Get a scroller sign at http://www.glitteryourway.com
Group Blog
 
 
เมษายน 2550
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
11 เมษายน 2550
 
All Blogs
 

"อ๊อกฟอร์ด" เมืองมหาวิทยาลัยในฝัน (1)





อ๊อกฟอร์ดเมืองมหาวิทยาลัยในฝันอันโด่งดังเลื่องชื่อไปทั่วโลก


จากลอนดอนประมาณหนึ่งชั่วโมง ฉันก้าวลงจากรถไฟด้วยหัวใจที่เต้นรัวเล็กน้อย วันนี้แหล่ะที่ฝันจะกลายเป็นจริงเสียที เพราะเท้าก้าวลงเยียบพื้นดิน ฉันบอกตัวเองว่า "มาถึงแล้ว…ถึงอ๊อกฟอร์ดแล้ว…เมืองมหาวิทยาลัยในฝันของโลกและของตัวฉันด้วย เห็นพูดถึงกันจังวันนี้ได้มาดูให้เห็นกับตาตัวเองเสียที"

"อ๊อกฟอร์ด" (Oxford) เป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และโด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ก็จะเห็นแต่คอลเลจของมหาวิทยาลัยที่สวยงามตระการตาทั่วไปหมด อ๊อกฟอร์ดมี 39 มหาวิทยาลัยที่ต่างก็สวยงามแตกต่างกันออกไปแถมยังอยู่ใจกลางเมืองทั้งหมด สามารถเดินไปมาหาสู่กันได้สบายๆ

สำหรับนิสิตนักศึกษาที่นี่นิยมขี่รถจักรยานผ่านไปมา(ฉันขอเดาว่าน่าจะเป็นนักศึกษาที่นี่เพราะว่าที่อังกฤษนักศึกษาไม่ต้องใส่ยูนิฟอร์ม) เมื่อเห็นอย่างนั้นใจก็นึกอยากจะมาเรียนที่นี่กับเขาบ้าง แต่คงไม่เก่งพอที่จะเข้าได้ ก็เลยได้แต่มองด้วยความอิจฉาเล็กน้อยแล้วหายใจเข้าลึกๆ สูดอากาศที่เย็นสะอาดและบริสุทธิ์จนเต็มปอด แล้วเดินกินลมชมวิวกันต่อไป




บริดจ์ออฟซายห์ สัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งของอ๊ฮกฟอร์ด


วันนี้อากาศดีมาก ช่วงเดือนกุมภาพันธ์อากาศไม่ค่อยหนาวเท่าไร ใบไม้เริ่มเป็นสีเขียวแล้ว ส่วนดอกไม้ที่สมควรจะออกดอกเดือนหน้าก็รีบแย่งกันขึ้นเร็วกว่าปกติ อาจเป็นเพราะสภาวะโลกร้อนก็เป็นได้ ด้านหิมะก็มาช้า สัปดาห์ที่แล้วหิมะตกอยู่สองวัน แล้วก็หายไปอย่างไร้วี่แวว แต่ฉันว่าแบบนี้ก็ดีไปอีกอย่าง เพราะมันทำให้เที่ยวสนุกขึ้น ไม่ต้องวิ่งหาที่หลบลมหนาว เพราะเวลาหนาวมันหนาวจับใจจนไม่อยากทำอะไรเลย

สำหรับมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเริ่มต้นสร้างขึ้นเมื่อไร แต่ได้พบว่าเริ่มมีการสอนระดับขั้นอุดมศึกษาในอ๊อกฟอร์ดเมื่อ ค.ศ. 1096 สมัยที่กษัตริย์เฮนรี่ที่ 2 สั่งห้ามให้นักเรียนอังกฤษไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยปารีส ที่ ณ วันนี้มหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ดดูเก่าแก่และมีมนต์ขลังดีแท้

