แปลเพลง - Heart Like Yours - Willamette Stone - If I Stay OST - เพลงที่ปลุกมีอาให้ตื่นขึ้นมาจากโคม่า

เราต้องใช้อะไรบ้างครับ? หากเราจะต้องตัดสินใจในตัวเลือกที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตเราได้


ชีวิตของคนเราต่างก็มีวิถีเป็นของตัวเองนะครับ และเราก็กำลังเดินตามวิถีนั้นอยู่ จะเป็นวิถีที่เลือกเอง คนอื่นเลือกให้ หรือถูกสถานการณ์หรือสิ่งต่างๆรอบตัวบีบคั้นก็เถอะครับ สุดท้ายเราก็เป็นคนเดินเอง บางครั้งเราก็ได้หนทางเดินที่ดี แต่บางครั้งมันก็ไม่เป็นอย่างที่เราหวังเอาไว้ หากมันเป็นเช่นนั้น เราจะทำอะไรบ้างครับเพื่อให้มันเป็นไปได้เหมือนอย่างที่หวังเอาไว้? คนบางคนจำใจต้องเดินในวิถีที่ไม่ปรารถณาและปลอบใจตัวเอง ปิดกั้นโอกาสดีๆในชีวิตของตัวเองโดยไม่รู้ตัวด้วยคำพูดสุดคลาสสิกที่ใครๆก็ใช้กันคำว่า "ไม่มีทางเลือก" แต่จริงๆแล้วเราอาจจะมีทางเลือกอยู่ก็ได้นะครับ เพียงแต่เราอาจไม่มีพลังใจที่เข้มแข็งพอที่จะเลือกตัวเลือกที่ยากกว่า

กำลังนึกถึงใครบางคนที่เราเป็นห่วงครับ เราทุกคนต่างก็มีคนบางคนที่เราพูดคุยแล้วเค้ายอมฟังและคิดตาม แต่คนบางคนก็ไม่ใช่ คนบางคนต้องการมีชีวิตที่ดีขึ้นแต่ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเดิมๆที่ใช้มาตลอดซึ่งพิสูจน์แล้วว่าทำให้ชีวิตทรงตัวได้แค่เท่าที่เป็นอยู่ จริงครับที่มันไม่ได้ผิดอะไรและยังเป็นการดีซะอีกหากเรารู้ตัวเป็นอย่างดีว่าขณะนี้เราอยู่ที่จุดไหน พอใจในจุดที่เราอยู่และชีวิตมีความสุข แต่หากคนบางคนสรุปว่าชีวิตตัวเองไม่มีความสุขและปรารถนาที่จะให้ชีวิตตัวเองดีกว่านี้แต่กลับไม่ปรารถณาที่จะออกจาก comfort zone เดิมๆของตัวเองเพื่อลงมือเปลี่ยนแปลงให้มันดีขึ้น คนบางคนมองตัวเองไม่ออกที่จุดนี้ แต่คนบางคนรู้ว่าตัวเองอยูที่จุดนี้แต่ก็รับไม่ได้ ปฏิเสธ ปิดกั้น ไม่เปิดใจ ไม่มั่นใจ ไม่กล้า กลัวการเปลี่ยนแปลงและสุดท้ายก็ยินยอมที่จะอยู่ใน comfort zone เดิมๆอันไม่ใช่ comfort zone จริงๆต่อไป ช่วงเวลาของชีวิตเราในบางครั้งอาจมีเรื่องใดเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องหนักๆผ่านเข้ามาและบีบบังคับให้เราต้องเลือกอย่างยากลำบากครับ และโดยส่วนมากแล้ว เรื่องแบบนี้มันจะเปลี่ยนชีวิตของเราไปตลอดกาล และเป็นคำถามอีกครั้งครับว่าเรามีพลังใจที่เข้มแข็งพอที่จะเลือกมันรึเปล่า?

