Denali National Park- Alaska ท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ

สรุปการเดินทาง ตอนนี้เราอยู่ที่หมายเลข 1

Denali National Park

วันที่ 27 มิ.ย.2555 หลังจากมาถึงเมือง Fairbank ได้ 12 วัน ก็ถึงกำหนดการออกเดินทางทัวร์หฤโหดกัน ที่เรียกแบบนี้ก็เพราะเป็นการเดินทางท่องเที่ยวแบบไร้จุดหมายปลายทาง ด้วยการขับรถกระบะบรรทุกอุปกรณ์ครบครันไปเรื่อยๆ ค่ำไหนนอนนั่น และที่สำคัญเป็นการเดินทางรอบอลาสก้าเลยทีเดียว รู้อย่างนี้นะจะออกกำลังกายฟิตหุ่นให้แข็งแรงก่อนเดินทางซัก 2 เดือน มิหนำซ้ำอากาศในช่วงนี้ก็ยังถือว่าหนาวสำหรับดิฉันที่มาจากเมืองร้อน ว่าแล้วก็พากันจัดแจงเก็บข้าวของขึ้นรถ ซึ่งตอนแรกกะว่าจะใช้รถแวนเพราะมีหลังคากันฝนของคุณชาย แต่ติดปัญหาหม้อร้อน คราวนี้สิ คุณชายเกิดเปลี่ยนใจเปลี่ยนเป็นรถกะบะแทน ว่าแล้วก็เก็บข้าวของขึ้นรถ เต้นท์ เก้าอี้ผ้าใบ ฝืน ไฟ เตาแก๊สขนาดเล็ก หม้อหุงข้าว ครกกับสากขาดไม่ได้ ปลาร้าอีกหนึ่งกับรสดี วี้ดวิ้ว

เมื่อคนพร้อม อุปกรณ์พร้อม รถพร้อม คนขับพร้อม ก็ถึงเวลาออกเดินทาง ว่าแล้วก็สตาร์ทเครื่องบึ่งรถออกจากบ้านมุ่งสู่จุดหมายที่ไม่ใช่ปลายทาง ซึ่งจุดหมายแรกที่เราเดินทางไปกันนั้นก็คือ  

 

Denali National Park อุทยานแห่งชาติเดนาลี มีพื้นที่กว้างใหญ่กินเนื้อที่ประมาณ 24,395 ตร.กม. ภายในมีสัตว์ป่าน้อยใหญ่อาศัยอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นกวางแรนเดียร์ กวางมูส หมีสีน้ำตาล หมีดำ กวางภูเขา และอื่นๆ อีกมากมาย แต่จุดเด่นของที่นี่คือ Mt.McKenley เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ ยอดเขาแห่งนี้ชาวพื้นเมืองเรียกว่า Denali แปลว่าThe great one หรือ ผู้ยิ่งใหญ่ และนำชื่อนี้มาตั้งเป็นชื่อของอุทยานแห่งชาติแห่งนี้

 

และที่นี่เป็นสถานที่ที่รวมกิจกรรมหน้าร้อนของชาวอลาสกันและนักท่องเที่ยว และจะเปิดให้เข้าชมได้แค่ 4 เดือน คือช่วงเดือนพฤษภาคม ถึงกลางเดือนกันยายน เหตุเพราะช่วงเดือนกันยายนนั้น หิมะจะตกหนักจนถึงขึ้นที่เส้นทางกลายเป็นน้ำแข็งทำให้เกิดอันตรายต่อการสัญจร อีกทั้งเพื่อเป็นการพักฟื้นสภาพป่าที่ผ่านการโชว์ตัวต่อสาธารณะชนอย่างสมบุกสมบันในหน้า High Season นั่นเอง  