นอกจากนี้ อ๊อกฟอร์ด ยังมีคอลเลจที่น่าสนใจ อาทิ ยูนิเวอร์ซิตี้ คอลเลจ (University), บอลเลียล คอลเลจ (Balliol) และเมอร์ตัน คอลเลจ (Merton) ที่เป็นคอลเลจที่เก่าแก่ที่สุด สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1249- ค.ศ.1264 หรือประมาณ 700 กว่าปีได้แล้ว ซึ่งนึกไม่ถึงเลยว่าที่นี่จะดูแลรักษาตึกเก่าแก่ต่างๆเหล่านี้ได้ดีมากๆ ดูแล้วไม่ทรุดโทรมเลย นี่คงเป็นเพราะมีการปรับปรุงอยู่เสมอ และก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนักเพราะยังคงอนุรักษ์รูปแบบตึกให้แบบเดิมให้มากที่สุด




ทอม ทาวเวอร์ แลนด์มาร์กสำคัญของอ๊อกฟอร์ดอีกแห่งหนึ่ง


จากสถานีรถไฟฉันเดินไปยังใจกลางเมืองเพียงแค่ 5 นาที เห็นผู้คนเดินกันพลุกพล่าน หิวถุงช้อปปิ้งกันขวักไขว่ ร้านค้าที่นี่ก็เป็นตึกแบบโบราณเข้ากันได้ดีกับตึกเก่าๆของมหาวิทยาลัย ดูกลมกลืนสวยงามดีไม่น้อย เมืองนี้ค่อนข้างเป็นเมืองอนุรักษ์นิยม จะเปลี่ยนแปลงต่อเติมตึกรามบ้านช่องแต่ละที ต้องขออนุญาตจากทางเมือง เสียก่อนเพื่อที่ให้เข้ากับตึกอื่นๆได้ และไม่ให้เสียรสนิยมของการเป็นเมืองเก่าน่าเที่ยว

สำหรับจุดน่าสนใจจุดแรกของเมืองนี้ ฉันเริ่มเที่ยวที่หอนาฬิกาคาร์แฟกซ์ (Carfax Tower) ตรงถนนคอร์นมาร์เก็ต (Cornmarket Street) จุดนี้มีคนแนะนำกันมาว่าควรเป็นสถานที่แรกที่ควรเข้าชม เพราะว่าจะทำให้เข้าใจเกี่ยวกับเมืองนี้เป็นอย่างดี

ฉันเดินขึ้นไปบนยอดหอนาฬิกาแล้วมองลงมาจะเห็นวิวของอ๊อกฟอร์ดอย่างชัดเจน บนนี้มองเห็นได้ไกลถึงหลายกิโลเมตร สำหรับหอนาฬิกานี้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 800 ปีที่แล้ว เดิมเป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์เซนต์มาร์ติน (St. Martin’s Church) แต่ว่าโบสถ์นั้นได้ถูกทุบทิ้งไปแล้ว แต่หอนาฬิกานี้ยังคงอยู่ บนนี้บรรยากาศดีมาก ถ้ามาช่วงเย็นหน่อย ถึงจะมองไม่เห็นอะไรก็รู้สึกโรแมนติกดี




หอนาฬิกาคาร์แฟกซ์


ฉันคิดอยู่ในใจว่าตัวเหมือนเจ้าหญิงกำลังรอเจ้าชายขี่ม้าขาวมารับพาลงจากหอคอย แต่อยู่บนหอคอยได้ไม่นานนัก เมฆก้อนใหญ่ใจร้ายก็ลอยเข้ามาปกคลุมพระอาทิตย์ ทำให้อากาศเย็นลงทันที ลมเย็นๆลอยมากระทบหน้าอีก จมูกเริ่มแดงหูเริ่มแข็ง วิวสวยแต่หนาวแบบนี้ไม่ไหว เจ้าหญิงขี้หนาวขอตัวไปดีกว่า ไม่ต้องรอเจ้าชายที่ไหนมารับ ฉันคนนี้หาทางลงเองได้ พูด (คิด)ไม่ทันขาดคำ ฉันก็อยู่นอกหอคอยไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ได้นะ เราต้องไม่ยอมให้ความหนาวมาทำลายวันดีๆแบบนี้ คิดแล้วก็เดินจ้ำอ้าวต่อไป แต่เหมือนโชคจะเข้าข้าง เมฆลอยหายไป มองเห็นพระอาทิตย์อีกครั้ง ความอุ่นตรงเข้ามากระทบตัวอีกครั้ง แบบนี้ค่อยมีกำลังใจเที่ยวต่อไป

