"แต่โบราณลาภยศเหมือนเมฆลอย เพียงหมื่นร้อยประโยชน์สร้างนามสืบสาน สันโดษเดินเพลินขับกล่อมท่องสายธาร สู่เทือกเขาสูงตระหง่านวางอัตตา" (ดัดแปลงจาก ฯพณฯ จาง จิ่ว หวน,เอกอัครราชทูตสาธารณะประชาชนจีน ประจำประเทศไทย)
Group Blog
 
 
มกราคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
4 มกราคม 2552
 
All Blogs
 

ก่อน กับคำว่าCHANGE การเปลี่ยนแปลง และความหมายใกล้เคียง

ก่อนที่นายObama จะใช้คำว่าCHANGEมาทำการรนณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ได้เกิดความนิยมในเรื่องการเปลี่ยนแปลง ในเรื่องการบริหารจัดการ
ในเรื่องTransformational Leadership มาก่อนหน้าอย่างน้อยก็๕-๖ปี เท่าที่ผมได้นำหนังสืออันมีเนื้อหา บทเรียนเช่นนี้ไปสอนนักศึกษา

คนเรานั้นจะเปลี่ยนแปลงอะไร ย่อมต้องมองเห็นปัจจุบันเป็นเรื่องต้องพัฒนา ปรับปรุงเสียที

เนื่องจากมันเริ่มกลายเป็นสิ่งที่ถ่วงความเจริญหรือหมดอายุใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระบบกระบวนการทำงาน สิ่งของเครื่องใช้ เครื่องมือ เครื่องจักรและรถยนต์ที่ใช้ขับขี่ เป็นต้น

ย่อมรวมถึงระบบราชการ ระบบราชการมหาวิทยาลัยด้วย อย่างไม่ยกเว้น

สิ่งที่เปลี่ยนยากที่สุด เห็นจะเป็นการเปลี่ยนคน ให้เขาดีขึ้น มีประสิทธิภาพในการทำงาน ในการสามารถแข่งขันกับภาวะโลกที่เปลี่ยนไป ทุกอย่างไม่มีอะไรหยุดนิ่งคงที่

แต่คนเรานั้นยิ่งสบายยิ่งไม่อยากเปลี่ยนความเคยชิน บางคนเรียกว่านั่งนอนอยู่ในหลุมสบาย มองไม่เห็นอะไรกำลังเปลี่ยนไปนอกหลุมที่ตนมีชีวิตอยู่

ความเคยชิน บางทีก็เป็นสิ่งเลวร้าย มันทำให้คนเราเกิดภาวะ"ต่อต้านการเปลี่ยนแปลง" ผู้บริหารจัดการ จึงต้องใช้กลยุทธ์เข้ามาจัดการเปลี่ยนแปลง
คือเริ่มต้นจากคำว่า "การทำรายงานการประเมินตนเอง"(Self Assessment Report) ในเรื่องใหญ่ของ"ระบบการจัดการคุณภาพอย่างทั่วถึง"

คือให้คนทำอย่างสมัครใจ เขาย่อมจะเต็มใจกระทำการสำรวจข้อที่เขาควรเปลี่ยนแปลงงานหรือระบบในหน่วยงานของเขาเอง จากนั้นคนก็จะเริ่มสำรวจ ทุกอย่างในหน่วยงาน และลามไปหาสาเหตุ บางทีเขาพบว่าตัวเขาเองเป็นต้นเหตุและควรต้องทำการเปลี่ยนแปลง หรือพัฒนาตนเองเสียใหม่

อย่างนี้การเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่าก็เป็นไปได้อย่างไม่มีใครต่อต้าน

การเปลี่ยนแปลงในเบื้องลึก มาจากการที่คนเรามองเห็นอะไร"ใหม่"และ"ก่อน"คนอื่น อาการเช่นนี้เมื่อไล่เรียงลึกเข้าไปอีก ย่อมหมายความว่า คนๆนั้นมี"ความไว"(Sensitivity) ในการจินตนาการ การคิดริเริ่มได้เองก่อนผู้อื่น

Dr. de Bono นักคิดนักปราชญ์ผู้มีชื่อเสียงด้าน"Lateral Thinking" และ"Paralel Thinking" กล่าวว่า คนเราจะคิดสร้างสรรค์ได้ดี ต้องสามารถมีความไวทางการคิดจินตนาการ การมองเห็นอะไรใหม่ และสามารถฝึกฝนความสามารถ ให้มีความไวเกิดขึ้นได้

ในต่างประเทศ มีสถาบันของBono ที่คิดค้นหลักสูตรเพื่อฝึกอบรม ฝึกฝนความสามารถพิเศษ เรื่องความไวทางการคิดจินตนาการอย่างนี้แล้ว