การเดินทางเข้าชมอุทยานแห่งชาตินี้ สามารถจองตั๋วผ่านอินเตอร์เน็ต ซึ่งการเดินทางเข้าชมสามารถเข้าชมได้ด้วยการขับรถตามชนิดที่กำหนด แต่เข้าไปได้แค่ 14 ไมล์เท่านั้น ซึ่งการเดินทางระยะยาวจะเป็นของ shuttle buses and tour buses ซึ่งคนขับจะทำหน้าที่เป็นไกด์ไปในตัว ส่วนราคาค่าท่องเที่ยวจะแบ่งไปตามแพ็คเก็ต สำหรับที่พักนั้นจะมีทั้งแบบพักตามโรงแรมที่มีอยู่มากมายแต่ราคาแพง หรือจะเลือกตั้งแคมป์สัมผัสธรรมชาติก็ได้

สนนราคาค่าเสียหายที่ $300 ต่อคน / 6 ชม.

หลังจากที่ขับรถจากเฟียร์แบงค์เป็นเวลาเกือบ 10 ชม. เราทั้งคู่ก็มาถึง Visitor Center ดิฉันและสามีเลือกการเดินทาง 6 ชม. หลังจากคอนเฟริ์มการเดินทางและรับตั๋วเรียบร้อย เราทั้งคู่ก็ขับรถไปที่จุดตั้งแคมป์ ซึ่งจะมีการแบ่งล็อคเป็นระเบียบเรียบร้อย (จะมีล็อคสำหรับรถ RV และ สำหรับรถเล็ก) หลังจากเลือกล็อคได้แล้วก็ลงมือต่อ ตอก ปัก โป๊กๆๆๆ ได้เต้นท์ออกมาเก็บข้าวของจนเรียบร้อย

 

คราวนี้ก็มาถึงคราวก่อกองไฟเตรียมตัวทำอาหาร เมนูเด็ดคือย่างกระดูกหมู ย่างเนื้อ กลิ่นเนื้อหอมฉุย ทีนี้ก็กางเกาอี้ พร้อมโค้กเรียบร้อย กะไว้ว่าจะดื่มด่ำกับบรรยากาศพร้อมกับจิบโค้กแกล้มเนื้อย่าง แต่...เนื้อยังไม่ตกถึงท้อง พยาธิยังไม่ได้แตะอาหาร ฝนก็ตกลงมาซะงั้น อดสิค่ะ ต้องพากันย้ายเข้าไปกินในเต้นท์ (หลังกินเสร็จอาหารต้องนำมาเก็บนอกเต็นท์เพื่อป้องกันหมีที่ได้กลิ่นอาหารแล้วเข้ามาทำร้าย) นอนฟังเสียงฝน น้ำไหลจ๊อกๆๆๆๆ บรรยากาศตั้งแคมป์

 

เช้ามาคือช่วงทรมาน เพราะฝนยังคงตกปรอยๆ และที่แย่ไปกว่าคือการที่ต้องไปอาบน้ำในตอนเช้านี่แหละ บรื้ออออ ห้องน้ำที่มีบริการไว้อาบและใช้ไม่มีน้ำอุ่น หนาวววว อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมไปด้วยคือ อาหารและน้ำดื่ม เพราะภายในอุทยานนั้นไม่มีอาหารและเครื่องดื่มจำหน่าย แต่จะมีห้องน้ำสาธารณะทุกๆ จุดชมวิว จากนั้นเราก็เดินทางไปจุดรวมพลที่ McKinley Chalet Resort เมื่อถึงเวลารถมาเทียบ เจ้าหน้าที่ก็จัดแจงเช็คตั๋วก่อนที่เราจะเลือกที่นั่ง ดิฉันเลือกที่นั่งติดหน้าต่างหลังคนขับเพราะมุมดีที่สุด จากนั้นคนขับรถที่ทำหน้าที่เป็นไกด์ในตัวก็จะอธิบายถึงกฎระเบียบในการเดินทาง ห้ามลงจากรถโดยเด็ดขาดนอกจากจุดพักรถที่รถจอดให้ลง ห้ามให้อาหารสัตว์ ห้ามยื่นมือหรือหน้าออกนอกรถ หากเกิดอาการไม่สบายให้รีบแจ้งจะมีเจ้าหน้าที่พยาบาลเข้าไปรับกลับที่พัก จากนั้นไกด์ก็แจกกระดาษทิชชูให้คนละปึก (เอาไว้เช็ดกระจกเพราะจะเกิดฝ้าตอนเดินทาง) เมื่อผู้โดยสารพร้อมการเดินทางก็เริ่มขึ้น

