Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
7 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 

ผอมด้วยคาร์บ๊อกซี่ (Carboxy) ดีมั้ยนะ

หลังจากง่วนหาข้อมูลเกี่ยวกับคาร์บ๊อกซี่มานานแสนนานเกือบปี ก็ยังทำใจไปนอนให้หมอจิ้มพุงไม่ได้ซะที เพราะด้วยความกลัวเข็มสุดๆ

แต่เพราะฤกษ์สละคาน ได้คืบคลานใกล้เข้ามาหามากขึ้นเรื่อยๆ ฟิตเนสที่เพียรไปนั้นก็ดูจะไม่ทันการณ์ซะละ

ในที่สุดก็ตัดสินใจยอมไปสู่ทางลัดทางรอดที่จะอัปเปหิไขมันส่วนเกินให้ไปเกิดใหม่เสียที งานนี้ต้องบอกว่า อยากสวยหมอช่วยได้ ฉะนั้น เราก็ต้องท่องไว้ว่า เพื่อความสวย ก็ต้องทนให้ได้

หลังจากไปจิ้มคาร์บ๊อกซี่มาสองครั้งก็รู้สึกว่าร่างการมีการเปลี่ยนแปลง ไว้เดี๋ยวจะสรุปรายงานผลหลังจากฉีดครบคอร์สอีกที แต่วันนี้จะเอาข้อมูลเกี่ยวกับคาร์บ๊อกซี่มาฝากกัน เพราะกว่าเราจะยอมนอนให้หมอจิ้มได้ ยอมรับว่าบริโภคข้อมูลเยอะมาก กลัวสวยวันนี้จะเศร้าวันหน้า เพราะ side effect (ข้อมูลหลักๆจาก WE Magazine)

Carboxy คืออะไร...
นักวิทยาศาสตร์พบว่าเซลล์ไขมันในร่างกายคนเรานั้นเป็นเซลล์ที่มีความขี้เกียจ ไม่ยอมแตกตัวเป็นพลังงานความร้อนได้ง่ายๆ ยกตัวอย่างยามเราออกกำลังกาย 20 นาทีแรกนั้น ร่างกายจะใช้ไกลโคเจนที่เราสะสมไว้มาแปลงเป็นพลังงาน แต่เซลล์ไขมันยังไม่ได้ขยับขยายไปไหน ดังนั้นการออกกำลังที่สามารถเผาผลาญไขมันได้นั้น จึงต้องเป็นการออกกำลังแบบแอโรบิคต่อเนื่องมากกว่า 20 นาทีขึ้นไป แล้วทำอย่างไรจึงจะช่วยให้ไขมันสามารถเผาผลาญให้กลายเป็นพลังงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งคาร์บอกซี่ คือการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไปในบริเวณที่มีไขมันสะสม จากนั้นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะออกแรงดันทำให้เซลล์ไขมันซึ่งเป็นก้อนกลมๆ อยู่ในชั้นผิวแตกตัวออกเป็นเซลล์ขนาดเล็กลง ซึ่งเมื่อร่างกายมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อยู่มาก ร่างกายจะสูบฉีดเลือดให้นำก๊าซออกซิเจนไปยังบริเวณนั้นๆมากขึ้นโดยปริยาย เพื่อกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้หายไปกลายเป็นพลังงานความร้อน

วิธีการฉีด Carboxy...
แพทย์จะทำความสะอาดผิวบริเวณที่จะฉีดด้วยแอลกอฮอล์เช่นเดียวกับการฉีดยาทั่วไป จากนั้นจะใช้เข็มขนาดเล็กมาก(เบอร์ 30) จิ้มเข้าไปที่ชั้นผิว โดยปลายเข็มจะเป็นท่อสำหรับปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป ซึ่งอัตราการปล่อยก๊าซจะอยู่ที่ประมาณ 60-80 CC ต่อนาที จนกระทั่งถึงสูงสุดคือ 150 CC ทั้งนี้ขึ้นกับความสามารถทนต่อความเจ็บปวดของแต่ละคน แต่อย่าคิดว่าจิ้มหนเดียวแล้วสามารถลดไขมันได้ทั่วทั้งพุงเป็นอันขาด เพราะคุณหมอจะต้องมีการปล่อยก๊าซดักไขมันเป็นระยะ เช่นถ้าต้องการลดช่วงเอว อาจต้องจิ้มที่เอวด้านซ้ายและเอวด้านขวา ส่วนถ้าต้องการลดต้นขาอาจต้องจิ้มสามด้าน ต้นขาด้านหน้า ต้นขาด้านหลัง และต้นขาด้านใน