การศึกษาในยุคแห่งโลกการแข่งขันเสรี ทุนนิยม เช่นทุกวันนี้ หากผู้บริหารกระทรวงศึกษาไทยไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ เราไม่มีนวัตกรรมใหม่ทาง Value Creation โดยเหล่าบัณฑิตปริญญาชน แล้วละก็

ชาวนาชาวไร่ เกษตรกร ผู้ใช้แรงงานทั้งมวลยังจะต้องแบกภาระทางเศรษฐกิจไว้บนบ่า โดยมีปริญญาชน ตรี โท เอก เหยียบบ่าพวกเขาเหล่านั้นอยู่ตลอดไป คือเรียนมาแล้วเสียเปล่า ไม่ได้ใช้สมองสร้างมูลค่าอย่างคุ้มค่าเลย สาเหตุมันโยงใยหลายประการที่สัมพันธ์กัน ของระบบการเมือง-การศึกษาและเศรษฐกิจ หรือวัฒนธรรมคนไทยโดยรวม เป็นสาเหตุหลัก

เชื่อหรือไม่? ว่าปรากฏการณ์เหยียบบ่าดังกล่าว ทำให้มีผลต่อรายได้ ต่อความยากจนและเศรษฐกิจของประเทศ ที่มีผลต่อเนื่องถึงเรื่องใหญ่สุด ที่สะสมพอกพูนมากขึ้นอย่างน่ากลัว

คือเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวง(Systematics Corruption)อย่างเป็นระบบ จากนโยบายสู่การนำไปปฏิบัติ จากนักการเมืองระดับรัฐสภาลงไปสู่ระดับการปกครองท้องถิ่น เพราะทุกภาคสังคม ต่างมีเงินเดือน มีรายได้น้อย ต่ำกว่าระดับค่าครองชีพที่ควรเป็น ในขณะที่เราทำงานหนัก
การกระจายอำนาจกลายเป็นการกระจายคอร์รัปชั่นไปเสีย"ก่อน"แล้ว

มีนักการศึกษาผู้เชี่ยวชาญชาวแคนาดา มาวิเคราะห์ให้ผมฟังว่า "คนไทยทำงานหนัก แต่เงินเดือนน้อย"

บทความนี้จึงนำเรื่อง"ก่อน-การเปลี่ยนแปลง-จินตนาการ-ความสามารถคิดไว-การสำรวจประเมินตนเอง-ปริญญาชนเหยียบบ่าผู้ใช้แรงงาน-การสร้างคุณค่า(Value Creation)-การฉ้อราษฎร์บังหลวง นำศัพท์เหล่านี้มาโยงกัน

การกระจายอำนาจกลายเป็นการกระจายคอร์รัปชั่นไปเสีย"ก่อน"แล้ว

ปรากฏการณ์เหยียบบ่า




 

Create Date : 04 มกราคม 2552
6 comments
Last Update : 4 มกราคม 2552 11:42:49 น.
Counter : 1242 Pageviews.

 

อันที่จริงผมลืมคำว่า"ใหม่"ไปสนิท ช่วงนี้เป็นวาระขึ้นปีใหม่และ นพ.วิธาน ฐานะวุฑฒ์ ได้เขียนบทความนี้ในมติชนรายวัน-อาทิตย์ที่๔มกรา๕๒ คือวันนี้(หน้า๖.)

ความสามารถในการเห็นสิ่งใหม่
ความสามารถพิเศษที่ธรรมดา ของคนธรรมดา ที่ใครๆก็ฝึกฝนขึ้นมาได้ ฝึกสำเร็จแล้วทำให้คนฝึกมีความสามารถพิเศษขึ้น มองเห็นอะไรใหม่จากโลกทัศน์ที่เรามองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วไม่เคยเห็นสิ่งใดใหม่ในสายตาในความคิดของเราเลย

ผมเชื่อว่าแพทย์ท่านนี้ติดตามเรื่องราว สาระในเว็บของ ดร.Bonoหรืออ่านหนังสือของเขาอยู่เช่นเดียวกับผม

การฝึกฝนได้เช่นนั้น ผมเชื่อเพราะผมเรียนเป็นนักออกแบบมาแล้ว โดยแต่ก่อนผมยังคิดว่าเป็นเรื่องพรสวรรค์ ความสามารถพิเศษจำเพาะตน

แท้จริง พฤติกรรม"พรแสวง"มีผลสำคัญ

แต่ปัจจุบันผมเชื่อแล้ว ว่าอะไรๆก็ฝึกฝนพัฒนากันได้ แม้ภาวะความเป็นผู้นำ คนทุกคนจะสามารถฝึกพัฒนาตนได้ หากเขาสำรวจประเมินตนเอง ยอมรับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมความเคยชินที่เป็นอยู่เสีย ทีละเล็กทีละน้อย