 

        ตามเส้นทางในอุทยานเดลานีนั้น จะมีต้นไม้ขึ้นเขียวชอุ่ม รวมทั้งดวงไม้ที่กำลังเริ่มแบ่งบาน พร้อมกับสายฝนที่โปรยปราย ไกด์ก็จะทำหน้าที่บรรยายถึงชนิดของดอกไม้ (ยังไม่มีสัตว์มาให้ยล) ...แท๊กๆๆๆๆ...แล้วเครื่องก็ดับไป สรุปคือเครื่องยนต์ของรถดับหลังจากเดินทางมาได้ 10 นาที ไกด์จึงได้โทรไปที่ศูนย์เพื่อขอรถคันใหม่ ในช่วงที่รอรถคันใหม่นี้ไกด์ก็จะเล่าประวัติของเดนาลีและอื่นๆ เพื่อฆ่าเวลา แต่ก็ไม่ยอมให้ลูกทัวร์ลงจากรถ จนกระทั่งรถคันใหม่มาถึง เราทั้งหมดจึงได้ทยอยไปขึ้นรถคันใหม่แต่ไกด์เดิม

 

 

 

หลังจากเปลี่ยนรถเรียบร้อยแล้วเราทั้งหมดก็ออกเดินทางต่อ ตลอดเส้นทางไกด์จะทำหน้าที่บรรยายจุดต่างๆ รวมทั้งบอกให้นักท่องเที่ยวได้เตรียมตัวสอดส่ายสายตารอบๆ หากใครเจอสัตว์ป่าออกมาเพ่นพ่านก็ให้บอกไกด์ Stop ซึ่งทางไกด์ก็จะหยุดรถให้ เรามาถึงจุดชมวิวจุดแรกหลังจากเดินทางได้ 1 ชม. คือ Teklanika Rest Area ไกด์จอดรถให้ลูกทัวร์ได้เข้าห้องน้ำ ทำธุระ หรือจะถ่ายรูปวิว ซึ่งจะใช้เวลาจุดนี้ 10 นาที ห้องน้ำภายนอกจะดูสวยงาม ภายในเป็นส้วมหลุมขนาดลึกมาก   ครบ 10 นาทีเราก็ออกเดินทางต่อ STOP สิ้นเสียงของลูกทัวร์คนหนึ่งเราก็ได้เห็น Doll Sheep สัตว์ป่ากลุ่มแรกที่เราได้เห็นของการเดินทางอยู่บนยอดเขาลิบๆ ทุกคนต่างก็หันไปตามที่มาของเสียง พร้อมอุปกรณ์ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นกล้องส่องทางไกล วีดีโอ กล้องถ่ายรูป พร้อมกับสอดส่ายสายตาและกดชัตเตอร์กันอย่างเมามัน...ตอนนี้ได้เริ่มมีสัตว์ออกมาให้ยลโฉมกันบ้างแล้ว ดีใจ

       

 

        จากนั้นก็ออกเดินทางต่อ จุดชมวิวจุดถัดมาคือจุดที่มองเห็น Alaska Range ได้ชัดเจน ไกด์จอดรถให้ลูกทัวร์ได้ลงจากรถเพื่อทำการพักผ่อน ยืดเส้นยืดสาย ถ่ายรูป ซึ่งจุดนี้จะให้เวลาในการถ่ายรูป 20 นาที วิวที่เห็นด้านล่างคือภูเขา Alaska Range ที่ถือเป็นยอดเขาที่ยาวที่สุดของอลาสก้า ตรงช่วงยอดเขานั้นตอนนี้หิมะกำลังละลายกลายเป็นไอพวยพุ่ง ทำให้อากาศหนาวเย็น

