Photobucket
The Best Original Song of the Oacsr 79th

ใกล้เข้ามาแล้วนะครับ กับการประกาศผลรางวัล Oscar ครั้งที่ 79 ในวันจันทร์ที่ 26 ก.พ. ที่จะถึงนี้ แต่อย่าพึ่งเข้าใจผิดนะครับ ว่าอีตาเข็มขัดสั้นจะเปลี่ยนแนวมาวิจารณ์หนังแล้วเหรอ เปล่าเลยครับมันมีสาขานึง ในการประกาศรางวัลในครั้งนี้ ที่ผมสามารถพาดพิงถึงได้ นั่นก็ คือ เพลงประกอบยอดเยี่ยม ครับ ก็เลยมาขออินเทรนด์กับเขามั่งก็เท่านั้นเองงงงงงง


ในปีนี้มีเพลงที่ฟันฝ่าอุปสรรคผ่านหูของคณะกรรมการที่น่าเชื่อถือ (หรือเปล่า) มาทั้งหมด 5 เพลง จากภาพยนต์ทั้งหมด 3 เรื่อง (อย่าตกใจครับ มัน 3 เรื่องจริงๆ) ซึ่ง มีทั้งเพลงที่น่าสนใจ และความหมายดี รวมถึงมีเพลงแบบเอ๋อเหรอ เข้ามากับเขาด้วย ซึ่ง ไม่ทราบว่าคณะกรรมการเหล่านี้คิดอะไรกันอยู่ หรือมีฮั้วก็ไม่แซ่บได้ อีตาเข็มขัดสั้น เลยมาขอเจาะลึก วิจารณ์มันทีละเพลงไปเลย เพื่อประกอบอรรถรสในการเชียร์ ส่วนในเรื่องของเนื้อหาของภาพยนต์นั้นๆ ผมไม่สามารถกล่าวถึงโดยรวมได้ แต่จะทำ Link ไปที่บล็อกที่เขามีการวิจารณ์ภาพยนต์เรื่องนั้นๆ ให้แทนนะครับ โดยจะขอเริ่มที่ภาพยนต์เรื่องแรก คือ


Dreamgirls



ภาพยนต์เพลงประจำปี 2006 ที่รวบรวมเอานักร้องและนักแสดงผิวสีมากมายมาประชันฝีมือ และเสียงร้องกันอย่างคับคั่ง เนื้อหาของเรื่อง จะเป็นการไต่เต้าเพื่อที่จะเป็นนักร้องเกิร์ลแบนด์ แม้หนทางจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ความสวยงามนั้นก็ใช่ว่าจะไม่ต้องสูญเสียอะไรไปเลยเช่นกัน เพลงของภาพยนต์เรื่องนี้ที่เข้ารอบ มีทั้งหมด 3 เพลง (เอากับมันสิ 3 เพลงเลย ไม่ได้ซักเพลงให้มันรู้ไป) ผมขอเริ่มที่เพลงแรกก่อนเลยนะครับ

Listen – Beyonce Knowles




เพลงนี้ได้สาว Be มาขับกล่อมกับท่วงทำนอง Soul Ballad ย้อนยุคนิดๆ ติดหู โชว์พาวแหกปากสุดชีวิต เนื้อหาบอกเล่าถึงความน้อยเนื้อต่ำใจ ที่วันๆ เป็นแต่นกน้องในกรงทอง ทำตามที่สามีสั่งเพียงอย่างเดียว อยากเป็นตัวเองใจแทบขาด เลยตะคอกสามีซะเลยว่า ฟังกรูว้อย ฟังกรูเดี๋ยวนี้ กรูไม่ไหวแล้ว กรูจะเป็นตัวเอง รู้ด้วยว้อย ซึ่งเนียนไปกับช่วงเวลาในหนังตอนท้ายๆ ได้เหมาะเจาะลงตัว การถ่ายทอดอารมณ์เพลงค่อนข้างชัดเจน และตรงไปตรงมาไม่มีมาเกรงใจ เหนียมอายแต่อย่างใด แต่ปัญหาอยู่ที่เสียงนักร้องขึ้นมาซะงั้น เพราะอะไรน่ะเหรอครับ เพลงนี้จำเป็นต้องใช้พลังเสียงในการบอกอารมณ์อย่างมาก หนู Be ทำได้ไหม ได้ครับ แต่ปัญหามันขึ้นอยู่กับการขึ้นเสียงสูงของเธอจนล้น ที่บางทีมันน่ารำคาญ มากกว่าจะไพเราะ แม้ภาพรวมเพลงดูใช้ได้ บอกเล่าเนื้อหาโดยสรุปของตัวหนังได้ดี แต่ไม่ถึงกับดีที่สุด ถามว่าจะได้ใจคณะกรรมการไหม มีแนวโน้มว่าจะได้และเยอะเลย แต่สำหรับผม สั้นๆ ได้ใจความครับ “ยอดเยี่ยม แต่รำคาญว้อย”

