สิงหาคม 2553

7
8
20
22
24
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
เสริมสร้างการเรียนรู้ให้ลูกด้วยการทำกิจกรรมยามฝนตก/ ดร.แพง ชินพงศ์
ช่วงนี้ฝนตกแทบทุกวัน จะเดินทางไปไหนก็แสนลำบากเพราะรถติด แถมยังน้ำท่วมเฉอะแฉะ และหากเปียกฝนอาจเจ็บป่วยอีกด้วย ดังนั้น เวลาฝนตกทีไรเด็ก ๆ จึงมักไม่ค่อยได้ออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เพราะหากคุณพ่อคุณแม่ปล่อยให้ลูกไปวิ่งเล่นข้างนอกเหมือนวันที่อากาศดีตามปกติ ลูก ๆ อาจไม่สบายกันได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าหากฝนตกแล้วเด็กๆต้องนั่งนอนจับเจ่าอยู่ในบ้านอย่างเดียว เพราะคุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างเสริมประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับลูกๆแม้ขณะอยู่ในบ้านยามฝนตกได้โดยผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน ซึ่งกิจกรรมง่าย ๆ ที่คุณพ่อคุณแม่และลูกสามารถทำร่วมกันได้มีดังนี้

1. นอนกอดกันดูฝนตก

เป็นกิจกรรมที่เรียกว่าทำได้ง่ายที่สุดและมีประโยชน์ที่สุดอย่างหนึ่งเลยทีเดียว เพราะแค่คุณพ่อคุณแม่และลูกมีหมอนคนละใบ (หรือใช้ใบเดียวกันก็ได้) นอนเรียงกันโดยให้ลูกนอนตรงกลางในบริเวณบ้านที่สามารถมองเห็นฝนตกได้ แล้วดูฝนที่กำลังตกอยู่ด้วยกัน ซึ่งขณะนอนอยู่นั้นคุณพ่อคุณแม่ก็กอดลูกไปด้วยแค่นี้ก็มีความสุขแล้ว และคุณพ่อคุณแม่อาจใช้เวลาช่วงนี้พูดคุยเรื่องราวต่างๆกับลูก เช่น เรื่องที่โรงเรียน เรื่องเพื่อน เรื่องที่ลูกสนใจ หรือทายปัญหากัน หรืออ่านหนังสือนิทานด้วยกันก็ได้ กิจกรรมนี้นอกจากจะสร้างความอบอุ่นให้กับลูกแล้ว ยังเสริมสร้างให้ลูกมีความมั่นใจในตัวเอง ฝึกให้เป็นคนที่มีจิตใจที่เต็มไปด้วยความรักและมองโลกในแง่ดี เพราะลูกได้สัมผัสถึงความรักและความอบอุ่นจากคุณพ่อคุณแม่อย่างเต็มเปี่ยมนั่นเอง

2. ทำกิจกรรมศิลปะและดนตรีร่วมกัน

คุณพ่อคุณแม่อาจวาดรูป ระบายสี รวมถึงปั้นดินน้ำมันกับลูก หรือคุณพ่อคุณแม่อาจตั้งหัวข้อวาดรูปให้กับลูก เช่นให้ลูกวาดรูปเกี่ยวกับฤดูฝน กิจกรรมนี้ก็เป็นการฝึกการใช้จินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ให้กับลูกอย่างมาก เพราะลูกจะนำจินตนาการที่เกี่ยวกับฤดูฝนของเขามาถ่ายทอดเป็นรูปวาดอย่างเต็มที่ ซึ่งเด็กบางคนอาจวาดรูปรุ้งกินน้ำ บางคนอาจวาดรูปปลากระโดดเล่นน้ำฝนหรือบางคนอาจวาดรูปชาวนาดีใจที่ฝนตก นอกจากนี้กิจกรรมดนตรีก็สนุกสนานไม่แพ้กัน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่และลูกอาจร้องเพลงและเต้นรำด้วยกัน และนำเครื่องดนตรี เช่น กลอง มาตีประกอบเพื่อเพิ่มความสุขสนานด้วยก็ได้ กิจกรรมดนตรีนี้นอกจากทำให้จิตใจเบิกบานแล้วยังทำให้ลูกได้เคลื่อนไหวร่างกายด้วย