อันตรายหรือไม่...
ร่างกายคนเราสามารถสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นมาได้เองอยู่แล้ว ดังนั้นการฉีดก๊าซตัวนี้เข้าไปจึงไม่เหมือนกับการฉีดสารเคมีชนิดอื่นๆ เข้าไปเพื่อสลายไขมัน ร่างกายไม่รู้สึกต่อต้าน และไม่เสี่ยงกับอาการแพ้ ราคาครั้งละประมาณ 2,000- 3,000 บาท

เพิ่มเติมนิดนึงนะคะ ราคาจะมี 2แบบ คือ
1) แบบฉีดเฉพาะจุด ราคาจะอยู่ที่ 1,000-2,000บาท แล้วแต่คลีนิค
สำหรับโรงพยาบาลจะราคาประมาณ 2,000 บาท เพราะเพื่อนเคยไปลองฉีดที่รพ.พญาไทมา แต่เพื่อน(คนเดียวกัน)ก็บอกว่าพฤกษาคลีนิคมีโปรโมชั่น ตกครั้งละ 800 บาทเอง
2) แบบฉีดทั้งตัว ราคาประมาณ 4,000บาท


ฉีดที่ไหน เมื่อไหร่ ยังไง...
ด้วยดีกรีความแรงแซงทุกเทรนด์ลดผอม เราจึงเริ่มเห็นป้ายคาร์บอกซี่อยู่ทั่วทุกหัวระแหงคลินิคความงามต่างๆ กระซิบบอกไว้เลยว่าแม้จะฮิตติดลมบนขนาดไหนแต่ "ฝีมือ" หมอผู้ปักเข็มนั้นยังเป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าหมอมือไม่เจ๋งพอ เซลล์ไขมันอาจถูกไล่ไปกองอยู่ด้านใดด้านหนึ่งได้ (อันนี้จากคำบอกเล่าของผู้มีประสบการณ์)

กรณีอยากสวยแต่กลัวควรบอกหมอแต่เนิ่นๆ เพราะหมอจะมีจิตวิทยาที่ดีทำการชวนคุยทำให้คุณหันเหความสนใจไปที่ปากแทนที่พุง และหมอจะสอนเทคนิคการหายใจ "เข้า-ออก" ให้สอดคล้องกับจังหวะการทิ่มเข็มและเดินก๊าซบรรเทาความเสียวได้ เมื่อเทียบกันการฉีดคาร์บอกซี่ในผู้หญิงจะเห็นผลดีกว่าผู้ชาย เพราะผู้ชายมีชั้นผิวหนังที่ค่อนข้างหนากว่าผู้หญิง

สำหรับคนที่มีกล้ามเนื้อค่อนข้างมาก (เช่นเป็นสาวนักออกกำลังอยู่แล้ว) เวลาฉีดคาร์บ๊อกซี่จะรู้สึกเจ็บมากกว่าสาวที่มีแต่ไขมันเป็นห่วงยาง เพราะคนที่ออกกำลัง ไขมันจะค่อนข้างเป็นระเบียบและแข็งแรงกั้น แต่คนไม่ออกกำลังกายไขมันจะมีลักษณะเหลวกว่า ในบางรายหลังจากฉีดคาร์บ๊อกซี่แล้วอาจพบรอยช้ำสีเขียวๆ บริเวณที่ฉีด แต่ไม่นานก็จะหายไป

ทำครั้งแรกในบางรายจะเห็นผลได้ทันที แต่จะให้ดีควรทำครบคอร์ส ประมาณ 4 ครั้งขึ้นไป แต่ละครั้งสามารถเว้นระยะห่างกันประมาณ 3-4 วัน ส่วนระยะเวลาในการลดขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่แต่ละคนสะสมไว้ กรณีว่าที่เจ้าสาวอยากลดหุ่นลองใช้สูตรนี้คำนวณได้คร่าวๆ ถ้ารูปร่างดีอยู่แล้ว แต่มีเซลลูไลท์เฉพาะส่วนควรทำล่วงหน้าก่อนแต่งงานประมาณ 2 อาทิตย์

ดูแลตัวเองหลังจากฉีด carboxy ยังไงดี...
เมื่อไขมันโดนกำจัดออกไปจากชั้นผิวแล้ว ผิวบริเวณนั้นจะเหี่ยวเหมือนลูกโป่งที่ถูกปล่อยลมออกไป ดังนั้นขั้นตอนต่อไปที่ไม่ควรละเลยคือ การดูแลผิวให้กระชับเต่งตึง หลักการง่ายๆ ที่สามารถทำได้คือ...