Love You I Do – Jennifer Hudson




เพลงนี้ได้สาวเสียงอลังการดาวล้านดวง อย่าง Jen Hud มาถ่ายทอด ในท่วงทำนองแบบ Soul ใสๆ เคล้าเสียงเปียโน และเครื่องเป่า รื่นเริงบันเทิงใจเชียว เนื้อหาแบบว่า อิฉันเป็นสาวแรกแย้ม หลงรักหนุ่มหัวปักหัวปำ รักคุณเท่านั้นค่า กรี๊ดดดดดดด ซึ่งเพลงนี้ก็เนียนไปกับตัวหนังในช่วงต้นๆ เรื่องได้เป็นอย่างดี และการถ่ายทอดอารมณ์ก็ดีเลยทีเดียว มีความสุข กรี๊ดกร๊าด แฮปปี้สุดชีวิต และก็โชว์พาวได้ดี ไม่ค่อยน่ารำคาญเท่าไร เพราะเพลงมันใส รื่นเริง แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า เพลงนี้ มันเข้ามาติด 1 ใน 5 ได้ไงเนี่ย เนื้อหาก็อ่อนกว่าทุกเพลงที่เข้าชิง แถมไม่ได้กล่าวเป็นภาพรวมของตัวหนังเท่าไหร่ แต่เป็นมาจับ Focus ที่ช่วงเวลาแทน ไม่แซ่บว่าคณะกรรมการนั้นฟังเพลงยัย Be มากจนหูหนวกแล้วจับพลัดจับผลู เลือกๆ เข้ามาให้มันครบๆ ไปงั้นเหรอ หรือว่าจะดันเพลงนั้นมากกว่าฮึ เพลงมันเพราะ แต่ว่ามันไม่ใช่แนวที่ Oscar จะให้รางวัลได้ง่ายๆ เลย ทำให้สงสาร Jen Hud ไปอย่างเต็มๆ แทนที่ไอ้คณะกรรมการจะเลือก And I’m Telling You (I’m not Going) เข้ามา ดันไปเลือกเพลงนี้แทน ถ้าเลือกเพลงที่ว่านะรับรอง รางวัลนี้ยกให้ไปเลย เพราะเธอร้องได้คนเดียวเท่านั้น สำหรับผมสั้นๆ ได้ใจความครับ “เสียดายโอกาสแทน และเปลี่ยนเพลงได้ป่ะ”

Patience – Eddie Murphy and Anika Noni Rose




เพลงนี้มาในแนว Soul หวานๆ ให้กำลังใจมากมาย ผู้รับหน้าที่นี้ถ่ายทอดมี 2 คน คือ ลุง Eddie Murphy กับ ป้า Rose ที่น่าทึ่งสุดๆ คือ เสียงของ Eddie นั้นไพเราะมากมาย แถมเข้าคู่กับป้า Rose ทำให้เพลงดูไม่ธรรมดาขึ้นมาทันที เนื้อหาให้กำลังใจ จงอดทนไว้ แต่ไม่เข้ากับเนื้อเรื่อง ถึงจะอยู่ในเรื่องช่วงกลางๆ ก็ตาม แม้เพลงจะเนื้อหาดี ไพเราะมากมาย และแสดงศักยภาพของ Eddie ออกมาให้เราได้เห็นกัน แต่มันดูอ่อนกว่าเพลงยัยบีอย่างเห็นได้ชัด ไม่แซ่บว่าคณะกรรมการเอาหูไว้แยงเข้าแยงออกเล่น หรือว่าตั้งใจจะดันเพลงนั้นเพลงเดียวกันแน่ เฮ้อ ขอยาวๆ ได้ใจความนะครับ “ถ้าได้รางวัลไป ก็เพราะความสามารถของ Eddie กับป้า Rose ล้วนๆ อย่างอื่น เฮ้อ!!”

สนใจอยากอ่านบทวิจารณ์ภาพยนต์ประกอบเพิ่มเติมไปที่นี่ได้เลยครับ Dreamgirls, วันที่ธุรกิจกลืนกินศิลปะ ของคุณ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"


Cars



ภาพยนต์อนิเมชั่นที่เกี่ยวกับรถ ที่น่ารักน่าชัง บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของรถแข่งที่วันๆ ในหัวมีแต่เรื่องการแข่งขัน และการเอาชนะ จนวันหนึ่งได้หลงไปสู่เมืองเล็กๆ ที่อบอุ่น ทำให้เจ้ารถแข่งก็ได้เรียนรู้เกี่ยวกับคำว่ามิตรภาพ และความหมายของการใช้ชีวิต ซึ่งผู้สร้างก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คือ Disney กับ Pixar เจ้าเก่า ที่เจนจัดในฝีมือของการทำภาพยนต์อนิเมชั่น และเพลงที่ได้เข้ารอบมาชนกับเพลงอื่นๆ ของหนังเรื่องนี้ก็คือ

Our Town – James Taylor




ลำนำว่าด้วย Acoustic Rock เคล้าเปียโนเบาๆ ที่คุณลุง James Taylor ถ่ายทอดออกมาอย่างอบอุ่น พร้อมกับเนื้อหาที่สำนึกรักบ้านเกิด ถึงแม้มันจะมีการเปลี่ยนแปลงซักเท่าไรก็ตาม ถ้าจำไม่ผิดเพลงนี้ปรากฎในหนังในตอนที่ 2 รถหนุ่มสาว ขึ้นไปชมวิวเมืองทั้งหมด ชวนนั่งเคลิ้ม ยิ้มแก้มปริไปเลยทีเดียว มีนิดนึงคือ เพลงทั้งเพลงเรื่อยๆ มาเรียงๆ ไม่มีท่อนฮุคให้รู้สึก Peak เลย แต่เหมือนเป็นการเล่าเรื่องสั้นจากความรู้สึกแทน รวมถึงพูดถึงภาพรวมของหนังได้ดีเพลงหนึ่ง ซึ่งได้อารมณ์ซึ้งไปอีกแบบ ไม่ต้องมาฟังอะไรแหกปากแหกคอให้เสียเวลา และอีกอย่างเพลงแนวๆ นี้เคยเข้าแก๊ป Oscar มาแล้วนะคร้าบ ดังนั้น ถือว่า เอามาฟัดกับ Dreamgirls ได้สูสีพอสมควร ให้คำจำกัดความสั้นๆ ว่า “เจ๋งแบบเงียบๆ แต่จะเงียบแผ่วหรือเปล่านั่นอีกเรื่องครับ”