อ๊อกฟอร์ดไม่ได้มีดีแค่เป็นเมืองที่มีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโลก แต่เมืองนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์สำคัญของประเทศอังกฤษ ในสมัยศตวรรษที่ 14 กษัตริย์ชาลส์ที่ 1 ของราชวงศ์ทิวดอร์ (Tudor) ทรงโปรดอ๊อกฟอร์ดมากจึงถูกยกให้เป็นเมืองสำคัญเสมือนเมืองหลวงเลยทีเดียว

นอกจากนี้อ๊อกฟอร์ดยังเต็มไปด้วยตึกแสดงผลงานศิลปะ (Art galleries) และพิพิธภัณฑ์ให้ข้อมูลความรู้แก่นักเรียนนักศึกษา บุคคลทั่วไป และนักท่องเที่ยว เกี่ยวกับประวัติศาสตร์รวมทั้งนิทรรศการต่างๆ




พิพิธภัณฑ์อาชโมเลี่ยน


ส่วนอีกจุดที่น่าสนใจก็คือพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ (Natural History) ซึ่งเป็นที่รวบรวมสิ่งสำคัญเช่น โครงกระดูกไดโนเสาร์ สัตว์ที่ถูกสตาฟไว้ และงานแสดงเกี่ยวกับธรณีวิทยาเป็นต้น ดูจากสถาปัตยกรรมของพิพิธภัณฑ์นี้แล้ว น่าชวนให้เข้าเหลือเกิน ภายในก็ตกแต่งสวยดี มีอะไรๆแปลกใหม่ให้เรียนรู้เยอะมาก แต่ว่าฉันอยู่ในนี้ได้ไม่นาน เพราะมีอีกหลายที่ที่ต้องไป

พอเดินออกมาเรื่อยๆก็เจออีกพิพิธภัณฑ์หนึ่งชื่อว่า อาชโมเลี่ยน (Ashmolean Museum) อยู่แถวๆเซนต์ไจล์ส (St.Giles) ตรงข้ามโรงแรมห้าดาวประจำเมืองชื่อว่า แรนดอฟ (Randolph Hotel) เป็นสถานที่เก็บรวบรวมสิ่งสำคัญต่างๆทางโบราณคดี แต่น่าเสียดายวันนี้ไม่มีโอกาสเข้าไปดู เพราะเค้าปิดซ่อมแซม เลยได้แต่ถ่ายรูปด้านนอกมาเท่านั้น ข้ามถนนมาที่โรงแรม ว่าจะมานั่งพักเหนื่อยดื่มชาสักถ้วย เห็นราคาติดไว้หน้าโรงแรมแล้วหน้าเหี่ยว ราคาแพงมาก นักเรียนจนๆอย่างเราสู้ไม่ไว้ กลับไปชงดื่มเองที่บ้านดีกว่า แล้วความงกเลยพาเราเดินจากไป

ฉันเดินวนกลับมาอีกครั้งก็พบ ทอม ทาวเวอร์ แถวเซนต์ออลเดทส์ (St. Aldates) ที่เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของอ๊อกฟอร์ดอีกจุดหนึ่ง ทอม ทาวเวอร์ สร้างขึ้นมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 ออกแบบโดยนักสถาปนิกชื่อดังของโลก เซอร์ คริสโตเฟอร์ เร็น (Sir Christopher Wren) ทอม ทาวเวอร์เป็นประตูทางเข้าไปยัง ไครสท์ เชิร์ทคอลเลจ (Christ Church College) และมีระฆังนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในอ๊อกฟอร์ด ยืนรออยู่สักพักก็ได้ยินเสียงระฆังดังขึ้น เสียงดังกังวาลเหมือนระฆังที่ตีกันที่โบสถ์ เดินดุ่มๆดอนๆแถวหน้าประตูหลายรอบ พยายามยืดคอมองคอลเลจข้างใน เพราะว่าเค้าไม่ให้เข้า ยกเว้นนักเรียนที่คอลเลจนี้เท่านั้น ส่งยิ้มให้คนที่เฝ้าหน้าประตูยังไงก็ไม่ยอมให้เข้าไปถ่ายรูป ฝ่ายยอมแพ้ก็คือเรานี่เองไปดีกว่าเดี๋ยวเค้าหาว่าหน้าด้าน

เมื่อมาอ๊อกฟอร์ดก็ต้องมาชมสะพานบริดจ์ออฟซายห์ (Bridge of Sighs) เป็นสัญลักษณ์อีกแห่งหนึ่งที่สวยงามและสำคัญของเมืองนี้ ที่ใครมาเยือนเป็นต้องถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก สะพานนี้สร้างในสมัยต้นๆของศตวรรษที่ 19 เพื่อเป็นสะพานเชื่อมตึกของ ฮาทฟอร์ด คอลเลจ (Hertford College) เป็นสะพานที่ออกแบบได้สวยงามมีเสน่ห์มาก ไม่แปลกใจเลยว่าสะพานนี้ถึงมีชื่อเสียงมากในอ๊อกฟอร์ด ความจริงมองๆดูแล้ว สะพานมันช่างดูบอบบางยังไงไม่รู้ ถ้าให้คนหุ่นอย่างเราขึ้นไปเดินล่ะก้อ กลัวว่าจะไม่มีสะพานเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังชม คิดแล้วก็แอบอมยิ้มไม่ได้ แต่ต้องรีบหุบยิ้มเพราะเห็นคนมองหน้าเราแบบแปลกๆ ก็เลยยิ้มสยามกลับไปให้เค้าอีกรอบ แล้วเดินไปอย่างรวดเร็วเหมือนมีอะไรเกิดขึ้น เค้าคงแอบขำคิดว่าเราไม่เต็ม ช่างมันชั้นไม่แคร์ เพราะคิดว่าไม่ใช่เราคนเดียวหรอกที่มาเที่ยวอ๊อกฟอร์ด แล้วเห็นตึกสวยๆแบบนี้ใครล่ะที่จะทนใจแข็งไม่แอบยิ้มได้

นอกจากสิ่งสวยๆงามๆที่ฉันเล่ามาแล้วอ๊อกฟอร์ดยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ซึ่งจะน่าสนใจแค่ๆไหนเห็นทีจะต้องติดตามอ่านต่อกันในตอนต่อไป...
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

เมืองอ๊อกฟอร์ด (Oxford) แห่งประเทศอังกฤษ ถือเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน เป็นเมืองเกี่ยวข้องกับศาสนา ตั้งอยู่ห่างจากกรุงลอนดอน ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร เป็นเมืองที่แวดล้อมด้วยทุ่งกว้างใหญ่ ทิวเขาและมีแม่น้ำเทมส์ไหลผ่าน ภายในเมืองมีสถาปัตยกรรมที่งดงามตามแบบฉบับอังกฤษหลายแห่ง และยังมีพิพิธภัณฑ์และหอศิลปกรรมมากมาย


ผู้จัดการออนไลน์

พ.ผึ้งมิ้ม










 

Create Date : 11 เมษายน 2550
1 comments
Last Update : 11 เมษายน 2550 6:50:58 น.
Counter : 1091 Pageviews.

 

น่าไปมั่งจังเลย

ดูแค่ในรูปก็สวยแล้ว

ถ้าไปเจอของจริงคงสวยกว่านี้เยอะมากแน่ๆเลย

 

โดย: เด็กน้อยขี้แย 17 เมษายน 2550 10:03:07 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


โอเล่ คุง
Location :
Omaha , Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สิ่งที่ทำให้ชีวิตมีความเหนือชั้นคือ การอ่านหนังสือและการเดินทาง...
Friends' blogs
[Add โอเล่ คุง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.