"แต่โบราณลาภยศเหมือนเมฆลอย เพียงหมื่นร้อยประโยชน์สร้างนามสืบสาน สันโดษเดินเพลินขับกล่อมท่องสายธาร สู่เทือกเขาสูงตระหง่านวางอัตตา" (ดัดแปลงจาก ฯพณฯ จาง จิ่ว หวน,เอกอัครราชทูตสาธารณะประชาชนจีน ประจำประเทศไทย)
Group Blog
 
<<
เมษายน 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
24 เมษายน 2553
 
All Blogs
 
บางคนอยากให้ไทยเป็นรัฐสวัดิการ

เป็นความฝันที่ดี แต่สุดเอื้อมเลยทีเดียว
.
หากเจ้าของกระทู้ได้ศึกษาและเปรียบ เทียบ
เรื่องโครงสร้างเศรษฐกิจ รายรับรายจ่าย ทรัพยากรแร่ธาตุ/น้ำมันเชื้อเพลิง ของเขามีใช้เพียงพอในประเทศ ของไทยต้องสั่งเข้ามหาศาล

ทรัพยากรมนุษย์ของเขารายได้36,800US$ /ปี/หัว เป็นวิศวกรและแรงงานฝีมือสูง50%ของประเทศ อยู่ในภาคเกษตรเพียง1%เท่านั้น

ทรัพยากรมนุษย์ของเรากลับหัวกัน รายได้8100US$ /ปี/หัว เป็นชาวไร่ชาวนา42.4% เป็นวิศวกรและแรงงานฝีมือสูง10%(ถึงหรือเปล่า?ไม่แน่ใจ)

พูดกันตรงๆ เลยว่าสวีเดน อาชีพวิศวกรรมและงานภาคบริการเลี้ยงตนเองและแบกภาระของประเทศได้สบาย
ส่วน ประเทศไทย อาชีพเกษตรกรครึ่งประเทศ(เกือบ) แต่มีรายได้12%เท่านั้น
เราต้องสนับสนุนชาวไร่ชาวนา25ล้านคนโดยประมาณ

คนไทยที่เสียภาษีทาง ตรง(มนุษย์เงินเดือน) มีเพียง6ล้านคนเท่านั้น(จากพลเมือง65ล้านคน)
ในขณะ ที่เขาเสียภาษีกันเกือบทั้งหมด

เขาขายของเชิงคุณภาพ เราขายของเชิงปริมาณ กลับหัวกันอีก

วันนี้เป็นรัฐสวัสดิการเท่าเขา เมื่อไร คนไทยกลายเป็นคนจนทั้งประเทศพร้อมกันทันทีครับ
ฝรั่งบอกกับผม "คนไทยทำงานหนัก แต่รายได้น้อย"
เวลานี้พวกเราเองยังไม่รู้สึกว่ายากจน กันอีกรึ?

เราไม่ได้สร้างคนระดับอาชีวะระดับปริญญาตรีขึ้นไป
ให้ สามารถออกมาทำเศรษฐกิจแบบแข่งขันเสรีกับนานาชาติเขา เพราะอะไรก็ต้องวิเคราะห์กันต่อไป

เรามาหาวิธีทำให้คนทั้งประเทศมี คุณภาพเท่าเขา คือคนจน10%หมดไปจากประเทศแบบสวีเดนเลย ดีหรือเปล่าครับ

ไอ้ ความไม่รู้แล้วให้เขาพามานอนกลางถนน ไอ้เขาคนนั้นน่ะมันเป็นใคร?ช่าง หลอกกันได้

จาก คุณ : ขามเรียง [FriendFlock] [Bloggang]
เขียนเมื่อ : วันเนา 53 07:12:04 [แก้ไข]
ถูกใจ : Lethal, ponnini, ขอเอาชื่ออากงเป็นเดิมพัน, Kuroro, pimmi49, Pseudonoise, panote_saechiew


http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K9124684/K9124684.html


Create Date : 24 เมษายน 2553
Last Update : 24 เมษายน 2553 17:38:38 น. 9 comments
Counter : 385 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 24 เมษายน 2553 เวลา:17:54:10 น.  