สนใจอยากอ่านบทวิจารณ์ภาพยนต์ประกอบเพิ่มเติมไปที่นี่ได้เลยครับ Cars , 20 ปีของ Pixar กับเรื่องของ "คาร์" (ซึ่งก็คือเรื่องของ "คน") ของคุณ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"


An Inconvinient Truth



ภาพยนต์สารคดีของ Al Gor ที่ว่าด้วยเรื่องของสภาวะโลกร้อน ที่นับวันจะรุนแรงขึ้น และเป็นอันตรายต่อมนุษย์ ในภายภาคหน้าอย่างรุนแรง ถ้าเรายังคงทำร้ายโลกที่เราอาศัยอยู่ต่อไปเรื่อยๆ โดยในภาพยนต์มีการนำเสนอประเด็นที่น่าสนใจมากมาย และมีแนวทางการแก้ไขบอกมาพร้อมสรรพ แม้ว่าข้อมูลที่ Al Gor เสนอผ่านภาพยนต์จะเป็นการให้สารทางเดียว แต่ก็ตอกกลับให้คนดูต้องคิดตามได้ไม่มากก็น้อย ในสิ่งที่เราได้ทำลงไปกับโลกของเรา ซึ่งเพลงประกอบของหนังเรื่องนี้ได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงด้วยเช่นกัน คือ

I Need to Wake up - Melissa Etheridge




เรื่องเล่าผ่านเสียงเพลงโดยสาวเท่ห์ (แต่แก่แล้ว) อย่าง Melissa Etheridge ที่เราอาจจะเคยเห็นเธอเป็นอีโล้นซ่ามาแล้ว ในงานแกรมมี่ 2006 คราวนี้ป้ารับหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวและเนื้อหาที่ชวนให้เราตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องทำให้โลกนี้อยู่คู่กับเราไปนานๆ กับแนวเพลง Pop Rock Folk ที่แสนจะไพเราะ และอินไปกับตัวเพลงได้อย่างไม่ยากเย็น แถมติดหูมากมาย เสียงร้องก็สื่อออกมาได้ดีมาก บอกอารมณ์ขอร้อง และดึงตัวเองเป็นตัวอย่างได้ดีเลยทีเดียว และที่สำคัญบอกภาพรวมของหนังเรื่องนี้ได้มากมาย และบอกถึงการกระทำของ Al Gor กับเหตุผลที่ทำไมต้องรณรงค์ในเรื่องแบบนี้ได้หมดจด และเพลงนี้ก็เป็นอีกเพลงที่สามารถดับฝันของ Dreamgirls ในการรับตุ๊กตาผู้ชายแก้ผ้าได้เช่นกัน ขอสั้นๆ ได้ใจความเลยครับว่า “ยอดเยี่ยม เปี่ยมด้วยสาระ และถูกใจผมมั่กๆ”

สนใจอยากอ่านบทวิจารณ์ภาพยนต์ประกอบเพิ่มเติมไปที่นี่ได้เลยครับ AN INCONVENIENT TRUTH :: a global warning ( 2006) ของคุณ renton_renton


และแล้วก็จบแล้วนะครับ กับการรีวิวสั้นๆ ในแต่ละเพลงที่ได้มีโอกาสเข้าชิงสาขา The Best Original Song (เพลงประกอบภาพยนต์ยอดเยี่ยม) จากที่ติดตามข่าวมา เพลงที่แต่ละสำนักเกร็งกันจนเสียว เอ๊ย! เก็งว่าจะได้ตุ๊กตาแก้ผ้าไปครอง ก็จะมี Listen ของหนู Be ที่มาวินที่สุด แต่สำหรับผมเอง กลับไม่คิดที่จะเชียร์ Listen เท่าไหร่ แต่กลับไปเชียร์ I Need to Wake up มากกว่า เพราะได้สาระ และสื่อได้ตรงจุด ดีกว่ามานั่งฟังคนแหกปากน้อยเนื้อต่ำใจ สามีไม่สนเช่นนั้น และที่สำคัญ ขัดใจพอสมควรว่าทำไมถึงไม่เลือกเพลง And I’m Telling You ที่ Jen Hud เป็นคนถ่ายทอดเข้ามาติด 1 ใน 5 ทั้งๆ ที่เพลงนั้นก็สื่ออารมณ์ได้ดี แถมดีกว่า Listen ของหนู Be เสียอีก หรือว่าคณะกรรมการกลัวว่า Jen Hud ร้องเพลงนี้บนเวทีแล้วจะกระทืบเวทีเร่าๆ ฉันจะไม่ไปหนาย รู้ด้วย ฉันไม่ปายยยยย เวทีอาจจะพังเอาได้ หรือคิดว่าถ้าเอาเพลงนี้เข้าชิง ก็ยกรางวัลให้ไปเลย เพราะมันโดดเด่นกว่าทุกเพลงที่เหลือ แถมเสียงร้องก็กินขาดกว่าทุกคนที่เข้าชิง เลยต้องมาดันเพลง Listen แทน แต่ก็เอาเถอะครับ The Oscar Goes to เพลงไหน เรามาลุ้นกันในวันจันทร์ที่ 26 ก.พ. นี้ เพราะช่อง 7 สี ทีวีเพื่อคุณ + UBC ถ่ายทอดสดนะคร้าบ


