"แต่โบราณลาภยศเหมือนเมฆลอย เพียงหมื่นร้อยประโยชน์สร้างนามสืบสาน สันโดษเดินเพลินขับกล่อมท่องสายธาร สู่เทือกเขาสูงตระหง่านวางอัตตา" (ดัดแปลงจาก ฯพณฯ จาง จิ่ว หวน,เอกอัครราชทูตสาธารณะประชาชนจีน ประจำประเทศไทย)
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
29 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
กลับคืน-แผ่นดินที่พระเจ้าทวงคืน

ย้อนไปสู่อดีต ณ.เบื้องทิศตะวันตกอันไกลโพ้น
แผ่นดินผืนหนึ่งมีความอุดมสมบูรณ์เป็นที่ยิ่ง

เนื่องจากมีภูมิประเทศ เหมะสม ตั้งอยู่ติดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ไอน้ำแห่งลมฝนมากมายพัดเข้าสู่ ผืนดินเป็นประจำ ฝนตกต้องตามฤดูกาล ข้าวปลาธัญญาหารล้วนมากมี

พืช พันธุ์ ป่าไม้งอกงาม ให้ดอกผล เป็นอาหาร ให้พลังงานแด่ชีวิตสัตว์มากมายได้เติบโต
นับจากแมลงตัวเล็กเช่นฝูงผึ้ง และเหล่ากบเขียด
ไปจนถึงแกะแพะ ลา ม้าอูฐ
และสัตว์ที่เรียก ว่า...คน......?

แผ่นดินนั้น นักปกครองที่เข้มแข็งชาญฉลาดแห่งชนชาติ ได้ประกาศก้อง
กล่าวแก่ปวงประชาชนเผ่าพันธุ์ของเขาว่า...

"แผ่น ดินนี้ คือแผ่นดินแห่งพันธะสัญญาของพระเจ้า ที่มอบให้แก่พวกเรา ที่นั่นเต็มไปด้วยน้ำผึ้งและน้ำนม"

พวกเราทั้งมวลจงพากันอพยพเดินทาง ไปที่นั่นด้วยกันเถิด....


Create Date : 29 พฤษภาคม 2553
Last Update : 29 พฤษภาคม 2553 6:16:44 น. 8 comments
Counter : 303 Pageviews.

 
พวกเขาเหล่านั้น
เคยเป็นทาสาทาสี เป็นทาสของอีกชนเผ่าหนึ่งมานาน
พฤติกรรมสายเลือดมิเปลี่ยนไป
แม้นจะ ได้ครอบครองแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์เพียงไร
ก็หาเพียงพอไม่!!!

เพราะ พวกเขาได้บริโภคแบบล้างผลาญ
มีแต่เรียก ร้องขอ แบมือ
ไม่ให้ ไม่คืนแก่แผ่นดิน
ไม่เคยปลูกเพาะพันธุ์ไม้น้อยใหญ่ ที่ให้ร่มเงา ทดแทน
ไม่ บำรุงผืนดินให้คงสภาพความอุดม

แผ่นดินได้ถูกพระเจ้าเรียกคืน
ผิว ดินกลับกลายเป็นทราย เวิ้งว้าง แห้งแล้ง
ไม่นานนัก แผ่นดินก็วิปริตแห้งแล้ง น้ำผึ้งน้ำนมที่ไหลหลั่งจากแผ่นดิน
ให้พวกเขา ได้มีชีวิต ได้เหือดแห้งไป

เป็นสัญญาณเตือนว่า แผ่นดินนี้กำลังกลายสภาพเป็นทะเลทราย

เมื่ออดอยากเพราะขาดแคลน ผู้คนก็เริ่มเห็นแก่ตัว แก่งแย่ง รบราฆ่าฟันกันตายไปไม่ยุติ
ความสามัคคีเหือดหายไป ไม่มีน้ำใจไมตรีต่อกัน

ในที่สุดชนชาติอื่นก็ ได้ยกกองทัพเข้าโรมรัน เอาชนะและครอบครองแผ่นดินนั้นสืบมายาวนาน

แผ่น ดินอีสานที่นี่

ก็น่าจะมีสัญญาณนั้นเตือน เช่นเดียวกัน
แม่น้ำที่ เคยไหลตรง ก็กลับไหลคดเคี้ยว มีสัญฐานคล้ายลำตัวงู
ส่วนที่สายน้ำเปลี่ยน ทิศไป

