้องพบกับปรากฏการณ์เช่นเดียวกับยุคน้ำแข็ง คือมองไปทางไหนก็มีแต่หิมะขาวโพลน หากทว่ายังไม่ทันไรก็เกิดสภาวะโลกร้อนขึ้นมาก่อน อันเนื่องจากการใช้เชื้อเพลิงในกระบวนการอุตสาหกรรม ที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วนั่นเอง

ซึ่งภายใต้ความหนาวเย็นนั้นก็โหด ร้ายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าภัยพิบัติจากธรรมชาติอื่นๆ หรอกครับ ยกตัวอย่างเหตุที่เกิดขึ้นในแคนาดา เมื่อเดือนมกราคม 1998 โดยพายุหิมะได้โหมกระหน่ำพื้นที่ควีเบค และออนตาริโอ จนจมอยู่ใต้หิมะและน้ำแข็ง ชาวแคนาดานับล้านต้องติดอยู่ในบ้านช่องของตน รัฐบาลต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน และตรึงกำลังทหาร 11,000 นาย ให้ออกช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งจัดเป็นการระดมกำลังทหารครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แคนาดาเลยเชียว จำนวนผู้แข็งตายจากความเย็นแม้จะไม่มาก แต่หลายรายต้องเสียชีวิตจากการสูดเอาก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ที่เกิดจากการจุดเชื้อเพลิงเพื่อทำความอบอุ่นในบ้าน ส่วนสัตว์เลี้ยงที่อยู่ นอกอาคารนั้นไม่ต้องพูดถึง ตายแทบหมดสิ้นภายในไม่กี่นาทีหลังพายุ ก็แหม...อุณหภูมิ ต่ำขนาด -27 องศานะครับ บ้านเราแค่ 10 องศาก็หนาวสั่นดิ๊กๆแล้ว





ภัยพิบัติทั้งจากมหาวาตะ-ทอร์นาโด ภูเขาน้ำแข็งละลาย-น้ำท่วมโลก ความหนาวเย็น-หิมะท่วมโลกทั้งหมดนี้ สร้างความวิบัติและโกลาหลให้แก่ ชาวโลกอย่างเหลือคณานับ ถ้าหากเราเตรียมรับมือไว้บ้างก็อาจบรรเทา ความเดือดร้อนลงได้ ซึ่งจะดูตัวอย่างจากเหตุการณ์ต่างๆนี้ได้ ในภาพยนตร์เรื่อง CATEGORY 7 : THE END OF THE WORLD โคตรมหาพายุล้างโลก ครับผม.


http://www.thairath.co.th/news.php?section=specialsunday08&content=22234








 

Create Date : 10 ตุลาคม 2549
0 comments
Last Update : 14 ตุลาคม 2549 21:11:48 น.
Counter : 764 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


โอเล่ คุง
Location :
Omaha , Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความเหนือชั้นคือ การอ่านหนังสือและการเดินทาง...
Friends' blogs
[Add โอเล่ คุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.