3. แต่งนิทานหรือแต่งเพลงเกี่ยวกับฝน

คุณพ่อคุณแม่และลูกช่วยกันแต่งนิทานแต่งเพลงหรือแต่งคำกลอนที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับฤดูฝน โดยปล่อยให้ลูกได้ใช้จินตนาการอย่างเต็มที่ กิจกรรมนี้นอกจากฝึกการใช้ความคิดสร้างสรรค์แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมทักษะด้านภาษาให้กับลูกได้ด้วย เพราะลูกจะได้เรียนรู้การใช้คำศัพท์ การแต่งประโยค การเล่นคำ เช่น ฝนตกเปาะแปะๆ กบร้องอ๊บอ๊บๆ หรือแม้แต่การฝึกเทคนิคการใช้ภาษาต่างประเทศง่ายๆให้กับลูก เช่น ลูกได้เรียนรู้ว่าคำว่า “rain” หมายถึง ฝน แต่ถ้าเติมคำศัพท์เป็น “rainbow” จะหมายถึงรุ้งกินน้ำ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถช่วยพัฒนาเรื่องภาษาและกระบวนการคิดได้อย่างดีทีเดียว

4. เล่นเกมฝึกสมอง

คุณพ่อคุณแม่หาเกมง่ายๆที่สามารถฝึกทักษะทางสมองมาเล่นกับลูกได้ เช่น เกมต่อคำศัพท์ เกมต่อจิ๊กซอว์ เกมทายชื่อสัตว์ หรือคุณพ่อคุณแม่อาจจะใช้เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันนี้สอนความรู้ง่ายๆให้กับลูกได้ เช่น สอนเรื่องรุ้งกินน้ำว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร สอนเรื่องฤดูกาลต่างๆ สอนเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัย เช่น เวลาที่ลูกอยู่ข้างนอกบ้านแล้วเกิดฝนตก ลูกต้องค่อยๆเดินไปหาที่หลบฝน อย่าวิ่งเพราะจะลื่นล้มเจ็บตัวได้ หรือเวลาฝนตกต้องดูแลตัวเองให้มากเพราะอาจเป็นไข้หวัด หรือเป็นปอดบวมได้ การสอนเรื่องความปลอดภัยมีข้อดีที่นอกจากลูกจะได้รับความรู้ที่จะนำไปปฏิบัติได้แล้ว ลูกจะเกิดความรู้สึกที่ดีทางจิตใจเพราะเขาจะสัมผัสได้ถึงความห่วงใยและความเอาใจใส่ของคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งจะฝึกให้เขารู้จักที่จะเห็นใจผู้อื่นต่อไป