ปล.1 ขอบคุณคุณ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" และคุณ renton_renton มากๆ ครับ ที่มีบทวิจารณ์ดีๆ เกี่ยวกับภาพยนต์ที่มีเพลงเข้าชิง และเพื่อให้ชาวบล็อกประกอบการอ่านเพิ่มเติมนอกจากเรื่องของเพลงประกอบเหล่านี้ครับ

ปล.2 เพลงทุกเพลงที่เข้าชิง มีให้ฟังกันง่ายๆ ที่ Project ใต้ Profile ด้านบนนะครับผม

ปล.3 ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมเยียนมากๆ ครับ ยินดีต้อนรับเสมอ และยังไงก็ขอ Comment ทิ้งไว้ด้วยนะครับ ขอบคุณมากคับ


Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2550
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2550 18:09:08 น. 45 comments
Counter : 1012 Pageviews.

 
หืยยย ยังไม่ได้ดูซักเรื่องเลยแฮะ -''-
เข้าตอนช่วงไม่ว่างทั้งนั้นเลย.....

เฮ้ยแต่เพลงประกอบ cars มันก็เวิ้คนะเฮีย
แบบ เรื่อยๆมาเรียงๆอ่ะ ชิวๆ ฟังแล้วเรื่อยๆดี -''-

อืมมมม เกาะกระแส รอลุ้นผล

^^~



ปล. มาตีตั๋วคนแรกจ่ะ ^^


โดย: สะบะละเฮ่ยแจงแวง วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:15:47 น.  

 



Dreamgirls ทางนี้ดังมากๆ เลยค่ะ ^^


Beyonce สุดยอดๆๆๆๆๆ ^0^


โดย: Malee30 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:57:20 น.  

 
“ยอดเยี่ยม แต่รำคาญว้อย”
^
^
^
^




เห็นด้วยค๊า..


โดย: Smile_Koo IP: 203.150.101.112 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:15:36 น.  

 
มาฟังเพลงเพราะๆ อีกแล้วครับ
ชอบ Our town อ่ะ ส่วน I need to wake up เพลงเท่ห์ดีครับ
ขอบคุณที่อัพเดทเพลงให้ฟังบ่อยๆ เน้อ ชอบๆ


โดย: Seraphyros DeCameron วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:19:00:52 น.  

 


“ยอดเยี่ยม แต่รำคาญว้อย”


^
^
เห็นด้วยคน


โดย: Beerzonline วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:20:54:34 น.  

 
ยังไม่เคยดูสักเรื่องนึงเลยอ่ะ..

อันนี้ไม่เกี่ยวก๊ะเพลงนะ แต่พี่อยากดูเรื่อง cars อ่ะจ้ะ



โดย: i'm not superman วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:04:53 น.  

 
ไม่ค่อยติดตาม Soundtrack เท่าไหร่ ขอลองฟังดูหน่อย


โดย: นั่นนี่นู่นโน่น (นั่นนี่นู่นโน่น ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:22:13:13 น.  

 
ผมว่าเพลงรางวัลออสก้าร์ช่วงหลังๆ นี่ ไม่ค่อยมีเพลงอะไรที่น่าจดจำในระยะยาวเลยครับ

วันจันทร์นี้รู้ผลแล้ว ตื่นเต้นมากๆ


โดย: BAYROCKU วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:12:41 น.  

 
ทั้งหมดทั้งสิ้นชอง Patience มากมายเลยคะ .. อารมณ์รู้สึกเลยล่ะว่ามันน่าจะเป็นเพลงประกอบภาพยนต์ .. แบบนั่งดูแล้วอินกับหนัง อารมณ์นี้นะค่ะ ..

เบาๆ แต่ว่าลึกซึ้ง เรียกว่าค่อนข้างกินใจเราเลยล่ะ


โดย: JewNid วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:49:00 น.  

 
มารอบนี้ได้ฟังหลายเพลงมากมาย ขอบคุณครับ


โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:1:07:57 น.  

 
ไม่แน่ใจว่าคุณขขส.ได้ดู dream girls หรือยัง
แต่ผมจะบอกว่าฉากที่นู๋บีเธอร้อง listen เป็นฉากที่ดีที่สุดของเธอเลยหละครับ หลังจากที่ได้แต่ทำหน้าสวยเป็นไม้ประดับอยู่ทั้งเรื่อง
ความจริงบทสนทนาก่อนร้องเพลงนี้ก็คือ สามีเธอบอกว่า เธอน่ะร้องเพลงได้แค่งั้นๆ ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย
มันเป็นเหตุผลที่เธอต้องแหกปากร้องเพลงนี้แบบทุ่มเทสุดพลังไงล่ะครับ
เพื่อที่จะบอกว่าฉันไม่ได้สวยใสอย่างเดียว ฉันก็ร้องเพลงสื่ออารมณ์เป็นนะโว้ย...