"กุด"-โค้งน้ำที่ขาดตอนจำนวนมากจึงเกิดขึ้น

เพราะแต่ เดิม มีสภาพเป็นป่าผืนใหญ่ การเดินทางจากชุมชนหนึ่ง
ข้ามไปอีกชุมชนหนึ่ง อยู่ภายใต้ร่มเงาของป่าไม้สูงใหญ่นานาชนิด
ระหว่างทางเดิน แหงนมองท้องฟ้า เกือบไม่เห็นแสงตะวันส่องลงมา
นั่นคือ ดงพญาเย็น/ดงพญาไฟ

ไข้ ป่าจึงชุกชุม การป่วยไข้มีมาก จึงมี"อโรคยาศาล" คืออาคารพักแรมเดินทาง และศาลายาเกิดขึ้นตามรายทางหลายสิบแห่งทางภาคแผ่นดินนั้น นับจากนครวัตเรื่อยมาจนถึงเมืองพิมาย

ตามคำบอกเล่า ยืนยัน ของผู่เฒ่าผู้แก่ที่เหลืออยู่ไม่กี่คนแล้ว

***************************************

แผ่น ดินนี้จะเป็นของใครเล่า
แผ่นดินนี้เป็นของคนที่รู้จักให้
แผ่นดินนี้ เป็นของคนที่ไม่ร้องขอแต่อย่างเดียว
"แผ่นดินนี้เป็นของคนขยัน"...คือคำ ประกาศของยิว เมื่อกลับไปยึดคืนจากชนเผ่าปาเลสไตล์
....

จาก คุณ : ขามเรียง [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : 29 พ.ค. 53 06:04:14


โดย: กุด คือ...โค้งน้ำที่ตีบตัน (ขามเรียง ) วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:6:20:11 น.  

 
กุด สายน้ำที่ตีบตันผันแปร...แห่งดินแดนอีสาน
กุด สายน้ำใจและความคิดที่เหือดหายไป
โอ้หนอ? มนุษยชาติบ้านนี้เมืองนี้ ยามนี้...


โดย: ... (ขามเรียง ) วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:6:30:14 น.  

 
กุด สายน้ำที่พระเจ้าทวงคืน


โดย: และ.... (ขามเรียง ) วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:6:43:55 น.  

 
วันนี้เห็นข้อคิดของท่านว.วชิรเมธี แนะคนไทยใช้ธรรมะแก้วิกฤติประเทศ ด้วยความรัก สามาคคีแล้วรู้สึกดี และมีกำลังใจขึ้นมากค่ะ

"ต้องตื่นรู้ ฟื้นฟู สู่สมานฉันท์"

ทุกคนเคารพกฎหหมาย ไม่สองมาตรฐาน ไม่ใช้อารมณ์เข้าเล่นงานกันและกัน

ประเทศไทยยังมีความหวัง...

ประเทศไทยตอนนี้ ก็กำลังถูกทวงคืนจากความ"เกลียดชัง"



โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:9:16:22 น.  

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:24:18 น.  

 
ขอบคุณนะครับ




โดย: นายแมมมอส วันที่: 29 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:55:36 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคำชมคร่า ^ ^

ฝากนางฟ้า วานมากล่อมจขบ."ขามเรียง"
...ให้หลับสบาย และ

"ฝันดีคร่า" อิอิ ^ ^*



โดย: ณ ปลายฉัตร วันที่: 31 พฤษภาคม 2553 เวลา:1:30:48 น.  

 
มาวิเคราะห์คำว่า"กุด"กันนะครับ
กุดเป็นคำไทยแท้ แปลว่าด้วนไป หมาหางกุด นิ้วกุด ขี้ทูดกุดถัง

"กุด"เป็นแหล่งน้ำใน ภาคอีสาน มีลักษณะรูปร่างเป็นแนวยาวโค้ง
ทำให้มีคำถามว่าทำไมมันโค้งงอ
บาง คนแปลว่า เป็นแอ่งน้ำที่แทรกกระจายอยู่ในทาม เกิดจากการเปลี่ยนทิศการไหลของน้ำ
มีน้ำขังตลอดปี ลักษณะคล้ายกับหนอง แต่มีขนาดใหญ่กว่า ...