วันนี้ emotional ไปหน่อยนะครับ ต้องขออภัยด้วยครับ ^^' ดูหนังเรื่อง If I Stay มาพักนึงแล้วครับ วันนี้นึกถึงเพลงและ core message ของหนังเรื่องนี้ที่เป็นคำถามหลักของหนัง มันทำให้เรานึกถึงใครบางคนที่เราแคร์  พ่อของนางเอกพูดเอาไว้ว่า sometimes you make choices in life, and sometimes choices make you ซึ่งมันมีประเด็นมากๆและทำให้ผมอยากเสนอว่า เราควรจะให้เวลากับตัวเองเพิ่มขึ้นอีกหน่อยมั้ย เพื่อทำความเข้าใจกับตัวเองว่าเรามีพลังใจเข้มแข็งพอที่จะเลือกมันรียัง? ต้องการกำลังใจหรือการเตรียมตัวเตรียมใจเพิ่มขึ้นอีกหน่อยหรือไม่ในการเลือก choice ที่ยากกว่าแต่ดีกว่าในแต่ละทางเลือกในชีวิตของเรา? ทางเลือกที่จะปั้นแต่งชีวิตของเราใหม่ไปตลอดกาล (sometimes choices make you).




Heart Like Yours - Willamette Stone

Source: WaterTower Music Youtube Channel



Breath deep, breath clear. 
Know that I'm here, know that I'm here waiting.
Stay strong, stay gold.
You don't have to fear, you don't have to fear waiting.
I'll see you soon, I'll see you soon.

How could a heart like yours ever love a heart like mine?
How could I live before? How could I have been so blind?
You opened up my eyes, you opened up my eyes.

Sleep sound, sleep tight.
Here in my mind, here in my mind waiting.
Come close my dear.
You don't have to fear, you don't have to fear waiting.
I'll see you soon, I'll see you soon.

How could a heart like yours ever love a heart like mine?
How could I live before? How could I have been so blind?
You opened up my eyes, you opened up my eyes.

Holdfast hope, all your love is all I've ever known.
Holdfast hope, all your love is all I've ever known.

How could a heart like yours ever love a heart like mine?
How could I live before? How could I have been so blind?
You opened up my eyes, you opened up my eyes.

You opened up my eyes, you opened up my eyes.




หัวใจรักอย่างเธอ

หายใจลึกๆ หายใจให้เต็มที่
โปรดจงรู้ว่าชั้นอยู่ตรงนี้ รู้ว่าชั้นอยู่ที่นี่ รอเธอ
เข้มแข็งไว้นะ จงอย่าอ่อนแอ
เธอไม่จำเป็นต้องกลัว ไม่ต้องกลัวมันหรอก การรอคอย
เพราะชั้นกำลังจะได้เจอเธอ เราจะได้เจอกันแล้ว

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่มีหัวใจอย่างเธอจะเปิดใจรักคนที่มีหัวใจอย่างชั้นได้
ก่อนหน้านี้ชั้นอยู่มาได้ยังไงนะ เทียบกับตอนนี้แล้ว ก่อนนั้นชั้นคงเหมือนคนตาบอด
เธอทำให้ชั้นมองเห็น รักของเธอเปิดหัวใจชั้น

หลับให้สนิท หลับให้สบาย 
ในนี้ในใจชั้น ที่นี่กลางใจชั้น รอก่อน
เข้ามาใกล้ๆสิที่รัก
เธอไม่จำเป็นต้องกลัว ไม่ต้องกลัวมันหรอก การรอคอย
เพราะชั้นกำลังจะได้เจอเธอ เราจะได้เจอกันแล้ว

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่มีหัวใจอย่างเธอจะเปิดใจรักคนที่มีหัวใจอย่างชั้นได้
ก่อนหน้านี้ชั้นอยู่มาได้ยังไงนะ เทียบกับตอนนี้แล้ว ก่อนนั้นชั้นคงเหมือนคนตาบอด
เธอทำให้ชั้นมองเห็น รักของเธอเปิดหัวใจชั้น

