Exit Glacier ธารน้ำแข็งล้านปี อลาสก้า

Exit Glacier  ธารน้ำแข็ง วันที่ 2 ก.ค.2555

 

        หลังจากที่ได้ร่วมกีฬาตกปลาไปเรียบร้อยแล้ว ในเช้าวันที่ 2 ก.ค. เราทั้งคู่ก็เก็บของเตรียมตัวเดินทางต่อเพื่อที่จะไปเมือง Homer แต่ก่อนที่จะไปเมือง Homer นั้น สามีได้พาไปแวะที่ Exit Glacier ซึ่งอยู่ในเมือง Seward นั่นเอง ขับรถออกมาไม่ถึง 30 นาที เราก็เดินทางมาถึง Exit Glacier ซึ่งเป็น Glacier ที่เราสามารถเข้าชมได้ใกล้ชิดที่สุด และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม (ชอบมาก)

Glacier เกิดจากการที่หิมะตกลงมาแล้วทับถมกันหลายๆ ปีผ่านไปโดยที่ไม่ละลาย จากหิมะที่เป็นเกร็ดดาวเล็กๆ เมื่ออัดแน่นกันมากขึ้นๆ ก็จะทำให้หิมะเหล่านี้กลายเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมา และเมื่อเกิดการเคลื่อนตัวจากแรงกดดันมหาศาลภายในก้อนน้ำแข็ง การเคลื่อนตัวผ่านหินในชั้นล่างๆ ทำให้น้ำแข็งละลาย รวมทั้งการการละลายในหน้าร้อน ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวไถลลงมาจากยอดเขาลงสู่พื้นกลายเป็นธารน้ำแข็ง จึงเรียกกันว่า Glacier หรือ ธารน้ำแข็ง นั่นเอง 

 

ในขณะที่เราขับรถเพื่อมาที่ Exit Glacier แห่งนี้ ระหว่างทางเราจะสามารถมองเห็นยอดกลาเซียได้ไกลๆ ซึ่งเมื่อเข้ามาด้านในแล้ว จะมีลานจอดรถขนาดใหญ่ซึ่งวันนั้นลานจอดรถแทบจะเรียกได้ว่าแน่นขนัด มีผู้คนหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชมกลาเซียแห่งนี้มาก เพราะด้านในนี้ นอกจะสามารถเดินขึ้นไปเยี่ยมชมน้ำแข็งกลาเซียได้แล้ว ยังสามารถตั้งแคมป์ และทำกิจกรรมอย่างอื่น เช่น เดินป่า hiking อื่นๆ

 

           เมื่อเข้าไปขอแผนที่จากได้ในตึกบริการแล้ว เราก็ออกเดินทางสู่ Exit Glacier ซึ่งการเดินทางนั้นจะแบ่งเป็นหลายระดับ ตามแต่ความสามารถ ตั้งแต่ตอนปลาย ตอนกลาง หรือขึ้นไปจุดสูงสุดชม icefield ที่เป็นจุดกำเนิดของ Exit Glacier แต่ระยะทางในการเดินขึ้นไปอยู่ที่ 8 ไมล์ ซึ่งสภาพร่างกายของดิฉันตอนนี้ขอยอมรับว่าสะบักสะบอมเต็มที่เพราะการตกปลาเมื่อวาน ตามแขนและขายังมีรอยช้ำเป็นจ้ำๆ ดังนั้น จึงขอชมกลาเซียอยู่แค่ช่วงตอนปลายและตอนกลางก็พอ

 

        สำหรับทางเดินขึ้นสู่กลาเซียนั้น จะเป็นทางปูคอนกรีตอย่างดี สองข้างทางเป็นต้นไม้เขียวร่มรื่น จะมีป้ายบอกการถอยร่นของกลาเซียอยู่เป็นระยะ ซึ่งเกิดการจากละลายของน้ำแข็งในตอนล่าง และเรายังสามารถพบเห็นร่องรอยบนหินที่เคยถูกธารน้ำแข็งไหลผ่านที่เรียกว่า Striations ตามเส้นทาง

 

        หลังจากเดินทางผ่านมาได้ร่วม 30 นาที ก็มาถึง Exit Glacier ซึ่งเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ระหว่างภูเขาสองลูก ซึ่ง Glacier ที่ดิฉันเห็นนี้ไม่ได้เป็นสีขาวจั๊วะอย่างที่คิด แต่กลับเป็นสีฟ้าแปลกตา ซึ่งสามีก็อธิบายให้ฟังว่า “ที่เรามองเห็นกลาเซียร์เป็นสีฟ้า นั่นก็เพราะน้ำแข็งกลาเซียนั้นมีความหนาแน่นมาก เมื่อแสงตกลงมากระทบ กลาเซียจะดูดซับแสงสีแดงและสีเหลืองไว้ จากนั้นก็ปล่อยแสงสีฟ้าออกมา จึงทำให้เรามองเห็นกลาเซียเป็นสีฟ้า แต่เมื่อน้ำแข็งแตกละลายเป็นก้อนเล็กๆ เราก็จะมองเห็นเป็นสีใสเหมือนน้ำแข็งทั่วไป ส่วนรอยเส้นสีดำนั่นก็คือคราบจากฝุ่นหินดินทรายจากภูเขาด้านข้างหรือทั่วไปนั่นเอง และเมื่อเราเข้าไปยืนใกล้ๆ เราจะได้ยินเสียง Pop Pop ที่เกิดจากการแตกของฟองอากาศใต้น้ำแข็งนั่นเอง” พอได้ฟังสามีอธิบายดิฉันก็พยายามเงี่ยหูฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ และสิ่งที่ได้ยินก็คือ ...เสียงเจื้อยจ้าวของเด็กวัยรุ่น 4-5 คน เสียงของกลุ่มนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มใหญ่ สรุปคือไม่ได้เรื่องค่ะ