แล้วอีกสิ่งหนึ่งที่คุณขขส.ยังไม่ทราบก็คือ เพลงที่จะเข้าชิงออสการ์ต้องเป็นเพลงที่แต่งขึ้นใหม่เพื่อหนังเรื่องนั้นนะครับ
ถ้าเป็นเพลงจากศิลปินที่ออกอัลบั้มแล้วเอามาประกอบหนังเนี่ย ไม่มีสิทธิ์เข้าชิงครับ
เพราะฉะนั้น And I'm Telling You I'm not Going จึงหมดโอกาสไปโดยทันที เนื่องจากเป็นเพลง original มาจากละครเวที
ไม่งั้นน้องเจนคงได้แหกปากร้องเพลงนี้บนเวทีออสการ์แน่ๆ ครับ เพราะเธอร้องได้แบบโคตรดีแบบดูฉากนี้แล้วน้ำตาไหลพรากๆ

เพราะฉะนั้นขอออสการ์ประกอบหญิงยอดเยี่ยมให้เธอแล้วกันนะครับ
ส่วนเพลงที่จะชนะผมเก็งว่าน่าจะเป็น listen นั่นแหละครับ



โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:2:11:57 น.  

 
^
^
+ โอวว ... ความรู้ใหม่สำหรับผมเลยอ่ะครับ เป็นเช่นนี้นี่เอง ถึงว่าเพลงโคตรเต็งอย่าง And I'm telling you ถึงได้ไม่เข้ารอบ 5 เพลงสุดท้าย ... แต่ คกก. เค้าก็อุตส่าห์หยิบจาก Dreamgirls มา 3 เพลง แล้วก็อุตส่าห์ให้ 3 สาวมีบทบาทคนละเพลง ก็นับว่ายุติธรรมดีอ่ะคับ (แต่งานนี้สาว Be ได้เปรียบสุด เพราะมีแต่เพลงเธอที่ต้องโชว์พาว ใส่อารมณ์ร้อง) ... ขอบคุณ คุณพลตะหานไรอัน ด้วยนะครับที่ช่วยแชร์อ่า

+ อุๆ น้องฯสั้น วิจารณ์แต่ละเพลงได้เปรี้ยวแซ่บ อ่านมันส์โคตรเช่นเคยนะครับ ... พอมาฟังจริงๆ แบบไม่ได้ดูหนังไปด้วย ... เออ จริงด้วยแหละ Listen ฟังเฉยๆ แล้วมันติดจะน่ารำคาญเกินกว่าไพเราะอ่า ... ส่วน Love you I do กับ Patience ก็ฟังสบายๆ ... เอ่อ ... งั้นสาขานี้เปลี่ยนใจไม่เชียร์เพลงไหนล่ะ ขอเกาะขอบเวทีลุ้น(ฟัง)เฉยๆ แล้วกัน (แต่ดันหลวมตัวทาย Listen ไปแล้วง่า - -' )
+ ขอบคุณนะครับ ที่เกาะกระแสอินเทรนด์ออสการ์ ทำให้ชาวบล็อคได้ฟังเพลงเพราะๆ ทีเดียว 5 เพลงรวด เด๋วเช้าวันจันทร์รอลุ้นผล (ทางหน้าจอเน็ต) กันคร้าบ
(ถ้าใครมี UBC ดู แล้วพลาดดูสดช่อง Movies hit เช้าวันจันทร์ ... จะมีการ replay เทปเต็มๆ เย็นวันพุธที่ 28 ช่อง Star Movies เริ่ม red carpet ตอน 1 ทุ่ม แล้วก็เริ่มประกาศรางวัลตอน 2 ทุ่ม ++ ครับ ... งานนี้ลุ้น เอลเลน เดอเจนเนอเรส ว่าเธอจะเป็นพิธีกรลุงออสการ์ได้มันส์ขนาดไหนอ่า )


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:9:40:45 น.  

 
ผมเดาเอาเองว่าที่ And I'm Telling You ไม่ได้เข้าชิงนี่เพราะว่าเป็นเพลงจาก Dreamgirls ต้นฉบับละครเวทีหรือเปล่าครับ?

เพราะคุ้นๆตะหงิดๆว่า เพลงที่เข้าชิงเหมือนกับต้องเป็นเพลงที่เขียนขึ้นเพื่อใช้ในหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะ อะไรประมาณนั้น
ไม่แน่ใจนะครับ


โดย: nanoguy IP: 161.200.255.162 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:05:56 น.  

 
ขอบคุณ คุณไรอันมากมายเลยครับ เพราะผมเองก็ไม่ได้ทราบในส่วนของวิธีการของการเลือกเพลงเข้าชิง ว่าต้องเป็นเพลงใหม่เพื่อแต่งขึ้นมาโดยเฉพาะ ขอบคุณมากๆ ครับ

ในเรื่อง Dreamgirls ผมดูมาแล้วล่ะครับ และก็ยอมรับว่าฉากนั้นสื่อมากมาย และได้อารมณ์สุดๆ รองจาก And I'm Telling You ในเรื่องเช่นกัน แบบว่ายังไงก็มาวิน กว่า อีก 2 เพลงที่เข้าชิง อยู่แล้ว แต่สำหรับความเห็นผมเอง ถ้าเทียบกับ อีก 2 เพลง จาก Cars และ An Inconvinient Truth นั้น ผมกลับไปเชียร์ 2 เพลงนั้นมากกว่า เพราะ 2 เพลงนั้น ไม่ต้องสื่ออารมณ์มากมาย แต่ให้ความรู้สึกที่นิ่งๆ เต็มตื้น และซาบซึ้งมากกว่า Listen ที่ต้องเค้นพลังออกมา และรู้สึกว่ามันน่าจดจำมากกว่า Listen มากมายนักครับ

แต่ยังไง Listen ก็ยังมาวินอยู่ดี เพราะว่า มีฉากสอดรับกับเพลงพอดีเลย และโชว์เต็มๆ ให้เห็นทุกดอก แต่อีก 2 เพลง จาก Cars มีพอสมควร แต่ An Inconvinient Truth มีตัวช่วยน้อยมาก นอกจากข้อมูลใน End Credit ของหนังที่ชักจูงให้คนติดตามและอ่าน ผมเลยขอเชียร์ของ An Inconvinient Truth เพราะ ถึงแม้ไม่มีอะไรมาเป็นตัวช่วยแต่ก็สื่อภาพรวมของหนังได้ดีมากๆ ครับ


ขอบคุณมากๆ คร้าบ ที่มาแชร์ให้ผมได้รู้เพิ่มเติม


โดย: เข็มขัดสั้น (ไม่ได้ log in ครับ) IP: 202.183.190.14 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:12:03:37 น.  