 
น่าคิดนะคะ

คนที่ไปน่าจะคิดได้ว่า ทำไมเราต้องมานอนกลางถนน

เพื่อใครก็ไม่รู้


โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 24 เมษายน 2553 เวลา:21:14:04 น.  

 


โดย: Loveaddicted8 วันที่: 25 เมษายน 2553 เวลา:16:13:17 น.  

 
ที่มานอนกลางถนน ก็เพื่อ ประชาธิปไตย ความเสมอภาค และ ความยุติธรรม นะซิครับท่าน

ไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่มีความรู้มากและเคยยากจนมาก่อนทำไมจึงไม่เข้าใจ หรือ แกล้งไม่เข้าใจครับ


โดย: moonfleet วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:14:40:59 น.  

 
ตราบใดที่บางครอบครัวยังอยู่ในการพึ่งพา ลัทธิผี ไสยศาสตร์(ศาสตร์แห่งการหลับ) พิธีกรรมและพราหมณ์) ไม่ออกมาสู่พุทธวิทยาศาสตร์ (ศาสตร์แห่งกรรมและการพ้นทุกข์ด้วยการพึ่งพาตนเอง)

หาเข้าใจถึงแก่นศาสนาก็หาไม่?
ประชาธิปไตย ความเสมอภาคและความยุติธรรมนี้ จะช่วยอะไรได้ มีเท่านี้ดีถมไปแล้ว

ไม่อย่างนั้นพวกเราจะมีความรู้และพ้นความยากจน ออกมาจากท้องไร่ท้องนากันได้อย่างไร? ก็เกิดมาในยุคเดียวกันนี่เอง อย่าทำเป็นลืมสิครับ

โทษบ้านเมืองว่าไม่มีประชาธิปไตย ความเสมอภาค และความยุติธรรม อยากรู้ว่าเป็นเบี้ย เป็นเหยื่อให้พวกขุนมันหลอกใช้

เวลาพวกแกนนำมันได้ประชาธิปไตยมาอยู่ในมือ มันจะบันดาลให้พวกเบี้ยได้อะไรบ้าง ตายไปกี่คนแล้ว งานนี้ อย่ามาทำเป็นรักคนจนแบบหลอกให้พวกเขามาเป็นโล่ห์มนุษย์อยู่เลยครับ

ผมว่าคุณก็เป็นแต่พูดเท่านั้น ชีวิตคุณได้ทำอะไรให้พวกเขาบ้าง?


โดย: ขามเรียง วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:22:52:41 น.  

 
เห็นด้วย เชื่ออะไร กับแกนนำ

ถ้าแกนนำ รักคนพวกนั้นจริง
แกนนำ ควร นอนกลางถนน
หรือนอนใกล้เวที เหมือนคนพวกนั้น
ไม่ใช่ไปนอนโรงแรมหรู 5 ดาว...


โดย: ชิโยจัง วันที่: 27 เมษายน 2553 เวลา:14:53:08 น.  

 
สวัสดิการสังคมหรือ Social Safety Net ยังไงมันก็จำเป็นต้องมีในบ้านเรา ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยเหลือคนที่เค้าด้อยโอกาสทางสังคม ไม่เช่นนั้นแล้วช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนก็จะยิ่งกว้างขึ้น จริงอยู่แม้ว่าโครงสร้างทางสังคมของบ้านเรา มันจะกลับหัวกับไอ้ประเทศที่เค้าพัฒนาแล้ว แต่ปัญหามิใช่อยู่ที่จำนวนคน แต่เป็น Accumulated Wealth ของไอ้เพวกที่มีรายได้สูง ซึ่งสำหรับประเทศด้อยพัฒนาอย่างบ้านเรา แม้ว่าจะมีกลุ่มคนพวกนี้เพียงแค่ไม่กี่หยิบมือ ก็จำเป็นต้องเก็บภาษีคนกลุ่มนี้เพื่อเอาไปช่วยคนยากคนจนซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ดังนั้นปัญหาจึงอยู่ที่ว่าจะมีสวัสดิการสังคมในระดับไหน เพราะถ้ามากเกินไป คนมันก็จะขี้เกียจและแบมือขอตังค์จากรัฐฯอย่างเดียว แต่ถ้าหากว่าไม่ทำอะไรเลย ช่องว่างนี้ก็จะยิ่งกว้างมากขึ้น อันทำให้เกิดปัญหาสังคมตามมา หรืออย่างเลวร้ายที่สุดก็คือ social upheaval ไอ้แบบที่เพิ่งเกิดไปเมื่อเร็วๆนี้ เพียงแต่ว่าคราวนี้มันจะเกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีใครมาปลุกระดม

เมื่อได้รับความช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็นโอกาสทางการศึกษาหรือโอกาสในการทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง คนยากจนเหล่านี้ก็จะสามารถยกระดับทางสังคมของตนขึ้น ขยับฐานะจากคนรากหญ้าขึ้นมาเป็นคนชั้นกลาง ซึ่งต่อไปก็จะกลายมาเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ และเมื่อถึงตอนนั้นประเทศเราก็จะสามารถเลื่อนฐานะขึ้นมาเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งก็มีโครงสร้างทางสังคมอย่างที่ท่านว่านั่นแหละ ปัญหาจึงอยู่ทว่าจะมีการหยิบยื่นโอกาสให้กับพวกเค้าเหล่านั้นหรือไม่ หรือว่าจะกดหัวเค้าอยู่ต่อไป มันก็แค่นั้นแหละ


โดย: piras วันที่: 28 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:52:01 น.  

 
ไม่มีหรอกครับ
ผมและเพื่อนหลายคนเป็นลูกชาวนา เกิดท้องนา แต่เราก็สามารถเรียนสูง มีตำแหน่งหน้าที่ดี มีบ้านและที่ดินตามฐานะ ปัจจุบันมีมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ มีทุนให้กู้ยืมเรียน มีการส่งเสริมสหกรณ์(แม้รัฐจะทำไม่ถูกทางนัก) มีกฏหมายส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น๒๕๔๒-๑๐ปีมาแล้ว

ปัญหาอยู่ที่ประชาชนเองมากกว่า ปัญหาใหญ่ ขึ้นมาเป็นส.ส.เป็นรัฐมนตรี พวกคุณก็ร่วมมือกับข้าราชการและพ่อค้าบวกราคาแล้วแอบนำเข้ากระเป๋า พวกคุณกลายพันธุ์กันเองต่างหาก

ผู้ใหญ่ที่ห่วงบ้านห่วงแผ่นดิน ใครจะทนได้

"อำนาจทำให้คนกลายพันธุ์"ครับ


โดย: กดหัว...? (ขามเรียง ) วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:7:22:39 น.  

 
อย่าได้เบี่ยงประเด็นครับ ผมพูดโดยหลักการกว้างๆ มีมากก็ contribute ให้สังคมมาก มีน้อยก็ contribute น้อย หรือถ้าไม่มีเลยก็สมควรได้รับการช่วยเหลือจากสังคมในระดับหนึ่ง เพราะฉนั้นท่านก็ควรที่จะนำหลักการมาหักล้างกับผม ส่วนไอ้ประเด็นที่ท่านยกขึ้นมาแย้งนั้น อาจตีความไปได้ว่า เป็นเพราะรากหญ้ามีส่วนช่วยในการสนับสนุนการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ดังนั้นจึงไม่สมควรได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ซึ่งไอ้ตรงนี้ล่ะก็คือ "ข้ออ้าง" ในการกดหัวไง
ความตั้งใจที่ดีนั้นเป็นสิ่งที่ดี แต่ไอ้การ take the measures to the extreme โดยไม่คำนึงถึงปัญหาต่างๆที่จะเกิดตามมาแบบที่พวกเสื้อเหลืองทำ อันนี้ถือว่าไม่ถูก เพราะมันสุดขั้วไป


โดย: piras วันที่: 13 มิถุนายน 2553 เวลา:8:34:18 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ขามเรียง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ขามเรียง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.