ยึดเหนี่ยวความหวังเอาไว้นะ ทุกสิ่งที่เธอให้มาคือความรักทั้งหมดของเธอ
ยึดเหนี่ยวความหวังเอาไว้ก่อน ทั้งหมดในความความรักของเธอคือทุกสิ่งที่ชั้นได้สัมผัส

ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่มีหัวใจอย่างเธอจะเปิดใจรักคนที่มีหัวใจอย่างชั้นได้
ก่อนหน้านี้ชั้นอยู่มาได้ยังไงนะ เทียบกับตอนนี้แล้ว ก่อนนั้นชั้นคงเหมือนคนตาบอด
เธอทำให้ชั้นมองเห็น รักของเธอเปิดหัวใจชั้น
เธอทำให้ชั้นมองเห็น รักของเธอเปิดหัวใจชั้น

เธอทำให้ชั้นมองเห็น รักของเธอเปิดหัวใจชั้น




อรรถาธิบาย

เข้าใจว่าเพลงนี้และอัลบัมนี้แต่งขึ้นมาเพื่อใช้กับหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะครับ ดังนั้นจึงมีหลายเพลงเหมาะมากกับหนังเรื่องนี้โดยเฉพาะเพลงนี้และฉากนี้ ใครที่ดูหนังมาแล้วจะเข้าใจอารมณ์เพลงเพลงอยู่แล้วครับ แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยดู ผมต้องเซ็ทอารมณ์เพลงให้ทราบก่อน มีอา กับ อดัม คบกันมาระยะนึงแล้ว อดัมเป็นนักดนตรีวงร๊อค เล่นกีตาร์และแต่งเพลงเอง แต่ยังไม่เคยแต่งเพลงให้กับมีอาเลย เธอเคยทวงเค้าเหมือนกันแต่อดัมตอบว่าแต่งเพลงที่เกี่ยวกับความสุขไม่เก่งเลยยังไม่เคยแต่งให้ เพลงนี้อดัมแต่งและเล่นให้เธอฟัง โดยเล่นกีตาร์อยู่ข้างเตียงในห้อง ICU เพื่อปลุกให้มีอาฟี้นขึ้นมาจากโคม่าครับ

  • Breath deep, breath clear ความหมายตรงตัวครับ แต่สำหรับอารมณ์เพลงในเรื่องที่มีอานอนโคม่าไม่ได้สติใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ การขอให้หายใจลึกๆหายใจให้เต็มที่จึงไม่ใช่แค่เป็นการหายใจธรรมดา แต่เป็นการหายใจเพื่อให้มีชีวิตต่อไปครับ know that I'm here waiting จึงหมายถึงชั้นรอเธออยู่ข้างๆเธอตรงนี้ รอให้เธอฟื้นคืนสติมีชีวิตอยู่ต่อไป

  • Stay strong, stay gold จึงเป็นเรื่องเดียวกันครับ เข็มแข็งไว้อดทนไว้ gold ตรงนี้เป็นสัญลักษณ์ หมายถึงความรุ่งเรืองความสดใส ทรงคุณค่าและคงทน (ไม่ขึ้นสนิม ไม่หมอง ไม่ผุกร่อน) นำมาใช้ตรงนี้เพื่อบอกว่าให้คงความเข้มแข็งเอาไว้อย่าให้ความเข้มแข็งนี้ผุกร่อนหมองลง เพราะเธอต้องฟื้นคืนสติมามีชีวิตให้ได้

  • You don't have to fear waiting ตรงนี้เล่นคำกับคำว่า waiting เพื่อให้ลงทำนองเพลงกับท่อนแรกซึ่งความหมายก็ลงตัวมากครับซึ่งหมายถึงอย่ากลัวการรอคอยเพราะ know that I'm here ชั้นรอเธออยู่ตรงนี้อยู่แล้ว เรากำลังจะได้เจอกันแล้ว (I'll see you soon) เพียงแค่เธอฟื้นคืนสติลืมตาขึ้นมา