 
เชียร์ บิยองเซ่ ดีกั่ว อยากดู เนื้อนมใข่ เอ๊ะ เกี่ยวกันปะ


โดย: angy_11 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:08:53 น.  

 
มาแวะเยี่ยม
ล็อกอินแล้วครับ


โดย: พี่นิค (NickyNick ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:47:23 น.  

 
โอ้ว...แปะยิ้มไว้ก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้เล่นที่บ้านจะเข้ามาฟังค่ะ ตอนนี้ยังอยู่โยงที่ office เพลงมันเล่นไม่ขึ้น

อ๊ะ ลืม ยิ้ม ๆ


โดย: ZAZaSassY วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:18:11:44 น.  

 
คุณคาดไม่ถึง ทำบล๊อคได้น่าสนใจมากฮ่ะ จะต้องมาอ่าน(อีกรอบ) แน่ แน่


โดย: sj ณ แองจี้บล๊อคฮ่ะ IP: 203.188.45.26 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:10:37 น.  

 
ยังไงก็ยังไม่มีโอกาสไปดูDreamgirlsเลยอ่ะครับ

ส่วนงานออสการ์นี้ยังไงก็ต้องดูสดๆแน่นอนครับ (ไม่เคยพลาด)


โดย: BloodyMonday วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:54:34 น.  

 
แหม่ๆ

ไม่ได้มาเยี่ยมคุณเข็มขัดสั้นตั้งนาน

เป็นยังไงมั่งคะ


โดย: อมยิ้มสีฟ้า IP: 202.28.181.9 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:0:17:57 น.  

 
โดยส่วนตัวเชียร์ Listen อยู่ เพราะว่าถ้าดูจากหน้าเนื้อของหนัง บวกกับอารมณ์ของเพลงนี้ มันก็ค่อนข้างจะเข้าวินเกร็งกันอยู่แล้ว

แต่ชอบเพลง And I’m Telling You มากกว่าจริงคะ ฉากที่ Hudson โชว์เดี่ยวในหนังฉากนี้ กินใจไปเลย แต่ที่ Oscar ไม่เอาเพลงนี้อาจเป็นเพราะเจ็แกไม่สวยเหมือนเหตุผลในหนังก็ได้ 55+ ล้อเล่นนะคะ

ส่วน I Need to Wake up นั้น โดยส่วนตัวชอบเนื้อเพลงมากกว่าอยู่แล้ว เพราะว่ามันสื่ออะไรๆที่น่าจะเป็นประโยชน์กับคนฟังและเนื้อหนังมันก็ประโยชน์ สาระเน้นหนักกว่าจริงๆ ยิ่งตอนเปิด End Credit นะ ก็เพราะฟังเพลงนี้แหละคะ เลยไม่ได้ออกโรงซักทีจนคนเค้าออกไปหมดแล้ว

ขอบคุณที่เอาเพลงเพราะๆมาแปะไว้บนบล็อคด้วยนะคะ


โดย: cheatoneself (cheatoneself ) วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:1:51:02 น.  

 
เบื่อ Dream Girls มากๆอ่ะครับ หนังน่าเบื่อมาก ฉูดฉาดเกิน แถมเอ่อ แสบแก้วหูมากๆอ่ะครับ เพลงในเรื่องก็เพราะนะ แต่พอมันมาเป็นชุดเลยแบบว่า เอ่อ ไม่ไหวแล้ว

แถมเข้าชิงออสการ์ไปเลย 3 เพลงซะงั้น ไม่รู้ดิ ปีนี้ไม่มีเพลงอะไรที่เชียร์เป็นพิเศษเลย มันไม่โดนอ่ะครับ เพลงที่โดนอย่าง OST Bobby ที่ได้ไบรอัน อดัมส์มาทำให้ก็ไม่เข้าชิงซะงั้น

ปล เอสจัง มาเดินสายที่นี่ด้วยอ่ะ

enjoy your day


โดย: Holden Caulfield วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:03:33 น.  

 
ขอบคุณค่ะคุณคาดไม่ถึง
เพลงเพราะทั้งนั้นเลย
ฟังเพลินไปเลย
ฝันดีนะค่ะ


โดย: โอน่าจอมซ่าส์ วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:1:14:37 น.  

 
จากข้อความใต้ภาพโลโก้ ของคุณเข็มขัดสั้น คุณประสบความสำเร็จแล้ว

ก๊ากส์ๆๆๆๆๆๆ......ขำจริงๆ.....

อ้าว...แงๆๆ ทำไมไม่ได้ยินเพลง สงสัยการจราจรติดขัด เดี๋ยวพรุ่งนี้แวะมาฟังใหม่นะคะ

ขอบคุณที่แวะไปทักทายค่ะ


โดย: Love_Forget Me Not วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:2:08:14 น.  