- การออกกำลังกาย ฟิตแอนด์เฟิร์ม จะเป็นการซิตอัพ ปั่นจักรยาน ฯลฯ เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อกลับมาแข็งแรงอย่างเก่าได้ใหม่
...แต่กรณีที่ขาแข้งไม่มีเรี่ยวแรง ลองหาทางลัดทางรอดดังนี้ควบคู่ไปด้วย หาได้ตามคลินิกทางความงามอีกเช่นกัน

- Muscle Vibration เป็นเครื่องที่ใช้ส่งคลื่นความถี่เข้าไปเขย่ากล้ามเนื้อ เครื่องนี้ไม่ได้มีส่วนช่วยในการเผาผลาญแคลลอรี่ แต่เป็นการสั่นสะเทือนให้กล้ามเนื้อได้ออกกำลัง ช่วยให้กล้ามเนื้อหย่อนๆ เข้าที่ได้เร็วขึ้น

- Laser Firming เป็นเครื่องที่ช่วยนวดและบีบรัดไขมัน และส่งความเย็นเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างความร้อนเพื่อรักษาระดับอุณหภูมิให้คงที่ รวมทั้งมีการส่งสัญญาณเลเซอร์เข้าไปกระตุ้นผิวให้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินเพื่อช่วยให้ผิวกลับมาเต่งตึงเช่นเดิม เวลาใช้คุณหมอจะนำหัว Laser มาวนไปตามส่วนต่างๆ ที่เราต้องการลด ใช้เวลาส่วนละประมาณ 1 ชั่วโมง

- Relax F เป็นการใช้คลื่นความถี่วิทยุเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการละลายไขมัน และกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวเต่งตึง

- Mesotherapy (เมโสเทอราปี) หรือการฉีดสารอาหารเข้าไปที่ผิวชั้นในโดยตรงเพื่อกระตุ้นให้เซลล์ผิวบริเวณนั้นทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยเฉพาะปัญหาจุดด่างดำ ส่วนถ้าต้องการฉีดเพื่อลดเซลลูไลท์ จะเรียกว่า Lipotibil โดยจะเป็นการฉีดสารสกัดจากถั่วเหลืองเข้าไปเพื่อช่วยในการสลายไขมัน แต่ทั้งนี้การฉีดเมโสนั้นค่อนข้างมีผลกระทบต่อร่างกายโดยตรง เพราะเป็นการฉีดสารเคมีที่ร่างกายสร้างขึ้นไม่ได้ ร่างกายจึงต้องขับถ่ายสารเหล่านี้ออกทางตับ ยิ่งฉีดมากยิ่งอันตราย และผู้ป่วยโรคตับ โรคเบาหวาน ห้ามฉีดเด็ดขาด

ตอนไปทดลอง คุณหมอบอกว่า ถ้าทนคาร์บ๊อกซี่ไม่ไหว ฉีดเมโสก็ได้ แต่เรายอมทนเจ็บนะ เพราะเราคิดว่า เมโสในเมืองเมืองนอกปลอดภัยก็จริง แต่ในเมืองไทยนี่ไม่รู้จิ...ยังไม่แน่ใจพอ

Tips ดีๆ ดื่มน้ำเย็นเร่งการเผาผลาญ...
หลังออกกำลังมาเหงื่อซกควรดื่มน้ำเย็น จะช่วยให้เกิดการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น เพราะอุณหภูมิเย็นๆ ของน้ำที่เข้าไปในร่างกายจะทำให้ร่างกายเร่งเผาผลาญพลังงานเพื่อมาควบคุณอุณหภูมิที่ลดลงให้กลับมาเป็นปกติ

หวังว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับคุณสาวๆ ที่ยังลังเลว่าจะลองดีหรือไม่นะคะ แล้วเราจะมาอัพเดตผลลัพธ์ที่ได้คราวหน้า...ยังเหลือให้เจ็บตัวอีก 9 ครั้งแน่ะ




 

Create Date : 07 มิถุนายน 2551
6 comments
Last Update : 6 กรกฎาคม 2551 22:56:19 น.
Counter : 2398 Pageviews.

 

เข้ามาอ่านด้วยตาเป็นประกาย สนใจมากๆค่ะ ขาหญ่ายยยยย ก้นก็หญ่ายยยยย แถมยังขี้เกียจอีก อยากทราบว่าถ้าเกิดเป็นคนอ้วนแบบมีแต่ไขมัน กล้ามเนื้อไม่ค่อยจะมี ฉีดแล้วมันจะหายไปเยอะมั้ยคะ จะถึงขั้นดูดไขมันรึเปล่า เคยอยากดูดแต่ไปดูทีวีซีรียส์อันนึงมาแล้วสยองโลก ลาขาดค่ะ

 

โดย: kisekimeru 8 มิถุนายน 2551 8:41:30 น.  

