"แต่โบราณลาภยศเหมือนเมฆลอย เพียงหมื่นร้อยประโยชน์สร้างนามสืบสาน สันโดษเดินเพลินขับกล่อมท่องสายธาร สู่เทือกเขาสูงตระหง่านวางอัตตา" (ดัดแปลงจาก ฯพณฯ จาง จิ่ว หวน,เอกอัครราชทูตสาธารณะประชาชนจีน ประจำประเทศไทย)
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
28 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
คนที่ชอบวิชาปรัชญาคือคนอย่างไร?

ตอบคำถามจากกระทู้ห้องสมุด/ปรัชญา(http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K7662398/K7662398.html#15)

คนที่สนใจศึกษาวิชาปรัชญาคือคนที่มีความรักความศรัทธา ต้องการเข้าใจถึง ความจริง ความดี และความงาม ด้วยมันสมอง หัวใจที่ยุติธรรมและการปฏิบัติทุ่มเท การลงมือทำงานอย่างมี(วิทยา)ศาสตร์และศิลป์

สังคมมนุษย์ได้ใช้วิชาปรัชญา(เหตุผลนิยม) พัฒนาสังคม ผ่านยุคจิตนิยม ที่เชื่อนับถือผี ศรัทธาไสยศาสตร์ เข้าสู่สังคมยุควิทยาศาสตร์แล้ว(Enlightenment)
อย่างที่เรากำลังใช้อินเทอร์เน็ตสื่อสารกันขณะนี้ มันคือวิทยาศาสตร์ มันไม่ใช่ไสยศาสตร์ หรือมีคนฉลาดมาหลอกคนโง่ว่าอินเทอร์เน็ตคือการเสกคาถาเอาเหมือนในหนังสือ"ขุนช้างขุนแผน"

แต่ยังมีสังคมล้าหลังจำนวนมากยังหลงติดอยู่ในยุคไสยศาสตร์ แม้แต่พุทธศาสนาที่เป็นวิทยาศาสตร์มากๆ สังคมนั้นก็ยังทำให้กลายเป็นพุทธไสยศาสตร์ไปได้อย่างน่าเป็นห่วง

ขนาดชนชั้นปกครองยังไม่อาจนำสิ่งดีงามที่สร้างสรรค์ได้ในปัจจุบันไปอวดชาวต่างประเทศ
มีแต่นำนวัตกรรมที่สวยงามในอดีตไปโชว์แขกบ้านแขกเมือง นี่ก็เป็นเรื่องเดียวกันครับ
เราพัฒนาสังคมเราแบบย่ำอยู่กับสังคมเกษตร/หัตถศิลป์เท่านั้น ไม่ทันกับการปรับตัวสู่โลกสังคมยุคใหม่จริงๆ ,คนจำนวน70%ของเราจึงยังอยู่ในภาคเกษตรและยังต้องพึ่งบารมีสถาบันกษัตริย์อย่างน่าเหน็ดเหนื่อยแทนพระองค์เป็นอย่างยิ่ง

นึกออกไหมครับ เราไม่พึ่งพาสมองตนเองกันเลย พึ่งพาอะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้

คุณจะไปเรียนให้ถึงระดับปรัชญาปรัชญา...สาขาอะไรก็ได้
ก็เท่ากับว่ามีคนไทยชอบใช้สมอง หัวใจ ความรักและการลงมือทำงานอย่างมีศาสตร์และศิลป์ เพิ่มอีกหนึ่งคน

ผมดีใจนะครับ ไปเรียนให้จบเถอะ




Create Date : 28 มีนาคม 2552
Last Update : 28 มีนาคม 2552 0:33:40 น. 5 comments
Counter : 539 Pageviews.

 
Sawadee ka.


โดย: CrackyDong วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:1:44:10 น.  

 
สนใจหัวข้อเลยแวะเข้ามาเยี่ยมค่ะ สมัยเรียนก็ไม่ค่อยจะได้สนใจวิชาปรัชญาเท่าไรขอให้เรียนผ่านก็พอ แต่เมื่อมีอายุมากขึ้นกลับมีความสนใจมากขึ้นเพราะมันทำให้มีความคิดและพยายามหาคำตอบ คือพยายามที่จะใช้สมองให้เกิดประโยชน์มากขึ้นน่ะค่ะ เพราะเคยได้ทราบมาว่ามนุษย์เราใช้สมองเพียงแค่ 10 % เท่านั้น

อย่างศาสนาพุทธนี่ คนต่างชาติบอกไมได้เป็นศาสนาแต่เป็นหลักปรัชญาอย่างหนึ่ง แต่ตัวเองก็ยังไม่ได้ทำการค้นคว้าหาข้อเท็จจริง แล้วคำว่าศาสนากับปรัชญามันต่างกันตรงไหน

ขอบคุณค่ะที่นำเอาข้อคิดอะไรดีๆมาให้อ่าน


โดย: Mellitus วันที่: 28 มีนาคม 2552 เวลา:16:23:11 น.  

 
ศาสนานั้นมักเกี่ยวกับพระเจ้า(God)ครับ
แต่ศาสนาพุทธเกี่ยวกับกรรม(การกระทำและผลของกรรม) ซึ่งมาจากปัจจุบันกรรม การปฏิบัติดีชอบชั่วเลวของเราเอง ไม่เกี่ยวกับพระเจ้าครับ

พระพุทธเจ้าสนใจจะสอนให้มนุษย์พ้นจากความทุกข์ระดับต่างๆ ด้วยการใช้ปัญญาดำรงชีวิตและพึ่งพาตนเอง
ด้วยการทำสิ่งดี ละเว้นสิ่งชั่ว และมีจิตใจร่าเริงมองโลกแง่บวกครับ


โดย: ขามเรียง วันที่: 29 มีนาคม 2552 เวลา:17:09:17 น.  

 
ตราบเท่าที่คนเราต้องกิน คนเรากินสัตว์ทุกคนทุกวัน

เราก็ต้องอาศัยการเกษตร

หรืออนาคตอาจผลิตเนื้อเทียมได้ เราก็ต้องเรียกกิจกรรมพวกนี้ว่าการเกษตรอยู่ดี


ธุรกิจอื่นๆเกิดตามมาก็เพื่อSupportธุรกิจเกษตรพื้นฐาน

ถ้าไม่มีชาวนา เยอรมัน จีนก็ไม่รู้จะผลิตรถไถไปขายใคร

แต่ประเทศที่เขาชำนาญด้านอื่นและเนื่อที่ไม่เพียงพอไม่อำนวย

ก็ต้องทำมาหากินแบบอื่นเพื่อไปแลกกับอาหาร


ความคิดเห็น เฮียนซุนครับ

สบายดีนะคับ ชอบบทความคุณขามเรียงเลยแวะมาอ่าน

Photobucket


โดย: hiansoon วันที่: 31 มีนาคม 2552 เวลา:19:39:39 น.  

 
เฮียนซุนครับ :ขอบคุณการ์ตูนดีๆ และที่ชอบบทความครับ
เมลลิทัสครับ :ขอบคุณครับ แวะมาอ่านอีกนะครับ
แครงกี้ดองครับ :สวัสดีครับ


โดย: ขามเรียง (ขามเรียง ) วันที่: 2 เมษายน 2552 เวลา:9:35:41 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

ขามเรียง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ขามเรียง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.