  • How could a heart like yours ever love a heart like mine ประโยคนี้พูดถึง "หัวใจ" ในลักษณะเป็น item เป็นสิ่งของชิ้นนึงที่เรามีครับ ถ้าจะแปลให้ตรงตัวก็ต้องแปลว่า "หัวใจอย่างดวงที่เธอเป็นเจ้าของนี้ มารักกับหัวใจอย่างดวงที่ชั้นเป็นเจ้าของได้ยังไงนะ" พอเกลาเพื่อปรับ context ให้คนที่ไม่เคยดูหนังอ่านก็เลยแปลอย่างที่แปลไปครับ "ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนที่มีหัวใจอย่างเธอจะเปิดใจรักคนที่มีหัวใจอย่างชั้นได้" ผมคิดว่ามันอยู่ในฐานะที่จะใช้ได้

  • How could I have been so blind ตรงนี้ต่อจาก how could I lived before มันหมายถึงการเปรียบเทียบครับ ก่อนหน้านี้ (before) ชั้นอยู่มาได้ยังไง (how could l lived) วลี how could I have been so blind ที่แปลว่าทำไมชั้นถึงตาบอดมาโดยตลอดนั้นจึงหมายความว่าการใช้ชีวิตก่อนหน้าที่เธอจะมารักกับชั้นนี้มันเหมือนชีวิตชั้นมันอยู่ในความมืดบอดมาโดยตลอด พอมารักกับเธอแล้วมันเหมือนกับหายจากความมืดบอด เธอเป็นคนทำให้ชั้นหายจากความมืดบอดนี้ (you opened up my eyes)

  • Sleep sound, sleep tight ปกติเรารู้จักคำว่า sound กันในฐานะของคำนามซึ่งแปลว่าเสียงครับ แต่ถ้ามันถูกใช้เป็น adjective แล้ว sound จะมีความหมายได้ถึง 6 อย่าง ([1. In good condition], [2. Sense or judgement], [3. Full and complete], [4. Careful and Accurate], [5. Deep, peaceful and uninterrupted], [6. Idiom - safe and sound หลับสนิทเหมือนความหมายที่ 5 - sound as a bell สมบูรณ์แบบ - ซึ่ง sound ใน idiom ก็ครอบคลุมความหมาย 5 อย่างข้างต้นอยู่ดี]) โดยเฉพาะถ้า sound เป็น adjective ของ sleep แล้วไซร้ ความหมายของมันจะกระโดดเข้าไปอยู่ในข้อที่ 5 ครับ ส่วน sleep tight ก็ได้ความหมายเดียวกัน

  • Here in my mind waiting ยังเป็นเรื่องเดียวกันกับ sleep sound, sleep tight ครับ เลยต้องแปลความหมายไปด้วยกันซึ่งหมายถึงตอนนี้ให้เธอหลับรอชั้นไปก่อน หลับให้สบายไม่ต้องกังวลไม่ต้องกลัวการรอคอย (you don't have to fear waiting) นอนรอในใจของชั้นได้เลย (here in my mind) เพราะเดี๋ยวเราก็ได้เจอกันแล้ว (I'll see you soon)

  • Holdfast hope, all you love is all I've ever known ตรงนี้ในส่วนของคำแปลก็เป็นตามที่แปลไปครับ ถ้าแปลโดดๆก็อาจจะงงได้ว่าพูดขึ้นมาทำไม เหมือน story ของเพลงมันจะไม่ต่อกันเช่นเดียวกับท่อนที่ว่าเธอเปิดใจชั้น (เพราะกำลังให้กำลังใจให้เธอฟื้นขึ้นมาจากโคม่าอยู่งัย) แต่ในความหมายของเพลงที่ต้องพูดเรื่องนี้ขึ้นมานั้นเพราะมันเป็นเรื่องของ perception ครับ ก็เพราะในอารมณ์และสถานการณ์ที่ว่า เธอนอนโคม่าใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ในห้อง ICU หายใจลึกๆ เข้มแข็งอดทนไว้นะ ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันแล้ว เรารักกันนะ ทุกสิ่งที่เธอมีคือความรักที่มีต่อชั้นและให้มันมาทั้งหมดเลย เธอเปิดใจชั้น ชั้นก็รักเธอ เค้ารู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณเธอและไม่อยากเสียเธอไปครับ ดังนั้นก็ breath deep, breath clear, sleep sound , sleep tight พร้อมแล้วเมื่อไหร่ก็ค่อยตื่นขึ้นมาเจอกัน