 
ยังไม่ได้ดูซักเรื่องเลยขอไม่เม้นนะคะ

แต่จากที่ฟัง ก็โอเคทุกเพลง แต่ต้องดูหนังประกอบตัวนะ ถึงจะได้อารมณ์

ส่วนตัวเจ๊คิดว่ายังไงการตัดสินก็มีการเมืองอยู่บ้าง

ขอบคุณคุณพลทหารด้วยค่ะ ได้ความรู้ดี


โดย: ชิด-ชิด เข้ามาอีกหน่อย วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:10:20:23 น.  

 
ไม่ได้ดูหนังทั้ง 5 เรื่องนี้เลย
an inconvenient truth เป็นเรื่องที่อยากดูมาก
แต่ก็ไม่ได้ดู ไม่มีเวลาว่ะ

เท่าที่ลองฟังดูชอบ our town ทีสุด


โดย: กอมมงเซ่ IP: 58.9.76.84 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:45:26 น.  

 
เห็นด้วยกับมีมี่จัง จ้า

I Need to Wake up - Melissa Etheridge
ยอดเยี่ยมและถูกใจป๋าเหมือนกัน

รักและคิดถึงนู๋เสมอ จุ๊บ ๆ

อย่าลืมสัญญา "ใต้ร่มผ้า" ของสามเรานะจ๊ะ


โดย: ป๋าเอง IP: 58.9.76.84 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:50:18 น.  

 
เพลงที่เข้าชิงออสการ์ผมมักจะไม่ค่อยอยากฟัง ฟังแล้วมันแปลกๆ ทุกที (หรือเรารสนิยมแย่เนี่ย 555) เพลงทั้งหมด ผมเลยฟังเพลงของ beyonce คนเดียวเองครับ เพลงอื่นก็ดีครับผม ขอบคุณที่เอาเพลงที่เข้าชิงออสการ์มาให้อัพเดทกันครับ


โดย: Due_n วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:21:23 น.  

 
ตามมาจากบล็อกมิ้งกี้
บอกว่าอัพแทกแล้ว
อ่านตรงไหนล่ะน้อง


โดย: พี่นิค (NickyNick ) วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:14:31:23 น.  

 
อิอิ กลับมาฟังแล้วค่ะ โหลดไปฟังเลย

ทั้ง 5 เพลง ชอบ Patience มากที่สุดค่ะ ส่วนหนังนี่ยังไม่ได้ดู เมื่อวานตั้งใจว่าจะไปดูเรื่อง Dreamgirl อยู่ แต่ว่ามันไม่มีรอบที่เราสะดวก เลยได้ดูเรื่องอื่นแทน ผลรางวัลนี่...ไม่รู้สิ่ค่ะ เหมือนว่าหมู่นี้ บีหย่อนจับอะไรก็ดังไปหมด เดาว่าเพลงของบีหย่อนจะได้ ต้องรอติดตามเนอะ


โดย: ZAZaSassY วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:15:00:01 น.  

 
ยังมะเคยได้ฟังซักเพลง
dreamgirl ได้แหงๆเลย ทำไมไม่เข้าชิงทั้ง 5 เพลงไปเลยอะคับ


โดย: tpipe วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:21:29:32 น.  

 
อุ่ย.. Listen “ยอดเยี่ยม แต่รำคาญว้อย” ขำอ่ะ 555 แต่ฟังไปฟังมาก็เหมือนวีนแตกนิดๆเหมือนกัน ตอนขึ้นเสียงสูง อิอิ

- มีคนรีเควสให้ร้อง And I'm telling you I'm not going ด้วยอ่ะ กรูจาบ้า

- petience นี่ชอบนะ ฟังแล้วมันมีกำลังใจยังไงบอกไม่ถูก เหมือนมีคนเดินข้างๆ


ว่างๆอย่าลืมแว๊ปไปฟังเพลง ญี่ปุ่น เก๋ๆที่บล็อคข้าเจ้าด้วยนะคร้าฟฟฟ


โดย: deffy-melody วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:22:08:54 น.  

 
ผมเข้าใจมาตลอดว่าเราฟังเพลงกันคนละสไตล์
แต่ว่าเพลงที่เข้ารอบหูผมสองเพลงกลับเหมือนคุณ


โดย: นางาเสะ ไลท์ วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:22:24:46 น.  

 
มีอยู่หนึ่งในนั้นที่ผมชอบเอามากๆ เลยในตอนนี้ ผมว่าคุณเข็มขัดสั้นคงรู้นะครับว่าผมชอบเพลงอะไร(เป็นหนังการ์ตุน)


โดย: เอเวอร์กรีน วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:22:50:20 น.  

 
ตามประสาคนฟังเพลงตลาดๆอย่างผม ทั้ง 5 เพลงนี้ ของเรื่อง Dreamgirls ดูจะมีภาษีดีกว่าเพื่อน ทั้ง 3 เพลง คัดมา 1 เพลง ก็คงจะ Listen นั้นเองที่น่าจะได้ อีก 2 เพลงดูใสๆไปนะ ส่วนอีก 2 เรื่องผมไม่ได้ดูหนังครับ ฟังจากที่คุณเข็มขัดสั้นเอามาให้ฟังก็ต้องบอกว่ามันเฉื่อยๆสำหรับผม ไม่ดึงดูดใจเลย แต่ถ้าได้ไปดูหนังอาจจะชอบก็ได้นะคิดว่าน่าจะเป็นเพลงที่เข้ากับเนื้อหาในหนังมากๆ ยังไง ทั้ง 5 เพลงก็เยี่ยมอยู่แล้วล่ะครับ แต่ถ้าทั้งปีที่ผ่านมา มีเพลงที่ไม่เข้ารอบตรงนี้ เพราะกว่าตั้งหลายเพลงนะ ผมคิดงั้น


โดย: ป้อจาย วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:23:33:08 น.  