5. เป็นพ่อครัวแม่ครัวกันดีกว่า

กิจกรรมเข้าครัวหรือทำอาหารเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่เด็กๆชอบ อย่าไปคิดว่าเป็นกิจกรรมสำหรับลูกสาวเท่านั้น เพราะลูกชายก็ชื่นชอบกิจกรรมนี้ไม่แพ้กัน ซึ่งวิธีที่ดีและสนุกที่สุดสำหรับกิจกรรมนี้คือให้ลูกเสนอมาว่าอยากทำอาหารอะไรดี การให้ลูกได้เป็นคนเสนอรายการอาหาร ทำให้เขาได้ฝึกการใช้ความคิดและการกล้าแสดงออก หรือหากลูกยังไม่สามารถคิดหรือเลือกได้ว่าจะทำอะไร คุณพ่อคุณแม่อาจเสนอรายการอาหารง่ายๆที่คิดว่าลูกน่าจะทำได้ด้วยตัวเอง เช่น ทำแซนด์วิช หรือชงโกโก้ร้อน เมื่อเลือกได้แล้วคุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกได้ลงมือทำเอง เพื่อเป็นการฝึกการทำงานอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ฝึกการเป็นคนช่างสังเกตและฝึกความคิดสร้างสรรค์ให้กับเขา เช่น หากเลือกทำแซนด์วิช ลูกก็อาจจะใส่ส่วนผสมหรือเครื่องปรุงที่แตกต่างจากที่คุณพ่อคุณแม่ทำให้กินก็ได้ เมื่อเขาทำเสร็จแล้วต้องชมเชยที่เขามีความตั้งใจจนทำงานออกมาสำเร็จ สิ่งนี้จะเป็นการเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตัวเองให้กับลูกได้อีกด้วย

6. ทำกิจกรรมการออกกำลังสมอง(Brain Gym)

เวลาฝนตกเป็นช่วงเวลาที่ลูกๆจะออกไปวิ่งเล่นข้างนอกบ้านไม่ได้ ดังนั้น เด็กๆที่ชอบเคลื่อนไหวร่างกายอาจจะเบื่อกับกิจกรรมที่อยู่กับที่ กิจกรรมเบรนยิมจึงนับว่าเหมาะที่สุดที่จะทำได้ขณะฝนตก เพราะนอกจากลูกจะได้เคลื่อนไหวร่างกายแล้ว กิจกรรมนี้ยังมีดีที่ลูกจะได้ฝึกสมองควบคู่ไปด้วย ซึ่งกิจกรรมนี้จะช่วยกระตุ้นให้สมองทำงานได้อย่างดี ทำให้เกิดสมาธิและสมองผ่อนคลาย

ตัวอย่างกิจกรรมการออกกำลังสมอง

- ท่า Cross Crawl ยกขาข้างหนึ่งขึ้นโดยยกเข่าให้อยู่ในระดับสูงที่สุด แล้วแกว่งแขนข้างที่ตรงข้ามกับขาที่ยกขึ้นแตะที่เข่านั้น ส่วนแขนอีกข้างหนึ่งให้เหวี่ยงวาดไปด้านหลัง เสร็จแล้วทำท่าเดิมแต่เปลี่ยนสลับขาแขนอีกข้างหนึ่ง ทำสลับไปสลับมาซ้ายขวาซ้ายขวาเช่นนี้ 2-3 นาที

- ท่า Calf Pump เอาขาข้างหนึ่งแยกไปทางด้านหลัง แล้วงอขาที่อยู่ด้านหน้าลงโดยให้น้ำหนักลงไปที่ส้นเท้าหน้าแล้วหายใจออก และเผยอส้นเท้าขึ้นแล้วหายใจเข้า

กิจกรรมที่แนะนำทั้งหมดนี้เป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่ายและประหยัด ทั้งยังให้ประโยชน์อย่างมากสำหรับลูกรักของเรา อย่างน้อยแค่การได้ใช้เวลาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันในบ้าน ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่สร้างความอบอุ่นในหัวใจให้แก่ลูกได้แล้ว ส่วนอื่น ๆ คือกิจกรรมการเสริมสร้างการเรียนรู้ต่าง ๆ ก็จะตามมาพร้อมกับเวลาที่พ่อแม่ลูกได้มีด้วยกันเอง หน้าฝนแม้ไม่ต้องออกไปไหนก็ทำให้มีความสุขได้มากมายจริงๆ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์




Create Date : 06 สิงหาคม 2553
Last Update : 6 สิงหาคม 2553 15:41:30 น.
Counter : Pageviews.

1 comments
  
ได้ความรู้ดีจังคะ
ขอบคุณนะคะสำหรับข้อมูล
โดย: mammajor วันที่: 7 สิงหาคม 2553 เวลา:0:31:03 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
Kengmanny
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]