If I Stay เป็นนิยาย YA fiction ครับ (Young Adult) เขียนโดย Gayle Forman พิมพ์เมื่อปี 2009 ทำเป็นหนังออกฉายปี 2014 ทำรายได้มากกว่าต้นทุนเจ็ดเท่า ดูหนังเรื่องนี้แล้วนอกจากจะได้คำถาม core message นี้แล้วยังอาจจะตกหลุมรักเครื่องดนตรีอย่างเชลโล่และ Bach Suite No.1 In G Major หรือ Cello Concerto In A Minor, Op 33 ได้ง่ายๆครับ เวอร์ชั่นที่เป็นหนังแตกต่างจากหนังสืออยู่บ้างเพราะต้อง present ออกมาในรูปแบบของภาพยนต์ซึ่งในหนังสือจะเป็นการเล่าของมีอา นางเอกสาววัย 17 ที่ใช้ adjective แปลกๆอยู่เต็มไปหมด การพรีเซ้นบางอย่างจึงต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับอรรถรสของหนัง (เช่นฉากที่พระเอกดูดมือของนางเอกเพื่อเอาเหล็กไนผึ้งออกให้ ทั้งๆที่ในหนังสือเป็นพ่อของนางเอกเป็นคนดูดเหล็กไนผึ้งออกมาจากมือของอดัม ซึ่งผมอ่านแล้วกลั้นหัวเราะไม่อยู่เลย ผมดูหนังก่อนไปหาหนังสือมาอ่านครับ) ลอง search ดูคร่าวๆพบว่ามีแปลเป็นภาษาไทยแล้วครับ แต่ฉบับแปลผมยังไม่ได้อ่าน 

ตัวอย่างของการดัดสินใจเลือกในหนังเรื่องนี้คือนางเอกของเรื่องที่อยู่ในอาการโคม่าจะต้องเลือกครับว่าควรจะตายไปพร้อมกับครอบครัว (พ่อ แม่ น้องชาย) ที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุรถชนด้วยกันเพื่อจบความเศร้าโศกและไม่ต้องเผชิญกับความยากลำบากในอนาคตหากต้องมีชีวิติอยู่ต่อไป หรือควรจะอยู่ต่อไปดีเพื่อจะได้เข้าเรียนในสถาบันศิลปะทางดนตรีที่ใฝ่ฝัน ใช้ชีวิตเป็นสุดยอดนักเชลโล่และได้อยู่กับชายคนรักแม้จะต้องลำบากในการมีชีวิตอยู่ต่อไป 

พอดูหนังเรื่องนี้แล้วก็เข้าใจชัดขึ้นไปอีกครับว่าเหตุผลหรือสิ่งที่เราต้องใช้ในการเลือกนั้น มันมีไม่กี่อย่างหรอกครับ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสนใจหันไปมองมันและหยิบมันมาใช้หรือไม่เท่านั้น เราอาจจะต้องลองหาเวลาอยู่กับตัวเองให้บ่อยขึ้น ถามคำถามตัวเองบ่อยๆ หาเหตุผลเพื่อเตือนและสร้างพลังใจให้กับตัวเอง สำหรับเตรียมพร้อมให้กับตัวเองในวันที่ต้องเลือกตัวเลือกที่ยากกว่าแต่ดีกว่าสำหรับเราและคนรอบข้างในชีวิตของเราครับ


Enjoy Thinking ครับ






ป.ล. หนังสือมีภาคต่อนะครับ ชื่อ Where she went ครับ คราวนี้เป็นเรื่องของอดัมที่ต้องทำตาม commitment หากมีอา ยอมมีชีวิตอยู่ต่อไป



<< เพลงที่แล้ว : Beautiful - Christina Aguilera Space Oddity - David Bowie : เพลงถัดไป >>



Create Date : 18 ธันวาคม 2557
Last Update : 24 ธันวาคม 2557 16:26:00 น.
Counter : 12632 Pageviews.