 

ตามรอยแยกของน้ำแข็งนั้น เราจะมองเห็นสายน้ำที่เกิดจากการละลายของน้ำแข็งที่ไหลลงสู่พื้นน้ำข้างล่าง ดิฉันก็ถ่ายรูปจนพอใจ พร้อมกับสูดไอของความเย็น ไม่ใช่แค่สูดแต่รู้สึกได้เลยถึงความเย็นที่มากระทบร่างกาย บรื้อ จากนั้นดิฉันหวังจะลงไปสัมผัสกลาเซียให้สมกับที่ได้มาถึงที่ ซึ่งตอนแรกสามีบอกว่าสามารถเดินตัดลงไปตรงกลางธารน้ำแข็งได้ แต่ว่าทางเจ้าหน้าที่ได้ทำราวกั้นเอาไว้ เหตุเพราะเคยเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง ดังนั้น ดิฉันจึงต้องเดินกลับลงไปที่ปลายของกลาเซียซึ่งเป็นบริเวณลำธารขนาดใหญ่

 

เมื่อเดินลงจากเขามาที่ด้านล่าง ตอนนี้จะมองเห็นสายน้ำที่เกิดจากการละลายของกลาเซีย รวมทั้งน้ำแข็งที่แตกออกมาจากกลาเซียเป็นก้อนเล็กก้อนน้อย พอจับขึ้นมาดูก็รู้สึก...เย็น...เท่านั้นยังไม่พอ เพราะการที่จะเดินไปถึงด้านหน้าของกลาเซียจะต้องเดินฝ่ากระแสน้ำเส้นเล็กๆ นี่ถึง 3 ครั้ง ฮ่วย เอาละสิ เดินฝ่าน้ำเย็นเจี๊ยบมันไม่ใช่เรื่องสนุก รองเท้าบูทก็ไม่ได้ถือติดมือมา ...ดิฉันก็เริ่มลังเล จะไปหรือไม่ไปดี ส่วนคุณสามีนะไม่ต้องถาม เพราะแกบอกแล้วว่าไม่ไปแน่นอน

 

หลังจากตัดสินใจได้แล้ว ดิฉันก็เดินลุยน้ำ ฝ่าลำธารไป 1 สายในขณะที่ใส่รองเท้าผ้าใบ ซึ่งนั่นทำให้รองเท้าผ้าใบเปียก และเมื่อเดินไปซักพัก ความเย็นของน้ำมันเย็นจับเข้ามาในรองเท้าทำให้ดิฉันถอดรองเท้าออกแล้วเดินเท้าเปล่า หวังว่าจะไปให้ถึงกลาเซียเร็วๆ แต่แล้วเมื่อต้องเดินเหยียบไปบนก้อนหินและไปเจอลำธารขวางกันอีก 2 สาย อิฉันก็เปลี่ยนใจกลับมาใส่รองเท้าผ้าใบเหมือนเดิม ก่อนที่จะลุยฝ่ากระแสน้ำเย็นเฉียบวิ่งตะลุยไปจนถึงส่วนหน้าของ Exit Glacier เย้ จากนั้นก็บรรจงถ่ายรูป สัมผัสสายน้ำ แตะก้อนน้ำแข็ง แชะๆๆๆๆ ก่อนที่จะปีนขึ้นไปบนเขา ขากลับไม่ยอมกลับทางเดินขอเดินลัดเขาขึ้นไป

 

ทันทีที่ขึ้นไปถึงข้างบนก็เจอสามียืนยิ้มเผล่รออยู่แล้ว “เป็นไงน้ำแข็งเย็นไหม” แหนะ ยังมีมาประชด จากนั้นเราทั้งคู่ก็กลับไปขึ้นรถก่อนที่จะขับออกไปหาพื้นที่ด้านนอกเพื่อทำอาหารกินกัน เมนูเด็ดวันนั้นคือทอดกระดูกหมู หลังจากกินข้าว อิ่มท้อง ชมวิว พักผ่อนพอสมควร เราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมือง Homer กันต่อไป

เข้าชมภาพทั้งหมดได้ที่

http://www.facebook.com/#!/media/set/?set=a.318230078274111.70558.100002613656797&type=3

ข้าวเหนียวอินเตอร์

 

 




Create Date : 17 สิงหาคม 2555
Last Update : 17 สิงหาคม 2555 20:42:19 น.
Counter : 1517 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

LadyinterCrazyClub
Location :
Dubai   United Arab Emirates

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]



...ห้ามมิให้ผู้ใดละเมิด...
ไม่ว่าการลอกเลียน ดัดแปลง ตัดทอนหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใด ทั้งข้อความ รูปภาพใดๆ ใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งในการเผยแพร่ หรือเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร
โดยทั้งนี้เจ้าของบล็อก จะดำเนินการตามคดี ที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด
*****ขอบคุณค่ะ******
สิงหาคม 2555

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
18
19
20
21
22
25
26
27
28
29
30
31