บางคนเล่าว่า... มหาสารคาม เดิมเป็น บ้านลาดกุดยางใหญ่ ได้รับการยกขึ้นเป็น เมืองมหาสาลคาม ... นามบ้านนามเมือง เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสนใจทั้งความหมายและที่มา ...

สมัยที่ผมมี โอกาสไปเป็นครูอยู่ที่มหาสารคาม มหาวิทยาลัยตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำชี
ไปอยู่ ช่วงแรก ผมก็ได้ยินแต่ชาวบ้านเรียกบ่อน้ำ บึงน้ำว่า"กุด" ผมก็ไม่ได้นึกอะไรมากไปกว่า"บ่อน้ำ"หรือ"บึงน้ำ"ในภาษาภาคกลาง
ฟังแล้ว ได้แต่พยักหน้า หงึกๆ

อยู่ไปนานเป็นปี เห็นกุดมากมายจริงๆ จึงเริ่มสงสัย ว่าทำไมมันมีลักษณะโค้งยาว ความยาวแตกต่างกัน
แล้วทำไม ต้องอยู่ใกล้กับลำน้ำชีอีกด้วย ใครเป็นผู้มาขุดไว้

หากเป็นคูน้ำของ เมืองโบราณ ที่มองภาพถ่ายทางอากาศ มันจะมีโคกอยู่ภายใน มีบ้านมีเรือน แล้วมีคูน้ำล้อมรอบ๑ชั้น บาง แห่งมีคูล้อมรอบถึง๒ชั้น(บ้านเชียงของ อ.เมืองสารคาม ทางไปร้อยเอ็ด)

อยู่มาวันหนึ่งผมเริ่มปะติดปะต่อความ เข้าใจเพิ่มได้อีก
สภาพภูมิศาสตร์ ธรณีวิทยา บอกผมว่า
แผ่นดินอีสาน เป็นดินทรายร่วน เก็บกักน้ำไม่อยู่ เมื่อฝนตกลงบนพื้นที่ส่วนใหญ่ น้ำฝนจะซึมหายไปในแผ่นดินจนแห้งหมด
จึงขุดบ่อเก็บน้ำไม่ได้อย่างที่เราเห็นในภาคอื่นๆ

ผมสังเกตและสรุป เบื้องแรกว่า สภาพดินทรายร่วนนี่เอง เมื่อลำน้ำชีไหลจากชัยภูมิย้อนไปขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ไปบรรจบลำน้ำมูลที่อุบลฯแล้วไหลลงไปรวมกับลำน้ำโขงอันกว้างใหญ่ในตอนสุดท้าย

การ ไหลผ่านดินทรายร่วน ทำให้ทิศทางของน้ำไหลเซาะตลิ่งโค้งงอเหมือนงูเลื้อย เมื่อเทียบกับคลองบางกอกน้อย คลองบางกอกใหญ่ เกาะเกร็ดปากเกร็ด และที่โค้งพระปะแดง(ดูแผนที่ในกูเกิ้ลยิ่งดี)
เราจะเกิดความเข้าใจขึ้นเอง เป็นความรู้ใหม่ ว่าแม่น้ำหรือลำน้ำเขามักไหลเป็นแนวตรง ตรงที่มีดินแช็ง
ไหลโค้งงอตรงที่ มีดินอ่อนเหลว หรือเป็นดินทราย

วันดีคืนดี ความโค้งของลำน้ำมากขึ้นๆ จนมาบรรจบกัน แรงน้ำจึงไหลตัดข้ามไปตรงๆด้วยความแรง โค้งเดิมจึงไม่มีน้ำไหลอีก เกิดการอุดตัน เกิดการที่เรียกว่า"กุด"ทางหัวท้าย

เหลือเป็นหนองน้ำยาวโค้ง จริงๆแล้วมันคือลำน้ำเดิมในอดีตนั่นเอง

หวังว่าหลานสหายคงเข้าใจแล้ว นะครับ
แล้วก็ระวังรักษาบางอย่างที่สำคัญไม่ให้กุดไป ทั้งอวัยวะและน้ำจิตน้ำใจ
มีอย่างเดียวคือ ความรู้-สึก สึกไปกุดไป เหลือเป็นความรู้ ตรงนี้ไม่เสียหายกระมัง?


โดย: ยังมีผู้สงสัย... (ขามเรียง ) วันที่: 5 มิถุนายน 2553 เวลา:16:54:57 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ขามเรียง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ขามเรียง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.