9 comments
  
มาช่วยเปิดห้องฟังเพลงครับ
แต่ตอนนี้มีแต่เรื่องต้องคิดที่ไม่น่าเอ็นจอยเท่าไหร่
ส่วนคุณก็เอ็นจอยเขียนบล็อกน่าเหนื่อยแต่มี
ประโยชน์แบบนี้ ก็ฝากกำลังใจไว้ก่อน จะได้มี
แรงทำต่อไป เดี๋ยวกลับมาอ่านครับ แอบมาตอน
เจ้าหนี้ไปโซ้ยก๋วยเตี๋ยวกะลา

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
newyorknurse Klaibann Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Parenting Blog ดู Blog
Tui Laksi Sports Blog ดู Blog
Karz Music Blog ดู Blog

โดย: nulaw.m (คนบ้า(น)ป่า ) วันที่: 18 ธันวาคม 2557 เวลา:13:28:14 น.
  
ดูเฮียบ้านป่าจิ หนี้ไม่ใช้แล้วยังเดินเร็วอีกค่ะ :))

ฟังจบไปรอบนึงค่ะ อ่านเกริ่นนำเข้าเพลงด้วย
อ่านแล้วก็.. อืม..อึมม..

บทแปลมาอ่านต่อทีหลังน๊าา :)

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Karz Music Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

- ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ รอได้ๆ
-- แฟนพี่เสียงดีเน่อ ^^
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 18 ธันวาคม 2557 เวลา:14:05:17 น.
  
โหวตค่ะ

อ่านแล้วอยากดูหนังเรื่องนี้

เราเองก็อยู่ในคอมฟอร์ทโซนค่ะ ที่จริงมีบางเรื่องในชีวิตที่อยากดีขึ้น แต่..ยังไม่กล้าที่จะออกจากโซนปลอดภัยของตัวเอง แหะๆ

ขอบคุณสำหรับเอนทรี่ดีๆ นะคะ
โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 18 ธันวาคม 2557 เวลา:15:09:32 น.
  

@เฮีย ขอบคุณครับ ใช้พลังเยอะเหมือนกันครับ อัพทีนึงหยุดไปหลายวัน :D 55 เฮียสบายดีนะครับ ผมยุ่งบ้างป่วยบ้างครับ ปวดหัวจัดมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ยังไม่หายเลยครับแต่ดีขึ้นแล้ว ^^

@นิค แฟนพี่เสียงดีมากจ้ะ (เธอเป็นแฟนชั้นแล้ว รู้ตัวบ้างไหม) เสียแต่ชอบร้องเพลงเมโลดี้เศร้าๆ ฟังเธอร้องเพลง Creep แล้วน้ำตาจิไหล (i can do this) อยากแปลขึ้่นมาเลย ชอบเพลง Dark Coffee ของเธอ เคยฟังรึยัง? ฟังครั้งแรกก็น้ำตาร่วงเลย ความผิดเป็นของไวโอลินกับเชลโล่นั่นแหล่ะ อยากแปลเพลงนี้มากกว่า :D

@คุณเต้ยครับ (ขออนุญาตเรียกชื่อเล่นนะครับ) หนังดีครับ ผมชอบนะ ดูหนังสองรอบกับอ่านหนังสือรอบนีึง นางเอกเรียนเชลโล่ 7 เดือนเพื่อเล่นหนังเรื่องนี้ครับ เล่นเก่งซะด้วย :D เรื่องพวกนี้มันต้องอาศัย will power ครับ มันยากหน่อยแต่มันก็สร้างได้ครับ สู้ๆครับ :)


โดย: Karz วันที่: 18 ธันวาคม 2557 เวลา:15:41:02 น.
  