กวางคีรีบู ออกหากินเป็นฝูง

จิ้งจอกแดง ออกมาหากินข้างทาง

ที่มาของ "Stop เบียร์ เบียร์"

        "Stop เบียร์ เบียร์" เสียงดิฉันร้องบอกให้ไกด์จอดรถ ตอนนั้นสายตาทุกคู่หันมามองดิฉันเป็นตาเดียว ทำนองอยากจะถาม ใครเอาเบียร์มาขายแถวนี้ฟะ ไม่ใช่สวนอาหารลานเบียร์นะเฟ้ย แต่แหม ความตั้งใจจริง ดิฉันก็ยังร้องอยู่นั่นว่า "เบียร์จริงๆ นะ สองตัวแหนะ" พร้อมกับชี้มือไปทิศทางที่เจอ คราวนี้สายตาของลูกทัวร์เริ่มมองไปตามปลายนิ้วแล้วก็ถึงบางอ้อ ....Bear แบร์เฟ้ย ไม่ใช่เบียร์ แหม๊ ไอ้เราก็นึกอยากจะบอกว่า "เห็นหมีสองตัว" ดันพูดผิดเป็นเห็นเบียร์ไปได้ หลังจากที่ลูกทัวร์รัวแฟลซถ่ายรูปเสร็จ ก็พากันนั่งหัวเราะดิฉันต่อ เออ เอาเข้าไป ถ้าไม่ใช่เพราะฉ๊านนนนคนนี้ พวกหล่อนจะเห็นหมีกันไหมย่ะ เชอะ

ช่วงเวลาที่ดิฉันไปเที่ยว Denali นั้นเป็นช่วงปลายเดือน 29 มิย.2555 สภาพอากาศแปรปรวน ฝนตก รวมทั้งหมอกหนา ในวันที่เดินทางออกทัวร์ฝนตกปรอยๆ ตลอดเส้นทาง อากาศเย็น ทำให้ไม่ค่อยมีสัตว์ออกมาให้เห็นมากเท่าไร แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเลย มีหมีดำออกมาเดินหากินหญ้าถึง 2 ตัว หมีน้ำตาล 3 ตัว รวมทั้งกวางแรนเดียร์ กวางภูเขาที่เห็นอยู่ลิบๆๆๆๆ บนยอดเขา ส่วนวิวตามข้างทางนั้นมีแต่ฝน ครึ้ม เมฆหมอก อีกทั้งช่วงเดือนมิย. หิมะบนภูเขาเริ่มละลายจากความร้อนของแสงอาทิตย์ทำให้เกิดหมอกขึ้นมากมาย ...อกหักเล็กๆ ที่พลาดโอกาสจะได้ชมยอดเขา Mt.McKinley เพราะหมอกปิดบังยอดเขาจนมองไม่เห็น แต่ก็ใช่ว่าจะเสียใจซะทีเดียว เพราะหลังจากกลับจากการเยี่ยมชมอุทยานในวันนี้แล้ว ในวันต่อไปดิฉันและสามีจะเดินทางไปเหยียบยอด Mt.McKinley กัน

 

พรุ่งนี้อิฉันจะพาเดินทางบินขึ้นสู่ยอด Mt.McKinley กันจ้า

ดูภาพทั้งหมดที่อัลบั้ม

http://www.facebook.com/#!/media/set/?set=a.317020585061727.70149.100002613656797&type=3

 

ข้าวเหนียวอินเตอร์




Create Date : 14 สิงหาคม 2555
Last Update : 15 สิงหาคม 2555 20:35:56 น.
Counter : 1742 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

LadyinterCrazyClub
Location :
Dubai   United Arab Emirates

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



...ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิด...
ไม่ว่าการลอกเลียน ดัดแปลง ตัดทอนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใด ทั้งข้อความ รูปภาพใดๆ ใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งในการเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
โดยทั้งนี้เจ้าของบล็อก จะดำเนินการตามคดี ที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด
*****ขอบคุณค่ะ******
สิงหาคม 2555

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
18
19
20
21
22
25
26
27
28
29
30
31