 

ถ้าไขมันเยอะๆกล้ามเนื้อน้อยๆนี่นะ ยิ่งดีเลยค่ะ เพราะจะเจ็บน้อยกว่า + สัดส่วนเล็กลงได้เยอะกว่าคนที่เนื้อแน่นๆกล้ามเนื้อเยอะๆค่ะ

ไม่น่ากลัวเท่าดูดไขมันเลยค่ะ อันนั้นน่ากลัวมากว่าเยอะ เพราะทำเสร็จต้องนอนพักฟื้นที่ รพ. อีก ส่วนอันนี้ฉีดปั๊บนอนไม่ถึง 5 นาทีก็ขับรถกลับบ้านได้สบายค่ะ

 

โดย: กาตูนฮั๊บ 9 มิถุนายน 2551 12:30:31 น.  

 

ทำอยู่ที่ไหนเหรอคะ ราคาเท่าไหร่ จำกัดปริมาณแก๊สมั๊ยคะ หรือว่าแล้วแต่เราจะรับได้ ถามเยอะหน่อยนะคะ อยากรู้ๆ อยากทำมั่ง ขาใหญ่อ่ะ อ้อ! แล้วเจ็บเยอะมั๊ยคะ

 

โดย: pui-patoo 9 มิถุนายน 2551 19:49:21 น.  

 

เราทำร้านเพื่อนของเพื่อนน่ะค่ะ พอดีซื้อคอร์สทำหน้าอยู่ที่นั่นด้วย เค้าก็ไม่จำกัดปริมาณแก๊สนะคะ แต่เราทนได้ไม่ค่อยนานก็เลยได้แก๊สไม่ค่อยเยอะค่ะ

แต่ว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเราไปดูเพื่อนฉีดที่ รพ.พญาไท มา คนนี้ฉีดจนเป็นขั้นเทพไปแล้ว เค้าไปฉีดพุงรับแก๊สได้ 6000cc (ของเราทนได้ไม่เกิน 1500cc เลยค่ะ)

แนะนำว่าให้ลองดูหลายๆที่ก่อนตัดสินใจ เลือกที่อุปกรณ์ดูสะอาดแล้วก็เดินทางสะดวกนะคะ เพราะมีวันนึงเราฉีดแขน เมื่อยมากขับรถกลับทรมานจังค่ะ

ส่วนที่คุณ pui-patoo อยากฉีดขา...เราบอกได้เลยค่ะว่าสำหรับเราเจ็บสุด เมื่อเทียบกับส่วนอื่นที่ฉีดนะคะ (ไม่ได้พูดให้กลัวนะคะ แต่อยากให้ลองก่อน) เพราะคุณหมอบอกว่าแต่ละคนจะเจ็บไม่เท่ากัน บางคนเจ็บแขนมากกว่า บางคนก็ขามากกว่าแล้วแต่ปริมาณกล้ามเนื้อ

ถ้าลองทำแล้วมาเล่าให้ฟังบ้างนะคะ..เอาใจช่วยจ้า

 

โดย: กาตูนฮั๊บ 18 มิถุนายน 2551 13:16:32 น.  

 

กลัวเข็มคะ ปกติทั่วไปแค่เราจำกัดอาหารได้ก็ไม่น่ามีปัญหานะ เพราะเจ้าเตี้ยถ้ารู้ว่าช่วงนี้พุงยื่นก็จะเริ่มลดปริมาณอาหารลงแล้ว 2 อาทิตย์ผ่านไป เพื่อนๆๆถามกันเต็ม ไปทำอะไรมาทำไมผอมจัง คือส่วนตัวเป็นคนอ้วนง่ายผอมง่ายอะคะ โชคดีหน่อย 555555
ขอบคุณมากนะที่แวะไปเยี่ยมที่บล็อคจ้า

 

โดย: เจ้าเตี้ย 18 มิถุนายน 2551 14:54:08 น.  

 

อย่าลืมมาอัพเดทผลการฉีดนะคะ
เราจะมาปูเสื่อรอที่บล็อคคุณทุกวันเลยค่ะ

 

โดย: กระเฉดน้ำ (กระเฉดน้ำ ) 18 มิถุนายน 2552 10:56:47 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


กาตูนฮั๊บ
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add กาตูนฮั๊บ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.