แล้วตกลงนางเอกมีชีวิตอยู่ต่อไปมั๊ยคะ หรือว่าเลือกที่จะตาย
ไม่ได้อ่านหนังสือ แต่ว่าอ่านบล็อคแล้วก็อยากรู้ค่ะ คาใจ ><

หนังสือน่าอ่านแต่คงเศร้ามากแน่เลย
อยากอ่านภาคต่อด้วยสิคะ
เดี๋ยวนี้หนังมักจะสร้างจากนิยายขายดี แต่บางทีก็ต้องปรับใช่มั๊ยคะ
เหมือนตัวอย่างที่ยกมา ถ้าตามนั้นคงแปลกๆดี ><

ชอบเพลงมากๆ ความหมายดี
ขอบคณมากๆนะคะ
โดย: lovereason วันที่: 19 ธันวาคม 2557 เวลา:1:16:42 น.
  
พี่ต้นละเอียดอ่อนมากก.. ยอมรับเลยค่ะ ไม่งั้นไม่แปลเพลงได้ละเอียดอย่างงี้
แฟนพี่ (อิอิ) รูู้จักเธอแบบบังเอิญค่ะ ตอนนั้นตามน้องพลอยชมพูอยู่ น้องพลอยแข่ง cover เพลง Let it go
ตามไปที่ Vube เลยเจอสาวแว่นเธอส่ง Thinkin Bout You ค่ะตอนนั้น
ฟังแล้วติดใจเลยคนรัยไม่รู้ค่ะ ร้องดีก่าต้นฉบับอีก

Creep เพราะมากๆ top views ด้วยนิคะ
แต่หูอย่างนิคอ่ะนะ ฟังแค่เพราะค่ะ มันจะเพราะมากขึ้นก็ตอนพี่เอามาแปลแหละ แหะ-แหะ
โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 20 ธันวาคม 2557 เวลา:18:24:07 น.
  
ขอบคุณค่ะ ^^

เพลงนี้ ฟังอย่างเดียวก็เพราะนะคะ
แต่พออ่านบทแปลไปด้วย บทแปลของพี่เข้มแข็งกว่าเพลงอีกนะ รู้สึกอย่างนั้นเลยค่ะ
ต้องหาหนังมาดู ทีนี้รับอารมณ์นั้นได้เลย (เพิ่งดูเมื่อวันหยุดค่ะ)
พอมาฟังเพลงอีกที พร้อมอ่านบทแปล กลายเป็นเพราะกว่าเดิมเข้าไปอีก เห็นที่มาที่ไปชัดเจนแหละ
แล้วก็บังเอิญด้วย ประโยคในหนังที่นิดชอบมันตรงกะที่พี่บอกซะงั้น

หนังมีรายละเอียดเยอะ แต่เค้าฉลาดเล่าค่ะ การนำเสนอแบบนี้ดึงความรู้สึกเราไปด้วยเนอะ
น่าจะนะคะ หนังสือเลยตามมางัย :)

โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 23 ธันวาคม 2557 เวลา:23:21:12 น.
  
โอ้ ชอบมาก ตรงกะชีวิตจริงบางส่วน แต่เรื่องนี้มันจบไปด้วยดี
ชอบค่ะดูหนังเรื่อง IF I STAY แล้วซึ้ง ความสุข ความรัก มาครบโดยเฉพาะความรักของครอบครัวที่น่าประทับใจดูแล้วอบอุ่นมากค่ะ
likeเลย55
โดย: Nataporn intanasak IP: 171.101.45.57 วันที่: 10 มกราคม 2558 เวลา:19:46:53 น.
  
ฝากอัพเดท เพลงใหม่ๆ ได้ที่นี้เลยจ้า
โดย: ลูกเฮียนวด วันที่: 6 มกราคม 2559 เวลา:14:14:04 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Karz
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 111 คน [?]






ธันวาคม 2557

 
1
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog