ชีวิตคนนั้นสั้นนัก หาความสุขให้ตัวเองบ้างหรือยัง? ทุกข์ตรงไหน วางตรงนั้น ^_^
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
19 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 

ก้าวแรกของการเดินทาง

หลังจากที่ฝ่าฟันอุปสรรคมากมายหลากหลายรูปแบบ ในที่สุดเข็มทิศก็ได้มีโอกาสโบยบินไปไกลบ้านเรียนรู้ชีวิตในต่างแดนเฉกเช่นคนอื่นเค้าบ้างแล้ว

นี่เป็นครั้งแรกของการเดินทางไปต่างแดนคนเดียวพร้อมกับความตื่นเต้นเล็กๆ (ที่ตูมๆ ออกมา) ของเด็กน้อยตาดำๆ ที่โหยหาอิสรภาพ บวกความโง่เขลาที่คิดว่าตัวเองรู้ภาษาญี่ปุ่นซะเต็มปะดา (อยู่แต่ในกะลาครอบคะ) ทั้งๆที่จิงๆแล้ว แทบไม่รู้อะไรเลย

ขึ้นเครื่องครั้งแรก ไม่เคยถามอะไรใครหรอกคะ ก็ไปด้วยความมุ่งมั่น คิดว่าตัวเองฉลาดพอแล้ว (จิงๆ แล้วป่าวเลย) ไม่ค่อยได้เตรียมของไปมาก โน๊ตบุ๊กก็ไม่ได้เอาไป ดิกก็เอาไปเล่มเดียวคะ เป็นดิกไทย-อังกฤษ ยังไม่เจียมว่าภาษาอ่อนด้อยควรมีดิก อังกฤษ-ไทยไปด้วย เลยไม่ได้เอาไป เน้นแต่เสื้อผ้าเพราะกลัวหนาวทั้งๆที่เมืองที่จะไปก็อยู่ใต้ๆแล้วคะ หิมะไม่ค่อยมีเท่าไหร่ หาดูยากเหมือนกัน แต่ด้วยความที่ญี่ปุ่นขึ้นชื่อลือชาว่าของแพง เพราะฉะนั้นเตรียมไปก่อนเป็นดีที่สุด เลยได้กระเป๋าใบใหญ่เกือบ 30 โลกะ Hand carry ไปอีกหนึ่งใบคะ ขึ้นเครื่องจากสนามบินดอนเมืองโดยสายการบินบ้านเราไปลงที่โอซาก้า เพื่อต่อเครื่องภายในไปยังสนามบินปลายทาง จำได้ว่าตอนนั้นได้นั่ง ANA คะ เนื่องจากว่าวันนั้นไม่มีไฟล์ตรง เลยต้องไปนั่งแก่วๆรอที่โอซาก้าอีก 2 ชั่วโมง และคุณแม่ก็กำชับเป็นหนักหนาว่าให้รีบไปเช็คอินเลยนะ เผื่อผิดพลาดเด๋วตกเครื่อง ดังนั้นพอไปถึงก็รีบเช็คอินเข้าไปเลยคะ ยังไม่ทันได้ชมทัศนียภาพโดยรอบเลย เพราะรู้ว่าภาษาตัวเองไม่ดี เด๋วคุยกันไม่รู้เรื่อง รีบเข้าไปก่อนเป็นดีที่สุด ด้วยความคิดว่าข้างในคงมีอะไรให้เราเดินเหมือนดอนเมืองบ้านเรา (แต่จิงๆไม่มีอะไรเลยคะ เพราะเป็นการบินภายใน ไม่ใช่บินระหว่างประเทศ) เลยได้แต่นั่งเซ็ง รอเวลาอย่างนั้นแหละคะ คอมก็ไม่มี หนังสือก็ไม่มี ... ชะตาชีวิตเราจะเป็นยังไงเนี่ยะ

และแล้วก็ถึงเวลาเครื่องออกคะ ใช้เวลาเดินทางไม่นานก็ถึงที่หมายคะ โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่ของมหาลัยที่ญี่ปุ่นมารับแล้วก็มี Tutor ด้วยคะ เลยไม่ค่อยลำบากมาก ปรากฎว่าทริปนั้น มีเพื่อนรวมโปรแกรมด้วยอีก 4 คนที่มาเครื่องบินลำเดียวกัน เป็นหนุ่มเยอรมัน 1 คน หนุ่มฝรั่งเศส 2 คนและสาวฝรั่งเศส 1 คนคะ แต่ก็ไม่ค่อยได้คุยไรกันมาก เพราะว่าคนฝรั่งเศสเค้าคุยกันเองคะ ส่วนหนุ่มเยอรมันก็เงียบมาก เรายิ้มให้ก็นิ่งๆ กัวคะ ไม่กล้าคุยเลย ยิ่งไม่มั่นใจกับภาษาตัวเองอยู่ เลยได้แต่นั่งเงียบๆ ไปตลอดทางจนถึงหอพักเลยคะ

พอถึงหอพัก ติวเตอร์ก็พาเราไปเช็คอินเข้าห้อง ได้อยู่ห้องชั้น 3 ห้อง 301 เป็นห้องแรกติดกระไดเลยแล้วก็อยู่ใกล้ทางเข้าครัวด้วย พอใครเดินไปเดินมา ได้ยินหมดเลย ก็แบกกระเป๋าหนักอึ้งไปตามทางจนถึงห้องพัก พอเปิดประตูออกไป อึ้งยิ่งกว่าแบกกระเป๋าอีกคะ เพราะห้องเล็กมาก ส่วนห้องน้ำนี่ ไม่ต้องพูดถึงเลย ได้แค่เดินเข้าไปยืน แล้วก็หมุนตัวได้เท่านั้นเอง แล้วห้องก็สกปรกมากๆ ตู้เย็นก็เหม็นอับสุดๆ ขนาดว่าเป็นคนที่จมูกไม่ค่อยจะดีนะ ยังรู้สึกเลย ก็ได้แต่เซ็งๆ ไม่รู้จำทำยังไง แต่เพิ่งมารู้ทีหลังนะคะว่าเพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งได้อยู่ตึกใหม่ 8 ชั้น มีลิฟต์ (ของเข็มทิศ 5 ชั้นไม่มีลิฟต์คะ) ห้องแคบกว่าอีกเกือบครึ่ง แต่ว่าของจะใหม่กว่า เลยเงียบไปเลยคะ รู้สึกว่าห้องตัวเองอ่ะดีแล้วแหละ ยังไงก็ยังสามารถนั่งบนพื้นได้ตั้ง 3-4 คน เอาไว้ตั้งวงกินข้าวกะเพื่อนๆ

แล้วติวเตอร์ก็พาเข็มทิศกะเพื่อนๆในโปรแกรมไปเดินรอบๆที่พักเพื่อซื้อของคะ ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ร้านร้อยเยน อิอิ ชอบมากเลย ของถูกและน่าซื้อไปหมดเลย เลยหมดเงินไปเยอะเหมือนกัน กะเอาไว้ว่าคราวหน้าจะไปเดินซื้อของอีก 55555

ตกเย็นก็ไปกินร้านอาหารญี่ปุ่นแถวๆหอคะ เดินไปไกลเหมือนกันแต่อร่อยมากๆ ร้านเค้าไฮโซมากในความคิดตอนนั้น เป็นอาหารพวกของทอดคะ จะมีหมูทอด ไก่ห่อชีลทอด กุ้งทอด หมูย่าง(คล้ายๆของเกาหลี) ฯลฯ เป็นชุดๆให้เลือก เสริฟพร้อมข้าว ผักกระหล่ำ และน้ำซุปมิโซะ โดยเราสามารถเติมได้ทุกอย่างเลย ยกเว้นกับข้าวนะคะ ข้าวก็จะมีข้าวสวยธรรมดา กับข้าวผสมลูกเดือย เค้าจะยกมาให้เป็นโถ แบ่งๆกันทั้งโต๊ะ ตอนนั้นคนญี่ปุ่นเค้าสั่งผสมลูกเดือยคะ ก็กินนะ สั่งไรมาก็ต้องกินทั้งนั้นแหละ ตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้เรื่อง เค้าว่ายังไงก็ว่าตามกันไป ปกติเป็นคนไม่กินลูกเดือยนะ แต่ว่าอันเนี่ยะอร่อยมากเลย ไม่รูเค้าทำยังไง กินแล้วไม่รู้เลยคะ แล้วผักกระหล่ำเนี่ยะ ก็จะมีให้เลือกเหมือนกันระหว่างฝอยๆ กับเป็นชิ้น น้ำซุปก็มีแบบเผ็ดกับไม่เผ็ด ทุกอย่างเติมได้ เปลี่ยนแบบได้ แล้วแต่ชอบ อยากได้อะไรเพิ่มก็กดปุ่มที่โต๊ะ เด๋วเดียวก็จะมีพนักงานเดินมาถามว่าต้องการอะไรเพิ่ม สะดวกสบาย ไม่ต้องคอยเหลียวซ้ายแลขวาให้เมื่อย หรือตะโกนเรียกให้เสียงแหบเลยคะ วันนั้นก็อิ่มไปเลย จำได้ว่ากินซุปไปเยอะมาก ทั้งแบบเผ็ดแล้วก็ไม่เผ็ด อร่อยจนพุงกางเลยคะ

พอกลับมาก็เจอเพื่อนบ้าน เอ้ย เพื่อนห้องข้างๆแล้วคะ พอดีเค้าเพิ่งมา เลยได้คุยกันนิดหน่อย เธอเป็นคนไต้หวัน มากับเพื่อนอีก 2 คน ซึงอยู่ห้องถัดไปคนหนึ่ง อีกคนหนึ่งอยู่ชั้น 4 คะ เป็นเด็กโปรแกรมเดียวกันเลย เลยได้เพื่อนไปอีก 1 คน

หลายคนอาจสงสัย ไปเรียนอะไร ที่เข็มทิศไปเรียนจะเป็นโปรแกรมสำหรับนักศึกษาต่างชาติโดยเฉพาะคะ รุ่นหนึ่งจะมีประมาณ 30 คนมาจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อมาศึกษาถึงวัฒนธรรมญี่ปุ่น ชีวิตความเป็นอยู่ต่างๆ โดยระยะเวลาเรียนคือ ประมาณ 10 เดือน หรือ 2 เทอมคะ และเนื่องจากเป็นโปรแกรมสำหรับนักศึกษาต่างชาติ จึงมีวิธีการเรียนเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด โดยแต่ละคนจะได้เรียนภาษาญี่ปุ่นเพียงวิชาเดียว จากทั้งหมดเทอมละ 5 วิชา ดังนั้นอีก 4 วิชาที่เหลือก็เลือกเรียนของที่โปรแกรมจัดไว้ให้ โดยแต่ละเทอมก็จะมีวิชาให้เลือกจากทั้งหมดประมาณ 10 วิชาคะ หรือว่าถ้าสนใจจะไปเรียนกับคนญี่ปุ่นเป็นภาษาญี่ปุ่นก็ได้ ถ้าภาษาเราดีพอแล้ว แต่อย่างเข็มทิศภาษาแค่หางอึงคะ ไปเรียนไม่ได้ เพราะการเรียนการสอนจะเป็นภาษาญี่ปุ่นหมด เลยต้องเรียนที่เป็นภาษาอังกฤษของโปรแกรมจัดไว้ให้ 4 วิชา แล้วก็เรียนภาษาญี่ปุ่นอีก 1 วิชา

คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังว่าการเรียนที่โน้นเป็นยังไงคะ สำหรับคนไม่รู้ภาษาปักกิดอย่างเข็มทิศจะไปรอดหรือไม่ต้องติดตามตอนต่อไป




 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2550
8 comments
Last Update : 19 กุมภาพันธ์ 2550 15:16:09 น.
Counter : 678 Pageviews.

 

สู้ๆนะคะ เห็นชื่อน้องจากกระทู้ต่างๆบ่อย
พอมาวันนี้เพิ่งสังเกตว่ามีบล็อกกับเค้าด้วย

เราเองตอนนี้อยู่ที่โตเกียว อยู่มานานจนชินกับทุกๆอย่าง
จนเริ่มเบื่อ พอมาอ่านบล็อคของน้องเข็มทิศ ทำให้คิดถึง
ตัวเองตอนมาใหม่ๆ

พยายามเข้านะ

 

โดย: maigo IP: 219.18.183.132 20 กุมภาพันธ์ 2550 18:04:17 น.  

 

ขอบคุณคะ คุณ ไมโกะ ที่สละเวลาแวะมาอ่าน

แล้วเข็มทิศจะพยามๆ ต่อไปคะ

ถ้าเจอกันในกระทู้ก็ทักทายกันได้คะ ยินดี้ยินดี

 

โดย: เข็มทิศ IP: 58.9.123.89 22 กุมภาพันธ์ 2550 12:31:50 น.  

 

Bansai พยายามชนะใจตนเองและชนะใจคนญี่ปุ่นให้ได้ครับ
เหมือนเป็นตัวแทนของประเทศไทยให้พวกเค้ายอมรับคนไทยแม้คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมองว่าเรามาจากประเทศที่ยากจนก็ตาม !
ขอเป็นกำลังใจให้ครับ
MAno

http://www.mwa.co.th/download/gov03/namkok/2548/nam_kok_oct2548/P14.pdf

 

โดย: MAno IP: 124.121.164.126 18 มีนาคม 2550 20:28:32 น.  

 

เจ้าจิ๊บ สู้เขานะลุงเอง gabgab

 

โดย: อู IP: 124.121.71.205 24 มีนาคม 2550 2:52:39 น.  

 

อีก สองวัน น้อง จะ ถึง สิงค์ฯ เเล้วค่ะ อู

 

โดย: อู้ IP: 66.214.161.106 1 เมษายน 2550 14:29:09 น.  

 

 

โดย: เอ้ย เด๋ว น้อง งง .. พี่ ญ.หยาม จ้า IP: 66.214.161.106 1 เมษายน 2550 14:30:30 น.  

 

su su ka
u can do it naka

anchalee in London

 

โดย: anchalee IP: 82.43.204.82 25 ตุลาคม 2550 7:28:28 น.  

 

ใครสนใจที่พักใกล้ ABERDEEN U.ติดต่อbputthiphan@gmail.com ก่อน 29july 20014 (ชื่อที่พัก The Old Fire Station; 256 King Street;AB24 5BU ABERDEEB.

 

โดย: bputthiphan@gmail.com IP: 180.183.27.238 21 กรกฎาคม 2557 14:32:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


เข็มทิศชีวิต
Location :
Aberdeen United Kingdom

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




Friends' blogs
[Add เข็มทิศชีวิต's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.