ดร.Bono ได้เขียนหนังสือไว้เล่มหนึ่งนานสิบปีแล้ว "Value Creation" คือเรื่องราวของการจินตนาการ การDesignที่ไม่ใช่เรื่องความสวยงามอย่างเดียว มันเป็นเรื่องต้องสร้างคุณค่าในชิ้นงานนั้นด้วย

เมื่อต้นปีที่แล้วดร.สุวิทยื เมษินทรีย์ แห่งสถาบันศศินทร์ ของจุฬาลงกรณ์ ยังได้ออกหนังสือด้าน"Value Creation"ด้วยเช่นกัน

ความคิดที่ดีนั้นใช้เวลาฟักตัวนาน๑๐ปี กว่าคนจะเข้าใจ นำมาปฏิบัติ

การสร้างคุณค่าของสังคมไทย มิใช่เริ่มต้นที่ตัวผลิตภัณฑ์ สินค้า ตัวอาคารบ้านเรือน ตึกที่ทำงาน หรือเมืองเท่านั้น

หากต้องเริ่มปฏิวัติการสร้างคุณค่าให้ตนเองในทุกปัจเจก ทุกเยาวชนคนรุ่นใหม่ เราต้องเชื่อว่า เราฝึกฝนสร้างสมอง จินตนาการ ให้มีคุณค่าได้และไม่ด้อยกว่าชนชาติอื่น

จากนั้นนำความคิดนี้ สร้างคุณค่าใหม่ ให้กับระบบการเมือง-การศึกษา-ระบบเศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรมของคนไทยเสียใหม่ ไปพร้อมกัน

เราควรจะเลิกใส่เสื้อสีเหลือง สีแดงได้แล้ว แต่คงไม่ต้องเลิกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่มีสัญลักษณ์๒สีนี้นะครับ...

 

โดย: ... (ขามเรียง ) 4 มกราคม 2552 11:24:59 น.  

 

เริ่มแก่แล้ว ยังลืมวลีสำคัญของ ดร.Edward de Bono :

You can Analise the Past but You have to Design the Future

 

โดย: ... (ขามเรียง ) 4 มกราคม 2552 11:33:55 น.  

 

พรสวรรค์กับพรแสวง
กระทู้นี้จงใจพาดพิงสถาปนิกเต็มที่เลย
ต้องยกมือ ขออนุญาตท่านประธานที่เคารพ ตอบกระทู้ด้วยคน

คุณแฟงกี้ฯ กล่าวไว้ถูกต้องในประโยคแรก... คิดว่าถ้าอยากให้ลูกมีความคิดสร้างสรรค์ คงต้องสอนและปลูกฝังแต่เด็ก
ขยายความได้อีกคือ เด็กทุกคนมีความเป็นสถาปนิกในตัว แต่ระบบการศึกษาและค่านิยมทางวัฒนธรรมปัจจุบัน ล้มเหลว เป็นที่มาซึ่งครู(รวมพ่อแม่)จำนวนมากที่ทำลายจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ของเด็กไปเกือบหมด

อีกประเด็นหนึ่ง ทุกวิชาชีพ ทุกศาสตร์ เราต้องการคนมีความคิดสร้างสรรค์ต้องการความเป็นสถาปนิกแทรกซึมอยู่ในทุกภาคส่วน ในทุกชนชั้น ในเมืองในชนบท

เมื่อมันถูกทำลายไปชั่วช่วงเวลาหนึ่ง เหง้าของความคิดสร้างสรรค์มันยังอยู่ในเลือดในกระดูกของพวกเราทุกคน ตัดเจาะออกมาดูก็ยังพอเห็นครับ

หากใครสนใจจะรื้อฟื้นรากเหง้าเหล่านี้ให้งอก สวยงาม ยังฝึกฝนทำได้เสมอ
ผมเชื่อพรแสวง พอๆกันกับพรสวรรค์

"ความรัก...ที่จะเป็น-จินตนาการ-สร้างสรรค์-คิด-ทำ-ฝึกฝน...คือพรสวรรค์" ....

http://www.pantip.com/cafe/library/topic/K7436986/K7436986.html

 

โดย: ขามเรียง 22 มกราคม 2552 21:44:37 น.  

 

Photobucket

 

โดย: ขามเรียง 10 กุมภาพันธ์ 2552 11:26:02 น.  

 

ถูกต้อง

Change ของไทยจึงแปลว่าเงินทอน เงินที่เหลือจากการกระจายจากข้างบนลงสู่ข้างล่าง

ซึ่งเป็นเงินของข้างล่างที่นำไปให้ข้างบนบริหาร

เสียงเค้าว่ากันพรรณนั้น จ๊ะ

 

โดย: บ้าได้ถ้วย 7 มีนาคม 2552 21:40:04 น.  

 


^
^
^

สุดยอดการเปรียบเปรย

 

โดย: ... IP: 202.44.47.152 9 มีนาคม 2552 12:26:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ขามเรียง
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ขามเรียง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.