 
ยังฟังไม่ครบทุกเพลงค่ะ เดี๋ยวคืนพรุ่งนี้จะเข้ามาอีกรอบ


โดย: random-4 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:2:55:05 น.  

 
จำได้ว่ามีอยู่ช่วงนึงที่เพลงจากหนังการ์ตูนดิสนีย์จะได้ประจำ เอาเป็นว่าเชียร์เพลงจากการ์ตูน(cars)แล้วกัน


โดย: coming soon (The Yearling ) วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:01:01 น.  

 
เย้ๆๆ ... ดูเหมือนผลจะออกมาแว้ว ...

เพลง I need to wake up ที่น้องฯสั้นเชียร์ ชนะ 3 เพลงแท็คทีมจาก Dreamgirls ด้วยแหละค้าบ ดีจายด้วยน้า


โดย: บลูยอชท์ IP: 202.69.140.130 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:34:22 น.  

 
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด

I Need to Wake up ได้ไปครองคร้าบ เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆ


The Oscar Goes to I Need to Wake up - An Inconvinient Truth คร้าบบบบบบบบบบบบบบ


อย่างนี้ต้องฉลอง Yesๆๆๆๆๆๆๆๆ ด้วยกระเพราหมูกรอบเจ้าเดิม


ปล. ขอโทษคร้าบ ที่ดีใจออกนอกหน้า แหะแหะ ก็เพลงเขาดีจริงๆ น่ะครับ


โดย: เข็มขัดสั้น (ไม่ได้ log in ครับ) IP: 202.183.190.14 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:43:16 น.  

 
I Need to Wake up ที่เข็มขัดสั้นเชียร์ได้รางวัลจริงๆด้วย ดีใจด้วยครับ เพลงน้ำดีย่อมชนะเนอะ


โดย: ป้อจาย วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:11:46:23 น.  

 
อืมมมมม... เพลงเหล่านี้ที่ได้เข้าชิง
คนที่จะได้รางวัล คือ คนแต่งเพลง ไม่ใช่ คนร้อง ครับ

อย่างไรก็ตาม... Jen.Hud. ได้ Oscar ไปครอง น่ายินดีอย่างยิ่ง
หลังจากได้ Golden Globe เป็นของชำร่วยก่อนหน้านี้มาแล้ว

ปล. up-date blog แล้วเด้อ


โดย: เรียกข้า... ซาดาโกะ! (zardamon ) วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:16:20:20 น.  

 
listen .....
เพลงนี้ก้อชอบเหมือนกันคับผม

หนังเค้าก้อน่าจะโอเคเนอะ ยังไม่ได้ดูเลยอ่ะ

แต่ cars ดูแล้วหนุกดีอ่ะคับ

งั้นเชียร์พี่บียอน ล่ะกัน
กะเรือง cars อ่ะ

ปล.ไปอ่านแทคแล้วนะคับ


โดย: mingky IP: 124.120.188.66 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:20:05 น.  

 
ขอบคุณค่า ที่มีลิงค์ ไปที่บล็อคด้วย
ด้วยฟามยินดีเน๊อ


โดย: renton_renton วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2550 เวลา:17:10:15 น.  

 
เชียร์วีสิบเจ็ดกันนะ


โดย: ikk IP: 203.151.34.252 วันที่: 31 สิงหาคม 2550 เวลา:16:58:38 น.  

 
อยากได้เพลง patience มากเลยครับ พอดีจะทำหนังสั้น รบกวนส่งให้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ ssstep3@hotmail.com


โดย: Lamz` IP: 58.147.85.3 วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:13:27:32 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เข็มขัดสั้น
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 20 คน [?]




ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกของเข็มขัดสั้นนะครับ ^^

แต่ละ Group Blog ที่ผมเขียน มี Concept ตายตัวชัดเจน และผมเองก็จะยังคง Concept แบบนี้ต่อไป ใครเข้ามาด่ากี๊ซก๊าซ คนนั้นมันบ้าของมันไปเองแหละครับ ผมไม่บ้าด้วยหรอก นั่งดูพวกเต้นเป็นเจ้าเข้าแทนศิลปินเหล่านั้น เพื่อเฮฮา ขำก๊าก อิเคะๆ อิไตๆ ดีกว่า 5555

และที่สำคัญยินดีมากเลยครับ ที่ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาอ่านแล้วมี Comment ให้ผม คนที่มาดีๆ ผมดีใจมากเลยครับ และขอบคุณอย่างยิ่งที่เข้ามาอ่านและฟังเพลงจากบล็อกน้อยๆ แห่งนี้ ส่วนคนที่มาถ่อย กะมาด่าโดยตรง ก็ตามสบายครับ ที่นี่เปิด Public นี่นา ผมก็ถือว่าเขาเหล่านี้ได้มาเสพงานที่ผมสรรค์สร้างขึ้นตาม Concept แล้ว แค่นี้ก็ดีแล้วครับ ที่ทำให้คนอ่านอินได้ขนาดนี้ ^^

สุดท้าย ขอขอบคุณ Pop Magazine มากๆ ครับ ที่ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจในการเขียน Blog นี้ขึ้นมา ^^
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
22 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add เข็มขัดสั้น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.